<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉีกยุทธศาสตร์ชาติ! ‘ธนาธร’ค้านลูกเดียว/ยกก้นไพร่หมื่นล้านไม่ใช่ถนิมสร้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผลสำรวจซูเปอร์โพลประชาชนส่วนใหญ่ไม่รู้จักยุทธศาสตร์ชาติ แนะควรใช้ภาษาง่ายๆ ให้ชาวบ้านเข้าใจ คนไทยเริ่มห่วงอนาคตต่างชาติแย่งงานเรียบ ขณะที่ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; มามุกเดิม ลั่นหลังเลือกตั้งถ้าฝ่ายประชาธิปไตยได้เสียงข้างมาก ฉีกยุทธศาสตร์คนแก่แน่นอน เพราะไม่มีทางที่จะอยู่ร่วมกันได้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เอาใหม่แก้กลอนไทยนิยม ทำไม่ดี ทุจริต สักวันล่มสลาย วอนคนไทยรีบตื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรต่อยุทธศาสตร์ชาติ กับอนาคตของประชาชน และอนาคตของประเทศไทยที่ต้องการ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,150 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 5-15 มิถุนายน พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา
พบว่า อนาคตของประชาชนกับอนาคตของประเทศไทยที่ต้องการมากที่สุด ได้แก่ ร้อยละ 29.0 ระบุว่า ประชาชนคนไทยต้องมีงานทำมั่นคง มีเงินพอค่าครองชีพ ไม่ถูกคนต่างด้าวแย่งอาชีพ รองลงมาคือร้อยละ 22.6 ระบุบ้านเมืองสงบสุข ไม่วุ่นวาย อันดับสาม ได้แก่ ร้อยละ 17.3 ระบุประชาชนมีระเบียบวินัย มีการบังคับใช้กฎหมายจริงจังต่อเนื่อง ควบคุมพฤติกรรมคนได้, อันดับสี่ ได้แก่ร้อยละ 10.6 ระบุประชาชนได้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน, อันดับห้า ได้แก่ ร้อยละ 10.3 ประชาชนมีทัศนคติที่ดีต่อกัน และอันดับหก ได้แก่ร้อยละ 10.2 ระบุเป็นพลเมืองที่ดีต่อประเทศชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลเผยว่า จากการสัมภาษณ์เจาะลึกกลุ่มคนไทยวัยทำงานถึงเหตุผลว่าทำไมเรื่องการมีงานทำมั่นคงจึงขึ้นมาเป็นอันดับแรกแซงหน้าความสงบสุขของบ้านเมือง พบว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบ แต่ปัญหาคนไทยไม่มีงานทำที่มั่นคงกระทบต่อคนไทยจำนวนมาก
คนตอบส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า ทุกวันนี้คนไทยถูกแย่งอาชีพ หลายอย่างที่เคยทำอยู่อย่างมั่นคงต่อเนื่องมา บางพื้นที่แรงงานต่างด้าวผันตัวเองมาเป็นเจ้าของค้าขายจำนวนมาก เช่น อาชีพค้าขายอิสระ ขายผักขายปลา ขายผลไม้ในตลาดสด อาชีพทำอาหาร ทำครัว ขายก๋วยเตี๋ยว ขายส้มตำ พนักงานคิดเงินตามร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัยต่างๆ คนไทยถูกผลักออกไปทำอาชีพอิสระ ไม่มั่นคง หาเช้ากินค่ำ ไม่พอค่าครองชีพ&amp;nbsp;
จำนวนมากหันไปขายของออนไลน์ก็ไม่มีหน่วยงานรัฐใดสนับสนุนส่งเสริม ชีวิตเป็นไปตามยถากรรม บางคนจึงไปเล่นพนัน หวังรวยทางลัด ค้ายาเสพติด ก่ออาชญากรรม หลอกลวงต้มตุ๋น ฉ้อโกง ติดคุกมีคดีติดตัว ขาดหน่วยงานรัฐดูแลชีวิตการงานของคนไทยให้มั่นคง จึงทำให้อันดับของความต้องการที่จะเห็นคนไทยมีงานทำมั่นคง มีเงินพอค่าครองชีพขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง
นอกจากนี้ อาจกล่าวได้ว่า แย่แล้วที่ผลสำรวจพบว่าคนไทยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.0 เคยได้ยินคำว่า ยุทธศาสตร์ชาติ แต่เกินครึ่งหรือร้อยละ 54.9 ไม่รู้ว่า ยุทธศาสตร์ชาติคืออะไร และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.2 ระบุจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ชาติ ด้วยภาษาง่ายๆ ชาวบ้านจำได้ง่าย จะได้ช่วยกันปกป้องผลประโยชน์ชาติร่วมกันได้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.นพดลกล่าวว่า ที่ผ่านมาคนจัดทำยุทธศาสตร์เขียนยุทธศาสตร์ชาติออกมาเยอะเกินไป โดยใช้ภาษาวิชาการห่างไกลตัวประชาชนและขาดกลยุทธ์ในการสื่อสารกับประชาชน ยิ่งไปกว่านั้น คนออกแบบยุทธศาสตร์มุ่งแต่ใช้อำนาจรัฐ (State Power) ทำให้เกิดการเน้นการใช้กองกำลังปฏิบัติการที่ใช้งบประมาณสูง แต่ลงทุนด้านการหาข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำน้อยมากในการออกแบบยุทธศาสตร์ และให้ความสำคัญน้อย เช่นกันกับอำนาจจากภาคประชาชน (Non-State Power) ทำให้ออกแบบยุทธศาสตร์ได้ไม่ดีพอ ขาดพลังจากฐานรากของประชาสังคมสนับสนุน ประเทศไทยจึงอยู่ในวังวนของปัญหาและเสียงเรียกร้องเดิมๆ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เฟซบุ๊กไลฟ์ถึงแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยนายธนาธรกล่าวช่วงหนึ่งว่า คนเขียนแผนยุทธศาสตร์เป็นคนอายุเฉลี่ยเกิน 63 ปีเป็นส่วนใหญ่ เป็นคนในวันเกษียณอายุ แต่จะมาเขียนทิศทางให้กับคนที่กำลังจะสุขสกาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้ง คสช.ยังจัดความสำคัญอันดับหนึ่งไว้ที่เรื่องความมั่นคงของทหาร ซึ่งถ้าดูเนื้อหา หรือที่มา หรือแม้แต่กระบวนการที่ไม่มีส่วนร่วมของประชาชน นี่จึงไม่ใช่ยุทธศาสตร์ชาติ แต่เป็นยุทธศาสตร์ของ คสช. เป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติที่ไม่ได้เขียนมาเพื่อถูกใช้ แต่เขียนมาเพื่อให้ถูกฉีก ไม่มีทางเลยที่จะอยู่กับสิ่งเหล่านี้ได้ วิธีการเดียวที่จะพ้นไปจากทั้งกับดักยุทธศาสตร์ชาติ กับดักรัฐธรรมนูญมีอยู่วิธีเดียวเท่านั้น คือการเลือกตั้งที่จะมาถึง พรรคที่ชมชอบและชื่นชอบประชาธิปไตยร่วมกันทุกพรรคจะต้องได้เสียงในสภา 376 เสียงถึงจะเป็นก้าวแรกในการสร้างประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถามว่ายากไหม ยากแน่นอน ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ส.ส.มี 500 คน ส.ว.แต่งตั้งอีก 250 คน รวมคนที่มีอำนาจเลือกนายกฯ มี 750 คน ถ้าจะทำให้เจตจำนงของประชาชนได้รับการตอบสนอง ฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องชนะเสียงจาก 250 ส.ว.ที่ คสช.แต่งตั้งด้วย ดังนั้น วิธีการเดียวคือ เราต้องรวมกันให้ได้เสียง ส.ส.เกิน 376 เสียง จาก 500 คน ถือเป็น 3 ใน 4 ซึ่งเป็นเสียงที่มโหฬารมาก เป็นเสียงข้างมากแบบมากๆ รวมกันเพื่อบอกว่าเราไม่เอารัฐประหาร ถึงจะได้ชัยชนะที่ขาดในเกมนี้ของ คสช.&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ผู้ที่เคยระบุว่าพนักงานบริษัทและข้าราชการเป็นไพร่สมัยใหม่ ได้แชร์ข้อความพร้อมโพสต์ข้อความว่า &amp;quot;การรับน้องจากฝ่ายขวาจัด บางทีก็ทำให้น้องโตเร็วนะครับ เนติวิทย์ฯ คือตัวอย่าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโพสต์ที่รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ระบุว่า &amp;quot;พรรคอนาคตใหม่ โดนรับน้องหนัก ผมว่าพรรคนี้ เป็นม้าตัวเต็งหลักตัวหนึ่ง ก็ต้องโดนเป็นธรรมดาครับ ยิ่งตียิ่งโต ไม่จำเป็นต้องแปลกใจหรือโวยอะไร แต่สะท้อนว่า &amp;quot;มาถูกทางแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็ต้องระวังเรื่องล่อแหลมที่พวกเขาจะหยิบเอาไปขยายประเด็นด้วย ไม่ต้องตามใจแฟนคลับ &amp;quot;แดงก้าวหน้า&amp;quot; มากก็ได้ เดี๋ยวโดนก่อนเกิด เพราะเรื่องแบบนี้พวกเราก็ทราบกันดีอยู่ ไม่ต้องพูดมากก็ได้ เก็บไว้ในใจก็รู้กันอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมคิดว่ามีนโยบายหรือระบบคิดจำนวนมากที่ต้อง &amp;quot;ตีฝ่าวงล้อมระบบคิดเดิมๆ ออกไป&amp;quot; แทบในทุกประเด็นในสังคม ไม่ว่าเรื่องการศึกษา ยุติธรรม กรอบวัฒนธรรมเดิมๆ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเป็นม้าตัวเต็งตัวหนึ่ง ก็เป็นเป้าหมายที่เขาจะต้องต่อสู้ขัดขวางละครับ ที่สำคัญ &amp;quot;เป้าหมายคะแนนเสียง&amp;quot; ของพรรคอนาคตใหม่ เป็นเป้าหมายที่ทับซ้อนกับพรรค ปชป. และพรรคฝ่ายขวาต่างๆ ในคะแนน &amp;quot;ทั่วไป&amp;quot; (แต่ไม่ใช่เขต) ซึ่งจะมีผลต่อปาร์ตี้ลิสต์มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปชป.นั้น หวังในสนามปาร์ตี้ลิสต์อย่างมาก ส.ส.เขตนั้นคงยากจะสู้พรรคเพื่อไทยได้ เมื่อมีพรรคอนาคตใหม่มาแย่งในสัดส่วนปาร์ตี้ลิสต์ จะกระทบ ปชป.อย่างหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคเล็กๆ อื่นๆ เป็นพรรคระดับพื้นที่ คะแนนเสียงทั่วไปคงได้ไม่มาก หากชนะเขตไหนไปแล้ว คะแนนไม่ถูกนับในปาร์ตี้ลิสต์ ก็จะชิงได้แต่ ส.ส.เขตเท่านั้น ก็เตรียมรับการต้อนรับน้องให้ดีครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าคุณธนาธรนั้นแกร่งพอ ไม่ใช่ถนิมสร้อย ที่จะโดนอะไรไม่ได้ อ.ปิยบุตรก็เช่นกัน สองคนนี้รับมือ อภิสิทธิ์ไหวแน่นอน แถมชกกลับได้แรงกว่า ส่วนพี่พงศกร ก็ไม่ใช่กระดูกอ่อนที่จะทนรับน้องไม่ได้ ดังนั้น ผมจึงไม่ได้ห่วงอะไรเลย อยากรับน้องก็ทำไป&amp;quot; พล.ท.พงศกรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประพันธ์บทกลอนชุดใหม่ &amp;ldquo;ประชารัฐ ไทยนิยม&amp;rdquo; ที่ได้มีการเผยแพร่ไปแล้วนั้น นายกฯ ได้มีการปรับแก้บางถ้อยคำให้ลงตัวมากขึ้น ทั้งนี้ กลอนดังกล่าวนายกฯ ต้องการถ่ายทอดความรู้สึกจากใจไปสู่พี่น้องประชาชน ว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นตั้งใจ และทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างที่สุดที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมือง และพัฒนาประเทศทุกด้าน เพื่อให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ความสำเร็จทั้งหลายนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ &amp;nbsp;หากขาดความเข้าใจและร่วมแรงร่วมใจของทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดกำลังได้รับการแก้ไข ทั้งการกระจายรายได้ การบริหารจัดการภาครัฐ การกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน และอีกหลายปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องปฏิรูปทั้งหมด และจำเป็นต้องใช้เวลา ที่สำคัญคือประชาชนทุกระดับจะต้องรู้จักพัฒนาตนเอง แสวงหาความรู้ และปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองให้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประชารัฐ ไทยนิยม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชารัฐ ไทยนิยม เหมาะสมยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำทุกอย่าง ตามจริง ให้มองเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สารพัน ปัญหา น่าลำเค็ญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้เปรียบเป็น แสงสว่าง ส่องทางไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีใด จะได้มา อย่างง่ายดาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กระจาย เชื่อมโยง ต้องสงสัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเข้มแข็ง สามารถ ขาดหายไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องทำใหม่ เช่นเดิม ไม่เสริมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งงบกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นอาจิณ ผ่านมา ให้สร้างสรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไม่ดี ทุจริต สินบนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วสักวัน ล่มสลาย หยุดหายใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอวอนให้ คนไทย ต้องรีบตื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อจะฟื้น เศรษฐกิจ ให้สดใส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายได้น้อย ปานกลาง สูงขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อช่วยให้ ประเทศชาติ พัฒนา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11487</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นพดล กรรณิกา, ยุทธศาสตร์ชาติ, หนังสือพิมพ์, แก้กลอนไทยนิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180616/image_big_5b24fe1a7273a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
