<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.คิดวิธีใหม่ ให้สถาบันการเงินเจ้าหนี้ครู ช่วยคิดวิธีปลดหนี้ แล้วออกเป็นข้อกำหนดร่วมกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ก.พ.63-นายอนุชา บูรพชัยศรี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (เลขาฯ รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมแก้ไขปัญหาหนี้ครู ว่า ตนได้หารือร่วมผู้แทนจากธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแห่งประเทศไทย ซึ่งที่ประชุมได้มีข้อสรุปร่วมกันว่า ให้สถาบันการเงินแต่ละแห่งไปจัดทำมาตรการการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยให้ออกมาเป็นทิศทางในการแก้ปัญหารูปแบบเดียวกัน เพื่อลดการผ่อนชำระหนี้ของครู ทั้งนี้ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกันอีกครั้ง ว่า จะมีมาตรการใดบ้างที่จะยึดใช้แก้ปัญหาต่อไป &amp;nbsp;ส่วนประเด็นคำสั่งศาลปกครองกลางพิพากษาเรื่องการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการครู เพื่อชำระหนี้ว่าเงินเดือนสุทธิหลังจากการหักชำระหนี้แล้วต้องเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 นั้น ที่ประชุมพบว่าแต่ละธนาคารไม่รู้ว่าครูแต่ละคนมีหนี้อยู่ที่ไหน และเท่าไรบ้าง ส่งผลให้การจะหักเงินให้อยู่กรอบไม่เกินร้อยละ 70 ของเงินเดือนนั้น ไม่สามารถดำเนินการได้ ดังนั้นที่ประชุมจึงมอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เป็นผู้รวบรวมข้อมูลแหล่งเงินของกู้ครูทั้งหมด เสนอให้คณะกรรมการพิจารณา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายอนุชา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนยังได้มอบหมายให้นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัด ศธ.ส่งหนังสือไปถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อขอความชัดเจนในเรื่องการดำเนินการหักเงินเดือนร้อยละ 70 ของเงินเดือนครู เนื่องจากขณะนี้ มีสถาบันการเงินหลายแห่งทำหนังสือให้ผู้กู้ยินยอมให้มีการหักเงินเดือน เพื่อชำระหนี้เกินร้อยละ 70 &amp;nbsp;ทั้งนี้ การแก้ปัญหาดังกล่าวที่ประชุมเห็นว่าควรจะมีการจัดลำดับความสำคัญ โดยจะเลือกแก้ปัญหาให้กับกลุ่มครูที่เป็นหนี้วิกฤตในระยะแรกก่อน ส่วนระยะสองที่จะมาวางแนวทางแก้ปัญหาหนี้ทั่วไปของครู ขณะเดียวกันตนยังได้มองถึงการวางมาตรการป้องกันการก่อหนี้ในอนาคต เช่น การนำเงินโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และ โครงการสวัสดิการกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) มาใช้ค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งถือว่าผิดวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน ซึ่งตนคิดว่าควรจะมีการทบทวนโครงการนี้ใหม่ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56282</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถาบันการเงินเจ้าหนี้ครู, อนุชา บูรพชัยศรี, แก้ปัญหาหนี้ครู, แนวทางแก้่ปัญหาหนี้ครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de8bbbbd3073.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ครูตั้น&quot; เล็งสะกัดครูไม่ให้ก่อหนี้เกินหลักล้าน วางเพดานกู้ไม่เกิน 5เท่าของเงินเดือน จี้ต้องคลอดแผนภายในก.พ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27ม.ค.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ว่า ขณะนี้คณะทำงานแก้ไขปัญหาหนี้สินครูกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการรวบรวมข้อมูล เพื่อวางแนวทางแก้ปัญหานี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งตนยอมรับ ว่า ขณะนี้เราพบว่าข้าราชการครูเป็นหนี้จำนวนเยอะมาก ดังนั้น ศธ.กำลังพยายามช่วยเหลือและวางแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ โดยเบื้องต้นคณะทำงานได้วิเคราะห์ข้อมูลหนี้ครูส่วนใหญ่เกิดจากแหล่งนี้ที่มาจากหนี้บัตรเครดิต หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู หนี้ที่ผูกพันกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) หนี้นอกระบบ ดังนั้นตนคิดว่าเรื่องนี้มีความจำเป็นจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงินเข้ามาช่วยวางแผนและแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างตรงจุด เพื่อช่วยหาวิธีการลดหนี้ให้กับครูว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างไร ซึ่งเมื่อ ศธ.แก้ไขปัญหาลดภาระหนี้ครูให้แล้ว ตนหวังว่าครูจะไม่สร้างภาระหนี้ก้อนใหม่ขึ้นมาอีก โดยครูจะต้องมีจิตสำนึกและวินัยทางการเงินที่ดีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนข้อเสนอการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ครูนั้น เรื่องนี้ตนต้องขอดูความเหมาะสมก่อนว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน สำหรับแหล่งเงินที่ปล่อยกู้ให้ครูได้เป็นจำนวนหลักล้านบาทนั้น เรื่องนี้ตนมองว่า หากเรามีมาตรการชัดเจนที่ป้องกันไม่ให้ครูได้กู้เงินเกินตัว เช่น การกู้เงินต้องเกินจำนวน 5 เท่าของเงินเดือนในบัญชี เป็นต้น ซึ่งประเด็นนี้ตนคิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลหนึ่งที่อยากให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) หรือผู้บริหารโรงเรียนได้มีการตรวจสอบข้อมูลการกู้ของครูไม่ให้กู้เงินตัวด้วยความไม่จำเป็น โดยตนอยากให้ทุกคนที่เป็นผู้บริหารได้ตระหนักถึงปัญหาการบริหารงานบุคคลด้วยไม่ใช่มุ่งการบริหารวิชาการแต่เพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับประเด็นที่ศาลปกครองกลาง พิพากษาเรื่องการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการครู เพื่อชำระหนี้เงินกู้ ว่า เงินเดือนสุทธิหลังจากหักชำระหนี้แล้วต้องเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 นั้น ผมคิดว่าเราต้องทำตามคำสั่งศาลปกครอง &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ผมได้วางกรอบระยะเวลาการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูจะต้องดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55606</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำหนดเพดานเงินกู้ครู, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, แก้ปัญหาหนี้ครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2e91d8b95e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดึงครูเกษียณแล้วแต่ยังเป็นหนี้เข้าศูนย์เศรษฐกิจฐานราก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12พ.ย.62-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่ากากระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารธนาคารออมสิน &amp;nbsp;ในฐานะที่ตนดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เพื่อมารับฟังข้อมูลปัญหาต่างๆ ที่ผ่านมา ว่า มีเรื่องใดที่ได้รับการแก้ไขไปแล้วบ้างหรือเรื่องใดที่ยังเป็นอุปสรรคและยังไม่ได้การแก้ไข &amp;nbsp;พร้อมกับร่วมกันเสนอความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อข้าราชการครูในอนาคต เพื่อวางแผนบริหารจัดการร่วมกัน โดยประเด็นหลักๆ ส่วนใหญ่ที่ได้หารือร่วมกันนั้นคือการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เนื่องจาก พบว่าธนาคารออมสินมีศูนย์ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากเพื่อความยั่งยืน ซึ่งศูนย์แห่งนี้มีหน้าที่วิเคราะห์และศึกษาช่วยเหลือให้แก่ประชาชนในรูปแบบต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;จากการหารือประเด็นแก้หนี้ครู ตนมีความคิด ว่า ครูที่เป็นลูกค้าของธนาคารออมสิน และได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ยังต้องชำระหนี้จากการกู้ยืมอยู่ก็อยากจะให้ครูได้เข้าร่วมพัฒนาตนเองกับศูนย์ฯ แห่งนี้ เพื่อให้ครูได้พัฒนามีอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ตนเองหลังเกษียณ โดยตนต้องการให้ครูมีอาชีพหลังเกษียณ เพื่อเป็นการยืนยันกับธนาคาร ว่า ครูมีศักยภาพในการชำระหนี้ &amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ธนาคารออมสินมีความมั่นใจในการวางแผนบริหารจัดการช่วยเหลือหนี้สินครูได้ในอนาคต ขณะเดียวกันธนาคารออมสินยังได้สะท้อนปัญหาหนี้ครูให้รับทราบถึงการที่ครูไปกู้ยืมเงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูด้วย ซึ่งการกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินของสหกรณ์นั้น ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ครูไม่สามารถชำระหนี้ได้ และ เมื่อรวมหนี้ของครูที่ไปกู้ยืมจากแหล่งเงินกู้ในระบบแล้ว พบว่าเป็นจำนวนเงินมหาศาล ดังนั้นตนจะนำข้อมูลหนี้ครูจากแหล่งเงินกู้ต่างๆ มาวางแผนแก้ปัญหาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนกรณีที่ธนาคารออมสินดำเนินการหักเงินจากบัญชีกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ตามโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) โครงการ 2-7 จำนวนร้อยละ 0.5-1 เป็นเงินกว่า 10,000 ล้านบาท ในกรณีที่หักเงินไปไม่เป็นธรรมนั้น ผมขอดูรายละเอียดก่อนว่าเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องหรือไม่&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50127</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ศูนย์ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากเพื่อความยั่งยืน, แก้ปัญหาหนี้ครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191015/image_big_5da587c781111.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล &quot;เล็งทบทวนวิธีการปล่อยกู้ให้กับครูทั้งระบบ หวังแก้ปัญหาหนี้ครูให้สิ้นซาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ต.ค.62-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูว่า ขณะนี้ตนได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลหนี้ครูทั้งหมดจากทุกภาคส่วนมาแล้ว ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการต่อจากนี้คือการไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจากข้อมูลหนี้ครูที่มีอยู่จะมีแนวทางแก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของครูได้อย่างไรบ้าง รวมถึงการวิเคราะห์หนี้ครูแต่ละคนว่ามีหนี้สินอยู่จำนวนเท่าไหร่ เพื่อมาจัดทำแผนแก้ปัญหาให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งตนยืนยันว่าจะผลักดันการแก้ปัญหาหนี้ครูอย่างแน่นอน เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการครู โดยเมื่อครูไม่มีความเครียดหรือวิตกกังวลเรื่องหนี้สินก็จะมีความสุขในการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางเบื้องต้นจะดูแลแก้ปัญหาคนเป็นหนี้วินัยชำระดีก่อน จากนั้นค่อยเข้าไปสู่การแก้ปัญหาให้แก่ครูในกลุ่มวิกฤต ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องลงรายละเอียดพอสมควร เพราะต้องรวมการเป็นหนี้ของครูด้วยไม่ว่าการเป็นหนี้ในระบบหรือนอกระบบเหมือนเป็นการวางระบบแผนการเงินให้แก่ครูใหม่ เพื่อให้รู้ข้อมูลว่าปัญหาจริงๆ คืออะไรและจะแก้ไขด้วยวิธีการไหน &amp;nbsp;ทั้งนี้ตนต้องชี้แจงก่อนว่าการช่วยแก้ปัญหาหนี้สินครูครั้งนี้เป็นการช่วยให้ครูตั้งหลักดำเนินชีวิตได้และทำให้ปัญหาทุเลาลง แต่หลังจากนี้ครูต้องสร้างวินัยทางการเงินด้วยตัวเองอย่าใช้ชีวิตให้เกินกับรายได้ ส่วนกรณีที่มีสถาบันการเงินปล่อยกู้ให้แก่ข้าราชการโดยจัดโปรชั่นลดแลกแจกแถมในรูปแบบดาวน์น้อยผ่อนสบายหรือออกรถโดยไม่ต้องมีเงินดาวน์ไม่มีคนค้ำประกันสำหรับข้าราชการครูนั้น เรื่องนี้เป็นการกระตุ้นให้กู้เงินโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องมีการทบทวนการปล่อยเงินกู้กันใหม่ทั้งระบบด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47151</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ทบทวนวิธีการปล่อยกู้ให้ครูทั้งระบบ, แก้ปัญหาหนี้ครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190914/image_big_5d7ce6e1e187f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
