<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พาแกนนำขึ้นศาล ส่ง‘เอกชัย-สมยศ’ คอตกเข้าเรือนจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายทำงาน แกนนำม็อบเรียงแถวขึ้นศาล แกนนำแดง-ม็อบคณะราษฎร 63 รอดคุกหวิว ศาลให้ประกันตัว แต่ &amp;quot;เอกชัย-สมยศ&amp;quot; คอตกเข้าเรือนจำ &amp;quot;ช่อ&amp;quot; โดนแล้ว แกนนำกลุ่มไทยภักดีแจ้งความจับฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไลฟ์สดยั่วยุปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ศาลแขวงปทุมวัน ถ.พระราม 4&amp;nbsp; พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน นำตัวผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 ที่แยกปทุมวันเมื่อคืนวันที่ 16 ต.ค.2563 จำนวน 8 คน มาส่งศาลผัดฟ้องฝากขังเป็นเวลา 6 วัน ประกอบด้วย นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ &amp;quot;ฟอร์ด เส้นทางสีแดง&amp;quot; อายุ 52 ปี, นายณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน อายุ 22 ปี, นายเอฐ์เรียฐ์ ฟอฟิ อายุ 29 ปี, นายอรรถพล วินทะไชยอายุ 22 ปี, นายคณิติน ติเยาว์ อายุ 24 ปี และนายอินทราช แสงอินทร์ อายุ 23 ปี ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการอันเป็นการยั่วยุให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพรพสุธ ชูรอด อายุ 24 ปี และ น.ส.ชลธิชา คุ้มจันทร์อัด อายุ 22 ปี ถูกตั้งข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย และนำยานพาหนะซึ่งบรรทุกเครื่องขยายเสียงและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่เข้ามาใช้ในพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย น.ส.ละออง ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย นำหลักทรัพย์ที่ได้จากการตั้งกองทุนของพรรค และเงินรวบรวมจากกลุ่ม ส.ส. มามอบให้กับทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เพื่อใช้ประกอบการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ที่ถูกจับกุมจากการชุมนุมที่แยกปทุมวันทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลแขวงปทุมวันอนุญาตให้ผัดฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 8 เป็นเวลา 6 วัน นับตั้งแต่วันที่ 17-22 ต.ค.นี้ โดยยกคำร้องขอในส่วนขอฝากขังผู้ต้องหา เนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ผู้ต้องหาทั้ง 8 จึงได้รับการปล่อยตัวไปในชั้นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี นำตัวแกนนำคณะราษฎร 2563 ที่แยกปทุมวันเมื่อคืนวันที่ 16 ต.ค.2563 จำนวน 3 คน มาส่งศาลแขวงปทุมวัน ผัดฟ้องฝากขังเป็นเวลา 6 วัน ประกอบด้วย นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือฟอร์ด อายุ 23 ปี แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก, นายสมบัติ ทองย้อย อายุ 52 ปี, นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง อายุ 28 ปี ซึ่งถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า ฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลอนุญาตให้ผัดฟ้องและฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเป็นเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-22 ต.ค.นี้ จากนั้นทั้ง 3 รายได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 20,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 20,000 บาท และปล่อยตัวทันทีโดยไม่กำหนดเงื่อนไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 17 ต.ค.2563 พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ได้ควบคุมตัวนายเอกชัย หงส์กังวาน อายุ 45 ปี ภูมิลำเนา เขตบางกะปิ กทม. และนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง อายุ 21 ปี ภูมิลำเนา อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ผู้ต้องหาทั้งสอง คดีร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้ายต่อเสรีภาพพระราชินี มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญาเป็นเวลา 12 วัน ซึ่งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังระบุว่า ได้สอบสวนและควบคุมผู้ต้องหาจะครบ 48 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังไม่เสร็จสิ้น จะต้องรอสอบปากคำอีก 10 ปาก รอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา และเสนอสำนวนผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามลำดับชั้น จึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างการสอบสวนเป็นระยะเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค.2563-28 ต.ค.2563 และหากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและก่อเหตุร้ายประการอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังศาลอนุญาตฝากขังนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง ผู้ต้องหาแล้ว ต่อมามารดาของนายบุญเกื้อหนุนได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอประกันตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน เข้าพบพนักงานสอบสวนเองโดยไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ประกอบกับผู้ต้องหากำลังศึกษาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐ จึงมีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราว โดยตีราคาประกัน 2 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามมิให้ผู้ต้องหาไปกระทำการใดในลักษณะเช่นนี้อีก มิฉะนั้นศาลจะพิจารณาเพิกถอนการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของนายเอกชัย ก่อนหน้านี้ญาติของนายเอกชัยได้เตรียมพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 1 ล้านบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวนายเอกชัย แต่ไม่ได้เตรียมหนังสือรับรองมาแสดงต่อศาล จนกระทั่งหมดเวลาทำการ 16.30 น. จึงไม่ได้ยื่นประกันตัวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะนำตัวนายเอกชัยไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในชั้นฝากขังนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม นำตัวนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข อายุ 59 ปี แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นฯ ตาม ป.อาญา มาตรา 116 มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-28 ต.ค.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เกรงว่าผู้ต้องหากระทำผิดซ้ำและหลบหนี ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลอนุญาตฝากขังนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ผู้ต้องหาคดียุยงปลุกปั่นฯ แล้ว พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ ใช้ตำแหน่ง ส.ส. เป็นหลักทรัพย์ยื่นพร้อมคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายสมยศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา ประกอบคำคัดค้านของพนักงานสอบสวนแล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง กระทบต่อความมั่นคงและสังคมส่วนรวม ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการขอปล่อยชั่วคราว กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว อาจจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น หรือไปมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันอีก จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะได้ควบคุมตัวนายสมยศไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในชั้นฝากขังนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว แกนนำกลุ่มไทยภักดี พร้อมทนายความ เข้าพบ ร.ต.อ.สุริศักดิ์ ช่วงทิพย์ รอง สว.สอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.พรรณิการ์ วาณิช ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มคณะราษฎรเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม บริเวณสี่แยกราชประสงค์ และวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา บริเวณแยกปทุมวัน พร้อมนำคลิปไลฟ์สดทั้ง 2 วัน มอบให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนิคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายบุญเกื้อกล่าวว่า กลุ่มไทยภักดีได้นำพยานหลักฐานมาดำเนินคดีกับช่อ พรรณิการ์ ในความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งพบพฤติกรรมมีความผิดชัดเจน โดยเฉพาะการไลฟ์สดในลักษณะยั่วยุเชิญชวนประชาชนให้ออกมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มคณะราษฎร ซึ่งเป็นการกระทำที่นักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องโดยการยุยง ปลุกปั่นเพื่อให้เกิดความรุนแรงชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนักการเมืองคนอื่นๆ ของกลุ่มก้าวหน้าที่เข้าร่วมการชุมนุม ยังไม่ขอพูดถึงในรายละเอียด แต่เชื่อว่าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการเคลื่อนไหวของคณะราษฎร มีความมุ่งหวังให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งความและรวบรวมพยานหลักฐานไว้ หลังจากนี้จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80928</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะราษฎร 63, ประกันตัว, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แกนนำม็อบ, แกนนำแดง, ไลฟ์สดยั่วยุปลุกปั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201017/image_big_5f8a9f610e33a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำใจได้แล้ว! 31 ตุลา 8 แกนนำนปช.พร้อมเข้าคุก 4  ปีคดีล้มประชุมอาเซียน อีก 3 รายส่อเผ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง,พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์,วรชัย เหมะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค. 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 31 ต.ค.นี้ ศาลจังหวัดพัทยานัด 11&amp;nbsp;แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ฟังคำพิพากษา คดีล้มประชุมอาเซียนซัมมิทเมื่อปี 2552 &amp;nbsp;หลังคดีนี้ศาลได้อ่านคำพิพากษาไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยพิพากษาให้จำคุก 4 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฎว่ามีเพียงนายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยที่ 10 เดินทางเข้าฟังคำพิพากษา(ปัจจุบันรับโทษจำคุก4ปีอยู่ในเรือนจำ) ขณะที่จำเลยที่เหลืออ้างว่าป่วย และไม่ได้รับหมายเรียก ทำให้ศาลออกหมายเรียกอีกครั้งเพื่อให้มาฟังคำพิพากษาในวันที่ 31 ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจำเลยที่ต้องเข้าฟังคำพิพากษาในวันที่ 31 ต.ค.นี้ประกอบด้วย 1.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง 2.นายนพพร นามเชียงใต้ &amp;nbsp;3.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ &amp;nbsp;4.นายนิสิต สินธุไพร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.นายสำเริง ประจำเรือ 6.นายสิงห์ทอง บัวชุม 7.นายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย หรือเกิดดี &amp;nbsp;8.นายวรชัย เหมะ 9.นายพายัพ ปั้นเกตุ &amp;nbsp;10.นพ.วัลลภ ยังตรง 11.นายพิเชฐ สุขจินดาทอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากแกนนำนปช.เผยว่า เท่าที่ได้พูดคุยส่วนใหญ่ทำใจได้แล้ว และจะเดินทางเข้ารับฟังคำตามพิพากษา ซึ่งคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ต้องว่าไปตามที่ศาลพิพากษาไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ก.ย. คือให้จำคุก 4 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม มี 3 คน ประกอบด้วย นายอริสมันต์ นพ.วัลลภ &amp;nbsp;และนายวันชนะ ที่ไม่ได้ติดต่อสื่อสารกัน &amp;nbsp; จึงไม่แน่ใจว่าทั้งสามจะเดินทางเข้าฟังคำพิพากษาหรือไม่&amp;quot; แกนนำนปช.ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49167</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล้มประชุมอาเซียน, จำคุก4ปี, นปช., พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภารัตน์, อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, แกนนำนปช., แกนนำแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db8fdadbd042.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้เลือกตั้ง!แกนนำแดงยกเว้น&#039;จตุพร&#039;บุกดีเอสไอ.ทวงถามคดี99ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค.61- ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พร้อมด้วย นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายแพทย์เหวง โตจิราการ และ นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อติดตามทวงถามความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 หรือ คดี 99 ศพ โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ดีเอสไอ และในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่อง นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงประมาณ 10 คน รวมตัวมาให้กำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวภายหลังการพูดคุยว่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้แยกสำนวนคดีเป็น 2 ประเภท 1.สำนวนคดีผู้เสีย ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งสำนวนกลับมายัง ดีเอสไอ เมื่อเดือน ก.ค.61 เพื่อสอบสวนในประเด็นผู้ลงมือกระทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ตามมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมมอบหมายให้ สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ เป็นผู้รับผิดชอบตั้งพนักงานสอบสวนขึ้นมา 5 ชุด และเรียกผู้เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุมาสอบสวนบ้างแล้ว แต่ไม่มีกรอบระยะเวลาทำงาน ส่วนเอกสารรายละเอียดเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ บอกเพียงว่ามีระเบียบปฏิบัติตามขั้นตอน ภายใน 1 ปี และครบกำหนด ก.ค.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ศาลไต่สวนคดีไปแล้วกว่า 20 ราย เหลืออีก 70 กว่ารายที่ยังไม่ได้ไต่สวนสาเหตุการเสียชีวิต จาก 99 ศพ โดยทางพนักงานสอบสวนคดีพิเศษกล่าวว่าเป็นอำนาจของตำรวจในท้องที่เกิดเหตุเป็นผู้ดำเนินการ หลังจากนี้ แกนนำเตรียมเดินทางไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อทวงถามความคืบหน้าต่อไป หากวันข้างหน้ามีการติดตามคดีจะต้องมีความชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า 2.สำนวนคดีผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน ถ้ากรณีคนเจ็บบางรายมีหลักฐานแต่ยังไม่เป็นคดีสามารถมาร้องทุกข์ ดีเอสไอ เพื่อเอาผิดผู้กระทำเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ แกนนำได้เสนอคดี 6 ศพในวัดปทุมวนารามที่ศาลไต่สวนชัดเจนแล้วว่าไม่มีชายชุดดำและอาวุธไม่เกี่ยวกับผู้ชุมนุมมาเสนอแนะ ซึ่งทาง ดีเอสไอ แสดงท่าทีให้ความร่วมมือพร้อมทำคดีอย่างตรงไปตรงมา แต่ตนมองว่าคดีล่าช้าและไม่อยากให้เกิดการทำหน้าที่ 2 มาตราฐานขึ้นอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายแพทย์เหวง เผยว่า สำหรับคดีวัดปทุมวนาราม 6 ศพ ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดแล้วว่าทหารใช้อาวุธยิงกลุ่มผู้ชุมนุม ตนเห็นว่าจำนวนทหารกลุ่มนั้นมีไม่มาก หากเรียกมาสอบสวนทั้งหมด คิดว่าเวลา 1 ปีค่อนข้างนานเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทาง นางธิดา กล่าวว่า ต้องการให้ ดีเอสไอ แถลงความคืบหน้าเป็นระยะเพื่อให้สังคมหายความแคลงใจ รวมทั้ง ควรนำคำสั่งศาลคดี 6 ศพวัดปทุมวนารามอย่างละเอียด มาใช้เป็นจุดเริ่มต้นการไต่สวนคดีอื่นๆด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยว่า การแถลงความคืบหน้าคดี 99 ศพนั้น ดีเอสไอ จะนำเสนอเป็นระยะเพราะเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ส่วนการนำสำนวนคดี 6 ศพวัดปทุมวนารามได้มีข้อแนะนำจากหลายฝ่ายแต่จะเสนอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามขั้นตอน และขณะนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้เรียกเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เป็นพยานบุคคลเกี่ยวข้องมาสอบสวนต่อเนื่องอยู่แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24002</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดี99ศพ, คดีสลายเสื้อแดง, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ดีเอสไอ, เหวง-ธิดา, แกนนำนปช., แกนนำแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181211/image_big_5c0f8e4cb4f1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2018 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2018 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แดงหัวร้อน!ฉะสามมิตร รอดูพรรคเผด็จการกับปชต.ใครจะใหญ่กว่ากัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;19 พ.ย. 61 - นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแเดง กล่าวถึงกรณีกลุ่มสามมิตรเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ โดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ระบุว่ารัฐธรรมนูญเขียนมาเพื่อพวกเรา ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ระบุว่าพรรคพลังประชารัฐจะยิ่งใหญ่กว่าพรรคไทยรักไทย ว่า การพูดเช่นนี้ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญเขียนขึ้นมาเพื่อต้องการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพราะกติกาต่างๆ ทำให้พรรคการเมืองที่สนับสนุน คสช. ได้เปรียบพรรคการเมืองอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญยังมีนักการเมืองที่ยอมเป็นนั่งร้านให้เผด็จสืบทอดอำนาจและได้ประโยชน์จากกติกา นอกจากรัฐธรรมนูญที่เอื้อให้พวกเขาแล้ว ยังมีมาตรา 44 ที่ทำให้ผู้มีอำนาจได้เปรียบในการเลือกตั้งอีก เช่น การยื้อเวลาแบ่งเขต ทั้งที่กกต.เขาแบ่งเขตเลือกตั้งไว้แล้วแต่เมื่อพวกตัวเองยังไม่พอใจเขตที่เขาแบ่งไว้ ก็ขยายเวลาแบ่งเขตใหม่เพื่อช่วยเหลือให้พวกพ้องได้เปรียบที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนที่มีการระบุว่าพรรคพลังประชารัฐยิ่งใหญ่กว่าพรรคไทยรักไทยนั้น การเลือกตั้งสมัยพรรคไทยรักไทยอยู่บนกติกาที่มาจากประชาธิปไตย ไม่ได้เขียนด้วยอำนาจเผด็จการ ดังนั้นคำว่ายิ่งใหญ่ของนายสุริยะ คือการยิ่งใหญ่ของระบบเผด็จการไม่ได้ยิ่งใหญ่ตามความหมายของประชาธิปไตยที่มาจากประชาชน การจะยิ่งใหญ่หรือไม่อยู่ที่ประชาชนตัดสิน รอให้ถึงวันนั้นก่อนแล้วค่อยมาดูกันจะดีกว่าว่า พรรคพลังประชารัฐที่เป็นตัวแทนเผด็จการกับพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยใครจะยิ่งใหญ่กว่ากัน&amp;quot; นายวรชัย ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22264</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชต., พปชร., วรชัย เหมะ, สามมิตร, สุริยะ, เผด็จการ, เลือกตั้ง, แกนนำแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180203/image_big_5a75438cb9404.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2018 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2018 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาธุ!&#039;ธิดาแดง&#039;สวน&#039;หลวงปู่&#039;เพ้ออดีตศักดินามีจริงเป็นเรื่องแสนเศร้าของไพร่ไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 มี.ค.61- เฟซบุ๊กแฟนเพจ ธิดา ถาวรเศรษฐ &amp;nbsp;แกนนำนปช. โพสต์ข้อความระบุว่า... จากเวปไซด์ไทยโพสต์เมื่อวานนี้ &amp;#39;หลวงปู่&amp;#39; สวดยับ &amp;#39;ธิดา&amp;#39; อคติทางชนชั้น อ้างตัวเป็นไพร่พอชาวนาลำบากกลับหายหัว!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.ธิดาได้กล่าวกับทีมงานว่าไม่ได้สนใจที่จะมาตอบโต้ใคร แต่ว่าถ้าเนื้อหาที่เป็นสาระและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็จะนำมาคุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.ธิดากล่าวต่อไปว่าว่า &amp;ldquo;ประการแรกไม่เคยอ้างตัวว่าเป็นไพร่ ยอมรับว่าเราเป็นชนชั้นกลางด้วยฐานะทางเศรษฐกิจ เป็นปัญญาชน และในฐานะที่เป็นอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่เมื่อเข้ามาในฐานะประชาชนที่เรียกร้องความเป็นธรรมความยุติธรรมและต้องการอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชน จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ความรู้-ความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ของตัวเองที่สัมพันธ์กับการต่อสู้ประชาชนมาตั้งแต่ 14 ตุลา 16 ให้เป็นประโยชน์กับประชาชนด้วยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะนักโบราณคดีสมัครเล่นที่หัวใจรักประวัติศาสตร์ คำว่า &amp;lsquo;อคติทางชนชั้น&amp;rsquo; เป็นคำพูดที่ผู้พูดต้องระวังเพราะเป็นคำพูดของชนชั้นสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชนชั้นที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นเป็นชนชั้นทางเศรษฐกิจโดยวัดจากรายได้-อาชีพอีกส่วนหนึ่งก็เป็นชนชั้นทางการเมือง นั่นคือชนชั้นในฐานะผู้ปกครอง และชนชั้นในฐานะผู้ถูกปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบคำถามว่าปัจจุบันมีชนชั้นอยู่ไหม? อ.ธิดาตอบว่ามี แต่ว่าไม่ใช่ชนชั้นในอดีตซึ่งเป็นชนชั้นที่ถูกกำหนดตามระบอบการเมืองการปกครอง โดยเฉพาะในประเทศไทย เรามี &amp;lsquo;ทาส&amp;rsquo; เป็นสิ่งมีชีวิตที่สร้างผลผลิต สร้างรายได้ แต่ไม่ใช่เจ้าของตัวเอง มีนายทาสเป็นเจ้าของชีวิต รวมทั้งประเด็น &amp;lsquo;ไพร่&amp;rsquo; ซึ่งมีทั้ง ไพร่หลวง, ไพร่สม, ไพร่ส่วย ซึ่งสิ่งนี้มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ไม่ใช่อคติทางชนชั้น!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่าเที่ยวมาพูดว่าคนเสื้อแดงหรือนปช.ไม่สนใจชาวนา คนที่ยุแยงไม่ยอมให้เอาเงินให้ชาวนา นั่นแหละบาปมหันต์และไปขัดขวางการเลือกตั้ง อันนั้นเป็นบาปทางการเมืองด้วยเป็นบาปทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.ธิดาได้กล่าวสรุปว่า เราต้องรู้ความจริงทางประวัติศาสตร์ สำหรับตัวอ.ธิดาเองไม่ได้อยู่ด้วยความอคติ แต่อยากรู้ว่าความจริงเป็นเช่นไร เหมือนผู้เขียนละคร &amp;lsquo;บุพเพสันนิวาส&amp;rsquo; คุณรอมแพง เขาเขียนละครด้วยความรู้ ค้นคว้าตั้ง 3 ปี และยอมรับว่าเป็นการเขียนละครที่ทำให้คนดูสนุก มีผลมากมายมหาศาลที่ทำให้คนตื่นตัวอยากรู้กระตุ้นให้ผู้คนไปอ่านหนังสือเรื่องความเป็นจริงในประวัติศาสตร์ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายอ.ธิดาย้ำว่า &amp;ldquo;ชนชั้นในระบอบศักดินามีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ไทย เป็นเรื่องที่แสนเศร้าสำหรับคนยากคนจนในยุคนั้น และถูกบังคับด้วยกฎหมายว่าไพร่เหล่านั้นต้องไปทำงานฟรีให้หลวง-ขุนนาง และนี่คือความจริงของไพร่ไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าใครไม่รู้ก็ต้องรู้ไว้.....นี่ไม่ใช่อคติ!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา นางธิดา &amp;nbsp;เฟซบุ๊กไลฟ์สื่อสารกับมวลชนคนเสื้อแดง ช่วงหนึ่งว่า อย่าลืมว่าเลือกตั้งคงไม่มีอีกนาน และก็อย่ามัวแต่สนุกกับ ละครออเจ้ามากเกินไป เพราะต้องคิดว่านี่ไม่ใช่สมัยพระนารายณ์เพราะห่างกันมา 300 กว่าปี &amp;nbsp;พัฒนาการของโลกไปไกลแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดูได้ สนุกได้ ถือว่าเป็นการเรียนประวัติศาสตร์ แต่ประวัติศาสตร์อันนี้เป็นประวัติศาสตร์ของชนชั้นนำ ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ของไพร่ค่ะ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5678</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนชั้นนำ, ธิดา ถาวรเศษรฐ, นปช., หลวงปู่พุทธะอิสระ, ออเจ้า, แกนนำแดง, ไพร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab5c9e255609.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
