<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กลุ่มสยามกลการ&#039;เปิดบริการเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับพ่นสารเคมีแปลงเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.2563 นายมนตรี เด่นไพโรจน์ศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามยามาฮ่า มอเตอร์ โรโบทิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า &amp;ldquo;กลุ่มสยามกลการ เดินหน้ารุกธุรกิจใหม่ มุ่งหวังพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศไทยให้ก้าวไปอีกระดับด้วยการเปิดบริการพ่นสารเคมีในแปลงเกษตรโดยเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับ ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ทั้งในประเทศไทย และประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ บริษัท สยามยามาฮ่า มอเตอร์ โรโบทิคส์ จำกัด โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น ได้แก่ บริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด ถือหุ้น 41%, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถือหุ้น 34%, บริษัท มิตซุยแอนด์คัมปะนี จำกัด ถือหุ้น 15% และนายชาติศิริ โสภณภนิช ถือหุ้น 10%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทที่เปิดใหม่ขึ้นมาดังกล่าว เพื่อให้บริการรับจ้างพ่นสารเคมีในการเกษตรในเมืองไทยโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ ไร้คนขับของยามาฮ่าซึ่งมีการพัฒนาและใช้งานในประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานมากกว่า 30 ปี และมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากกว่า 3000 ลำ ในประเทศญี่ปุ่น ด้วยการใช้งานเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้งานเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับในการทำเกษตรกรรมนั้น สามารถช่วยให้เกษตรกรสามารถทำงานได้เร็วขึ้นกว่าวิธีการเดิมๆหลายเท่าเนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับสามารถฉีดพ่นสารเคมีได้เร็วโดยใช้เวลาในการฉีดพ่นสารเคมีบนพื้นที่ 1 ไร่ ภายใน 1 นาที ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรทำงานได้เร็วขึ้นจากการทำงานวิธีเดิม 7-10 เท่า และสามารถทำงานได้ต่อเนื่องทั้งวันเนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับของเราใช้เครื่องยนต์ขนาด 400 CC. และมีการออกแบบการระบายความร้อนมาโดยเฉพาะเพื่อการทำงานอย่างต่อเนื่องทั้งวันในสภาพภูมิอากาศที่ร้อนได้อย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังเข้าถึงพื้นที่ที่แต่เดิมไม่สามารถเข้าไปทำงาน เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตให้กับพืชได้ เช่นในไร่อ้อยที่มีอายุมากกว่า 5 เดือน แต่เดิมเกษตรกรไม่สามารถเข้าไปทำงานเพื่อพ่นปุ๋ยหรือฮอร์โมน เพื่อเร่งการเจริญเติบโตซึ่งจะทำให้เกษตรกรเพิ่มคุณภาพ และช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับอ้อยได้ หรือแม้แต่การพ่นสาร เร่งสุกแก่เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณน้ำตาล&amp;nbsp;
-2-&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในอ้อยที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยยังไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากขาดเครื่องมือในการทำงานที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถพ่นสารเร่งสุกแก่ในแปลงของตัวเองได้เนื่องจากสารเร่งสุกแก่นี้ จะต้องทำการฉีดพ่น ณ ตอนที่อ้อยมีอายุ 9-10 เดือนซึ่งจะมีความสูงไม่ต่ำกว่า 4 เมตรทำให้ยากต่อการทำงานและมีระยะเวลาการทำงานที่สั้นเพราะต้องฉีดพ่นก่อนเก็บเกี่ยวไม่เกิน 45 วัน หลังพ่นเพื่อให้ได้ปริมาณน้ำตาลที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด&amp;rdquo; นายมนตรี กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน นายปิยุรัช ศุภารัตน์ ผู้จัดการทั่วไป/Chief Operating Officer [COO] กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;นอกเหนือจากเป็นการช่วยผ่อนแรงในการทำงานแล้ว ที่สำคัญ ยังมีส่วนช่วยให้เกษตรกรสามารถทำงานทางด้านการเกษตรได้อย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีอย่างสิ้นเชิง ทางบริษัทได้มีการทดสอบร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อให้เกษตรกรทุกท่านมั่นใจได้ว่าการทำงานด้วยเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับนั้นปลอดภัย เราได้พิสูจน์แล้วว่าด้วยการใช้งานเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับนั้น ทั้งตัวเกษตรกรและตัวนักบินที่บังคับเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับนั้น ไม่มีการสัมผัสกับสารเคมีแม้แต่จุดเดียวบนร่างกาย โดยมีการทดสอบคู่กับวิธีการทำงานแบบเดิมนั้น เกษตรกรจะต้องมีการสัมผัสกับสารเคมีเกือบทุกจุดบนร่างกาย ดังนั้นเราจึงมั่นใจว่าด้วยการใช้งานเฮลิคอปเตอร์ ไร้คนขับนั้น เกษตรกรจะปลอดภัยในการทำงานกับสารเคมีมากขึ้นกว่าเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำงานของเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับนั้น เป็นการพัฒนาและออกแบบมา เพื่อใช้งานในการเกษตรโดยเฉพาะ และมีการออกแบบหัวพ่น (Nozzle) ให้มีการทำงานร่วมกับแรงลมใต้ใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับที่จะช่วยกดน้ำยาสารเคมีลงสู่พืชได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีการควบคุมปริมาณโดยกล่องคอมพิวเตอร์ภายในเครื่องยนต์ที่จะช่วยควบคุมการจ่ายน้ำยาลงสู่พืชให้ได้ปริมาณตามที่คำนวณเอาไว้อย่างแม่นยำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การฉีดพ่นสารเคมีโดยเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับนั้น จะเป็นการฉีดพ่นโดยการใช้ปริมาณน้ำน้อยมากเพียง 1.28 ลิตรต่อไร่ซึ่งน้อยกว่าการใช้น้ำการการเกษตรแบบปัจจุบัน 40-60 เท่าซึ่งจะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำในประเทศ เพื่อการเกษตรลงอย่างมหาศาลแต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพของสารเคมีได้ดังเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับบริษัทของเราเป็นนับเป็นบริษัทแรกในประเทศไทย ที่ได้รับใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจในการเดินอากาศโดยใช้อากาศยานไร้คนขับอย่างถูกต้องจากกรมการบินพลเรือนและกระทรวงคมนาคม ในการขอใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจในการการเดินอากาศกับกรมการบินพลเรือนนั้นจะต้องขออนุญาติ ทั้งหมด 3 ส่วนหลัก ได้แก่&amp;nbsp;
ที่จะให้บริการรับจ้างพ่นสารเคมีในการเกษตรในเมืองไทย โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับ ที่จะเน้นให้บริการกับการเกษตรแปลงใหญ่เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่จะมีการเน้นให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มกันเพื่อให้การทำงานแต่ละขั้นตอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในช่วงแรก บริษัท สยามยามาฮ่า มอเตอร์ โรโบทิคส์ จำกัด จะเน้นให้บริการในการฉีดพ่นสารเคมีในการปลูกอ้อยและข้าวโพด ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย และโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการปลูกในลักษณะของเกษตรแปลงใหญ่ซึ่งการใช้งานเฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับนั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีขึ้น ลดระยะเวลาในการฉีดพ่นสารเคมีลง และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานของเกษตรกรได้มากขึ้น&amp;rdquo; นายปิยุรัช กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75493</URL_LINK>
                <HASHTAG>มนตรี เด่นไพโรจน์ศักดิ์, สยามยามาฮ่า, เฮลิคอปเตอร์ไร้คนขับพ่นสารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f44a42583d3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
