<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประหารสถานเดียว! &#039;2 ลูกชายเล่าต๋า&#039; ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.64 - ที่ห้องพิจารณา 712 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ย.2613/2562 ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายปรีชา แสนลี่, นายอำนาจ แสนลี่ (ทั้งสองเป็นลูกชายนายเล่าต๋า แสนลี่ นักค้ายาเสพติดระดับชาติ), นายสมเจต แสนฟู่, นายปริญญา หรือหนึ่ง หมื่นอภัย, น.ส.ศิริวรรณ วงค์สา, นายศุภกร ภารสวัสดิ์, นายนัฐพงษ์ หมื่นอภัย และ นายเชาวสิทธิ์ แก้วกองมา เป็นจำเลยที่ 1-8 ในความผิด พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ, พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 12 พ.ค. 2561 - 11 พ.ค. 2562 พวกจำเลยได้ร่วมกันมีเฮโรอีน ไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ที่บรรจุในถุงและหลอด น้ำหนักรวม 12 กก.เศษ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันฟอกเงิน โดยมีการวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำจัดหายาเสพติด ลำเลียงส่งจำหน่ายจากพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ไปที่ อ.สุไหง-โกลก จ.นราธิวาส และที่อื่นเกี่ยวพันกัน โดยมีจำเลยที่ 6-8 ให้ความช่วยเหลือ เปิดบัญชีธนาคารพาณิชย์หลายแห่งเพื่อรับเงิน-โอนเงินจากการค้ายาเสพติด เพื่อการฟอกเงินโดยนำไปซื้อบ้าน สิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ ที่ดิน &amp;nbsp;สัตว์เลี้ยงและอื่นๆ รวม 220 รายการ มูลประมาณ 200 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 3 ก.ย. 2562 เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมพวกจำเลยได้ พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1-5, 7-8 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 6 ให้การรับสารภาพ วันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยทั้งหมดมาจากเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว รับฟังได้ว่า พยานหลักฐานของโจทก์ชี้ให้เห็นว่า จำเลยที่ 1-3 และ 6 เป็นการรับสารภาพเพราะจำนนต่อจากพยานหลักฐานของโจทก์ ทั้งเส้นทางการเงินในบัญชีและพยานคนสนิทให้การ ส่วนที่จำเลยที่ 4-5,7 นำสืบทำนองว่า รายได้ที่เข้ามาในบัญชีเป็นรายได้จากอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ขายวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างขายปูนและรายได้จากห้างหุ้นส่วนจำกัดวรรณศิริ 1985 (วัสดุก่อสร้าง) รวมถึงบิดามารดาของจำเลยมีรายได้ สามารถให้จำเลยที่ 4 ยืมเงิน และจำเลยที่ 4 โอนเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้ไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ ทางนำสืบของจำเลย 4, 5, 7, 8 ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-5 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 และจำเลยที่ 2-8 มีความผิดตาม พ.ร.บ.การฟอกเงินพ.ศ.2542 &amp;nbsp;การกระทำของจำเลยที่ 2-8 &amp;nbsp;เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยที่ 2-4 มีความผิดฐานสมคบกันเพื่อมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและได้มีการกระทำความผิด เพราะเหตุที่ได้สมคบกันและร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้ลงโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยที่ 5-8 ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเช่นเดียวกันกับตัวการให้ลงโทษประหารชีวิต และตามฟ้องจำเลยที่ 1, 4, 5 มีความผิดฐานสมคบกันเพื่อมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และได้มีการกระทำความผิดเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้ลงโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยที่ 2-8 มีความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้กระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกันกับความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันฟอกเงินซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยที่ 6-8 ให้การในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษคนละหนึ่งในสาม ฐานเป็นผู้สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด คงจำคุก จำเลยที่ 6-8 ตลอดชีวิต ฐานร่วมกันฟอกเงินคงจำคุกจำเลยที่ 6-8 คนละ 16 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อลงโทษจำเลยที่ 2-5 ประหารชีวิต และลงโทษจำคุกตลอดชีวิตจำเลยที่ 5-8 ตามฟ้องในข้อหาสมคบกันทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แล้วจึงไม่อาจนำโทษฐานอื่นมาเรียงกระทงลงโทษได้อีกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (3) คงประหารชีวิตจำเลยที่ 1-5 สถานเดียว และจำเลยที่ 6-8 ให้จำคุกตลอดชีวิต ริบของกลางทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93351</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักค้ายา, ประหารชีวิต, ลูกชายเล่าต๋า, เล่าต๋า แสนลี่, เฮโรอีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602ce57dc2130.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!เคนมผง ระบาดวัยรุ่น คืนเดียวดับ6</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กปั๊ด&amp;rdquo; สั่งตรวจสอบ &amp;quot;เคนมผง&amp;quot; ยาเสพติดรูปแบบใหม่แพร่ระบาดกลุ่มวัยรุ่น หลังพบหนุ่ม-สาวเสียชีวิตรวดเดียวถึง 6 ศพ &amp;quot;ผบช.ปส.&amp;quot; ชี้มีส่วนผสมของ &amp;quot;เฮโรอีน-เคตามีน-ไอซ์-ยานอนหลับ&amp;quot; ฤทธิ์แรงเสพครั้งเดียวถึงตาย เร่งส่งตัวอย่างให้ อย.แยกสารประกอบชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เกิดเหตุวัยรุ่นทั้งชาย-หญิงเสียชีวิตต่อเนื่องกันถึง 6 ราย ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 10 ม.ค. มาถึงช่วงเช้าวันที่ 11 ม.ค. เบื้องต้นสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมดมาจากยาเสพติด โดยเฉพาะย่านเจริญราษฎร์ 7 พบอุปกรณ์การเสพยาในที่เกิดเหตุ คาดว่าเกิดจากยาเคสูตรใหม่ที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นเรียกกันว่า &amp;quot;เคนมผง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำศพผู้เสียชีวิตเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมาจากสาเหตุระบบหายใจและหมุนเวียนโลหิต แต่จะเสียชีวิตจากยาเสพติดหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ให้ข้อมูลมาว่ายาตัวนี้น่าจะมาจากการผสมระหว่างเฮโรอีน เคตามีน ไอซ์ และยานนอนหลับชนิดหนึ่งซึ่งมีฤทธิ์กดประสาทและกระตุ้นประสาท ทำให้เกิดเอฟเฟ็กต์ต่อระกายประมาณหนึ่ง เป็นเรื่องการทดลองของกลุ่มผู้เสพยาอยากลองของใหม่ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยาเสพติดตัวนี้จะมีส่วนผสมอะไรบ้าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) อยู่ระหว่างนำไปตรวจวิเคราะห์ น่าจะทราบผลในเร็วๆ นี้ ภายหลังทราบเรื่อง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ บช.ปส.แม่งานเรื่องยาเสพติดไปสุ่มตรวจสอบตามสถานที่ที่คาดว่ายาเสพติดตัวนี้จะแพร่ระบาด พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ตรวจสอบสถานบริการที่คาดว่ายาเสพติดตัวนี้จะแพร่ระบาด และให้เร่งดำเนินการกวาดล้างทันที&amp;quot; พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากลุ่มผู้เสพยาที่เสียชีวิตหลายคนรู้จักคุ้นเคยกันหรือไม่ โฆษก ตร.กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ อยู่ระหว่างการสอบสวนของ บช.ปส. ที่ต้องสอบพยานแวดล้อม คือผู้เสพที่ยังไม่เสียชีวิต แต่ขอฝากไปยังกลุ่มวัยรุ่น ยาเสพติดจะผสมอะไรหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีอยู่แล้ว มันทำลายสุขภาพตัวเองและผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) กล่าวว่า นมผงตัวดังกล่าวเป็นยาที่ผสมขึ้นเองในหมู่ของผู้เสพเฉพาะกลุ่ม เพื่อให้ยามีฤทธิ์แรงขึ้น สนุกมากขึ้น และเพิ่มมูลค่าของตัวยาให้มีราคาสูงมากขึ้น ทั้งนี้พบว่ายาตัวดังกล่าวน่าจะมีที่มาจากแหล่งในจังหวัดปทุมธานี เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นแหล่งพักยาและสามารถหาส่วนผสมทั้งหมดได้ง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนผสมของยาดังกล่าวมี 4 ตัว คือเฮโรอีน เคตามีน ไอซ์ และยานอนหลับ จากการวิเคราะห์ในเบื้องต้นพบว่าตัวยาที่อันตรายที่สุดคือเฮโรอีน เนื่องจากยาเสพติดชนิดดังกล่าวมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอาการโอเวอร์โดส จนถึงขั้นเสียชีวิตได้มากที่สุด โดยมียานอนหลับเป็นตัวประสานตัวยาและตัวเร่งฤทธิ์ของยาทั้งหมด โดยผู้เสพจะมีอาการมึนเมาเหมือนคนเมาเหล้า แต่จะไม่มีกลิ่นสุรา และจะมีอาการสะลึมสะลือ โดยอาการที่อันตรายที่สุดคืออาการปากเขียวคล้ำ และมีเลือดออกทางจมูก เนื่องจากอาการดังกล่าวแปลว่าผู้เสพมีอาการเสพยาเกินขนาดจนร่างกายไม่สามารถรับได้ หรือน็อกยา หากพบอาการดังกล่าวให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ยาเสพติดประเภทดังกล่าวหากเสพเพียงครั้งเดียวก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ เพราะเป็นยาที่มีขนาดค่อนข้างรุนแรง&amp;quot; พล.ต.ท.มนตรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ปส.ระบุด้วยว่า ส่วนสาเหตุที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร จากการวิเคราะห์ของชุดสืบสวนเชื่อว่าในจุดดังกล่าวเป็นจุดที่มีอพาร์ตเมนต์ แหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงเป็นจุดที่ผู้ใช้ยาแต่ละคนนำยากลับมาเสพในที่พักของตนเอง ทั้งนี้คาดว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดน่าจะมีความเชื่อมโยงกันไม่ทางตรงก็ทางอ้อม จึงสามารถนำยาชนิดดังกล่าวมาเสพในกลุ่มและกระจายกลับไปในพื้นที่ของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ขอตัวอย่างยาที่พบในที่เกิดเหตุส่งให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.นำไปตรวจสอบแยกสารประกอบและตรวจสอบองค์ประกอบว่ามีตัวยาส่วนผสมชนิดใดมากที่สุด และยาเสพติดตัวใดที่ทำให้ถึงแก่ชีวิต&amp;quot; ผบช.ปส.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เรียก พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5, พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.สส.บก.น.5 เข้ารายงานข้อมูลเหตุมีผู้เสียเสพสารเสพติดเคนมผงเสียชีวิตหลายรายในพื้นที่ บช.น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นอาจมีผู้มาจำหน่ายให้หรือมีแหล่งไปเสพร่วมกัน ต้องไปขยายผล ทั้งนี้ยังไม่ยืนยันองค์ประกอบของสารตามที่เป็นข่าวว่าเป็นเคตามีนผสมยานอนหลับ เพราะต้องรอผลรายงานแพทย์ แต่ในชั้นนี้เคตามีนเป็นยาที่ใช้ในห้องผ่าตัด เมื่อมาแปลงสภาพใช้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เราจึงได้กำชับเรื่องควบคุมการจำหน่ายให้ บช.น., ภ.1-9 บช.ปส. ต้องลงไปดูเรื่องแหล่งจำหน่าย รวมทั้งสารบางตัวนอกจากต้องใช้ใบสั่งแพทย์ อาจนำเข้ามาตามแนวชายแดน บางคนเรียกว่าโคลนาซีแพม นำไปผสมเฮโรอีน พาราเซตามอล ซึ่งอะไรที่สามารถควบคุมแหล่งจำหน่ายได้ เราก็จะเร่งดำเนินการ เช่น ตามแหล่งจำหน่ายเปิด ร้านขายยา ได้ควบคุมตามกฎหมายหรือไม่ เพราะยาบางตัวซื้อขายได้หากมีใบสั่งแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า ได้รับรายงานล่าสุดเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 6 ราย เป็นชาย 3 หญิง 3 เหตุเกิดในท้องที่ สน.วัดพระยาไกร 5 ราย และ สน.สุทธิสาร 1 ราย ผู้เสียชีวิตมีอายุระหว่าง 21-34 ปี และเชื่อว่าทั้งหมดเสียชีวิตจากยาเสพติด เนื่องจากในที่เกิดเหตุตรวจพบผงสีขาวซึ่งเชื่อว่าเป็นยาเสพติด อยู่ระหว่างส่งตรวจพิสูจน์ว่ายาเสพติดดังกล่าวประกอบด้วยอะไรบ้าง ในวันพรุ่งนี้ (12 มกราคม) จะทราบผล และยังไม่พบข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89479</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคตามีน, เฮโรอีน, ไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffc3bfc76cca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัญญาณเตือนจาก&#039;ป.ป.ส.&#039; &#039;เฮโรอีน&#039;กลับมาระบาดเพิ่มขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นสัญญาณเตือนที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันเฝ้าระวัง การกลับมาแพร่ระบาดมากขึ้นของยาเสพติดประเภท&amp;nbsp; &amp;quot;เฮโรอีน&amp;quot; หลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ออกมาเตือนภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;นิยม เติมศรีสุข&amp;quot; เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) บอกถึงการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในช่วงนี้ พบ &amp;quot;เฮโรอีน&amp;quot; มีแนวโน้มกลับมาแพร่ระบาดมากขึ้น แม้จำนวนของผู้กระทำความผิดและผู้เข้ารับการบำบัดจะน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับยาบ้า แต่จะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจำนวนเริ่มเพิ่มมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเห็นได้ว่าในช่วง 1-2 อาทิตย์ที่ผ่านมา หลายคดีที่&amp;nbsp; &amp;quot;ตำรวจ&amp;quot; จับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด นอกจากมี &amp;quot;ยาบ้า&amp;quot; หรือ &amp;quot;ไอซ์&amp;quot; เป็นของกลางหลักแล้ว ก็จะมี &amp;quot;เฮโรอีน&amp;quot; พวงอยู่ด้วยเกือบทุกคดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา กองกำลังผาเมืองจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ของกลางที่พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุภายในเป้ 8 เป้ จำนวนประมาณ 800,000 เม็ด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งมี &amp;quot;เฮโรอีน&amp;quot; น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 จับกุม นายสุวพันธ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี และนายนัฐกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี&amp;nbsp; พร้อมของกลาง ไอซ์ 20 กก. เฮโรอีน 3.8 กก. รถกระบะ 1 คัน รวมมูลค่า 15 ล้านบาท ได้บริเวณถนนกาญจนาภิเษก ฝั่งขาเข้า แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็มี &amp;quot;เฮโรอีน&amp;quot; อีกเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลของสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) รายงานว่า สามเหลี่ยมทองคำยังเป็นแหล่งผลิตเฮโรอีนใหญ่ของโลก แม้ว่าปัจจุบันพื้นที่ปลูกฝิ่นจะลดลงไปอย่างมาก แต่เนื่องจากยังมีแหล่งผลิตในเมียนมา ทำให้เฮโรอีนถูกลักลอบลำเลียงข้ามชายแดนเข้ามายังไทยได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนที่กระจายสู่แหล่งแพร่ระบาดในประเทศ และส่วนที่ถูกส่งต่อไปยังประเทศที่สาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนข้อมูลการเฝ้าระวังของ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงาน ป.ป.ส. (ศปก.ป.ป.ส.) ก็พบการจับยึดของกลางเฮโรอีนในประเทศเพิ่มขึ้น โดยในปีงบประมาณ 2560 จับยึดได้ 376 กก. แต่ในปี 2562 เพิ่มขึ้นเป็น 941 กก. และ 8 เดือนของปี 2563 (ตุลาคม 2562-พฤษภาคม 2563) จับยึดได้ 352 กก. และล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2563 กองกำลังป้องกันชายแดนภาคเหนือ จับยึดเฮโรอีน 10 กก. ที่ถูกลำเลียงมาพร้อมกับยาบ้า 8 แสนเม็ด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากพิจารณาจากจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดรักษาเฮโรอีนก็พบว่าเพิ่มสูงขึ้น โดยในปี 2560 มี 3,744 คน แต่ในปี 2562 เพิ่มขึ้นเป็น 3,980 คน ส่วนในปี 2563 (8 เดือนแรก) มี 2,934 คน อีกทั้งส่วนใหญ่ของผู้เข้ารับการบำบัดรักษาเป็นรายใหม่&amp;nbsp; และที่น่าวิตกคือ 1 ใน 3 เป็นเยาวชน ขณะที่จำนวนผู้กระทำผิดใน 3 ปีที่ผ่านมาเฉลี่ยประมาณปีละ 1,250 คน สำหรับพื้นที่ที่พบว่ามีการแพร่ระบาดของเฮโรอีนมากคือ จังหวัดเชียงราย นราธิวาส กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และกาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุเฮโรอีนถูกจัดอยู่ในยาเสพติดที่ออกฤทธิ์รุนแรง (Hard drug) ทำลายสุขภาพให้ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว อยู่ในกลุ่มที่เสพติดง่ายและบำบัดรักษาให้เลิกได้ยาก ดังนั้นหากเฮโรอีนกลับมาแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น และโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน การแก้ไขปัญหาจะทำได้ยาก และส่งผลเสียต่อทรัพยากรมนุษย์ของชาติต่อไปในระยะยาว ดังนั้นจึงขอให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันสอดส่องดูแลเด็ก เยาวชน ที่เป็นบุตรหลานหรืออยู่ในความดูแลไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;สำหรับในพื้นที่ที่พบว่ามีการแพร่ระบาดของเฮโรอีนมาก&amp;nbsp; ได้สั่งการให้สำนักงาน ป.ป.ส.ที่รับผิดชอบพื้นที่ เร่งสร้างการรับรู้และความเข้าใจถึงปัญหาเฮโรอีนให้กับประชาชน และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด เฝ้าระวังปัญหานี้อย่างใกล้ชิด และดำเนินการแก้ไขให้ปัญหาลดลงโดยเร็ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลขาธิการ ป.ป.ส.เน้นย้ำช่วงท้าย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ถือว่าปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน และทำให้สังคมมีความปกติสุข โดยให้ทุกหน่วยบูรณาการการทำงานร่วมกัน ซึ่งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ได้มอบหมายให้สำนักงาน ป.ป.ส.เป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ขอให้พี่น้องประชาชนได้เชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69517</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิยม เติมศรีสุข, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เกษมราษฎร์, เฮโรอีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef216cc6eba9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
