<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่อเดือดยัดข้อหาเฟกนิวส์ เสรีพิศุทธ์เมินร่วมวิ่งไลลุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แฟลชม็อบ&amp;rdquo; ลาม ศรีสุวรรณชง กกต.ยุบพรรคอนาคตใหม่ ชี้ไม่ได้มุ่งเล่นงานส้มหวาน แต่เพราะเห็นทำผิดกฎหมาย &amp;ldquo;พุทธิพงษ์&amp;rdquo; ปูดจับมือโพสต์มิบังควรแล้ว &amp;ldquo;ช่อ&amp;rdquo; เดือดซัดย้อนยุคดาวสยาม-วิทยุยานเกราะ ไหนบอกไม่ใช่เผด็จการทำไมมุมมิบจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 18 ธ.ค. ยังคงมีความต่อเนื่องจากการจัดกิจกรรมแฟลชม็อบบริเวณสกายวอล์กหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ ที่แกนนำพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้จัดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค., นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค. และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. &amp;nbsp;ซึ่งเป็นกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค จัดกิจกรรมแฟลชม็อบเข้าข่ายเป็นการก่อกวน คุกคามความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ขัดมาตรา 45 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองเป็นเหตุให้ กกต.เสนอศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งยุบพรรคตามมาตรา 92 (3) หรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การชุมนุมดังกล่าวผิดกฎหมายหลายฉบับ ไม่ได้มีการขออนุญาตใช้พื้นที่ รวมทั้งเข้าข่ายก่อความวุ่นวาย ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดเดือดร้อนกับผู้ใช้ทางเท้าและสกายวอล์ก ซึ่งเข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 อีกทั้งสถานที่จัดกิจกรรมก็อยู่ในรัศมี 150 เมตร จากวังสระปทุม ซึ่ง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะก็ห้ามมิให้ดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้การชุมนุมจะเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่พรรคอนาคตใหม่และกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดเป็น ส.ส.ในสภา สามารถนำความเดือดร้อนหรือปัญหาที่ตนเองเห็นว่ามีการแก้ไขไม่ถูกต้องไปเสนอต่อที่ประชุมสภาได้ แต่กลับไปใช้สิทธิในการชุมนุม ไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด จึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง &amp;nbsp;หากทำเช่นนี้ต่อไป ส.ส.หรือคนที่ไม่เห็นด้วยก็จะออกมาก่อม็อบทำให้บ้านเมืองเกิดความไม่สงบ กระทบเศรษฐกิจบ้านเมือง&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณกล่าว และว่า การยื่นคำร้องตรวจสอบ ไม่ได้มุ่งเป้าเฉพาะพรรค อนค. ถ้าเห็นว่าการกระทำของบุคคลใดหรือพรรคการเมืองใดขัดหรือแย้งกับกฎหมาย ก็จะยื่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบอยู่แล้ว ไม่ใช่ดำเนินการกับเฉพาะพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลาไล่เลี่ยกัน นายมหัศจักร โสดี ในฐานะราษฎร พร้อมคณะ ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายแทนคุณ จิตต์อิสระ เลขานุการคณะทำงานทางการเมืองประธานสภาเรื่อง ขอให้อบรม ตักเตือน ห้ามปราม พรรคการเมือง และ ส.ส.จากการชุมนุมแฟลชม็อบ โดยระบุว่า พี่น้องคนไทยได้เห็นภาพบางภาพแล้วไม่สบายใจ ซึ่งผู้ที่กระทำการไม่เหมาะสมได้รับผลกระทบทางสังคมและด้านกฎหมายแล้ว ขณะเดียวกัน พรรคการเมือง นักการเมือง และ ส.ส. ที่ทำให้การชุมนุมเกิดขึ้นกลับไม่ได้มีท่าทีในการแสดงออกถึงการรับผิดชอบใดๆ จึงมายื่นหนังสือถึงนายชวนให้อบรม ตักเตือน พรรคการเมือง และ ส.ส. อย่าได้นำสถาบันอันเป็นที่เคารพของคนไทยมาเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ได้จับกุมผู้โพสต์ภาพรายหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพชูป้ายในแฟลชม็อบ และได้โพสต์ภาพอันมิบังควรและทำร้ายจิตใจคนไทยทั่วทั้งแผ่นดิน ซึ่งตนเองและทีมงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้รีบดำเนินการเก็บหลักฐานทางสื่อออนไลน์ต่างๆ จนล่าสุดตอนนี้ตำรวจได้จับกุมตัวผู้กระทำผิดแล้ว แต่ยังไม่สามารถเผยรายละเอียดได้ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และจะมีผลต่อรูปคดี ซึ่งถ้าแถลงข่าวได้เมื่อใดจะรีบแจ้งทันที&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เรื่องแบบนี้คงไม่มีใครทนได้ ผมก็เช่นกัน ขอต่อสู้อย่างที่สุด เพื่อปกป้องสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของผองไทย&amp;rdquo; นายพุทธิพงษ์โพสต์
ด้าน น.ส.พรรณิการ์ได้แถลงข่าวว่า กังวลภายหลังการจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เนื่องจากมีความพยายามในการทำลายความน่าเชื่อถือของการชุมนุม รวมทั้งผู้เข้าร่วม ขณะที่นโยบายการจัดการข่าวปลอมของรัฐบาลที่โดนเจ้าหน้าที่จากสำนักนายกฯ ไปแจ้งความเอาผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ ในข้อหาบิดเบือนข้อความของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมองว่าเป็นเพียงเรื่องตลกนั้น กลับกันทางศูนย์จัดการเฟกนิวส์กลับไม่ได้ดำเนินการข่าวปลอมของผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ได้ติดต่อโดยตรงไปยังนายพุทธิพงษ์ ในกรณีเพจเดรัจฉานแฉ โพสต์ภาพนายธนาธรพร้อมข้อความที่พูดพาดพิงสถาบัน ซึ่งเป็นข่าวปลอม 100% เพราะในวันนั้นมีทั้งสื่อมวลชน มืออาชีพ และมือสมัครเล่น รวมทั้งประชาชนบันทึกวิดีโอเอาไว้ ไปเช็กดูได้ว่าไม่มีคำพูดเหล่านี้เกิดขึ้นแม้แต่เพียงครึ่งคำ นายพุทธิพงษ์ก็รับปากว่าจะจัดการให้ แต่จนถึงขณะนี้โพสต์ดังกล่าวก็ยังอยู่ ไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด กลับไปจัดการข่าวอื่นอย่างการล้อเลียนคำขวัญนายกฯ&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวอีกว่า ที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่งคือกรณีนายพุทธิพงษ์โพสต์เฟซบุ๊กว่าได้รวบรวบพยานหลักฐานไปสู่การจับกุมผู้โพสต์ภาพ ตามที่คุณพุทธิพงษ์บอกว่าเป็นการกระทบกระเทือนจิตใจของคนไทย ซึ่งขอตั้งคำถามว่า นี่คือความตกต่ำของประเทศไทยใช่หรือไม่ สมัยก่อนเราเห็นพาดหัวที่ยุยงปลุกปั่นสร้างความเกลียดชังจนคนฆ่ากันเองได้แบบนี้ จากหนังสือพิมพ์ดาวสยาม หรือวิทยุยานเกราะ แต่ปัจจุบันไม่ใช่สื่อแล้วที่ทำแบบนี้ แต่กลับเป็นบุคคลระดับรัฐมนตรีที่อยู่ในพรรครัฐบาล
&amp;quot;ดิฉันขอถามว่า การทำแบบนี้ในฐานะที่ท่านเองเป็นคนรับผิดชอบข่าวบิดเบือนและการเผยแพร่วาทะเกลียดชัง สมควรหรือไม่ที่บุคคลระดับรัฐมนตรีจะทำแบบนี้ และการที่อยู่ๆ ดีโพสต์ว่ามีการจับกุมบุคคล โดยไม่ได้มีการบอกว่าใช้อำนาจตามกฎหมายข้อใด ข้อหาอะไร เป็นใคร และจับไปไว้ที่ไหน บ้านเมืองนี้ยังมีขื่อมีแปอยู่หรือไม่ เราอยู่ในอยู่ยุคเผด็จการ คสช.หรืออย่างไร&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรค อนค.กล่าวต่อว่า รัฐบาลพูดเสมอว่าหยุดพูดว่าเผด็จการได้แล้ว นี่อยู่ในยุครัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่หากเป็นแบบนั้น ท่านก็ช่วยพิสูจน์ให้เราเห็นทีว่าท่านเห็นหัวประชาชนจริงๆ หากเป็นแบบนั้น ทำไมบุคคลระดับรัฐมนตรีจึงโพสต์ลักษณะแบบนี้ &amp;nbsp;ซึ่งพรรค อนค.ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อยืนยันหลักการที่ว่า ประชาชนคือผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศนี้ เพื่อยืนยันหลักการที่ว่าระบอบประชาธิปไตยต้องยึดมั่นเสรีภาพของประชาชน กิจกรรมเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. เป็นการแสดงออกของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ ว่าพวกเขาไม่พอใจกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ (พช.) ส่งข้อความผ่านกลุ่มไลน์สื่อมวลชนพรรคว่า มั่นใจในข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอไปว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานจากเว็บไซต์ราชการยืนยันในข้อเท็จจริงของข้อมูล ทุกประเด็น พร้อมทั้งแนบลิงก์ข่าวดังกล่าว ก่อนระบุอีกว่า การตั้งข้อสังเกตในเนื้อข่าว คือการสอบถามรัฐบาลแทนสตรีทั้งประเทศตามหน้าที่นักการเมืองและผู้เสียภาษีคนหนึ่ง และไม่มีข้อความว่ารัฐขึ้นภาษีผ้าอนามัยในข่าวนั้น ซึ่งพร้อมชี้แจงต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้น และพร้อมแจ้งความฟ้องกลับ ถ้าเป็นการแจ้งความเท็จและเจตนาบิดเบือนข่าวของตนเองเพื่อให้สังคมเข้าใจว่าเป็นเฟกนิวส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการออกไปเคลื่อนไหวบนท้องถนนเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมาของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่บางคนว่า ตนไม่เห็นด้วย เพราะ ส.ส.มีหน้าที่ทำงานในสภา ส่วนนายธนาธรนั้นถือว่าสามารถทำได้ เพราะไม่ได้เป็น ส.ส.แล้ว หลักการทางการเมืองคือคนที่ไปเดินกับประชาชนต้องบริสุทธิ์ เพราะความบริสุทธิ์นั้นคือพลังในการเคลื่อนไหว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในปี 63 ว่า เขาก็มีเชิญมา แต่เราคิดว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่ถึงขนาดต้องไปลงถนน เพราะการวิ่งก็เป็นการออกกำลังทั่วไป ไม่ได้ไปชุมนุมอะไร เพียงแต่วิ่งไล่ลุง รัฐบาลอย่าไปคิดอะไรมาก วางใจให้เป็นกลางเฉยๆ ก็หมดเรื่อง หรือการที่เขาไปชุมนุมบนสกายวอล์ก ก็ไม่ได้ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่ควรต่อต้าน เดี๋ยวจะลามไปใหญ่ กิจกรรมพวกนี้ปล่อยๆ ปิดตาบ้างก็ไม่เป็นไร สำหรับผมคิดว่าเมื่อเราอยู่ในสภาก็ต้องสู้กันในสภา ถึงแม้เสียงตอนนี้จะน้อยกว่า แต่ก็ไม่เป็นไร เราก็พยายามหาเหตุผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรียนให้ทราบว่าตอนยังไม่ได้เป็น ส.ส. มี กปปส.มาเชิญขึ้นเวที ผมก็ไม่เคยไปสักที ไม่เหมือนหลายคนในสภานี้ แม้กระทั่งประธานยังเป่านกหวีดกับเขาด้วย แต่สำหรับผม ถ้าไม่ก็คือไม่ ดังนั้นตอบตรงนี้เลยว่าคงไม่ได้ไปร่วมวิ่งไล่ลุงด้วย เพราะตอนนี้เราเป็น ส.ส. ต้องทำหน้าที่ให้ดี&amp;quot; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52799</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, มือโพสต์มิบังควร, วิ่งไลลุ่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แกนนำพรรคอนาคตใหม่, แฟลชม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5dfa3f7a11101.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2019 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2019 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉับไว ตำรวจเร่งหาหลักฐานเอาผิดแกนนำแฟลชม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธ.ค.62&amp;nbsp;พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล&amp;nbsp;6&amp;nbsp;(ผบก.น.6) กล่าวถึงกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จัดกิจกรรมแฟลชม็อบ เชิญชวนประชาชนลุกขึ้นต่อสู้ทวงคืนความยุติธรรม เพื่อส่งเสียงให้ผู้มีอำนาจได้ยิน หลังถูก กกต.เสนอยุบพรรคอนาคตใหม่ ที่บริเวณสกายวอล์ค แยกปทุมวันว่า ขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐานว่าการกระทำของแกนนำม็อบผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตามการชุมนุมที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวานนี้ผิดกฏหมายแน่นอน คือ พ.ร.บ.ชุมนุม เพราะไม่มีการขอนุญาตเจ้าหน้าที่ จะทำอระไรต้องทำตามกฎหมายบ้านเมือง&amp;rdquo; ผบก.น.6&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงเข้าไปกำกับดูแลในเรื่องนี้และหลังม็อบสลายตัวเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ประชุมหารือกัน ส่วนจะเข้าข่ายผิดกฎหมายข้อใดอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน&amp;nbsp; ส่วนที่ถามว่าต้องให้ทหารเป็นคนร้องทุกข์หรือไม่ต้องไปดูก่อนว่าเข้าข้อกฎหมายใดหรือไม่ ส่วนตัวอาญาแผ่นดินใครจะเป็นเจ้าภาพในการร้องทุกข์ดำเนินคดีก็ต้องไปดูก่อนว่ามีความผิดอะไรบ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52517</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบสกายวอล์ค, แกนนำพรรคอนาคตใหม่, แฟลชม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191215/image_big_5df5e1cdf03e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรงงานเรียกร้องแก้10ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำแรงงานยื่นข้อเสนอนายกฯ 10 ข้อ ด้าน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; รับทำได้ 6 อย่าง ที่เหลือต้องหารือกัน หวั่นระบบแรงงานอันตรายล้มเหลว หยอดคำหวานรัฐบาลจริงใจแก้ปัญหาขึ้นค่าแรงแล้ว 5% อีกสักระยะทุกอย่างจะดีขึ้น เผยมีร้องเรียนบางกิจการบีบแรงงานไทยออกจ้างต่างด้าว สั่งสำรวจแล้ววอนอย่าเชื่อตกงานเพราะไทยแลนด์ 4.0 ขณะที่ ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองถูกทารุณข่มขู่ขืนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันแรงงานแห่งชาติ ในช่วงเช้า คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน คสรท., นายชาลี ลอยสูง รองประธาน คสรท. พร้อมด้วยมวลชน ร่วมจัดกิจกรรมวันกรรมกรสากล ปี 2561 โดยได้นัดรวมพลตั้งขบวนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเดินทางเพื่อมาทวงถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ถึงข้อเรียกร้องที่เคยเสนอเดิม 10 ข้อ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ระหว่างการจัดกิจกรรมได้มีการปราศรัยถึงข้อเรียกร้องเกี่ยวกับผู้ใช้แรงงานกลุ่ม โดยเฉพาะประเด็นการถูกละเมิดสิทธิต่างๆ เช่น ถูกปลดออก ถูกเลิกจ้าง ไม่ให้แปรรูปรัฐวิสาหกิจ ขึ้นค่าจ้างแรงงานรายวันขั้นต่ำเท่ากันทั่วประเทศ จากนั้นนายสาวิทย์ประกาศเจตนารมณ์เนื่องในวันกรรมกรสากล ก่อนที่จะแยกย้ายกลับ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กลุ่มสภาองค์การลูกจ้างและสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ และกลุ่มแรงงานนอกระบบ รวม 17 องค์กร นำโดย นายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย ได้รวมตัวกันเคลื่อนขบวนออกจากสนามม้านางเลิ้ง ผ่านทำเนียบรัฐบาล และเคลื่อนไปบนถนนราชดำเนิน ไปยังลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง 10 ข้อ กับนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยระหว่างจัดกิจกรรมชุมนุมของ คสรท.และ สรส.นั้น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคอนาคตใหม่, นายสิริวิญช์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว), นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนวิน) ได้ร่วมเดินขบวนด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ลานคนเมืองฯ พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ พ.ศ.2561 โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน ให้การต้อนรับ โดยมีผู้ใช้แรงงานกว่า 1,000 คนเข้าร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายพนัส ไทยล้วน ประธานคณะกรรมการจัดงาน ได้ยื่นข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้อต่อนายกฯ ประกอบด้วย 1.ขอให้รัฐบาลแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 โดยกำหนดให้ลูกจ้างเกษียณอายุที่ 60 ปี ในกรณีที่ลูกจ้างอายุครบ 55 ปี ประสงค์จะลาออกจากการเป็นลูกจ้าง ให้นายจ้างอนุญาต และให้ลาออกโดยได้รับสิทธิและประโยชน์เช่นเดียวกับลูกจ้างที่เกษียณอายุทุกประการ 2.ให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ปรับฐานการรับเงินบำนาญ โดยมีอัตราเริ่มต้นที่ 500 บาท 3.ผู้ประกันตนเมื่อพ้นสภาพการเป็น มาตรา 33 และรับบำนาญ ให้มีสิทธิ์สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้โดยไม่ตัดสิทธิ์การรับบำนาญ 4.ในกรณีที่ลูกจ้างพ้นจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ให้ สปส.ใช้ฐานค่าจ้างตามมาตรา 33 เดิม คำนวณเป็นฐานรับบำนาญ&amp;nbsp;
นายกฯ รับทำได้ 6 ข้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ให้รัฐบาลกำหนดให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นการบังคับที่นายจ้างต้องจัดให้มีขึ้น และกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อสิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง 6.เร่งรัดการออกกฎหมายที่สนับสนุนการสร้างระบบธรรมาภิบาลในรัฐวิสาหกิจ ให้กลายเป็นองค์กรมหาชน หรืออื่นๆ ที่เป็นการแบ่งผลกำไรจากรัฐไปให้เอกชน 7.ออกกฎหมายคุ้มครองส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพแรงงานนอกระบบ และมีสิทธิ์จัดตั้งองค์กรได้ 8.ให้มีการรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87, 98 9.แก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1 ให้เป็นภาคบังคับและมีโทษอาญา ในกรณีที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตาม และ 10.สั่งให้กระทรวงแรงงานปฏิบัติการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 74 อย่างเคร่งครัด โดยให้นายจ้างและรัฐบาลต้องร่วมกันดำเนินการตัดสินใจ โดยเฉพาะในระบบแรงงานสัมพันธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การพบปะวันนี้มีเจตนาอันบริสุทธิ์ร่วมกัน และเป็นเวทีรับฟังความเห็นหารือร่วมกันในการเข้าถึงทุกปัญหา แรงงานทุกคนเป็นพลังงานสำคัญในการพัฒนาประเทศ แต่เนื่องจากเรามีรายได้น้อย เราก็ต้องไปแก้ปัญหาค่าแรงที่ได้มีการปรับไปแล้ว รัฐบาลนี้จริงจัง จริงใจแก้ไขปัญหาให้กับคนทุกระดับ เพราะทุกคนมีความเป็นคนเท่ากับตน สิ่งที่คาดหวังคือลูกหลาน องค์กรของเราจะอยู่อย่างยั่งยืนได้อย่างไร โดยไม่มีความขัดแย้งในสังคม ข้อเสนอที่ยื่นมา 10 อย่าง ทำได้ 6 อย่าง เหลือ 4 อย่าง ต้องหารือกันต่อไป ถ้าดึงดันทำทั้งหมดก็ทำไม่ได้ ถ้าเราตามข้อเรียกร้องอย่างเดียว ระบบแรงงานจะอันตรายและล้มเหลว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวต่อว่า เรื่องที่อยากให้รัฐบาลเน้นความคุ้มครองทางสังคม ความมั่นคงในอาชีพ ค่าตอบแทนและรายได้ที่ต้องสูงขึ้นตามสัดส่วนที่เหมาะสม ความปลอดภัยและมาตรการทางสังคม สิทธิตามกฎหมาย รัฐบาลยินดีทุกเรื่อง และจะทำให้ได้มากที่สุด ซึ่งแรงงานต้องพัฒนาตัวเองไปด้วย สิ่งที่รัฐบาลทำมาได้เยอะพอสมควร แต่ไม่ได้บอกว่าดีที่สุดหรือดีแล้ว แต่จะทำให้ได้มากที่สุดกว่าห้วงที่ผ่านมา สำหรับแผนแม่บทพัฒนาแรงงานไทย 5 ปี เราเน้นสหภาพแรงงาน ความมั่นคง ความเข้มแข็ง เกียรติยศ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สร้างความสมดุลที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และได้รับการยอมรับจากสากล ชมแรงงานไทยยอดเยี่ยม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้รับการร้องเรียนว่ามีหลายกิจการบีบให้คนไทยออก และรับแรงงานต่างด้าวแทน เพราะค้าจ้างถูกกว่า ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใจร้ายกันแบบนี้ เดี๋ยวจะให้ไปสำรวจทั้งหมด ถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไม่เป็นไปตามกฎหมาย ขอให้แจ้งมาทุกช่องทาง วันนี้ไม่ต้องกลัวตกงานกันหมด เพราะเป็นไทยแลนด์ 4.0 รายได้แพง ใช้คนน้อย โดยใช้เครื่องจักร แต่ที่ต้องใช้แรงงานที่มีฝีมือยังอยู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นที่ทำเนียบฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงวันแรงงานประจำปี 2561 ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำไปมาก โดยได้แก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเช่น การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา แม้ตัวเลขจะน้อย แต่ก็ขึ้นได้อัตรา 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงสุดในช่วงที่ผ่านมาที่ขึ้นได้ไม่เกิน 1-2 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าอีกสักระยะทุกอย่างจะดีขึ้น ทุกภาคส่วนจะสามารถหาเงินเข้าระบบได้มากขึ้น รัฐบาลยังได้ออกกฎหมายแรงงาน ให้เกษียณอายุ 60 ปี จาก 55 ปี ทั้งยังมีเรื่องการให้สิทธิ์ผู้ประกันตนที่คืนสิทธิ์ไปแล้ว กลับมาใช้สิทธิ์ได้อีก โดยมีแรงงาน 770,000 คน ได้รับประโยชน์ นอกจากนี้ยังให้บำนาญไว้ใช้จ่าย 5 ปี หลังเกษียณอายุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเข้าใจถึงปัญหาความเดือดร้อน แต่ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะเราไม่มีงบมากมายที่จะทำทุกอย่างในเวลาเดียว เพราะต้องคำนึงถึงการลงทุน เศรษฐกิจ และเรื่องอื่นๆ เนื่องจากวันนี้หลายประเทศต่างชักจูงนักลงทุนเข้าประเทศตัวเอง โดยเสนอสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ และหลายประเทศค่าแรงก็ต่ำกว่าไทย ซึ่งทำให้เราเกิดปัญหาพอสมควร รัฐบาลต้องหาวิธีคุ้มครองแรงงานให้มีหลักประกันสุขภาพที่ดีขึ้นเรื่อยๆ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
ผ่าน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติเห็นชอบอนุมัติตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ เนื่องจากประเทศไทยจะต้องดำเนินการให้สัตยาบันพิธีสาร ค.ศ.2014 ว่าด้วยแรงงานบังคับภายในเดือน มิ.ย.นี้ สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.นี้ ได้กำหนดลักษณะความผิดฐานใช้แรงงานบังคับ ได้แก่ การข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำงานโดยไม่ได้สมัครใจ มีการข่มขู่ ขู่เข็ญว่าจะลงโทษโดยมิชอบ ใช้กำลังทำร้าย ยึดเอกสารสำคัญประจำตัวของบุคคลนั้นไว้ นำภาระหนี้ของบุคคลนั้นหรือบุคคลอื่นมาเป็นสิ่งผูกมัดโดยมิชอบ หรือด้วยวิธีอื่นใดโดยมิชอบที่ทำให้บุคคลนั้นไม่สามารถขัดขืนได้ หรือไม่ได้สมัครใจที่จะทำเอง ถ้าการกระทำแบบนั้นไม่เป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำความผิดฐานใช้แรงงานบังคับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้มีการกำหนดจัดตั้งกองทุนเพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับมาช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย ขณะเดียวกันยังได้กำหนดให้มีคณะกรรมการขึ้นมา 2 คณะ 1.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และมาตรการป้องกันและปราบปราม 2.คณะกรรมการกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ จะกำหนดมาตรการช่วยเหลือ คุ้มครองสวัสดิการของผู้เสียหาย รวมถึงกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้กระทำผิด โดยจะคุ้มครองผู้เสียหายที่เป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ ผู้พิการ ผู้ที่มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ และกรณีที่มีการกระทำให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส เป็นโรคร้ายแรงซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรุงเทพโพลล์เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ความในใจของแรงงานไทย 4.0&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลกับผู้ใช้แรงงาน ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 1,045 คน พบว่า ผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่ร้อยละ 64.3 รับทราบการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศเป็น 308- 330 บาท ตามที่รัฐมีมติปรับขึ้นเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2561 ที่ผ่านมา ขณะที่ร้อยละ 35.7 ยังไม่ทราบ เมื่อถามต่อว่า ได้รับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นตามที่รัฐมีมติปรับขึ้นค่าจ้างใหม่หรือไม่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 59.6 ได้รับแล้ว ขณะที่ร้อยละ 40.4 ยังไม่ได้รับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรกับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 2 ปีติดต่อกัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 52.7 รู้สึกมีความสุข อยากให้ขึ้นแบบนี้ทุกๆ ปี ส่วนร้อยละ 35.7 รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ขณะที่ร้อยละ 11.6 รู้สึกแย่ คิดว่าน่าจะขึ้นมากกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อถามว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ได้รับในแต่ละวันเพียงพอกับค่าใช้จ่ายหรือไม่ ผู้ใช้แรงงานร้อยละ 39.9 ระบุว่า ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ต้องกู้ ต้องหยิบยืม ขณะที่ร้อยละ 30.9 ระบุว่า เพียงพอกับค่าใช้จ่ายและมีเงินเก็บออม ส่วนร้อยละ 29.2 ระบุว่า พอดีกับค่าใช้จ่าย จึงไม่มีเงินเหลือเพื่อเก็บออม สำหรับเรื่องที่กังวลหลังจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 2 ปีติดต่อกัน พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 85.5 กังวลว่าข้าวของจะราคาแพงขึ้น เพราะต้นทุนผู้ประกอบการสูงมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 25.1 กังวลว่าค่าแรงขั้นต่ำจะไม่ขึ้นอีกหลายปี และร้อยละ 19.8 กังวลว่าแรงงานต่างด้าวจะเข้ามาแย่งงาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8306</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., คสช., คสรท., ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พ.ร.บ.คุ้มครองถูกทารุณข่มขู่ขืนใจ, พนัส ไทยล้วน, พริษฐ์ ชิวารักษ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สรส., สิริวิญช์ เสรีธิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, แกนนำพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae885e2aee09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
