<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิธา&#039; ปลุกหนักมาก! วาระแห่งชาติแท้จริงเวลานี้คือ ถอนรากถอนโคนระบอบประยุทธ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.64 - นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นต่อกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติว่า แท้จริงแล้ววาระแห่งชาติที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือ การรื้อถอนระบอบประยุทธ์โดยเร็วที่สุดต่างหาก เรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ ตนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า เป็นเรื่องที่บั่นทอนศักยภาพของประเทศ เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องแก้ไขให้ได้โดยเร็ว และต้องให้ความสำคัญเพื่อที่จะนำไปสู่การแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ฟังสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;lsquo;ต้องมุ่งสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบและต้องมีความละอาย&amp;rsquo; อยากทราบจริงๆ ว่า ก่อนพูดได้ส่องกระจกมองตัวเองให้แล้วหรือไม่ เพราะปัญหาการทุจริตที่ควรต้องละอาย ล้วนแล้วแต่อยู่ในรัฐบาลของท่านเองทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่การเข้าสู่อำนาจด้วยการรัฐประหาร ฉีกกฎหมายสูงสุดของประเทศ ปล้นเจตนารมณ์ของประชาชน บอกว่าขอเวลาอีกไม่นาน แต่ก็เกาะเก้าอี้ไม่ยอมปล่อย ถือเป็นเรื่องที่ต้องละอายหรือไม่?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสืบทอดอำนาจ คสช. ด้วยกลไกในรัฐธรรมนูญ มี ส.ว.ที่ คสช.เป็นผู้เลือกมาเอง แล้วให้ ส.ว. เหล่านั้นเลือกตัวเองกลับมาเป็นนายก ด้วยเสียง 100% เป็นการทุจริตประพฤติมิชอบที่ถือเป็นเรื่องที่ต้องละอายหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเลือกบุคคลที่มีประวัติทุจริตประพฤติมิชอบจากการค้ายาเสพติดข้ามชาติมาเป็นรัฐมนตรี และเมื่อพบว่าผิดจริงก็ยังคงให้มีตำแหน่งต่อไป ทำให้แม้แต่กองเชียร์ของท่านเองก็กลืนไม่เข้า คายไม่ออก ถือเป็นเรื่องที่ต้องละอายหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่มีพี่ใหญ่ หัวหน้าพรรคแกนนำรัฐบาล ใส่แหวนวงใหญ่ นาฬิกาหรูหลายสิบเรือน สุดท้ายอ้างว่า แหวนของแม่ ส่วนนาฬิกายืมมาจากเพื่อนที่ตายแล้ว ไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน ทำเอาเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ได้แต่ยิ้มแหย สื่อมวลชนขอให้เปิดเผยข้อมูลก็ส่งมาแต่กระดาษเปล่า ประชาชนส่ายหน้ากันทั้งประเทศ ถือเป็นเรื่องที่ต้องละอายหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไม่เปิดเผยรายงานผลการตรวจสอบคดี &amp;lsquo;บอส กระทิงแดง&amp;rsquo; ที่บุคคลใกล้ชิดกับรัฐบาลอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนสำนวนคดี และเอื้อต่อการหลบหนี เป็นความไม่เปิดเผยและไม่โปร่งใสนี้ ถือเป็นเรื่องที่ต้องละอายหรือไม่? หรือกระทั่งการอยู่อาศัยในบ้านหลวงใช้น้ำและไฟฟรี เป็นการ &amp;lsquo;รับประโยชน์อื่นใด&amp;rsquo; ผิดกฎหมาย ป.ป.ช. มาตลอด 7 ปี พอจะมีการตรวจสอบก็บ่ายเบี่ยง อ้างต้องขอตรงนั้นตรงนี้ ถือเป็นเรื่องที่ต้องละอายหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา ระบุต่อไปว่า เรื่องที่รัฐบาลควรจะละอายใจที่สุด คือ การเป็นต้นตอการแพร่ระบาดของโรคโควิดทั้งสามระลอก จนเป็นเหตุให้ประชาชนคนไทยต้องประสบกับความเดือดร้อนไม่รู้จบ อันเนื่องมาจากการทุจริตภายในและความหละหลวมหย่อนยานของพวกท่าน ซึ่งเห็นได้จากกรณีบ่อนการพนันและการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และยังมีพฤติกรรมน่ากังขาอีกมากมายที่เครือข่ายระบอบประยุทธ์หรือรัฐบาลนี้ได้กระทำ เช่น การเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน การใช้อำนาจโดยมิชอบ การยอมรับว่ามีการทุจริตแต่โบ้ยไปให้ข้าราชการ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทั้งไม่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่สง่างาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เป็นเสาค้ำยันให้กับการทุจริตในประเทศไทยก็คือ ระบอบอำนาจนิยม ระบบอุปถัมภ์เส้นสาย วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด เป็นต้น ดังนั้น ความพยายามในการที่จะขจัดสิ่งเหล่านี้ออกไป เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ให้ได้ก่อน ถึงจะสามารถไปแนะนำสั่งสอนหรือเชิญชวนคนอื่นได้ มิฉะนั้นก็คงเป็นแค่ลมปากที่พูดไปวันๆ หาสาระไม่ได้อีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมองว่า วาระแห่งชาติที่แท้จริง และเหมาะสมในเวลานี้ที่สุดก็คือ การถอนรากถอนโคนระบอบประยุทธ์ ที่เป็นศูนย์กลางของปัญหา ซึ่งหมายถึงกระบวนการทั้งหลาย ที่ทำให้ได้มาซึ่งคนแบบประยุทธ์และคณะ เราจะต้องยุติกลไก ส.ว. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า การสืบทอดมรดกคณะรัฐประหารผ่านการวางกับดักไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับมีชัยนั้น นำมาซึ่งผู้นำประเทศที่บ้าอำนาจ แต่ไร้ความสามารถที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย&amp;rdquo; นายพิธา ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103211</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคก้าวไกล, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, รื้อถอนระบอบประยุทธ์, วาระแห่งชาติ, แก้ทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a23ff7987cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;สวน&#039;ทักษิณ&#039;สอนใช้รธน.แก้จน ไม่ยักปราบโกงสักฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ. 61 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แนะนำแก้จนด้วยการแก้รัฐธรรมนูญว่า ก็ได้ดูบ้าง และถือว่าสิ่งที่กล่าวมาอาจจะไม่ใช่การแก้จนด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ตนคิดว่าแค่เคารพกฎหมายให้มากที่สุดในเวลานี้ทุกอย่างก็จะเดินหน้าไปได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ว่ากันไปตามกลไกรัฐสภา มันมีกำหนดการ มีวิธีการ มีกฎหมาย ครบถ้วนทุกประการ ก็อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการต่อไป ซึ่งรัฐบาลก็สนับสนุนให้มีการแก้ไข แต่จะแก้ไขอย่างไรก็สุดแล้วแต่รัฐสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมาก็เห็นว่ามีรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับ แล้วได้แก้ไขปัญหาเรื่องการทุจริตผิดกฎหมายได้บ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน วันนี้สิ่งที่ผมขอร้องให้ทุกคนเคารพกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเข้าใจในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายว่าแก้ไขไปเพื่ออะไร เพื่อใคร จะเป็นการแก้ไขอะไรก็ตาม&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีความเห็นอย่างไรที่นายทักษิณขยับมากขึ้นเรื่อยๆ นายกฯ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า พูดไปแล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93091</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ, นายกฯ, บิ๊กตู่, รธน., แก้จน, แก้ทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_602a2afe74cc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ประยุทธ์’ชวนต้านโกง ก้าวข้ามค่านิยมอุปถัมภ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เปิดงานต้านโกงผ่านวีดิทัศน์ ลั่นรัฐบาลชูแก้ทุจริตวาระชาติ ลุยแก้กฎหมายอย่างเป็นระบบ ก้าวข้ามค่านิยมอุปถัมภ์ &amp;quot;วัชรพล&amp;quot; ยก 3 ปรากฏการณ์ ทำคอร์รัปชันในไทยลดลง&amp;nbsp; ป.ป.ช.ประสาน ปปง.สอบเส้นทางการเงินบุคคลเอี่ยวคดีบอส รวมถึงพยานปากเอก &amp;quot;จารุชาติ มาดทอง&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม สำนักงาน ป.ป.ช. จัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวเปิดงานผ่านวีดิทัศน์ ตอนหนึ่งว่า วันนี้รัฐบาลกำหนดให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ โดยดำเนินการปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ให้ครอบคลุมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเป็นระบบ ก้าวข้ามค่านิยมอุปถัมภ์ ผลประโยชน์ทับซ้อน ตลอดจนเร่งรัดให้มีการดำเนินคดีต่อผู้กระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในด้านวินัยและอาญาอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และสร้างวัฒนธรรมการทำงานอย่างมีคุณธรรมและความโปร่งใสในสังคมไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในนามของรัฐบาล ผมขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกันดูแลปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและทุกหน่วยงานที่ได้ทุ่มเท เสียสละแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ขอให้พลังแห่งคุณความดี จงปกป้องคุ้มครองท่าน และนำพาประเทศไทยให้เจริญรุ่งเรือง ในโอกาสนี้ ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยและทุกภาคส่วนร่วม แสดงเจตนารมณ์ที่จะประพฤติปฏิบัติตนด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดถือประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน เพื่อสร้างสังคมไทยให้ปลอดจากการทุจริตคอร์รัปชันตลอดไป&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ &amp;lsquo;TaC Team ไทย ลดทุจริต&amp;rsquo; ตอนหนึ่งว่า ในปี 2563 ที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ช.จัดทำมาตรการสำคัญหลายอย่าง โดยเน้นถึงความโปร่งใสที่เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บ่งบอกถึงความปลอดทุจริตของประเทศ ที่จะทวีความสำคัญอย่างต่อเนื่อง จนถึงขั้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีกลไกและเครื่องมือที่สามารถนำไปสู่การพัฒนา และขยายผลต่อได้อย่างกว้างขวาง สำนักงาน ป.ป.ช.จึงเตรียมการพัฒนา Anti Corruption Toolbox เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อแท็กทีมกับทุกภาคส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้การทุจริตยังคงปรากฏอยู่ทั่วประเทศ จะเรียกได้หรือไม่ว่าการทุจริตเป็นเรื่องปกติ แต่ห้วงปีที่ผ่านมามีแนวโน้มในทางบวก เช่น ปรากฏการณ์ที่ 1 ประเมินผลคะแนนเพื่อความโปร่งใสหน่วยงานรัฐ (ITA) ที่เป็นการประเมินหน่วยงานรัฐที่ใหญ่ที่สุดในไทย โดยปี 2563 มีประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนร่วมมากถึง 1.3 ล้านราย มากกว่าปี 2562 ถึง 2 แสนราย โดยหน่วยงานรัฐ 8,303 แห่ง ได้คะแนนเฉลี่ย 67.90 คะแนน สูงกว่าปี 2562 เล็กน้อย ขณะที่หน่วยงานภาครัฐส่วนกลางมีผลการประเมินเฉลี่ยผ่านค่าเป้าหมาย 85 คะแนน ส่วนหน่วยงานภาครัฐรายจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีคะแนนเฉลี่ย 72.57 คะแนน ยังต่ำกว่าค่าเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปรากฏการณ์ที่ 2 คือการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนของชมรม Strong ต่อต้านการทุจริต ทวีความเข้มแข็งอย่างน่าจับตามอง เช่น การแจ้งเบาะแส ประเด็นการเสี่ยงทุจริต โดยเมื่อเร็วๆ นี้ มีการเปิดโปงขบวนการเงินทอนโครงการเที่ยวด้วยกันในจังหวัดแห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นับเป็นการป้องกันการทุจริตเชิงรุกจากภาคประชาชน และปรากฏการณ์ที่ 3 คือ คำกล่าวหาร้องเรียนการทุจิตสู่สำนักงาน ป.ป.ช.ในปี 2563 มีจำนวน 6,893 เรื่อง ลดลงจากในปี 2562 กว่า 1,900 เรื่อง ขณะที่วงเงินงบประมาณตามการร้องเรียนในปี 2563 มีประมาณ 9 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ที่มีกว่า 2.3 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง 3 ปรากฏการณ์ดังกล่าว มีความสัมพันธ์กันและมีแนวโน้มในทางบวก โดยความโปร่งใสมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นประเด็นสำคัญในการป้องกันการทุจริตที่เป็นสากล การมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งผลต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หยุดยั้งก่อนกระทำผิด อาจส่งผลให้จำนวนการกล่าวหาเรื่องทุจริตในปี 2563 ลดลง และอาจอนุมานได้ว่าความโปร่งใสหน่วยงานรัฐและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญป้องกันและลดการทุจริต อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 9 ธ.ค. เป็นวันสัญลักษณ์ที่ผู้นำประเทศประสานพลังแท็กทีมทำ Together Against Corruption (TaC) เพื่อต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก&amp;quot; ประธาน ป.ป.ช.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าภายหลังได้รับรายงานผลข้อเท็จจริงคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ชุดคณะทำงานของนายวิชา มหาคุณนั้น พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ และดูข้อกฎหมายอะไรต่างๆ ก่อนที่จะนำเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงาน ป.ป.ช.เผยว่า ปัจจุบันคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น โดยดูรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดี รวมถึงข้อเท็จจริงในรายงานของคณะทำงานชุดนายวิชา และได้มีประสานข้อมูลไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินบุคคลที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งหมดแล้ว เพื่อนำมาตรวจสอบว่ามีการได้รับเงินหรือผลประโยชน์อื่นใดหรือไม่ รวมถึงบัญชีเงินฝากของนายจารุชาติ มาดทอง พยานปากเอกที่เสียชีวิตไปแล้วด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86462</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่านิยมอุปถัมภ์, งานต้านโกง, ป.ป.ช., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ทุจริต, แก้ทุจริตวาระชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd0e2d45f503.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
