<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>22มิ.ย.ถกรื้อรธน. ก้าวไกลหักเพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ชี้ฝ่ายค้านยื่นแก้ รธน.มาตรา 256 ไม่แย้งคำวินิจฉัยศาล รธน. &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; เผยประชุมร่วมรัฐสภา 22-24 มิ.ย. ถก พ.ร.บ.ประชามติก่อนต่อด้วยแก้ รธน. &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; เชื่อร่าง พปชร.ผ่านแน่ฟันธงแก้ ม.256 ไปไม่รอด ขณะที่ 3 พรรคร่วม-ฝ่ายค้าน นัดยื่นร่างแก้ไข รธน. 16 มิ.ย.นี้ &amp;quot;พท.ชู 5 ประเด็นขอบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; เมินลงชื่อร่วม พท.ปมแก้ ม.256 จ้องแก้หมวด 1-2 ปิดสวิตช์ ส.ว.หนุนบัตร 2 ใบแบบเยอรมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี? ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าการแก้มาตราดังกล่าวเพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นั้นต้องทำประชามติก่อน แต่ขณะนี้กฎหมายประชามติยังค้างอยู่ในสภาฯ ?ยังสามารถทำได้หรือไม่ ว่า? ทำได้? ไม่มีปัญหาอะไร? เพราะเป็นคนละเรื่องกัน เนื่องจากกระบวนการแก้ไขมาตรา 256 ยาว มี 3 วาระ และต้องมีการทิ้งระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ขณะนี้กฎหมายประชามติก็เหลืออีกไม่กี่มาตราก็จะเสร็จในขั้นตอนรัฐสภา และต้องมีขั้นตอนนำขึ้นทูลเกล้าฯ กว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถึงขั้นตอนการทำประชามติก็ต้องใช้เวลา คาดว่าจะไปบรรจบกันพอดีที่ฝ่ายค้านจะยื่นมาตราดังกล่าวถึงไม่ถือว่าขัดแย้งกับคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมรัฐสภาว่า จะกำหนดการประชุม 3 วัน 22-24 มิ.ย.นี้ โดยในวันที่ 22 มิ.ย. กำหนดให้พิจารณากฎหมายที่ค้างอยู่ในวาระการประชุม 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และ พ.ร.บ.ยาเสพติด จากนั้นวันที่ 23 มิ.ย. จะพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งการที่นำเรื่องนี้มาไว้ช่วงหลังของการประชุม เพราะเผื่อเวลาให้แต่ละฝ่ายเตรียมความพร้อม และตรวจร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์และถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดข้อบกพร่องทำให้เสียเวลา อีกทั้งหากพิจารณาไม่แล้วเสร็จก็ยังสามารถพิจารณาต่อในวันที่ 24 มิ.ย.ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลพยายามที่จะเสนอให้พิจารณาญัตติการแก้รัฐธรรมนูญก่อน นายชวนกล่าวว่า ประธานจะเป็นผู้จัดวาระการประชุม เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เตรียมตัว จึงจะนำญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญไปไว้ทีหลัง ยืนยันว่ากฎหมายที่ค้างอยู่จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ ไปเตะถ่วงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นกฎหมายอื่นก็จะเข้ามาพิจารณาไม่ได้ หากยังมีกฎหมายค้างอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ขณะนี้ร่างของพรรคประชาธิปัตย์มีด้วยกัน 6 ร่าง และมีร่างของพรรคภูมิใจไทยอีก 1 ร่าง รวมทั้งหมด 7 ร่าง ซึ่งเราหารือร่วมกันเบื้องต้นแล้ว นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิปพรรค ได้แจ้งมายังตนแล้วว่า กำลังอยู่ในขั้นตอนการลงชื่อเพื่อให้ครบตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด หลังจากนั้นจะยื่นต่อประธานรัฐสภาอีกครั้ง คาดว่าจะเป็นภายในสัปดาห์นี้ เราประสงค์ที่จะสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยถือหลักว่าต้องนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น แม้พรรคจะมีข้อจำกัดในเรื่องเสียงที่เรามีแค่ประมาณ 50 เสียงก็ตาม แต่ก็จะจับมือกับพรรคการเมืองอื่นที่มีแนวทางอย่างเดียวกัน จะเดินหน้าทำหน้าที่จนนาทีสุดท้าย ในของแต่ละกรณีแต่ละประเด็นจนสุดทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคใน 3 ประเด็น โดยจะเน้นเรื่องการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนเป็นหลัก ส่วนการแก้ไขมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น สุดท้ายจะสะดุดในการลงมติวาระ 3 หรือไม่ว่า เราไม่มีการต่อรอง ประโยชน์ต้องตกอยู่กับประเทศและประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เปิดเผยว่า วันที่ 16 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ส.ส.ของพรรคทั้ง 12 คนจะนัดหารือต่อประเด็นการสนับสนุนญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล จากนั้นเวลา 10.00 น. ตัวแทนของ 3 พรรคร่วมรัฐบาลจะนัดหารือร่วมกัน เพื่อนำเนื้อหามาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ก่อนจะให้ ส.ส.ของแต่ละพรรคร่วมลงชื่อสนับสนุนญัตติ เบื้องต้นเชื่อว่าหาก ส.ส.ลงชื่อสนับสนุนญัตติครบจำนวนในวันที่ 16 มิ.ย. จะสามารถยื่นต่อประธานรัฐสภาได้
ฟันธงแก้ ม.256 ไม่ผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกล ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นการสืบทอดอำนาจให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ว่า ไม่เป็นความจริง การแก้ไขเพิ่มสิทธิเสรีภาพของประชาชน สิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงแก้ไขอำนาจของ ส.ส.ในการประสานกับหน่วยงานราชการเพื่อช่วยเหลือประชาชน ส่วนการแก้ไขระบบเลือกตั้งกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบนั้น เป็นประเด็นที่เห็นพ้องต้องกันกับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ เพียงแต่พรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วย เพราะกังวลว่าพรรคตัวเองจะสูญพันธุ์ เป็นความเห็นแตกแยกขัดแย้งกันเองระหว่างฝ่ายค้าน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายไพบูลย์กล่าวว่า มั่นใจว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ พปชร.จะผ่านความเห็นชอบในวาระรับหลักการในวันที่ 23-24 มิ.ย.นี้ด้วย โดยอ้าง ส.ว.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับร่างของ พปชร. ยืนยันว่า พปชร.จะไม่โหวตให้ความเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญนอกเหนือจากที่เป็นประเด็นหลักของพรรค 5 ประเด็น เช่น การเสนอให้นายกฯ ต้องเป็น ส.ส. ประเด็นการแก้มาตรา 272 ของพรรคเพื่อไทยนั้น เชื่อว่าจะหาเสียงสนับสนุนได้ไม่ครบตามจำนวนหลักเกณฑ์วาระรับหลักการที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง พปชร.และวุฒิสภาจะไม่ยกมือให้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญคนละเรื่องเดียวกันกับการยุบสภา ส่วนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถที่จะทำโดยตั้ง ส.ส.ร.ได้ แต่ต้องเป็นการดำเนินการสมาชิกรัฐสภามาตรา 156 ซึ่งไม่แตกต่างกับการแก้ไขแบบรายมาตรา และเชื่อมั่นว่าญัตติการเสนอแก้ไขมาตรา 256 ตั้ง ส.ส.ร.ของพรรคการเมืองฝ่ายค้านไปไม่รอด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองประธานวิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน เปิดเผยภายหลังการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ขณะนี้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมที่จะยื่นต่อประธานรัฐสภาแล้วในวันที่ 16 มิ.ย. มีทั้งหมด 5 ร่าง แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คือร่างที่ทุกพรรคเห็นร่วมกันว่าจะเสนอ คือร่างแก้ไขที่มานายกฯ และตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ตามมาตรา 272 ส่วนร่างที่เหลือเป็นร่างของพรรคเพื่อไทย หากพรรคใดเห็นชอบก็สามารถร่วมลงชื่อได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยไม่ติดใจกรณีที่พรรคก้าวไกลไม่ร่วมลงชื่อร่างแก้ไขประเด็นอื่น เพราะต้องแล้วแต่วิธีคิดและการดำเนินการของแต่ละพรรค ไม่ถือเป็นความแตกแยกในพรรคร่วมฝ่ายค้าน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มุมการต่อสู้ขณะนี้ เสียงในสภาเราไม่ชนะอยู่แล้ว จะอาศัยกระแสกดดันจากภายนอกก็ทำได้ยากมากในขณะนี้ เพราะฉะนั้นถ้าทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้มีโอกาส เช่นในสภามีโอกาสก็ควรจะทำ ไม่ใช่ไปปิดกั้นตนเองทั้งหมด อย่างรอกฎหมายประชามติก็เห็นอยู่แล้วว่าไม่น่าจะผ่าน ส.ว.ที่จะมีมติว่าให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 60 ไปจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ &amp;nbsp;ซึ่งพรรคก้าวไกลบอกว่าถ้าสอบไม่ผ่านจะอาศัยกระแสข้างนอกกดดัน ซึ่งเป็นเรื่องที่หวังมาตลอด แต่โอกาสประสบความสำเร็จมันยาก ดังนั้นควรทำในส่วนที่เห็นทางจะทำได้ดีกว่า&amp;quot; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภายหลังการประชุม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค อ่านแถลงการณ์เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น สรุปว่า 1.เตรียมยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อตั้ง ส.ส.ร.มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2 2.เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราควบคู่กันไปด้วยหลายเรื่องได้ ซึ่งเคยนำเสนอไปแล้ว เมื่อสิงหาคม 2563 โดยเลือกเอาประเด็นสำคัญที่เห็นว่าเป็นปัญหาต่อชาติบ้านเมือง และขัดหลักการประชาธิปไตยอย่างชัดแจ้ง เช่น ตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ โดยให้สภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ แก้ไขระบบเลือกตั้งให้กลับไปใช้บัตร 2 ใบ ยกเลิกบทบัญญัติบางเรื่อง อาทิ ยุทธศาสตร์ชาติ อำนาจ ส.ว.บางเรื่อง ตามบทเฉพาะกาล และการนิรโทษกรรมแก่คณะ คสช.&amp;nbsp;
ก้าวไกลฝันทำ รธน.ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพุธที่ 16 มิ.ย. เวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสถา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และนายรังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงจุดยืนพรรคก้าวไกลในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยนายพิธากล่าวว่า พรรคก้าวไกลเห็นว่าหนทางที่ดีที่สุดในการออกจากวิกฤติรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน คือ การยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งมาจากการรัฐประหาร แล้วจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ประตูบานแรกที่จะนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ด้วยวิถีทางประชาธิปไตยคือ การจัดทำประชามติขอความเห็นชอบจากประชาชน ผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ขอให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติแล้วเสร็จก่อนเข้าสู่วาระอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐในหลายมาตรานั้น เป็นความพยายามเบี่ยงเบนเป้าหมายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกจากการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. และยุติกลไกการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร แล้วดำเนินการต่ออายุ พล.อ.ประยุทธ์ให้กลับมาเป็นนายกฯ คนต่อไปอีก พรรคก้าวไกลจึงเสนอปิดสวิตช์ ส.ว. ยกเลิกอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีของ ส.ว. 250 คน ที่มาจากการคัดเลือกโดย คสช.ไม่ร่วมลงชื่อกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคเพื่อไทยที่เสนอแก้ไข ม.256 เพื่อตั้ง ส.ส.ร. เนื่องจากเราไม่เห็นด้วยกับการไปจำกัดอำนาจของ ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ห้ามแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ระบบการเลือกตั้งที่ดี ควรเป็นระบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ กล่าวคือ เลือกส .ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 ใบ และเลือกพรรคการเมืองอีก 1 ใบ โดยนำคะแนนเลือกพรรคการเมืองมาใช้คำนวณจำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค เพื่อให้เสียงของประชาชนไม่ตกน้ำ และได้สัดส่วน ส.ส.ของแต่ละพรรคตามเจตนารมณ์ของประชาชนมากที่สุด แต่วิธีการคำนวณจัดสรร ส.ส.แบบเขต และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อมีหลายสูตร ซึ่งระบบปันส่วนผสมแบบเยอรมันเป็นระบบที่ไม่มีเสียงตกน้ำ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106510</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยศาล รธน., ประชุมร่วมรัฐสภา, พ.ร.บ.ประชามติ, ร่างแก้ไข รธน., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8b08148499.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพบูลย์&#039; เย้ยก้าวไกลกลัวสูญพันธุ์ ค้านบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ขัดแย้งหนักพรรคฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.64 - นายไพบูลย์ นิติตะวัน&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคก้าวไกล ระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นการสืบทอดอำนาจให้กับ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ว่า ไม่เป็นความจริง การแก้ไขเพิ่มสิทธิเสรีภาพของประชาชน สิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงแก้ไขอำนาจของ ส.ส. ในการประสานกับหน่วยงานราชการเพื่อช่วยเหลือประชาชน ในส่วนการแก้ไขระบบเลือกตั้งกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบนั้น เป็นประเด็นที่เห็นพ้องต้องกันกับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ เพียงแต่ชี้ว่าพรรคก้าวไกลที่ไม่เห็นด้วยเพราะกังวลว่าพรรคตัวเองจะสูญพันธุ์ และชี้ว่าประเด็นนี้เป็นความเห็นแตกแยกขัดแย้งกันเองระหว่างพรรคการเมืองฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมั่นใจว่าร่างแก้รัฐธรรมนูญของ พปชร.จะผ่านความเห็นชอบในวาระรับหลักการในวันที่ 23 - 24 มิ.ย.นี้ด้วย เพราะมีเสียงของ พปชร. 122 ส.ส. หรือรวมพรรคประชาธิปัตย์อีก 50 เสียง และเสียง ส.ว.อีก 250 รวมแล้วมากกว่า 400 เสียง และหากเพื่อไทยเห็นด้วยก็เกิน 500 เสียง ซึ่งจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภาที่ต้องผ่านความเห็นชอบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และต้องให้ ส.ว.เห็นชอบด้วย 1 ใน 3 โดยอ้างอิงว่า ส.ว.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับร่างของพปชร.&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายไพบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ กล่าวว่า ยืนยันว่า พปชร.จะไม่โหวตให้ความเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญนอกเหนือจากที่เป็นประเด็นหลักของพรรค 5 ประเด็น เช่น การเสนอให้นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ประเด็นการแก้มาตรา 272 ของพรรคเพื่อไทย นั้น ตนเชื่อว่าจะหาเสียงสนับสนุนได้ไม่ครบตามจำนวนหลักเกณฑ์วาระรับหลักการที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง พปชร.และวุฒิสภาจะไม่ยกมือให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูบย์ กล่าวว่า ในส่วนการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 22-24 มิ.ย.นั้น จะต้องพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติให้แล้วเสร็จก่อน จากนั้นถึงจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 23 มิ.ย.จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ ขึ้นมาพิจารณาศึกษา 30 ถึง 45 วันก่อนที่จะเข้าสู่วาระที่ 2 พิจารณารายมาตราในช่วงเดือนต้น ส.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากให้ความเห็นชอบแล้วเสร็จก็พักไว้ 15 วัน จากนั้นนำกลับเข้าที่ประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบในวาระที่ 3 ช่วงปลายเดือน ส.ค. หรือต้นเดือน ก.ย.นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากนั้นเป็นการแก้ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับคือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง คาดจะแล้วเสร็จไม่เกินกลางปี 65&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญคนละเรื่องเดียวกันกับการยุบสภา ที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ เพื่อรองรับการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ โดยเชื่อว่านายกฯจะยังไม่ลาออกหรือยุบสภาตามที่ได้ประกาศไว้ในที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา และไม่เห็นว่าพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใด ต้องการไปเป็นฝ่ายค้าน ก็ไม่มีเหตุให้ยุบสภา และเห็นว่ามีเพียงพรรคฝ่ายค้านไม่กี่คนที่เดือดร้อนกับดำรงตำแหน่งครบวาระของนายกรัฐมนตรี แต่ประชาชนทั้งประเทศอีกหลายล้านคนสบายใจรัฐบาลมั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีฝีมือ&amp;rdquo;นายไพบูลย์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่สามารถที่จะทำโดยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( ส.ส.ร.)ได้ แต่ต้องเป็นการดำเนินการสมาชิกรัฐสภามาตรา 156 และตั้งกรรมาธิการมาดำเนินการ ซึ่งไม่แตกต่างกับการแก้ไขแบบรายมาตรา&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเชื่อมั่นว่าญัตติการเสนอแก้ไขมาตรา 256 ตั้ง ส.ส.ร.ของพรรคการเมืองฝ่ายค้านไปไม่รอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106480</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ, พรรคก้าวไกล, พรรคพลังประชารัฐ, แก้ รธน., ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077ddf63ffc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้แก้‘รธน.’ห้ามถอยหลัง กก.ท่องคาถารื้อทั้งฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ลั่น ปชป.ดันแก้ไข&amp;nbsp; รธน.ร่วม 3 พรรคต้องนำไปสู่ ปชต. ถ้าถอยหลังเข้าคลองจะไม่สนับสนุน &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; ยัน พปชร.จริงใจแก้ไข รธน. เชื่อส่วนใหญ่เห็นชอบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ พท.เผย 16 มิ.ย.ยื่นเรื่องแก้ รธน.ย้ำจุดยืนแก้รธน.ทั้งฉบับไม่แตะหมวด 1-2 &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; ปลุก ส.ส.อย่าหลงสังฆกรรมกับแนวทางพปชร.ที่ต่ออายุระบอบ คสช.ปูทาง &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; เป็นนายกฯ อีกสมัย ยันให้ทำประชามติตั้ง ส.ส.ร.จัดทำ รธน.ฉบับใหม่ ปิดสวิตช์ ส.ว.มีสภาเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; (ปชป.) รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ปราโมช ลงพื้นที่ทำกิจกรรม &amp;ldquo;จุรินทร์ ออนทัวร์&amp;rdquo; เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp; ได้ให้สัมภาษณ์ในเรื่องการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในอนาคตที่จะมาถึงสำหรับในกรุงเทพมหานคร (กทม.)ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อม โดยเฉพาะตัวผู้สมัคร ส.ส. ก็ได้เตรียมไว้เกือบครบ 100% แล้ว รวมถึงตัวผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 50 เขต ก็เตรียมไว้แล้ว 90% และในการลงพื้นที่เขตบางเขนวันนี้ถือเป็นการเปิดตัวผู้สมัครเขตบางเขนสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ในเขตบางเขนคือ นายแทนคุณ&amp;nbsp; จิตต์อิสระ ซึ่งเคยเป็น ส.ส.กทม.มาแล้ว พร้อมทั้งเปิดตัวผู้สมัคร ส.ก.เขตบางเขน&amp;nbsp; นายจิติ ปิเลี่ยนอดีต ส.ข.กรุงเทพฯ เขตบางเขน โดยในการเลือกตั้งครั้งหน้าหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็จะมีการเลือก ส.ส. 1 คนและ ส.ก. 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจุรินทร์กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคว่า พรรคยืนยันแนวทางในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป โดยประเด็นสำคัญที่ได้ยกร่างขึ้นมาเรียบร้อยแล้วมี 6 ประเด็น และในสัปดาห์หน้าพรรคประชาธิปัตย์จะได้หารือร่วมกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย กับพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อร่วมกันพิจารณาว่าควรมีการปรับปรุงแก้ไขตรงไหนบ้าง ก่อนที่จะยื่นสู่ที่ประชุมรัฐสภาในนามของพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรคต่อไป หากพรรคพลังประชารัฐจะเข้าร่วมด้วยก็ยินดีจะให้เข้าร่วม แต่ต้องรอผลการพิจารณาสัปดาห์หน้าก่อน ส่วนจะมีพรรคการเมืองใดเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในแต่ละประเด็นนั้น ก็เป็นเรื่องที่แต่ละพรรคการเมืองจะเป็นผู้พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคประชาธิปัตย์มีหลักในการพิจารณาว่าจะสนับสนุนร่างไหนหรือไม่ ที่ชัดเจนว่าร่างนั้นจะต้องนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น ไม่ใช่แก้แล้วถอยหลังเข้าคลอง ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่สนับสนุน&amp;rdquo; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการประชุมรัฐสภาในวันที่ 22-23 มิถุนายนนี้ เพื่อพิจารณาญัตติแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ว่า เรื่องนี้ถามไปยังวุฒิสภา (ส.ว.) รัฐบาล และฝ่ายค้านโอเคกันหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคด้านกฎหมาย พรรค พปชร. กล่าวว่า เบื้องต้นวันประชุมร่วมรัฐสภาต้องรอนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นผู้กำหนดวันนัดประชุมอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าคงจะมีการหารือกัน แต่เบื้องต้นน่าจะมีการประชุมในวันที่ 22-23 มิถุนายนนี้ ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรค พปชร.ที่ได้มีการยื่นต่อประธานรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา จำนวน 5 ประเด็น 13 มาตรา คิดว่าน่าว่าจะได้รับความเห็นชอบให้ผ่านตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ คือวาระ 1 ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง
พปชร.ยันจริงใจแก้ รธน.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวว่า ส่วนที่มีบางพรรคไม่เห็นด้วยกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ มองว่าเป็นสิทธิและความเห็นของสมาชิกรัฐสภา แต่ทั้งหมดเมื่อถึงกระบวนการพิจารณาลงมติแล้ว ถ้ามติเสียงของสมาชิกรัฐสภาได้ตามเงื่อนไข ในวาระที่ 1 ก็ผ่าน เท่าที่ดูเชื่อว่าการแก้ไขระบบเลือกตั้งให้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ตอบสนองตรงกับความต้องการของสมาชิกรัฐสภาเสียงส่วนใหญ่ที่จะเห็นชอบ ทั้งนี้ พรรค พปชร.มีความเป็นห่วง เพราะถูกกล่าวหาตลอดว่าไม่จริงใจหรือจริงจังในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 ประเด็น 13 มาตรา หนึ่งในนั้นคือบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและจริงใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากมีการยุบสภาเมื่อไหร่พร้อมเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่พบปะประชาชนมาโดยตลอด มีผู้แสดงตนอยากสมัคร ส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทยทุกเขตเลือกตั้งเราส่งได้ครบทั้ง 350 เขต ต่อให้มีการแก้รัฐธรรมนูญให้มีเขตเลือกตั้ง 400 เขต ก็มีความพร้อม มั่นใจจะได้ ส.ส.มากที่สุด วันนี้ประชาชนเบื่อรัฐบาลที่บริหารประเทศล้มเหลวมา 7 ปี ไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ประชาชนได้ ผลงานที่ผ่านมาของรัฐบาล พรรคเพื่อไทยพิสูจน์แล้วว่าทำงานเป็นเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้ ถ้ามีการเลือกตั้งเราได้เป็นพรรคอันดับหนึ่งแน่นอน เพราะเขาอยากให้เรากลับมาพลิกฟื้นประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความคืบหน้าการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายประเสริฐกล่าวว่า วันที่ 16 มิ.ย. พรรคเพื่อไทยจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานสภาฯ แบ่งเป็นการยื่นแก้หมด 5 ฉบับ โดยเป็นการแก้ทั้งฉบับมาตรา 256 ไม่แตะต้องหมวดหนึ่งหมวดสอง และแก้เป็นรายมาตราอีก 4 ประเด็น ประกอบด้วยการให้กลับมาใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนรัฐธรรมนูญ 40 ปรับเปลี่ยนอำนาจ ส.ว. ให้เน้นการทำงานนิติบัญญัติกลั่นกรองกฎหมายที่ผ่านจากสภา และไม่ให้มีส่วนในการเลือกนายกฯ เพิ่มเติมสิทธิเสรีภาพของประชาชนในกระบวนการยุติธรรม และเขียนให้ชัดเจนว่าให้การรัฐประหารเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ไม่สามารถกระทำได้ และให้อำนาจประชาชนในการต่อต้านการรัฐประหารด้วยสันติวิธี หวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลควรรับฟังประเด็นที่เป็นประโยชน์ที่พรรคเพื่อไทยเสนอ อย่ามองแต่ประเด็นการเมืองที่ให้ตัวเองได้ประโยชน์เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยังยืนยันว่าจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะยื่น แก้แบบทั้งฉบับตามมาตรา 256 แต่ไม่แตะหมวด 1-2 ส่วนการแก้รายมาตราจะแก้เรื่องสิทธิเสรีภาพของคนไทย ในหมวด 3 และการแก้บัตรเลือกตั้งเป็นแบบ 2 ใบ และแก้ไขมาตรา 272 การปิดสวิตช์ ส.ว.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยมีความพร้อม หากยุบสภาเร็วก็พร้อมที่จะเลือกตั้ง มั่นใจว่าจะได้ ส.ส.เพิ่ม ที่ผ่านมาก็เป็นพรรคอันดับ 1 ควรเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำให้ ส.ว.เลือกนายกฯ หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ดังเช่นรัฐธรรมนูญปี 40
กก.ยันจัดทำ รธน.ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ร่วมแถลงความเห็นต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับพลังประชารัฐและข้อเสนอต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยนายชัยธวัชกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ พปชร. คือการต่ออายุระบอบ คสช. หัวใจของวิกฤติรัฐธรรมนูญในปัจจุบันคือรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ของ คสช. เป็นการออกแบบระบบการเมืองให้มีการเลือกตั้งบังหน้า แต่สร้างกลไกต่างๆ โดยเฉพาะการให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการคัดสรรของคสช. ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย เพื่อสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัยกล่าวว่า วิกฤติรัฐธรรมนูญดังกล่าวทำให้สังคมเรียกร้องต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน แต่การเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรค พปชร. ทำให้เกิดความสับสน ปะผุให้แก่รัฐธรรมนูญฉบับคสช. แล้วเบี่ยงประเด็นออกจากปัญหาใจกลางของวิกฤติรัฐธรรมนูญ จากการจัดทำรัฐธรรมใหม่ทั้งฉบับ, การแก้ระบบเลือกตั้งให้ตนเองได้เปรียบ โดยไม่ยกเลิกอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกฯ จึงเป็นเพียงการต่ออายุให้แก่ระบอบ คสช. จึงขอเรียกร้องไปยัง ส.ส.และพรรคการเมืองทั้งหลาย อย่าได้ร่วมสังฆกรรมกับละครแก้รัฐธรรมนูญฉากนี้ของพรรค พปชร. ซึ่งไม่ได้นำประเทศออกจากวิกฤติรัฐธรรมนูญ นอกจากการปูทางให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัชกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ส.ส.และพรรคการเมืองทั้งหลายกลับมาสู่แนวทางของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย ส.ส.ร.ที่มาจากเลือกตั้งของประชาชน โดยเริ่มต้นจากการผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็วที่สุด จากนั้นจึงผลักดันให้เกิดการลงประชามติขอความเห็นชอบของประชาชน เพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. และจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยผ่านการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ต้องมุ่งเน้นไปที่ การปิดสวิตช์ ส.ว. ยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ก่อนเป็นอันดับแรก ในวัน 14 มิ.ย. จะมีการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะเสนอข้อเสนอของพรรคเข้าสู่ที่ประชุมด้วย ซึ่งเราอยากเสนอให้ยกเลิกวุฒิสภาไปเลย ให้มีสภาเดี่ยว เราอยากปฏิรูปสถาบันตุลาการ ทุกองค์กรอิสระศาลรัฐธรรมนูญ ให้ยึดโยงกับอำนาจของประชาชน สามารถตรวจสอบถ่วงดุลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายรังสิมันต์กล่าวว่า มีประเด็นที่สำคัญในการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรก ที่ต้องอาศัยเสียงของสมาชิกวุฒิสภา จุดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่า ส.ว.ไม่มีความชอบธรรมอะไรเลย และเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เนื่องจาก ส.ว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ส.ส.ต่างหากที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนโดยแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ยอมตัดอำนาจ ส.ว. ถ้าให้คำนิยามก็ต้องบอกว่า ขอซูฮกศิโรราบต่อระบอบ คสช. เพราะส.ว.เป็นนั่งร้านสำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะอดีตหัวหน้า คสช. เรื่องนี้อย่ามาอ้างประชาธิปไตย หรืออย่ามาอ้างยึดโยงประชาชน เมื่อไม่ยอมแก้ให้รัฐธรรมนูญยึดโยงประชาชน อย่าไปมัวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์เลย ต่อว่าไม่ได้ เพราะคุณศิโรราบเอง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106276</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c610d7b6f11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ยันแก้รธน.! ริบอำนาจสภาสูง ก้าวไกลฉีกทั้งฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาธิปัตย์ยันชงแก้รัฐธรรมนูญ 6+1 ร่าง บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ริบดาบ ส.ว.ท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนอย่างเดียวเท่านั้น ขณะก้าวไกลถอยไม่เป็น ยืนกรานรื้อทั้งฉบับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2564 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ว่า มีทั้งหมด 6 ร่าง ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ซึ่งจะไม่มุ่งเน้นเพียงแค่การแก้ไขโครงสร้างทางการเมืองเท่านั้น แต่จะแก้ไขในส่วนของสิทธิความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก โดยร่างแรก เป็นเรื่องสิทธิของประชาชน เช่น สิทธิชุมชน สิทธิผู้บริโภคเรื่องที่ดินทำกิน สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างที่ 2 เกี่ยวกับระบบเลือกตั้ง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้มี ส.ส.จากเขตเลือกตั้ง 400 คน และอีก 100 คนมาจากบัญชีรายชื่อ และกระบวนการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ส่วนการคำนวณสัดส่วนคะแนนจะกำหนดไว้ในกฎหมายลูก พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างที่ 3 เกี่ยวข้องกับอำนาจสมาชิกวุฒิสภาเชื่อมโยงกับการเลือกนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์เตรียมร่างไว้เพื่อเสนอว่าบุคคลที่จะเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีในสภา จะต้องเป็นบุคคลที่อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีที่ถือว่าผ่านการตรวจสอบและเลือกมาแล้วส่วนหนึ่งจากประชาชนและพรรค หรือนายกรัฐมนตรีต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หากนอกเหนือจากนี้ไม่ควรกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และไม่ให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภาเลือกนายกรัฐมนตรีในมาตรา 272
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างที่ 4 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 โครงสร้างเดิมตัดอำนาจของ ส.ว.ออกไปในวาระที่ 1 และวาระที่ 3 จำนวน 1 ใน 3 ออกไป โดยใช้จำนวนสมาชิก 3 ใน 5 ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สำหรับร่างที่ 5 จะเป็นเรื่องการตรวจสอบทุจริตให้เกิดความเข้มข้นเรื่องการดำเนินคดีกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.แก้ไขกระบวนการตรวจสอบ ไม่ควรให้ส.ส.ยื่นเรื่องให้แค่ประธานรัฐสภาเพื่อให้ดำเนินคดีต่อ ป.ป.ช.ชั้นเดียว เนื่องจากประธานรัฐสภามาจากพรรคการเมือง ซึ่งอาจมีการเจรจาต่อรองระหว่างพรรคการเมืองกับประธานรัฐสภาเพื่อไม่ให้ยื่นเรื่องตรวจสอบไปยังศาลฎีกาได้ จึงต้องตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระขึ้นมาเพื่อป้องกันการแทรกแซงจากหลายฝ่าย ก่อนจะส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศกล่าวว่า ร่างที่ 6 ต้องการแก้ไขเรื่องระบบการเลือกตั้งองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้งจากประชาชนเพียงอย่างเดียว เพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และต้องมีรัฐธรรมนูญเลือกอำนวยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างแท้จริงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรคประชาธิปัตย์เผยว่า มีแนวโน้มจะมีร่างที่ 7 ที่มาจากพรรคร่วมรัฐบาล โดยร่วมกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ซึ่งทางพรรคได้มอบหมายให้นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิปพรรคไปหารือพบว่า มีความเห็นพ้องต้องกันหลายส่วน ซึ่งต้องฟังจากทั้ง 3 พรรคให้เกิดข้อสรุป โดยจะหารือกันในวันที่ 16 มิถุนายนนี้อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราชและรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทางพรรคยืนยันมาตลอดว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อบกพร่องหลายประการ ไม่สามารถสร้างประชาธิปไตยให้สมบูรณ์แบบได้ ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ และอีก 2 พรรคการเมือง จึงได้เสนอร่างแก้ไขที่มีเนื้อหาที่สามารถประสานประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายในสภาฯ โดยยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักใหญ่ใจความ เพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้ในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นเรื่องกระบวนการเลือกตั้งนั้น เห็นว่าทิศทางที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ ให้มี ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน โดยใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เหมือนกับในรัฐธรรมนูญ 2540 เพราะนอกจากประชาชนจะมีความคุ้นเคยในการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ เหมือนกับที่ผ่านมาแล้ว การใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชนได้มากกว่า เพราะการที่ประชาชนมีความลำบากใจในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วจากบัตรใบเดียว แต่มีเพียงไม่กี่หน่วยงานที่ได้ประโยชน์ เนื่องจากเป็นการประหยัดงบประมาณ แต่กลับสร้างปัญหาในการทราบความต้องการที่แท้จริงของประชาชนนั้น ถือเป็นการบิดเบือนพื้นฐานของประชาธิปไตย ที่จำเป็นจะต้องมีการแก้ไขให้ถูกต้องจากตัวแทนของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีความชัดเจนหลังการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันอังคารที่ 15 มิถุนายน ส่วนจุดยืนการจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคคือ การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งในทางปฏิบัติที่ต้องทำคือ การทำประชามติ ถามประชาชนว่า เห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติยังค้างการพิจารณาในรัฐสภาอยู่ ประเด็นสำคัญที่รองลงมาคือ การยกเลิกอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ? มาตรา 272
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า พรรคเพื่อไทยระบุว่ายังมีความเห็นบางประเด็นที่ไม่ตรงกับพรรคก้าวไกล จะทำให้ต้องเสนอร่างแยกต่างหากหรือไม่ นายชัยธวัชแจงว่า ประเด็นของพรรคร่วมฝ่ายค้าน คือเรื่องมาตรา 272 ที่เคยเสนอตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ จนมาถึงพรรคก้าวไกล ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านก็เห็นด้วย ส่วนประเด็นอื่นๆ แต่ละพรรคกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งคงจะมีข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายฟูอาดี้ พิศสุวรรณ แกนนำกลุ่ม Re-solution กล่าวถึงกรณีที่รัฐสภาเตรียมรวบรัดพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ จนทำให้ตั้งข้อสังเกตได้ว่า การที่ต้องการนำรัฐธรรมนูญกลับมาแก้ไขอย่างเร่งด่วนนั้นมีเจตนาอะไรแอบแฝงหรือไม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยมีการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญจากภาคประชาชน เพื่อเข้าไปพิจารณาในสภาฯ แต่กลับถูก ส.ว.และ ส.ส.ที่ต้องการปกป้องผลประโยชน์ของรัฐบาลปัดตกอย่างไร้เยื่อใย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลายๆ ฝ่าย ทั้งภาคประชาชน พรรคร่วมฝ่ายค้าน และรวมไปถึง ส.ส.บางคนในพรรคร่วมรัฐบาลเอง น่าจะเห็นร่วมกันแล้วว่าจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราน่าจะเห็นแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันบังคับใช้อยู่เพื่อการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลหลังรัฐประหาร 57 นับตั้งแต่ตอนเริ่มต้นก่อนที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะคลอดด้วยซ้ำ มีประชาชนจำนวนมากถูกดำเนินคดี เพราะออกไปรณรงค์โหวตโน และบรรยากาศประชามติก็อยู่ท่ามกลางอำนาจเผด็จการตามมาตรา 44 ของหัวหน้าคณะรัฐประหาร รัฐธรรมนูญฉบับนี้นอกจากที่มาไม่ชอบธรรมแล้ว เนื้อหาก็ไม่ชอบธรรมด้วย มีกลไกมากมายในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่สร้างมาเพื่อการสืบทอดอำนาจของ คสช. การที่เราจะสร้างศรัทธาและพัฒนาสังคมประชาธิปไตยที่คณะรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจได้ทำลายลงไป จึงมีประเด็นมากมายที่จำเป็นต้องแก้ไขในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้งเรื่องวุฒิสภา เรื่ององค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ และผลพวงการรัฐประหาร&amp;rdquo; นายฟูอาดี้ระบุ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106174</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชีรายชื่อ, บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ, ประชาธิปัตย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขตเลือกตั้ง, แก้ รธน., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60afa46496f0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสียงแตกแก้รัฐธรรมนูญ บัตรเลือกตั้ง-บทบาทส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประชุมร่วมรัฐสภา 22-23 มิ.ย.แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา พลังประชารัฐชูบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ห้ามแตะ ส.ว.เด็ดขาด &amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; ขวางใบเดียวพอ เชื่อดึงยาวเป็นปีกว่าจะจบ ขณะที่ฝ่ายค้านท่องคาถาสวิตช์วุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2564 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงการเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า เบื้องต้นได้ข้อตกลงร่วมกันระหว่าง ส.ส.และ ส.ว.ว่า จะเปิดประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 22-23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาญัตติแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีแค่ญัตติของพรรคพลังประชารัฐเพียงญัตติเดียว โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เสนอเข้ามา สัปดาห์หน้าพรรคเพื่อไทยจะยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราเช่นกัน รวมถึงพรรคอื่นๆ ถ้ายื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญเข้ามาจะนำมาร่วมพิจารณาไปในคราวเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชกล่าวว่า ญัตติแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราของนายไพบูลย์มีหลักการสำคัญคือ การกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แต่ไม่มีเรื่องการตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตนายกรัฐมนตรี ในส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ หากจะยื่นแก้รัฐ ธรรมนูญรายมาตรา ที่ต้องใช้เสียง ส.ส.สนับสนุน 1 ใน 5 หรือ 98 คน แต่ถ้ามีเสียงไม่ครบ พรรคพลังประชารัฐยินดีช่วยเติมชื่อให้ครบตามจำนวน แต่เนื้อหาที่แก้ไขต้องอยู่ในหลักการหรือประเด็นเดียวกับของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับการลดหรือตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ามีเนื้อหาตัดอำนาจ ส.ว. จะไม่ร่วมลงชื่อให้ มองว่าอำนาจ ส.ว.ไม่ควรเข้าไปยุ่ง จะได้สะดวกไม่ยุ่งยากในการแก้ไข ถ้าไปตัดแขนขา ส.ว. ใครจะมาโหวตให้ เพราะการรับหลักการวาระแรก ต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 หรือ 83 เสียง เห็นชอบด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชกล่าวอีกว่า หากญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรคพลังประชารัฐได้รับความเห็นชอบวาระรับหลักการจากรัฐสภา จะเข้าสู่ขั้นตอนตั้ง กมธ.มาพิจารณาวาระสอง คาดว่าใช้เวลาไม่นาน ประชุม 4-5 ครั้ง หรือประมาณ 1 เดือน น่าจะได้ข้อสรุป เพราะเป็นการแก้แค่รายมาตรา จากนั้นก็นำเข้าสู่การโหวตวาระสามได้ในเดือน ส.ค. อาจจะพิจารณาเสร็จก่อนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของเราอยู่แล้ว ส่วนเรื่องบัตรเลือกตั้งนั้น ของ ภท.ใบเดียว ยืนยันไม่มี 2 ใบ เสนอมาเราก็โหวตแบบใบเดียว จะแพ้ชนะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ ที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล 5 ปีนั้น กว่าจะแก้รัฐธรรมนูญเสร็จก็ใกล้หมดพอดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เท่าที่ดูเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อีกเป็นปี เพราะหากยังเห็นไม่ตรงกันอยู่มันก็ไปเรื่อย หากยุบสภาก็ต้องดูว่าแต่ละพรรคทำเรื่องไพรมารีโหวตเสร็จหรือยัง เท่าที่ตรวจสอบดูยังไม่ถึงครึ่ง ดังนั้น อะไรที่ยังไม่ถึงเวลาคิดก็ยังไม่คิด การเมืองเปลี่ยนได้ตลอด ตอนนี้คิดเพียงแต่การทำงานหาวัคซีนโควิด-19 ให้พอ&amp;quot; นายอนุทินกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช และประธานวิปพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมกันเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า ทั้ง 3 พรรคได้พูดคุยและพิจารณาร่วมกันว่าจะยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งหมด 7 ฉบับ เพิ่มจากเดิม 6 ฉบับ ซึ่งร่างฉบับที่ 7 พรรคภูมิใจไทยขอเพิ่มเรื่องอำนาจสิทธิของประชาชนในการรับบริการของรัฐ และการคุ้มครอง โดยแต่ละพรรคได้พิจารณาในรายละเอียด จากนั้นจะมาร่วมกันพิจารณารายละเอียดอีกครั้งในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ ก่อนจะให้ ส.ส.แต่ละพรรคร่วมลงชื่อ เพื่อเสนอต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในวันที่ 17 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐยังไม่เห็นด้วยกับการตัดอำนาจของ ส.ว. นายชินวรณ์กล่าวว่า ไม่เป็นไร เราแยกเสนอเป็นรายมาตราในแต่ละร่างอยู่แล้ว ถ้าเห็นพ้องกันก็สามารถลงมติให้ทุกฉบับได้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเปลี่ยนให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เราก็พอใจแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวทางของพรรคเพื่อไทยในการเสนอร่างเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตรา มีทั้งหมด 5 ร่าง 1.แก้เพิ่มเติมมาตรา 256 ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2.ร่างเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพต่างๆ เช่น สิทธิในการร้อง, สิทธิการตรวจสอบถ่วงดุล ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายตุลาการ 3.ร่างเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง 4.ร่างแก้ไขมาตรา 159 เกี่ยวกับที่มาของนายกรัฐมนตรี และมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี 5.ยกเลิกมาตรา 279 เกี่ยวกับคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คาดว่าน่าจะยื่นภายในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหาเฉพาะหน้าที่เราให้ความสำคัญและเป็นเรื่องที่นำเสนอมาโดยตลอดคือ การปิดสวิตช์ ส.ว. ในมาตรา 272 ที่ให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี การเสนอแก้รายมาตรา โดยเฉพาะร่างของพรรคพลังประชารัฐ เรามองว่าเป็นการเบี่ยงประเด็นสำคัญเรื่องปัญหารัฐธรรมนูญ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106080</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ, ประชุมร่วมรัฐสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c368bfc0d0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทอน’โหนไวรัสแก้รธน. แนะประยุทธ์รีบลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ชงสูตรการเมือง ให้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลาออก เปิดทางนายกฯ ใหม่จัดการวิกฤติโควิดและแก้รัฐธรรมนูญ ใช้เวลา 2 ปีค่อยยุบสภาเลือกตั้งใหม่ &amp;quot;ราเมศ&amp;quot; แนะจับตามองพฤติกรรมนักการเมืองบางพรรคไม่สร้างสรรค์ สถานการณ์นี้ต้องสามัคคีกัน แต่ยึดความสะใจเข้าว่า ด่านายกฯ ทุกวัน ยันลาออกไม่ใช่ทางออกของปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันที่ 23 เมษายน 2564 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เปิดห้องสนทนาทางแอปพลิเคชัน Club House ชวนประชาชนร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ ในหัวข้อ &amp;ldquo;สร้างพันธมิตร ประคองธุรกิจพ้นวิกฤติ&amp;rdquo; ต่อยอดจากการไลฟ์เฟซบุ๊กที่นายธนาธรได้นำเสนอแนวคิดว่าด้วยการบริหารธุรกิจในสถานการณ์โควิด ผ่านการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในช่วงหนึ่ง มีประชาชนผู้ร่วมห้องสนทนาถามความเห็นของนายธนาธรเกี่ยวกับการบริหารจัดการของรัฐบาลในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดระลอกที่ 3 ในปัจจุบัน รวมทั้งปัญหาทางการเมืองและทางออกที่นายธนาธรคิดว่าเหมาะสมที่สุดในเวลานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรระบุว่า ในทางการเมือง หลายคนเริ่มพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการยุบสภาเกิดขึ้น ซึ่งส่วนตัวแล้วเห็นว่าต่อให้มีการยุบสภาเกิดขึ้น ก็ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม หากยุบสภาเวลานี้ กว่าที่จะได้รัฐบาลใหม่ขึ้นมาต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือน ในสภาวะวิกฤติเช่นนี้ ประเทศจะไม่มีรัฐบาลไม่ได้ แม้ว่าประชาชนจะไม่พอใจรัฐบาลในปัจจุบันก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทางเลือกหนึ่งที่ตนเห็นว่าเป็นไปได้และเหมาะสมมากกว่า ก็คือการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องลาออก ให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ารับตำแหน่งแทน ซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่นี้ก็ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่ามีเพียงสองภารกิจเท่านั้น คือจัดการวิกฤติโควิด ไม่ว่าจะเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างวัคซีนเพิ่มและการบริหารจัดการการฉีดวัคซีน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นนายกรัฐมนตรีที่จะเข้ามาเพื่อจัดการปัญหาใหญ่สองเรื่องนี้เท่านั้น หลังจากจัดการปัญหาโควิดและทำรัฐธรรมนูญใหม่ออกมาแล้ว อาจจะกินเวลา 2 ปีพอดี จึงยุบสภาแล้วจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าสูตรนี้น่าจะดีกับประเทศมากกว่า คือแก้โจทย์ทั้งการเมืองและโควิดไปในคราวเดียวกัน เพราะแน่นอนที่สุด ต่อให้แก้ปัญหาโควิดจบ เราก็จะมาเจอกับดักการเมือง ที่ไม่เปิดโอกาสให้นักการเมืองฝ่ายอื่นเข้ามามีอำนาจได้อีก ดังนั้น ผมคิดว่าถ้าคุณประยุทธ์ลาออกแล้วมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ มีภารกิจที่ชัดเจนสองภารกิจ คือจัดการโควิดแล้วก็แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางที่จะสร้างเศรษฐกิจใหม่ สร้างการเมืองที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริงได้น่าจะดีที่สุด&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวในเวทีอภิปรายออนไลน์ ขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ว่าระบอบประยุทธ์พยายามกลืนประเทศไทยให้ทุกอย่างเสียหาย บัดนี้เป็นที่ประจักษ์เสียหายเกินเยียวยาแล้ว เมื่อคืนพยายามฟังนายกฯ จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเมืองอย่างไร ฟังจบแล้วหมดอาลัยตายอยาก เพราะสิ่งที่ฟังนั้นคือการพล่ามของคนคนหนึ่ง ซึ่งไม่มีสติความรับผิดชอบว่าต้องทำอย่างไรต่อบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอประกาศว่าผมสิ้นหวังในรัฐบาลนี้ จึงไม่คิดยอมรับประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกต่อไป คนที่เป็นนายกฯ ต้องมีความสามารถกว่านี้ ไม่ทำตัวเหลวไหลชั่วร้าย ในหัวไม่มีความรับผิดชอบ กลวงทุกอย่าง ประชาชนป้องกันตัวเองเพราะพึ่งคุณไม่ได้ สิ้นหวังในชีวิต ไม่รู้จะตายเมื่อไหร่ แต่ขอให้ผมได้อยู่จนกระทั่งเห็นประยุทธ์ออกไป ขอให้ทุกคนที่ฟังช่วยกันเปล่งเสียงว่าประยุทธ์ออกไป การที่ประยุทธ์ใช้ ป.อาญา ม.112 ทำร้ายอนาคตของชาติ ขอประณามทำเกินเหตุ ทำให้สถาบันลำบาก ตอนที่ผมได้รับแต่งตั้งขอให้มาช่วยทำเรื่องการปรองดอง ประยุทธ์ไม่ยอมนิรโทษกรรมให้คนอื่น นิรโทษกรรมให้ตัวเองฐานกบฏ&amp;quot;&amp;nbsp; นายอดุลย์กล่าว
บางพรรคไม่สร้างสรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 ว่าสถานการณ์ขณะนี้น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะจำนวนตัวเลขของผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น แต่มั่นใจว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในเร็ววันนี้ เพราะทุกภาคส่วนที่มีส่วนสำคัญในการช่วยกันคลี่คลาย โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มบุคคลที่มีหน้าที่สำคัญที่สุด ด้วยความสามารถและศักยภาพ ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าจะก้าวข้ามสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญทุกฝ่ายต้องสามัคคี จับมือกัน ติติงอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะฝ่ายค้าน หลักการสามารถพูดได้ ติติง แนะนำได้ รัฐบาลพร้อมรับฟัง สิ่งใดที่ดีก็ไปปรับประยุกต์ได้ แต่ประชาชนมองออกบางพรรคถือว่ามีเครือข่ายในสังคมโซเชียลก็พยายามใช้ช่องทางนี้ในการโจมตีรัฐบาล โจมตีบุคลากรทางการแพทย์ ทำอะไรก็ไม่ดีไปทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ประชาชนจับตามองพฤติกรรมนักการเมืองบางพรรคที่ไม่สร้างสรรค์ เห็นได้ชัดว่ารู้ทั้งรู้ว่าสถานการณ์นี้ต้องสามัคคีกัน แต่ด้วยหลักคิดที่ไม่สนใจประโยชน์ของประชาชนและประเทศ จึงทำการเมืองตามอำเภอใจ ยึดความสะใจเข้าว่า ด่านายกรัฐมนตรี ด่ารัฐบาลทุกวัน เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกทุกวัน ซึ่งไม่ใช่ทางออกของปัญหา ทุกคนต้องให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ปชป.กล่าวด้วยว่า ฝ่ายค้านควรดูนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวอย่างที่ต้องชื่นชมในการแสดงท่าทีทางการเมืองในขณะที่บ้านเมืองประสบปัญหาที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทุกคนต้องคิดถึงประชาชนและประเทศก่อน ฝ่ายค้านต้องให้ข้อมูลอย่างสร้างสรรค์ หากอะไรที่ไม่ถูกต้องก็เก็บข้อมูลไว้เพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามกลไก บางพรรคแค่หยุดพูดก็สร้างประโยชน์ให้กับประเทศมากแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ถอดความจากเวทีเสวนา โดยสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 เมษายน ผ่านทางเฟซบุ๊ก เสื้อแดงไม่เคยหายไป&amp;nbsp; พร้อมชี้ท่าทีรัฐบาลสำคัญต่อขอประกันตัวแกนนำม็อบ พร้อมเปรียบเทียบหากแกนนำที่ถูกดำเนินคดีเลิกอดอาหารไม่ได้ ขอเรียกร้องให้ฝ่ายผู้มีอำนาจลองอดอาฆาตดูบ้าง โดยนายเสกสกลระบุว่า ผู้มีอำนาจที่นายณัฐวุฒิพูดถึง หากเป็นนายกฯ ยืนยันว่านายกฯ ไม่เคยอาฆาตใคร และที่แกนนำม็อบถูกดำเนินคดีนั้น เพราะทำผิดกฎหมาย มีการชุมนุมก้าวล่วง จาบจ้วงสถาบัน ชุมนุมแบบป่าเถื่อน ทำร้ายร่างกายตำรวจ ทำลายทรัพย์สินส่วนราชการ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมายที่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลยังเตือนนายณัฐวุฒิในฐานะเพื่อนเก่าว่า ไม่ควรที่จะออกมาปกป้องและสนับสนุนคนหนุ่มสาว เพราะการเคลื่อนไหวของคนหนุ่มสาวแตกต่างจากการเคลื่อนไหวของนายณัฐวุฒิ สุดท้ายนายณัฐวุฒิจะถูกมองเป็นพวกเดียวกันกับการเคลื่อนไหวที่จาบจ้วงสถาบัน และที่นายณัฐวุฒิระบุว่าท่าทีของรัฐบาลมีความสำคัญต่อการพิจารณาคำร้องขอประกันตัวของแกนนำม็อบนั้น ตนเองยืนยันว่าการจับกุมเป็นไปตามกฎหมาย การขอประกันตัวเป็นเรื่องของศาล นายกฯ ไม่ก้าวล่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนหนุ่มสาวกล้าออกมาเคลื่อนไหวและสร้างความวุ่นวายได้ ก็ต้องกล้ายอมรับความผิดที่ก่อขึ้นมา ทั้งนี้ การชุมนุมยังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอีก นายณัฐวุฒิควรมองอย่างรอบด้าน ไม่ใช่จะเห็นใจแต่แกนนำม็อบอย่างเดียว อีกทั้งนายณัฐวุฒิควรมองไปข้างหน้าด้วยว่าการเคลื่อนไหวจะสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในประเทศมากน้อยเพียงใด การต่อสู้ของ นปช.ในอดีตที่ผมเคยร่วมสู้ด้วย เรายืนยันไม่เคยคิดจาบจ้วงก้าวล่วงสถาบัน จุดยืนชัดเจน แต่ผมสงสัยนายณัฐวุฒิทำไมจึงมีท่าทีเปลี่ยนไป กล้าประกาศที่จะสนับสนุนเคียงข้างม็อบสามนิ้ว จึงทำให้คนเสื้อแดงที่จงรักภักดีต่างสงสัยในพฤติกรรมดังกล่าวของนายณัฐวุฒิและพวกอย่างมาก&amp;quot; เจ้าของฉายาแรมโบ้อีสานกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100606</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดการวิกฤติโควิดและแก้รัฐธรรมนูญ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_6083acfa84a14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนถกประชามติไปพค. ฝ่ายค้านเสนอแก้รธน.อีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ร่าง กม.ประชามติ&amp;rdquo; เจอพิษโควิด-19&amp;nbsp; ส.ว.หาย ต้องเลื่อนถกไป พ.ค.นี้ ด้าน ส.ส.เพื่อไทยปูด ผู้ติดเชื้อโควิดร่วมประชุมกมธ. 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ฝ่ายค้านฟิตจัด เตรียมเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกหลังสภาเปิด 22 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 เมษายน ในการประชุมร่วมรัฐสภา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง แต่เมื่อเริ่มเปิดประชุม มีสมาชิกรัฐสภามาประชุมบางตาไม่ครบองค์ประชุม เนื่องจากมีส.ว.หลายคนไปฉีดวัคซีนโควิดตามโรงพยาบาลต่างๆ ที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาประสานงานให้ ส.ว.ไปฉีดวัคซีน ทำให้ต้องรอสมาชิกมาครบองค์ประชุมเกือบ 1 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 10.30 น. มีสมาชิกครบองค์ประชุม นายพรเพชรจึงดำเนินการประชุมตามวาระ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพ 5 ส.ส.กปปส.ไว้พิจารณา ทำให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ดังนั้นจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดที่มีอยู่ขณะนี้จึงเหลือ 731 คน มีองค์ประชุม 366 คน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นจึงเข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ วาระที่สอง มาตรา 42/3 ถึงมาตรา 42/6 เรื่องการลงคะแนนออกเสียงโดยเครื่องออกเสียงอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ กมธ.เพิ่มเติมให้ลงคะแนนออกเสียงประชามติด้วยเครื่องลงคะแนนออกเสียงอิเล็กทรอนิกส์ นอกเหนือจากช่องทางลงคะแนนในบัตรลงคะแนนปกติและลงคะแนนทางไปรษณีย์ ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ไม่มีใครคัดค้าน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรา 42/6 กรณีให้อำนาจคณะกรรมการสามารถเห็นสมควรให้ลงคะแนนออกเสียงโดยวิธีอื่นได้นอกจากการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง การลงคะแนนผ่านไปรษณีย์ และการลงคะแนนด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ปรากฏว่ามี ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายทักท้วงอย่างมาก เนื่องจาก กมธ.ไม่สามารถตอบได้ว่า วิธีการอื่นคืออะไร เกรงว่าจะเป็นการตีเช็คเปล่าให้ กกต.ไปกำหนดวิธีลงคะแนนด้วยวิธีใดๆ ก็ได้ โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า มาตรา 42/6 เป็นการเขียนเผื่อไว้ในอนาคต กมธ.ไม่สามารถตอบได้ว่าวิธีการอื่นที่นอกเหนือจากการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง การลงคะแนนทางไปรษณีย์ และการลงคะแนนทางอิเล็กทรอนิกส์คืออะไร เขียนโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะใช้วิธีใดในการออกเสียง คิดแบบไกลเกินไป อะไรที่ฟุ่มเฟือยจะเขียนไปทำไม อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สมาชิกอภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 42/3-42/6 ตามที่ กมธ.เสนอมาทุกมาตรา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การลงมติในแต่ละมาตรา แม้องค์ประชุมครบก็ตาม แต่ก็มีความกระท่อนกระแท่นโดยองค์ประชุมเลยมาไม่เกิน 15 เสียง จนกระทั่งก่อนลงมติมาตรา 50/1 นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นหารือนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประชุมขณะนั้นว่า หากองค์ประชุมไม่ครบจะเกิดอะไรขึ้นกับร่าง พ.ร.บ.ประชามติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนชี้แจงว่า การพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ รัฐสภาขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญมา 2 ครั้งแล้ว และคงจะไม่มีครั้งที่ 3 แน่นอน เราทำเรื่องขอกราบบังคมทูลเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เราก็ต้องทำหน้าที่ หากไม่ทำเราจะอธิบายไม่ได้เลย แต่เรื่ององค์ประชุมมีปัญหา เราก็ต้องขอร้องกัน วันนี้การพิจารณาดำเนินมาเกินครึ่งทางแล้ว ขอให้สมาชิกรัฐสภาอดทนกันอีกไม่นาน อย่างไรก็ตาม ถ้าองค์ประชุมไม่ครบ กฎหมายฉบับนี้ก็ต้องค้างการพิจารณา แล้วพิจารณากันใหม่ในเดือน พ.ค. ซึ่งก็ต้องดูกันว่ามีความพร้อมหรือไม่อย่างไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมก็ได้ดำเนินการพิจารณาต่อ จนกระทั่งก่อนลงมติมาตรา 53 นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ได้ขอนับองค์ประชุมแบบขานชื่อ แต่นายชวนได้ขอร้องให้ดำเนินการประชุมต่อไป เพราะองค์ประชุมยังครบอยู่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.40 น. นายชวนขออนุญาตพักประชุม 10 นาที เพื่อขอพบวิป 3 ฝ่าย และได้เปิดประชุมอีกครั้งในเวลา 15.05 น.&amp;nbsp; โดยนายชวนให้สมาชิกรัฐสภาแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนลงมติ หมวด 8 การคัดค้านการออกเสียง และได้ทอดเวลาอยู่ระยะหนึ่ง เพื่อรอให้สมาชิกรัฐสภาได้เสียบบัตรแสดงตน ระหว่างนั้น นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่ทราบสมาชิกกลัวอะไรกับ พ.ร.บ.ประชามติ ดังนั้นขอให้ทุกคนเข้ามาร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า คงไม่ใช่เรื่องกลัว แต่ด้วยเหตุที่เราทราบว่าอะไรเกิดขึ้น และการเปิดสมัยวิสามัญเป็นเรื่องที่ต้องทำเรื่องทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อกราบบังคมทูล เราได้เปิดวิสามัญกับเรื่องนี้ 2 ครั้งแล้ว เรามาลงเอยอย่างนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่พึงปรารถนา ตนให้โอกาสสมาชิกได้แสดงตนเพื่อให้ท่านได้มีชื่ออยู่ในห้องประชุมในวาระของการประชุมในวันนี้ ขออนุญาตที่ประชุมขอเลื่อนการประชุมเรื่องนี้ไปประชุมครั้งต่อไป เนื่องจากมีความจำเป็นต้องให้องค์ประชุมมีความสมบูรณ์ แม้จะยังไม่นับองค์ประชุม แต่ก็เห็นว่าควรจะเลื่อนออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้อ่านพระบรมราชโองการปิดสมัยประชุมวิสามัญ และปิดประชุมในเวลา 15.19 น. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย หารือว่าจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดในขณะนี้ มีเจ้าหน้าที่มาบอกตนว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการที่ห้อง 405 เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา มีกรรมาธิการบางคนเข้ามาร่วมประชุมและติดโควิด ซึ่งไม่ทราบว่าเป็น ส.ส.หรือเจ้าหน้าที่ เพราะยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อ และจากความประมาทเลินเล่อของรัฐมนตรีบางคนที่ไม่ได้กักตัว จึงขอให้ประธานกำชับและระมัดระวังการประชุมในวันนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ หารือว่า ส.ว.หลายคนไปฉีดวัคซีนจากการให้บริการของวุฒิสภาแล้ว แต่ทำไม ส.ส.จึงไม่ได้รับสิทธิ์ตรงนี้ เพราะ ส.ส. 77 จังหวัดนั่งอยู่ในนี้ ถ้าติดคนหนึ่งก็จะติดกันหมด และแพร่กระจายไป 77 จังหวัด จะกลายเป็นความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศ เมื่อ ส.ว.ฉีดได้ ก็ขอ ส.ส.ฉีดบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้นายพรเพชรชี้แจงว่า ตนขอไปหาข้อมูล ยืนยันว่าทำหน้าที่เป็นกลางแน่ แต่หากหารือพาดพิงไปถึงรัฐบาลจะยุ่งไปกันใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งที่ ส.ว.บางคนไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุม จนทำให้องค์ประชุมล่มลงไป ทำให้ร่าง พ.ร.บ.ที่รัฐบาลเสนอขึ้นมาเอง ในฐานะกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูป แต่กลับปล่อยให้การประชุมเป็นภาระของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ส่วนการพิจารณาคงต้องนำไปพิจารณาในสมัยสามัญ ซึ่งต้องรออีก 2 เดือน รู้สึกผิดหวังต่อการทำหน้าที่ของรัฐสภา ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก หาก พ.ร.บ.ประชามติฉบับนี้ไม่ผ่านการพิจารณาในวาระ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องขอบคุณนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ที่พยายามไกล่เกลี่ย แต่ทาง ส.ว.มีท่าทีบ่ายเบี่ยง ไม่รับ สุดท้ายแล้วแม้ประธานสภาฯ ขอให้ประชุมต่อ ถ้าไม่ไหวค่อยเลิก พอเข้าห้องประชุม ส.ว.ก็เลิกจริงๆ แสดงให้เห็นว่าเขากลัวการถามประชาชนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เลยพยายามหนี ทางเดียวที่หนีได้ก็คือการพยายามทำให้ พ.ร.บ.ประชามติช้าออกไปให้ได้มากที่สุด ถ้าทำให้กฎหมายตกไปได้ ก็คงทำไปแล้ว ตนจึงขอประณามอีกเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ หัวหน้าและแกนนำ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมประชุมหารือถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ในช่วงปิดสมัยประชุมสภานี้ และจะเปิดประชุมสภาครั้งต่อไปวันที่ 22 พ.ค. ฝ่ายค้านจะเดินสายพบพี่น้องประชาชน 4 ภาค ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ เพื่อลงไปดูความเดือดร้อนพร้อมกับรับฟังเสียงประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันว่า 1.รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน จึงยืนยันที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ให้พี่น้องประชาชนมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วม 2.ระหว่างนี้มีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ที่สามารถทำคู่ขนานกันไปได้ แต่การแก้ไขรายมาตราต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้เป็นสำคัญ 3.พรรคร่วมฝ่ายค้านจะอาศัยช่วงปิดสมัยประชุม พบปะพี่น้องประชาชนเพื่อรับฟังความคิดเห็น รวบรวมความคิดเห็นมาเพื่อนำมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ 4.จะยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอีกครั้ง จะพยายามยื่นให้ทันในการเปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คราวที่แล้วในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ถูกโหวตคว่ำ การยื่นแก้ครั้งใหม่ก็แก้ทั้งฉบับ เกรงว่าจะมีปัญหาเหมือนเดิมหรือไม่ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ตอบว่า ครั้งที่แล้วถูกคว่ำเพราะมีการอ้างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าให้ไปทำประชามติก่อน แต่ฝ่ายค้านยืนยันว่าการดำเนินการของเราถูกต้อง และยืนยันว่าจะยื่นแก้รัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 อีกครั้ง หากต้องไปทำประชามติก่อน ก็ไปทำประชามติก่อน แต่การตัดสินใจอยู่ที่ประชาชนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ส.ว.หรือใคร คงปฏิเสธไม่ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98849</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.ประชามติ, ผู้ติดเชื้อโควิดร่วมประชุม, พิษโควิด-19, ร่าง กม.ประชามติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606f19c803313.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
