<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพนกวิน&#039;กร้าวออกคุก1วันประกาศลุยปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ไม่เปลี่ยนแปลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.2564 - นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;ldquo;สาส์นแรกแห่งอิสรภาพ&amp;rdquo; ระบุว่า สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การคุมขังผม 93 วัน และการอดอาหารประท้วงความอยุติธรรมเป็นเวลา 57 วันของผมสิ้นสุดลงแล้ว โดยที่เมื่อวานนี้ ศาลได้คืนสิทธิประกันตัวให้ผมและพี่แอมมี่แล้ว แม้จะเป็นการประกันตัวโดยที่ศาลกำหนดเงื่อนไขมาบางประการ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นเงื่อนไขที่ตั้งขึ้นเพื่อสกัดกั้นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ผมจะถือว่าการที่ศาลเอาเรื่องทางการเมืองมาตั้งเงื่อนไขนี้เป็นเรื่องที่ศาลจะต้องพิจารณาตัวเองว่าดำรงตนในความยุติธรรมหรือไม่ อย่างไรก็ดี นี่คือการวางบรรทัดฐานว่าคดีมาตรา 112 ก็มีสิทธิได้รับการประกันตัว จากเดิมที่ในอดีตนั้นแทบไม่มีการได้ประกันตัวเลย และผมเชื่อว่ากฎหมายป่าเถื่อนมาตรานี้จะถูกยกเลิกไปในไม่ช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของเงื่อนไขนั้น ผมเห็นว่าไม่ได้ขัดข้องอะไรต่อการเคลื่อนไหว เพราะเงื่อนไขข้อที่ว่าห้ามมิให้สร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์นั้น ผมก็ไม่เห็นว่าผมจะสร้างความเสื่อมเสียอะไรให้สถาบันกษัตริย์ เพราะผมไม่คิดว่าสถาบันกษัตริย์จะเสื่อมเสียลงเพียงเพราะการที่ประชาชนพูดความจริง เช่นเดียวกับเรื่องการเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 ทวงคืนทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (เช่น หุ้น SCB) ยกเลิกกองกำลังส่วนพระองค์ เหล่านี้ผมไม่เห็นว่าจะสร้างความเสื่อมเสียให้สถาบันกษัตริย์ได้อย่างไร หากจะมองว่าการเรียกร้องให้กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องเสื่อมเสีย ก็คงจะต้องถามกันต่อว่าประเทศไทยปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นประมุข หรือปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์กันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นแล้ว สำหรับผม การต่อสู้เพื่อปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จะดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเงื่อนไขเรื่องห้ามเข้าร่วมการชุมนุมที่ก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองนั้น ผมยืนยันว่าตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมา ผมยึดมั่นในหลักการไม่ใช้ความรุนแรง การชุมนุมที่ผมเข้าร่วม หรือได้มีส่วนร่วมจัดนั้นล้วนแต่เป็นการชุมนุมโดยสงบ สันติ และปราศจากอาวุธทั้งสิ้น เท่าที่เห็นก็มีแต่จะไม่สงบบ้าง เพราะถูกเจ้าหน้าที่ ผู้ชุมนุมฝ่ายรัฐ และผู้ไม่ประสงค์ดีมาใช้กำลังเพียงเท่านั้น ดังนั้น ผมจึงเห็นว่าเงื่อนไขข้อนี้จะไม่เป็นอุปสรรคในการต่อสู้ของผมเช่นกัน และผมพร้อมที่จะเข้าร่วมทุกกิจกรรมหลังจากที่วิกฤติการณ์โรคระบาดระลอกนี้ (ซึ่งเกิดจากความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล) ได้ผ่านพ้นไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจะยังดำเนินต่อไปด้วยความเข้มข้นและเข้มแข็ง การต่อสู้ของเราดำเนินอยู่บนสัจธรรมความจริง เพราะไม่มีพลังใดจะยิ่งใหญ่เท่าพลังแห่งความจริง และความจริงย่อมเป็นสิ่งนิรันดร์ประดุจดวงดาว เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่มุมใดของฟ้า ดวงดาวก็จรัสแสง เช่นเดียวกับความจริง ไม่ว่าจะอยู่ในกรงขัง ในเครื่องทรมาน หรือที่หลักประหาร ความจริงก็ยังคงเป็นความจริงที่ทรงพลังและไม่มีวันตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก้าวต่อไปเฉพาะหน้า เราจะต้องช่วยกันปลดปล่อยผู้พูดความจริงอีกหลายคนที่ยังถูกจองจำอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นทนายอานนท์ พี่ไมค์ ระยอง แฟรงค์ ณัฐชนน และอีกหลาย ๆ ท่าน เราผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลายยังจะต้องต่อสู้เพื่อพิสูจน์ให้เห็นอย่างสมบูรณ์ว่าการพูดความจริงไม่ผิด และความเท็จไม่อาจคุมขังปิดบังความจริงได้ตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยังคงเป็นผม และยังคงศรัทธาในความจริงที่ว่าไม่มีใครหมุนเข็มนาฬิกากลับได้ และสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงซึ่งกำลังพัดโบกจะพาเราไปสู่อีกด้านหนึ่งของขอบฟ้าในไม่ช้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในระหว่างนี้ ตัวผมขอพักฟื้นร่างกายและหาอะไรกินก่อนจะเดินไปกับพี่น้องทุกท่านอีกครั้ง ผมยังคงเป็นคนเดิม สู้เพื่ออุดมการณ์ดังเดิม และจะมุ่งมั่นต่อการต่อสู้มากกว่าเดิมครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พฤษภาคม 2564 (1 วันหลังคืนสู่อิสรภาพ)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102624</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, สถาบันพระมหากษัตริย์, เพนกวิน, แกนนำกลุ่มราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b4c49d2eb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 07:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมยศ&#039;เล่าชีวิตในห้องขัง ชี้แกนนำคณะราษฎรเสี่ยงตายติดโควิด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เมษายน 2564 นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่มราษฎร &amp;nbsp;โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;nbsp;Somyot Pruksakasemsuk พูดถึง &amp;nbsp;ชะตากรรมเสี่ยงตายของแกนนำคณะราษฎร 4 คน ในสถานการณ์โควิดในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ
มีเนื้อความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อานนท์ นำภา , พริษฐ์ ชีวารักษ์ , ภาณุพงค์ จาดนอก , ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ ทั้ง 4 คน นอกจากถูกคุมขัง สูญเสียอิสรภาพ กลายเป็นนักโทษระหว่างการพิจารณาคดีของศาล เนื่องจากไม่ได้รับสิทธิประกันตัวนั้นจะเป็นนักโทษมีสถานภาพต่ำกว่านักโทษที่คดีเด็ดขาดแล้ว กล่าวคือ ไม่ได้รับประโยชน์การอภัยโทษ พักโทษ ไม่ได้รับโอกาสการร่วมกิจกรรมเช่น เล่นดนตรี หรือเข้าร่วมการอบรม หรือการได้รับข่าวสาร เหมือนกับนักโทษเด็ดขาดแล้ว แต่ทั้งสองอย่างนี้ เป็นนักโทษหรือผู้ต้องขังอยู่ด้วยกัน เป็นความทุกข์ทรมานแสนสาหัสสำหรับทั้งสี่คน &amp;nbsp;และที่ต้องทุกข์ทรมานเป็นทวีคูณก็คือเมื่อต้องมาศาลออกนอกเรือนจำ ต้องถูกกักตัวอยู่แดนสอง ซึ่งเป็นที่กักกันสำหรับนักโทษใหม่และนักโทษที่มาขึ้นศาล จึงเป็นความทรมานอีกชั้นหนึ่งที่กดทับบุคคลทั้งสี่คน &amp;nbsp;สำหรับเพนกวินที่อดข้าวด้วยแล้ว ยิ่งจะต้องทรมานเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษอีกด้วย วันแรกเข้าเรือนจำ เพนกิวิ้นน้ำหนัก 110 กก.ขณะนี้ลดลงเหลือ 96 กก. ครั้งสุดท้ายผมมองเขาในกล้องวงจรปิดแทบจำไม่ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่ผมกับใผ่ออกจากเรือนจำ มีคนติดเชื้อโควิดไปแล้วคือเจ้าหน้าที่ 1 คน นักโทษ 3 คน เป็นเหตุให้ต้องกักตัวคนอื่นๆที่อยู่ในไทมไลน์ของคนกลุ่มนี้ โดยที่เรือนจำมิได้แจ้งให้ทราบอย่างเปิดเผยว่ามีคนติดเชื้อโควิดแล้ว สำหรับชูเกียรติ แสงวงศ์ ถือเป็นรายที่ี 5 &amp;nbsp;ในแดนสองจึงถือว่า เป็นนรกสำหรับนักโทษ &amp;nbsp;ผมและพวกถูกกักกันต่อเนื่องเพราะออกศาลติดต่อกัน เป็นเวลาถึงสามรอบที่จำเป็นต้องถูกกักตัวในห้องขนาด 5X10 เมตร ห้องน้ำขนาดเล็กมาก ยกสูงจากพื้น ไม่มีประตู &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่มองเห็นตั้งแต่หัวถึงตีน ศาลได้เห็นภาพกล้องวงจรปิด จากกรณีที่รองอธิบดีราชทัณฑ์มีความขยันตรวจโควิดตอนเที่ยงคืนและตอนตีสอง เพื่อมาแยกห้องไม่ให้อยู่ด้วยกัน &amp;nbsp;ถึงกับอุทานว่าเป็นสภาพที่น่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง (สำหรับผมอยู่มาก่อนจนด้านชาไม่รู้ว่ามันน่าสมเพทเวทนาแบบนั้น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสี่คนจึงมีอัตราเสี่ยงสูงต่อการรับเชื้อโควิด ขณะเดียวกันก็อาจเป็นตัวไปแพร่เชื้อต่อไปอีกด้วยเนื่องจากความหนาแน่นของนักโทษในเรือนจำ และต้องนอนอยู่ด้วยกันห้องขังละ 30-40 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการถูกกักโรคของผม ยังทำให้ต้องนั่งกินข้าวกับพื้นหรือนั่งดูทีวีหรือนั่งคุยกันหัวเขาจึงเสื่อมลงอย่างรวดเร็วต้องกินยาแก้ปวดตลอด 3 ช่วงของการกักโรค ซึ่ีงมีความเครียดและเจ็บปวดสูงกว่าปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อานนท์ นำภา และภาณุพงศ์ จาดนอก ยืนสงบ ร่วมกับ ยืน หยุด ขัง หน้าศาลฎีกา ทุกวันระหว่างเวลา 18.00-18.30 ซึ่งเป็นช่วงสวดมนต์ &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายนเป็นต้นมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพนกวิ้นและเอมมี่ กับจัดสติน อยู่ชั้นสองสถานพยาบาล เนื่องจากเพนกวิ้นต้องให้น้ำเกลือ วันที่21เมษายน ชูเกียรติป่วยมีอาการเจ็บคอ ไข้สูง ปวดเมื่อย จึงถูกส่งตัวไปรักษาพยาบาล และในวันเสาร์ที่ 24 เมษายน 2564 เรือนจำส่งตัวชูเกียรติไปที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์เนื่องจากผลการตรวจเลือดเป็นบวก โดยทางโรงพยาบาลจะตรวจละเอียดและจะแจ้งผลให้ทราบอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ 26 เมษายน 64&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100611</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชะตากรรมเสี่ยงตาย, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, เสี่ยงติดโควิด, แกนนำกลุ่มราษฎร, แกนนำคณะราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6084bda8eb2fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โรม&#039;โวยจะมีศาลไปทำไมถ้าเอาผู้ต้องสงสัยไปสำเร็จโทษล่วงหน้าและอยู่เหนือการตรวจสอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.64 - นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุว่า เมื่อวานนี้ (8 เมษายน 2564) ที่ศาลอาญารัชดา ได้เกิดเหตุการณ์ที่จำเลยคดีชุมนุมทางการเมือง #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร จำนวน 21 คน ขอถอนทนายความที่ช่วยสู้คดี เพื่อประท้วงต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นมาโดยตลอดการพิจารณาคดี ไม่ว่าจะเป็นการไม่ให้ประกันตัวโดยไม่มีเหตุตามกฎหมาย, การละเมิดสิทธิในการปรึกษาหารือกันในทางคดีอย่างเป็นส่วนตัวและเป็นความลับระหว่างทนายความและลูกความ, การคุกคามทนายความโดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์, การกีดกันไม่ให้ครอบครัวของจำเลยเข้าพบจำเลยหรือเข้าฟังการพิจารณาคดี ทั้งที่ศาลไม่ได้สั่งให้พิจารณาเป็นการลับ ทำเสมือนว่าห้องพิจารณาของศาลได้กลายเป็นคุกอีกแห่งหนึ่งไปเสียแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่าสังคมเราพูดกันมามากพอแล้วถึงเรื่องของการไม่อำนวยความยุติธรรมในการดำเนินคดีต่อผู้เห็นต่างทางการเมือง พูดกันมาจนเสียงแหบแห้ง บางคนถึงกับยอมทรมานตัวเองอย่างต่อเนื่องยาวนานเกือบเดือนเพื่อกระตุ้นเตือนให้ตระหนักถึงความไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้น แต่ปัญหาคือบรรดาบุคลากรของกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ, อัยการ, ศาล หรือราชทัณฑ์ ต่างไม่เคยรับฟัง การกระตุ้นเตือนใดๆ แม้กระทั่งที่เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ไม่เคยปลุกมโนธรรมสำนึกของพวกเขาได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิมันต์ ระบุว่า จำเลยเหล่านี้ ที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์ตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่าพวกเขาพร้อมที่จะยืนหยัดต่อสู้ผ่านกระบวนการยุติธรรมอย่างซื่อตรง ไม่คิดหลบหนี ไม่คิดที่จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือขัดขวางการพิจารณาคดี ไม่มีเหตุให้เชื่อได้ว่าจะไปทำอันตรายต่อใครๆ แต่แค่เพียงจะตระหนักว่าพวกเขายังเป็นบริสุทธิ์ต่อหน้ากฎหมาย มีสิทธิที่จะสู้คดีอย่างเต็มที่โดยปราศจากซึ่งพันธนาการ มีสิทธิได้อยู่กับครอบครัว ได้ใช้ชีวิตอย่างคนปรกติทั่วไปตราบที่ยังไม่พิพากษาถึงที่สุดว่าผิดจริง แค่เพียงเท่านี้ กระบวนการยุติธรรมของประเทศนี้ยังให้ไม่ได้ แล้วจะให้เชื่อได้อย่างไรว่าศาลมีอิสระ ไม่ถูกบงการจากคนนอกที่อยู่เบื้องหลังอย่างที่มีข่าวลือออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แล้วจะมีศาลไปทำไม ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็ไม่ต่างจากการเอาผู้ต้องสงสัยไปสำเร็จโทษล่วงหน้าแล้ว แล้วจะยังให้เรายอมรับสถานะของศาลที่ลอยตัวอยู่เหนือการตรวจสอบจากองค์กรอื่นได้อีกหรือ ในเมื่อคนทั่วไปทำผิดก็ยังมีศาลคอยพิพากษา องค์กรทางการเมืองอื่นๆ ทำผิดก็ยังมีศาลคอยวินิจฉัย แล้วถ้าศาลทำผิดบ้าง ทำผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้งเสียเอง ใครจะเป็นคนตัดสิน เราจะยอมรับให้ศาลตัดสินตัวเองได้หรือ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ศาลอ้างมาโดยตลอดว่ากิจการของศาลต้องให้ศาลตรวจสอบกันเอง แต่ทุกวันนี้เราเห็นแล้วว่าข้ออ้างเช่นว่านี้ได้กลายเป็นการสร้างกระดองอันหนาทึบของศาลในการปกปิดและกางกั้นสังคมออกไปจากตัวเอง แล้วก็คอยชี้เป็นชี้ตายผู้คนในสังคมจากกระดองหนาทึบนั้น ศาลที่เป็นเช่นนี้ย่อมเป็นโทษกับสังคม เป็นโทษกับประชาชน ดังที่เราก็ได้เห็นแล้วจากคดีผู้เห็นต่างทางการเมืองที่ผ่านๆ มา และในฐานะรองเลขาธิการของพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชน เห็นว่าเราจะปล่อยให้สภาพอันน่าสังเวชนี้ดำรงอยู่และดำเนินต่อไป ทำร้ายคนรุ่นหลังต่อไปอีกไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิมันต์ ยังระบุช่วงท้ายว่า สำหรับในวันนี้ (9 เมษายน 2564) จะมีการยื่นคำร้องขอประกันตัวผู้ชุมนุมที่ถูกคุมขังอยู่จำนวน 9 คนอีกครั้ง จึงขอให้ติดตามความคืบหน้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98904</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรม, นายรังสิมันต์ โรม, ละเมิดสิทธิ, แกนนำกลุ่มราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606fd6f2d514f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2021 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปนัสยา&#039;ผวานอนคุก!ขออยู่กับครอบครัวไม่ร่วมชุมนุมม็อบเดินทะลุฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.64-น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร กล่าวถึงการชุมนุมเคลื่อนไหวช่วงเย็นว่า ตนเองไม่ได้เข้าร่วม เนื่องจากในวันที่ 8 มี.ค. เป็นวันนัดส่งฟ้องแกนนำและแนวร่วมผู้ชุมนุม รวม 18 คน จากการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.2563 และไม่รู้ว่าจะได้รับการประกันตัวหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้จึงขอใช้เวลาอยู่กับครอบครัว และวันพรุ่งนี้ก็เข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอน และหวังว่าจะได้รับการประกันตัว เพราะตนเองอยู่ในช่วงเรียนหนังสือ และกำลังจะสอบในเดือนหน้าแล้ว ส่วนตัวก็กังวลว่าจะไม่ได้รับการประกันตัว แต่หากไม่ได้ประกัน ตนเองก็เตรียมใจมาแล้วว่าเป็นสิ่งที่ต้องเจอในเส้นทางการต่อสู้ และตนเองก็เคยเข้าเรือนจำมาแล้ว หากต้องเข้าไปอีกก็อยู่ได้ เพราะมีพี่น้องร่วมอุดมการณ์ต่อสู้อยู่ข้างนอก&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95268</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุม, รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, แกนนำกลุ่มราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc7b31882e61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิโธ่!18แกนนำราษฎรโอดครวญเก้อ&#039;อัยการ&#039;แค่นัดส่งสำนวน8มี.ค.ถึงนัดฟังคำสั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ. 2564 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ แกนนำกลุ่มราษฎร กับพวก เดินทางมาตามนัดที่พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม นัดส่งสำนวนให้อัยการคดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 2563 ที่มีการแจ้งข้อหา ป.อาญา ม.112 และข้อหาอื่น หลังก่อนหน้านี้มี 4 แกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร ที่ถูกสั่งฟ้องและไม่ได้รับการประกันตัวต้องเข้าเรือนจำไปแล้ว โดยบรรยากาศวันนี้มีผู้ชุมนุมและคนใกล้ชิดผู้ต้องหาจำนวนหนึ่งเดินทางมาให้กำลังใจด้วย ขณะที่ตำรวจได้วางกำลังรักษาความปลอดภัยโดยรอบสำนักงานอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปนัสยา เปิดเผยว่า คงมีโอกาส 80%ที่จะไม่ได้รับการประกันตัว ถ้ามองจาก 4 คนที่เข้าไปก่อนหน้านี้ เป็นคดีเดียวกันและมาตราเดียวกัน แต่เราก็หวังอีก 20% ที่กระบวนการยุติธรรมจะอยู่บนหลักการความเป็นธรรม โดยเมื่อวันที่ 16 ก.พ.ตนยื่นจดหมายถึงกระบวนการยุติธรรม ให้อนุมานไว้ก่อนว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำตัดสินของศาล การบอกว่าเกรงจะกระทำผิดซ้ำเหมือนศาลพิพากษาล่วงหน้าแล้ว เรามีสิทธิต้องได้ประกันตัว คดีที่จำเลยถูกข้อหาฆ่าคนตายยังได้ประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายภาณุพงศ์ เปิดเผยถึงความรู้สึกหากต้องเข้าเรือนจำว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร ตัดผมรอแล้ว ถ้าใส่ชุดที่ออกจากคุกวันนั้นได้คงใส่มา แต่เคารพต่อศาล และไม่ฝากอะไรต่อผู้ชุมนุม เราต้องได้ออกไปอยู่แล้ว หรือถ้าไม่ได้ออกไป มวลชนรู้อยู่แล้วว่าต้องเดินหน้าต่อไปอย่างไร แม่ของตนอาจขมขื่นใจในการพิจารณาวันนี้ แต่แม่บอกว่าภูมิใจที่ลูกยังอยู่ในสิ่งที่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรมที่ควรจะเป็น ไม่มีปัญหา ทุกคนโอเค เป็นกำลังใจที่ดีต่อกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ น.ส.ปนัสยา กล่าวเสริมว่า เชื่ออย่างไรก็ได้ออกมา การเคลื่อนไหวของเรายังไม่ถึงจุดจบ ไม่หยุดเพียงเท่านี้ ทุกคนยังเรียกร้องออกมาอยู่ เพราะข้อเรียกร้องของเรายังไม่สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงจำนวนผู้ชุมนุมที่น้อยลงอาจมีผลต่อแรงกดดัน นายภาณุพงศ์ กล่าวว่า เราชุมนุมไปเรื่อยๆ ปีก่อนเดือนมกราคมถึงมีนาคมก็ไม่ค่อยมีผู้ชุมนุมออกมา จนเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม คนจึงเริ่มออกมา ตอนนี้ยังมีเรื่องโควิด เราไม่กังวลเรื่องมวลชนน้อยลง ทุกคนออกมามีค่าใช้จ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม บริหารเศรษฐกิจแบบนี้ คนหาเช้ากินค่ำต้องดูแลตัวเองก่อนออกมาชุมนุม แค่ทำมาหากินก็ไม่มีจะกินอยู่แล้ว มีนายกฯ ห่วยตอกย้ำซ้ำเติมประชาชน เมื่อถึงจุดนั้นเราจะได้เห็นกันว่าประชาชนไม่ได้หายไปไหน ทุกคนพร้อมสู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการเคลื่อนไหวต่อไปหากไม่ได้ประกันตัว นายภาณุพงศ์ กล่าวว่า ตอนนี้ต่างจังหวัดหลายพื้นที่ติดต่อห้องพักเข้ามาแล้ว รอดูกันต่อไปว่าจะเบิ้มขนาดไหน ไม่ซีเรียสอะไร ทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเหมาะสมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ตอบโต้กระบวนการที่ไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงความเป็นห่วงเรื่องเหตุรุนแรงจะซ้ำรอยวันที่ 13 ก.พ. 2564 หรือไม่ น.ส.ปนัสยา กล่าวว่า เราได้มีการถอดบทเรียนกันว่าเกิดอะไรขึ้น ปัญหามีอะไรบ้าง การชุมนุมครั้งต่อไปการดูแลความปลอดภัยจะรัดกุมขึ้น คิดว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกหรือน้อยมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายภาณุพงศ์ กล่าวว่า เราเข้าใจความโกรธของมวลชนทุกคน เรารู้ทนไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เราอยากจะบอกว่าทุกคนคือพวกของเรา ทุกอย่างเกิดจากความโกรธที่เจ้าหน้าที่รัฐริเริ่มก่อน เรานั่งคุยกันต่อไปต้องมีทีมสันติวิธีในการควบคุมแนวข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงสิ่งที่อยากบอกตำรวจที่ใช้ความรุนแรงเหมือนกัน และกรณีชายหัวเกรียนใส่ชุดไปรเวทหลังแนวตำรวจ นายภาณุพงศ์ ระบุว่า เขาเรียนมาให้มีระเบียบวินัย รับใช้ประชาชน สอนกันด้วยว่าคนคืออะไร เห็นตราสัญลักษณ์หน่วยแพทย์ไม่ควรทำร้าย ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ควรปฏิบัติหน้าที่ละมุนละม่อม ไม่ใช่ทำร้ายร่างกาย หลายคลิปที่ออกมาคนไร้บ้านก็โดนทำร้าย คนไม่มีอาวุธโดนกระบองฟาด ตำรวจควรเป็นคนมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการชุมนุมวันที่ 20 ก.พ. 2564 จะเป็นที่สนามหลวงแห่งเดียวหรือไม่ น.ส.ปนัสยา กล่าวว่า ถ้าวันนี้เราไม่ได้ออกมาจะปล่อยให้เป็นเรื่องของทีมที่อยู่ต่อจะบอกอีกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทิ้งท้ายถามถึงจุดยืนของสถานทูตเป็นอย่างไรต่อ ม.112 ในปัจจุบัน และมีใครคิดจะลี้ภัยหรือไม่ น.ส.ปนัสยา กล่าวว่า ไม่ทราบชัดเจนสถานทูตแต่ละที่คิดอย่างไร เราจะเห็นตามข่าวเหมือนทุกคน ส่วนเรื่องลี้ภัยไม่ได้ยินว่ามีใครคิดจะลี้ภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ภายหลังพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ส่งสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาให้พนักงานอัยการคดีอาญาพิจารณาแล้ว ทางพนักงานอัยการได้นัดฟังคำสั่งคดีครั้งแรกในวันที่ 8 มี.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเข้าใจผิดโดยทั่วกันไปว่าอัยการนัดส่งฟ้องคดีต่อศาล ทั้งที่ความจริงเป็นการนัดส่งสำนวนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ที่สำนักงานอัยการฯ ถ.รัชดาฯ ผู้ต้องหามาเกือบครบทุกคน ยกเว้นนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา โดยได้รับการประสานว่าอยู่ระหว่างเดินทาง ซึ่งพนักงานอัยการก็นัดฟังคำสั่งอีกวันที่ 8 มี.ค. 2564 ส่วนอีกคดีที่สำนักงานอัยการสูงสุดกรุงเทพใต้ ทางพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ก็นัดส่งตัวราษฎร 13 คนให้อัยการ จากคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี ด้วยมาตรา 112 และมาตรา 116 เช่นเดียวกัน ทราบว่าพนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งวันที่ 25 มี.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนัดฟังคำสั่งพนักงานอัยการเสร็จ ทางกลุ่มราษฎรที่อยู่ที่สำนักงานอัยการฯ ได้เดินไปยังศาลอาญาเพื่อยื่นคำร้องประกันตัว 4 จำเลย ที่ถูกพนักงานอัยการยื่นฟ้องไปก่อนหน้านี้ ภายหลังจากที่ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ รปภ.รักษาความปลอดภัย อนุญาตให้ทนายความ นักวิชาการ ส.ส.พรรคก้าวไกล และแกนนำกลุ่มราษฎร เข้ายื่นประกันตัว ส่วนผู้ชุมนุมให้รอด้านนอกศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93331</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, นายภาณุพงศ์ จาดนอก, รุ้ง, สำนักงานอัยการสูงสุด, แกนนำกลุ่มราษฎร, ไมค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602caa096eabd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 07:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โตโต้’เล่านิทานแฉเบื้องลึกปลุกผีคอมมิวนิสต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ แกนนำกลุ่มราษฎร หัวหน้ากลุ่มการ์ดอาสา we volunteer หรือ wevo โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;มันไม่ใช่เรื่องปังไม่ปัง&amp;rdquo; ระบุว่า ใครจะให้เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้อย่างไรผมไม่ทราบแรงจูงใจที่แท้จริง ไม่ว่าจะปังไม่ปัง &amp;nbsp;คนจะซื้อ หรือไม่ซื้อ &amp;nbsp;ก็ตามแต่ สำหรับผมคนละเรื่องเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆผมจะไม่ต่อเรื่องนี้ แล้วจบมันตั้งแต่เมื่อวาน แต่มีความเห็นลักษณะนี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันได้ ก็ต้องอธิบายเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมีนิทานเรื่องหนึ่งจะเล่าให้ฟัง &amp;nbsp;มีอยู่วันหนึ่งมีรถทัวร์ประกาศชวนคนขึ้นรถเพื่อที่จะไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่หลายคนใฝ่ฝันว่าฉัน ยากไปเห็นสักครั้งในชีวิต ต่างคนก็ต่างขึ้นบนรถทัวร์คันเดียวกันนี้มา. ระหว่างทางก็ช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรคมาด้วยกันอย่างยากลำบาก พอมาได้จังหวะหนึ่ง โชเฟอร์อยู่ๆ นึกอยากจะเลี้ยวซ้ายเฉยเลย แต่ดีที่ยังหันมาถามกระเป๋ารถเมล์ว่าเลี้ยวเลยไม กระเป๋ารถเมล์ก็บอกว่าอย่าเลยถ้าเลี้ยวมันจะฉิบหายผมเองขึ้นรถกับคุณมาผมปรารถนาจะไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่ใช่ดินแดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปคนขับฟัง..ฟังคนที่สนับสนุนความคิดตัวเองว่าเลี้ยวเถอะเพื่อน !&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าถ้าคนบนรถจะด่านี่ เข้าใจเขาไหม ...ผมตอบได้เลยว่าควรจะเข้าใจเขา เพราะสิ่งที่โชเฟอร์ทำมันไม่แฟร์กับพวกเขาไงละ มันคนละเรื่องกับ เสรีภาพ หรือ ทางเลือก แต่ปัญหามันคือ การผิดฉันทามติของคณะที่ร่วมทางกันมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86987</URL_LINK>
                <HASHTAG>we volunteer, คอมมิวนิสต์, นายปิยรัฐ จงเทพ, นิทาน, หัวหน้ากลุ่มการ์ดอาสา, แกนนำกลุ่มราษฎร, โตโต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc7b35b30ed7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 07:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 07:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฟอร์ด-ทัตเทพ&#039;แกนนำม็อบโต้ชาวเน็ตกุข่าวเรียนไม่จบโชว์ปริญญาบัตรเกียรตินิยมอันดับ 1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค. 2563 &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือ ฟอร์ด หนึ่งในแกนนำกลุ่มราษฎร ทวีตภาพใบปริญญาบัตรของตัวเองผ่านทวิตเตอร์ &amp;quot;FordTattep @fordtattep&amp;quot; ตอบโต้กรณีโดนปั่นแกระแสว่า เรียนไม่จบ โดยเจ้าตัวระบุข้อความในภาพดังกล่าวด้วยว่า &amp;quot;ไหนใครบอกผมเรียนไม่จบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อม นายทัตเทพ ยังระบุข้อความในทวิตเตอร์อีกว่า &amp;quot;รัฐศาสตร์สอนให้เราเข้าใจ ยึดมั่นในประชาธิปไตยมองเห็นว่าสังคมที่เปี่ยมไปด้วยเสรีภาพและความเท่าเทียมนั้นเกิดขึ้นได้ นี่คือสิ่งที่ผมรวบยอดจากการเรียนตลอด 3ปีครึ่ง ถึง IO การเรียนจบหรือไม่ไม่ใช่สิ่งที่จะนำไปตัดสินหรือวัดคุณค่าของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ก่อนจะปั่นอะไรโปรดเช็คข้อเท็จจริงด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;รัฐศาสตร์สอนให้เราเข้าใจ ยึดมั่นในประชาธิปไตยมองเห็นว่าสังคมที่เปี่ยมไปด้วยเสรีภาพและความเท่าเทียมนั้นเกิดขึ้นได้ นี่คือสิ่งที่ผมรวบยอดจากการเรียนตลอด 3ปีครึ่ง

ถึงIO การเรียนจบหรือไม่ไม่ใช่สิ่งที่จะนำไปตัดสินหรือวัดคุณค่าของมนุษย์อย่างไรก็ตามก่อนจะปั่นอะไรโปรดเช็คข้อเท็จจริงด้วย pic.twitter.com/scHSmd66Ab&lt;/p&gt;
&amp;mdash; FordTattep (@fordtattepRuang) December 5, 2020


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86072</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี, ฟอร์ด, เรียนไม่จบ, แกนนำกลุ่มราษฎร, โชว์ปริญญาบัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8ed45b1905f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
