<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2020 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2020 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แกร็บ&#039;ออกแถลงการณ์กรณีผู้ติดเชื้อโควิดเรียกรถใช้บริการที่เชียงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย.2563 แกร็บ ประเทศไทย ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายล่าสุดใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน Grab ในจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; โดยเนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่า &amp;nbsp;สืบเนื่องจากการรายงานข่าวของสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ภายหลังการแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายล่าสุดในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพบประวัติการใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน Grab ในช่วงที่ผ่านมานั้น แกร็บ ประเทศไทย ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ รวมถึงสิ่งที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการในทันทีภายหลังรับทราบข้อมูล ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)บริษัทฯ ได้ติดต่อประสานงานกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นับตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 โดยให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางย้อนหลังเพื่อระบุตัวตนของพาร์ทเนอร์คนขับ รวมถึงผู้ใช้บริการทุกคนที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับพาร์ทเนอร์คนขับทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)ขณะนี้พาร์ทเนอร์คนขับที่ได้ให้บริการในช่วงเวลาดังกล่าวได้รับการติดต่อจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเข้ารับการตรวจเชื้อโควิด-19 ในโรงพยาบาล ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการกักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการแล้ว ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ดำเนินการระงับสัญญาณการให้บริการเป็นการชั่วคราวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับกรมอนามัย นำหลักปฏิบัติและมาตรการต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุขมาใช้เป็นแนวทางในการดูแลสุขอนามัยของพาร์ทเนอร์คนขับ ทั้งยังส่งเสริมให้ทั้งพาร์ทเนอร์คนขับและผู้โดยสารสวมหน้ากากทุกครั้งในระหว่างการเดินทาง โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา คือ หากผู้โดยสารพบว่าพาร์ทเนอร์คนขับ &amp;ldquo;ไม่สวมหน้ากาก&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;มีอาการป่วยหรือไม่สบาย&amp;rdquo; สามารถยกเลิกบริการได้ทันทีโดยไม่มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก ในขณะเดียวกันพาร์ทเนอร์คนขับก็สามารถยกเลิกการรับงานได้เช่นกันหากพบว่าผู้โดยสารไม่สวมหน้ากากหรือมีอาการป่วย ทั้งนี้ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับทั้งสองฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4)บริษัทฯ ยังคงให้บริการต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Grab ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็น บริการเรียกรถ บริการจัดส่งอาหาร (GrabFood) บริการจัดส่งสินค้าและพัสดุ (GrabExpress) ตลอดจนบริการทางการเงิน และระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันว่า เราให้ความสำคัญสูงสุดกับสุขภาพและความปลอดภัยพาร์ทเนอร์คนขับ พาร์ทเนอร์ร้านอาหาร ผู้ใช้บริการ ตลอดจนพันธมิตรและคู่ค้าทางธุรกิจ โดยนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย บริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและได้ประกาศใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งยังได้ประสานความร่วมมือกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการรับมือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85377</URL_LINK>
                <HASHTAG>เชียงใหม่, แกร็บ ประเทศไทย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201129/image_big_5fc336d3c3e63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกร๊บชี้ช่วงโควิด19ออเดอร์สั่งอาหารเพิ่ม30%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.2563 นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด แกร๊บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลต่อธุรกิจของบริษัททั้งในแง่บวก และ แง่ลบ &amp;nbsp;โดยในเรื่องของแง่ลบ คือ ธุรกิจส่งคน ปรับตัวลดลงถึง 90% อันเนื่องมาจากมาตรการล็อคดาวน์ และนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป &amp;nbsp;ขณะที่ผลกระทบในแง่บวก คือ ธุรกิจส่งอาหาร และส่งสินค้า เติบโตกว่า 2.5 เท่า โดยมีร้านค้าเข้าร่วมให้บริการบนแพลตฟอร์ม 80,000 ร้านค้า และมีจำนวนผู้ขับขี่เพิ่มขึ้นถึง 40,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช่วงโควิดทำให้ผู้ใช้ของเราเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจจัดส่งอาหาร โดยในช่วงที่มีการล็อคดาวน์ มีผู้ใช้งานรายใหม่บนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และมีจำนวนออเดอร์เพิ่มขึ้น 30%&amp;quot; นางสาวจันต์สุดา กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เชื่อว่า ธุรกิจส่งอาหาร จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น และเข้าใจการใช้งานมากขึ้น รวมถึงทาง แกร๊บ ประเทศไทย &amp;nbsp;ก็มีขยายพื้นที่การให้บริการไปแล้ว 35 จังหวัด และมีจำนวนผู้ขับขี่ให้บริการแล้วกว่า 100,000 คน รวมถึงมีจำนวนร้านค้าเข้าร่วมบนแพลตฟอร์มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวจันต์สุดา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้แกร็บ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญใหญ่ที่สุด GrabFood &amp;quot;Free Your Hunger&amp;quot; เลิกกินตามใคร กดสั่งตามใจ ด้วยการนำเสนอเมนูพิเศษที่มีเฉพาะแกร็บฟู้ดเท่านั้น กว่า 100 เมนู จากร้านค้าทั่วไทยกว่า 75 ร้าน พร้อมด้วยโปรโมชั่นอื่นๆ อาทิ ส่งฟรี &amp;nbsp;3กม. แรก พร้อมดีลสูงสุดกว่า 50% จากร้านดังมากมาย &amp;nbsp;ทั้งนี้วางเป้าหมายว่า จบแคมเปญนี้ จะทำให้ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 2เท่า จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 2 เท่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75499</URL_LINK>
                <HASHTAG>Free Your Hunger, จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม, แกร็บ ประเทศไทย, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f44bae80a4e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกร็บ ลุ้นรัฐบาลใหม่เคาะถูกกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 ก.ค.62-นายธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ GRAB ยังไม่ถูกกฎหมาย ดังนั้นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะมาถึงนั้น บริษัทจะเดินหน้าเจรจา &amp;nbsp;ให้แกร็บแท็กซี่ แกร็บคาร์ และแกร็บวิน สามารถให้บริการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย การหาเสียงในช่วงที่ผ่านมาซึ่งพบว่ามีหลายพรรคการเมืองนำเรื่อง GRAB ถูกกฎหมายไปเป็นนโยบายนั้นพิสูจน์แล้วว่า คนส่วนใหญ่เห็นว่าบริการด้านขนส่งสาธารณะของแกร็บตอบโจทย์ผู้โดยสาร ทั้งด้านความปลอดภัย ราคาที่ชัดเจน และช่วยเหลือผู้ขับขี่ให้มีรายได้ ตลอดจนตอบโจทย์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวใช้บริการแกร็บอยู่ที่ 5 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ตอนนี้ต้องรอความชัดเจนของรัฐบาลใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาทางเราได้เข้าไปคุยกับทางแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์มาโดยตลอด เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่มองว่าขณะนี้ถึงเวลาต้องหาทางออกร่วมกันแล้ว และหวังว่าจะมีการคุยกัน พร้อมจะเข้าไปให้ข้อมูล หากทางกรมขนส่ง และกระทรวงคมนาคม เพื่อหาทางออกในเชิงบวกต่อไป&amp;rdquo;นายธรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรินทร์ กล่าวต่อว่า หาก GRAB ถูกกฎหมายทำได้จริงแล้ว ประเทศไทยจะเป็นตลาดที่ใหญ่มาก เพราะตลาดออนไลน์ของไทยใหญ่ และเติบโตสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค ประกอบกับจำนวนประชากรที่มีมากถึง 70 ล้านคน แน่นอนว่าต้องการเดินทาง เมื่อถูกกฎหมายแล้ว พร้อมจะขยายบริการไปทั่วประเทศ มั่นใจว่าการใช้ GrabCar และ GrabBike จะมีสัดส่วนที่ใหญ่กว่าการให้บริการสั่งและส่งอาหาร หรือ GrabFood ปัจจุบันมีผู้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นแกร็บรวม 152 ล้านดาวน์โหลดทั้งภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันGrabFood มีสัดส่วนใหญ่ที่สุด และมีอัตราการเติบโตเร็วมาก ปีที่แล้วมียอดคำสั่งซื้อที่ 3 ล้านคำสั่งซื้อ ขณะที่ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ มียอดคำสั่งซื้อแล้ว 4 ล้านคำสั่ง ดังนั้นจึงตั้งเป้าปิดยอดออเดอร์ตลอดปีที่ 20 ล้านคำสั่ง หรือเติบโตจากปีก่อนมากกว่า 500% &amp;nbsp;ตอนนี้เตรียมจัดโปรโมชั่นลดราคาครั้งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 8-24 ก.ค.นี้ ให้ส่วนลดสำหรับบริการของแกร็บ ทั้งการเดินทาง สั่งอาหาร และส่งของ สูงสุด 60% &amp;nbsp;พร้อมกับดีลพิเศษจากแกร็บฟู้ด 666 ดีลและของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40490</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรินทร์ ธนียวัน, แกร็บ ประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190709/image_big_5d23feb6aa794.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
