<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์ฮึ่มใส่ม็อบพีมูฟ ขอฟรีทุกเรื่องคงให้ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งปลูกป่าพื้นที่บ้านพักตุลาการ &amp;nbsp; ลั่นไม่ให้ใครเข้าอยู่แน่ กำชับคณะทำงานหาที่สร้างใหม่ทดแทน ย้ำต้องไม่กระทบสิ่งแวดล้อม ฮึ่ม! ใส่กลุ่มพีมูฟ เคลื่อนม็อบระวังผิดกฎหมาย ยันรัฐบาลแก้ปัญหาที่ดินทำกินเต็มที่ &amp;quot;ครม.&amp;quot; ยืดอายุ กก.กองทุนฟื้นฟูฯ 180 วัน &amp;quot;รมว.เกษตรฯ&amp;quot; รับปากนายกฯ สางหนี้เกษตรกรจบภายใน 6 เดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการ จ.เชียงใหม่ ว่าวันนี้ได้ข้อสรุปหลังหารือร่วมกัน คือให้มีการปลูกป่า โดยมีแผนงานที่ชัดเจน ตนได้มอบหมายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ทหาร กอ.รมน. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปร่วมในแผนงานดังกล่าวให้ทันฤดูฝนนี้ ซึ่งจะพยายามหาต้นไม้ที่โตเร็วและกลมกลืนกับภูมิประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมีคำสั่งว่าไม่ให้อยู่โดยแน่นอน แน่ชัด ได้ให้คณะกรรมการฯ ไปจัดหาพื้นที่ใหม่ เพราะเป็นสิทธิของข้าราชการที่ต้องมีบ้านพักอาศัยตามกฎหมาย รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลสวัสดิการตรงนี้ อย่าไปมองว่าชาวบ้านยังไม่มีเลยแล้วข้าราชการต้องมี ก็เขาเป็นข้าราชการ ไม่เช่นนั้นทุกคนถ้าอยากมีต้องสอบให้ได้เป็นข้าราชการ แล้วโตขึ้นมาก็จะมีบ้าน แต่บางคนก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ รัฐบาลสร้างให้หมดไม่ได้ต้องเสียค่าเช่าบ้าน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ในการหาพื้นที่ใหม่กำลังพิจารณาพื้นที่ที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งหายาก แต่ต้องหาให้ได้ ขณะเดียวกันต้องพิจารณาแบบก่อสร้างให้อยู่ในกรอบกติกาที่กำหนด ถือเป็นการแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี คือแก้ปัญหาด้วยหลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่อาจจะรับเรื่องร้องเรียนอื่นๆ ขึ้นมาอีก เรื่องเก่าแก้ให้ได้เสียก่อน ขอให้ไว้เนื้อเชื่อใจ ในเมื่อผมไม่ให้ใครอยู่ก็ไม่ให้ใครอยู่ เรื่องจะรื้อ-ไม่รื้อคณะกรรมการฯ ไปว่ากันมา ถ้าจะรื้อต้องหาผู้รับผิดชอบมาให้ได้ เพราะเป็นงบประมาณของแผ่นดิน อาจจะบานปลายสู่การตรวจสอบย้อนหลังไปอีกเยอะ ก็ต้องทำต่อไป&amp;quot; นายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้รายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบการแก้ไขปัญหาบ้านพักตุลาการที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา และมีความคืบหน้าในเรื่องการพิจารณาตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมา โดยประกอบด้วยหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเครือข่ายประชาชน เพื่อทำหน้าที่อำนวยการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังจะมีคณะทำงานอีก 2 ชุด ประกอบด้วยการวางแผนฟื้นฟูระบบนิเวศเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ และอีกชุดหนึ่งเป็นคณะทำงานเพื่อพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง และการทำป่าให้สมบูรณ์ต่อไป ทั้งนี้ ทุกอย่างให้ดำเนินการในพื้นที่และเป็นไปตามที่เจรจาตกลงกันเอาไว้&amp;quot; นายสุวพันธุ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า การแก้ไขปัญหาครั้งนี้จะต้องพิจารณายกเลิกมติ ครม.เก่าที่ให้ปลูกสร้างบ้านดังกล่าวหรือไม่ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ยังตอบอะไรในเรื่องดังกล่าวไม่ได้ แต่เมื่อมีคณะกรรมการชุดที่กำลังจะตั้งขึ้น แล้วก็ให้เขาดำเนินการต่อไปว่าจะมีแนวทางอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีหลายเรื่องที่จะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เช่น ต้องมีพื้นที่รังวัดให้ชัดเจน แล้วจะทำอย่างไรต่อไปกับพื้นที่นั้น ทุกอย่างมีกลไกทั้งหมดอยู่แล้ว เชื่อว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย&amp;quot; รมต.ประจำสำนักนายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้ากรณีกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ปักหลักชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาที่ดินทำกินให้คนจนบริเวณหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหาที่ทำกินมีอย่างเดียว โดยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) จัดหาพื้นที่ให้มีบ้านที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน ซึ่งมีการมอบเอกสารสิทธิที่ไม่สามารถขายต่อได้ไปบ้างแล้วจำนวนล้านกว่าไร่ ตอนนี้ทำไปกว่า 60 จังหวัด แต่จะทำให้มากที่สุด ทั้งในที่ดินที่หมดจากสภาพป่า ที่ราชพัสดุ ที่สามารถทำได้ตามกฎหมาย เมื่อถึงจุดอิ่มตัวถ้าเรายังคงมุ่งมั่นทำการเกษตรอย่างเดียว 5-15 ไร่ ปัญหาจะให้ทุกคนได้อย่างไร ในเมื่อมีเป็นล้านคน ซึ่งต้องถามข้าราชการระดับล่างด้วย ที่ทำงานมาทั้งหมดก็ต้องการมีที่ดินเหมือนกัน เกษียณไปแล้วไม่มีเงินทองปลูกบ้านด้วยซ้ำไป รัฐบาลก็ต้องดูแลส่วนนี้ด้วย ถ้าเราเรียกร้องอย่างเดียว อะไรๆ จะขอฟรีทุกเรื่องคงลำบาก เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกับสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการแก้ปัญหาพีมูฟวันนี้ย้ายไปกระทรวงโน้นกระทรวงนี้ ก็ระมัดระวังด้วยก็แล้วกัน ทำให้มันถูกต้องตามกฎหมาย การจะไปชี้ตรงโน้นตรงนี้เอาเองไม่ได้หรอก แล้วถ้าทุกคนทั้งประเทศลุกขึ้นมาชี้แล้วจะไปกันอย่างไร สื่อกรุณาไปสร้างความเข้าใจด้วย รัฐบาลก็รับไปพิจารณาในกลุ่มคณะทำงานอนุกรรมการในเรื่องของการจัดหาพื้นที่ให้อยู่แล้ว ก็ต้องอดทน เราอยากจะทำให้ดีที่สุด ไม่เช่นนั้นก็ต้องเอาป่าอุทยาน ป่าต้นน้ำมาแจกกันหมด มันก็เป็นไปไม่ได้ ที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) บางพื้นที่น่าจะจัดได้ก็บุกรุกเต็มพื้นที่ ส.ป.ก.เข้าไปอีก ผมถามว่าการสู้รบกับคนที่มีรายได้น้อยมันยากง่ายเพียงใด ถ้าง่ายทุกรัฐบาลคงทำสำเร็จไปแล้ว แต่รัฐบาลนี้ต้องหาหนทางปฏิบัติให้ได้โดยที่ไม่มีปัญหาต่อไปในอนาคต&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชนของ ครม.ว่า เรื่องนี้ ครม.มีมติรับทราบไปก่อน เพราะต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ บางพื้นที่ที่ประชาชนเรียกร้องมาอาจจะไปทับซ้อนกับเอกสารสิทธิ ที่ดินของกรมธนารักษ์ หรือที่ของทางราชการ ซึ่งต้องไปดูแยกแยะให้ชัดเจน ในเรื่องกฎระเบียบ กฎกระทรวงต่างๆ ด้วย ถ้าตรงไหนทำได้ตนก็จะให้ทำ เร่งรัดดำเนินการให้โดยเร็ว คงใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการนำกลับมาเสนอเข้าหารือในที่ประชุม ครม.อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องข้อเรียกร้องของกลุ่มพีมูฟเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ได้รายงานความคืบหน้าการทำงานของคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ที่ประชุม ครม.ทราบแล้ว และได้เสนอให้ ครม.มีมติมอบให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนนำไปแก้ไขโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจะหารือกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ ที่แก้ไขปัญหาพีมูฟ เพื่อเรียกประชุมคณะอนุกรรมการฯ โดยเร็ว ถ้าสามารถทำได้ในสัปดาห์นี้จะทำเลย&amp;quot; นายสุวพันธุ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.เกษตรและสหกรณ์) แถลงผลการประชม ครม.ว่า ครม.เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ ครั้งที่ 2 ไปอีก 180 วัน นับแต่วันที่ 13 พ.ค.-12 พ.ย.นี้ ต่อเนื่องจากการขยายระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ระยะแรกที่เริ่มเมื่อวันที่ 14 พ.ย.2560 และจะสิ้นสุดลงในวันที่ 12 พ.ค. โดยการขอขยายระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ ครั้งนี้ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูฯ ได้แล้วเสร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎากล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่ผ่านมา กองทุนฟื้นฟูฯ ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกไปแล้ว 1,670 ราย วงเงิน 481.79 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการเจรจากับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ 9,009 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในที่ประชุม ครม. นายกฯ สั่งกระทรวงเกษตรฯ ให้เร่งดำเนินการสะสางปัญหาหนี้สินกองทุนให้เสร็จเป็นครั้งสุดท้าย เพราะมีการขยายเวลาดำเนินการมาหลายครั้ง โดยผมได้ประกาศในที่ประชุม ครม.ต่อหน้านายกฯจะดำเนินการให้เสร็จภายใน &amp;nbsp;6 เดือน หรือภายใน 12 พ.ย.นี้&amp;quot; นายกฤษฎากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.เกษตรฯ ยอมรับว่าการดำเนินการที่ผ่านมากองทุนฟื้นฟูฯ ไม่อาจบริหารจัดการได้ เนื่องมาจากปัญหาความไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการกองทุน ความเป็นเอกภาพในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ รวมไปถึงปัญหาการแต่งตั้งคณะกรรมการที่ไม่อาจดำเนินการได้ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ทำให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรหยุดชะงัก ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ จึงได้มีการออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 26/2560 กำหนดให้มีคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ ขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ได้สอบถามทำไมต้องขอขยายเวลาถึง 2 รอบ และขยายแล้วทำไมไม่สำเร็จ ซึ่งนายกฤษฎาชี้แจงว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการฯ และเลขาธิการกองทุนฟื้นฟูฯ อาจจะมีความเห็นไม่สอดคล้องกับเกษตรกร เป็นการขัดกันเล็กๆ แต่ไม่ถึงกับขัดแย้งกัน เมื่อความเห็นไม่ตรงกัน จึงเกิดความไม่ไว้วางใจต่อกัน จึงขับเคลื่อนไม่ได้ ทำให้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสนอขยายเวลาเป็นครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ได้สั่งการเพิ่มเติมว่า ประเด็นที่เป็นปัญหาตามที่กรรมการชุดที่ผ่านมาแก้ไขปัญหาหนี้ให้เกษตรกรไม่สำเร็จ ให้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบมีความผิดเกิดขึ้น ให้ดำเนินการตามที่ คสช.เคยมีคำสั่ง โดยให้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน ตรวจสอบให้เสร็จภายใน 30 วัน หากไม่แล้วเสร็จให้ขยายได้อีก 30 วัน และหากพบข้อมูลความผิดชัดเจน ก็ให้ดำเนินการทางอาญาและส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8800</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มพีมูฟ, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, บ้านพักตุลาการ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สั่งปลูกป่า, สางหนี้เกษตรกร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หาที่สร้างใหม่ทดแทน, แก้ปัญหาบ้านพักตุลาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1af059fbd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง2คณะทำงาน 27พ.ค.คิกออฟ ฟื้นฟู&#039;ป่าแหว่ง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งคณะทำงาน 2 ชุดแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการ ดึงตัวแทนท้องถิ่น-ภาคประชาชนร่วมกับภาครัฐ ธนารักษ์ขอเข้ารังวัดแนวเขต 10 พ.ค. คิกออฟปลูกต้นไม้ฟื้นฟูป่าแหว่ง 27 พ.ค. ขณะที่ศาลรอหนังสือตอบกลับจากรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม เวลา 13.30 น. นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมหารือผู้เกี่ยวข้องและเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 หลังจากได้ข้อสรุปร่วมกันในการเจรจาร่วมกับนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตัวแทนของรัฐบาลเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้มีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่, อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย, ชลประทานเชียงใหม่ รวมทั้งตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เช่น นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ, นายชัชวาล ทองดีเลิศ และ น.ส.ลักขณา ศรีหงส์ เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้แจ้งผลสรุปของการหารือร่วมกับนายสุวพันธุ์ 3 ด้านเพื่อเป็นกรอบในการทำงาน ก่อนจะให้ทุกฝ่ายได้เสนอทิศทางและการตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อน และมีข้อสรุปร่วมกันคือ ให้มีการตั้งคณะทำงาน 2 ชุดใหญ่ คือคณะที่จะทำงานด้านการฟื้นฟูป่า และคณะที่จะจัดการกับอาคารสิ่งปลูกสร้างเพื่อทำเป็นป่าที่สมบูรณ์ โดยแต่ละคณะมีตัวแทนร่วมกันทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น และภาคประชาชน &amp;nbsp;เบื้องต้นการปลูกป่าฟื้นฟูจะเริ่มทำในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ในพื้นที่ที่สามารถดำเนินการได้ไปก่อนแล้วค่อยทำเป็นระยะๆ ไปจนครบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีการสำรวจแนวเขตเพื่อรังวัดพื้นที่ ธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ได้ทำหนังสือขออนุญาตไปยังศาลยุติธรรมเพื่อเข้าไปดำเนินการในวันที่ 10 พ.ค. แต่ขึ้นอยู่กับศาลจะพิจารณาอนุญาตให้เข้าไปรังวัดหรือไม่และเป็นวันไหน สำหรับการส่งมอบพื้นที่คืนกรมธนารักษ์ น่าจะสามารถดำเนินการได้ในเดือน ก.ค. หลังจากมีการรับมอบงานจากผู้รับเหมาในเดือน มิ.ย.นี้ สำหรับการส่งมอบพื้นที่ให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ต้องหารือในรายละเอียดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพระบุว่า จะเปิดรับความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ในการเสนอแนวทางร่วมกันเพื่อหาทางออก โดยเฉพาะในข้อกฎหมายที่ยังติดขัดอยู่ เพราะถือว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และเป็นบทเรียนที่จะไม่เกิดปัญหาข้อพิพาทในลักษณะดังกล่าวนี้ในประเทศไทยต่อไปอีกในอนาคต พร้อมแสดงความกังวลว่าภาครัฐจะยื้อเวลา และจะไม่นำไปสู่การรื้อบ้านพักตุลาการหรือบ้านป่าแหว่ง โดยได้ย้ำว่าหากผิดจากเจตนารมณ์ ไม่ได้รับความคืบหน้าในเร็ววัน จะมีการยกระดับการเคลื่อนไหว ซึ่งรองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ได้อธิบายให้เข้าใจตรงการในการทำงานที่ต้องมีความรอบคอบและอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายพุฒิพงศ์กล่าวสรุปว่า ที่ประชุมมีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามแผนระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว รวม 2 คณะ คือ คณะทำงานด้านการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และคณะทำงานปรับโครงสร้างเพื่อดำเนินการกับสิ่งปลูกสร้างให้กลับเป็นป่าสมบูรณ์ โดยมีการกำหนดรายชื่อตัวแทนจากภาครัฐและเครือข่ายส่งไปให้หัวหน้าผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรีดำเนินการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคณะทำงานจะทำงานควบคู่กันไปโดยมีคณะอำนวยการที่มีผู้ว่าฯ เชียงใหม่เป็นประธานช่วยดูแลให้งานเดินหน้าไปโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกิจกรรมเริ่มต้นในการปลูกป่าที่ทำได้ทันทีคือ การเข้าไปปลูกป่าในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ตามมติเดิมเพื่อเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ซึ่งจะมีทั้งการปลูกต้นไม้ในพื้นที่บางส่วนของอาคารชุดและทำฝายสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่โดยรอบ สำหรับพื้นที่บริเวณบ้านเดี่ยว 45 หลังยังไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ &amp;nbsp; เพราะยังไม่มีการส่งมอบพื้นที่การก่อสร้างจากเอกชนให้แก่ศาล ซึ่งมีกำหนดส่งมอบพื้นที่คืนในวันที่ 20 &amp;nbsp;มิ.ย.61 จึงไม่อยากให้ใจร้อนเพราะของราชการไม่สามารถหายไปไหนได้ จึงต้องมีคณะทำงานมาช่วยกันพิจารณาทางที่เหมาะสม และข้อกฎหมายมีทางให้เดินอยู่ ถึงที่สุดอาจจะใช้คำสั่งของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ได้ หากพิสูจน์ได้ว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย แต่ตอนนี้ยังไปไม่ถึงจุดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาติชาย นาคทิพวรรณ ผู้อำนวยการส่วนจัดการต้นน้ำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 &amp;nbsp;เชียงใหม่ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ จากการประเมินแบ่งออกเป็น 3 โซน &amp;nbsp;คือโซนลำห้วยสองด้าน คือห้วยแม่ชะเยืองและแม่จอกหลวง โซนอาคารชุด 9 หลัง และโซนรอบๆ นอกจากต้นไม้ใหญ่ ต้องมีการปลูกพืชคลุมดิน เพื่อป้องกันการพังทลาย หญ้าแฝก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความลาดชัน สำหรับพันธุ์ไม้ที่นำมาปลูกจะเน้นพันธุ์ไม้พื้นถิ่น เช่น คำมอกหลวง คูน อินทนิล ตะขบ มะขามป้อม สัก เต็ง รัง พลวง ซึ่งขณะนี้มีกล้าเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว รวมทั้งไม้อื่นที่เหมาะสมเพื่อความหลากหลายในการกลับคืนสู่ธรรมชาติ โดยทั้ง 3 โซนที่กำหนดก็จะดำเนินการไปตามระยะและขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สุรินทร์ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ทส.มีความพร้อมที่จะเข้าสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าวโดยการปลูกป่า ขณะนี้ได้เตรียมกล้าไม้เอาไว้พร้อมแล้ว เพื่อรองรับฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้ สำหรับต้นไม้ที่จะใช้การฟื้นฟูในครั้งนี้จะเป็นไม้ถิ่นที่เข้ากับพื้นที่ได้ เพราะบริเวณตรงนั้นเป็นป่าเต็งรัง ต้นไม้ที่เตรียมไว้จะเป็นไม้เต็ง &amp;nbsp;ไม้รัง ไม้แดง ไม้ประดู่ มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ อาทิ ไม้ใหญ่ 1,600 ต้น กล้าไม้ 4,000 ต้น รวมถึงหญ้าแฝก พืชคลุมดิน และฝายชะลอน้ำขนาดเล็ก 110 ฝาย โดยจะเริ่มปลูกพร้อมกันในวันที่ 27 พ.ค.นี้ &amp;nbsp;อีกทั้งในวันที่ 29 พ.ค.จะตรงกับวันต้นไม้แห่งชาติ จะถือโอกาสในการปลูกป่าพร้อมกันทั่วประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สุรศักดิ์เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ในวันที่ &amp;nbsp;8 พ.ค.นี้ ทส.จะเสนอขอความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. &amp;hellip; ซึ่งหากที่ประชุม ครม.เห็นชอบจะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีส่วนร่วมในการดูแลป่า ทั้งป่าไม้และป่าเศรษฐกิจ เป็นกฎหมายที่ชาวบ้านเฝ้ารอมานานกว่า 10 ปีแล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนสามารถอนุมัติได้ แต่รัฐบาลนี้จะผลักดันให้เป็นผลสำเร็จ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ได้มีมติทำหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อขอแนวทางแก้ปัญหาว่า หากรัฐบาลจะให้สำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการอย่างไรก็ไม่ขัดข้องที่จะดำเนินการ ดังนั้นเมื่อสำนักงานศาลยุติธรรมได้มีหนังสือถึงรัฐบาลไปแล้ว และผลการประชุมที่มีข้อสรุปเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา หากมีข้อตกลงอย่างไรบ้างเข้าใจว่าคงจะมีการนำกราบเรียนให้รัฐบาลทราบ และขั้นตอนหลังจากนั้นเข้าใจว่าคงจะมีหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการมายังสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมจะเสนอให้ &amp;nbsp;ก.บ.ศ.พิจารณาต่อไป แต่ในขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด คงต้องรอหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการก่อน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ &amp;quot;ต้องถาม&amp;quot; กรณีข้อสรุปของรัฐบาลเกี่ยวกับบ้านพักตุลาการบริเวณเชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ว่า เห็นด้วยที่จะคืนพื้นที่ก่อสร้าง ส่วนต้นทุนที่ลงไปแล้วต้องแบกรับ เพื่อยืนยันความต้องการของเราและเป็นวิธีการปรามจากพื้นที่อื่นๆ ซึ่งได้ยินมาเหมือนกันว่ามีอีกหลายพื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายกันกับกรณีดังกล่าว จะได้หยุดยั้งไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การก่อสร้างครั้งนี้ถูกกฎหมาย หากมีการรื้อถอนถือว่าผิดกฎหมายใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับความต้องการของรัฐ ซึ่งถือเป็นโครงการใหม่ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพของพื้นที่ และยังมองไม่เห็นว่าการที่รัฐตัดสินใจในลักษณะดังกล่าวจะผิดกฎหมาย ถ้าผิดจริงแสดงว่าสิ่งที่รัฐตัดสินใจจะทุบหรือรื้อไม่ได้เลยใช่หรือไม่ ซึ่งไม่น่าใช่ อย่างไรก็ตาม บริเวณดอยสุเทพยังมีร้านอาหาร สวนสัตว์ซาฟารี และอื่นๆ ซึ่งควรเข้าไปดูให้เป็นไปตามที่ต้องการและควรทำให้สอดคล้องเป็นหลักการเดียวกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8724</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิกออฟปลูกต้นไม้ฟื้นฟูป่าแหว่ง, นายชาติชาย นาคทิพวรรณ, นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย, เครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ, แก้ปัญหาบ้านพักตุลาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af0625582e4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
