<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เขา’กลัวทอน-บุตร ดิ้น!ไม่ใช่ปฏิกษัตริย์นิยมเพราะ‘กกต.’รับรองแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิ้นเฮือกสุดท้าย &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ร่ายยาวไม่เคยคิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่ปฏิกษัตริย์นิยมเพราะ กกต.รับรองให้ลงเลือกตั้ง แต่ &amp;quot;เขา&amp;quot; กลัวอนาคตใหม่ ต้องการกำจัดให้พ้นจากการเมืองไทยด้วยวิธีที่ใช้อยู่เสมอคือข้อหาล้มเจ้า โยนพวกคิดแบบเผด็จการบั่นทอนสถาบัน อุลตรา-ไฮเปอร์รอยัลลิสต์ เหนี่ยวรั้งการเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษาอำนาจพวกเขา เป็นอันตรายต่อสถาบัน ด่าไทยโพสต์เป็นใบปลิว ลั่นหากถูกยุบก็จะเดินทางไปทั่วประเทศอภิปรายต่อหน้า &amp;quot;พวกมัน&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 ม.ค.63 ที่ห้องประชุมชั้น 4 ตึก SC3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จัดงาน &amp;quot;Future is now อย่ากลัวอนาคต&amp;quot; โดยมีแกนนำร่วมพูดคุยบนเวทีประกอบด้วย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พูดคุยในเรื่องพิมพ์เขียวประเทศไทย&amp;amp;อนาคตชาติ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงปิดคดียุบพรรคอนาคตใหม่ โดยช่วงสุดท้ายคือช่วงถามแรงตอบตรง โดยมีนายสุทธิชัย หยุ่น เป็นพิธีกรในช่วงดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม บรรยากาศบริเวณหน้าห้องประชุม พรรคได้จัดบูธขายของที่ระลึกรวมทั้งบูธบริจาคเงินเข้าพรรคและต่ออายุสมาชิกพรรค ในส่วนของผู้เข้าร่วมงานมีหลากหลายวัยตั้งแต่นักศึกษา คนวัยทำงาน รวมถึงผู้สูงอายุกว่า 1 พันคน ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการจัดงานของพรรคอนาคตใหม่ครั้งนี้ ได้เลือกสถานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งกำลังจัดการแข่งขันฟุตบอลชายชิงแชมป์เอเชีย ยู-23 &amp;nbsp;2020 ทำให้เห็นว่ามีผู้ร่วมงานบางส่วนที่ใส่ชุดกีฬาทีมชาติไทยเข้าร่วมงานด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายปิยบุตรเริ่มกล่าวอภิปรายถึงที่มาของการจดจัดตั้งพรรค ที่แรกเริ่มถูกนายสนธิญา สวัสดี &amp;nbsp;ปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ไปร้องเรียนไม่ให้จดจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ โดยอ้างกรณีตนร่วมกับคณะนิติราษฎร์รณรงค์แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่ในที่สุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็รับรองให้จดทะเบียนพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการเลือกตั้งพรรคอนาคตใหม่ได้คะแนนทั่วประเทศกว่า 6.3 ล้าน ไม่กี่วันนายณฐพร โตประยูร &amp;nbsp;ไปร้องกล่าวหานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กับตนเองและพรรค ว่ามีพฤติกรรมล้มล้างปกครอง ใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ที่ระบุบุคคลใดจะใช้เสรีภาพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ เช่นถ้ามีคนใช้เสรีภาพเรียกร้องให้ทหารมายึดอำนาจ นี่คือการใช้เสรีภาพล้มล้างการปกครอง แล้วถ้าศาลเห็นว่าเป็นการล้มล้างก็สั่งให้เลิก มาตรา 49 &amp;nbsp;ไม่ใช่เรื่องยุบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรอธิบายข้อกล่าวหาของนายณฐพรที่ยกเรื่องต่างๆ มากมาย มาจินตนาการสรุปเองว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง ประกอบด้วยกรณีสมัยตนเองเป็นอาจารย์ ถูกนำบทความและงานวิชาการมาตัดต่อโยงร้อยรัด, บทบาทรณรงค์แก้ไขมาตรา 112, บทสัมภาษณ์นายธนาธรก่อนเป็นนักการเมือง, &amp;nbsp;นโยบายพรรคที่ให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญมากล่าวหาล้มล้าง ทั้งที่รัฐธรรมนูญ 2540 ทำมาแล้ว และคนฉีกรัฐธรรมนูญกลับไม่กล่าวหา, นโยบายลงนามสัตยาบันธรรมนูญกรุงโรม ทั้งที่เราเสนอเพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนโดนสังหารตายหมู่กลางกรุงเทพฯ อย่างที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดไม่มีตรงไหนที่คุณธนาธรกับผมบอกต้องเปลี่ยนจากประชาธิปไตยเป็นเผด็จการ ไม่มีตรงไหนบอกเปลี่ยนพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเป็นประธานาธิบดี หลายประเด็นเกิดขึ้นก่อนตั้งพรรค ไม่ได้เกี่ยวกับพรรค เมื่อ กกต.รับรองแล้ว ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งแล้ว เราก็ลงเลือกตั้งแล้ว ได้ ส.ส. จะล้มล้างได้อย่างไร&amp;quot;
เขากลัวธนาธร-ปิยบุตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า เมื่อพิจารณาทั้งหลายทั้งปวง คำร้องของนายณฐพรเป็นเรื่องไร้สาระที่สุด ไม่ต่างอะไรจากใบปลิว เขาร้องเมื่อพรรคประสบความสำเร็จ เขาหวาดกลัวกระแสพลังคนที่ฝันจะเห็นไทยมีอนาคตที่ดีกว่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขากลัวคุณธนาธร กลัวผม กลัวพรรคอนาคตใหม่ ต้องการกำจัดพวกเราให้พ้นจากการเมืองไทยให้ได้ วิธีที่ใช้อยู่เสมอคือข้อหาล้มเจ้า ต้องการสื่อให้สังคมเข้าใจผิดว่าคุณธนาธรและผมคือพวกล้มเจ้า ต้องกำจัดออกไป เขากังวลใจกับความเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้พวกเขาสูญเสียอำนาจ ยืนยันว่าคุณธนาธร ผมและพรรคไม่เคยคิด ไม่คิด และไม่กระทำการอันเป็นการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอน พวกเรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวถึงการกล่าวหาคำใหม่ว่า &amp;quot;ปฏิกษัตริย์นิยม Anti Royalism&amp;quot; ว่า ขอยืนยันนายธนาธร ตนและพรรคไม่ใช่ปฏิกษัตริย์นิยม แต่พวกเราต้องการประชาธิปไตยสมบูรณ์ โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ เราไม่ได้ทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ เราปฏิรูปให้ประชาธิปไตยก้าวหน้าดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ประชาธิปไตยปกปักรักษาสถาบันให้ยั่งยืนสมพระเกียรติ มั่นคงสถาพรตลอดไป &amp;nbsp;แต่ความคิดแบบเผด็จการจะบั่นทอนสถาบัน อุลตรา-ไฮเปอร์รอยัลลิสต์ หรือกษัตริย์นิยมล้นเกิน เหนี่ยวรั้งการเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษาอำนาจพวกเขา เป็นอันตรายต่อสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อบางสำนัก นักการเมืองบางคนบางค่ายเดินหน้าปลุกระดมสร้างความเกลียดชัง ใส่ร้ายป้ายสีเราเป็นวายร้ายตัวใหม่ วิธีการแบบนี้ใช้มายาวนาน โศกนาฏกรรม 6 ตุลามาจากข้อหาแบบนี้ คนเหล่านี้ไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์ทบทวน ใช้ข้อหาแบบนี้แบ่งแยกประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันนี้ (18 ม.ค.63) จงใจพาดหัวว่าพวกเราอยู่ตรงข้ามสถาบัน อ้างถึงการอัดคลิปของผม ยืนยันว่าการยุบพรรคเป็นการนำประเด็นสถาบันมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง &amp;nbsp;หากยุบพรรคเกิดขึ้นจริง กำลังบอกหรือไม่ว่าผมและคุณธนาธรเผชิญหน้ากับสถาบัน แต่ไทยโพสต์นำไปบิดเบือนพาดหัว ไม่ใช่สื่อมวลชนแต่เป็นใบปลิว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรอภิปรายถึงข้อกล่าวหาว่าเป็นพวกสุดโต่ง ไม่สอดคล้องกับสังคมไทยว่า พวกเราต้องการเปลี่ยนแปลงนำสังคมไทยออกจากความขัดแย้ง เราต้องการประชาธิปไตย เสรีภาพ เสมอภาค หยุดรัฐประหารแทรกแซงทางการเมือง ขจัดความเหลื่อมล้ำ ทลายรัฐราชการรวมศูนย์ ฯลฯ ทั้งหมดนี้คือเรื่องปกติที่ทุกประเทศอยากจะมี ใฝ่ฝัน คนที่ป้ายสีเขาใส่แว่นของขวาตกขอบ อุลตรา-ไฮเปอร์รอยัลลิสต์ เวลามองมาที่เราเลยกังวลว่าเป็นพวกหัวรุนแรง ความจริงพวกเขาต่างหากสุดโต่งที่สุด ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของบ้านเมือง คนเหล่านี้ต้องการหยุดที่เดิม ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง เหนี่ยวรั้งพัฒนาการประเทศ ผลักเราให้เป็นศัตรู ยิ่งจะนำมาสู่อันตราย
ปากกาไม่ได้อยู่ที่ผม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายกตัวอย่างว่า หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา มีรัฐประหาร นายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกฯ แช่แข็งประเทศไม่มีเลือกตั้งเพื่อปฏิรูป ชนชั้นนำที่มีเหตุผลมองว่าขวาตกขอบจะพาไทยไปลงเหว จึงรัฐประหารอีกครั้งให้ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกฯ เมื่อใดที่มีการกดขี่ก็จะมีการต่อสู้ ถ้าคนมีอำนาจมองการณ์ไกลจะไม่ปราบปรามคนลุกขึ้นต่อสู้ จะยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น จะเดินหน้าปฏิรูป &amp;nbsp;ในหลวงรัชกาลที่ 5 ก็ทรงปฏิรูปประเทศไทยสำเร็จ รัชกาลที่ 7 ทรงประนีประนอมกับคณะราษฎร ก่อเกิดรัฐธรรมนูญ รัชกาลที่ 9 ทรงนำไทยผ่านการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ รักษาประชาธิปไตยได้ นายกฯ &amp;nbsp;เกรียงศักดิ์จนถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เช่นเดียวกัน นำคนที่มีความคิดก้าวหน้าเชิญออกมาจากป่า เพื่อให้มาต่อสู้ทางการเมืองในระบบรัฐสภา การตกลงเพื่อปฏิรูปไปด้วยกันอย่างมีวิสัยทัศน์ ไทยทำสำเร็จแล้ว เชื่อว่าไทยยังสามารถปฏิรูปร่วมกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า วันที่ 21 ม.ค.ที่จะถึงนี้ ศาลจะออกนั่งบัลลังก์วินิจฉัย จะตัดสิทธิ์ตน นายธนาธร และยุบพรรคหรือไม่ ตนยืนยันเสมอพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้วไม่มีทางยุบและตัดสิทธิ์ได้ แต่ปากกาไม่ได้อยู่ที่ตน อยู่ที่ศาล ตนเดินทางไปไหนมาไหนมีแต่คนบอกยุบแน่ ไม่คดีนี้ก็คดีหน้า &amp;nbsp;เราไปไหนก็มีแต่ยุบแน่ตลอด ยิ่งคนพูดเท่าไหร่แสดงให้เห็นว่าคนมองการยุบพรรคไม่ใช่เรื่องกฎหมายล้วนๆ แต่เป็นเรื่องการเมือง ไม่สนใจข้อหาข้อเท็จจริง ยุบแน่เพราะตนและนายธนาธรเป็นอันตรายต่อผู้ครองอำนาจปัจจุบัน คนครองอำนาจหวังว่า ส.ส.พรรคที่ถูกยุบจะย้ายค่าย จะเอาให้ได้เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพอยู่ยาวครบ 4 ปี หวังแกนนำพรรคหายไปจากการเมืองกลับไปพักผ่อน หวังว่าความคิดของพรรคจะสูญสลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นเราจะทำอย่างไร เราทำได้อย่างเดียวให้อาวุธยุบพรรคกลายเป็นกระสุนด้านให้ได้ ตนขอเรียกร้องให้เพื่อน ส.ส.ของพรรคทั้งหมด เมื่อใดที่ศาลให้ยุบพรรค เรียกร้องให้ทุกคนย้ายไปอยู่พรรคที่มีแนวทางแบบอนาคตใหม่โดยพร้อมเพรียงกัน ถ้าศาลวินิจฉัยยุบพรรค ขอเรียกร้องให้สมาชิก 6 หมื่นกว่าคนไปสมัครพรรคใหม่พร้อมกัน ต่อแถวให้ยาวทุกจังหวัด 6 หมื่นคนของพรรคจะอยู่ที่ใหม่เป็นแสนเป็นล้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคุยกับคุณธนาธรเรียบร้อยแล้ว งานนี้เอาจริงไม่มีถอย วันนี้ไม่ช้าก็เร็วต้องมาถึง เมื่อมาถึงคุณธนาธรจะรณรงค์การเมืองต่อเนื่อง ไม่กลับไปทำธุรกิจ ผมไม่สามารถอภิปรายในสภาได้ ก็จะเดินทางไปทั่วประเทศอภิปรายต่อหน้าพวกมัน แล้วบ้านใหม่ก็จะดำเนินการตามแนวทางอนาคตใหม่ทั้งหมด อาวุธยุบพรรคจะกลายเป็นกระสุนด้านทันที ต่อไปนี้จะไม่กล้ายุบ ยุบไปเป็นกระสุนด้านไม่เกิดประโยชน์ ไม่อันตรายต่อผม คุณธนาธร หรือชาวพรรค&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่กล่าวถึงผลร้ายหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินตามคำร้องของนายณฐพรว่า &amp;nbsp;หากใช้คำร้องแบบนี้จะเกิดกลุ่มเกสตาโป ดูการแสดงความคิดเห็นของคนไทยเก็บเอาไว้ ตัดแปะท่อนต่างๆ มาผสมแล้วเอาไปร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ตัดสิทธิ์การเมือง นี่คือเกสตาโปแบบใหม่ ก่อนหน้านี้คนจำนวนมากเกิดความสิ้นหวังกับสังคมไทย ตนก็เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น เมื่อเราเห็นหนทางจึงกลับมาฉุดสังคมไทยให้มีความหวังต่อ รัฐประหารกี่ครั้งก็อ้างนักการเมืองไม่ดี เราก็ทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ให้สภาอย่างต่อเนื่อง เรากระตุ้นให้คนหนุ่มสาวหันมาสนใจการเมืองมากกว่าเรื่องส่วนตัว ที่ผู้มีอำนาจก็ต้องการ แล้วจะยุบจะฆ่าตัดตอนพรรคอนาคตใหม่ไปทำไม คุณกำลังผลักให้คนหนุ่มสาวเห็นถึงความอยุติธรรม ผลักออกไปมากขึ้น เป็นรอยแตกแยกระหว่างรุ่น ตนไม่พึงประสงค์ให้เกิดแบบนี้
อำนาจมาจากไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาย้ำเรื่องการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลว่า ไม่ใช่ประชาธิปไตย ลงทุนลงแรงก่อรัฐประหาร ใช้อำนาจออกคำสั่งละเมิดสิทธิเสรีภาพ ใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ คนเดียวตั้ง ส.ว. 250 &amp;nbsp;มาเลือกตัวเองเป็นนายกฯ เลื่อนเลือกตั้ง แบ่งเขตพิสดาร ใช้คดีความ อิทธิพลดึง ส.ส.ไปอยู่พรรค &amp;nbsp;คำนวณสูตรพิสดารให้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่หายไป กระจายให้พรรคอื่น ใช้อิทธิพลดึง ส.ส. โหวตแพ้แล้วขอนับใหม่ ก่อตั้งระบอบอะไรก็ไม่รู้แลกต้นทุนมหาศาล ครองอำนาจต่อไปเรื่อยๆ ประชาธิปไตยประกันความแน่นอนชัดเจนว่ากติกาเป็นอย่างไร อำนาจมาจากไหน ตรงข้ามเผด็จการไม่ประกันความแน่นอน เขาทำอะไรก็ได้เพียงเพื่อให้ผลลัพธ์ของเผด็จการบรรลุผล พวกเราต้องช่วยกันต่อต้านไม่ให้พวกครองอำนาจสืบทอดอำนาจระบอบไม่มีชื่อได้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวช่วงท้ายว่า ผู้ครองอำนาจต้องศึกษาอดีต แก้ไขปัจจุบัน ไปสู่อนาคตที่ดีกว่า ต้องยอมรับความจริงว่าอนาคตใหม่เป็นปรากฏการณ์จริงของสังคมไทย ถ้าคิดว่าเกิดจากการปลุกปั่นล้างสมอง คือตีโจทย์ผิด ไม่สามารถแสวงหาคำตอบที่ถูกต้องได้ สังคมไทยต้องการเปลี่ยนแปลง คนครองอำนาจมาเรื่อย คนไม่มีอำนาจลุกขึ้นมาต่อสู้ แทนที่จะกำราบให้หมด ต้องแบ่งสันปันส่วนอำนาจทรัพยากรให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ไทยผ่านสถานการณ์แบบนี้มาหลายหน อย่ากลัวอนาคตเพียงเพราะมองไม่เห็นมัน ไม่รู้จักมัน วันนี้อนาคตปรากฏเบื้องหน้าแล้ว ทำความรู้จักออกแบบอนาคตร่วมกัน อยู่กับอนาคตใหม่ประเทศไทยร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ข้อความที่นายปิยบุตรระบุเอาไว้เมื่อวันที่ 17 มกราคม ถึงผลร้าย 3 ข้อที่จะเกิดขึ้นกับสังคมไทยหากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ซึ่งข้อ 3 ระบุว่า &amp;quot;นี่จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เรานำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือในการทำลายล้างศัตรูทางการเมือง คุณกำลังจะผลักไสกลุ่มคนจำนวนมากในสังคม ให้ไปอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างนั้นหรือ นี่คืออันตรายที่คุณไม่รู้ตัว หรืออาจรู้แต่ไม่สนใจก็ไม่ทราบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธรกล่าวในหัวข้อ พิมพ์เขียวประเทศไทย &amp;amp; อนาคตใหม่ชาติ ว่าการพัฒนาเศรษฐกิจ ภายใต้โมเดล &amp;quot;สู้ซ่อมสร้าง&amp;quot; พร้อมหยิบยกโมเดลเศรษฐกิจแบบประชารัฐขึ้นมาพูดคุย ซึ่งเป็นการพยายามนำกลุ่มทุนใหญ่มาทำงานกับภาครัฐ โดยคาดหวังว่าจะพาประเทศไทยไปข้างหน้า ขณะเดียวกันได้ดึงผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดเล็กให้เติบโตไปด้วย ทั้งนี้มองว่าโมเดลประชารัฐเป็นการตั้งอยู่บนสามขา โดยขาหนึ่งให้กลุ่มทุนใหญ่เป็นห้องเครื่องเศรษฐกิจ ดึงต่างชาติมาลงทุนและสงเคราะห์คนยากไร้แค่พอยังชีพผ่านกลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดังนั้นอนาคตประเทศไทยภายใต้โมเดลประชารัฐ จะนำประเทศไทยไปในทิศทางที่กำหนดให้ทุนใหญ่เป็นผู้กำหนดทิศทางประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มการผูกขาดมากขึ้น เป็นการพึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติจะทำให้เกิดการเติบโตแบบไร้เทคโนโลยี
พิมพ์เขียวประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าวอีกว่า อำนาจที่มาจากการแต่งตั้งของผู้มีอำนาจอยู่สูงกว่าเสียงของประชาชน จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้น และการกีดกันเสรีภาพจะส่งผลให้เกิดอุปสรรคการพัฒนาประเทศ ทั้งนี้ส่วนตัวและพรรคอนาคตใหม่อยากเห็นพิมพ์เขียวประเทศไทยที่ประชาชนมีงาน ที่มีคุณภาพสวัสดิการ สร้างความมั่นคงให้ชีวิต และเป็นเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อที่จะได้เท่าทันโลก พร้อมเข้าถึงบริการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพอย่างเท่าเทียม มีความเสมอภาคทางสิทธิเสรีภาพได้รับความยุติธรรม มีสังคมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังกล่าวว่า เศรษฐกิจประเทศไทยป่วยหนักทั้งการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่ภาคเอกชนโดยการลงทุนและการส่งออกอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ทั้งหมดจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งการลงทุนของภาครัฐมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เช่นอุตสาหกรรมรถไฟไทย หากไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเองได้ ก็จะสร้างมูลค่าเพิ่มและการสร้างงานในประเทศเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งทั้งหมดนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่สร้างอุตสาหกรรม คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเห็นว่าการพัฒนาระบบอุตสาหกรรมการกำจัดขยะ เป็นอีกหนึ่งโมเดลที่จะช่วยพัฒนาระบบเศรษฐกิจ โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศซึ่งต้องลงทุนกว่า 2 แสนล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่จะต้องพัฒนาควบคู่ไปพร้อมกับการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่คือ พิมพ์เขียวการบริหารภาครัฐทั้งในแง่ของเงินเดือนข้าราชการ สวัสดิการตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้การพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีตั้งแต่เด็กมีความสำคัญอย่างยิ่ง มองว่าการลงทุนประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาทกับศูนย์เทคโนโลยีประจำอำเภอ จะเป็นพิมพ์เขียวสำหรับการพัฒนามนุษย์ให้เกิดความเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรย้ำว่า ตนและพรรคอนาคตใหม่มีความตั้งใจที่จะทำให้นโยบายของพรรคที่เคยสัญญาไว้กับประชาชนเป็นรูปธรรม เช่นการผลักดัน พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า, การปฏิรูปกองทัพเป็นแนวคิด พ.ร.บ.รับราชการทหาร เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่เกิดการจัดการปัญหาโครงสร้าง โดยเฉพาะการจัดการกับรัฐธรรมนูญ และการจัดการทางการเมืองที่จะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายถวิล เปลี่ยนศรี สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้ &amp;quot;ผมคนหนึ่งล่ะ ที่ชื่นชมคนรุ่นใหม่ตลอดมา และเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของคนรุ่นใหม่ได้ดี เพราะก่อนหน้านี้ ก็เคยผ่านวัยคนรุ่นใหม่ ที่มีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับคนรุ่นเก่าแบบนี้มาก่อน และแน่นอนในที่สุดคนรุ่นใหม่ก็ต้องรับหน้าที่ขับเคลื่อนประเทศแทนคนรุ่นเก่า ตามวัฏจักรต่อไป&amp;quot;
ท่าทีไม่แยแส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่คนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนนั้น ต้องรู้ &amp;#39;กาลเทศะ&amp;#39; ด้วย... สองคำนี้สำคัญมาก ฝรั่งจะเรียกอะไรก็ตาม แต่ทางภูมิปัญญาตะวันออก เราทราบกันมานานแล้วว่า เรื่องนี้สำคัญอย่างไร คือต้องรู้อะไรควรไม่ควร ถึงเวลาหรือยัง เหมาะหรือไม่เหมาะกับสังคมไทย ที่สำคัญต้องเรียนรู้จากคนรุ่นก่อนด้วย ไม่ใช่แสดงท่าทีไม่แยแส สนใจ ไปจนถึงขั้นดูถูก ดูแคลน แบ่งแยก เดียดฉันท์ อย่างที่นักการเมือง ที่เรียกตัวเองว่า &amp;#39;คนรุ่นใหม่&amp;#39; กลุ่มหนึ่งทำอยู่เสมอๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผิดไปจากนี้ เท่าที่เห็นมาเปลี่ยนแปลงสังคมไม่ได้หรอกครับ ไม่ว่าเปลี่ยนเล็กหรือเปลี่ยนใหญ่ ที่สำคัญนอกจากเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ไม่สำเร็จแล้ว ยังเป็นอันตรายแก่ตัวอีกด้วย อันตรายไม่ใช่เพราะใครเขากลั่นหรือแกล้งหรอก แต่เพราะไม่ดู &amp;#39;กาลเทศะ&amp;#39; อย่างที่ว่านั่นแหละครับ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;nbsp;&amp;quot;มากไปไหม ใกล้ถึงวันตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ 21 มกราคมนี้ คดีล้มล้าง ดูนายปิยบุตรออกมาข่มขู่สังคมไทยอีกแล้วครับ ทั้งเรื่องความแตกแยกระหว่างวัย และการผลักคนไทยในสังคมให้อยู่ตรงข้ามกับสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมคิดว่านายปิยบุตรกำลังเข้าใจอะไรผิด มากไปไหม เพราะสิ่งที่คุณกล่าวมาทั้งหมด คือความพยายามต้องการให้เกิดขึ้นของพวกคุณเองทั้งสิ้น เพียงแต่วันนี้สังคมไทยเขารู้ทันพวกคุณเท่านั้นเอง จึงมีคนไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากเตือนพวกคุณว่า สังคมไทยนั้นมีรากเหง้า มีความเป็นพี่เป็นน้อง ลุงป้าน้าอา และผูกพันกับสถาบันมายาวนานกว่า 700 ปี สิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกคุณวันนี้ คือผลกรรมที่ทำมาเองทั้งสิ้นในช่วง 1-2 ปี &amp;nbsp;ไม่มีใครไปกลั่นแกล้งรังแกพวกคุณเลย โปรดเรียนรู้วิถีของสังคมไทย ถ้าไม่ยอมเรียนรู้ สงสัยประเทศนี้ก็คงไม่เหมาะกับพวกคุณ&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย แย้งความเห็นของนายปิยบุตรที่ว่าหากยุบพรรคอนาคตใหม่จะเกิดผลร้าย 3 ด้านต่อสังคมไทย โดยระบุว่า &amp;quot;กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคดีอิลลูมินาติ คือข้อกล่าวหาว่าธนาธร และพลพรรคอนาคตใหม่ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และคดีอื่นๆ ที่กำลังตามมาอีกหลายคดี ตามที่ กกต.ได้ส่งคำร้องให้ศาลวินิจฉัยนั้น หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ จะเกิดผลต่อสังคมไทยใน 3 ประการ คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1) การยุบพรรคอนาคตใหม่ จะทำลายความหวังและความฝันของคณะกรรมการบริหารพรรคนี้ทั้งหมด เพราะต้องถูกเว้นวรรคทางการเมืองไปหลายปี ส.ส.และนักการเมืองในพรรคจะมีโอกาสขึ้นมานำพรรคได้บ้างและทำให้นักการเมืองระมัดระวังตนเองมากขึ้น ไม่ให้ซ้ำรอยเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2) เกิดความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติ ไม่มีใครมายุแยงแบ่งแยกกันของช่วงวัย ช่วงอายุของคนในสังคม เกิดการผสมผสานระหว่างวัยมากขึ้น หรือที่เรียกว่า &amp;quot;Combination of ages&amp;quot; ที่จะลดความแตกแยกขัดแย้งกันลงมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3) ที่สำคัญที่สุด นี่จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่สถาบันพระมหากษัตริย์ จะถูกปกป้องโดยศาลและประชาชน &amp;nbsp;ที่จะมิให้ผู้ใดนำมาเป็นเครื่องมือกล่าวหาในทางการเมือง ทำให้กลุ่มคนจำนวนมากในสังคมที่เคารพรัก เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้คลายความกังวลลงอย่างมาก นี่คือผลดีที่บางคนไม่รู้ตัว หรืออาจรู้แต่ไม่สนใจก็ได้&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54920</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรคอนาคตใหม่, ยุบพรรค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฮือกสุดท้าย, ไทยโพสต์เป็นใบปลิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200118/image_big_5e2305b3343bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
