<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามสิบล้อวิ่งวันคี่ แก้ปัญหาฝุ่นกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; บิ๊กตู่&amp;#39;รมณ์เสียถูกโจมตีรัฐบาลงอมือปัญหาฝุ่นจิ๋ว โต้ทำเต็มที่แต่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ชี้ตัวการก่อปัญหาคือรถยนต์ อนุทินเสนอให้ทำงานอยู่ที่บ้าน คพ.เตือน 16 ม.ค. ค่าฝุ่นจะพุ่งสูง จังหวัดภาคเหนือยังคงวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เช้าวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยก่อนการประชุม นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการ ก.พ.ร. รักษาราชการแทน ผอ.สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) และคณะผู้บริหาร เข้าพบนายกฯ เพื่อนำเสนอผลงานการพัฒนาระบบบริหารจัดการปัญหาฝุ่นควันและแอปพลิเคชัน AirCMI ที่ได้มีการนำร่องในพื้นที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ โดยเป็นการบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า มีหลายกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ต้องดูใครเสี่ยงมากเสี่ยงน้อย โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มีภูมิต้านทานน้อยกว่าผู้ใหญ่ ส่วนตนมีภูมิต้านทานพอสมควร เพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมนี้มานานแล้ว เราต้องช่วยกันแก้ไขแบบครบวงจรโดยมีหลายคนที่เกี่ยวข้อง คงไม่ใช่รัฐบาลเพียงอย่างเดียว รัฐบาลมีมาตรการออกไปเยอะแยะ ต้องช่วยกัน อย่างประชาชนสวมใส่หน้ากากกันฝุ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ทุกประเทศมีการจราจรที่หนาแน่น มีการเผาวัชพืชทางการเกษตร ปัญหาเหล่านี้เราต้องแก้ไข รวมถึงประเทศรอบบ้านที่มีการเผา เราก็ต้องเจรจากับเขา เราต้องช่วยกันเปลี่ยนผ่าน รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ จัดหาเครื่องวัดโดยให้งบประมาณลงไป ไม่อยากให้ทุกคนตื่นตระหนก มีทั้งการป้องกันและการแก้ไข ถ้าเราร่วมมือกัน มาตรการแบบบูรณาการ งบประมาณต้องมีการบูรณาการ แต่ก็ยังไม่เข้าใจกันอีก การบูรณาการคือบูรณาการข้ามหน่วยงาน โดยทุกหน่วยงานมีงบบูรณาการ ไม่ใช่มีงบแค่กระทรวงนี้กระทรวงเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประโคมข่าวแค่ค่าฝุ่น แต่ไม่ประโคมจะแก้อย่างไร เราต้องป้องกันตัวเอง เช่น ใส่หน้ากากจะช่วยลดได้พอสมควร หากค่าฝุ่นสูง แต่ทุกคนไม่ทำอะไรเลยจะได้หรือไม่ ต้องเข้าใจสิ่งเหล่านี้ ท่านเอาตรงนี้มาทั้งหมดแล้วบอกว่าแก้ปัญหาไม่ได้ เสี่ยงอันตรายอย่าไปเที่ยวงาน แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ผมไม่เคยปิดบัง ขอให้ทุกคนช่วยกัน โดยเฉพาะลดปริมาณการใช้รถ เพราะไปห้ามคนใช้รถได้หรือไม่ ห้ามทำอุตสาหกรรม ห้ามเกษตรกรเผาได้หรือไม่ ท่านต้องไปบอกให้เขาเข้าใจ แล้วผมทำให้ได้หมด อย่ามาโจมตีกันในเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์ว่าทำอะไรไม่ได้สักอย่าง แก้ไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ให้เข้าใจรัฐบาลก็มีหน้าที่ ประชาชนก็มีหน้าที่ ทุกภาคส่วนก็มีหน้าที่ ถ้าไม่ช่วยกันบูรณาการเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ ก็ขอให้เป็นการติเพื่อก่อ ข้อเสนอแนะที่มีหลักการและมีเหตุผลพอสมควร ไม่ใช่ไอ้นี่ก็เสีย ไอ้นี่ก็ไม่ดี วิธีการเขาก็บอกจะช่วยกันอย่างไร แต่หลายคนไม่สนใจ กลับมาทิ่มแทงรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกฯ ได้เยี่ยมชมรถตรวจคุณภาพอากาศในบรรยากาศแบบเคลื่อนที่ พร้อมกล่าวว่า เป็นเครื่องมือวัดค่าฝุ่น PM 2.5 ที่ได้มาตรฐาน เที่ยงตรงสูงสุด นี่คือการบูรณาการเอาทุกปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เอาสาเหตุมาดูว่าจะแก้ไขอย่างไร วันนี้สัดส่วนการระบายฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.พบการขนส่งทางถนน 72.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นรถทั้งนั้น โดยเป็นรถบรรทุก 28 เปอร์เซ็นต์ รถปิกอัพ 21 เปอร์เซ็นต์ รถบัส 7 เปอร์เซ็นต์ รถยนต์ 10 เปอร์เซ็นต์ มอเตอร์ไซค์ 5 เปอร์เซ็นต์ รถตู้ 1.5 เปอร์เซ็นต์ และอื่นๆ 2.5 เปอร์เซ็นต์ เช่น การเผาในที่โล่ง 5 เปอร์เซ็นต์ ในครัวเรือน 2 เปอร์เซ็นต์ อุตสาหกรรม 17 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องอื่นๆ ทั่วไปที่ไม่ใช่บนท้องถนนประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองปีนี้น้อยกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีนโยบายต่างๆ ออกมา ทั้งการขอความร่วมมือประชาชน และเปลี่ยนมาตรฐานของเครื่องยนต์ รถประจำทาง จึงทำให้สถานการณ์ไม่เลวร้าย ซึ่งในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ปลัดกระทรวง ทส.ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมมลพิษจะประชุมเพื่อหามาตรการและหายาที่แรงขึ้น เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และขอความเห็นชอบจาก ครม.ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธกล่าวว่า มาตรการเข้มงวดหรือยาแรงที่จะออกมาบังคับใช้ยังไม่ขอเปิดเผย แต่ต้นเหตุของการเกิดปัญหาฝุ่น PM 2.5 มาจากรถยนต์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นรถบรรทุกและรถกระบะเป็นส่วนใหญ่ ยกตัวอย่างยาแรงในประเทศเกาหลีใต้ ได้มีมาตรการที่เข้มงวด เช่น ประกาศห้ามรถยนต์วิ่งในเขตเมือง เป็นต้น รวมถึงสภาพอากาศก็มีส่วน เนื่องจากต้นปีสภาพความกดอากาศต่ำ ทำให้การเคลื่อนตัวของอากาศน้อยลง ในขณะที่ฝุ่น PM 2.5 มีปริมาณเท่าเดิม และพอไปถึงช่วงกลางปีปริมาณฝุ่น PM 2.5 ก็จะลดลง จึงต้องถามสังคมว่าจะต้องทำอย่างไร เพราะเรารู้ต้นตอของปัญหาแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการเข้มงวดจะดำเนินการเป็นห้วงเวลาที่คับขันเท่านั้น โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีปัญหาการเผาไหม้ จะจัดระบบการเผาในห้วงต้นปี อีกทั้งมาตรการต่างๆ จะไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เนื่องจากต้องประกาศสภาวะฉุกเฉินก่อน จึงเกิดข้อจำกัดในการบังคับใช้กฎหมาย จะต้องมาพิจารณาร่วมกันในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินก่อนจะเกิดปัญหาได้หรือไม่ เพื่อใช้มาตรการเข้มงวดก่อนปัญหาจะเกิดขึ้น&amp;quot; นายวราวุธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีโพสต์ข้อความลงในเพจเฟซบุ๊ก เสนอให้มีการทำงานที่บ้าน เพื่อลดการใช้ยานพาหนะและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ว่า อยากขอความร่วมมือภาคเอกชนเริ่มต้นทำให้เป็นตัวอย่างก่อน เช่น วันเสาร์ให้ทำงานที่บ้าน บริษัทจะสามารถลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ไปได้ด้วย ขณะที่พนักงานจะลดค่าเดินทาง ซึ่งไม่ติดขัดเรื่องข้อกฎหมาย แต่ถ้าเป็นหน่วยงานราชการอาจจะขัดระเบียบหรือ พ.ร.บ.ต่างๆ ได้ กว่าจะเริ่มได้ก็ได้รับผลกระทบไปมากแล้ว ส่วนภาครัฐต้องมาดูว่าจะมีแรงจูงใจอะไรสามารถทำได้บ้าง จะคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไรได้บ้าง แต่วันนี้ยังไม่ได้นำหารือในที่ประชุม ครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล จำนวน 52 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 28-60 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม โดยปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่จากช่วงเช้า พบพื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ 9 พื้นที่ ได้แก่ บริเวณริมถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง, ริมถนนพระราม 3 เจริญกรุง เขตบางคอแหลม, ริมถนนนวมินทร์ แยกบางกะปิ, ริมถนนเจริญนคร เขตคลองสาน, ริมถนนสามเสน เขตพระนคร, ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน, แขวงคลองเตย เขตคลองเตย, แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ และแขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า มวลอากาศเย็นกำลังปานกลางอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุม ส่งผลให้หลายพื้นที่ในไทยมีอุณหภูมิลดลง แต่มั่นใจว่าหลังจากนี้ค่าฝุ่นจะไม่พุ่งสูงแตะระดับสีแดง ยกเว้นวันที่ 16 ม.ค.นี้ เนื่องจากความกดอากาศต่ำ และหลังจากวันที่ 16 ม.ค. ค่าฝุ่นจะลดลงตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการแจ้งเตือนส่งข้อความทางมือถือหรือเอสเอ็มเอสให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงรับรู้หรือไม่ เนื่องจากประชาชนบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันจากทางภาครัฐได้ อธิบดี คพ.กล่าวว่า เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ คพ.กำลังหารือกับเครือข่ายมือถือ ซึ่งขึ้นอยู่กับภาคเอกชนจะสามารถทำได้แค่ไหน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบ Real Timeได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.com แอปพลิเคชัน Air4Thai และ bangkokairquality.com
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ?คุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ เมื่อเวลา 09.00 น. พบพื้นที่ที่มีฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน คือ ต.เวียงพางคำ อ.แม?สาย จ.เชียงราย วัดได้ 54, เชียงใหม่ ต.ช?างเผือก อ.เมือง 75 ต.ศรีภูมิ อ.เมือง 64 ต.สุเทพ อ.เมือง 54, ลำปาง ต.พระบาท อ.เมือง 89 ต.สบป?าด อ.แม?เมาะ 63 ต.บ?านดง อ.แม?เมาะ 66 &amp;nbsp;ต.แม?เมาะ อ.แม?เมาะ 71, ลำพูน ต.บ?านกลาง อ.เมือง 70, แพร? ต.นาจักร อ.เมือง 72, พะเยา ต.บ?านต?อม อ.เมือง 65
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจังหวัดในภาคกลาง นครสวรรค์ ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง 59, กาญจนบุรี ต.บ้านเหนือ อ.เมือง 63, สุพรรณบุรี ต.สนามชัย อ.เมือง 65 และสระบุรี ต.ปากเพรียว อ.เมือง 61.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54559</URL_LINK>
                <HASHTAG>excitethaipost, PM2.5, ทำงานอยู่ที่บ้าน, ภาคเหนือวิกฤติ, ห้ามสิบล้อวิ่ง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แก้ปัญหาฝุ่นพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1dc39206c96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์บี้แก้ฝุ่นที่ต้นตอ ขอนแก่น-น่านยังน่าห่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ชี้แก้ปัญหาฝุ่นพิษต้องเริ่มที่ต้นตอ ทั้งการจราจร-เครื่องยนต์เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เผยรัฐบาลเตรียมแผนเปลี่ยนรถเมล์ใช้เครื่องยนต์มลพิษต่ำ และเร่งพัฒนาโครงข่ายบริการสาธารณะ &amp;quot;ขอนแก่น&amp;quot; ค่า PM 2.5 ยังน่าห่วง ปชช.ใช้หน้ากากอนามัยสวมปิดจมูก &amp;quot;น่าน&amp;quot; ไฟป่าส่งผลหมอกควันหนาแน่น พบ PM 10 วัดได้ 75 มคก./ลบ.ม. เข้าเกณฑ์กระทบต่อสุขภาพแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ &amp;ldquo;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; ตอนหนึ่งถึงปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ว่าปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในปัจจุบัน ตัวเลขดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศ (AQI) ที่ปรากฏนั้น เป็นภาพรวมของฝุ่นทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ โดยฝุ่นละออง PM 2.5 จะส่งผลกระทบต่อบุคคลทั่วไปในระยะยาว 10 ปี 20 ปีข้างหน้า แต่อาจจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงได้โดยง่าย ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (หอบหืด ภูมิแพ้) โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แหล่งที่มาของฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพฯ เกิดจากไอเสียดีเซลที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์กว่า 50% จากการเผาชีวมวล ขยะอีก 35% รวมทั้งการเผาในไร่อ้อย-ข้าว-ข้าวโพด ซึ่งได้แนะนำให้ใช้การไถกลบแล้วใส่ปุ๋ยอินทรีย์น้ำหรือจุลินทรีย์อีเอ็ม ก็จะช่วยเพิ่มสารอาหารในดิน ไม่สร้างมลพิษฝุ่นละออง ที่มาของฝุ่นบางส่วนเกิดจากเขตก่อสร้าง-โรงงาน ที่มีทั้งหมดกว่าแสนแห่ง แต่ที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยง 1,700 แห่ง โดย 600 แห่งจะต้องปรับปรุงด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กิจกรรมอื่นๆ ที่จะก่อให้เกิดฝุ่นหรือควันเพิ่มขึ้น เช่น จุดธูปเทียน สูบบุหรี่ ก็ควรลดลง จากวิกฤติฝุ่นละอองนี้ทุกคนได้รับผลกระทบหมด การที่รัฐบาลจะออกมาตรการอะไรออกไป ก็ต้องเห็นใจเกษตรกร ธุรกิจเอกชน แต่ต้องคำนึงถึงส่วนรวมและการปฏิบัติตามกฎหมาย การขนส่ง และก็เป็นการขนส่งทั้งอาหาร ทั้งสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ผ่านจากภาคโน้นภาคนี้เข้ามาในเขตเมืองเข้าในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;ผ่านกรุงเทพฯ ไปภาคต่อๆ ไป ก็ต้องพิจารณาให้ครบทุกมิติ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ภาพรวมในการแก้ปัญหาฝุ่น PM ทั้ง 2.5 และ PM 10 อื่นๆ ไม่ใช่ว่าอันใดอันหนึ่งจะแก้ 2.5 ได้ทันที ส่วนใหญ่เราต้องไปแก้ที่การจราจร และการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ แล้วก็อื่นๆ ด้วยที่สร้างฝุ่นละอองขนาดเล็ก ฉะนั้นจะทำอะไรก็ต้องคำนึงถึงต้นตอของเขา ของสาเหตุแต่ละเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลจะเร่งพัฒนาโครงข่ายการให้บริการขนส่งสาธารณะให้เชื่อมโยงทุกระบบ ตามแผนที่กำหนดไว้ ให้เป็นทางเลือกในการเดินทางแทนรถยนต์ส่วนบุคคล และเร่งรัดแผนการเปลี่ยนรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ให้เป็นรถยนต์ที่มีมลพิษต่ำ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เวลา 12.00 น. ว่าปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลา 07.00 น. เพียงเล็กน้อย แต่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) ทุกพื้นที่ โดยคาดว่าในวันที่ 9 ก.พ. ปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่จากการดำเนินมาตรการเพื่อลดฝุ่นละอองของหน่วยงานต่างๆ อย่างเข้มข้น จะส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ภาคเหนือ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ สารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐาน ได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 11-61 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานที่บริเวณเกินมาตรฐานที่บริเวณ ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก, ต.ในเวียง อ.เมืองฯ น่าน, ต.พระบาท อ.เมืองฯ ลำปาง, ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ ลำปาง, ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ ลำปาง, ต.นาจักร อ.เมืองฯ แพร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ สารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐาน ได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 50-106 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานที่บริเวณเกินมาตรฐานที่บริเวณ ต.ในเมือง อ.เมืองฯ ขอนแก่น ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ตรวจพบค่าระหว่าง 72-166 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานที่บริเวณ เกินมาตรฐานที่บริเวณ ต.ในเมือง อ.เมืองฯ ขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ขอนแก่น โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย อ.เมืองขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯ ขอนแก่น เป็นประธานเปิดนิทรรศการ KNW Open House &amp;ldquo;Play and Learn, Plearn to Know 2019&amp;rdquo; ซึ่งโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัยได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้น ท่ามกลางความสนใจจากคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ในเขต จ.ขอนแก่น เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ นักเรียนและคณะครูรวมไปถึงผู้ปกครองส่วนใหญ่ต่างสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเองหลังสถานการณ์มลพิษทางอากาศของ จ.ขอนแก่น ในกลุ่มของฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ที่วัดระดับได้ในเวลา 11.00 น. อยู่ที่ 106 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่า AQI อยู่ที่ 216 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนแก่นนครได้สาธิตและแนะนำการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง รวมทั้งการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยและการให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของฝุ่นละอองที่กำลังเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับการแนะนำการสวมใส่หน้ากากอนามัย ทั้งแบบ N 95 และหน้ากากอนามัยทั่วไป โดยเฉพาะกับหน้ากากอนามัยแบบธรรมดานั้น ที่จะต้องใส่กระดาษทิชชูเพิ่มอีกชั้น เพื่อความปลอดภัยในสถานการณ์ฝุ่นละอองที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระเดช ซาตา ผอ.โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย กล่าวว่า จากการวัดระดับวันนี้ พบขอนแก่นมีระดับค่ามลพิษทางอากาศของกลุ่มฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 อยู่ที่ 106 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่า AQI อยู่ที่ 216 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดที่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โรงเรียนได้เร่งลดค่าฝุ่นละอองด้วยการฉีดน้ำเข้าไปในชั้นบรรยากาศโดยรอบของพื้นที่บริเวณโรงเรียนและตามอาคารเรียน ที่กำหนดฉีดพ่นละอองน้ำทุกชั่วโมง รวมทั้งเปิดน้ำพุทุกจุดของโรงเรียนและให้คณะกรรมการนักเรียนและนักเรียนจิตอาสาฉีดน้ำในพื้นที่โล่งแจ้ง พื้นที่เล่นกีฬา และการชำระล้างฝุ่นละอองในจุดต่างๆ&amp;rdquo; ผอ.โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.น่าน สถานการณ์หมอกควันไฟป่าในพื้นที่ จ.น่าน หลังเกิดไฟป่าในหลายพื้นที่ ส่งผลให้วันที่ 8 ก.พ. หมอกควันไฟหนาแน่น โดยเฉพาะอยู่บนที่สูง อย่างที่บนลานวัดพระธาตุเขาน้อย อ.เมืองฯ จ.น่าน ซึ่งเป็นจุดชมวิว ที่จะมองเห็นทัศนียภาพตัวเมืองน่านได้ทั่วทั้งเมืองแบบ 360 องศา และมองเห็นไปได้ไกลสุดสายตา แต่ในวันนี้กลับพบว่ามีหมอกควันสีขาวปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง จนมองเห็นทัศนียภาพเมืองน่าน รวมทั้งอาคารต่างๆ ได้เพียงเลือนราง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอากาศ สำนักงานเทศบาลเมืองน่าน พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 10 วัดได้ 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่เกณฑ์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 51 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คาดว่ามาจากการเกิดไฟป่าในหลายพื้นที่ โดยตั้งแต่วันนี้ 1 -7 ก.พ.62 ระบบตรวจสอบ GISTDA (จิสด้า) พบจุดความร้อน 91 จุด กระจายอยู่ใน 12 อำเภอ ได้แก่ อ.เฉลิมพระเกียรติ ,ทุ่งช้าง, เชียงกลาง, ท่าวังผา, สองแคว, บ้านหลวง, แม่จริม, เวียงสา, นาน้อย, นาหมื่น, สันติสุข และเมืองน่าน เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 25 จุด, พื้นที่ป่าสงวน 59 จุด, พื้นที่การเกษตร 3 จุด และพื้นที่ ส.ป.ก. 4 จุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28654</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, ฝุ่นพิษ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์, แก้ปัญหาฝุ่นพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190208/image_big_5c5d8b8706f4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2019 20:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2019 20:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บิ๊กป้อม&quot; วอนทุกฝ่ายมีส่วนร่วมแก้ฝุ่น วอนเลิกโทษกันไปมา    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 ก.พ. พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้เรียกประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ในวันที่ 4 ก.พ. 62 เวลา 10.00 น. ที่สำนักนโยบายและแผน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลังสั่งเตรียมข้อมูลรอบด้าน เพื่อกำหนดมาตรการระยะต่างๆรองรับการแก้ปัญหาภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็กที่สะสมในบรรยากาศ ที่เกิดขึ้นทุกปีห้วงปลายปีถึงต้นปี อันเนื่องจากความกดอากาศสูงแผ่ปกคลุม มีผลให้สภาพอากาศนิ่ง ลมสงบ อากาศไม่ลอยตัว ทำให้ฝุ่นละอองไม่กระจายตัว โดยภาพรวม การดำเนินการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วนตามนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมา ทุกส่วนราชการทั่วประเทศ ได้เพิ่มความเข้มงวดมาตรการบังคับใช้กฎหมายและขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เข้าควบคุมเข้มแหล่งกำเนิดมลพิษหลักอย่างจริงจัง ทั้งรถยนต์ดีเซลและการใช้รถยนต์จำนวนมาก ซึ่งตามมาด้วยปัญหาการจราจรและการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่ไม่ดีพอ &amp;nbsp;รวมทั้งการเผาในที่โล่งและโรงงานอุตสาหกรรม โดยทุกหน่วยงานได้เพิ่มการตรวจเข้มและมีมาตรการเด็ดขาดกับแหล่งกำเนิดดังกล่าวทันที &amp;nbsp;ขณะเดียวกันได้ร่วมกันรณรงค์ล้างทำสะอาดถนน ต้นไม้ริมทางและสถานที่สาธารณะ เพื่อลดการฟุ้งกระจายและเพิ่มพื้นที่ดักจับฝุ่นระดับต่ำ การพ่นละอองน้ำในพื้นที่ต่างๆ &amp;nbsp;พร้อมทั้งรณรงค์สร้างการตระหนักรู้ในการป้องกันตัวเองและการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่กันไป เช่น การใช้เครื่องป้องกันตนเอง การลดหรือเว้นกิจกรรมที่เกิดฝุ่นและควัน การร่วมใช้น้ำมันไบโอดีเซล &amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ กทม. มี กทม.เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก ได้ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุม และจัดตั้งศูนย์ประสานและแก้ปัญหามลพิษในอากาศในกทม. เพื่อทำงานร่วมกับส่วนราชการต่างๆ รวมทั้ง 5 จว.ปริมณฑลอย่างใกล้ชิด โดยประเมินสถานการณ์เป็นระยะและแจ้งข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ ทุกจังหวัดในส่วนภูมิภาค ได้ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆเพื่อแก้ปัญหาไปด้วยกัน &amp;nbsp;ทั้งมาตการป้องกันและการแก้ปัญหา โดยเน้นการมีส่วนร่วมกัน ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหม ได้สนับสนุนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ผ่านมา ทั้งการปรับเปลี่ยนภายในกองทัพ ด้วยการตรวจสภาพและลดการใช้ยานพาหนะ การเปลี่ยนใช้น้ำมันไบโอดีเซล การลดกิจกรรมที่เกิดภาวะฝุ่นควัน เป็นต้น พร้อมทั้ง สนับสนุนการแก้ปัญหาในพื้นที่ควบคุม ทั้งการจัดอากาศยานโปรยละอองนำ้ การขยายผลจัดทำและติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำบนตึกสูง การร่วมทำสะอาดล้างถนน ต้นไม้และสถานที่สาธารณะ การสนับสนุนกำลังพลควบคุมพื้นที่และแหล่งกำเนิดมลพิษ &amp;nbsp;เป็นต้น โดยการดำเนินการที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาชนด้วยดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มลภาวะที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทุกฝ่ายต่างได้รับผลกระทบและมีความจำเป็นต้องมีส่วนร่วมแก้ปัญหาและให้กำลังใจกันและกัน โดยไม่โทษกันไปมา ซึ่งถือเป็นเวลาแห่งความท้าทายที่เราคนไทยทุกคนต้องตระหนักรู้ มีส่วนร่วมรับผิดชอบและรวมพลังหาทางออกร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเชื่อว่า เราทุกคนจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28215</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, แก้ปัญหาฝุ่นพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190203/image_big_5c56ea34ae0b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตผู้ว่าพิจิตต&#039; ออกโรงชงไอเดียเอาชนะ &#039;ฝุ่นพิษ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ. 62 - ดร.พิจิตต รัตตกุล เลขาธิการองค์กรระหว่างประเทศด้านภัยพิบัติในเอเชีย อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เสนอแนะการแก้ปัญหาฝุ่นละอองว่าให้เข้มงวดกับปล่องปล่อยควันจากแหล่งกาเนิดต่างๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุของปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 นอกจากสาเหตุมาจากการใช้ยานพาหนะแล้ว ที่สาคัญยังมีการเผาในที่โล่งอีก และปล่องจากโรงงานอุตสาหกรรมหลายๆ ชนิด ที่มีอยู่รอบกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง เช่น อยุธยา สระบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา หลายแห่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงงานเหล่านี้มีกระบวนการเผาผลาญพลังงานและปล่อยระบายควันหรือมลพิษจากการเผาออกทางปล่อง เช่น จากเครื่องกาเนิดไอน้าหรือ Boiler การใช้เชื้อเพลิงที่ไม่สะอาด เช่น ใช้ฟืน หรือถ่านหินที่มีคุณภาพต่า ทาให้ควันที่ปล่อยออกมาทางปล่องควันมีความเป็นพิษอย่างเห็นได้ชัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรมมีข้อกาหนดให้โรงงานอุตสหกรรมเหล่านี้ ต้องมีการบาบัดอากาศเสียก่อนที่จะปล่อยออกมาทางปล่อง ซึ่งก็มีบางโรงงานที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน โรงงานบางแห่งก็ยังไม่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นน่าจะให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมและการนิคมอุตสาหกรรมเข้าไปตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้โดยด่วน เพื่อวัดมาตรฐานควันจากปล่องมีค่าเกินมาตรฐานหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะจุดที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางกรุงเทพมหานคร คือ โรงกลั่นน้ามันบางจาก ตรวจสอบปล่องควันที่มีเครื่องวัดมาตรฐานแล้ว ว่ายังทางานได้ตามปกติหรือไม่ มีค่าตัวเลขตัวใดที่เกินมาตรฐานอย่างไร .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28134</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, ฝุ่นละอองกทม., พิจิตต รัตตกุล, อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, แก้ปัญหาฝุ่นพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a86c8590c339.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ปลอด&#039;นำเพื่อไทยแถลง6มาตรการแก้ฝุ่นพิษ แขวะ&#039;บิ๊กตู่&#039;แก้ไปบ่นไป!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.62 - เมื่อเวลา11.00 น.ที่พรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาค่าฝุ่นพิษสูงเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ว่า พรรคเพื่อไทยเคยพูดปัญหาฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM 2.5&amp;nbsp;สูงเกินมาตรฐานไปแล้ว เป็นการพูดบนพื้นฐานทางวิชาการ ไม่ได้หวังให้เป็นเรื่องการเมือง มีหลายหน่วยราชการพิจารณาคำแนะนำก็ต้องขอขอบคุณ ปัญหาฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เกิดมาเรื่อยๆแต่ไม่นานนัก คราวนี้เกิดมาก เกิดนาน และจะยาวไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ทั้งเดือน หากอิทธิพลความกดอากาศสูงยังแผ่มาคลุมกทม.&amp;nbsp;ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงขอเสนอมาตรการแก้ไขปัญหามลพิษในกทม.อย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;1.ปัญหาค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน ปัญหาหนึ่งเกิดจากการใช้น้ำมันดีเซลและเครื่องยนต์เก่าที่มีการสันดาปไม่สมบูรณ์&amp;nbsp;รัฐต้องมีนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า โดยการลดภาษีและค่อยๆลดรถยนต์ดีเซลที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ ผลิตน้ำมันในตระกูลไบโอดีเซลออกใช้โดยเร็วที่สุด เริ่มจาก&amp;nbsp;B -20&amp;nbsp;มีเป้าหมายที่&amp;nbsp;B-100&amp;nbsp;ขณะเดียวกันภาครัฐต้องเข้มงวดการตรวจสภาพรถยนต์ของขสมก. หากต้องเปลี่ยนระบบรถขสมก..ให้ปลอดมลพิษ ก็ต้องทำ ส่วนรถบรรทุกวิ่งใช้ในกทม.&amp;nbsp;ใช้มาตรการเข้มงวด หากตักเตือนแล้วไม่ฟัง ให้มีอัตราโทษสูงสุดถึงขั้นยึดรถ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การก่อสร้างรถไฟฟ้าได้ก่อให้เกิดฝุ่นหยาบขนาด&amp;nbsp;P.10&amp;nbsp;ซึ่งแตกเป็น&amp;nbsp;P 2.5&amp;nbsp;ได้อย่างรวดเร็ว จึงขอให้ห้ามการก่อสร้างในเวลากลางวัน ให้ก่อสร้างในเวลากลางคืนไปถึงสิ้นเดือนมีนาคม&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;ห้ามโรงงานประเภทที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละอองหรือควันหยุดปฏิบัติงานในเวลากลางวันไปจนสิ้นเดือนมีนาคม และรวมไปถึงวัดบางแห่งที่มีการเผาศพจำนวนมากต่อวันด้วย&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;ตึกที่มีความสูงเกิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ชั้น ให้ใช้สเปรย์น้ำ จากชั้นสูงสุดในทั้ง&amp;nbsp;4ทิศทาง ตามเวลาที่ทางราชการจะประกาศ โดยทางราชการต้องจัดหาปลายสูบขนาดจิ๋วให้&amp;nbsp; 5.เคร่งครัดการติดตามข้อบังคับของ&amp;nbsp;EIA&amp;nbsp;หรือรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด ทั้งก่อนการก่อสร้าง และระหว่างการก่อสร้าง&amp;nbsp;6.&amp;nbsp;ศึกษาความเป็นไปได้ ในการสร้างหอคอยขนาดใหญ่ สี่มุมเมือง เพื่อฟอกอากาศเป็นการเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ ที่ให้ความสนใจเรื่องนี้ แต่ขอติติงเล็กน้อย ยามนี้ทุกคนต่างเผชิญกับปัญหาฝุ่นละอองร่วมกัน ท่านจะใช้อำนาจสั่งการอะไรก็สั่งไปเลย ไม่ต้องสั่งไป บ่นไป ด่าไป อย่าดุประชาชน เมื่อปวารนาเป็นนักการเมืองแล้ว ต้องเคารพประชาชน ที่ท่านเชิญนักการเมืองไปจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น อย่าเชิญไปเลย ผมในฐานะที่รู้จักกับท่านมานาน ขอเชิญมายังกลางสี่แยกในกทม.ที่มีค่า&amp;nbsp;PM2.5สูง มาจิบกาแฟ ให้ท่านลองสัมผัสยามฝุ่นละอองเข้าตา ปาก จมูก จะเป็นอย่างไร สอบถามชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมา เรื่องหน้ากากป้องกัน อย่าปล่อยให้ขาดตลาด ราคาแพง รัฐบาลควรให้กองบินจากกองทัพอากาศไปซื้อมาจากต่างประเทศ ขนมาให้เต็มลำ นำมาแจกประชาชน พวกผมไม่ถือสาว่าท่านจะหาเสียง เมื่อเป็นรัฐบาลแล้วทำไปเลย พวกเราอยากทำแต่ทำไม่ได้ เพราะเกรงว่าจะผิดกฎหมาย&amp;rdquo;นายปลอดประสพกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานส.ส.กทม.&amp;nbsp;กล่าวว่า การที่กทม.สั่งให้โรงเรียนกว่า&amp;nbsp;430แห่งหยุดการเรียนการสอน แต่อีกหลายโรงเรียนไม่ไม่หยุด ขอเสนอให้กทม.ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ หากจะปิดควรปิดทั้งระบบ ทั้งโรงเรียนในความควบคุม สพฐ.&amp;nbsp;สช.&amp;nbsp;วิทยาลัย มหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อให้ปลอดฝุ่นละอองจากการเดินทาง ไม่อยากให้กระทบไปถึงด้านการท่องเที่ยว หากยังมีค่ามลภาวะอากาศเป็นพิษ จะทำให้นักท่องเที่ยวไม่เดินทางมา นอกจากนี้ในปัจจุบันยังพบว่า มีผู้ป่วยไปรักษาโรงเกี่ยวกับทางเดินหายใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก ผู้สูงอายุ ที่ไม่แข็งแรง มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27970</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพฯ-ธากา, ควบคุมฝุ่นละออง, ปลอดประสพ สุรัสวดี, ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5, แก้ปัญหาฝุ่นพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c52866792fad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
