<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 22:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไวรัสโควิด-19 ดันเฮทสปีชต่อต้านจีนเพิ่มขึ้น 9 เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รายงานของบริษัทสตาร์ทอัพเทคโนโลยีของอิสราเอลพบว่า หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทำให้มีผู้โพสต์เฮทสปีชหรือถ้อยคำแสดงความเกลียดชังต่อประเทศจีนและชาวจีนเพิ่มสูงขึ้นถึง 900%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชายชาวจีนเดินริมถนนในเมืองอู่ฮั่น ที่เป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อปลายปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท L1ght บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีที่มีสำนักงานอยู่ที่อิสราเอล เผยในรายงานว่า จากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ตรวจจับเนื้อหาที่เป็นอันตรายทางโซเชียลเน็ตเวิร์กทั่วโลก พบว่าหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ มีโพสต์ที่แสดงความเกลียดชังและเหยียดหยามโดยตรงต่อประเทศจีนและประชาชนจีน รวมถึงปัจเจกชนเชื้อสายเอเชียที่อาศัยในพื้นที่ต่างๆ ของโลก เพิ่มสูงขึ้นมาก เฉพาะในทวิตเตอร์มีการโพสต์ในลักษณะเฮทสปีชต่อประเทศจีนและชาวจีนเพิ่มขึ้นถึง 900%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรายงานนี้ระบุว่า แม้จะมีเรื่องราวที่มีเนื้อหายกระดับจิตใจที่แชร์ทางออนไลน์อยู่บ้างในช่วงที่คนทั่วโลกต้องกักตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ แต่เนื่องจากไวรัสนี้พบผู้ติดเชื้อในจีนเป็นประเทศแรก ทำให้มีการแชร์ความเกลียดชังต่อชาวจีนเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การศึกษาของบริษัท L1ght พบว่า โพสต์ทางทวิตเตอร์ที่เป็นพิษ ใช้ภาษาที่ชัดเจนกล่าวหาชาวเอเชียว่าเป็นผู้ติดไวรัสโคโรนา และกล่าวหาประชาชนที่มีเชื้อสายเอเชียว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่นำไวรัสนี้มาแพร่กระจายไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พบว่ามีคนจำนวนมากที่ติดแฮชแท็กที่แสดงถึงการเหยียดเชื้อชาติเช่น #Kungflu, #chinesevirus และ #communistvirus เมื่อพวกเขาทวีตเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการศึกษาพบว่า การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาสร้างความเกลียดชังอย่างเด่นชัดก็เพิ่มขึ้นถึง 200% ในโพสต์ที่ต่อต้านชาวเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อมวลชนบางสำนักก็เผยแพร่สื่อที่ส่งเสริมให้ต่อต้านชาวเอเชียด้วย เช่น วิดีโอของสถานีสกายนิวส์ของออสเตรเลียที่ตั้งชื่อว่า &amp;ldquo;จีนตั้งใจนำไวรัสโคโรนามาสู่โลก&amp;rdquo; มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในวิดีโอนี้มากกว่า 5 แสนโพสต์ ส่วนใหญ่เป็นโพสต์ที่มีถ้อยคำเป็นพิษและแสดงความเกลียดชัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61525</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อต้านจีน, เฮทสปีช, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e440e7e982f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2018 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าจวก &#039;มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก&#039; โอ่เฟซบุ๊กสกัด &#039;เฮทสปีช&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ภาคประชาสังคมพม่า 6 องค์กรทำจดหมายเปิดผนึกตำหนิ &amp;quot;มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก&amp;quot; ซีอีโอของเฟซบุ๊ก ที่คุยโวว่าระบบของเฟซบุ๊กได้ผลในการควบคุมข้อความ &amp;quot;อ่อนไหว&amp;quot; ที่ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบเช่นที่พม่า เฟซบุ๊กรีบชี้แจงพร้อมขอโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กกล่าวขอโทษต่อองค์กรภาคประชาสังคมของพม่าเมื่อวันศุกร์ที่ 6 เมษายน 2561 ภายหลัง 6 องค์กรเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกเมื่อวันพฤหัสบดี วิจารณ์คำให้สัมภาษณ์ของซัคเคอร์เบิร์ก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารของเฟซบุ๊ก ซึ่งกล่าวไว้กับเว็บไซต์ข่าว &amp;quot;ว็อกซ์&amp;quot; ในสัปดาห์นี้ ปกป้องผลงานของเฟซบุ๊กที่สามารถระงับการเผยแพร่เฮทสปีช หรือถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชัง โดยยกตัวอย่างการเผยแพร่ข้อความที่ &amp;quot;มีความอ่อนไหว&amp;quot; ของทั้งชาวพุทธและชาวมุสลิมในพม่า ผ่านทางเฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่แสดงชัดเจนว่าผู้คนกำลังพยายามใช้เครื่องมือของเรา เพื่อยุยงปลุกปั่นให้เกิดอันตรายอย่างแท้จริง ปัจจุบนกรณีเช่นนี้ ระบบของเราตรวจจับได้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เราหยุดข้อความเหล่านี้ไม่ให้ถูกส่งต่อ&amp;quot; ซัคเคอร์เบิร์กคุยไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายขององค์กรด้านเทคโนโลยีและสิทธิมนุษยชนพม่า 6 กลุ่ม กล่าวว่า พวกเขา &amp;quot;ประหลาดใจ&amp;quot; ที่ได้ยินซัคเคอร์เบิร์ก &amp;quot;ยกย่องประสิทธิผล&amp;quot; ของระบบของเฟซบุ๊กในพม่า ทั้งที่ในความเป็นจริง องค์กรของพวกตนเป็นผู้แจ้งเตือนเฟซบุ๊ก ซึ่งยังต้องใช้เวลาถึง 4 วัน เฟซบุ๊กจึงเพิ่งดำเนินการ ถึงตอนนั้นข้อความได้แพร่กระจายไปทั่วพม่าแล้ว และก่อความหวาดกลัวและยุยงให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงอย่างน้อย 3 เหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำชี้แจงของตัวแทนเฟซบุ๊กผ่านอีเมลถึงเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ยอมรับว่า เฟซบุ๊กตอบสนองช้าไป และควรดำเนินการให้เร็วขึ้นและทำงานหนักขึ้น เพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีและเครื่องมือในการตรวจจับและป้องกันเนื้อหาที่กล่าวร้ายสร้างความเกลียดชังหรือเล่าความเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราขอโทษที่มาร์กไม่ได้กล่าวให้ชัดเจนว่า กลุ่มภาคประชาสังคมในพม่าเป็นผู้รายงานเกี่ยวกับข้อความเหล่านี้ก่อน&amp;quot; โฆษกเฟซบุ๊กกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6618</URL_LINK>
                <HASHTAG>พม่า, ภาคประชาสังคม, มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก, เฟซบุ๊ก, เมียนมา, เฮทสปีช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac78187c3692.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
