<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2020 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2020 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พท.&#039;ขานรับนัดหารือผ่าวิกฤตประเทศชี้อยากให้&#039;รบ.-ผู้ชุมนุม&#039;เปิดโต๊ะเจรจา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.63-นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ในวันที่ 19ต.ค.เวลา 09.00 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกหารือหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค ตัวแทนวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้านที่รัฐสภา เพื่อหารือแนวทางที่สภาจะช่วยหาให้สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้คลี่คลายลงได้ หัวข้อที่หารือคงไม่ใช่เพียงแค่การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ แต่จะหารือถึงแนวทางอื่นๆด้วย เช่น การแก้รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวว่า ในส่วนพรรคเพื่อไทย จะส่งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายสมคิด เชื้อคง รองประธานวิปฝ่ายค้าน ร่วมหารือ ซึ่งแนวทางที่พรรคเพื่อไทยจะนำเสนอมีทั้งการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ การแก้รัฐธรรมนูญ การเปิดโต๊ะเจรจาหาทางออกระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุม ความเหมาะสมในการประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในเรื่องการเปิดประชุมสมัยวิสามัญนั้น มีความจำเป็นอยู่ แม้ขณะนี้จะเหลือเวลาอีก 11-12วัน จะเปิดประชุมสภาตามปกติในวันที่ 1พ.ย. แล้วก็ตาม แต่ระยะเวลาที่เหลือหลังจากนี้จนถึงการเปิดประชุมสภาตามปกติ สถานการณ์จะพัฒนาไปเร็วมาก มีความสำคัญทุกวัน ไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะเปลี่ยนไปในทิศทางใด ขณะนี้พรรคเพื่อไทยเตรียมรายชื่อส.ส.ที่จะขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญไว้หมดแล้ว สามารถยื่นต่อสภาได้ในวันที่ 19 ต.ค.นี้ ถ้าฝ่ายรัฐบาลต้องการเปิดประชุมสมัยวิสามัญจริง สามารถเข้าชื่อมาได้ คงใช้เวลารวบรวมรายชื่อไม่นาน ถ้าเร่งทำกันจริงๆเชื่อว่า จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ก่อนวันที่1พ.ย.แน่ แม้จะเปิดได้เร็วขึ้นกว่าเดิมไม่กี่วัน แต่ก็มีความสำคัญ เพราะสถานการณ์ขณะนี้ทุกวันมีค่ามาก ตัดสินใจช้าแค่ 1-2วัน อาจทำให้สถานการณ์มีผลไปในทางเลวร้ายได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80988</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุม, นายสุทิน คลังแสง, เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ, แก้ปัญหาประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a86225568f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จตุพรนั่งทางใน เชื่อ‘พฤษภาคม’ แฟลชม็อบพรึ่บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; ฟันธง พ.ค.นี้แฟลชม็อบพรึ่บแน่ จี้ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ทำตามข้อเรียกร้องต้องลาออก-แก้ รธน.ตั้ง ส.ส.ร. เสียสละก่อนจบลงด้วยความสูญเสียกลายเป็นทรราช &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; สวดรัฐบาลไร้น้ำยาแก้ปัญหาประเทศ วอนช่วยกันคิดเปลี่ยนแปลงการเมืองก่อนหายนะ โฆษก พท.ยันฝ่ายค้านเดินหน้าตรวจสอบซักฟอกรัฐบาลนอกสภาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวตอนหนึ่งในรายการลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ ถึงขบวนการนักศึกษาแฟลชม็อบว่า เมื่อรวบรวมข้อเรียกร้องของนักศึกษามี 3 ประเด็น 1.นายกรัฐมนตรีต้องลาออก 2.แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 และ 3.ยกเลิกองค์กรอิสระที่ได้รับการแต่งตั้งระหว่างยึดอำนาจ โดยทั้ง 3 ข้อเรียกร้องนี้ แม้ได้รับการแก้ไขเพียงข้อใดข้อหนึ่ง แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก แต่รัฐธรรมนูญไม่แก้ ประเทศก็อยู่ที่เดิม เนื่องจากก็ไปทำอะไรองค์กรอิสระไม่ได้ ข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อจึงผูกกันไปหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้ารัฐบาลไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของนักศึกษา จะทวีความเติบโตตามลำดับ ท้ายที่สุดหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าไปไม่พ้น ถ้ารัฐบาลไม่เป็นฝ่ายเสียสละ เพราะอยู่ไปก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ถามพล.อ.ประยุทธ์ว่า อยู่ต่อไปเวลานี้มีเวลาบวกหรือไม่ ผมบอกว่ามีแต่ลบลงทุกวัน แต่ทั้งหมดนั้นนายกรัฐมนตรีต้องเสียสละ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า ใน 3 ข้อเรียกร้องของนักศึกษานั้น ถ้าทุกอย่างได้รับการแก้ไขครบหมด ประเทศจะเดินต่อไปได้ เรามาเริ่มเบื้องต้นกันด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิด ส.ส.ร.ก่อน ถ้าเบื้องต้นไม่จบ ยุบสภาก็ใช้รัฐธรรมนูญเดิมอีก คำตอบก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ดังนั้นสังคมไทยจึงอยู่ท่ามกลางสังคมอกแตก แต่ละฝ่ายล้วนอึดอัด ถ้ารัฐบาลไม่เป็นฝ่ายเสียสละแล้ว คำว่าตายก่อนแก้จะเป็นความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าตราบใดนักศึกษาสู้ในมหาวิทยาลัย รัฐบาลยังไม่ใช้กำลังปราบปราม และนักการเมืองต้องไม่เข้าไปยุ่ง ผมก็ไม่เข้าไปยุ่ง แต่ถ้าปราบปรามวันไหน วันนั้นก็คือวันของผมต้องเข้าไปยุ่ง คาดว่าในเดือนมีนาคมทั้งเดือน แต่ละมหาวิทยาลัยจะเวียนกันจัดแฟลชม็อบรอบ 2 แล้วมาถึงเดือนพฤษภาคมจะพรึ่บกันหมด เพราะวิวัฒนาการของรัฐบาล แก้ไขปัญหากันไม่ได้สักเรื่อง ถ้ารัฐบาลปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของนักศึกษา อย่างน้อยเราก็จะได้ยุติวิกฤติ&amp;quot; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ขณะนี้คนไทยอยู่ด้วยความรู้สึกอึดอัด คือเดือดร้อนกันทั่วไปหมด และรู้ว่าต่อจากนี้ไปจะเดือดร้อนกว่านี้อีกมาก รู้ว่ารัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ได้แต่คิดว่ารัฐบาลนี้จะอยู่อีกนานมั้ย เดิมสภาพเศรษฐกิจก็แย่มากอยู่แล้ว แต่ปัญหาไวรัสโควิด-19 กำลังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งโลก ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยแล้ว และจะส่งผลกระทบมากขึ้นอีกมาก น่าจะพูดได้ว่าคนไทยเกือบทุกฝ่ายทุกภาคส่วนเห็นพ้องต้องกันว่ารัฐบาลนี้แก้ปัญหาประเทศไม่ได้แน่ และหากปล่อยให้บริหารต่อไปประเทศไทยคงก้าวสู่ความวิบัติหายนะ แต่เมื่อมาดูระบบกลไกทางการเมืองที่จะเปลี่ยนรัฐบาล ก็จะพบว่ายังเป็นไปได้ยากมากในระบบรัฐสภา พรรคฝ่ายค้านอ่อนแอลง และอยู่ระหว่างการปรับตัว ในส่วนของการเคลื่อนไหวของนักศึกษาทั่วประเทศนั้น ก็ยังต้องอาศัยเวลาที่จะสะสมกำลัง นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองคือ ประชาชนกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่เดือดร้อนและกำลังจะเดือดร้อนมากขึ้น แต่ยังไม่กล้าหรือยังไม่มีวิธีแสดงออก
เปลี่ยนแปลงก่อนหายนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ ยิ่งอยู่นาน ประชาชนก็ยิ่งเดือดร้อน ต่อไปคนก็จะยิ่งมีข้อสรุปว่าต้องเปลี่ยนรัฐบาล แต่ระบบกติกาก็ทำให้เปลี่ยนรัฐบาลยากมาก จำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก ประเทศไทยกำลังอยู่ในสภาพที่กำลังเดินหน้าสู่ความวิบัติหายนะ สิ่งที่ทุกฝ่ายทุกภาคส่วนในสังคมไทยต้องช่วยกันคิดอย่างจริงจังก็คือ จะทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก่อนที่บ้านเมืองจะหายนะ หรือจะเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงวิบัติหายนะได้อย่างไร&amp;quot; นายจาตุรนต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;คุณไว้วางใจฝ่ายค้านหรือไม่?&amp;rdquo;ระหว่างวันที่ 2-5 มีนาคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค รวมทั้งสิ้น &amp;nbsp;2,510 หน่วยตัวอย่าง โดยเมื่อถามด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อข้อมูลเด็ดของฝ่ายค้านในการมัดรัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจนดิ้นไม่หลุด พบว่า ร้อยละ 32.02 ระบุว่ามีข้อมูลเด็ดที่สามารถมัดรัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายจนดิ้นไม่หลุด, ร้อยละ 44.90 ระบุว่ามีข้อมูล แต่ไม่เด็ดเพียงพอที่จะมัดรัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายจนดิ้นไม่หลุด และร้อยละ 14.00 ระบุว่าไม่มีข้อมูลเด็ดเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเชื่อของประชาชนต่อกระแสข่าวที่ว่า พรรคเพื่อไทยมีข้อตกลงพิเศษกับรัฐบาลในการทำให้รัฐมนตรีบางรายไม่ต้องถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื่องจากข้อจำกัดทางเวลา พบว่า ร้อยละ 10.05 ระบุว่าเชื่อมาก, ร้อยละ 23.16 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อ, ร้อยละ 27.63 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อ และร้อยละ 30.75 ระบุว่าไม่เชื่อเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการไว้วางใจของประชาชนต่อฝ่ายค้านในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล พบว่า ร้อยละ 26.28 ระบุว่าไว้วางใจมาก เพราะฝ่ายค้านมีข้อมูล หลักฐานในการนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจที่สามารถทำให้ฝ่ายรัฐบาลถูกตรวจสอบการทำงานได้ ขณะที่บางส่วนระบุว่าเชื่อมั่นในบุคลากรของพรรคเพื่อไทยและอดีตพรรคอนาคตใหม่, ร้อยละ 34.92 ระบุว่าค่อนข้างไว้วางใจ เพราะ ฝ่ายค้านมีข้อมูลที่ชัดเจน ขณะที่บางส่วนระบุว่าเชื่อมั่นในการทำงานของฝ่ายค้าน, ร้อยละ 22.26 ระบุว่าไม่ค่อยไว้วางใจ เพราะ ข้อมูลยังมีไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัวของผู้ถูกอภิปรายฯ มากกว่า ไม่เกี่ยวข้องกับประชาชนหรือประเทศ ขณะที่บางส่วนระบุว่าสองพรรคใหญ่ทางฝ่ายค้านไม่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน, ร้อยละ 13.78 ระบุว่าไม่ไว้วางใจเลย เพราะข้อมูลไม่ตรงประเด็นไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนหรือประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนิด้าโพลเรื่อง &amp;ldquo;คุณไว้วางใจฝ่ายค้านหรือไม่?&amp;rdquo; พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ไม่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยมีดีลกับรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่าในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านมีข้อจำกัดในการทำงานอภิปรายมาก แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านก็พยายามทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด พล.อ.ประยุทธ์รวมถึงรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างครบถ้วนชัดเจน ข้อกล่าวหาชัดๆ เช่น เรื่องขายที่ดิน 600 ล้านของบิดา พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องไอโอแบ่งแยก สร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชนของทหาร ที่มีขบวนการไอโอ ด้อยค่า แพร่มลทิน กลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ก็ตอบได้แค่ไม่รู้หรือจะไปตรวจสอบ&amp;nbsp;
เดินหน้าซักฟอกนอกสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน ไม่มีทางจะไปมีดีลกับรัฐบาลหรือดำเนินการสวนทางกับเจตนารมณ์ของประชาชนที่ไม่พอใจรัฐบาลระบอบประยุทธ์ ประชาชนตั้งคำถามว่า รัฐบาลจะแก้วิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้หรือไม่ ถ้าคุมไวรัสไม่อยู่ แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องไม่ได้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีความชอบธรรมที่จะอยู่ ถ้าผ่านเดือนเมษายนไปได้ ก็นับว่าฝืนสังขารฝืนศรัทธาประชาชนเต็มทน หน้าที่ของฝ่ายค้านคือตรวจสอบถ่วงดุลทั้งในและนอกสภา เมื่อยังอภิปรายในสภาไม่ครบถ้วน ก็ต้องดำเนินการต่อให้ครบถ้วนว่ามีการกระทำที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมเช่นนั้นจริงหรือไม่ ส่งผลเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างไร จะทำหน้าที่เดินหน้าตรวจสอบ ซักฟอกรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ทั้งในและนอกสภา ไม่มีดีลอะไรกับระบอบประยุทธ์ มีเพียงดีลกับประชาชน ถ้ารัฐบาลไม่มีความสามารถต้องลาออกไป&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สืบเนื่องจากสิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจของอดีตพรรคอนาคตใหม่ โดยผลการโหวตของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่น้อยที่สุดในรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย โดยข้อมูลที่ตนได้อภิปรายไปมีผลสืบเนื่องทางกฎหมายที่จะต้องส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมูญ โดยกลุ่ม ส.ส. 55 คนของเรา จะนำเรื่องของ ร.อ.ธรรมนัส ทั้งการเคยถูกจำคุกมาก่อน และภรรยาถือครองหุ้นในบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับรัฐวิสาหกิจ ซึ่งขัดกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ และมีความผิดชัดเจนที่จะต้องหลุดจากส.ส. โดยกลุ่มของเราจะนำเรื่องส่งไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำส่งศาลรัฐธรรมนธูญต่อไป ขณะที่เรื่องของการขัดจริยธรรม ขัดกันซึ่งผลประโยชน์แห่งรัฐ เราจะนำเรื่องส่งไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง &amp;ldquo;5 ความวิตกกังวล&amp;rdquo; ของประชาชน ณ วันนี้ สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,162 คน ระหว่างวันที่ 3-7 มีนาคม 2563 สรุปผลดังนี้ อันดับ 1 ปากท้อง 78.45% สาเหตุสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ รายได้ไม่พอจ่าย สินค้าขายเกินราคา ทำมาหากินยากขึ้น มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 2 โควิด 19 71.47%สาเหตุระบาดทั่วโลก มีผู้เดินทางจากประเทศเสี่ยงเข้ามาในไทยต่อเนื่อง มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น ยังไม่มีมาตรการป้องกันที่ชัดเจน หน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ขาดตลาด ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 3 โจร ผู้ร้าย 64.51% สาเหตุมีข่าวให้เห็นทุกวัน พฤติกรรม รูปแบบการก่อเหตุรุนแรงมากขึ้น กลัวว่าจะเกิดกับตัวเองหรือกับคนในครอบครัว สภาพเศรษฐกิจและสังคมเสื่อมโทรม ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อันดับ 4 การเมือง 58.93% สาเหตุรัฐบาลแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ตรงจุด มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย มีการชุมนุมเคลื่อนไหว บ้านเมืองวุ่นวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 5 ธุรกิจท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 57.60% สาเหตุได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ผู้ประกอบการขาดทุน ปิดกิจการ คนตกงาน ฯลฯ.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59206</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ปัญหาประเทศ, แฟลชม็อบ, ไร้น้ำยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200308/image_big_5e650340328b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2019 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2019 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ก่อแก้ว&quot; วอน ผู้มีอำนาจ ร่วมหาทางออกให้ประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค.2562 นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช. ได้เขียนบทความเรื่อง เราจะก้าวไปทางไหน? โดยมีเนื้อหาว่า คำถามที่หลายคนเคยบ่นกล่าวหลายต่อหลายครั้งว่า ประเทศไทย เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร วันนี้คงเลิกถามกันแล้ว เพราะสถานการณ์บ้านเมืองมาไกลและซ้ำๆซากๆในปัญหาที่ประสบมาในช่วงหลายปีนี้ โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองที่แตกแยกกันมานาน ความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ความเป็นประชาธิปไตยที่ผิดเพี้ยน ปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำมาหลายปีจนชนชั้นล่างและเกษตรกรกำลังทุกข์ทนอย่างหนัก รวมถึงปัญหาด้านการศึกษาที่ด้อยประสิทธิผลกว่านานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกไม่กี่วันก็จะเริ่มต้นปีใหม่ คนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่มีอำนาจและรับผิดชอบต่อการนำพาประเทศไทยไปข้างหน้า ควรตั้งคำถามกันอย่างจริงจังเสียทีว่า ประเทศไทยควรจะก้าวไปทางไหน ปัญหาที่เรื้อรังมายาวนานควรจะแก้ไขกันอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำมาหลายปี รวยกระจุก จนกระจาย จนประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความเลื่อมล้ำมากที่สุดนั้น เราจะแก้ปัญหากันอย่างไร การบริหารทิศทางเศรษฐกิจ อยู่ภายใต้คีย์แมนหลักๆมาตั้งแต่รัฐบาล คสช. ต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้พิสูจน์แล้วว่าล้มเหลว ไม่มีวิสัยทัศน์และแนวทางแก้ปัญหาที่ดีพอ พลเอกประยุทธิ์ จันทร์โอชา ควรปรับเปลี่ยนทีมที่ดูแลเศรษฐกิจหรือไม่หรือจะปล่อยเศรษฐกิจแย่ไปเรื่อยๆจนชาวบ้านทะยอยฆ่าตัวตายไปทีละคนสองคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ทำให้ประชาชนแตกแยกกันอย่างหนัก จนถึงวันนี้ยังไม่มีท่าทีที่จะดีขึ้น ในขณะที่เทคโนโลยีทางการสื่อสารและโซเชียลมีเดียพัฒนาดีขึ้นอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประชาชนในประเทศต่างๆประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกันอย่างจริงจังเพื่อการค้าและการศึกษา แต่ประชาชนไทยกลับใช้เทคโนโลยีในการทำลายล้าง สร้างความขัดแย้งกันในโลกออนไลน์ทั้งเฟสบุ๊กและไลน์ &amp;nbsp;เป็นลักษณะของ Hate Speech ปัจจุบันถึงขั้นดัดแปลงรูปภาพ ทำคลิป สร้างความเสียหายและเพิ่มเกลียดชังกันมากขึ้น มิหนำซ้ำนอกจากในเรื่องการเมืองแล้ว ยังมีการนำมาสร้างความแตกแยกในเรื่องศาสนาอีกด้วย เราจะช่วยกันแก้ปัญหานี้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ที่รับรู้กันทั่วไป เป็นการใช้กฎหมายเพื่อทำลายล้างหรือสกัดกั้นพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม ที่กระทำกันซ้ำๆและชัดเจนอย่างต่อเนื่อง ถ้าเป็นฝ่ายเดียวกันทำผิด ก็จะช่วยหาทางออกให้ ถ้าเป็นอีกฝ่าย ก็จะหาเหตุให้ผิดจนได้ สิ่งนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่กลุ่ม นปช.ออกมาประท้วงใหญ่ในปี 2553 และวันนี้ก็กำลังเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เชิญชวนผู้คนมาประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมบนท้องถนน เราไม่อาจย้อนไปแก้ไขผลของใช้กฎหมายทำล้างกันในอดีต แต่ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายควรช่วยกันหยุด ความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ได้หรือยัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเป็นประชาธิปไตยที่ผิดเพี้ยน อันเป็นผลจากการร่างรัฐธรรมนูญที่มีเป้าหมายหลักในการสืบทอดอำนาจของ คสช. ที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล &amp;nbsp;ซึ่งกำลังสร้างปัญหาต่อประเทศชาติ ต่อทุกรัฐบาลและต่อคนไทยทั้งประเทศไปอีกนานแสนนาน ถ้าไม่แก้ไขให้ถูกต้อง การแก้รัฐธรรมนูญถูกล็อกให้แก้ยาก และต้องใช้เสียงของ ส.ว.จำนวนมาก จะทำอย่างไรให้ ส.ว.มาช่วยโหวตเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อแกนนำ คสช.ไฟเขียวให้ และไม่ไปแตะต้องสิทธิและอำนาจของ ส.ว.เท่านั้น และถ้าแกนนำ คสช.หรือ ส.ว.ไม่ร่วมมือ สังคมไทยจะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ผมจึงขอเรียกร้องให้สังคมไทยทุกฝ่าย ช่วยกันคิดอ่านหาทางออกให้กับประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติ และเพื่อความรักสามัคคีของคนไทยทั้งปวง ให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ และกลับมาเป็นสยามเมืองยิ้มอีกครั้ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53009</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, แก้ปัญหาประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af188c774f5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
