<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควํ่ารธน.เรื่องสภา รัฐบาลชิ่งอ้างทำตามนโยบายแล้ว/7พรรคเล็กไม่เอาบัตร2ใบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; แจงแม้ร่าง รธน.ถูกคว่ำในวาระ 3 ก็ถือว่ารัฐบาลทำตามนโยบายที่เสนอต่อสภาแล้ว &amp;ldquo;ชินวรณ์&amp;rdquo; มั่นใจผ่านวาระ 3 แน่ เผยคุย ส.ว.ระดับแกนนำยังยืนยันให้ความร่วมมือโหวตเห็นชอบ &amp;ldquo;7 พรรคเล็ก&amp;quot; แท็กทีมประกาศโหวตคว่ำ ปัดกลัวสูญพันธุ์ แต่ห่วงคะแนนเสียงตกน้ำ หวั่นใช้บัตร 2 ใบได้เผด็จการรัฐสภาเหมือนยุค &amp;ldquo;ทักษิณ-สมัคร-ยิ่งลักษณ์&amp;quot; ลั่นหากผ่านจะยื่นศาล รธน.ตีความ &amp;quot;ธีรัจชัย&amp;rdquo; ถาม &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; กล้ายื่นดาบให้ศัตรูฆ่าตัวเองหรือ &amp;quot;สุทิน&amp;quot; โวแหลกใช้บัตรเลือกตั้งกี่ใบ พท.ก็ชนะ ทนายความ​ซุ่มยื่น ป.ป.ช.ฟัน ​ส.ส.แก้ รธน.มิชอบ ขยายความเกินเลยจากหลัการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 กันยายน มีความเคลื่อนไหวก่อนการประชุมรัฐสภาในวันศุกร์ที่ 10 ก.ย. เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนคือ การลงมติในวาระ 3 ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช.... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) เรื่องบัตรเลือกตั้ง ส.ส. 2 ใบ ซึ่งเป็นที่จับตาว่าผลการโหวตลงมติจะผ่านวาระ 3 หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ทราบว่าจะออกแนวไหนได้บ้าง และทางรัฐบาลก็ไม่ได้หารือในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของ ส.ส.สภาและพรรคการเมืองที่ต้องไปคุยกันเอง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากถูกคว่ำแล้วก็ไม่เดินแล้ว แต่หากไม่คว่ำก็จะเดิน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เช่น รัฐบาลลาออก ยุบสภา หรืออะไรก็ตาม หรือหากพิจารณาแล้วเสร็จใครจะมีการส่งศาลรัฐธรรมนูญ หรืออะไรก็ทำไป แต่ว่าเมื่อจบกระบวนการก็ต้องขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายประกาศใช้อยู่ดี เป็นเรื่องของสภาและพรรคการเมือง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำจะถือว่ารัฐบาลไม่ทำตามนโยบายที่เร่งด่วนที่แถลงไว้ต่อสภาหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะมีการทำตามนโยบายตั้งแต่เสนอเข้าไปแล้ว และทางสภาก็รับหลักการไปแล้ว ถ้าจะผ่านหรือไม่ผ่านก็เป็นเรื่องของสภา แต่หากอยากแก้ไข รธน.ก็เสนอเข้ามาอีกได้เพราะถ้าพูดไปแล้วที่ผ่านมาฉบับนั้นก็ไม่เอาอันนี้ก็ไม่เอา ก็มาเอาอันนี้ ซึ่งมันก็ไม่ได้สมบูรณ์นักอย่างที่เรารู้กันอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะประธานวิปพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการประชุมพรรค ปชป.เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ว่า เป็นการพิจารณาเรื่องการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ซึ่งพรรคยืนยันว่า ในฐานะผู้เสนอร่างแก้ไข และมีมติเห็นชอบในชั้นรับหลักการและชั้นแปรญัตติวาระ 2 ดังนั้น การลงมติวาระ 3 พรรคจึงเห็นควรมีมติให้ความเห็นชอบ เพื่อจะได้นำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย นำไปสู่การประกาศใช้ต่อไป และหวังว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของทางออกปัญหาทางการเมือง แม้การแก้ไขจะเป็นประเด็นเดียว คือเรื่องระบบเลือกตั้ง แต่ก็เกี่ยวข้องกับบริบททางการเมืองที่จะทำให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยเฉพาะบัตร 2 ใบ ที่จะทำให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งขึ้น จึงหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้การลงมติจะต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 คือจำนวน 84 เสียง เสียง ส.ส.ฝ่ายค้านร้อยละ 20 แต่ผมก็มั่นใจว่าการลงมติในวาระ 3 ครั้งนี้จะไม่มีเหตุผลอื่น เพราะในการพิจารณาชั้น กมธ. ก็มีการแก้ไขประเด็นที่เห็นต่างแล้ว จึงมั่นใจว่าการลงมติวาระ 3 จะมีความเห็นชอบอย่างพร้อมเพรียงกัน&amp;rdquo; นายชินวรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ขณะนี้มี ส.ว.บางส่วนออกมาส่งสัญญาณว่าอาจโหวตคว่ำร่างแก้ไข รธน. นายชินวรณ์กล่าวว่า จากการทำงานในชั้น กมธ.ด้วยกัน ส.ว.ที่เป็นหลักยังเห็นด้วย และในฐานะที่ตนเป็นรองประธานวิปรัฐบาล ก็ได้รับการประสานจาก ส.ว. ระดับแกนนำที่ยังยืนยันให้ความร่วมมือเห็นชอบวาระ 3 ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ที่ผันผวนอื่น ยังมั่นใจว่าร่างแก้ไข รธน.จะได้รับความเห็นชอบในวาระ 3 ส่วนกรณีที่หากที่ประชุมรัฐสภาโหวตผ่านวาระ 3 แล้ว มีผู้ไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นภาระความรับผิดชอบของบุคคลนั้นทันทีว่าเป็นการไปยื่นตีความเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ซึ่งส่วนตัวเชื่อมั่นว่าจะไม่มีใครไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร​ จำนง​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ พรรคชาติไทยพัฒนา​ (ชทพ.)​ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม​ ส.ส.ของ​ ชทพ.​ ถึงทิศทางการลงมติร่างแก้ไข รธน.วาระ​ 3​ ว่าที่ประชุมเห็นพ้องให้ฟรีโหวต ให้เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. แต่ส่วนตัวตนจะให้ความเห็นชอบเรื่องบัตร 2 ใบ เพราะเห็นว่าจาก รธน.ปี 40 เราสามารถนำมาปรับปรุงใช้ในคราวนี้ได้ และหลักการนับคะแนนสามารถนำมาปรับปรุงให้ดีกว่า รธน.ปี 40 ได้​ และยังสามารถแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งให้ดีกว่าเดิมได้ เป็นเหตุผลที่ตนเห็นว่าควรสนับสนุน ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะโหวตคว่ำนั้น ในขณะที่แก้ไขร่าง รธน.กันนั้น ส.ว.เองมีความกังวลในประเด็นเรื่องบัตร 2 ใบ แต่กรรมาธิการได้ถอดมาตราที่กังวลว่าจะมีปัญหาออกหมดแล้ว เหลือเพียงมาตรา 86 มาตราเดียวที่จำเป็นต้องแก้ เนื่องจากจะต้องแก้ไขไปตามคำแปรญัตติ เพราะมีความเกี่ยวข้องอย่างสำคัญ จึงไม่ได้มีปัญหา อีกทั้งที่ประชุมรัฐสภาได้ยืนยันแล้วว่า สามารถทำได้ มีมติยืนยันชัดเจน ดังนั้น​กรณีที่สงสัยกันว่าผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทำได้หรือไม่ ตามข้อบังคับทุกอย่างเคลียร์หมดแล้ว ชัดเจนว่าไม่น่าจะมีประเด็นที่จะเป็นเหตุให้ทาง ส.ว.จะโหวตคว่ำ
7 พรรคเล็กผนึกโหวตคว่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา&amp;nbsp; นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ พร้อมตัวแทน 7 พรรคเล็กร่วมรัฐบาลที่มีส.ส.พรรคละ 1 เสียง ได้แก่ พรรคพลเมืองไทย, พรรคครูไทย, พรรคไทรักธรรม, พรรคประชาธรรมไท, พรรคพลังชาติไทย, พรรคเพื่อชาติไทย แถลงจุดยืนในการโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ว่ากลุ่มพรรคเล็กมีมติโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ด้วยเหตุผลว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ผ่านการทำประชามติจากประชาชนแล้ว อีกทั้งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ยกเลิกระบบจัดสรรปันส่วนผสม ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนตัวเล็กๆ เข้ามามีโอกาสทำงานในสภา รวมถึงล้มระบบ ส.ส.พึงมีที่ถือเป็นระบบที่ยุติธรรมที่สุดและยังล้มหลักการเรื่องคะแนนเสียงตกน้ำจากเดิมที่นำมารวมเป็นคะแนนของพรรคการเมืองได้ตกน้ำไป ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 ที่ใช้ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ทำให้เห็นว่ารัฐบาลยุค &amp;ldquo;ทักษิณ-สมัคร-ยิ่งลักษณ์&amp;rdquo; เกิดเผด็จการรัฐสภา มีการคอร์รัปชันเชิงนโยบายมโหฬารอย่างโจ่งแจ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่าการที่พรรคเล็กออกมาประกาศคว่ำร่าง รธน.ฉบับนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ไม่ให้สูญพันธุ์หรือไม่ นพ.ระวีกล่าวว่า เหมือนจะใช่ แต่ไม่ใช่ เพราะถ้าผ่านร่าง รธน.ฉบับนี้พรรคขนาดเล็กจะสูญพันธุ์ พรรคขนาดกลางจะถูกแช่แข็งไปด้วย ยืนยันพรรคเล็กมีจุดยืนเรื่องนี้มาโดยตลอด&amp;nbsp; เมื่อถามว่าที่บอกว่าพรรคเล็กชอบกินกล้วยหรือเป็นพรรคปัดเศษ นพ.ระวี ย้อนถามกลับว่า เคยมีกล้วยที่ไหนให้พรรคเล็ก มีแต่พรรคขนาดใหญ่ที่มีรัฐมนตรีได้เงินทอนจากโครงการต่างๆซึ่งการที่พรรคเล็กกล้าโหวตสวนเพราะพรรคเล็กไม่มีรัฐมนตรี จึงไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ขอเรียกร้องให้ ส.ส.โหวตคว่ำร่วมกับพรรคเล็ก รวมถึงเรียกร้องให้ ส.ว.คิดให้รอบคอบร่วมโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย เพราะถ้า ส.ว.สนับสนุนไม่ถึง 84 เสียงจะทำให้ร่างนี้ตกไป แต่หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน กลุ่มพรรคเล็กจะร่วมกับพรรคขนาดกลางลงชื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความ ทั้งนี้หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงๆ ขอให้ทำประชามติก่อน&amp;quot; นพ.ระวีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับพรรคเล็ก ปัจจุบันมี 9 พรรค&amp;nbsp; โดย 7 พรรคแรก ได้แก่ พรรคพลังธรรมใหม่, พรรคพลเมืองไทย, พรรคครูไทย,&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคไทรักธรรม, พรรคประชาธรรมไท,&amp;nbsp; พรรคพลังชาติไทย, พรรคเพื่อชาติไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่สนับสนุนบัตร 2 ใบ ขณะที่อีก 2 พรรคคือ พรรคประชาธิปไตยใหม่กับพรรคประชาภิวัฒน์ ขณะนี้ให้การสนับสนุนแนวทางบัตร 2 ใบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงว่า พรรคก้าวไกลยังยืนยันว่าเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และไม่เห็นด้วยกับบัตรเลือกตั้งใบเดียวของรธน.ปี 60 แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้กลับแก้ไขไปเป็นแบบ รธน.ปี 40 ซึ่งทำให้พรรคใหญ่เกิดการกินรวบและนำสู่การรัฐประหาร ซึ่งพรรคไม่อยากเห็นเช่นนั้นอีก การแก้ไขครั้งนี้ พรรคขนาดใหญ่ทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์ แต่ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การโหวตวาระ 3 จะผ่านหรือไม่ผ่านอยู่ที่ 2 ส่วน คือหนึ่ง เสียงของ ส.ว. เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 256 อนุ 6 กำหนดว่าต้องได้เสียงเห็นชอบจาก ส.ว. 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ว.ทั้งหมด หรือ 84 เสียง และสอง อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าจะส่งสัญญาณอย่างไร และอยากถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะยื่นดาบให้ศัตรูเพื่อมาฆ่าตัวเอง&amp;rdquo;
ยื่นปปช.ฟันแก้รธน.มิชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัยกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; พรรคก้าวไกลจะมีประชุมช่วงเย็นของวันที่ 9 ก.ย. นี้ เพื่อกำหนดว่าจะมีมติพรรคอย่างไรในการออกเสียงโหวตวาระ 3 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขฉบับนี้ ไม่เรียบร้อย และลุกลี้ลุกลน โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับส.ส.พึงมี กล่าวคือมีการแก้ไขให้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อก็จริง ขณะเดียวกันยังคงมาตรา 93 และมาตรา 94 ให้ต้องคำนวณ ส.ส.พึงมีไว้ตามเดิม เสมือนเป็นหัวมังกุท้ายมังกร และอยากถามว่าหากเป็นเช่นนี้จะแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไร ทั้งนี้ การแก้ไข รธน.คิดว่าจำนวน ส.ส.ของพรรคไม่ลด แต่กลับจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในพรรคมากกว่าเดิม เพราะประชาชนอยากได้พรรคที่อยู่กับร่องกับรอย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประเมินว่าขณะนี้ยังเป็นที่สับสน ชี้ชัดไม่ได้ว่าจะออกมาแบบไหน ตัวชี้ขาดคือ ส.ว. ยังคงแลกเปลี่ยนความเห็นกันจนนาทีสุดท้าย ยัง 50-50 ออกได้ทั้ง 2 ทาง เดาใจยาก แต่ไม่ว่าจะมีการแก้ไขหรือไม่ พรรคเพื่อไทยไม่วิตกว่าจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ บัตรเลือกตั้งใบเดียวเราก็ชนะ ถ้า 2 ใบมั่นใจว่าชนะ แต่บัตร 2 ใบการเมืองจะเดินไปด้วยความราบรื่น ระบบเป็นที่น่าเชื่อถือของต่างชาติ ประชาชนยอมรับผลการเลือกตั้ง และยอมรับกระบวนการทางการเมืองมากกว่าเดิม แต่บัตรใบเดียวจะไม่สะท้อนเจตนารมณ์ประชาชน การยอมรับจากประชาชนก็น้อย การตั้งรัฐบาลก็จะมีสภาพแบบที่เป็นอยู่บางพรรคหลายพ่อหลายแม่ ดังนั้นเรื่องผลการเลือกตั้งแพ้ชนะระบบไหนเราก็พร้อมเสมอ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคเล็กและพรรคก้าวไกลระบุว่าบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ พรรคใหญ่จะกินรวบ นายสุทินกล่าวว่า รวบ-ไม่รวบต้องคำนึงถึงระบบใหญ่ของระบอบประชาธิปไตย เช่น ประเทศอังกฤษ มี 2 พรรคใหญ่เท่านั้น พรรคใหญ่ที่แข็งแกร่ง 2-3 พรรค คือวิถีทางที่ถูกต้อง ส่วนระบบประธานาธิบดี แบบสหรัฐอเมริกา มี 2 พรรคใหญ่ ไม่เห็นมีปัญหาอะไร การที่บอกว่าจะมีพรรคใหญ่กินรวบจึงไม่ใช่ปัญหา สำคัญคือพอพรรคใหญ่ได้คะแนนเยอะ ระบบตรวจสอบและจริยธรรมของพรรคใหญ่นั้นต่างหากที่สำคัญ ในสภาเสียงมากขนาดก็ตาม สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช.และผู้ตรวจการแผ่นดิน ถ่วงดุลล้นเหลืออยู่แล้วไม่น่ากังวล พรรคใหญ่กินรวบจึงไม่มีปัญหา แต่ที่จะมีปัญหาคือพรรคเบี้ยหัวแตกกระจัดกระจาย แบบนั้นจะทำให้ระบอบประชาธิปไตยมีปัญหา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายพีรพัฒน์ แสนพาน ทนายความ ยื่นเรื่องถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบเจ้าพนักงานของรัฐ มีพฤติการณ์กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ กรณีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 83 และ 91 ที่คณะกรรมาธิการ​พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ได้ไปแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาผิดไปจากวาระรับหลักการตามที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์​ รองนายกรัฐมนตรี​และ รมว.พาณิชย์​ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เสนอมา โดยมีการเพิ่มเนื้อหาในมาตรา 83 ที่นอกเหนือไปจากเรื่องการกำหนดให้มี ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ในชั้นวาระรับหลักการ ซึ่งขัดต่อหลักการที่ไม่ให้ กมธ.แก้ไขเนื้อหาเกินกว่าหลักการได้ ถือเป็นการแก้ไขขยายความเลยเถิด ตามอำเภอใจที่เกินเลยไปจากหลักการ​ เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; กฎหมายและหลักนิติธรรม และอาจเป็นความผิดตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการ​ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ที่ให้ใช้บังคับกับ ส.ส., ส.ว. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วย จึงขอให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนการกระทำดังกล่าวเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116097</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตร 2 ใบ, พรรคเล็ก, ร่าง รธน., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_613872a3166e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดศึกน้ำลาย! ‘เต้น’หวังรางวัล รู้ทันสู้แล้วรวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;เสกสกล&amp;quot; ซัดกลับ &amp;quot;ณัฐวุฒิ&amp;quot;&amp;nbsp; เกลอเก่า อยากเปลี่ยนนายกฯ ให้ได้จนตัวสั่น ใช้แผนเดิมลงถนนหวังรางวัลตอบแทน อย่าคิดว่ามวลชนจะรู้ไม่ทันว่าใครสู้แล้วรวย ด้านรองโฆษก ปชป. อบรมกุ๊ยทะลุฟ้า แสดงออกด้วยวิธีก้าวร้าวไม่ใช่ฮีโร่ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp; 31 กรกฎาคม 2564 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า ไล่ประยุทธ์อย่างไร ประยุทธ์ไปแล้วไงต่อ ข้อเรียกร้องคือ ประยุทธ์ลาออกทันที หลังจากนั้นให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกฯ จากบัญชีว่าที่นายกฯ ที่มีอยู่ ถ้าไม่ได้นายกฯ ด้วยวิธีแรก ให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคสอง ส.ว.ต้องร่วมโหวตเพื่อเปิดทางให้มีนายกฯ จากคนนอกบัญชี เพื่อทำเรื่องเร่งด่วนคือแก้ปัญหาโควิด แก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และให้ตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายเสกสกลระบุว่า ฟังแนวคิดของนายณัฐวุฒิแล้วก็เศร้าใจจริงๆ พยายามทำทุกวิถีทางที่จะล้มรัฐบาลนี้ให้ได้ แต่ในที่สุดก็เข้าอีหรอบเดิม อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ อยากเปลี่ยนนายกฯ ให้ได้จนตัวสั่น ใช้ความเพลี่ยงพล้ำจากวิกฤติโควิดมาซ้ำเติมประเทศ โดยหารู้ไม่ว่าความเสียหายเกิดกับคนไทยทุกคน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสภาวะบ้านเมืองเป็นแบบนี้ แทนที่จะเห็นอกเห็นใจประชาชน ช่วยเหลือดูแลประชาชนเหมือนอย่างที่คนอื่นเขาทำ เอาข้าว เอาน้ำ ยารักษาโรคไปช่วยเหลือดูแล หรือซื้อเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์เหมือนอย่างที่คนอื่นหรือศิลปินดาราหลายคนที่ไม่ต้องการป่าวประกาศเขาทำกันน่าจะดีกว่าหรือไม่&amp;nbsp; ใช้มือทำดีกว่าใช้ปากพูด แบบนี้น่าจะเป็นประโยชน์กว่า เรื่องการบ้านการเมืองขอร้องเถอะ พักไว้ก่อน รอให้ผ่านพ้นวิกฤติโควิดที่เกิดขึ้นกันทั่วโลกก่อน ถึงตอนนั้นอยากจะพูดอะไรก็พูดเลย แต่ขอให้เป็นข้อเท็จจริงนะ ไอ้ประเภทพูดป่าวๆ ท่องเป็นบทกลอนในฐานะนักพูดนั้น ประชาชนเขารู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ประสบการณ์ทางการเมืองอย่างนายณัฐวุฒินั้นน่าจะรู้ดีว่าอะไรจริงอะไรเท็จ พูดจริงเป็นอย่างไร แล้วพูดเท็จผลของมันคืออะไร อย่าได้คะนองปากในช่วงที่ประชาชนกำลังลำบาก และบุคลากรทางการแพทย์กำลังทำงานอย่างหนักในตอนนี้ นายณัฐวุฒิเองก็รู้ดีว่าโควิด มันรุนแรงและน่ากลัวขนาดไหน ขนาดนายณัฐวุฒิเองก็จวนเจียนจะเป็น-ไม่เป็นอยู่ เพราะฉะนั้นมันใช่เวลาที่จะมาแซะกันในเรื่องทางการเมืองในตอนนี้หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยืนยันว่านายกฯ ไม่ท้อและไม่ทิ้งงานที่บริหารอยู่ในขณะนี้แน่นอน ประชาชนกำลังเดือดร้อน นายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทีมแพทย์ ก็ยังคงประชุมหารือกันทุกวัน ทั้งเรื่องการตรวจหาเชื้อ การขยายเตียง การขยายจุดฉีดวัคซีน รวมถึงวัคซีนก็ทยอยเข้ามาแล้ว ทุกฝ่ายพยายามหาวิธีกันตลอดทุกวัน ไม่ได้มีเวลามารับฟังเรื่องต่างๆ ที่คนที่ไม่ได้ใช้สมองคิดออกมาพ่นน้ำลายหรอก วันๆ คิดแต่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญๆ จนประชาชนเบื่อหน่ายกันหมดแล้ว และถ้านายณัฐวุฒิ หยุดคิดริษยาได้ ก็จะเป็นคุณูปการต่อประเทศอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คงอยากจะลงถนนให้บ้านเมืองหายนะอีกครั้งหรือเปล่า เพราะแกนนำได้รางวัลต่างตอบแทนเป็นรัฐมนตรีถึงสองกระทรวง การลงบนถนนก้าวข้ามศพประชาชนคนเสื้อแดงไปเอาตำแหน่งเสนาบดีใหญ่โต ยังหวังจะใช้แผนเดิมเพื่อจะได้กลับมารับรางวัลตอบแทนอีกใช่ไหม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลกล่าวว่า ประวัติศาสตร์บางครั้งก็ไม่ได้บันทึกซ้ำรอยเสมอไป อย่าคิดว่ามวลชนจะรู้ไม่ทันว่าใครสู้แล้วรวย ใครสู้แล้วได้ดิบได้ดีเอาตัวรอด แต่คนที่เจ็บและชอกช้ำที่สุดคือมวลชนที่ถูกหลอกมาบาดเจ็บล้มตายบนท้องถนน ทอดทิ้งมวลชนอย่างเจ็บปวดหัวใจ ถ้าอยากรู้อะไรดีๆ ว่าจริงหรือไม่ ให้ไปถามนายสมหวัง อัสราษี อดีตเหรัญญิก นปช.เอาเอง ถูกกรมสรรพากรเรียกเก็บภาษี 572 ล้านจนยอมล้มละลาย สาเหตุเป็นเพราะอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) รัฐสภา ได้แจ้งหนังสือนัดประชุมกรรมาธิการในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ที่รัฐสภาห้องประชุมชั้น 6 โดยมีวาระการพิจารณาคำแปรญัตติของสมาชิกรัฐสภาในการแก้รัฐธรรมนูญประเด็นเรื่องของระบบเลือกตั้งจำนวน 48 ฉบับ พร้อมกับการตั้งคณะทำงานพิจารณาคำแปรญัตติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้แจ้ง 5 ข้อกำหนดมาตรการความร่วมมือการประชุมในช่วงสถานการณ์โควิด-19 จำนวน 5 ข้อ ดังนี้&amp;nbsp; 1.ขอให้ฝ่ายเลขาฯ เตรียมเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าร่วมประชุมให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการประชุมได้เท่านั้น เพื่อรักษาระยะห่าง 2.สำหรับกรรมาธิการ&amp;nbsp; จะของดให้ผู้ติดตามเข้าไปนั่งในห้องประชุมในการประชุมเพื่อลดจำนวนผู้เข้าร่วม ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมประชุม 3.ขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมพิจารณาใส่หน้ากาก 2 ชั้นด้วย 4.การประชุมกระชับเวลาให้ใช้เวลาประชุมน้อยที่สุด แต่ให้สาระสำคัญครบถ้วน และ 5.งดเสริฟ์อาหารว่างในห้องประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผู้ชุมนุม &amp;quot;ทะลุฟ้า&amp;quot; และแนวร่วมทำลายทรัพย์สินของพรรคให้เกิดความเสียหายว่า ในวันที่ประเทศชาติมีวิกฤติ หลายอย่างอาจไม่เป็นไปดังใจ ส่วนตัวเข้าใจความรู้สึกดีว่าหลายคนอาจโกรธแค้น จึงพยายามเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่การแสดงออกด้วยวิธีที่รุนแรง ไม่ใช่ทางออกในการแก้ปัญหา เพราะจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้แย่ไปกว่าเดิม และผู้กระทำผิดต้องรับโทษตามกฎหมาย ซึ่งพรรคก็ได้ดำเนินการในส่วนนี้ไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคมีโอกาสแลกเปลี่ยนกับน้อง ๆ เยาวชนแกนนำนักศึกษาหลายคนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองด้วยบรรยากาศที่สร้างสรรค์ ข้อเสนอแนะหลายอย่างเป็นเรื่องที่ดี และพรรคได้รับฟังอย่างตั้งใจ พร้อมจะรับนำมาปรับปรุงเพื่อให้เป็นพรรคการเมืองสำหรับคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง น้องๆ หลายคนมีโอกาสมาร่วมเป็นทีมอาสาช่วยพรรคในการทำงานประสานหาเตียงช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งๆ ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกัน แต่มองเห็นว่าในยามที่ประเทศชาติมีวิกฤติ จำเป็นต้องร่วมไม้ร่วมมือกันก่อนเพื่อช่วยให้สถานการณ์คลี่คลาย ในขณะเดียวกันยังสามารถช่วยคิดแก้ปัญหาทางการเมืองไปพร้อมๆ กันได้ด้วย โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตัวขอประณามสมาชิกพรรคการเมืองบางคนบางพรรค ที่คอยยุแหย่ปลุกเร้าให้น้องๆ สร้างความรุนแรงและละเมิดกฎหมายเพื่อความสะใจและหวังผลทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะตามมา ทำการเมืองแบบเห็นแก่ตัวและไม่รับผิดชอบ และอยากถามว่าหากน้องๆ ที่โดนยั่วยุต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย กลุ่มคนเหล่านี้จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่แบบเดียวกับที่หนุนหลังหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากถามน้องๆ ว่า ถ้าวันหนึ่งมีคนมายืนตะโกนด่าน้องที่หน้าบ้านด้วยถ้อยคำหยาบคาย เสร็จแล้วเอาข้าวของมาปาใส่บ้านทำให้บ้านเสียหาย น้องเป็นเจ้าของบ้านจะรู้สึกอย่างไรที่ถูกย่ำยีจิตใจ ทำร้ายความรู้สึก และทำลายทรัพย์สินให้เกิดความเสียหาย การแสดงออกด้วยวิธีก้าวร้าวแบบนี้ไม่ใช่ฮีโร่ วันนี้ต้องแยกเรื่องการเรียกร้องกับการละเมิดกฎหมายออกจากกัน พรรคยินดีรับฟังความเห็นต่างและฟังมาโดยตลอด และรับรู้ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่ขอให้การเรียกร้องทำอย่างสร้างสรรค์แบบมีอารยะ จึงจะเกิดความชอบธรรม&amp;quot; นางดรุณวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันเดียวกันนี้ กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกับกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ชาว 2 ล้อไม่เอาประยุทธ์ จัดกิจกรรมรวมพลังคนพันธุ์ R CAR MOB อาชีวะขับไล่เผด็จการ โดยนัดรวมตัวที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในเวลา 14.00 น. ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังราชประสงค์ และปิดท้ายกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วัตถุประสงค์เพื่อขับไล่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111778</URL_LINK>
                <HASHTAG>รู้ทันสู้แล้วรวย, สู้แล้วรวย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อยากเปลี่ยนนายก, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ, แผนลงถนน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_610227c83644d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แท้ง!ชวนตีตกญัตติแก้รธน.มาตรา256ตั้งส.ส.ร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เรียบร้อย! &amp;quot;ชวน&amp;quot; ไม่บรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.256 ของฝ่ายค้านเข้าสู่วาระการประชุมสภา 23-24 มิ.ย.นี้ ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 และเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่แก้ไขรายมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564 นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ในฐานะประธานรัฐสภา ไม่บรรจุญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคฝ่ายค้าน ที่แก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ด้วย ส.ส.ร.?ไว้ในวาระการประชุมรัฐสภา ที่นัดประชุมในสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 23-24 มิถุนายน ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานและเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ที่ระบุว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เสนอโดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน ย่อมมีผลเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 และเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตราตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับดังกล่าวไม่ใช่แก้ไขเพิ่มเติมรายมาตรา ประธานจึงไม่สามารถบรรจุร่างดังกล่าวเข้าระเบียบวาระการประชุมของรัฐสภาเพื่อพิจารณาได้ อย่างไรก็ตาม ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้จะยังไม่ตกไป&amp;quot; นพ.สุกิจกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงประเด็นที่ให้มีการปิดสวิตช์ ส.ว.ว่า ต้องเคารพความคิดเห็นของทุกคน ส่วน ส.ว.ที่ออกมาตอบโต้ก็เป็นความเห็นส่วนตัวของท่าน อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่าร่าง แก้ไขเป็นอย่างไรบ้าง บางครั้งอาจขัดคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส.ว.จะให้ความสนใจในประเด็นข้อกฎหมายมากกว่า เพราะไม่อยากให้กฎหมายเป็นโมฆะหรือล้มไป ตนทำกฎหมายมา 30-40 ปีในชีวิต ก็ไม่อยากเห็นกฎหมายต้องล้มไป สมัยที่เป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็พยายามไม่ให้กฎหมายลูกขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็สามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โจมตีพรรคประชาธิปัตย์ว่า ประกาศอุดมการณ์ไว้ในข้อบังคับของพรรคอย่างชัดเจนว่าจะดำเนินการเมืองบนวิถีทางอันบริสุทธิ์ จะเป็นเยี่ยงอย่างให้เกิดความนับถือในระบอบประชาธิปไตย จะไม่สนับสนุนระบบและวิธีแห่งเผด็จการ น่าเสียดายที่ในข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นหนึ่งในพรรคที่ไปร่วมโหวตสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี กับเขาด้วย ด้วยความที่มี ส.ว. 250 คนหนุนหลังการันตีความเป็นรัฐบาล คอยล่อตาล่อใจพรรคต่างๆ จนสุดท้ายก็เข้าทางฝ่าย คสช.ในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาระบุว่า พรรคก้าวไกลยืนยันอีกครั้งว่า หนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่สุดและเร่งด่วนที่สุดเพื่อที่จะหาทางออกจากวิกฤติของประเทศครั้งนี้ก็คือการยุติการสืบทอดอำนาจของฝ่าย คสช. การแก้รัฐธรรมนูญก็เป็นหนึ่งในนั้นเพื่อตัดกลไกการสืบทอดอำนาจ เช่น อำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ทั้งภูมิใจไทย ชาติ ไทยพัฒนา ฯลฯ สิ่งที่ต้องทำมากกว่าคือเลิกสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์และพรรคพลังประชารัฐได้แล้ว หยุดพายเรือให้โจรนั่งเสียที ทุกวันนี้โจรมันเจาะเรือรั่วไปตั้งกี่จุด ถีบผู้โดยสารตกน้ำไปตั้งกี่คน กักเสบียงไว้กินคนเดียวตั้งเท่าไหร่แล้ว พวกท่านยังไม่รู้ตัวอีกหรือ?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า ข้อบกพร่องหลักทางประชาธิปไตยของรัฐธรรมนูญปี 60 คือมาตรา 272 ที่ยอมให้ ส.ว.มาเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ต่างทราบดี ทั้ง 2 พรรคอย่าเล่น ละคร เสนอร่างแก้ไขมาตรา 272 ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีทางผ่านด่านพลังประชารัฐและ ส.ว. พอถึงเวลาที่ร่างแก้เรื่อง ส.ว.ถูกตีตก ทั้งคู่ก็จะบอกว่าเราได้พยายามแล้ว และก็เดินหน้าลงคะแนนแก้ไขเรื่องที่ตนได้ประโยชน์ต่อไป ทั้งหมดนี้จะเป็นจริงหรือไม่ การกระทำจะเป็นข้อพิสูจน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ให้ความเห็นว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลไม่ควรทะเลาะกันเรื่องระบบเลือกตั้ง เพราะสาระสำคัญที่สุดในการไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือการสืบทอดอำนาจของ คสช. และหลายประเด็นเป็นอุปสรรคสำหรับระบอบ ประชาธิปไตย เรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียว ผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น แสดงความคิดเห็นไว้ตั้งหลายรอบ ตั้งแต่เขาร่างกันเสร็จและเข้ากระบวนการทำประชามติ ไม่ต้องพูดซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนทำประชามติ ตนเรียกร้องว่าควรมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบแบบรัฐธรรมนูญปี 40 วันนี้ก็ยังย้ำคำเดิม ไม่กลืนน้ำลาย แต่วันนี้เห็นว่าบัตรกี่ใบไม่ใช่เรื่องใหญ่ หัวใจสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ควรบังคับใช้ เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศอีกต่อไป การมีบัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือสองใบ ไม่ใช่คำตอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ และพวกพ้นไปจากเวทีอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เพื่อไทยกับก้าวไกลโต้แย้งกันเรื่องบัตรสองใบแบบปี 40 กับแบบเยอรมันนั้น มีภาพสะท้อนผล ประโยชน์ทางการเมืองของแต่ละฝ่ายปนอยู่ด้วย จะด้วยเจตนาบริสุทธ์เรื่องหลักการประชาธิปไตยอย่างที่ทั้งสองพรรคพูด ผมก็เชื่อนะครับ แต่ปฏิเสธข้อเท็จจริงเรื่องผลทางการเมืองของทั้งสองฝ่ายไม่ได้จริงๆ ถ้าเลือกตั้งแบบบัตรสองใบตามรัฐธรรมนูญปี 40 เพื่อไทย มีโอกาสกลับมาแข็งแรงขึ้น ได้ ส.ส.มากกว่าเดิม ถ้าเลือกตั้งแบบบัตรสองใบ นับคะแนนแบบเยอรมันก้าวไกลก็มีโอกาสได้ ส.ส.มากเท่าเดิมหรือมากกว่า ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะอธิบายหลักการและจุดยืนของตนให้กับประชาชนได้รับทราบ แต่เมื่อประชาชนเข้าใจก็จะเข้าใจพร้อมๆ กับภาพสะท้อนที่ผมได้ชี้ให้เห็น การที่ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; จะโหวตเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีบัตรเลือกตั้งสองใบตรงกับพลังประชารัฐ แล้วจะไปกล่าวหาว่าเพื่อไทยสมคบคิดกับเผด็จการไปแล้วเห็นว่าไม่เป็นธรรม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิแนะว่า ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องตั้งหลักกันดีๆ การยังคงโต้แย้งกันในประเด็นเหล่านี้ จะเปลืองทั้งตัว เปลืองทั้งแรง เปลืองทั้งเวลา สิ่งที่อยากจะเสนอก็คือพรรคฝ่ายค้านในสภาทุกพรรคควรจะตกผลึกทางความคิด แล้วแสดงออกอย่างเป็นเอกภาพ ผลักดันให้กฎหมายประชามติผ่านสภา มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ถึงตรงนั้นจะต้องเดินไปพร้อมๆ กับการหลอมรวมพลังของภาคประชาชนทุกกลุ่มทุกส่วน ชวนกันทำยุทธหัตถีกับอำนาจ คสช. โดยการทำประชามติให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับ มี ส.ส.ร.จากประชาชนมายกร่างฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อไทยในฐานะพรรคใหญ่ต้องพยายามสร้างความสามัคคีรวมหมู่ แสดงบทบาทผู้นำในสภา เดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงให้ได้ &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; ก็คงไม่ต้องวิตกกังวลอะไรเกินไปมากอะครับ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบ &amp;ldquo;พลังประชารัฐ&amp;rdquo; เขาทำให้เห็นชัดอยู่แล้วว่ามีสิทธิที่จะหักลงกลางทางได้ตลอดเวลา วันที่ 24 มิถุนายน ถ้าผ่านวาระแรกเรื่องบัตรเลือกตั้งสองใบแบบปี 40 ก็ไม่ได้ หมายความว่าจะเดินได้สุดทางจนมีผลบังคับใช้ ดังนั้นทุกฝ่ายควรถอยมายืนหลักเดิม ไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ สร้างความสามัคคีต่อสู้กันต่อไป ทำเถอะครับ เริ่มต้นจากพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยในสภานั่นแหละ แล้วก็มาจับมือกับทุกภาคส่วนที่อยู่ข้างนอก ผมไม่ใช่คนสลักสำคัญอะไร แต่ถ้าจะจับมือกันสู้ประชามติเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมเอาด้วย!&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106851</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตีตกญัตติแก้ รธน., มาตรา 256, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc94f46cd74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะ5หมื่นชื่อเสนอครม.ทำประชามติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถก &amp;quot;กฎหมายประชามติ&amp;quot; หวิดไม่รอดหลังผวาโควิด&amp;nbsp; แต่ &amp;quot;ประธานชวน&amp;quot; สั่งเดินหน้า ที่ประชุมไม่พลาดเคาะตาม กมธ.แก้ไข ทั้งเรื่อง 5 หมื่นชื่อเสนอโหวต คงอำนาจ ครม.ตัดสินใจ ห้าม &amp;ldquo;พระ-เณร&amp;rdquo; ใช้สิทธิ์ อ้างยึดโยงรัฐธรรมนูญ &amp;quot;พปชร.&amp;quot; รวบรวม 110 รายชื่อชงแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 ประเด็น 13 มาตราแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 7 เมษายน มีระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) โดยมีวาระที่สำคัญคือการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ..... ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยวิสามัญ) เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2564 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อถึงเวลา 09.30 น. ตามเวลานัดหมาย พบว่าที่ประชุมไม่สามารถเปิดประชุมได้ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ ทำให้นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ลุกขึ้นกล่าวตำหนิสมาชิกรัฐสภาที่ไม่มาประชุม พร้อมเรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา สอบสวนสมาชิกที่ไม่มาร่วมประชุม ขณะที่นายชวนประกาศให้สมาชิกทยอยมาลงชื่อจนครบองค์ประชุม ซึ่งก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ส.ส.พรรคการเมืองต่างๆ ลุกขึ้นหารือว่าควรเลื่อนการประชุมออกไปหรือไม่ จากความสุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวนมาก โดยเฉพาะ ส.ส.ซีกรัฐบาล ในขณะที่ซีก ส.ส.ฝ่ายค้านยังคงระบุให้เดินหน้าต่อไป ซึ่งสุดท้ายนายชวนก็ระบุว่า เมื่อองค์ประชุมครบแล้วประธานก็ต้องทำหน้าที่ ไม่สามารถเลื่อนการประชุมได้ ซึ่งหากจะขอเลื่อนการประชุม ต้องไปหารือทั้งหมดเพื่อให้เป็นมติเอกฉันท์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.15 น. ที่ประชุมเริ่มพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ รายงานภาพรวมการนำร่างกฎหมายดังกล่าวกลับไปปรับปรุง จากนั้นได้พิจารณามาตรา 10 เกี่ยวกับกระบวนการจัดทำประชามติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีสมาชิกขออภิปราย ทำให้นายชวนสั่งลงคะแนน ผลปรากฏว่าที่ประชุมเห็นชอบมาตรา 10 ด้วยคะแนน 449 ต่อ 0 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพิจารณามาตรา 11 ซึ่งเป็นมาตราที่สำคัญ เนื่องจากมีการกำหนดว่า ถ้ารัฐสภามีมติเห็นสมควรให้มีการทำประชามติต้องเป็นมติเห็นชอบของแต่ละสภา และให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้นายกฯ ทราบ นอกจากนี้ ยังกำหนดว่าถ้าประชาชนจะเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอทำประชามตินั้น ประชาชนต้องเข้าชื่อไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน ทั้งนี้ ให้ ครม.พิจารณาว่ามีเหตุอันสมควรให้จัดทำประชามติในประเด็นนั้นๆ หรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 166&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) และนายชูศักดิ์ ศิรินิล จากพรรค พท. ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย ไม่เห็นด้วยให้ประชาชนเข้าชื่อ 5 หมื่นคน โดยเสนอให้เข้าชื่อเพียง 1 หมื่นคนแทน โดยหลังการให้เหตุผลทั้ง กมธ.เสียงข้างน้อยและข้างมากแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 11 ยืนตาม กมธ.เสียงข้างมาก ด้วยคะแนน 347 ต่อ 154 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 2 เสียง&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาที่ประชุมมีการพิจารณาไล่เรียงตามมาตราต่อเนื่องไป โดยที่น่าสนใจคือ มาตรา 20 เรื่องการกำหนดบุคคลต้องห้ามออกเสียงประชามติ ที่ กมธ.ระบุห้ามพระภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช และผู้อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ผู้ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ เป็นผู้ออกเสียงประชามติ แต่ กมธ.เสียงข้างน้อยและ ส.ส.ฝ่ายค้านมีความเห็นว่า ไม่ควรตัดสิทธิ์พระภิกษุ สามเณร ในการออกเสียงประชามติ เพราะพระภิกษุสงฆ์ก็มีความเป็นเจ้าของประเทศ ควรมีสิทธิ์ทำประชามติได้ แต่ กมธ.เสียงส่วนใหญ่มองว่าต้องยึดโยงรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลังแต่ละฝ่ายชี้แจง ที่ประชุมลงมติเห็นชอบกับเนื้อหาที่ กมธ.แก้ไขมาด้วยคะแนน 338 ต่อ 105 งดออกเสียง 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อเวลา 19.20 น. หลังรัฐสภาได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติมาถึงมาตรา 42/2 ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบตามที่ กมธ.เสนอ ด้วยเสียง 381 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง และไม่ลงคะแนน 5 เสียง ทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า เนื่องจากขณะนี้องค์ประชุมของรัฐสภาเหลือน้อยลง จึงขอปิดการประชุมไปก่อนแล้วมาประชุมกันใหม่ในวันที่ 8 เม.ย. เวลา 09.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสมาชิกรัฐสภาที่ปฏิบัติหน้าที่ มีทั้งสิ้น 736 คน และองค์ประชุมคือ 368 เสียง แต่จากการลงมติมาตรา 42/2 ปรากฏว่ามีผู้แสดงตนทั้งสิ้น 387 เสียง ซึ่งเกินองค์ประชุมมาเพียง 19 เสียงเท่านั้น โดยกฎหมายประชามตินั้นมีทั้งสิ้น 67 มาตรา ซึ่งการลงมติที่ผ่านมาก็เป็นไปตามที่ กมธ.แก้ไข ไม่มีการพลิกโผเหมือนการประชุมครั้งแรกแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังคงมีความต่อเนื่องในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อม ส.ส.ของพรรค ร่วมกันยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมต่อนายชวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายไพบูลย์ระบุว่า พรรค พปชร.รวบรวมรายชื่อ ส.ส.พรรค 110 ชื่อ เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 5 ประเด็น 13 มาตรา ซึ่งร่างแก้ไขที่พรรคเสนอ ต้องการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ จริงจัง เพื่อให้การแก้ไขเป็นรูปธรรม ขอให้เพื่อนสมาชิกทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านได้พิจารณาร่างของพรรค โดยหากบรรจุร่างแก้ไขในช่วงต้นเดือน มิ.ย. การพิจารณาวาระ 1-3 คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ส.ค. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าประเด็นที่เป็นความขัดแย้งอย่างมากในสังคม เช่น ที่มาและอำนาจของ ส.ว. ไม่มีการแก้ไขใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่แก้ไข อะไรที่ดูแล้วมีข้อขัดแย้ง และดูแล้วอาจไม่สำเร็จ แต่ไม่ได้ห้าม พรรคการเมืองอื่นเสนอแก้ไข แต่เราไม่อยากมีเงื่อนไขในลักษณะเอาประชาชนเป็นตัวประกัน เราไม่เห็นด้วย เห็นว่าควรเอาประชาชนเป็นหลักก่อน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า ร่างนี้ได้ผ่านตา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ แล้วหรือยัง นายไพบูลย์กล่าวว่า ได้ดูแล้ว และท่านเห็นชอบ โดยประเด็นแรกที่ท่านเห็นชอบคือการเพิ่มเติมในหมวดสิทธิและเสรีภาพให้ประชาชนให้มีกระบวนการยุติธรรม การเพิ่มสิทธิชุมชน การเพิ่มสิทธิให้พรรคการเมือง ฯลฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า หากพรรคประชาธิปัตย์เสนอแก้มาตรา 256 เพื่อแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ พรรค พปชร.จะสนับสนุนหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถาม ส.ว. เพราะกระทบเขา และต้องไปถามฝ่ายค้านด้วย เพราะฝ่ายค้านเขาก็มีสิทธิ์โต้แย้ง และสุดท้ายต้องถามรัฐบาลด้วย เพราะเป็นผู้ใช้งบประมาณในการทำประชามติ เนื่องจากหากเป็นรูปแบบนี้ต้องออกเสียงประชามติ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98714</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติ, ประชุมร่วมกันของรัฐสภา, สมัยวิสามัญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606dc82d954cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิมล่าชื่อล้มบิ๊กตู่แค่พันคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; เปิดรายละเอียดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น เตรียมหารือ &amp;ldquo;ภท.-ชทพ.&amp;rdquo; เชื่อหากทุกฝ่ายจริงใจจะช่วยถอนฟืนจากไฟได้ &amp;ldquo;ธนาธร-ปิยบุตร&amp;rdquo; เลิกเหนียม นำทีมร่วมคณะราษฎร-ไอลอว์ล่าชื่อ &amp;ldquo;รื้อระบอบประยุทธ์&amp;rdquo; สุดคึกคัก หวัง 4 ข้อ &amp;ldquo;ล้ม ส.ว.-โละศาลรัฐธรรมนูญ-เลิกยุทธศาสตร์ชาติ-เช็กบิล คสช.&amp;rdquo; ปิยบุตรเผยชัดเพิ่มอำนาจฝ่ายค้าน คุมเข้มกองทัพ-ศาล ผุดผู้ตรวจการกองทัพ-ศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 6 เมษายน ยังคงมีความต่อเนื่องเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่อยากให้เร่งสรุปว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ ซึ่งพรรคพยายามเดินหน้าแก้ไข โดยเป้าหมายมี 2 ข้อคือ 1.เป้าหมายทางการเมือง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตย และ 2.เพื่อทำให้การเมืองนิ่ง ไม่มีข้อขัดแย้งที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ จะได้เข้าไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ด้วยความราบรื่น เป็นประโยชน์กับประชาชนมากขึ้น ด้วยเหตุผลทั้ง 2 ข้อนี้ พรรคจึงพยายามผลักดันแก้รายมาตรา ซึ่งยกร่างเสร็จแล้ว 6 ฉบับ หลังจากนี้จะหารือร่วมกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ซึ่งถ้ามีความเห็นสอดคล้องกัน ก็นำไปคุยกันในคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.กล่าวว่า พรรคได้จัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว โดยแก้ 6 ประเด็น ประกอบด้วย 1.การแก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต้องทำได้ง่ายขึ้น โดยให้ใช้เสียงเพียง 3 ใน 5 ซึ่งหลักการนี้ผ่านการเห็นชอบของรัฐสภาในตอนที่ได้มีการพิจารณาหมดแล้ว 2.การแก้ไขมาตรา 272 กำหนดให้ ส.ว.มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี รวมทั้งการแก้ไขมาตรา 88 และมาตราเกี่ยวกับการส่งบัญชีรายชื่อ 3 นายกฯ โดยจะแก้ไขว่า หากนายกฯ ที่อยู่ในบัญชี 3 คนนั้นไม่สามารถเสนอได้ ก็ให้สภาเสนอชื่อ ส.ส.เป็นนายกฯ ได้ เพื่อยึดโยงให้นายกฯ มาจากการประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์กล่าวต่อว่า 3.การกระจายอำนาจลงไปสู่ท้องถิ่น ซึ่งมีการแก้ไข 7 มาตรา โดยนำรัฐธรรมนูญปี 2540 และปี 2550 มาปรับปรุง ประเด็นที่สำคัญคือ การเลือกตั้งท้องถิ่นทุกระดับต้องเลือกตั้งโดยตรง การบริหารทรัพยากรของท้องถิ่นต้องเป็นหน้าที่ของท้องถิ่นโดยตรง มีการเสนอเข้าชื่อและถอดถอน เพื่อให้มีข้อจำกัดและให้ประชาชนสามารถเสนอกฎหมายบทบัญญัติของท้องถิ่นนี้ได้โดยตรง 4.แก้ไขการตรวจสอบอำนาจรัฐ โดยเฉพาะอำนาจของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเชิญบุคคลมาชี้แจง ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์กล่าวต่อว่า 5.การตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจและถอดถอนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งรัฐธรรมนูญปัจจุบันให้เสนอผ่านประธานรัฐสภา ซึ่งการเสนอเช่นนี้ทำให้การตรวจสอบต้องมายึดโยงกับเสียงข้างมาก อาจไม่สุจริต จึงเห็นว่าควรต้องกลับไปใช้กลไกแบบเดิม คือเสนอผ่านองค์กรอิสระ และส่งให้ประธานศาลฎีกา และ 6.ระบบการเลือกตั้งจะแก้ไข 4 มาตรา โดยจะกำหนดให้มี ส.ส.แบบแบ่งเขต 400 เขต เลือกแบบ 1 บัตร 1 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งขณะนี้กำลังหารือถึงวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อว่าควรเป็นแบบใด จะใช้ระบบสัดส่วนร้อยละโดยตรงเหมือนเดิมหรือไม่ นอกจากนั้นยังมีการพูดถึงระบบการตรวจสอบคนที่เข้ามาในระบบการเมืองต้องโปร่งใส ประวัติดีงาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกฝ่ายที่ร่วมกันยกร่างมีความมั่นใจว่าร่างแก้ไขจะผ่านไปได้ด้วยดี เพราะไม่ได้เสนอแก้ทั้งฉบับ ทำให้ตัดปัญหาเรื่องการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และการแก้ไขรายมาตราสามารถแสวงหาความเห็นพ้องต้องกันมากกว่าการเสนอแก้ไขทั้งฉบับ รวมทั้งถ้าเสนอแก้ไขทั้งฉบับต้องไปทำประชามติ 2-3 ครั้ง แต่เมื่อเสนอแก้ไขเป็นรายมาตรา จะทำประชามติเพียง 1 ครั้ง ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าเราควรจะถอนฟืนออกจากไฟ ที่สำคัญหากได้แก้ไขรัฐธรรมนูญในบางประเด็นที่ทำให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น บ้านเมืองก็ไม่กลับไปสู่จุดเดิม ดังนั้นมั่นใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราครั้งนี้ จะได้รับความร่วมมือและมีความเป็นไปได้ เพียงแต่ขอร้องทุกฝ่ายต้องมีความจริงใจ&amp;rdquo; นายชินวรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยมีการประชุม ส.ส.พรรค โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรค ทำหน้าที่ประธาน ซึ่งได้มีการหารือการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยพรรคได้มอบหมายให้นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง ไปประสานพรรค ปชป. และ ชทพ.เพื่อหารือแนวทาง ซึ่งพรรคจะเน้นแก้ไขเพื่อปากท้องของประชาชน ให้เป็นรัฐธรรมนูญที่กินได้ ส่วนการลงมติร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.... นั้น พรรคมีมติเห็นชอบหลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ ได้ชี้แจงว่ามีการปรับแก้ไขมาตรา 10 และ 11 ให้สอดคล้องกับมาตรา 9 เรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;
ล่าชื่อรื้อระบอบประยุทธ์คึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ &amp;ldquo;เครือข่าย Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ซึ่งประกอบด้วย พรรคก้าวไกล, คณะก้าวหน้า, กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) จัดกิจกรรม &amp;quot;ขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์&amp;quot; ล่ารายชื่อ เพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราใน 4 ประเด็นหลัก คือ 1.ล้มวุฒิสภา เดินหน้าสภาเดี่ยว 2.โละศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ปฏิรูปที่มาอำนาจการตรวจสอบ 3.เลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูป ปลดโซ่ตรวนอนาคตประเทศ และ 4.ล้างมรดกรัฐประหาร หยุดวงจรอุบาทว์ขวางประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ระบุว่า งานนี้มุ่งหวังแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา&amp;nbsp; ซึ่งเป็นที่พูดกันในสภาขณะนี้ แต่การแก้ในสภาเป็นประเด็นเล็กน้อย เรื่องระบบเลือกตั้ง และมาตรา 144 เกี่ยวกับงบประมาณเป็นประโยชน์ของนักการเมือง ไม่เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง จึงตัดสินใจรณรงค์เข้าชื่อเพื่อแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา รื้อระบอบประยุทธ์ เพราะครั้งที่แล้วไอลอว์ล่าได้กว่าแสนรายชื่อ แต่ ส.ว.ไม่แยแส ครั้งนี้แตกต่างมากกว่าที่พุ่งใจกลางปัญหา หากได้ชื่อจำนวนมาก ส.ว.ต้องถูกกดดันเปลี่ยนความคิด ถ้าไม่แยแสอีกผลจะเปลี่ยนไป การเลือกจัดงานวันที่ 6 เม.ย. เพราะเป็นวันครบรอบประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 เราเห็นอิทธิฤทธิ์ของรัฐธรรมนูญนี้มามากแล้ว เบื้องต้นการล่าชื่อ 6 เดือน จะดูว่าได้เพียงพอหรือไม่เป็นนัยสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการเสนอแก้ไขครั้งนี้ไม่แตะหมวด 1-2 จะถือเป็นการลดเพดานในการเคลื่อนไหวหรือไม่ นายปิยบุตรระบุว่า ส่วนตัวยืนยันรัฐธรรมนูญต้องทำใหม่ทั้งฉบับ แต่ครั้งนี้มุ่งแก้ที่กลไกสืบทอดอำนาจ พุ่งเป้า&amp;nbsp; 4 ประเด็นใหญ่ที่เป็นกลไกสืบทอดอำนาจก่อน การไม่แตะไม่ได้หมายความว่าไม่สนใจ การแก้ไขหมวด 1-2&amp;nbsp; จะรณรงค์ทางวิชาการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า ย้ำว่า 4 ประเด็นหลักในการแก้ไขคือ 1.ล้ม ส.ว. ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ จึงจำเป็นต้องปรับให้เป็นสภาเดี่ยว 2.ปฏิรูปอำนาจศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ เพื่อให้ยึดโยงประชาชน วางขอบเขตอำนาจให้ชัดเจน 3.ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนปฏิรูปประเทศ ที่อาจจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม 4.ล้างมรดกรัฐประหาร ยกเลิก มาตรา 279 ที่รับรองคำสั่ง คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 16.00 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้เดินทางมาร่วมลงชื่อในกิจกรรม &amp;quot;ขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์&amp;quot; เพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราด้วย โดยภายหลังลงชื่อแล้ว นายธนาธรได้ทยอยถ่ายรูปร่วมกับประชาชนที่มาร่วมงานและ ส.ส.พรรคก้าวไกล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การล่าชื่อดังกล่าว พบว่ามีประชาชนจำนวนมากที่สนับสนุนคณะก้าวหน้าและกลุ่มราษฎร แต่งกายในชุดสีดำตามแคมเปญรณรงค์ &amp;quot;6 เม.ย.2564 ดำทั้งแผ่นดิน&amp;quot; ของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม มาร่วมลงชื่อ รวมทั้งนายปิยบุตร และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ที่ได้แต่งดำและชูสามนิ้วด้วย ขณะที่นายธนาธรใส่เสื้อรณรงค์&amp;nbsp; &amp;ldquo;ขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์&amp;rdquo; มาลงชื่อ
ชงคุม&amp;#39;กองทัพ-ศาล&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวบรรยายถึงรายละเอียดในร่างเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของกิจกรรม &amp;quot;ขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์&amp;quot; ว่า มุ่งขจัดระบอบประยุทธ์และสิ่งกีดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ โดยมีข้อเสนอ อาทิ กำหนดให้รองประธานสภาฯ 1 คน มาจากฝ่ายค้าน, ประธานคณะ กมธ.ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบรัฐบาลต้องเป็นฝ่ายค้าน, ตั้งคณะผู้ตรวจการกองทัพจาก ส.ส. เพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายงบกองทัพ รายได้กองทัพไปอยู่ที่ไหน และเป็นช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของทหารชั้นผู้น้อย เมื่อประสบความไม่เป็นธรรมหรือถูกละเมิดสิทธิร้ายแรง และคัดเลือกผู้ตรวจการกองทัพเป็นสมาชิกสภากลาโหมโดยตำแหน่ง
นายปิยบุตรยังกล่าวถึงข้อเสนอโละศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ว่าเหตุผลไม่อิสระ และเป็นจุดเดิมพันทางการเมืองของทุกฝ่าย ฝ่ายยึดได้รอดทุกคดี เป็นเครื่องมือในการกำจัดฝ่ายตรงข้าม จึงกำหนดให้ ส.ส.มีส่วนเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการองค์กรอิสระ ด้วยเสียง 2 ใน 3 ของ ส.ส. นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอในการตั้งคณะผู้ตรวจการศาล ซึ่งไม่ใช่แทรกแซงศาล แต่มีหน้าที่วิเคราะห์ผลกระทบจากคำพิพากษา เป็นแนวทางในการวิจารณ์ตรวจสอบคำพิพากษา และหากมีข่าวลือสามารถเชิญประธานศาลฎีกามาชี้แจงได้ ส่วนเรื่องมาตรฐานจริยธรรมนั้นไม่ใช่เกณฑ์กฎหมาย มาตรฐานจริยธรรมควรให้แต่ละองค์กรว่ากันเอง ตรวจสอบกันเอง สำหรับผู้ตรวจการแผ่นดินให้ยุบรวมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเมื่อร่างแก้ไขฉบับนี้ประกาศใช้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และกรรมการอิสระชุดปัจจุบันให้พ้นจากตำแหน่งกลับไปเริ่มใหม่
นายปิยบุตรกล่าวถึงข้อเสนอล้างมรดกรัฐประหาร ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 279 ที่รับรองประกาศและคำสั่ง คสช., การนิรโทษกรรมตัวเองหลังการรัฐประหารให้เป็นโมฆะ เพื่อดำเนินคดีต่อคณะรัฐประหาร, กำหนดให้การต่อต้านรัฐประหารเป็นหน้าที่ และห้ามศาลรับรองการรัฐประหาร
เลขาธิการคณะก้าวหน้ายังกล่าวถึงกรณีบางคนบอกว่าการล่ารายชื่อครั้งนี้เสียเวลา เพราะเดี๋ยว ส.ว.ก็คว่ำ&amp;nbsp; โดยระบุว่า เราจำเป็นต้องทำ ไม่ทำจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ปล่อยให้เขากินรวบประเทศ และถ้าได้ถึง 1 ล้านชื่ออาจเปลี่ยนก็ได้ แต่ถ้า ส.ว.ยังไม่แยแสอีก 1 ล้านคนจะไม่ยอมให้ ส.ว. 250 คนมาขี่คอทั้งชีวิต การรณรงค์เราเดินทุกนาที เรารู้รณรงค์ยาก แต่การนั่งเฉยโอกาสไม่มีทางมาถึง ต้องสร้างโอกาสทุกวันเท่าที่ทำได้ การลงชื่อ 1 สิทธิ์ 1 เสียง เป็นประชาธิปไตยทางตรง ท้ายสุดเสียงประชาชนจะชี้ขาดปรากฏให้เห็นผ่านชื่อ
น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ แนวร่วมกลุ่มราษฎร ขึ้นปราศรัยในกิจกรรมนี้ว่า เราต้องมาล่ารายชื่อเพื่อรื้อระบอบประยุทธ์วันนี้ เพราะเราไม่อยากจะอยู่ในระบอบประยุทธ์อีกต่อไป รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำเนิดเกิดมาด้วยความไม่ชอบมาพากล เมื่อครั้งที่ทำประชามติ เพื่อนเราหลายคนก็ถูกจับไป ประชาชน 203 คนถูกดำเนินคดีเนื่องจากแสดงเสรีภาพของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญปี 2560 การแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตยควรต้องทำได้ใช่หรือไม่ เราในฐานะประชาชนต้องวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่เวลานั้นรัฐบาล คสช.ใช้อำนาจบาตรใหญ่ดำเนินคดี
น.ส.ภัสราวลีกล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 คสช.ก็สร้างแขนขาของพวกเขาไว้ คือ ส.ว. 250 คน ที่พวกเราไม่ได้เป็นคนเลือก และไม่ได้ทำงานอะไร แต่กินภาษีประชาชนไปเปล่าๆ เราต้องกำจัด ส.ว.ทั้ง 250 คน ซึ่งไม่ได้มีอำนาจแค่เลือกนายกฯ อย่างเดียว แต่อำนาจล้นเกินประชาชน เขาสามารถกำหนดว่าจะแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญได้ นอกจากนี้ ในส่วนขององค์กรอิสระที่ ส.ว. เป็นผู้เลือก ก็ไม่ได้อิสระสมชื่อ สมควรต้องโละใหม่ เชื่อว่า&amp;nbsp; ส.ส.มีศักยภาพในการบริหารประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี ส.ว.ก็ได้ งบประมาณ 1.2 พันล้านต่อปี ไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนได้มากกว่า ถ้าเราโละ ส.ว. และใช้ระบบสภาเดี่ยว
น.ส.ชญาธนุส ศรทัตต์ หรือเฌอเอม ปราศรัยว่า จะต้องเอา 250 ส.ว.ออกไปก่อน เพราะเราไม่รู้สึกปลอดภัยในการออกมาคอลเอาต์ที่ผ่านมา จึงขอให้คิดถึงลูกหลาน จึงขอให้ลงชื่อเพื่อรื้อระบอบประยุทธ์ เพื่อสร้างความปลอดภัย เพื่อสร้างระบอบประชาธิปไตยของทุกคน แม้ตนเองจะมีความด่างพร้อยก็ตาม
ทั้งนี้ ระหว่างกล่าวเฌอเอมได้ร้องไห้แสดงความรู้สึกผิดต่อคนเสื้อแดงที่เคยคิดว่าเขาคือคนไม่ดีในอดีต โดยย้ำถึงความสำคัญของทุกคน เพื่อลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเป็นอีกก้าวหนึ่งในการให้เพื่อนได้รับการปล่อยตัว และเพื่อชีวิตที่ดีของทุกคน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศกิจกรรมในช่วงเย็น เวลา 18.40 น. มีจำนวนผู้ร่วมงานประมาณ 300-400 คน และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่จัดกิจกรรมได้เผยจำนวนผู้ร่วมลงชื่อแก้รัฐธรรมนูญมีประมาณ 1,300 คนแล้ว
ขณะที่นายประจักษ์? ก้องกีรติ อาจารย์?คณะรัฐศาสตร์? มธ.กล่าวในกิจกรรมดังกล่าว หัวข้อ &amp;quot;ระบอบประยุทธ์? ทหาร ทุน วงจรอุบาทว์การเมืองไทย&amp;quot; ตอนหนึ่งว่า กว่า 7&amp;nbsp; ปีผ่านไปได้เกิดระบอบประยุทธ์ขึ้นแล้ว ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้เปลี่ยนแปลงสังคมไทยอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งมีการสร้างระบอบอนาธิปไตยโดยชนชั้นนำที่อยู่บนยอดพีระมิด?บนสังคม ซึ่งการไล่ พล.อ.ประยุทธ์?คนเดียวเรื่องก็ยังไม่จบ เพราะยังมีพลเอกคนอื่นมาใช้อำนาจโดยรักษาเครือข่ายอำนาจประยุทธ์?ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การรัฐประหารที่เกิดขึ้นมักเกิดขึ้นในประเทศที่ด้อยพัฒนาเท่านั้น เช่น บูร์กินาฟาโซ มาลี ซูดาน และอียิปต์? ในส่วนไทยเราทำรัฐประหารถึง 2 ครั้งในรอบ 10 ปี ซึ่งจากการวิจัย ในยุคปัจจุบัน?สิ้นสุดสงครามเย็น ไม่มีประเทศไหนที่ทำรัฐประหารแล้วประเทศเจริญได้ ส่วนการรัฐประหารในประวัติศาสต?ร์ไทยนั้น เหตุผลเบื้องหลังที่สำคัญที่สุดคือ เพื่อให้นายพลกลุ่มหนึ่งเข้ามาจัดระเบียบอำนาจการเมืองและผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ?ใหม่ ในแบบที่ให้ประโยชน์กับตัวเองและชนชั้นนำให้มากที่สุด&amp;rdquo; นายประจักษ์กล่าว
นายประจักษ์กล่าวอีกว่า วิธีการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการรัฐประหารอีกต่อไปคือ 1.ศาลรัฐธรรมนูญ?หรือองค์กรต่างๆ ต้องไม่รับรองให้การรัฐประหารให้มีความชอบธรรม และ 2.การรัฐประหารต้องเป็นความผิดที่ไม่มีอายุความ ต้องเอาผิดผู้ที่ก่อการรัฐประหาร?มาลงโทษพิพากษาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประจักษ์ยังกล่าวถึง ส.ว.ว่าเป็นสภาของข้าราชการมากกว่ากลุ่มอาชีพทั่วไป โดยเฉพาะ ส.ว.ชุดปัจจุบันมาจากแม่น้ำ 5 สาย มาจากเครือข่ายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งสิ้น เรียกได้ว่าเป็นสภาปรสิต นอกจากนี้ ระบอบประยุทธ์ยังได้บิดเบือนกลไกประชาธิปไตย โดยเฉพาะการทำประชามติเพื่อสืบทอดอำนาจของตัวเอง ทำลายประชาธิปไตย?ให้แคระแกร็น ออกแบบทำลายพรรคการเมืองให้อ่อนแอ รวมถึงทำลายสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่เอื้อประโยชน์?ให้กลุ่มทุนให้สามารถใช้ทรัพยากร?ของประเทศได้อย่างเป็นทางการ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระบอบประยุทธ์, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c70c949d82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิษณุพลิ้วไม่บังคับแก้รธน.เรื่องใด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พปชร.เอาแน่แก้รัฐธรรมนูญ 5 ประเด็น&amp;nbsp; 13 มาตรา ยื่น &amp;quot;ชวน&amp;quot; 7 เม.ย.นี้ ด้าน &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ให้ 3&amp;nbsp; พรรคร่วมรัฐบาลคุยกันเอง &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้นโยบายเร่งด่วนข้อ&amp;nbsp; 12 ของรัฐบาลไม่บังคับแก้ รธน.เรื่องอะไร ยันไม่จำเป็นต้องตอบโจทย์ม็อบเพราะประเทศมีหลายโจทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 ที่พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; (พปชร.) มีการประชุม ส.ส. โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน&amp;nbsp; รมว.ยุติธรรมและรองหัวหน้าพรรค, นายอนุชา นาคาศัย&amp;nbsp; รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรค, นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค&amp;nbsp; และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเข้าร่วมประชุม เพื่อให้ ส.ส.เตรียมความพร้อมการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 7-8 เม.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้แจ้งถึงการเตรียมยื่นเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรค พปชร.ใน 5&amp;nbsp; ประเด็น 13 มาตราต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในวันที่ 7 เม.ย.ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่า&amp;nbsp; เบื้องต้นยังไม่ได้รับการประสานจากพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; เพียงแต่ทราบข่าวจากสื่อมวลชน แต่ก็สามารถยื่นเสนอแก้ไขได้ หรือถึงแม้จะพ้นการประชุมสมัยวิสามัญไปก็ยังสามารถยื่นได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ 3&amp;nbsp; พรรคร่วมรัฐบาลเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราโดยไม่มีพรรค พปชร.เข้าร่วมด้วย ในส่วนนี้จะมีการพูดคุยร่วมกันหรือไม่ว่า &amp;quot;เดี๋ยวให้เขาคุยกันเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ร่างรัฐธรรมนูญของพรรค พปชร.ที่จะเสนอทำไมจึงไม่มีการแก้ไขเรื่องอำนาจของ ส.ว. พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า &amp;quot;เขาส่งไปแล้วหรือ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการทบทวนก่อนยื่นญัตติในวันที่&amp;nbsp; 7 เม.ย.นี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธตอบคำถามก่อนขึ้นรถยนต์เดินทางกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพในการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแสดงความจริงใจ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลว่า ไม่ทราบ แต่ขณะนี้ทราบเพียงว่ามีความเคลื่อนไหวที่พรรค พปชร.เสนอร่างแก้ไขโดยไม่ได้เสนอในนามพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมอีกสองสามพรรคจะไปเสนอกันเองอีกโดยไม่เสนอด้วยกัน เพราะแต่ละพรรคมองการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันคนละมุม ส่วนรัฐบาลยังไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลควรต้องเสนอในนามรัฐบาลหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ถ้าได้จะเป็นการดี เพียงแต่ว่าประเด็นอะไรเท่านั้นเอง เพราะในนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาไม่ได้ระบุว่าแก้เรื่องอะไร ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลเคยคุยกันเมื่อตอนร่างนโยบายใหม่ๆ แต่หลังจากนั้นไม่ได้พูดอะไรกันอีก หรือพูดกันตนก็ไม่ทราบเพราะไม่ได้ไปหารือกับเขาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ไม่ถือว่ารัฐบาลผิดคำพูดที่ให้ไว้กับรัฐสภาใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า &amp;quot;คุณลองไปดูว่านโยบายเร่งด่วนข้อ 12 เขียนว่าอย่างไร เพราะเป็นการเขียนที่พินิจพิจารณากันแล้วว่าจะไม่ทำผิดอันนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า ได้ประเมินกระแสสังคมหรือไม่ว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค พปชร.ไม่ตอบโจทย์ของผู้ชุมนุม นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;ก็อาจไม่ได้ตอบโจทย์ม็อบ แต่ขอถามว่าทำไมต้องไปตอบโจทย์ม็อบ เพราะโจทย์อื่นๆ ของประเทศมีเยอะและจะต้องพิจารณา ผมถึงบอกว่าถ้ามองกันคนละมุม มันก็ไปคนละมาตราคนละทิศ แต่ใครจะคิดอย่างไรก็เสนอกันไปก็แล้วกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร.ระบุจะไม่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนอกเหนือจากที่พรรค พปชร.เสนอ 5 ประเด็น 13 มาตรา รองนายกฯ ตอบว่า ไม่รู้ว่านายไพบูลย์พูดเช่นนั้นจริงหรือไม่ ที่พูดก็คงหมายถึงเขาคนเดียว ถ้านายไพบูลย์แถลงก็เป็นกลุ่มของนายไพบูลย์ ไม่ใช่ร่างของรัฐบาล ถ้าเป็นร่างของรัฐบาลก็ต้องโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคนแถลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ผู้ชุมนุมมองว่ารัฐบาลนิ่งเฉยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญจนทำให้ความขัดแย้งลุกลามมาถึงปัจจุบัน นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;รับทราบ ไม่รู้ แต่ตอบไม่ถูก จะแย่ลงหรือไม่อยู่ที่การประเมิน อย่างน้อยผมก็ฟังคนหนึ่ง เมื่อฟังแล้วก็ต้องคิด ถาม เขียน หรือ สุ จิ ปุ ลิ ส่วนจะนำไปพูดคุยในครม.ต่อหรือไม่นั้น ผมยังไม่ได้คิด เพราะมาถามกะทันหันจึงยังไม่ได้คิดนึกไม่ออก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนโยบายเร่งด่วนข้อ 12&amp;nbsp; ของรัฐบาลมีเนื้อหาว่า สนับสนุนให้มีการศึกษาการรับฟังความเห็นของประชาชนและการดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)&amp;nbsp; กล่าวว่า พรรคเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราใน 6&amp;nbsp; ประเด็น แยกเป็นแต่ละร่าง เพื่อหากร่างใดร่างหนึ่งตกจะไม่ทำให้ประเด็นอื่นเสียหาย ซึ่งประเด็นสำคัญในการแก้ไข&amp;nbsp; มีอาทิ การขยายเรื่องสิทธิเสรีภาพ, การกระจายอำนาจ,&amp;nbsp; การตรวจสอบการทุจริต, วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 และการให้อำนาจ ส.ส.เลือกนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะนำเรื่องเข้าที่ประชุม ส.ส.ของพรรค เพื่อหาข้อสรุป ก่อนจะนำไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล จากนั้นจะเข้าสู่ที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายตามขั้นตอนของสภาเพื่อแสวงหาจุดร่วมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวว่า 3 พรรคร่วมรัฐบาลจะจับมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า&amp;nbsp; เป็นเรื่องในส่วนของการประชุมตัวแทนกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญของทั้ง 3 พรรคประชุมร่วมกัน และมอบหมายให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้ยกร่าง และสนับสนุนการแก้ไขรายมาตรา ทั้งนี้แต่ละพรรคจะนำไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรในแต่ละประเด็น คาดว่าแต่ละพรรคจะมีความเห็นแตกต่างกันไปซึ่งต้องมาดูอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ที่เคยพูดไปว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังต้องใช้เสียงของ ส.ว. หากตัดอำนาจเขาไปแล้วจะต้องฟังเสียง ส.ว.ก่อนว่าจู่ๆ จะไปตัดสิทธิของตนเองมีความเป็นไปได้แค่ไหน เพราะเป้าหมายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญคืออยากให้สำเร็จและสัมฤทธิผล หากเสนอเงื่อนไขอะไรไปทำให้รัฐธรรมนูญไม่สามารถแก้ได้คงจะต้องมานั่งหารือกันอีกที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; กล่าวว่า วันที่ 6 เม.ย.จะมีการประชุม ส.ส.ของพรรค เพื่อหารือท่าทีเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตอนนี้มี 2 แนวทางที่สามารถทำได้ เพียงแต่ยังไม่ได้คุยอย่างเป็นทางการว่าจะเลือกแนวทางใด ตามแนวทางมาตรา 256 พรรคร่วมฝ่ายค้านเคยทำ แต่ไม่ได้รับเสียงเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ครั้งนี้จะเพิ่มความรอบคอบมากขึ้น จะต้องนำมาหารือกันว่าจะแก้ทั้งฉบับผ่านมาตรา 256 หรือเอาเฉพาะบางมาตราที่ตรงกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด โดยในส่วนของพรรคเพื่อไทยมุ่งแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 4 ประเด็น คือ 1.อำนาจหน้าที่ ส.ว. 2.ระบบเลือกตั้งให้เป็นบัตรเลือกตั้งสองใบ 3.อำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระ ทั้งที่มาและอำนาจหน้าที่ 4.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่หากยึดตามเดิมบ้านเมืองอาจขาดความยืดหยุ่น ปรับตัวไม่ทันกับสถานการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยประเด็นที่กล่าวถึงจะเป็นประเด็นหลักในการนำมาพิจารณาในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98451</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศมีหลายโจทย์, พปชร., พรรคร่วมรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606b1d55354c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ก้าวไกล’เห็นต่าง‘พท.’ หันใช้บัตรเลือกตั้ง2ใบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พรรคธนาธร &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; แทงกั๊ก เอาด้วยหรือไม่รื้อระบบเลือกตั้งกลับไปใช้บัตรสองใบ หลังคนมองพรรคส้มได้ประโยชน์จากบัตรใบเดียว แต่เพื่อไทยที่ไม่ได้ปาร์ตี้ลิสต์แม้แต่คนเดียวหนุนเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง ซูเปอร์โพลเผยประชาชนมองพวกหวังแก้ รธน.เพราะต้องการเปิดช่องทุจริต โกง ในบางมาตรา ห่วงเล่นตุกติกแปรงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าการเสนอญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ของพรรคการเมืองต่างๆ โดยเมื่อวันที่ 4 เม.ย.2564 นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราว่า พรรคก้าวไกลได้พูดคุยกันถึงรายละเอียดในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่นายไพบูลย์ออกมาเสนอ มีหลายประเด็นที่ไม่เห็นด้วย อาทิ การขอแก้มาตรา 144 เรื่องที่ไม่ให้ ส.ส.แปรญัตติงบประมาณ โดยอ้างว่าเพื่อ ส.ส.จะได้มีงบลงไปช่วยประชาชน แต่เรามองว่าเรื่องอำนาจในการช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ ควรมอบให้ท้องถิ่นเป็นสำคัญ ไม่ใช่ตัว ส.ส. หากแก้ไขไม่ให้ ส.ส.แปรญัตติงบได้จริง จะเปิดช่องให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน อย่างไรเสียพรรคก้าวไกลจะต้องเดินหน้าเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะรายมาตราหรือทั้งฉบับ แต่อยากให้แก้ไขเรื่องต่างๆ เพื่อเพิ่มอำนาจประชาชน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ตัวเอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์กล่าวด้วยว่า ส่วนการขอให้แก้รัฐธรรมนูญเพื่อกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เรื่องนี้ที่จริงไม่อยากออกตัวว่าควรแก้หรือไม่ เพราะมีหลายฝ่ายมองว่าพรรคก้าวไกลได้ประโยชน์จากการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว แต่ยอมรับบัตรใบเดียวหรือระบบเลือกตั้งรัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้เกิดรัฐบาลผสมไร้ประสิทธิภาพ มีสูตรคำนวณ ส.ส.ที่ตลก คะแนน 3-4 หมื่นก็ได้เข้าสภาแล้ว การจะแก้เรื่องบัตรเลือกตั้ง จะต้องคุยถึงรายละเอียดว่าจะแก้อย่างไร กลับไปใช้ 2 ใบแบบปี 2540 ก็ใช่ว่าจะสะท้อนเสียงประชาชนทั้งหมด ยกตัวอย่างในการเลือกตั้งปี 2554 พรรคเพื่อไทยได้คะแนนป๊อปปูลาร์โหวต แบบแบ่งเขต 44 เปอร์เซ็นต์ แบบบัญชีรายชื่อ 48 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับได้ ส.ส.ในสภา 57 เปอร์เซ็นต์ มันอาจจะไม่สะท้อนได้ดีพอ การกลับไปใช้บัตรสองใบแบบปี 2540 ใช่ว่าจะดีกว่าปัจจุบันทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในพรรคก้าวไกลมีการพูดถึงกรณีวงหารือของนักวิชาการที่ออกมาเเสดงความเห็นด้วยกับระบบการเลือกตั้ง ส.ส.แบบผสม ซึ่งอยู่ในร่างสมัยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เสนอไว้ในปี 2558 แต่สุดท้ายถูกคว่ำร่างทิ้งไป ระบบเลือกตั้งแบบ MMP วงนักวิชาการมองว่าได้รับการยอมรับกว่าของปี 2540 ในหลายประเทศใช้ เช่น ยุโรป อเมริกาใต้ สะท้อนเสียงประชาชน ใช้บัตร 2 ใบก็จริง แต่เอาคะแนนดิบบัญชีรายชื่อ มาคำนวณ ส.ส.พึงมี ซึ่งชัดเจนและตอบโจทย์เสียงประชาชน&amp;quot; รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า เมื่อประชาชนทั้งประเทศได้เห็น พปชร.ยื่นญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 7 เมษา. จะทำให้ประชาชนทั้งประเทศเชื่อมั่นในความจริงใจและจริงจังของ พปชร. ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประโยชน์จริงๆ กับประชาชน เพิ่มสิทธิเสรีภาพ และแก้ไขปัญหาให้ ส.ส.สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ และ พปชร.จะเป็นผู้นำในการแก้ไขระบบเลือกตั้งให้ใช้บัตร 2 ใบ ตามที่ประชาชนจำนวนมากต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า การที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมายอมรับว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่ได้หารือเรื่องการแก้ไข รธน. ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ จึงเห็นว่าหากพรรคเพื่อไทยมัวแต่ใช้เวลาคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ ลดหรือแย่งอำนาจจากสมาชิกรัฐสภากลุ่มอื่น เพื่อมาเพิ่มอำนาจกลุ่มตนเอง ซึ่งสมาชิกรัฐสภากลุ่มที่ถูกลดหรือแย่งอำนาจย่อมมีสิทธิ์ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างนั้น เป็นการสร้างความขัดแย้งในสังคมและพรรคเพื่อไทย ไม่ยอมเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนโดยตรงก่อน เพราะต้องการเอาประชาชนมาเป็นตัวประกันให้ได้ตามความต้องการของพวกตนก่อนใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนอยากเห็นการพูดจริงทำจริงเพื่อประชาชนอย่างพลังประชารัฐมากกว่าการที่พรรคเพื่อไทยที่มีแต่คำพูดวาทกรรมสวยหรู แต่ไม่ทำอะไรจริงๆ จังๆ ให้เป็นประโยชน์กับประชาชนเลย หวังว่าพรรคเพื่อไทยจะเร่งร่วมยื่นญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่าง พปชร.โดยเร็วกว่านี้ ไม่ควรใช้เวลานานอย่างที่เป็นข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 7-8 เม.ย.นี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการหารือเกี่ยวกับแนวทางการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเบื้องต้นมี 4 ประเด็นคือ การปรับเปลี่ยนหน้าที่และอำนาจของ ส.ว., การปรับเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง, บทบาทหน้าที่ขององค์กรอิสระ และเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ โดยจะประชุม ส.ส.วันที่ 6 เม.ย. เพื่อรับฟังความคิดเห็นหาบทสรุปแนวทางของพรรค ก่อนจะนำไปหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันที่ 7 เม.ย. เชื่อว่าแนวทางนี้ไม่ได้ล่าช้า และแนวทางนี้คิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าดำเนินการเพียงพรรคเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง แก้รัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนได้ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,942 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 30 มีนาคม-3 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.8 มองว่าคนที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะต้องการเปิดช่องทุจริต โกง ในบางมาตรา และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.7 ห่วงนักการเมืองแก้ไขมาตราให้ดัดแปลงงบประมาณได้ง่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.3 ระบุถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะเปิดช่องให้ไปสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติ ในขณะที่ส่วนใหญ่เช่นกันหรือร้อยละ 93.2 เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่แตะหมวดพระมหากษัตริย์ เพราะจะนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงบานปลายของคนในชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดลกล่าวต่อว่า ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.1 เห็นด้วยว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้เสรีภาพที่จำเป็นแก่ประชาชนแล้ว ในขณะที่ร้อยละ 16.9 ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 75.9 ระบุนักการเมืองเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศและประชาชนมากกว่ารัฐธรรมนูญ ในขณะที่ร้อยละ 19.8 ระบุรัฐธรรมนูญเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศและประชาชนมากกว่า และร้อยละ 4.3 ไม่มีความเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่มองความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ฝ่ายการเมืองได้ประโยชน์ เพื่อเป้าหมายทางการเมืองและประโยชน์ของแต่ละกลุ่มตระกูลและเครือญาติที่พยายามผูกขาดอำนาจและผลประโยชน์ส่งต่อสืบเนื่องกันมา มากกว่าประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ เช่น แก้เพื่อได้เปรียบทางการเมือง แก้เพื่อเปิดช่องตักตวงประโยชน์ แก้เพื่อลดความเสี่ยงผิดกฎหมาย หรือแก้แม้กระทั่งเปลี่ยนสมดุลสู่การสั่นคลอนสถาบันหลักของชาติ ทั้งนี้ ข้อมูลข่าวสารยังไม่ปรากฏเชิงประจักษ์ให้เห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญมีประโยชน์อย่างไรต่อประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ โดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้เสรีภาพที่จำเป็น มุ่งคุ้มครองและปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ และมิได้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตปกติของประชาชน แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศและความเจริญของประชาชน กลับกลายเป็นนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองบางคน ที่ปลายทางมักไม่พ้นอำนาจและผลประโยชน์ โดยพยายามลากปัญหาทุกเรื่องให้ผูกไว้กับการแก้รัฐธรรมนูญ หากลงลึกจริง ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันคือปัญหาใหญ่และเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งของคนในชาติ ที่จำเป็นต้องหาทางออกร่วมกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98330</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ระบบเลือกตั้ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปลี่ยนระบบเลือกตั้ง, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ, ใช้บัตรสองใบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_6069d6b636cc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
