<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039; เปรียบร่างแก้ไขรธน.ฉบับพปชร.- 3 พรรคร่วม เหมือนนอนเตียงเดียวกันแต่ฝันคนละเรื่อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.64 - &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเสนอร่างแก้ไขของพรรคพลังประชารัฐ กับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของทั้ง2ฝ่ายแล้ว มีความแตกต่างกันในสาระสำคัญที่ชัดเจน คือ มาตรา272 เรื่องการแก้ไขลดอำนาจของสมาชิกวุฒิสภา ในการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ซึ่งเป็นหัวใจการสืบทอดอำนาจของ คสช. ที่พรรคพลังประชารัฐไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรานี้มาโดยตลอด โดยใช้ข้ออ้างว่าการลดอำนาจของ ส.ว.จะไม่สามารถทำให้แก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จได้ ความเห็นต่างของพรรคร่วมรัฐบาล2กลุ่มในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ไม่ต่างอะไรกับคนนอนเตียงเดียวกัน แต่ฝันคนละเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพไท กล่าวอีกว่าเหตุผลที่แท้จริง ของการดำรงอยู่ของมาตรา272 เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคพลังประชารัฐมากที่สุด เมื่อพรรคของตัวเองได้ประโยชน์จากมาตรานี้แบบเต็มๆ ก็พยายามเฉไฉ หาเหตุผลมารองรับอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น การอ้างถึงสมาชิกวุฒิสภาในการคว่ำร่างแก้ไขมาตรา272นั้น ถ้าหากผู้มีอำนาจในรัฐบาลชุดนี้ ส่งสัญญานไปยังสมาชิกวุฒิสภาจำนวน250คนแล้ว จะไม่เป็นการยากเลยกับการหา ส.ว. จำนวน 84 คน มาสนับสนุนร่างแก้ไขมาตรา272 แม้ว่าจะเป็นลดอำนาจของส.ว.ก็ตาม เพราะจะมีส.ว.จำนวนไม่น้อย ที่รับฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน และดูทิศทางกระแสของสังคมอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เพราะฉะนั้นการแก้ไขมาตรา272 จะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่ความจริงใจของรัฐบาลว่าสนับสนุนหรือยินยอมเสียสละประโยชน์ของฝ่ายตัวเองหรือไม่ เพราะเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลอย่างชัดเจน เว้นแต่รัฐบาลจะใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบขายผ้าเอาหน้ารอด เพื่อให้สังคมได้เห็นว่าพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล ได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามนโยบายเร่งด้วยของรัฐบาลแล้ว ส่วนเนื้อหาหรือสาระสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ถ้ามีความคิดเป็นอย่างนี้จริง ก็จะเป็นการแสดงปาหี่ทางการเมืองอย่างชัดเจน&amp;quot; นายเทพไท กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98187</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, เทพไท เสนพงศ์, แกรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_605800d5ad68e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานรัฐสภา รอรายละเอียดคำวินิจฉัยศาลรธน. แต่ยืนยันเดินหน้าโหวตวาระ 3 ต่อได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.64 - ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ระบุรัฐสภาจะสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องทำประชามติก่อน ว่า เจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญส่งคำวินิจฉัยมาให้เพียง 4-5 บรรทัด ซึ่งขณะนี้ความเห็นก็ยังไม่ค่อยตรงกันเท่าไหร่นัก ยังคงตีความกันอยู่ ดังนั้น จึงต้องรอรายละเอียดของคำวินิจฉัยก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะสามารถโหวตแก้รัฐธรรมนูญในวาระสามต่อได้หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ตนได้สั่งบรรจุระเบียบวาระ ก่อนที่ศาลมีคำวินิจฉัยออกมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่าการโหวตรัฐธรรมนูญวาระสอง ที่ผ่านไปแล้วนั้น เป็นโมฆะหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ไม่เป็น เพราะวาระสองผ่านไปโดยเรียบร้อย ระเบียบวาระไม่ได้มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม วาระสองที่ผ่านไปแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนวาระสามที่จะโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบนั้น เป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าโหวตผ่านวาระสองแล้วให้ทิ้งเวลา 15 วัน แล้วจึงโหวตวาระสาม ซึ่งขณะนี้วาระสองได้พ้น 15 วันไปแล้ว&amp;quot; ประธานรัฐสภา ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95769</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน ลีกภัย, รัฐสภา, แกรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049f91a26da2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา &#039;วันชัย&#039; ยึดมั่นหลักการต้องแก้มาตรา 272 ได้กลิ่นไอ้โม่งเดินเกมล้มแก้รธน.แล้วโยนบาปให้ส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.63 - นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;การแก้รัฐธรรมนูญโดยตั้งส.ส.ร. แม้ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านและพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลจะเห็นตรงกัน แต่เนื้อในลึกๆก็รู้อยู่ว่ามีความขัดแย้งกันอยู่ในตัว ทั้งเรื่องบัตรใบเดียวและบัตรสองใบ บางพรรคอยากได้บางพรรคไม่อยากได้แต่ก็เก็บอาการกันเอาไว้ โดยคิดว่าเมื่อมีส.ส.ร.แล้วคงไปตกลงกันเอาข้างหน้า ได้กันบ้างเสียกันบ้าง เป็นอันว่าเรื่องตั้งส.ส.ร.ก็เดินหน้ากันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่พอมาโผล่รายมาตราเฉพาะมาตราเดียวเรื่องไม่ให้ส.ว.เลือกนายกก็ยังพอไปได้ แต่เอามา 4 เรื่อง 4 ญัตติก็จะไปกันใหญ่ เพราะบางเรื่องบางมาตราบางพรรคเอาด้วย บางพรรคไม่เอาด้วย ฝ่ายค้านเอา ฝ่ายรัฐบาลไม่เอา เป็นความขัดแย้งกันอยู่ในตัว ยิ่งในส่วนของส.ว.มีความเป็นอิสระ 250 คน ก็ไปคนละทิศคนละแนว ยิ่งทำให้พลังในการลงมติกระจัดกระจายไปมากยิ่งขึ้น ผมว่าเป็นการวางแผนที่ผิดพลาด เป้าหมายไม่ชัดเจน ไม่มีเข็มมุ่งที่เป็นเอกภาพ ทั้งที่จะได้เสียงส.ส. ให้เป็นหนึ่งเดียวกันก็ยากอยู่แล้ว ยิ่งในส่วนของส.ว.ก็จะไปกันใหญ่ ความจริงจะเอาเรื่องไหนก็ควรจะเอาสักเรื่องหนึ่ง แล้วประสานให้เป็นพลังเดียวกัน ขนาดในส.ส.ด้วยกันยังรวมกันไม่ค่อยได้ แล้วส.ว.250 คน มากันคนละสาขาอาชีพคนละที่คนละแห่ง ไม่มีพรรคการเมือง จะไปทางเดียวกันได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่แน่นอนโดยส่วนตัวของผมยืนหยัดมานานแล้วว่าแก้มาตรา 272 เรื่องส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี ตัดไปมาตราเดียวก็แก้ปัญหาของบ้านเมือง ลดความขัดแย้งไปได้เกินกว่าครึ่งแล้ว แม้จะแก้ให้มีส.ส.ร.ผมก็ไม่ขัดข้อง ยืนยันในหลักการนี้มาตลอด แต่บางเรื่องบางญัตติที่เสนอขอแก้มานั้นไม่มีความจำเป็นเลย แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเสนอแก้มาทำไม ดูเหมือนว่าจะมีใครวางแผนหรือเปล่าว่าที่รัฐธรรมนูญแก้ไขไม่ได้ในครั้งนี้ โดยจะผลักภาระหรือโยนบาปมาให้ส.ว.ว่าเป็นคนที่ทำให้แก้ไม่ได้ ทั้งที่แท้จริงแล้วมีความขัดแย้งกันอยู่ในตัวของผู้ที่เสนอแก้ต่างหาก ซึ่งไม่เกี่ยวกับส.ว.เลย... ผมพอจะได้กลิ่นนะ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77208</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, วันชัย สอนศิริ, วุฒิสภา, ส.ว., แกรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180512/image_big_5af6a124e5af2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 08:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัฒนา&#039; ว่าแล้วเชียวเศรษฐกิจแย่ &#039;บิ๊กตู่&#039; เลี้ยวลงโควิด!จี้เร่งแก้รธน.คืนอำนาจประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.63 - นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;quot;แล้วก็เป็นไปตามที่ผมดักคอไว้ว่าพลเอกประยุทธ์จะเอาโควิดเป็นแพะรับบาปตามนิสัยดั้งเดิม ทั้งที่เศรษฐกิจประเทศไทยย่ำแย่มาตั้งแต่ยึดอำนาจแล้ว หลักฐานคือการจัดเก็บภาษีสมัยพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีนับแต่ปี 2557-2563 รัฐบาลจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าประมาณการเกิน 1 ล้านล้านบาท ส่วนด้านการกู้สร้างสถิติไว้เกินกว่า 4 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความโง่ล่าสุดคือการที่รัฐบาลจ่ายเบี้ยคนพิการและคนชราของเดือนกันยายนล่าช้า ทำให้ประชาชนคิดว่ารัฐบาลถังแตกอันจะกระทบต่อความเชื่อมั่นที่เป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ส่วนที่ที่ปรึกษาบางคนอุตริแนะนำให้ลดเงินเดือนข้าราชการก็อย่าได้โง่ไปทำเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในสถานะทางการคลังของรัฐบาลแล้ว ยังจะทำให้เครดิตของประเทศตกต่ำในสายตาของนักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่นายกรัฐมนตรีควรรีบทำคือยุติปัญหาทางการเมืองที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ ด้วยการคืนอำนาจให้ประชาชนไปร่างรัฐธรรมนูญเองเพื่อลดความขัดแย้ง วันนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลได้เสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อตั้ง สสร. ตรงกันซึ่งในหลักการทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะต้องสนับสนุน หากได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว. อีก 84 คน ปัญหาทางการเมืองก็เบาลง รัฐบาลก็จะมีเวลาไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงเรียกร้องมายังนายกรัฐมนตรีในฐานะอดีตหัวหน้า คสช. ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง ส.ว. ทั้ง 250 คน ให้ตระหนักถึงปัญหาทางการเมืองที่ท่านและคณะได้ก่อขึ้นไว้ด้วยการยึดอำนาจและแต่งตั้งนายมีชัยให้เขียนรัฐธรรมนูญจนเกิดปัญหากับบ้านเมือง ขอให้ช่วยกันหาทางออกให้กับประเทศด้วยการคืนอำนาจให้ประชาชนไปร่างรัฐธรรมนูญและยอมรับอำนาจของประชาชน การแก้ตัวว่าไม่มีอำนาจไปสั่ง ส.ว. นอกจากจะไม่มีใครเชื่อแล้วยังจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก เชื่อเถิดว่าถ้าประชาชนไม่ยอมรถถังหรือกองทัพใดก็เอาไม่อยู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77184</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัฒนา เมืองสุข, เพื่อไทย, เศรษฐกิจแย่, แกรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc7d1c4e7cc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
