<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รัฐบาล&#039;เอาจริงตั้งทีมพิเศษแบบถาวรลุยสางปัญหาหนี้นอกระบบให้ประชาชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.2563 &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายก เปิดเผยว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ และได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน โดยมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 5 ด้านคือ &amp;nbsp;1. การจัดการเจ้าหนี้นอกระบบ มี &amp;ldquo;พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560&amp;rdquo; ซึ่งเพิ่มโทษกับเจ้าหนี้นอกระบบ และเปิดช่องทางให้เจ้าหนี้นอกระบบสามารถจดทะเบียนเป็นผู้ให้สินเชื่อในระบบได้ 2. การไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ ลูกหนี้สามารถร้องทุกข์และขอคำปรึกษาปัญหาหนี้นอกระบบได้ที่ &amp;ldquo;จุดให้คำปรึกษาปัญหาหนี้นอกระบบ&amp;rdquo; ที่ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกสาขา ซึ่งจะช่วยประสาน &amp;ldquo;คณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบในทุกจังหวัด&amp;rdquo; เพื่อช่วยเจรจาระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า 3. การจัดหาแหล่งเงินในระบบให้ เมื่อไกล่เกลี่ยจนมูลหนี้เป็นธรรมแล้ว ซึ่งลูกหนี้สามารถที่จะขอสินเชื่อในระบบได้ โดยรัฐบาลได้สนับสนุนให้มีสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ (PICO Finance) ซึ่งเป็นสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ ที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงการคลัง 4. ฟื้นฟูศักยภาพลูกหนี้ สําหรับลูกหนี้ที่ยังมีความสามารถในการชําระหนี้ตํ่าเกินไป &amp;ldquo;คณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการหารายได้ของลูกหนี้นอกระบบในทุกจังหวัด&amp;rdquo; จะช่วยฟื้นฟูอาชีพ ปลูกฝังความรู้และวินัยทางการเงิน ฝคำอบรมอาชีพ หรือพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน 5. สร้างภูมิคุ้มกัน ภาครัฐจะพัฒนาเครือข่ายองค์กรการเงินชุมชนให้ทําหน้าที่ทดแทนเจ้าหนี้นอกระบบ หน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน รวมทั้งจัดทํา &amp;ldquo;ฐานข้อมูลหนี้นอกระบบ&amp;rdquo; เพื่อใช้กําหนดนโยบายที่เหมาะสมและตรงเป้าหมายต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวด้วยว่า ผลการดำเนินงานช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มีการช่วยเหลือลูกหนี้ให้ได้รับทรัพย์สินคืนแล้ว 25,044 ราย คิดเป็นโฉนดจำนวน 21,304 ฉบับ จับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบและผู้ติดตามทวงถามหนี้โดยวิธีการผิดกฎหมายจำนวน 6,002 ราย และการให้แหล่งเงินในระบบพิโกไฟแนนซ์ มียอดสินเชื่ออนุมัติสะสมจำนวน 269,880 บัญชี รวมเป็นจำนวนเงิน 7,018.34 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการพิเศษที่มีลักษณะเป็นการถาวร เพื่อรับผิดชอบการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับประชาชนทั่วประเทศ ตั้งเป้าไว้ว่า ข้อร้องเรียนต่าง ๆ จะใช้เวลาแก้ปัญหาไม่เกิน 1 สัปดาห์ และในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะ คือ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ (ศปน.ตร.) มีภารกิจในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลหรือบุคคที่ให้ประชาชนกู้ยืมเงินโดยผิดกฎหมาย หรือมีลักษณะเป็นการทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบประชาชน นับจากเริ่มดำเนินการเมื่อ 8 มิถุนายน 2563 จนถึงปัจจุบัน ได้รับแจ้งจำนวนทั้งสิ้น 1,947 เรื่อง ดำเนินการเสร็จสิ้น 1,548 เรื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 399 เรื่อง เป็นผู้ต้องหา 1,090 ราย ของกลางรถยนต์ รถจักรยานยนต์ 245 คัน โฉนดที่ดิน 87 ฉบับ เงินสดกว่า 1,300 ล้านบาท บัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง 1,373 คดี ไก่เกลียประนีประนอมจำนวน 105 เรื่อง สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถร้องทุกข์ได้ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอัชญากรรมทางเศรษฐกิจโทร 02-2341068 หรือแจ้งร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจทุกแห่ง โทรสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาหนี้นอกระบบ โดยเฉพาะช่วงของการระบาดของโควิด - 19 การขูดรีดดอกเบี้ยจากเจ้าหนี้ถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนให้หนักหนาขึ้นไปอีก จึงได้วางแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการและครอบคลุมหลายด้าน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และเน้นย้ำให้การรับเรื่องร้องเรียนต่างๆต้องมีคำตอบให้ประชาชนถึงความคืบหน้า โดยรัฐบาลกำหนดเป้าหมายระยะยาว ที่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้หลุดพ้นจากปัญหาของหนี้นอกระบบ ส่งเสริมการเข้าถึงหนี้ในระบบ และพัฒนาความสามารถในการบริการจัดการหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างยั่งยืน&amp;rdquo; น.ส.รัชดา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77275</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชดา ธนาดิเรก, แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58eebca0ca2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำตาท่วม!บิ๊กป้อมคืนโฉนด โจ๊กฟุ้ง6ด.เป่าหนีี้ชาวอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ชาวอีสานน้ำตาท่วมรับ &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ คืนที่ดิน 8 จังหวัดกว่า 4.2 พันไร่ มูลค่าเกือบ 2 พันล้าน หากคิดทั้งประเทศเหยียบ 3 พันล้านบาท &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; บอก 6 เดือนปัญหาหนี้ที่ราบสูงจะหมดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ คณะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ลงพื้นที่โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายแก้ปัญหาหนี้นอกระบบในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งมีลูกหนี้กว่า 6 แสนราย หรือ 70% ของหนี้นอกระบบทั่วประเทศ 9 แสนราย &amp;nbsp;
โดยคณะ พล.อ.ประวิตรได้ร่วมกันส่งมอบทรัพย์สินคืนให้ลูกหนี้จากการบังคับใช้กฎหมายครั้งที่ 4 ให้ประชาชนภาคอีสาน 8 จังหวัด ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 1,055 ฉบับ เนื้อที่ 4,271 ไร่ 1 งาน 54 ตารางวา มูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาท โดยทั่วประเทศจะมีการมอบคืนในครั้งที่ 4 จำนวน 2,424 ราย เป็นโฉนดที่ดิน 1,861 ฉบับ รวมที่ดินกว่า 6,300 ไร่ มูลค่า 2,858 ล้านบาท &amp;nbsp;ทั้งนี้ การบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นที่ผ่านมาสามารถคืนทรัพย์สินให้ลูกหนี้แล้วกว่า 9,500 ราย เป็นโฉนดที่ดิน 7,391 ฉบับ รวม 25,101 ไร่ มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;
โดยบรรยากาศที่ จ.ศรีสะเกษ มีประชาชนนำดอกไม้ พวงมาลัย มามอบให้ พล.อ.ประวิตรและเจ้าหน้าที่เพื่อขอบคุณและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานกันต่อไป ซึ่งบางรายดีใจถึงกับน้ำตาไหลทีเดียว
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า วันนี้ถือเป็นการคืนความสุขให้พี่น้องประชาชน พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานด้วยความจริงใจ และขอแสดงความยินดีกับประชาชนที่ได้คืนโฉนดที่ดินคืน แต่ขอให้หลังจากนี้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง อย่าเอาไปจำนองต่ออีก&amp;nbsp;
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รรท.ผบช.สตม.) กล่าวว่า หลังจากนี้ตำรวจยังคงทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง สามารถมาร้องได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชนประจำจังหวัด โดย พล.อ.ประวิตรสั่งการให้เจ้าหน้าที่บูรณาการขับเคลื่อนปราบปรามเจ้าหนี้นอกระบบและยึดคืนที่ดินกลับคืนประชาชน แต่ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งฝ่ายเจ้าหนี้และลูกหนี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ขณะนี้ความเดือดร้อนของประชาชนเริ่มคลี่คลายแล้ว และใน 6 เดือน พื้นที่ภาคอีสานจะต้องแก้ปัญหานี้ให้หมดไป นอกจากนี้ สั่งการให้บูรณาการร่วมกับกระทรวงการคลัง สร้างแหล่งเงินกู้อย่างถาวรยั่งยืน ในพื้นที่ ตำบล หมู่บ้าน และจังหวัด ผ่านฟิโกไฟแนนซ์และนาโนไฟแนนซ์ เพื่อตัดวงจรไม่ให้ชาวบ้านนำโฉนดที่ดินกลับไปสู่นายทุนอีก&amp;rdquo;
นางจำเนียน กาลวงษ์ ประชาชนที่นำที่ดิน 41 ไร่ไปจำนอง กล่าวขอบคุณรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่ช่วยเหลือประชาชน รู้สึกดีใจและโล่งใจที่ได้โฉนดที่ดินคืน เพราะก่อนหน้านี้ไม่สบายใจมาตลอด กลัวที่ดินจะถูกยึด หลังจากนี้ไม่คิดเอาที่ดินไปจำนองแล้ว จะใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
วันเดียวกัน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เป็นประธานในพิธีส่งมอบทรัพย์สินคืนแก่ประชาชนในเขต กทม.ที่ตกเป็นเหยื่อนายทุนเงินกู้นอกระบบ โดยทรัพย์ที่ตำรวจได้ส่งมอบคืนนั้น ประกอบด้วยทะเบียนรถยนต์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 5 คัน พร้อมทั้งได้สั่งการให้ทุกพื้นที่เน้นตรวจสอบขบวนการปล่อยเงินกู้ พร้อมทั้งขยายผลไปหากลุ่มนายทุนเงิน เพื่อทำการตรวจสอบทรัพย์สิน โดยข้อมูลจากการสืบสวนพบว่ากลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้นมีไม่มาก ส่วนมากจะเป็นลูกน้องของนายทุนจากจังหวัดแถบปริมณฑลเข้ามาปล่อยเงินกู้และเก็บดอกเบี้ยมากกว่า
&amp;ldquo;สถิติการปราบปรามขบวนการเงินกู้นอกระบบนั้น &amp;nbsp;ล่าสุด นครบาลรับเรื่องร้องทุกข์มาแล้ว 122 เรื่อง ดำเนินการป้องปรามรวมทั้งเจรจาปรับโครงสร้างหนี้เสร็จสิ้น 57 เรื่อง จับนายทุนเงินกู้ได้ 6 คน&amp;rdquo;
ที่ ชลบุรี พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เป็นประธานพิธีมอบคืนโฉนดที่ดินคืนความสุขให้ประชาชนลดความเหลื่อมล้ำของสังคม โดยผลจากการระดมกวาดล้างจับกุมผู้กระทำผิดหนี้นอกระบบตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 108 ราย ผู้ต้องหา 118 คน ยึดของกลางมูลค่า 2,293,305 บาท และได้ไกล่เกลี่ยประนอมหนี้สำเร็จ 622 ราย และมีมูลค่าทรัพย์สินส่งคืน 37,668,348 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ห้องประชุมตำรวจภูธรภาค 7 อ.เมืองฯ จ.นครปฐม พล.ต.ต.กฤษณะ ศิริปิยะวัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 เป็นประธานทำพิธีมอบคืนโฉนดที่ดินและทรัพย์สินคืนความสุขให้ประชาชน โดยนำโฉนดที่ดินจำนวน 223 ฉบับ รวมเนื้อที่ 623 ไร่ 54 ตารางวา ทั้งยังได้คืนรถยนต์และทรัพย์สินประกันหนี้อื่นๆ อีก รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 187,914,750 บาทด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20792</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบังคับใช้กฎหมายแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ, คืนที่ดิน, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์, แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181026/image_big_5bd30bfd69e29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านร่ำไห้ร้อง &#039;บิ๊กโจ๊ก&#039; นายทุนยึดโฉนดที่ดินทั้งที่ใช้หนี้ครบแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.61 -ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์การกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม บช.ภ.4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.สุระชัย &amp;nbsp;ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์&amp;nbsp;หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ &amp;nbsp;ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 ทำการตรวจเยี่ยมการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯและทำการพูดคุยกับประชาชนที่มายื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อขอความช่วยเหลือจากการที่ยังคงถูกกลุ่มนายทุนไม่ยอมคืนโฉนดที่ดินให้แม้จะมีการชำระหนี้ให้ครบแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสาร ลงเลขที่รับเรื่องและเข้าตรวจสอบข้อมูลต่างๆตามขั้นตอนของการดำเนินงาน โดยในระหว่างที่ พล.ต.ท.สุระชัย , พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ และ พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ได้ตรวจสอบเอกสารสัญญาต่างๆอยู่นั้น ได้มีประชาชนที่มายื่นเรื่องราวร้องทุกข์ ซึ่งทราบว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ได้เข้ามาตรวจสอบเอกสารสัญญาต่างๆด้วยตนเอง ได้ต่างพากันมาขอเข้าพบเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งแก้ปัญหาและคืนความสุขให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้วย เนื่องจากเกรงว่าการดำเนินงานของทางเจ้าหน้าที่จะล่าช้าเนื่องจากมีผู้มายื่นเรื่องเพื่อขอรับการช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การดำเนินงานของทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายดำเนินการอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันโอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นั้นได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานในการลดความเหลื่อมล้ำให้กับประชาชนนั้นเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งการดำเนินงานของศูนย์ฯในพื้นที่ บช.ภ.4 มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง มีการเจรจาไกล่เกลี่ยและเข้าสู่กระบวนการตามระเบียบที่ศูนย์ฯนั้นกำหนดแล้วรวมหลายราย โดยในวันที่ 20 ก.ย.นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรฅณ รองนายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อคืนโฉนดให้กับประชาชนที่ได้รับคืนจากกลุ่มนายทุน จากการดำเนินงานของศูนย์ฯ รวมกว่า 4,000 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในการคืนความสุขให้กับประชานในการส่งคืนโฉนดที่ดินจะเริ่มทยอยไล่เรียงทีละจังหวัด ซึ่งการดำเนินงานของศูนย์ฯ ทั้งในระดับกองบัญชาการภาค หรือระดับตำรวจภูธรจังหวัดมีผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง หลังเสร็จการส่งมอบคืนโฉนดที่ จ.กาฬสินธุ์แล้วก็จะไปที่นครราชสีมา และเชียงใหม่ ซึ่งเฉพาะที่เชียงใหม่ นั้นจะมีการส่งมอบโฉนดคืนให้กับประชาชนรวมกว่า 1,000 ไร่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจสอบข้อร้องเรียนและการตรวจสอบสัญญาต่างๆที่มีการส่งเรื่องมาที่ บช.ภ.4 นั้น หลายกรณีสามารถที่เจรจาไกล่เกลี่ยและตกลงกันได้ แต่ก็มีบางสัญญาที่นายทุนนั้นไม่ยอมเจรจาหรือเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย คณะทำงานจะทำการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะเมื่อมีการตรวจสอบแล้วพบว่ากระทำการที่นอกเหนือกฎหมายเป็นคดีความ ใครก็จะอยู่เหนือกฎหมายไม่ได้ และเมื่อมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว ก็จะมีการตรวจสอบทางการเงินของกลุ่มนายทุนด้วย เรื่องนี้ ปปง.จะทำงานร่วมกับตำรวจ โดยแยกเป็นแต่ละรายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17491</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวาดล้างนายทุนหนี้นอกระบบ, กู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม, ขอนแก่น, นายทุนดอกเบี้ยโหด, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a32bacf19c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิกออฟล้างหนี้นอกระบบ ตร.ล็อกเป้ามาเฟีย762ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตร.คิกออฟกวาดล้างนายทุนหนี้นอกระบบ คลังชี้เป้า 762 ราย พบ 3 กลุ่มใหญ่ 6 จ.ในภาคกลาง-ตะวันออก-อีสาน เตรียมเปิดแอปพลิเคชันให้ประชาชนแจ้งเบาะแส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 16 พฤษภาคม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., นายบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการคลัง ร่วมกันแถลงมาตรการกวาดล้างนายทุนหนี้นอกระบบผิดกฎหมาย หลังประชุมร่วมกันถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาและมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า ตามนโยบายของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญต่อปัญหาหนี้นอกระบบของประชาชน เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ากลุ่มนายทุนได้มีวิธีการเชิญชวน หรือยื่นข้อเสนอให้ประชาชนในการกู้ยืมเงินนอกระบบถึงหน้าบ้าน และมีเงื่อนไขในการปล่อยกู้ที่ง่าย สะดวก จึงส่งผลให้ประชาชนหลงอยู่ในวังวนของขบวนการนายทุนหนี้นอกระบบไม่จบสิ้น จึงได้สั่งไปยังทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องให้รีบดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมาย และควบคุมกลุ่มนายทุน กลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างๆ ที่มีการปล่อยเงินกู้หนี้นอกระบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งกำชับให้กำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงกว่ามาตรฐาน และเป็นการเอารัดเอาเปรียบ หรือใช้ความรุนแรงในการทวงหนี้ จนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการก่อเหตุอาชญากรรมได้ โดยหน้าที่หลักของตำรวจคือ กวาดล้าง จับกุม ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้มีการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน และแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบผู้มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิดกฎหมายหนี้นอกระบบ เพื่อให้การปราบปรามเงินกู้นอกระบบตามนโยบายของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงได้ร่วมมือกับส่วนต่างๆ บูรณาการกำลังในการกวาดล้างจับกุม โดยเริ่มคิกออฟปฏิบัติการกวาดล้างนายทุนหนี้นอกระบบพร้อมกันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;quot; พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า นายทุนนอกระบบเท่าที่ตรวจสอบพบอยู่ 3 กลุ่มใหญ่ &amp;nbsp;คือ ภาคกลาง ที่ จ.อุทัยธานี, ภาคตะวันออก อยู่ที่ จ.ชลบุรี จ.ระยอง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี &amp;nbsp;ซึ่งจะดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ชัยวัฒน์เปิดเผยว่า รายชื่อนายทุนหนี้นอกระบบที่กระทรวงมหาดไทยส่งมาให้กระทรวงการคลัง แล้วกระทรวงการคลังส่งมาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบ มีด้วยกัน 762 รายชื่อ ซึ่งสัปดาห์หน้าคงทราบผล พร้อมทั้งหามาตรการในการแก้ไข นอกจากระดมกวาดล้างจับกุมแล้ว ยังมีช่องทางในการให้ผู้เดือดร้อนแจ้งเบาะแสมาที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) หมายเลข 1135 เมื่อได้รับเบาะแสแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งข้อมูลที่ได้รับแจ้งไปยังพื้นที่เกิดเหตุดำเนินการทันที ส่วนรายชื่อทั้งหมดที่ได้มานั้น ไม่มีตำรวจและทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง ที่ผ่านมานายทุนหลังถูกจับกุมจะถูกดำเนินคดีที่ศาลแขวงเป็นเพียงโทษปรับ แต่ขณะนี้ได้เพิ่มโทษแล้ว ในส่วนของ ปคบ.ได้ให้หามาตรการเพิ่มโทษในลักษณะพฤติกรรมอำพรางที่เข้ามูลฐานความผิดการฉ้อโกงประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;762 รายชื่อนายทุนที่ได้มา เจ้าหน้าที่จะเอาไปตรวจสอบว่ารายชื่อที่ปรากฏอยู่ภาคใด จังหวัดไหน เพื่อพิสูจน์ทราบ เช่น การจับกุมตรวจค้น ส่วนพฤติกรรมเจ้าหนี้ที่ทำร้ายลูกหนี้พบแล้วบางจังหวัด ส่วนเบาะแสการแจ้งความต่อไปจะให้ ปคบ.สร้างแอปพลิเคชันขึ้นมาให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป&amp;quot; ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญชัย ตัวแทนจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้พยายามประสานกับทุกหน่วยงานเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล หลักๆ มีด้วยกัน 4 มิติจะต้องดำเนินการ ดังนี้ 1.ดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย ทั้งเรื่องอัตราดอกเบี้ย และการทวงถาม 2.การเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินให้กับประชาชนเพื่อมาทดแทนแหล่งเงินกู้นอกระบบ ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้อาศัยธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ในการให้สินเชื่อรายย่อยใช้จ่ายฉุกเฉิน ทดแทนเงินกู้นอกระบบได้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งคือสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด หรือฟิโก้ไฟแนนซ์ ซึ่งมีการออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการให้สินเชื่อกับประชาชนวงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย สามารถประกอบการได้ในจังหวัดตัวเองเท่านั้น ปัจจุบันมีผู้ยื่นขอใบอนุญาต 470 ราย ใน 66 จังหวัด มีผู้ได้รับอนุญาตแล้ว 348 รายใน 63 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ขอความร่วมมือกับ ตร. ในการประสานระดับท้องถิ่นเพื่อให้เกิดผลการปฏิบัติบูรณาการเป็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนการไกล่เกลี่ยหนี้ ซึ่งทางกระทรวงการคลังมีคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบประจำจังหวัดอยู่แล้ว โดยมีตัวแทนจากอัยการเป็นประธานในแต่ละจังหวัด สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ และ 4.เพิ่มศักยภาพลูกหนี้นอกระบบ ปัจจุบันพยายามลงทะเบียนลูกหนี้แจ้งความประสงค์มีศักยภาพด้านใดเพื่อให้รัฐบาลพัฒนาศักยภาพในการหารายได้เพิ่มเติมในอนาคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9359</URL_LINK>
                <HASHTAG>762 รายชื่อนายทุน, กลุ่มนายทุน, กวาดล้างนายทุนหนี้นอกระบบ, คิกออฟ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc31b0233f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.จับมือคลังลุยแก้หนี้เถื่อนช่วยเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฯ จี้ทุกกระทรวงแชร์ข้อมูล Big Data หวังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารประเทศ ช่วยวางยุทธศาสตร์การทำงาน จัดความช่วยเหลือให้ประชาชนได้ตรงตามความต้องการในแต่ละพื้นที่ พร้อมส่ง &amp;ldquo;คสช.&amp;rdquo; จับมือคลังลุยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เน้นกลุ่มเกษตรกรเป็นหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับโครงการบิ๊กดาต้า (Big Data) อย่างมาก โดยได้สั่งการว่าภายในเดือน ก.ค.2561 การเชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ต้องเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น แม้จะไม่แล้วเสร็จทั้งหมดก็ตาม โดยให้แต่ละกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ นำข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสามารถเปิดเผยได้ ออกมาใช้เชื่อมโยงกัน เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานแผ่นดิน และวางยุทธศาสตร์ในการบริหารประเทศในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้เช่น การนำข้อมูลการใช้น้ำประปาหรือไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่มารวมกัน ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีข้อมูลปริมาณการใช้สาธารณูปโภคเหล่านี้ที่แตกต่างกันออกไป ตรงนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับหน่วยงานที่วางแผนจะขยายกำลังการผลิตในอนาคต สามารถดำเนินงานได้ตรงตามความต้องการของคนในพื้นที่ ไปจนถึงข้อมูลการใช้สวัสดิการต่างๆ ผ่านบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย ก็จะเป็นฐานข้อมูลในการจัดสวัสดิการที่ตรงตามความต้องการในอนาคตต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลที่จะเอามาเปิดเผยและเชื่อมโยงกันจะต้องไม่ใช้ข้อมูลลับหรือข้อมูลส่วนบุคคล แต่จะต้องเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ สามารถให้แต่ละส่วนงานนำไปใช้เพื่อวางแผนในการบริหารจัดการและวางยุทธศาสตร์ในการบริหารประเทศในระยะต่อไปได้ หลังจากนั้นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะมีการประสานข้อมูลเป็นแพลตฟอร์มเป็นระบบใหญ่ ให้ทุกส่วนราชการสามารถนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศต่อได้&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญกล่าว และว่า อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่ได้จะมีความทันสมัยมากขึ้น เพราะจะเป็นการเก็บและแบ่งปันข้อมูลในทุก 1-3 และ 6 เดือน ซึ่งหน่วยงานต่างๆ จะเห็นภาพความต้องการของประชาชนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่าพล.อ.ประยุทธ์ได้มอบหมายให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมลงพื้นที่ในการสำรวจและแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกร ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับคณะกรรมการกำกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน ทั้งในส่วนกลางและส่วนพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง โดยมีการประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ในการเจรจาประนอมหนี้ ลดต้น ลดอัตราดอกเบี้ยลง แต่ยังมีกลุ่มเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างจริงจัง ซึ่งเรื่องดังกล่าวรัฐบาลให้ความสำคัญ และถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ &amp;nbsp; สำหรับกระบวนการก็จะมีการลงไปสำรวจข้อมูล เจรจากับเจ้าหนี้ต่างๆ ซึ่งจะเป็นการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จังหวัดต่างๆ มีการตั้งสำนักงานขึ้นมาเพื่อเปิดให้เกษตรกรที่มีปัญหาเข้ามาลงทะเบียนเพื่อรับการช่วยเหลือ ซึ่งตรงนี้เป็นการตั้งรับมากกว่า รัฐบาลต้องการทำงานในเชิงรุกมากขึ้น จึงได้มอบหมายให้ คสช.เข้ามาช่วยดำเนินการในส่วนนี้ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เกษตรกรที่กู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้นอกระบบเท่านั้น ยังรวมถึงการกู้ยืมจากโรงสี โรงมัน เป็นต้นด้วย เพราะในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก อาจมีเกษตรกรที่ไปกู้เงินกันโรงสี โรงมันต่างๆ เมื่อถึงช่วงเก็บเกี่ยวเกษตรกรนำผลผลิตไปขาย ก็อาจจะถูกโรงสี โรงมันที่เป็นเจ้าหนี้เก็บเงินจากการขายผลผลิตเป็นการใช้หนี้ทั้งหมด ทำให้เกษตรกรไม่มีเงินเหลือเพื่อใช้จ่าย ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนอกระบบก็สูงมาก บางราย 35-40% ต่อเดือน เมื่อไม่มีเงินใช้ ทำให้เกษตรกรต้องไปกู้เงินอีก ก็เป็นหนี้นอกระบบไปเรื่อยๆ หากไม่ได้รับการแก้ไข&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญกล่าว.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9277</URL_LINK>
                <HASHTAG>การใช้สาธารณูปโภค, ความต้องการในอนาคต, ฐานข้อมูลในการจัดสวัสดิการ, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ, โครงการบิ๊กดาต้า (Big Data)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afaea6b70b4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
