<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2019 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2019 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่กลับไปเหยียบเพื่อไทย&#039;สมศักดิ์&#039;สยบลือขน30ส.ส.กลับรังเก่า ลั่นปักหลัก&#039;พปชร.&#039;ตลอดไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.62 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลังมีกระแสข่าวในโซเชียล อ้างว่าเตรียมนำ 30 ส.ส.กลุ่มสามมิตร ย้ายออกจากพรรคกลับไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่สำเร็จ ว่า ขอบคุณคนปล่อยข่าว ที่ทำให้ตัวเองมีโอกาสได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกับสื่อมวลชน &amp;nbsp;โดยเฉพาะข่าวที่บอกว่า ส่วนตัวต้องการอยากได้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และถ้าไม่ได้จะพา ส.ส.กว่า 30 ท่านออกไปร่วมกับพรรคการเมืองอื่น ซึ่งเป็นการปล่อยข่าวทำให้เกิดความเสียหาย หากบุคคลที่ไม่ได้เข้าใจการเมืองมากนัก จะทำให้เกิดความเข้าใจผิด และทำให้เห็นว่า ตัวเองและพวกเป็นคนเกเร ตีรวนในส่วนของการตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์​ กล่าวว่า โดยข้อเท็จจริง การทำงานและพูดคุยในส่วนกระทรวงต่างๆ คณะกรรมการบริหารพรรคได้มอบหมายให้หัวหน้าและเลขาธิการพรรคไปทำหน้าที่ตรงนี้ พวกเราก็รอฟัง และอาจจะมีข้อมูลเดิมก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะได้กระทรวงนั้นกระทรวงนี้ก็พูดกันไป มีข่าวปล่อยลักษณะนี้มาตลอด ฟังแล้วก็พอรับได้ แต่การพูดให้พรรคเสียหาย โดยเฉพาะตนที่เสียหายไปด้วย กลายเป็นคนไม่ได้อะไรดังใจก็จะพาพรรคพวกย้ายออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอเรียนว่า ตั้งแต่ทำการเมืองมา ตัวเองมีปัญหาน้อยที่สุด ความมีศักดิ์ศรีของเราต้องยึดหลักและสิ่งที่ผ่านมาในอดีต เพราะตัวเองอยู่พรรคการเมืองมานาน เริ่มตั้งแต่ พรรคกิจสังคม อยู่กันจนแยกย้ายตายจากกันไป จากนั้นย้ายไปพรรคไทยรักไทยสุดท้ายก็ถูกยุบพรรค และกลุ่มที่สามที่เรามาอยู่ด้วยคือพรรคพลังประชารัฐ ขอเรียนว่า แม้จะมีเปรี้ยวหวานมันเค็มผสมผสานกันไป เราก็ไม่คิดจะหนีหายไปจากพรรค ต้องปักหลักอยู่ที่นี่ตลอดไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กระแสข่าวที่ออกมามีผู้ใหญ่ในพรรคทักท้วงอะไรหรือไม่ นายสมศักดิ์​กล่าวว่า ไม่ได้พูดอะไร ไม่มีใครติดต่อสอบถาม คิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี ไม่สมควรอย่างยิ่ง การทำลักษณะนั้นไม่มีอยู่ในสมอง เพราะเรามีศักดิ์ศรีพอ ส่วนข่าวนี้มีที่มาจากไหน &amp;nbsp;มองว่ามีหลายฝ่ายที่เราไม่สามารถไปประเมินได้ แต่มองดูแล้ว คนที่ทำไม่ได้ประสงค์ดี แต่ก็ขอบคุณที่ทำให้ตัวเองมีโอกาสพูดคุยกับทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าเป็นการเตะตัดขากันทางการเมืองหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรามองไม่เห็นว่าใครเป็นคนทำ และไม่เคยคิดจะต้องเป็นคนในหรือคนนอก ตัวเองเป็นสุภาพบุรุษพอ ส่วนตัวทำอะไรปากกับใจตรงกันเสมอ ไม่เคยปล่อยข่าวหรือทำร้ายใคร แต่ที่มีคนปล่อยข่าวทำร้ายตัวเองตลอดเวลา อีกมุมหนึ่งก็ดีเหมือนกันที่เขาเห็นว่า เราเป็นคนสำคัญที่ต้องมาสร้างความวุ่นวายให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่การเจรจาร่วมรัฐบาล อาจทำให้พรรคพลังประชารัฐเสียเก้าอี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ขอเรียนว่าช่วงหาเสียงเราได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับประชาชน เป็นหน้าที่ของพวกเราตอนหาเสียง ส่วนการหารือจะเป็นอย่างไร ส่งใครไปอยู่กระทรวงไหน ก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ส่วนจะดีใจหรือเสียใจ จะมาตีอกชนตัว ส่วนตัวคิดว่าเป็นการคาดเดา คาดการณ์ แต่เรามีหน้าที่ต้องนำเสนอ ถึงสิ่งที่เราได้ไปดำเนินการมา เราต้องพยายาม ต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพราะเรามีสัจจะ วาจากับชาวชนบท ว่าเราจะพยายามให้ชนบทมีความเป็นผู้อยู่ที่ดี มีความสมบูรณ์ การกระจายเรื่องเหล่านั้นไปสู่ชาวชนบท ต้องไปอย่างทั่วถึง แต่การนำเสนอออกไปแล้ว คณะกรรมการบริหารพรรคไปดำเนินการให้เป็นเช่นไร ก็เป็นเช่นนั้น ไม่สมควรที่จะมีปัญหาให้เกิดความวุ่นวาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เพราะประเทศของเราขาดความเป็นประชาธิปไตยนานหลายปี เราควรรักษาเรื่องนี้และเดินหน้าไป ฝากสื่อมวลชน โปรดเข้าใจในสิ่งที่เราทำ เราไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง แต่พยายามทวงถามในสิ่งที่เราพบปะกับประชาชนมาตลอดเวลา 1 ปีเศษ และขอยืนยันว่า พรรคการเมืองถึงแม้จะคัดเลือกตัวบุคคลดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว สุดท้ายตามประเพณีปฏิบัติคนเป็นนายกรัฐมนตรีต้องดูว่าเหมาะสมหรือไม่ พวกเราก็ต้องยอมรับเงื่อนไขแบบนี้มาโดยตลอด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าพรรคการเมืองไหนจะได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คงเป็นหน้าที่ของแกนนำพรรค หรือนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบไปด้วยกัน สิ่งต่างๆตรงนี้ อย่างไรก็แล้วแต่ เวลาทำผิด คนเขาไม่ได้ว่าพรรคนั้นพรรคนี้ทำไม่ดี แต่เขาจะพูดว่ารัฐบาลทำไม่ดี เราก็ต้องช่วยกัน ไม่ขัดแข้งขัดขากันแน่ ซึ่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอาจจะเป็นพรรรคอื่น แต่เราก็ต้องมีรัฐมนตรีช่วยว่าการเข้าไปทำหน้าที่ตรงนั้น ส่วนตัวเองมีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่ทำให้เรื่องตรงนี้เกิดความวุ่นวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่าหากพรรคพลังประชารัฐได้โควตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมศักดิ์ จะเข้าไปดำรงตำแหน่งเองหรือไม่ นายสมศักดิ์ ย้ำว่า &amp;ldquo;คงไม่ได้เป็นเองหรอก เพราะผมเป็นรัฐมนตรีช่วยมาหลายสมัยแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ยอมเจรจาในข้อตกลงให้นายกรัฐมนตรีคนต่อไปเป็นผู้เคาะตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่าแต่ละพรรคจะยินยอมหรือไม่ แต่ประเพณีปฏิบัติเป็นแบบนั้นในการตั้งรัฐบาลทีผ่านมาหลายครั้ง ก็ต้องให้เกียรติคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนตัวเองถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจากนายกรัฐมนตรี ก็ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ไม่มีปัญหา ถ้าเป็นไปตามมติพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ ย้ำด้วยว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย สุดท้ายต้องลงตัว เพราะหลายพรรค มีนโยบายและมีประชาชนที่รออยู่ ทุกคนรอการช่วยเหลือ รอการดูแลจากพวกเรา สุดท้ายต้องยอมรับว่า การเป็น ส.ส. ไม่ได้มีเสียงข้างมากอย่างเดียว แต่ต้องอลุ้มอล่วย พร้อมมั่นใจว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้รับการเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ หัวหน้าพรรคและ เลขาธิการพรรคได้รับมอบหมายจากคณะผู้บริหารก็ทำหน้าที่ดีอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับทหารใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37286</URL_LINK>
                <HASHTAG>30ส.ส.สามมิตร, จัดตั้งรัฐบาล, พปชร., สมศักดิ์ เทพสุทิน, แกนนำกลุ่มสามมิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf0ba808228c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สามมิตรยังอยู่ “สมศักดิ์”โผล่รับฟังปัญหาชาวไร่อ้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมศักดิ์&amp;rdquo;รับฟังปัญหาชาวไร่อ้อย ยันสามมิตรไม่ได้เงียบหายยังทำงานช่วยชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ตนมีโอกาสได้รับเชิญไปบรรยายข้อดีข้อเสียระบบแบ่งปันผลประโยชน์และการรักษาเสถียรภาพของราคาอ้อย จากสมาคมชาวไร่อ้อยศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ที่ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 นอกจากนี้ตนยังได้รับฟังปัญหาจากทางสมาคมฯและชาวไร่อ้อย โดยปัญหาหลักๆนั้นคือ เรื่องราคาอ้อย หลังจากที่มีการปล่อยลอยตัวทำให้ราคาอ้อยนั้นเหมือนจะต่ำกว่าเดิมจากเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสมาคมได้ฝากปัญหาให้กับตนและกลุ่มสามมิตรช่วยประสานกับทางรัฐบาลหาทางช่วยเหลือ ตนได้ปรึกษาและแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องรัฐบาลทราบแล้ว โดยรัฐบาลได้จัดเงินสนับสนุน 6,500 ล้านบาทเพื่อช่วยเพิ่มราคาอ้อยตันละ 50 บาทในช่วงเดือนที่ผ่านมา และอีกส่วนหนึ่งจากทางสมาคมชาวไร่อ้อยที่ช่วยเหลืออีก ทำให้ช่วยแบ่งเบาภาระของชาวไร่อ้อย ทำให้พวกเขาสามารถที่จะอยู่ได้ ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทุกฝ่ายช่วยกันทั้งรัฐบาล สมาคมฯและชาวไร่ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวการขนส่งและการหีบอ้อย เรื่องน้ำหนักรถบรรทุกและความสูง ซึ่งเรากำลังพิจารณาหาทางออกกันอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;หลายคนถามว่าช่วงนี้กลุ่มสามมิตรทำไมเงียบหายไป แต่ผมยืนยันว่าเราไม่ได้หายไปไหน เรายังทำงานและรับฟังความเห็นจากประชาชนที่เดือดร้อนอยู่ตลอด อย่างเรื่องอ้อยนี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราคอยประสานงานช่วยเหลือและฟังปัญหาอยู่ตลอด ส่วนประเด็นการเมืองผมไม่ขอตอบโต้ใคร แต่เร็วๆนี้ทุกอย่างจะเรียบร้อยและได้ทราบพร้อมกันใครคราวเดียว&amp;rdquo; นายสมศักดิ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21308</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, รับฟังปัญหาชาวไร่อ้อย, ลงพื้นที่, แกนนำกลุ่มสามมิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b55e8d0419aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปชป.’รับเลือดไหล มาร์คชี้รู้ตลอดใครดูดใคร/‘เพื่อแม้ว’โอ่กวาดชัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปชป.เลือดไหล อดีต ส.ส.ภาคตะวันออกลาออกแล้ว 2 คน &amp;quot;สาธิต&amp;quot; รับจะเสียใจหนักหากมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; รู้ตลอดใครดอดกินข้าวกับใคร ไม่นานความจริงปรากฏ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; กางปฏิทิน 28 ต.ค. ประชุมเลือกร่างทรงคนใหม่ จับตายกโขยงหาสมาชิกทั่ว ปท. ดักคอ คสช.อย่ากังวล &amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; โวไร้เงา &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; อ้างเป็นบุคคลระดับโลกไปแล้ว เปิดข้อบังคับพรรคปลุกสมาชิกร่วมต้านรัฐประหาร &amp;quot;ปองพล&amp;quot; &amp;nbsp;หิ้วบุตรชายเข้าพบ &amp;quot;สมคิด&amp;quot; กลางทำเนียบฯ ก่อนซบพลังประชารัฐ เปิดไทม์ไลน์ภารกิจต่างแเดน &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; อัดแน่นก่อนปลดล็อก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ มีความเคลื่อนไหวทางการเมือง ภายหลังอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ภาคตะวันออก 4 คน ประกอบด้วย นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีต ส.ส.ชลบุรี, พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา, นายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา, นายวิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ระยอง ไปร่วมรับประทานอาหารกับ แกนนำกลุ่มสามมิตร นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายอนุชา นาคาศัย จนมีข่าวว่าอดีต ส.ส.ปชป.ดังกล่าวกำลังถูกดูดและจะย้ายไปร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ปชป.ระยอง กล่าวชี้แจงว่า ตนไปกินข้าวร่วมกันหลายครั้งแล้ว ไม่ได้ไปคุยเรื่องการเมือง แต่ไปคุยเรื่องความต้องการของคนระยอง อยากให้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินไปถึงสถานีที่ 10 จ.ระยองเหมือนเดิม เพราะนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นบอร์ดรถไฟความเร็วสูงด้วย นายอุตตม สาวนายน เป็น รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นมือเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าถามว่าจะดูด ส.ส.ปชป.ภาคตะวันออกเข้าร่วมนั้น ต้องดูดรวมทั้งภาคให้หมด ถามว่าสมัยหน้าถ้ามีนายกฯ มาจากทหาร ผมไม่ไปร่วม เพราะทหารไม่ใช่มือเศรษฐกิจ แต่ถ้านายสมคิดมือเศรษฐกิจเป็นนายกฯมาบริหารประเทศก็ไม่แน่ เพราะเวลานี้ประชาชนต้องการให้เศรษฐกิจประเทศเราดีขึ้นกว่านี้&amp;quot; นายวิชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัญญัติ เจตนจันทร์ อดีต ส.ส.ปชป.จ.ระยอง กล่าวว่า การที่นายวิชัย ล้ำสุทธิ จะไปนั่งร่วมรับประทานอาหารกับใครก็ได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก ตนสอบถามคุณวิชัย แล้ว ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ตอบแทนเขาไม่ได้ว่าจะย้ายพรรคหรือไม่ ส่วนตนยังอยู่พรรค ปชป.เหมือนเดิมเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ อดีต ส.ส.ระยอง รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงอดีต ส.ส.ปชป.ภาคตะวันออกไปกินข้าวกับกลุ่มสามมิตรว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ทั้ง 5 คนยังไม่ได้แจ้งว่าจะลาออกจากพรรคไปสังกัดพรรคอื่น โดยขณะนี้มีอดีต ส.ส.ภาคตะวันออกที่มาแจ้งลาออกกับตนอย่างเป็นทางการแล้ว 2 คน คือ นายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี และนายธวัชชัย อานามพงษ์ อดีต ส.ส.จันทบุรี ส่วนนายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีต ส.ส.จันทบุรี ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ รู้สึกเสียใจที่มีสมาชิกออกไป ตนเคารพในการตัดสินใจของสมาชิก ซึ่ง ปชป.ก็มีคนที่พร้อมจะเข้ามาแทน และเป็นบุคคลรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถทันยุคสมัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าการลาออกไปของอดีต ส.ส.ครั้งนี้มีเรื่องของจำนวนตัวเลขหรือเงินมาเกี่ยวข้อง ตามที่ผมได้ยินมา ผมจะยิ่งเสียใจหนักเข้าไปอีก เพราะว่าไม่น่าเชื่อว่าบุคคลของพรรคที่ควรอยู่ในยุคของการเมืองที่ควรจะมีการปฏิรูปแล้ว แต่กลับออกจากพรรคไปด้วยเหตุผลของตัวเลข ยิ่งสะท้อนว่าการเมืองไม่ได้มีการปฏิรูป จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบอดีต ส.ส.ที่ออกจากพรรคไปด้วยว่าภายหลังจากที่ออกจากพรรค ปชป.ไปแล้ว ทุกคนมีการทำงานเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้เป็นผลประโยชน์แก่ชาติและบ้านเมือง&amp;rdquo; นายสาธิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานข่าวแจ้งว่า นายประมวลตัดสินใจไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคเพื่ออำลาแล้ว ส่วนนายธวัชชัย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยประกาศว่าจะไปลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรครวมพลังประชาชาติไทยเพื่อช่วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้น เปลี่ยนใจไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐแล้ว
มาร์ครู้ตลอดใครโดนดูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวกรณีที่ขณะนี้มีอดีต ส.ส.ปชป.จำนวนมากอาจจะย้ายไปอยู่พรรคการเมืองอื่น จำเป็นต้องมีการเช็กชื่อหรือไม่ว่า ไม่จำเป็นต้องมีการเช็กชื่อ เพราะในสัปดาห์หน้าพรรคจะมีการประชุมใหญ่อยู่แล้ว ซึ่งตนก็ได้ติดตามข่าวการดึง ส.ส.ของพรรคอยู่ตลอด ทราบดีว่าใครไปกินข้าวกับใคร บางคนที่ออกจากพรรคไปก็ได้แจ้งให้กับตนทราบ แต่บางคนก็ไม่ได้มาแจ้ง ส่วนที่มีข่าวว่า ส.ส.พรรคออกยกแผงนั้น อีกไม่นานข้อเท็จจริงก็จะปรากฏ สำหรับ ส.ส.หน้าใหม่ ไม่ว่าเป็นสนาม กทม.หรือสนามอื่น ก็ได้มีการชักชวนให้มาร่วมงานโดยตลอด หวังว่าจะมีคนรุ่นใหม่เข้ามาสู่การเมืองมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายสุรบถ หลีกภัย ลูกชายนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค จะลงสมัคร ส.ส. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เคยชักชวนได้ครั้งหนึ่งแต่ตอนนั้นนายสุรบถปฏิเสธ เพราะมีงานอย่างอื่นทำอยู่ แต่เวลานี้ไม่ทราบเช่นกันว่าจะแสดงเจตจำนงอย่างไร แต่ถือว่าเป็นบุคคลหนึ่งที่มีศักยภาพที่จะสามารถทำสิ่งใหม่ๆ ให้กับพรรคได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาของนักการเมืองที่พบปะสังสรรค์กัน ส่วนใครจะตกลงย้ายพรรค ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใดก็ตาม ก็เป็นเรื่องธรรมชาติของการเมืองไทย &amp;nbsp;การที่พรรคต่างๆ มาดูดอดีต ส.ส.ของ ปชป. แสดงว่าบุคลากรของพรรคมีคุณภาพจริง จึงเป็นที่หมายปองของกลุ่มต่างๆ รวมถึง คสช.ด้วย ใครๆ ก็อยากได้ เสมือนดอกไม้สีสวยสดงดงาม ก็ย่อมเป็นที่สนใจของมวลหมู่แมลงนานาชนิด ดอกไม้บางทีนั้นก็หลงเคลิบเคลิ้มว่าฝูงผึ้งจะมาผสมเกสรให้ แต่มองอีกทีกลับกลายเป็นแมลงวันหัวเขียวมาไข่ใส่หนอนเอาไว้ กว่าดอกไม้รู้ก็เหี่ยวเฉาเน่าไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระกล่าวว่า อย่าไปมองว่าอดีต ส.ส.ไปกินข้าวกับใครแล้วต้องถูกดูดทั้งหมด ทุกคนมีทิศทางของตนเอง ใครหลงเชื่อมนต์การเมืองก็ไป ใครจิตใจหนักแน่นไม่เห็นแก่อามิสสินจ้างโครงการของรัฐก็ยังอยู่ &amp;nbsp;ปชป.ไม่แน่จริงไม่อยู่นานมากว่า 70 ปีแล้ว ส่วนที่นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขาฯ กลุ่มสามมิตร โม้ว่าภาคอีสานได้ไม่ต่ำกว่า 50 คน ได้ไม่ต่ำกว่าเขตละ 30,000 เสียง ภาคเหนือเกิน 7 ล้านเสียง ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นนักการเมืองคนไหนโม้มากเท่านี้ ช่างคล้ายคลึงกับบริษัทโฆษณาขายเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด GT200 ไม่มีผิด ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เชื่อก็น่าสงสาร ท่านควรพิจารณาเลือกแนวทางของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกฯ ที่เคยบอกว่า &amp;quot;ผมพอแล้ว&amp;quot; จะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ดูแลพื้นที่ภาคเหนือ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรในพื้นที่ภาคเหนือว่า ตอนนี้ในพื้นที่มีการเคลื่อนไหวรุนแรงมาก โดยผู้สมัครของพรรคที่ได้วางตัวไว้แล้ว หลายคนมาบอกว่าถูกชักชวนไปเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้ตัดสินว่าจะไปหรือไม่ อาทิ พิจิตร นครสวรรค์ สุโขทัย เป็นต้น ซึ่งการตั้งรับกับเรื่องนี้คงต้องดูกันก่อนว่าจะทำอย่างไร เพราะยังไม่ถึงที่สุด แต่ยอมรับว่าทำให้เหนื่อยมาก&amp;nbsp;
พท.กางปฏิทินลุยเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น 9 สำนักงานผู้บริหารพรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ เพื่อเตรียมจัดประชุมเพื่อยกร่างแก้ไขข้อบังคับพรรค มีคณะกรรมการบริหารเดินทางมาอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งถือเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการตามกฎหมายเป็นครั้งแรก ภายหลังการประชุม พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค, นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานที่ปรึกษากฎหมายพรรค, นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรค ร่วมแถลงข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายภูมิธรรมกล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยยังมีชีวิตต่อ พร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง เพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองให้ประชาชนในวันที่ 28 ก.ย. พรรคจะส่งตัวแทนไปร่วมหารือกับ กกต. และพร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญกฎหมายลูก, วันที่ 25 ก.ย. จะเปิดรับสมัครสมาชิก, วันที่ 26 ก.ย.จะเชิญอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส. สมาชิกพรรคมาหารือฟังข้อบังคับพรรค, วันพุธที่ 3 ต.ค. จะมีการประชุมใหญ่พรรคเพื่อรับรองข้อบังคับพรรค โดยจะมีรักษาการกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค 250 คน ประกอบด้วย อดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส.และตัวแทนแต่ละภาคมาร่วมประชุม จากนั้นจะมีการตั้งสาขาพรรค 4 สาขา ตามที่กฎหมายกำหนด ในภาคเหนือ ตั้งที่ จ.เชียงใหม่, อีสานที่ จ.อุดรธานี, ภาคกลางที่ จ.สมุทรปราการ, ภาคใต้ที่ จ.นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะมีการเปิดรับผู้สมัครแต่ละภูมิภาค โดยมีแกนนำพรรคพร้อมเดินทางไปรับสมัครสมาชิกพรรคด้วย เพราะถ้าเราไม่ไปรับสมัคร คงไม่มีใครเดินมาสมัครสมาชิกพรรค คสช.อย่ากังวล ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่เราทำไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูกกำหนดไว้ คสช.จะกลัวอะไร อย่ากลัวแม้แต่เงาตัวเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า จะมีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 28 ต.ค. โดยคณะกรรมการชุดใหม่จะมีกรรมการบริหารพรรค 21 คน สำหรับคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรค ยืนยันว่าทุกคนที่เป็นสมาชิกพรรค สามารถถูกเสนอชื่อได้ แม้มีแคนดิเดตหลายคน จะไม่ทำให้พรรคขาดเอกภาพ ไม่ทำให้เกิดปัญหาในพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรมกล่าวว่า พรรคมั่นใจจะได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่ง และร่วมมือกับพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย สามารถนำพาสังคมไทยพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ได้ ส่วนกลุ่มสามมิตรจะดึงอดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ไปร่วมงานการเมืองด้วยนั้น ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ตอนนี้เป็นเหมือนการเกทับบลัฟแหลก บางคนที่ไป ไปด้วยเหตุอะไร ต้องไปดูกัน แต่ปัจจุบันยังไม่เห็นพรรคเพื่อไทยใครจะไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายทักษิณเป็นบุคลากรของโลกไปแล้ว หลายประเทศเชิญเป็นที่ปรึกษา ในส่วนพรรคเพื่อไทยยึดมั่นในข้อกฎหมาย ไม่ได้กังวลใจ เป็นปัญหาเก่า ที่มักถูกถามขึ้น แต่เราก็ยืนยันในจุดยืน ยึดมั่นตามกรอบรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน&amp;quot; นายภูมิธรรมกล่าวถึงบทบาทนายทักษิณ &amp;nbsp;น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากนี้ เนื่องจากเงื่อนไขรัฐธรรมนูญกำหนดห้ามเข้ามาบงการสั่งการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์กล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ว่า &amp;nbsp;หลายเขตลดลง เนื่องจากจำนวน ส.ส.ลดลง จาก 375เหลือ 350 คน คงจะส่งผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทย พรรคจะดำเนินการเลือกตั้งต่อไปในบริบทดังกล่าว ส่วนการแบ่งเขตใหม่ ขอให้ผู้สมัครติดตามจาก กกต.ด้วย หากไม่เป็นไปตามเกณฑ์ จะต้องดำเนินการคัดค้าน&amp;nbsp;
ข้อบังคับต้านรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงเย็นวันเดียวกัน เว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทยเผยแพร่ร่างข้อบังคับของพรรคที่ผ่านการพิจารณาของรักษาการกรรมการบริหาร โดยมีเนื้อหาสรุปว่า คำประกาศเจตนารมณ์ของพรรค มีความมุ่งมั่นฟื้นฟูประเทศในทุกด้าน ให้ประชาชนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคอย่างแท้จริง นำประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย แก้ปัญหาความยากจน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล ประเทศมีความรักความสามัคคี &amp;nbsp;ร่วมกันป้องกันและต่อต้านการรัฐประหาร ขอให้สมาชิกทุกคนร่วมแรงร่วมใจให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเจตนารมณ์ของพรรค
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรค มี 9 ข้อ อาทิ ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึดถือว่าประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย มุ่งมั่นในการสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ &amp;nbsp;ขจัดความยากจน สร้างความสามัคคีปรองดอง เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคของบุคคล สร้างประเทศไทยให้มีบทบาทโดดเด่นและสร้างสรรค์ในเวทีโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คำประกาศนโยบายพรรค มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำและกระจายทรัพยากรและอำนาจอย่างเหมาะสม ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเองและท้องถิ่นของตนมากขึ้น มุ่งสร้างประเทศให้พร้อมรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ในทุกมิติ ปรารถนาที่จะเห็นประเทศไทยมีการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง ประเทศยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม และสิทธิมนุษยชนฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประชุมพรรคที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 ก.ย.และ 2 ต.ค.นี้ว่า เป็นการประชุมเพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค และตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งพรรคยังเสนอชื่อของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค รวมไปถึงการเสนอชื่อนายอนุทิน สู่บัญชีรายชื่อนายกฯ ของพรรค แนวโน้มเพียงชื่อเดียวจาก 3 รายชื่อเพื่อเป็นนายกฯ ด้วย ซึ่งสมาชิกพรรคล้วนให้ความเชื่อมั่นว่านายอนุทินจะนำพรรคไปสู่ความสำเร็จได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกฯ เเละ ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร อดีต ส.ส.สระบุรี เดินทางเข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ โดยได้หารือถึงการพัฒนาโครงการต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และได้มีการพูดคุยถึงการจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ โดยนายสมคิดระบุว่า ให้รอดูหลังประชุมใหญ่วันที่ 29 ก.ย.นี้ จะได้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ต.ปรพลเปิดเผยว่า ส่วนตัวจะไปร่วมในการประชุมใหญ่วันที่ 29 ก.ย. และจะไปสมัครเป็นสมาชิกในเร็วๆ นี้&amp;nbsp;
ไทม์ไลน์ลุงตู่ก่อนปลดล็อก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงอนาคตทางการเมืองว่า ตนมีจุดยืนทำงานวันนี้เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้ดีที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีชวนตนมาช่วยทำงาน สร้างบ้านแปงเมือง และเมื่อหมดหน้าที่อยากจะไปพักผ่อน ตนพอแล้ว ถึงแม้ว่ามีคนมาทาบทามหลายพรรค ล้วนพรรคการเมืองใหญ่ๆ ทางภาคใต้ เหนือ อีสาน กลาง มาชวนหมด ขณะนี้ตนยังไม่มีแนวทางใดๆ และไม่มีความคิดลงการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเกส ปีเตอร์ ราเดอ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักฯ เปิดเผยว่า นายกฯ ยืนยันถึงกระบวนการปฏิรูปประชาธิปไตยของไทยว่า ได้บริหารประเทศโดยยึดตามโรดแมป และพร้อมที่จะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในช่วงต้นปี 2562 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจเฟชบุกไทยคู่ฟ้า ได้เผยแพร่ภารกิจการเยือนต่างประเทศและการประชุมในเวทีนานาชาติที่สำคัญ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะเข้าสู่การเลือกตั้ง โดยตลอดทั้งเดือน ต.ค. นายกฯ มีกำหนดการติดต่อกันทุกสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 8-9 ต.ค. มีกำหนดการเข้าร่วมประชุมกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ครั้งที่ 10 ที่ประเทศญี่ปุ่น จากนั้นวันที่ 11 ต.ค.เข้าร่วมประชุมระดับผู้นำอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการกับผู้นำองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญ ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย, วันที่ 18-20 ต.ค. เข้าร่วมประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป หรืออาเซียนซัมมิต ครั้งที่ 12 ณ ราชอาณาจักรเบลเยียม และสัปดาห์สุดท้ายของเดือนวันที่ 30-31 ต.ค. มีกำหนดการเยือนสหพันธรัฐเยอรมนี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. ได้โพสต์เอกสารในเฟซบุ๊กส่วนตัว เผยแพร่รายละเอียดของเอกสารบางส่วนที่จะใช้ประกอบการชี้แจง แนวทางการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง ตามคำสั่งของหัวหน้า คสช. และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ต่อผู้แทนพรรคการเมืองในการประชุมวันที่ 28 ก.ย.2561 โดยเป็นรายละเอียดการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งและหลักกฎหมายพรรคการเมืองในประเด็นที่สำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย มายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอให้ กกต.สืบสวนและไต่สวนกรณีที่พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุม ครม.เมื่อ 18 ก.ย.ที่ผ่านมาว่าพล.อ.ประยุทธ์กล่าวมีข่าวในลักษณะทำนองเชิญชวนประชาชนไปเลือกตั้งในรูปแบบแปลกๆ เช่น ไปทำให้บัตรเสียโดยวิธีที่แนบเนียนให้มากที่สุด หรือแม้แต่การกาบัตรในสิ่งที่ไม่เลือกใครเลย ซึ่งเป็นการสร้างความสับสนให้เกิดบรรยากาศที่ไม่ดีต่อกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย กกต.จะต้องเชิญ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.ต.สรรเสริญมาชี้แจง หากการสืบสวนไม่ปรากฏข้อมูลหรือหลักฐานอันเชื่อได้ว่ามีพฤติการณ์ดังกล่าวจริง นายกฯ และโฆษกประจำสำนักนายกฯ จะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง เพราะถือได้ว่าเป็นการเต้าข่าวเพื่อสร้างความเสียหายต่อกลไกการเลือกตั้ง กกต.จะต้องเอาผิดทั้งสองคน แต่หาก กกต.ไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้องนี้ กกต.ก็จะเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ป.อ.มาตรา 157 ประกอบมาตรา 69 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. 2560 ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณยังขอให้ กกต.ตรวจสอบกรณีที่มีขบวนรถแห่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมการจัดทำนโยบายพรรค โดยมีชื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในแผ่นป้ายดังกล่าวอยู่ด้วยที่จังหวัดพิษณุโลก เข้าข่ายการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 และคำสั่งที่ 13/2561 หรือไม่ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า กกต.อาจจะทำหนังสือไปถามก็ได้ว่า ที่มาที่ไปของข้อมูลนั้นเป็นอย่างไร ในเมื่อเป็นข้อสงสัย ก็สามารถยื่นได้ และ กกต.มีหน้าที่จะต้องสอบถามได้ ทั้งนี้เชื่อว่าคงเป็นข้อมูลทางการข่าวที่นายกรัฐมนตรีได้มา แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่มีผลอะไรต่อใครเพราะไม่มีแรงจูงใจอะไรต่อใครเลย ผู้สมัครรับเลือกตั้งก็ไม่ได้ แล้วจะไปรณรงค์ทำไม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้นายกฯ ได้เล่าให้ฟังจากข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งข่าวต่างๆ จึงมีข้อห่วงใยอยากให้ช่วยกันใช้วิจารณญาณ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18146</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายบุญเลิศ ไพรินทร์, นายวัชระ เพชรทอง, นายวิชัย ล้ำสุทธิ, นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์, นายสาธิต ปิตุเตชะ, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายอัศวิน วิภูศิริ, ปชป.เลือดไหล, พรรคเพื่อไทยยังมีชีวิตต่อ, พร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง, พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ, หนังสือพิมพ์, แกนนำกลุ่มสามมิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180921/image_big_5ba4f8a91a268.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2018 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2018 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดเจนหนุนบิ๊กตู่!สามมิตรจี้2พรรคใหญ่สำรวจตัวเองทำไมปชช.มอบดอกไม้รัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.61 - นายอนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มสามมิตร อดีต ส.ส.ชัยนาท พรรคไทยรักไทย&amp;nbsp; ให้สัมภาษณ์แทบลอยด์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 12 สิงหาคม 2561 ถึงแนวทางทางการเมืองของกลุ่มสามมิตร ท่ามกลางกระแสข่าวจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป้ฯนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งว่าสิ่งหนึ่งที่เราเห็นชัดตอนนี้ก็คือ บ้านเมืองสงบสุข เป็นสิ่งที่ชัด ที่ในบรรดานักการเมืองกลุ่มเราต่างก็ถวิลหาความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นหลัก เมื่อบ้านเมืองสงบสุข อีกทั้งรัฐบาลมีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เมื่อเรามองเห็นอนาคตของประเทศว่าจะไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ต้องไปฝ่าฟันมรสุมความไม่สงบสุขในแผ่นดิน ผ่านจุดที่จะต้องเสียเลือดเสียเนื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามแย้งว่าแต่คนก็มองว่านายกฯ บิ๊กตู่มาจากการยึดอำนาจเป็นรัฐบาลเผด็จการ นายอนุชา ก่าวว่าคำว่าเผด็จการ เราเป็นนักการเมืองเราต้องมองตัวเราเองก่อนว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นมาเพราะอะไร นักการเมืองพรรคใหญ่สองพรรคเคยเป็นรัฐบาลมาแล้วทั้งสิ้น แล้วมีอะไรเกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอานิสงส์มาจากนักการเมืองที่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ขัดแย้งกันเพื่อที่จะเข้าสู่อำนาจ หรือเพื่อแสวงหาอำนาจเอาชนะคัดคานกัน แล้วไปนำพี่น้องประชาชนมาสู้รบกัน นำประชาชนที่รักและศรัทธาในฝั่งของตัวเองออกมาสู้รบกันในยามที่ตัวเองขาดอำนาจ นี่คือจุดเดียวกันเลยที่ผ่านมา และนี่คือสาเหตุใช่ไหมที่ทำให้ทหารต้องออกมาทำปฏิวัติรัฐประหาร และเป็นสาเหตุหลักถูกหรือไม่ เมื่อคือสาเหตุหลัก แล้วถามว่าเรามองว่าใครคือผู้ทำผิด เราไม่มองกันเองหรอก แต่กลุ่มของพวกเราไม่เคยไปเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ เพราะเราไม่นิยมไปสนับสนุนวิธีเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราก็มองว่าสิ่งที่ทหารออกมา เคยเห็นใช่ไหมบางครั้งมีรัฐประหารแล้วประชาชนนำดอกไม้ไปให้ทหาร มันเพราะอะไร มันเพราะประชาชนเขาเริ่มชิงชังนักการเมืองแล้วใช่หรือไม่ พวกนักการเมืองเราหันกลับมามองดูตัวเองกันบ้างหรือไม่ บางทีเราต้องถอยหลัง ถอยหลังลงคลองแบบที่เขาบอกกันเพื่อไปชำระล้างตัวเองกันบ้างไหม ดีไหมพวกนักการเมือง ถอยหลังลงคลองไปอาบน้ำชำระล้างตัวเองกันดีไหม&amp;rdquo;นายอนุชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักถามเพื่อต้องการรู้ท่าทีของกลุ่มสามมิตรต่อไปว่า สรุปว่าตอนนี้มีนายกฯ บิ๊กตู่คนเดียวที่จะทำให้ประเทศชาติสงบสุขได้ อนุชา-แกนนำกลุ่มสามมิตร ให้ความเห็นว่า ถามว่ามีนายกฯ ลุงตู่คนเดียวหรือไม่ เมืองไทยผมบอกให้มีคนเก่งเยอะ แต่ใครที่มีทั้งโอกาสและรับอาสา การที่เราจะเลือกใครมาเป็นผู้นำก็ต้องมีความเก่งและเขาอาสามาด้วย มันไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเผด็จการหรือไม่เผด็จการ เพราะการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะมีขึ้นยังไงก็คือระบบประชาธิปไตย การที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ผ่านกระบวนการเห็นชอบของประชาชนผ่านการทำประชามติ ถูกดีไซน์มา ก็เพื่อให้อนาคตของระบอบประชาธิปไตยเป็นแบบนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15217</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มสามมิตร, สนุบสนุนพล.อ.ประยุทธ์, หนุนบิ๊กตู่นายกฯ, อนุชา นาคาศัย, แกนนำกลุ่มสามมิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180812/image_big_5b6fa346b0f27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
