<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;ชำแหละจะแก้จนกันด้วยรัฐธรรมนูญหรือ ฟันธงฉีกอีก100ฉบับต้มน้ำกินก็ไม่รวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64- นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า จะแก้จนกันด้วยรัฐธรรมนูญหรือ??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยังยืนยันความเห็นเดิม ที่ต้องแก้ปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจเป็นลำดับแรก แก้ปัญหาโครงสร้างทางการเมืองเป็นลำดับที่สอง ความจริงทั้ง 2 เรื่องนี้ ปัญหาโครงสร้างทางการเมืองแก้ง่ายกว่า เพราะเพียงแก้รัฐธรรมนูญก็จบ แต่การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจไม่ง่ายเลย แก้ยาก เราจึงไม่ค่อยได้ยินนักการเมืองพูดถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะว่ากันอย่างตรงไป-ตรงมา อดีตหัวหน้าพรรคผม ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กับคุณกรณ์ จาติกวณิช เคยพูดเรื่อง&amp;quot;สังคมสวัสดิการ&amp;quot; บ่อยมาก และท่านน่าจะนำคำนี้มาพูดเป็นคนแรกในประเทศไทย &amp;nbsp;ถึงกับกำหนดไว้เป็นนโยบายพรรค แต่เราก็พ่ายแพ้ให้แก่นโยบาย&amp;quot;ประชานิยม&amp;quot; มาตลอดมา ระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา แนวคิดสวัสดิการสังคม สู้กับ แนวคิดประชานิยมตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เอาเถอะ ผมจะไม่ทำ และผมจะไม่เขียนเรื่องนี้ให้เป็นปัญหาทางการเมือง (รำคาญนักเลงคีย์บอร์ด) ผมได้คุยกับนักเศรษฐศาสตร์ท่านหนึ่ง ท่านแนะนำให้ศึกษาวิธีคิดของอดีตประธานาธิบดี ธีโอดอร์ โรสเวลต์ แห่งสหรัฐอเมริกา เพราะหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อเมริกาก็มีปัญหาช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยสูงมาก แต่ก็แก้ปัญหานี้สำเร็จ เป็นต้นแบบให้ทุกประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงมีคำถาม ที่จะถามว่า ใครที่ทำงานอย่างขยันขันแข็ง อดออม,อดทน,ไม่ติดอบายมุข,ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย แล้วยังลำบาก ยังยากจนอยู่บ้าง โปรดยกมือขึ้น!! หากท่าน ขยัน,อดออม,เหนื่อย,อดทน,ไม่ติดอบายมุข แล้วท่านยังยากจนอยู่ อย่าไปโทษรัฐธรรมนูญเลยครับ ที่ท่านยังจนเพราะมันเป็นปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เอื้อเฉพาะคนรวยเท่านั้น ต่อให้ฉีกรัฐธรรมนูญแล้วเขียนใหม่อีก 100 ฉบับ แล้วนำรัฐธรรมนูญไปต้ม ดื่มกินน้ำต้มรัฐธรรมนูญ 3 เวลาหลังอาหาร ท่านก็ยังจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ขณะเดียวกัน คนรวยอีก 10 ตระกูลของเมืองไทย เขาไม่สนหรอกว่ารัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร เขาก็ยังรวยวัน รวยคืน อยู่เหมือนเดิม ต่อให้เขานอนหลับไปแล้วตื่นขึ้นมาเขาก็ยังรวยขึ้นเพราะโครงสร้างเศรษฐกิจมันเอื้อให้เขารวยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ตอนหน้า ผมจะเขียนว่า ควรปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ และ ปฏิรูปคนอย่างไร(เพราะมันต้องปฏิรูปความคิดของคนด้วย) .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93919</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, แก้จน, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f6021944bca8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;สวน&#039;ทักษิณ&#039;สอนใช้รธน.แก้จน ไม่ยักปราบโกงสักฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ. 61 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แนะนำแก้จนด้วยการแก้รัฐธรรมนูญว่า ก็ได้ดูบ้าง และถือว่าสิ่งที่กล่าวมาอาจจะไม่ใช่การแก้จนด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ตนคิดว่าแค่เคารพกฎหมายให้มากที่สุดในเวลานี้ทุกอย่างก็จะเดินหน้าไปได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ว่ากันไปตามกลไกรัฐสภา มันมีกำหนดการ มีวิธีการ มีกฎหมาย ครบถ้วนทุกประการ ก็อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการต่อไป ซึ่งรัฐบาลก็สนับสนุนให้มีการแก้ไข แต่จะแก้ไขอย่างไรก็สุดแล้วแต่รัฐสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมาก็เห็นว่ามีรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับ แล้วได้แก้ไขปัญหาเรื่องการทุจริตผิดกฎหมายได้บ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน วันนี้สิ่งที่ผมขอร้องให้ทุกคนเคารพกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเข้าใจในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายว่าแก้ไขไปเพื่ออะไร เพื่อใคร จะเป็นการแก้ไขอะไรก็ตาม&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีความเห็นอย่างไรที่นายทักษิณขยับมากขึ้นเรื่อยๆ นายกฯ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า พูดไปแล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93091</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ, นายกฯ, บิ๊กตู่, รธน., แก้จน, แก้ทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_602a2afe74cc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หญิงหน่อย&#039;ขยับแล้ว! งานแรกหลังตัดขาดเพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ธ.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ช่วยหาเสียงให้กับนางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ หมายเลข 2 พรรคเพื่อไทย โดยทำในนามส่วนตัว พร้อมทั้งเปิดเผยว่า สาเหตุที่มาช่วยหาเสียงให้กับนางเฉลิมขวัญ เพราะนายยงยุทธ&amp;nbsp; หล่อตระกูล อดีตนายก อบจ.กาฬสินธ์ บิดาของนางเฉลิมขวัญ เคยช่วยงานตอนเริ่มทำโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค จนทำให้จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นจังหวัดแรกๆ ที่ทำโครงการ 30 บาทได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดทั้งวัน คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ลงเยี่ยมเยียนพบปะพี่น้องเกษตรกรที่กำลังเกี่ยวข้าวเพื่อสอบถามเกี่ยวกับปัญหาราคาข้าว และเดินพูดคุยกับพ่อค้าแม่ขายในตลาดหลายแห่ง&amp;nbsp; รวมทั้งได้ขึ้นเวทีปราศัยอีก 7 แห่ง&amp;nbsp; ที่อำเภอเกษตรวิสัย, อำเภอเมืองร้อยเอ็ด, อำเภอร่องคำ, อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอสมเด็จ, อำเภอเขาวง, อำเภอกุฉินารายณ์ และจากการพูดคุยกับเกษตรกร พบว่าขณะนี้เกษตรกรในจังหวัดกาฬสินธุ์ กำลังอยู่ในช่วงยากลำบากมาก ต้องแบกรับภาระหนี้สินที่พอกพูน&amp;nbsp; เนื่องจากราคาสินค้าเกษตร ทั้งข้าว ยาง ตกต่ำมาก เงินประกันราคายังไปไม่ถึง ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับเงิน ซึ่งชาวบ้านต่างบอกว่า&amp;nbsp; รอการช่วยเหลือจากรัฐบาลไม่ไหวแล้ว&lt;/p&gt;


	ชัดเจน &amp;#39;วัฒนา&amp;#39; เผยเหตุลาออกพ้นสมาชิกเพื่อไทย
	เลิกใช้ชื่อมธ.เสียที!
	หัวหน้าการ์ด 3 นิ้ว ปูด &amp;#39;ใบสั่ง&amp;#39; ทำลาย WeVo &amp;nbsp;
	แฉ &amp;#39;ธนาธร&amp;#39; ยุลูกคนอื่นบอกลาเครื่องแบบ แต่ลูกตัวเองใส่เครื่องแบบไปโรงเรียนตามปกติ!
	&amp;#39;ธนาธร&amp;#39; ชวนประชาชนร่วมวางอิฐก้อน สร้างฐานสู่ประชาธิปไตย


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ ขึ้นเวทีปราศรัยกัยประชาชนว่า สนับสนุนนโยบายของนางเฉลิมขวัญ เพราะ 6-7 ปีมานี้ ได้พิสูจน์แล้วว่า&amp;nbsp; ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำลงทุกปี&amp;nbsp; รัฐบาลไม่สามารถดูแลช่วยเหลือเกษตรกรที่เดือดร้อนได้จริง&amp;nbsp; นับวันเกษตรกรยิ่งทำ ก็ยิ่งเป็นหนี้เพิ่มขึ้นทุกปี นโยบายแก้จน ของนางเฉลิมขวัญ จึงตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ อย่างราคาข้าวขณะนี้เหลือเพียงกิโลกรัม (กก.) ละ 7-8 บาท แม้แต่ข้าวเหนียวเขาวง&amp;nbsp; ที่อร่อยที่สุดยังขายได้แค่ กก. ละ 9 บาทเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นแทนที่จะต้องไปขายข้าวเปลือกผ่านพ่อค้าคนกลาง ผ่านโรงสี ที่ต่างกดราคาจนชาวนาขาดทุนย่อยยับ เราสามารถใช้กลไกของ อบจ. เข้ามาช่วยชาวนาในการผลิตเป็นข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียวไปขายทั่วประเทศ จะทำให้ชาวนาขายข้าวได้ราคาสูงขึ้น แทนที่จะขายข้าวเปลือก อบจ. จะมาพาผลิตข้าวสาร และช่วยขายตรงให้ผู้บริโภคทั่วประเทศ ซึ่งผู้บริโภคก็จะได้ซื้อข้าวสารในราคาที่ถูกลงอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้านางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ผู้สมัครนายก อบจ. หมายเลข 2&amp;nbsp; ชนะการเลือกตั้ง&amp;nbsp; นโยบายแรกที่จะลงมือทำคือ แก้จนให้เกษตรกร จะทำให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น เกษตรกรก็จะมีรายได้มากขึ้น&amp;nbsp; หนี้สินลดลง เศรษฐกิจทั้งจังหวัดกาฬสินธุ์จะดีขึ้น ประชาชนจะกลับมากระเป๋าตุงอย่างแน่นอน&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86159</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาฬสินธุ์, คุณหญิงสุดารัตน์   เกยุราพันธุ์, หญิงหน่อย, อบจ., เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล, แก้จน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcd9dadef50e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.คำนูณท้วงรบ.อย่าลืมแผนปฏิรูปประเทศ! 5เรื่องใหญ่ต้องทำทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 63 - นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;การปฏิรูปใหญ่ 5 ประเด็นที่ต้องทำและทำทันที&amp;quot; ว่า &amp;quot;จนถึงวันที่ COVID-19 พาเพื่อน The Great Depression มาเยือน ผมไม่คิดอีกต่อไปว่าการปฏิรูปตามแผนปฏิรูปประเทศแบบเดิมประเภท 11 ด้านมีรวมกันเป็นร้อยๆ แผนและกำหนดให้ทำพร้อมกันไปจะประสบความสำเร็จแม้เพียงแค่เบื้องต้นภายในปี 2566 อันเป็นเวลาครบ 5 ปีที่แผนการปฏิรูปประเทศประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคัดเลือกประเด็นออกมาทำโดยเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในเวลาที่เหลืออยู่อีกไม่เต็ม 3 ปีจะทำอย่างไรให้การปฏิรูปประเทศเห็นผล การเลือก Big Rock ที่รัฐบาลชุดนี้มีดำริไว้ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2562 จึงควรเป็นเรื่องใหญ่ประเภท &amp;lsquo;หัวกระสุน&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;หัวรถจักร&amp;rsquo; ที่เมื่อเดินหน้าไปแล้วจะเป็นการลากจูงขบวนรถโดยสารการปฏิรูปประเด็นอื่นตามๆ ไปด้วยโดยอัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอนี้ตั้งใจจะใช้นำเสนอในที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อถึงวาระคณะรัฐมนตรีรายงานผลการปฏิรูปประเทศรอบ 3 เดือนและรอบ 1 ปี แต่เมื่อ COVID-19 แตะปุ่ม ff- fast forward ให้ปัญหาและการเปลี่ยนแปลงเร็วจี๋เช่นนี้ จะมัวแต่รอวันเวลานั้นอีกเดือนเศษๆ หาได้ไม่ ขอนำเสนอต่อสาธารณะ ณ ที่นี้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิรูปใหญ่ที่จะเป็น &amp;lsquo;หัวรถจักร&amp;rsquo; ได้ในมุมมองล่าสุดของผมมีดังนี้... 1. กลไกพิเศษเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและแก้ปัญหาความยากจน 2. กลไกพิเศษเพื่อยกเลิกกฎหายที่ล้าสมัยหมดความจำเป็นและสร้างภาระแก่การใช้ชีวิตหรือประกอบอาชีพของประชาชน (Regulatory Guillotine) 3. ปฏิรูปตำรวจ 4. ปฏิรูปการศึกษา 5. การแก้ปัญหาไฟไหม้ป่าและมลพิษ PM 2.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 1 เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่สุดดังที่เคยเสนอไปก่อนหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 2 หลักการของ Regulatory Guillotine คือกลไกและกระบวนการพิจารณากฎหมายจำนวนมากในครั้งเดียว เพื่อยกเลิกกฎหมายที่ไม่จำเป็น ล้าสมัย หรือปรับแก้ให้สะดวกต่อการปฏิบัติตาม โดยใช้วิธีที่รวดเร็ว โปร่งใส และมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง กฎหมายใดที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์หรือเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจของประชาชนให้ยกเลิกพร้อมกันทันที ส่วนกฎหมายที่จำเป็นแต่ไม่เอื้อต่อการดำเนินชีวิตโดยทั่วไปจะถูกปรับทอนความยุ่งยากซับซ้อนลง วิธีการนี้ดำเนินการประสบความสำเร็จมาแล้วในสวีเดน เกาหลีใต้ เม็กซิโก และเวียดนาม เป็นอาทิ ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายลำดับพระราชบัญญัติเกือบ 1,400 ฉบับ กฎหมายลำดับรองอีกกว่า 100,000 ฉบับระเบียบ กฎเกณฑ์ และแนวปฏิบัติภาครัฐส่วนใหญ่ไม่ยืดหยุ่น ก่อให้เกิดภาระในการบังคับใช้ต่อภาครัฐเองและสร้างภาระต่อประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการในการปฏิบัติตาม การทบทวนและปรับปรุงโดยกลไกและกระบวนการพิเศษจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเร่งด่วนและจะปล่อยให้อยู่ในการตัดสินใจของภาครัฐฝ่ายเดียวไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลชุดที่แล้วตั้งหลักเรื่อง Regulatory Guillotine อย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2561 และเริ่มงานบางด้านจนมีสัมฤทธิผลเห็นชัดทำให้อันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของธนาคารโลก(Ease of doing business) ของประเทศไทยดีขึ้น 6 อันดับในปี 2562 แต่หลังจากนั้นดูเหมือนงานในภาพรวมสะดุดหยุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 3 งานตำรวจคือข้อโซ่แรกของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด หากยังมีปัญหาจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมประชาชน ส่งผลให้ความขัดแย้งที่เกิดจากความรู้สึกและความเชื่อที่ว่ากลุ่มประชาชน 40 % ล่างได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมบานปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 4 มองในระยะยาวแล้วคือรากฐานของปัญหาทั้งมวล ก่อนหน้านี้อันดับการศึกษาของประเทศไทยก็ตกต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมากแล้ว ยิ่งมาเจอสถานการณ์ COVID-19 ที่จะต้องคิดใหม่ทำใหม่ค่อนข้างมาก หากไม่เร่งปฏิรูปโดยด่วน จะยิ่งถูกทิ้งห่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 5 เป็นเรื่องใหญ่ที่จะเกิดขึ้นทุกปี รุนแรงขึ้นทุกปี สร้างความทุกข์ยากให้ประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือ ขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศรับมือกับCOVID-19 คนในพื้นที่เหล่านั้นยังต้องทนทุกข์กับสภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุดในโลก แม้สถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อฝนมา แต่อีกไม่กี่เดือนความเลวร้ายก็จะกลับมาอีก จะต้องแก้ปัญหาที่สมุฏฐานแบบคิดนอกกรอบ กล้าหาญ เช่น กำหนดภายใน 10 ปีรถยนต์บนถนนต้องเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมด หรือการกำหนดนโยบายปลูกพืชอุตสาหกรรมบางชนิดใหม่ทั้งระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประเด็นที่ 1, 3 และ 4 สามารถทำโดยรัฐบาลเสนอร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ซึ่งจะส่งผลข้างเคียงให้เป็นการเปิดประเด็นทางการเมืองใหม่ ๆ ขึ้นมาคู่ขนานและแซงหน้าประเด็นทางการเมืองเดิม ๆ ได้อีกต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าร่างพระราชบัญญัติเสร็จสมบูรณ์สามารถมีผลบังคับใช้ได้ภายใน 2-3 ปี ก็ถือว่าหัวรถจักรเดินหน้าออกจากสถานี ลากจูงการปฏิรูปด้านอื่นตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นที่ 2 และ 5 ในเบื้องต้นสามารถทำได้ทันทีโดยมาตรการทางการบริหาร&amp;quot;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65001</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, ปฏิรูปตำรวจ, ปฏิรูปใหญ่5ประเด็น, วุฒิสภา, ส.ว., แก้จน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eaf7f21835b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039;ปิ๊งไอเดียใช้เทคโนโลยีแก้จน5แนวทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ. 63 &amp;ndash;&amp;nbsp; นายกรณ์ จาติกวณิช ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกล้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;เทคโนโลยี (ช่วย) แก้ปัญหาความยากจนได้อย่างไร?&amp;rdquo; ว่า &amp;ldquo;นี่คือโจทย์ที่เรานัดมาช่วยกันคิดเมื่อวานนี้ครับ โดยสรุปได้แบ่งออกเป็น 5 หัวข้อ ที่เราจะขยายผลต่อไปเพื่อนำไปสู่แผนปฏิบัติ 1.การสร้าง National Platform เพื่อเป็นพื้นที่ e-commerce ให้ประชาชนที่เป็นผู้ผลิตสามารถ เข้าถึงตลาดผู้บริโภคได้โดยตรง 2.การเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการของรัฐ ด้วยการพัฒนาระบบ GovTech 3.การปรับระบบการจัดทำงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสด้วยการอิงกับ data 4.การเพิ่มทักษะทางด้านเทคโนโลยีรวมไปถึงความรู้ทางการเงินพื้นฐานของประชาชน (financial literacy) 5.การบริหารจัดการ data ภาครัฐ ให้ครบถ้วนและเข้าถึงได้ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาประชาชนที่ตรงจุด ผู้เชี่ยวชาญทุกรุ่นมาช่วยกันคิด ช่วยกันทำครับ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57999</URL_LINK>
                <HASHTAG>5วิธี, กรณ์ จาคิกวณิช, พรรคกล้า, แก้จน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e532a51ae454.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ปราศรัยใหญ่ครั้งแรก8ก.พ. เปิดตัวทีมแก้จน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ. 62 - ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์จะจัดปราศรัยใหญ่ครั้งแรกและครั้งสำคัญ หลังจากเว้นว่างมานานร่วม 8 ปี โดยจะมีขุนพลคนสำคัญของพรรค พร้อมการเปิดตัวทีม &amp;quot;ประชาธิปัตย์แก้จน สร้างคน สร้างชาติ&amp;quot; และกลุ่มคนรุ่นใหม่ &amp;quot;NEW DEM พรรคประชาธิปัตย์&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยไฮไลท์สำคัญคือ การปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อโชว์วิสัยทัศน์และนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งทั่วไปปี2562 โดยชูประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต แก้จนสร้างคน สร้างชาติ ที่อาคารชาญชัย อะเคเดียม มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ในวันศุกร์ที่ 8 ก.พ. 2562 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป จึงขอเชิญพี่น้องประชาชนและสมาชิกพรรคมาร่วมรับฟังการปราศรัยใหญ่ชี้แจงถึงนโยบายของพรรคในการพัฒนาฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศครั้งนี้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28454</URL_LINK>
                <HASHTAG>8ก.พ., ธนา ชีรวินิจ, ปชป., ปราศรัยใหญ่, ม.กรุงเทพธนบุรี, แก้จน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c53db1e59d1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อชาติ&#039;ตีปี๊บเปิด6นโยบายแก้จนลดเหลื่อมล้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค. 62 - ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยถึงนโยบายพรรคเพื่อชาติ ที่เน้นและให้ความสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำให้ประชาชน ตลอดจนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสให้คนจน ส่งเสริมเกษตรกรฐานราก และสร้างมาตรฐานด้านสาธารณสุขให้คนไทยว่า ด้วยความที่พรรคเพื่อชาติ เป็นพรรคของประชาชน เป็นพรรคของคนจน นโยบายของพรรคจะเน้นช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ นั่นก็คือคนจน เนื่องจากเกือบห้าปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีอันดับความเหลื่อมล้ำสูงอีกทั้งยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนล่าสุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกแล้ว นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ รวมถึงกองเชียร์พรรคอย่างนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายยงยุทธ ติยะไพรัช ต่างให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพราะต้องการให้คนจนหมดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนทั่วประเทศ จึงออกเป็นนโยบายที่จะนำมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ดังนี้ 1.นโยบายยกระดับโรงพยาบาลตำบลให้มีความทันสมัย ที่ผ่านมารัฐบาลในอดีตก็ได้มีโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่เป็นที่ชื่นชมกันมาก สามารถช่วยเหลือประชาชนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตได้เป็นอย่างดี แต่ปัญหาของโครงการดังกล่าวคือ การเข้าถึงสถานพยาบาล โดยเฉพาะสถานที่ห่างไกล ที่มักจะมีโรงพยาบาลประจำตำบลเล็กๆ ที่มักจะมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอ หากต้องการรักษาบางโรคต้องส่งต่อเข้าโรงพยาบาลใหญ่ในเมือง ซึ่งมักจะมีปัญหาเรื่องของการเดินทางที่ไม่สะดวก ลำบาก พรรคเพื่อชาติจึงได้เสนอนโยบายพัฒนาโรงพยาบาลประจำตำบลทุกตำบล ให้มีเครื่องไม้เครื่องมือ สถานะทัดเทียม ได้มาตรฐาน เหมือนโรงพยาบาลในตัวเมือง มีอุปกรณ์ ห้องผ่าตัดให้ครบ ซึ่งประมาณการไว้ว่าจะโช้งบประมาณแห่งละ 3 ล้านบาท ทั้งประเทศมี 7 พันกว่าแห่ง รวมแล้วใช้เงิน 2 หมื่นล้านเศษ น้อยกว่าซื้อเรือดำน้ำมาเกยตื้นเล่นด้วยซ้ำไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นโยบาย 1 ตำบล 1 นักศึกษาแพทย์ โดยจะให้ทุนกับนักเรียนที่ขาดโอกาส ขาดทุนทรัพย์ในแต่ละตำบลทั่วประเทศได้เรียนแพทย์ โดยไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเด็กเรียนเก่ง ขอเพียงมีใจ อยากเรียนและกลับมาทำงานใช้ทุนที่บ้านเกิด ไปเป็นหมอให้กับตำบลและท้องถิ่นของตนเอง เราต้องให้โอกาสพวกเขา จะไม่มีการตัดสินใครด้วยคำว่าโง่ ว่าแพ้อีก พรรคเพื่อชาติจะเลิกล้มระบบแพ้คัดออก และโง่คัดออก แนวคิดเหล่านี้ต้องหมดไปจากสังคมไทย เพื่อให้โอกาสและสร้างความเท่าเทียมให้กับคนจนทั่วทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.นโยบายโฉนดใบเดียว คือ การยกเลิกเอกสารสิทธิ์ทุกประเภท อาทิ สปก. น.ส.2 และอื่นๆ ให้เหลือเพียงโฉนดเท่านั้น อาจจะมีแบ่งแยกเป็นโฉนดเพื่อการเกษตร เพื่อการปศุสัตว์ หรือเพื่อการประมง เป็นต้น รวมถึงจะใช้มาตราส่วนเดียวกันในโฉนดทุกประเภทด้วย ลดปัญหาความขัดแย้ง และเพิ่มความเท่าเทียมกัน ให้กับเจ้าของโฉนดทุกคน จะไม่มีใครต้องอายใครเวลาถือโฉนดไปกู้เงิน มีค่ามีศักดิ์ศรีเท่ากัน กับโฉนดทุกใบ ไม่เหมือนเอกสารสิทธิ์ ประเภท สปก. และ น.ส.2 ที่มีค่าน้อยกว่าโฉนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.นโยบายยกเลิกการผูกขาดตัดตอนที่เป็นสัมปทาน ที่กีดขวางการพัฒนาโอกาสของคนยากจน ตลอดจนการบังคับการใช้กฎหมายกับบริษัทห้างร้านที่มีอำนาจเหนือการตลาด เอารัดเอาเปรียบประชาชน 5.นโยบายปลอดภาษีรถยนต์ เพื่อการเกษตร และประมง เพื่อช่วยลดต้นทุนปัจจัยการผลิต ให้โอกาสเกษตรกร ในการมีเครื่องมือที่จะใช้ขนส่งสินค้าไปยังที่ต่างๆ โดยรถยนต์ในที่นี้ หมายถึงรถยนต์ทุกประเภท ที่ใช้เครื่องยนต์ มีล้อ เป็นพาหนะ พิสูจน์ได้ว่านำมาใช้เพื่อการเกษตรอย่างแท้จริง รัฐจะไม่คิดภาษี ปลอดภาษี 100%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.นโยบายเงินช่วยเหลือผู้สูงวัย 2,000 บาทต่อเดือน ปัจจุบันประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเราจะมีประชาชนผู้สูงวัยเป็น 1 ใน 5 ของประชาชนทั้งหมด จากเดิมที่คิดเป็นขั้นบันได แต่พรรคเพื่อชาติคิดใหม่ ผู้สูงอายุอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ได้เงินเท่ากันหมด คนละ 2,000 บาทต่อเดือนตลอดชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนโยบายหลักอื่นๆ ของพรรคนั้น จะมีการจัดแถลงใหญ่อย่างเป็นทางการให้พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบพร้อมกันทั่วประเทศในช่วงต้นเดือน ก.พ. อีกครั้ง และในช่วงเวลานี้พรรคเพื่อชาติกำลังอยู่ระหว่างการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในภาคอีสาน &amp;ldquo;เพื่อชาติสัญจร&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 19-26 ม.ค. 2562 โดยเริ่มจากจังหวัด นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และสิ้นสุดที่บุรีรัมย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27293</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.รยุศด์ บุญทัน, พรรคเพื่อชาติ, ลดเหลื่อมล้ำ, เปิด6นโยบาย, แก้จน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c382d1b22355.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
