<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกายกฟ้องจำลอง-สนธิ คุก8เดือน3แกนนำพธม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกายกฟ้อง &amp;ldquo;จำลอง- สนธิ&amp;rdquo; กับพวกรวม 6 คน คดี 9 แกนนำพันธมิตรฯ ชุมนุมดาวกระจายไล่รัฐบาล &amp;ldquo;สมัคร-ปี 51&amp;quot; แต่ไชยวัฒน์ อดีต รมว.อุตสาหกรรม-อมร-เทิดภูมิ ไม่รอด โดนตัดสินจำคุกคนละ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีพนักงานอัยการคดีอาญาเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง 9 อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) คือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิ ใจดี อดีตแกนนำพันธมิตรฯ เป็นจำเลยที่ 1-9 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกัน กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชน และก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก แต่ไม่เลิก อันเป็นการเคลื่อนไหวในช่วงการรวมตัวชุมนุมต่อต้านและขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2551
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอัยการโจทก์ฟ้องสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2551 จำเลยทั้ง 9 คน ได้จัดชุมนุมใหญ่ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต่อมาจำเลยทั้งหมดได้นำกลุ่มพันธมิตรฯ จำนวนมากเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล ปิดการจราจรบริเวณถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่สี่แยกมัฆวานรังสรรค์ไปจนถึงสี่แยก จปร. เป็นที่ชุมนุมประท้วง ไปจนถึงวันที่ 5 ต.ค.2551 โดยได้มีการตั้งเวทีถาวร ขึงลวดหนามกั้นถนนราชดำเนินนอก มีการตั้งกองกำลังรักษาความปลอดภัย มีการจัดเตรียมเครื่องมือ เช่น ท่อนเหล็ก เพื่อใช้เป็นอาวุธ ส่อไปในทางที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงถึงขนาดก่อความไม่สงบขึ้นในประเทศ และยังใช้รถยนต์บรรทุกเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ไปกดดันบริเวณสถานที่ราชการหลายแห่ง เป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2560 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1-6 เนื่องจากเป็นการฟ้องจำเลยซ้ำกับคดี พันธมิตรฯ บุกรุกทำเนียบรัฐบาล หมายเลขดำ อ.4925/2555 อัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 7-9 นั้น ศาลเห็นว่าการกระทำเป็นความผิดฐานมั่วสุม 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ แต่เห็นควรให้รอการกำหนดโทษจำเลยไว้ก่อน 2 ปี และต่อมาศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ม.ค.2562 ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด จนต่อมาอัยการโจทก์ยื่นฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญาว่า การอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ทางจำเลยที่ 1-8 เดินทางมาศาลแล้ว ก่อนที่นายเทิดภูมิ ใจดี จำเลยที่ 9 ซึ่งนั่งรถเข็นมาฟังคำพิพากษาด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาหลังศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษากันแล้ว มีประเด็นวินิจฉัยว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นการกดดันให้รัฐบาลนายสมัครลาออก ซึ่งโจทก์ฟ้องเป็นคดีและศาลได้เคยตัดสินคดีไปแล้ว &amp;nbsp;โจทก์จึงนำการกระทำความผิดในคราวเดียวกันมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1-6 อีกไม่ได้ เพราะเป็นการฟ้องซ้ำ ส่วนจำเลยที่ 7-9 นั้น เห็นว่าได้ผลัดเปลี่ยนกันตั้งแต่วันที่ปราศรัยชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมบนท้องถนนอันเป็นการกีดขวางถนนสาธารณะ และมีจุดมุ่งหมายจะขับไล่นายกรัฐมนตรี เฉพาะอย่างยิ่งจำเลยที่ 7 ยังเดินทางไปปิดถนนมิตรภาพ จ.นครราชสีมา ส่วนจำเลยที่ 8 ก็ไปที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย แสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 7 และ 8 มีส่วนร่วมกับจำเลยอื่นที่เป็นแกนนำในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ การกระทำของจำเลยที่ 7-9 จึงเป็นการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และเมื่อตำรวจเข้าไปเจรจากับจำเลยขอให้ยุติการชุมนุม แต่ไม่เลิก การกระทำของจำเลยที่ 7-9 จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 216
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาระบุอีกว่า การที่จำเลยที่ 7-9 ร่วมกันชุมนุมและปราศรัยโดยประกาศให้ประชาชนใช้กำลังบุกยึดพื้นที่ของรัฐที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ถือเป็นการกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ส่วนการยุยงส่งเสริมให้ประชาชนไม่ต้องชำระค่าไฟ ค่าน้ำประปานั้น ย่อมทำให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชน กระทบต่อระบบราชการบริการสาธารณะ การกระทำของจำเลยที่ 7-9 จึงเป็นความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 7-9 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 วรรคแรก, 216, 116 (2) (3) ประกอบมาตรา 83 การกระทำเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 116 (2) (3) ซึ่งเป็นบทหนักสุด จำคุกคนละ 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 7-9 คนละ 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยไม่รอลงอาญา&amp;quot; คำพิพากษาดังกล่าวระบุตอนท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลพิพากษาเสร็จ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้นำตัว จำเลยที่ 7-9 คือ นายไชยวัฒน์, นายอมร และนายเทิดภูมิ ไปยังห้องควบคุมชั้นล่างศาลอาญา ก่อนที่จะคุมตัวไปยังเรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป ส่วนจำเลยคนอื่นซึ่งศาลยกฟ้องต่างทยอยเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115208</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำลอง- สนธิ, ชุมนุมดาวกระจายไล่รัฐบาล “สมัคร-ปี 51&quot;, ศาลฎีกายกฟ้อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แกนนำพันธมิตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f997ea98fc24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 16:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พันธมิตรฯเฮลั่น!ราชทัณฑ์ปล่อย &#039;สนธิ&#039; พ้นเรือนจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.62 -&amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่าทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ทำการปล่อยตัวนายสนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 72 ปี ผู้ต้องขังชั้นเยี่ยม ที่ต้องคดีความผิดเกี่ยวกับกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และอื่นๆ ซึ่งรับโทษมาแล้ว 3 ปี 1 เดือน ขณะที่นายสนธิฯอยู่ภายในเรือนจำมีความประพฤติดี ช่วยเหลืองานของทางราชการหลายอย่าง และมีความก้าวหน้าในเรื่องการฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆของกรมราชทัณฑ์ครบถ้วนเรียบร้อย ประกอบกับเป็นผู้ที่มีอายุเกินกว่า 70 ปี และมีโรครุมเร้าหลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามข้อเท็จจริงแล้วนายสนธิฯน่าจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานอภัยโทษเนื่องในวโรกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2562 เนื่องจากเป็นผู้ที่มีอายุเกิน 70 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเข้าข่ายจะต้องได้รับการปล่อยตัวไปตามมาตรา 6 (2)(จ) แต่มีการตีความทางกฎหมายว่านายสนธิฯกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ตามบัญชีแนบท้าย จึงเข้าข้อยกเว้นไม่ปล่อยตัว เพียงแค่ลดโทษลงแทน ต่อมาได้มีนักโทษชายรายหนึ่งยื่นอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการอภัยโทษ โดยโต้แย้งว่าตนเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งมิใช่สถาบันการเงิน ดังนั้นจึงไม่เข้าองค์ประกอบตามที่ระบุไว้ในบัญชีแนบท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้ยื่นเรื่องขอหารือการตีความข้อกฎหมายดังกล่าวต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา และในวันที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 13.30 น ได้มีการประชุมสามฝ่ายประกอบด้วยรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาทั้งสามท่าน หัวหน้าผู้พิพากษาแผนกคดีค้ามนุษย์ หัวหน้าผู้พิพากษาแผนกคดียาเสพติด ผู้แทนอัยการสูงสุด และอธิบดีกรมราชทัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลปรากฏว่ายืนยันการตีความทางกฎหมายเป็นคุณกับผู้ร้อง คำร้องของผู้ร้องฟังขึ้น ซึ่งเมื่อเทียบเคียงกับกรณีของนายสนธิฯแล้วเป็นข้อเท็จจริงในลักษณะเดียวกัน ดังนั้น นายสนธิฯจึงเข้าข่ายได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่าการปล่อยตัวในครั้งนี้เป็นเรื่องของความคลาดเคลื่อนในการตีความทางกฎหมายโดยแท้ ได้มีการหารือกับผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดรอบคอบ มิได้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือมีใบสั่งจากผู้ใด รวมทั้งไม่ได้เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองแต่อย่างใดทั้งสิ้น&amp;quot;อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp; บริเวณด้านหน้าทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ภายหลังมีความชัดเจนเรื่องการปล่อยตัวนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล บุตรชายของนายสนธิ และนายปานเทพ วงศ์พัวพันธุ์ อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้มารอรับตัวนายสนธิที่ด้านหน้าทัณฑสถานฯ โดยมีสื่อมวลชนไปเฝ้ารอจำนวนมาก แต่ปรากฏว่าเรือนจำได้ปล่อยตัวนายสนธิออกไปตั้งแต่เวลา 15.00 น. ภายหลังหมายปล่อยจากศาลอาญาได้ส่งมาถึงเรือนจำตั้งแต่เวลา 12.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44996</URL_LINK>
                <HASHTAG>สนธิ ลิ้มทองกุล, แกนนำพธม., แกนนำพันธมิตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f7d2dcabf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมคุกชี้แจง มีบริการเสริม ปรุงเมนูพิเศษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อธิบดีกรมคุกปฏิเสธทุกกรณี หลังแกนนำพันธมิตรฯ สะท้อนปัญหาให้ปรับปรุงเรือนจำ ยันไม่มีการผูกขาด แต่จัดสรรอาหารให้กับผู้ต้องขังเพียงพอครบ 3 มื้อ ปรับปรุงรสชาติให้เป็นกลางเพื่อทุกคน แถมบริการเสริมเมนูพิเศษ ไม่เคยอนุญาตเลี้ยงวันเกิด แต่เป็นการลักลอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ &amp;nbsp;กล่าวถึงข้อมูลจากเวทีเสวนาเรื่อง การปฏิรูปกระทรวงยุติธรรม เสียงสะท้อนจากเรือนจำ จัดโดยสถาบันปฏิรูปประเทศไทย ร่วมกับวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ที่นำอดีตผู้ต้องขังกลุ่มแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาถ่ายทอดประสบการณ์ในเรือนจำ ว่าเนื้อหาในการเสวนาอาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดในหลายประเด็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น กรณีการใช้เครื่องพันธนาการ เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานในกรณีผู้ต้องขังมีพฤติการณ์ที่น่าจะหลบหนีการควบคุม หรือเมื่อผู้ต้องขังต้องถูกควบคุมตัวออกนอกเรือนจำ หากเรือนจำไม่ควบคุมดูแลและใช้เครื่องพันธนาการแก่ผู้ต้องขังตามที่ข้อกฎหมายกำหนด เมื่อผู้ต้องขังก่อเหตุหลบหนี เจ้าหน้าที่จะมีความผิดทางอาญา ขณะที่ประชาชนจะได้รับผลกระทบด้านความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เรือนจำจะไม่ใช้เครื่องพันธนาการกับผู้ต้องขังอายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้ต้องขังอายุเกิน 60 ปี ผู้ต้องขังหญิง หรือผู้ต้องขังซึ่งเจ็บป่วย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมราชทัณฑ์เปิดเผยด้วยว่า การกล่าวถึงอาหารเรือนจำว่าเป็นระบบผูกขาด หากต้องการปรุงอาหารเมนูพิเศษในคุก นักโทษจะหาช่องทางบริหารจัดการกันเองนั้น ขอชี้แจงว่า เรือนจำได้จัดสรรอาหารให้กับผู้ต้องขังเพียงพอครบ 3 มื้อ โดยได้มีการปรับปรุงรสชาติให้เป็นกลางเพื่อทุกคน แต่ทั้งนี้ทางเรือนจำก็ได้จัดให้มีการปรุงอาหารจำหน่ายไว้บริการเสริมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการระบุว่านักโทษบางคนไม่อยากพ้นโทษเพราะมีรายได้ดีนั้น อยากชี้แจงว่าการดำเนินชีวิตภายในเรือนจำอาจไม่ต่างจากสังคมภายนอกที่ต้องปรับตัว การอยู่ร่วมกันของผู้ต้องขังมีความจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การดูแลกันอาจจำเป็นต้องมีการแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นการตกลงระหว่างผู้ต้องขังด้วยกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเด็นการจัดเลี้ยงวันเกิดภายในเรือนจำ ยืนยันว่าระเบียบของเรือนจำไม่เคยอนุญาตให้ผู้ต้องขังจัดเลี้ยงวันเกิดหรือดูแลผู้ต้องขังอื่น กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการลักลอบปฏิบัติโดยใช้ชื่อบุคคลอื่นเพื่อบริจาคเลี้ยงอาหารผู้ต้องขัง โดยแอบอ้างว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสวัสดิการและการสงเคราะห์ผู้ต้องขังในเรือนจำ&amp;quot; พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการเจ็บป่วยของผู้ต้องขัง การเข้าถึงแพทย์และยารักษาโรคนั้น เรือนจำทุกแห่งจะมีแพทย์เข้ารักษาผู้ต้องขังเป็นประจำ และพยาบาลวิชาชีพประจำสถานพยาบาลทุกแห่ง เพื่อให้บริการด้านสุขภาพกับผู้ต้องขัง แต่ด้วยอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ไม่สมดุลกับจำนวนผู้ต้องขังที่มีอยู่จำนวนมาก อาจทำให้ไม่ได้รับการบริการที่ดีที่สุดภายใต้ข้อจำกัดหลายประการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการปิดประตูเรือนนอนเวลา 15.30 น.นั้น เป็นการปิดประตูก่อนเวลาพลบค่ำ เป็นการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมผู้ต้องขัง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังก่อเหตุแหกหักหลบหนีหรือก่อความวุ่นวายโดยอาศัยทัศนวิสัยในเวลากลางคืน ข้อเสนอให้ขยายการปิดประตูเรือนนอนให้ล่าช้ากว่าเดิม จึงเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อระบบการควบคุมผู้ต้องขังและเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าวถึงข้อเสนอให้มีคุกสำหรับนักโทษการเมือง คุกยาเสพติด หรือคุกสำหรับผู้สูงอายุว่า ปัจจุบันมีเรือนจำและทัณฑสถานจำนวน 143 แห่ง และมีผู้ต้องขังในความควบคุมดูแลเกือบ 400,000 คน โดยได้กำหนดประเภทของเรือนจำสำหรับการควบคุมและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังเป็นการเฉพาะด้านอยู่แล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การพิจารณาสร้างเรือนจำเฉพาะทางเพิ่มเติม ต้องพิจารณาถึงความจำเป็นสูงสุด ความสอดคล้องต่อนโยบายยุติธรรมทางอาญาในปัจจุบัน ตลอดจนประโยชน์ที่มีต่อสังคมและประชาชนผู้เสียภาษี เพราะต้องเกี่ยวข้องกับงบประมาณการก่อสร้าง ซึ่งเฉพาะอาคารสถานที่จะต้องใช้งบประมาณกว่า 850-1,500 ล้านบาท ยังไม่นับรวมอุปกรณ์เทคโนโลยีเสริมความมั่นคงและการควบคุม เช่น ระบบกล้องวงจรปิด เครื่องเอกซเรย์ ฯลฯ ซึ่งต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมกว่า 100 ล้านบาท และต้องเพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ให้พอเพียงต่อการควบคุมผู้ต้องขังอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนข้อเรียกร้องให้แก้ระเบียบเรือนจำให้ประชุมปรับชั้นนักโทษทุกเดือนนั้น การเว้นห้วงระยะเวลาในการเลื่อนชั้นผู้ต้องขัง ก็เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้พัฒนาความประพฤติและจิตใจ ตลอดจนการประเมินผลพฤติกรรมโดยเจ้าหน้าที่ จึงเป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการเลื่อนชั้นผู้ต้องขังใน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การหล่อหลอมและพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง&amp;quot; อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.ณรัชต์ยอมรับว่า เรือนจำประสบปัญหาผู้ต้องขังมีจำนวนมาก ทำให้เกิดข้อจำกัดในการดูแล ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ที่ไม่เพียงพอ หรือสถานที่ในการควบคุมคับแคบเกิดความแออัด ซึ่งกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40334</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูปกระทรวงยุติธรรม, ปรับปรุงเรือนจำ, พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์, หนังสือพิมพ์, เสียงสะท้อนจากเรือนจำ, แกนนำพันธมิตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190706/image_big_5d20a3632d752.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประสาร&#039;ออกบทความด่วน&#039;รับขวัญ 5 แกนนำพันธมิตร คืนสู่อิสรภาพ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;9 พ.ค.62 - นายประสาร &amp;nbsp;มฤคพิทักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตสมาชิกวุฒิสภ เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;รับขวัญพันธมิตร คืนสู่อิสรภาพ&amp;quot; ผ่าน&amp;nbsp;www.thaipost.net&amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พรฎ. กฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2562&amp;nbsp; เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&amp;nbsp; เป็นอภิลักขิตกาลสำคัญ และเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่พระราชทานแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ทั้งปวงทั้งผู้ที่ได้รับการลดโทษและได้รับการปล่อยตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในที่นี้ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จำนวน 5 คน ประกอบด้วย&amp;nbsp; พลตรีจำลอง ศรีเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายพิภพ ธงไชย&amp;nbsp; นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์&amp;nbsp; นายสมศักดิ์ โกศัยสุข&amp;nbsp; นายสุริยะใส กตะศิลา ที่ได้รับการปล่อยตัว ส่วนนายสนธิ ลิ้มทองกุล &amp;nbsp;ยังติดค้างคดีอื่นอยู่จึงเป็นบุคคลที่จะยังไม่ถูกปล่อยตัว&amp;nbsp; เป็นคดีที่ศาลฎีกาสั่งจำคุก 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญาในคดีบุกรุกสถานที่ราชการ และทำลายทรัพย์สินราชการเสียหาย ในปี 2551 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แกนนำพันธมิตรทั้ง 6 คน ( รวมทั้งนายสนธิ ลิ้มทองกุล ด้วย ) น้อมรับคำพิพากษาของศาลฎีกาอย่างไม่มีเงื่อนไข ถึงแม้จะคาดหวัง การลงโทษและการรอลงอาญา แต่เมื่อศาลตัดสินเช่นนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้ง 6 คน ต้อนรับด้วยดุษณีภาพ เดินเข้าประตูเรือนจำอย่างสง่าผ่าเผย ไม่หนีคดี ไม่บิดพลิ้ว ไม่โวยวาย ไม่กล่าวโทษใครอื่น ไม่ทำแบบนักโทษหนีอาญาแผ่นดิน ที่ปราศจากความรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเอง ต่อคนอื่นและต่อบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เมื่อหันไปทบทวนเหตุการณ์ การชุมนุมขับไล่ระบอบทักษิณ ที่เริ่มมาตั้งแต่ ปี 2548 โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติเข้ามาซื้อหุ้นโทรคมนาคมอันเป็นกิจการความมั่นคงของชาติ&amp;nbsp; ทำให้กลุ่มเทมาเส็กของสิงคโปร์เข้ามาซื้อหุ้นชินคอร์ปทั้งหมดของตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์มูลค่า 73,000 ล้านบาท เป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่ฉกรรจ์กว่าเรื่องการไม่เสียภาษี ผนวกกับความฉ้อฉลในอีกหลายกรณี ทำให้เกิดการชุมนุมจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ณ บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ข้างทำเนียบรัฐบาลนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในเวลานั้น ข่าวและภาพปรากฏชัดว่ารัฐบาลตัวแทนของระบอบทักษิณ คือรัฐบาล สมัครสุนทรเวช ต่อเนื่องมาเป็นรัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์&amp;nbsp; ได้เกิดการยิงระเบิดและยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ที่ชุมนุม แทบไม่เว้นแต่ละวันโดยเจ้าหน้าที่ของทางการกระทำอะไรไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เพื่อรักษาชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชน ให้ปลอดภัยจากระเบิดและแก๊สน้ำตา จึงมีการเคลื่อนย้ายเวทีชุมนุมเข้าไปในบริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยหันหน้าเวทีเข้าตึกไทยคู่ฟ้า&amp;nbsp; และหันหลังเวทีให้คลองผดุงกรุงเกษม ความคาดหวังคือ คิดว่าทำเนียบรัฐบาลมีรั้วรอบขอบชิด&amp;nbsp; มีคลองกั้นไว้ด้านหนึ่ง มีอาคารในทำเนียบที่เป็นปราการป้องกันแก๊สน้ำตาและระเบิดได้ การย้ายเวทีจึงเป็นการจัดการเพื่อความปลอดภัยของประชาชนสถานเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นึกภาพดูว่าหากไม่มีการย้ายเวที ผู้คนที่มาชุมนุมอาจบาดเจ็บล้มตายมากกว่านั้นก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อนึ่ง ในคดีที่เกี่ยวโยงกัน คือ คดีปิดล้อมรัฐสภา ที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล&amp;nbsp; และแกนนำพันธมิตรฯ รวม 21 คน โจทก์ฟ้องจำเลยว่าใช้กำลังขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เมื่อ 4 &amp;nbsp;มีนาคม &amp;nbsp;2562&amp;nbsp; นี้เอง ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 21 คน โดยความตอนหนึ่ง ศาลระบุว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo; ศาลพิเคราะห์&amp;nbsp; พยานหลักฐานที่นำสืบของคู่ความทั้งสองแล้ว เห็นว่าการที่แกนนำปราศรัยให้ประชาชนมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) เป็นการปราศรัยให้ความรู้ต่อประชาชน ในการตรวจสอบการทุจริตของรัฐบาลและกรณีที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค รวมถึงคดีที่ทำให้กัมพูชาได้ขึ้นทะเบียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เขาพระวิหารเป็นมรดกโลก อีกทั้งการชุมนุมของจำเลยทั้ง 21 &amp;nbsp;เป็นการชุมนุมแสดงสัญลักษณ์&amp;nbsp; มีการปราศรัยที่สมเหตุผล ห้ามปรามไม่ให้ก่อความรุนแรง ถือเป็นการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550&amp;nbsp; มาตรา 63&amp;nbsp; ได้รองรับไว้ และแม้จะมีการกีดขวางกระทบการจราจรไปบ้าง แต่ก็เป็นปกติของการชุมนุมแสดงออกตามสิทธิ การชุมนุมตั้งแต่ วันที่ 5-7 ต.ค. ไม่ปรากฏว่ามีความรุนแรงหรือมีผู้ใดฝ่าฝืนทำให้ทรัพย์สินเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนกรณีความวุ่นวายในการชุมนุมช่วงเช้าวันที่ 7 ต.ค. 2551 ศาลระบุว่า เริ่มจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมเปิดทางให้นายสมชาย เข้าไปแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยพลันด่วน ทำให้ผู้ชุมนุมซึ่งไม่ทันตั้งตัวและได้รับบาดเจ็บความเสียหายไม่สามารถระงับอารมณ์ ขว้างปาขวดน้ำสิ่งของโต้ตอบ กรณีเป็นความวุ่นวายที่เกิดจากการถูกละเมิดสิทธิ ไม่ใช่ว่าการชุมนุมที่ผ่านมาของกลุ่มจำเลยก่อนหน้านั้นจะไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากนี้ ศาลยังระบุว่า อีกทั้งเหตุการณ์อื่นตามฟ้องของอัยการก็ไม่ปรากฏว่า มีแกนนำไปอยู่บริเวณที่เกิดเหตุที่จะเกี่ยวข้อง และเป็นผลต่อเนื่องจากการที่ผู้ชุมนุมถูกสลายการชุมนุมเมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 ต.ค. การกระทำของจำเลยทั้ง 21 จึงเป็นการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญพิพากษายกฟ้อง &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คดีพันธมิตรฯ ทั้งสองคดีนี้ทำให้นึกถึงพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานให้แก่&amp;nbsp; เนติบัณฑิตยสภาสมัยที่ 33 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2554 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีข้อความ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำคัญว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo; กฎหมายนั้นไม่ใช่ตัวความยุติธรรม เป็นแต่เพียงเครื่องมืออย่างหนึ่งสำหรับใช้ในการรักษาและอำนวยความยุติธรรมเท่านั้น การใช้กฎหมายจึงต้องมุ่งหมายใช้เพื่อรักษาความยุติธรรมไม่ใช่เพื่อรักษาตัวบทของกฎหมายเอง และการรักษาความยุติธรรมในแผ่นดิน ก็มิได้มีวงแคบอยู่เพียงแต่ขอบเขตของกฎหมาย&amp;nbsp; หากต้องขยายออกไปให้ถึงศีลธรรมจรรยา ตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริงด้วย......&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จึงขอต้อนรับและรับขวัญแกนนำพันธมิตรทั้ง 5 คน ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ด้วยความยินดียิ่ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความหาญกล้าทางจริยธรรมของแกนนำพันธมิตรฯ ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ตนเองเลย แต่เป็นการกระทำเพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอดปลอดภัยจากระบอบทักษิณอันฉ้อฉลโดยแท้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสาร &amp;nbsp;มฤคพิทักษ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35413</URL_LINK>
                <HASHTAG>5แกนนำพันธมิตร, คดียึดทำเนียบ, ประสาร  มฤคพิทักษ์, พระราชทานอภัยโทษ, แกนนำพธม., แกนนำพันธมิตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3cd02062e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10พ.ค.&#039;ราชทัณฑ์&#039;จัดพิธีปล่อยตัวผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษ  มวลชนพันธมิตรฯเฮเตรียมรับ5แกนนำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.62 - พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่าในวันศุกร์ที่ 10พ.ค. นี้ กรมราชทัณฑ์จะจัดพิธีปล่อยตัวผู้ต้องขังใน 5 เรือนจำกลุ่มลาดยาวที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวิชราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทั้งนี้พิธีดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.30น. โดยเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯจะจัดพิธีให้ผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว บวชสามเณรจำนวน 10 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมกันนี้จะจัดให้ผู้พ้นโทษปฏิญาณตนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการกระทำความผิดอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเรือนจำได้มีกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนไปและคัดกรองผุ้ต้องขังที่จะได้รับการอภัยโทษปล่อยตัว ซึ่งในเรือนจำทั้ง 5 แห่งประกอบด้วย เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เรือรนจำกลางคลองเปรม ทัณสถานหญิงกลาง ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง และทัณสถานโรงพยาบาลราชทาน ซึ่งแต่ละแห่งมีผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวกว่า 100 คน ทั้งนี้หลังการปล่อยตัว กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะคอยสอดส่องดูแลพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษอย่างใกล้ชิด ทำให้เชื่อว่าอัตราการกระทำความผิดซ้ำจะลดน้อยลงกว่าการปล่อยตัวที่พ้นโทษตามปกติ เนื่องจากนักโทษที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์จะได้รับพระราชทานอภัยโทษต้องไม่เป็นผุ้ไม่กระทำความผิดร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการปล่อยตัวผู้ต้องขังอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตร อธิบดีราชทัณฑ์ กล่าวว่า ผู้ต้องขังทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัวพร้อมกับผุ้ต้องขังอื่นที่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว โดยในวันที่ 10 พ.ค. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง จะถูกล่อยตัวออกจากทัณฑสถานโรงพยาบาล ส่วนแกนนำพันธมิตรคนอื่นๆจะถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ยกเว้นนายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งไม่ได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากกระทำความผิดในคดีอื่นที่เป็นคดีแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ เช่นเดียวกับนายไพจิตร ธรรมโรจน์พินิจ หรือป.ประตูน้ำ &amp;nbsp;ซึ่งต้องโทษจำคุกในคดีความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าไม้ แม้ว่าจะเป็นนักโทษสูงอายุเข้าเกณฑ์ได้รับการปล่อยตัว แต่กระทำความผิดในบัญชีคดีแนบท้าย จึงได้รับเพียงการพระราชทานลดวันต้องโทษตามสัดส่วน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35312</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์, พธม., อภัยโทษ, แกนนำพันธมิตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afadac76b742.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2018 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุเทพ&#039; ยก &#039;พิภพ&#039; บุคคลสำคัญ ปลุกประชาชนตื่นตัวเรื่องบ้านเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย. 61 - นายสุเทพ เทือกสุบรรณ &amp;nbsp; เฟซบุ๊กไลฟ์ผ่านเพจเพจ Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) มีการโพสต์วีดีโอ ถึง นายพิภพ ธงไชย หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า อาจารย์พิภพ ธงไชย เป็นที่รู้จักกันดีในวงวิชาการ เป็นนักคิด นักเขียน ผู้ที่แสดงความคิดเห็นให้กับสังคมในเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าไปแล้ว อาจารย์พิภพ ธงไชย ถือว่าเป็นนักเคลื่อนไหวมืออาชีพคนหนึ่งทีเดียว ก่อนเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 ได้มีน้องประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตย โดยมีกองหน้าที่กล้าหาญ 100 คน ร่วมกันลงชื่อทำหนังสือถึง จอมพลถนอม กิตติขจร เรียกร้องรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อาจารย์พิภพ &amp;nbsp;เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งผมนับถือท่านเหล่านั้น เพราะกล้าที่จะลุกขึ้นต่อสู้กับอำนาจเผด็จการในยุค จอมพลถอม และจอมพลประภาส อันเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 หลังจากเหตุการณ์นั้น อาจารย์พิภพ &amp;nbsp;ได้กลายเป็นผู้ปฏิบัติการในองค์กรเอกชนหรือที่เราเรียกกันว่า เอ็นจีโอ คนสำคัญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจำได้ว่าปี 2521 อาจารย์พิภพ ธงไชย เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ที่จ.กาญจนบุรี จากนั้นในปี 2522 อาจารย์พิภพ ได้ก่อตั้งมูลนิธิเด็กขึ้นในประเทศไทย ซึ่งชีวิตของท่านวนเวียนอยู่กับเรื่องเหล่านี้ สมัยวัยหนุ่ม ท่านเคยทำหนังสือสำคัญที่มีคุณค่าต่อนักอ่านในสังคมไทย อาทิ สังคมศาสตร์ ปริทัศน์ ปาจาริยสาร วิทยาสาร เป็นต้น หลังจากนั้น อาจารย์พิภพ &amp;nbsp;ได้อุทศิเวลาของตัวเอง เคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อสังคม ในปัญหาเรื่องการศึกษา ปัญหาสิทธิชุมชนและสิทธิเสรีภาพของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2535 ที่เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ อาจารย์พิภพ ธงไชยเป็นคหนนึ่งที่มีบทบาทสำคัญบนเวทีการต่อสู้ของประชาชนที่ลุกขึ้นต่อต้านอำนาจของ พล.อ.สุจินดา คราประยูร เมื่อเกิดกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในปี 2549 ขึ้น เราจึงได้เห็นอาจารย์พิภพ แสดงตัวเป็นหนึ่งในกนนำของกลุ่มพันธมิตรฯ และเป็นผู้ที่มีบทบาทขึ้นเวทีปราศรัยเกือบทุกวัน ให้ความรู้ ให้ความคิด แก่ผู้ร่วมชุมนุม ซึ่งผมถือว่า เขาเป็นคนหนึ่งที่ปลุกให้ประชาชนได้มีความมตื่นตัว ตื่นรู้ ในเรื่องของบ้านเมือง ไม่ต้องสงสัยเพราะการที่ท่านยืนหยัดต่อสู้พี่น้องพันธมิตรฯ มา ทั้งปี 2549 และ 2551 ทำให้อาจารย์พิภพ ธงไชย เป็นคนหนึ่งที่มีคดีความมากมาย รวมทั้งคดีแพ่งที่ถูกอายัดทรัพย์ในคราวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่ได้สนิทกับอาจารย์พิภพ ธงไชย เป็นการส่วนตัว พวกเรากลุ่ม กปปส. รวมพลังกันต่อสู้กับอำนาจทรราชย์ของทักษิณ ชินวัตร อาจารย์พิภพ ธงไชยประจำอยู่ที่เวที คปท. ผมเคยไปเยี่ยมท่านวันหนึ่ง ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่เรานั่งหลบระเบิด m79 อยู่ด้วยกัน ประมาณเดือน พฤษภาคม 2557 ซึ่งผมจำได้ถึงทุกวันนี้ว่า อาจารย์พิภพ ธงไชย สอนผมว่า ควรหลบระเบิดอย่างไร หลบลูกที่ 1 แล้ว ลูกที่ 2 จะตามมาในอีกไม่กี่นาที ซึ่งถือว่าเป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ในการหลบลูกระเบิดให้ผมเป็นอย่างดี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวว่าวันนี้อาจารย์พิภพ ธงไชย ซึ่งเป็นผู้ที่ผมเห็นว่าได้แสดงแบบอย่างของคนที่เห็นแก่ชาติบ้านเมือง และส่วนรวม รวมทั้งได้อุทิศตัวเองมาโดยตลอด เมื่อโดนอายัดบัญชี ผมไม่คิดว่าอาจารย์จะมีความวิตกกังวล คนที่อายุตั้ง 73 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ เมื่อตัดสินใจลุกขึ้นต่อร่วมกับพี่น้องประชาชน เพื่อต่อต้านอำนาจของทรราชย์ อาจารย์พิภพ ธงไชย ย่อมเข้าใจเป็นอย่างดีว่าจะต้องเจออะไรบ้าง ต้องเจอกับอิทธิพล อย่างไร ได้รับผลอย่างไร ท่านทำใจมาก่อนแล้ว ผมจึงไม่คิดว่าอาจารย์จะหวั่นวิตก แต่ด้วยความนับถือและเคารพในการเป็นผู้เสียสละเพื่อบ้านเมือง เห็นแก่ส่วนรวม ยืนเคียงข้างประชาชนมาโดยตลอด ผมขอเชิญชวนพี่น้องมวลมหาประชาชนร่วมกันส่งกำลังใจให้กับอาจารย์พิภพ ธงไชย นักสู้คนหนึ่งของประชาชนครับ .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6609</URL_LINK>
                <HASHTAG>13แกนนำพธม., 13แกนนำพันธมิตร, พธม., พิภพ ธงไชย, สุเทพ เทือกสุบรรณ, อายัดทรัพย์, แกนนำพันธมิตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac7515e0859b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2018 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2018 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอนุญาตให้ฝากขังอดีตแกนนำพธม.คดีบุกNBT</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;ก.พ.61- &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ร.ต.อ.ศรายุทธ์&amp;nbsp;สันทัด พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ได้ควบคุมตัวนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 67 ปี&amp;nbsp;แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ผู้ต้องหาคดีมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-24 ก.พ.2561 ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 22-25 ส.ค. 2551 กลุ่ม พธม.ชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ แขวงและเขตดุสิต กทม. ซึ่งมี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับพวก เป็นแกนนำได้พูดปราศรัยบนเวทีเพื่อขับไล่รัฐบาล ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และวันที่ 26 ส.ค. 2551 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ พล.ต.จำลอง ได้พูดกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้เราจะไป&amp;nbsp;NBT,&amp;nbsp;กระทรวงการคลัง,&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม,&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯ,&amp;nbsp;กระทรวงพลังงาน&amp;hellip;&amp;nbsp;จะไปเพื่อไม่ให้ข้าราชการทำงาน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งในเวลาประมาณ 05.00 น.เศษ ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่ม&amp;nbsp;พธม. ได้ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่บริเวณทางเข้า-ออก ด้านหน้ากับบริเวณประตูรั้วด้านหลังของสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(NBT)&amp;nbsp;โดยมีมีด,&amp;nbsp;ปืนพกเป็นอาวุธ โดยเจตนาก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง แล้วบุกรุกเข้าไปในสถานีโทรทัศน์&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;ในความครอบครองของผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;และได้ข่มขืนใจเจ้าหน้าที่ของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย,&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือเสรีภาพของเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหยุดทำงาน หยุดการออกอากาศรายการวิทยุและโทรทัศน์ และออกจากอาคารสำนักงานด้วยความกลัว นอกจากนี้ยังได้ทำลายทรัพย์สินภายในอาคารได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในฐานะหนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุม พธม. ได้สลับกันพูดบนรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียงดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัยที่จอดอยู่พูดโจมตีรัฐบาลและสั่งการต่อกลุ่มผู้ชุมนุมว่าต้องยึดสถานีโทรทัศน์&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;ให้ได้ และในวันเดียวกันเวลา&amp;nbsp;08.00น.เศษ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันพังประตูรั้วเหล็กกั้นทางเข้า-ออก ด้านหน้าติดกับถนนวิภาวดี-รังสิต จนพังลงมา จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ด้านนอกจำนวนมากโดยบางคนมีอาวุธได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณสถานีโทรทัศน์&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;น.ส.อัญชะลี ไพรีรักษ์ ผู้ต้องหาที่ 86,&amp;nbsp;นายภูวดล ทรงประเสริฐ ผู้ต้องหาที่ 87,&amp;nbsp;นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ผู้ต้องหาที่ 88,&amp;nbsp;นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ผู้ต้องหาที่ 89,&amp;nbsp;นายชิติพัทธ์ หรือสนชัย ลิ้มทองกุล ผู้ต้องหาที่ 90 และนายอมร อมรรัตนานนท์ ผู้ต้องหาที่ 91 เป็นหัวหน้า หรือผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำดังกล่าวและเป็นหนึ่งในจำนวนของผู้บุกรุกเข้าไปด้วย จากนั้นกลุ่มผู้บุกรุกได้ทุบทำลายประตูกระจกแล้วเข้าไปในอาคารสถานีวิทยุโทรทัศน์&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;โดยมีนายชิติพัทธ์เป็นหัวหน้าสั่งการกลุ่มผู้บุกรุกดังกล่าว โดยบางส่วนเข้าไปในอาคารสถานี&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;และบางส่วนกระจายอยู่ที่ถนน สนามหญ้าและรอบๆ&amp;nbsp;อาคารภายในบริเวณสถานี โดยมี&amp;nbsp;น.ส.อัญชะลี,&amp;nbsp;นายภูวดล,&amp;nbsp;นายยุทธิยง,&amp;nbsp;นายสมเกียรติ และนายอมร พูดปราศรัยและสั่งการเป็นระยะๆ บนรถบรรทุกติดเครื่องขยายเสียงดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัย ซึ่งขับเคลื่อนเข้าไปภายในบริเวณของสถานี&amp;nbsp;NBT&amp;nbsp;จนกระทั่งเวลาประมาณ&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;26 ส.ค.2551 จึงได้ถอนตัวกลับออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้กล่าวหาจึงได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ในความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน ขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดนั้น,&amp;nbsp;ซ่องโจร,&amp;nbsp;ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น&amp;nbsp;โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธและร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป,&amp;nbsp;ร่วมกันตั้งแต่5คนขึ้นไป โดยมีอาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำนนต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้นั้นหรือของผู้อื่น,&amp;nbsp;ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210,&amp;nbsp;215, 309, 358&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;365&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่งผู้ต้องหาที่ 1- 85 อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระเสียงแห่งประเทศไทย ถนนวิภาวดี-รังสิต แขวงและเขตดินแดง กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนระบุว่าได้สอบสวนผู้ต้องหาไว้แล้ว โดยผู้ต้องหาขอเสนอพยานหลักฐานเพื่อต่อสู้คดีภายในกำหนดเวลา 30 วัน ทำให้การสอบสวนไม่เสร็จสิ้น และเป็นกรณีที่ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก แต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้ต้องหา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา&amp;nbsp;134 วรรคท้าย จึงได้นำตัวผู้ต้องหามาศาลเพื่อขอหมายขัง ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้ระหว่างการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายสมเกียรติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน มูลค่า 1.7 ล้านบาท ขอประกันตัวระหว่างสู้คดี โดยในเวลาประมาณ16.00 น. ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว โดยตีราคาประกัน 3 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาในคดีนี้ที่มารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ยังมีอีก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย คือนายสนชัย ลิ้มทองกุล, นายอมร อมรรัตนานนท์, น.ส.อัญชะลี ไพรีรักษ์&amp;nbsp;และนายยุทธิยงศ์ ลิ้มเลิศวาที ซึ่งไม่ได้ยื่นฝากขังในวันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3034</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีNBT, พธม., สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, แกนนำพันธมิตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a82bfe6b562d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
