<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุ๊ต๊ะ! สาวกแม้ว เชื่อมั่น  6 เดือน &#039;โทนี่&#039; แก้เศรษฐกิจได้แน่ บอกแค่ได้ยินชื่อก็ดีขึ้นทันตาเห็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย. 64 - นายสุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล หรือ ฮาร์ท นักร้องชื่อดัง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่าขอถามความเห็นหน่อยสิ &amp;nbsp;พี่โทนี่บอก เศรษฐกิจแก้ได้ใน 6 เดือน เพื่อนๆคิดว่าพี่แกจะทำได้ไหม? (ผมพยายามช่วยรัฐบาลกู้ชื่อเสียง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก เข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยต่างเชื่อมั่นว่าโทนี่ วู้ดซัม หรือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะสามารถแก้เศรษฐกิจได้ภายใน 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิความเห็น &amp;quot;ผมเชื่อครับ เพราะพี่โทนี่ประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจมีเยอะ มี Connection เยอะด้วย ที่สำคัญเคยบริหารประเทศไทยมาแล้ว และมองเห็นทุก ๆ อย่าง จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพี่โทนี่ ที่จะใช้เวลาแค่ 6 เดือน ในยุคของพี่โทนี่เป็นนายก มีรองนายกเยอะที่สุด และแต่ละท่านเก่ง ๆ กันทุกคน พี่โทนี่บริหารคน กระจายอำนาจให้คนที่บริหารเก่ง ๆ ได้ทำงาน ไม่ได้ยึดรวบอำนาจไว้กับตัวเองคนเดียว&amp;quot;
&amp;nbsp;
&amp;quot;3 เดือนซ่อม อีก 3 เดือนสร้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่ใช่แค่ฝีมือแกครับ ถ้าคนได้ยินว่าชื่อนี้เป็นนายกความเชื่อมั่นทั้งในและตปท.ก็พุ่งพรวด แค่ 6 นาทีก็พุ่งพรวดด้วยซ้ำไปครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่ใช่ว่าจะคุยนะครับ...ระดับลุงโทนี่......เอาแค่ชื่อบอกว่าลุงโทนี่จะกลับมาเป็นนายก....ผมรับประกันเลยว่าเศรษฐกิจจะดีตั้งแต่ประกาศชื่อว่าแกจะมาเป็นนายกแล้วครับ...เอาเป็นว่าดีตั้งแต่วันแรกเลยครับไม่ต้องรอให้ถึง 6 เดือนหรอกครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105234</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล, ฮาร์ท, แก้ปัญหาเศรษฐกิจ, โทนี่ วู้ดซัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b83f07a0b43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนอย่างจัง!ย้อนเกล็ด &#039;แม้ว&#039; จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศให้ได้ภาย 6 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า.....นายทักษิณ ชินวัตร เคยยืนชี้มือขึ้นฟ้าในช่วงหาเสียงเลือกตั้งว่า จะแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานครให้สำเร็จได้ใน 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....นายทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นเวลา 5 ปีเศษ สามารถแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานคร ได้สำเร็จจริงหรือไม่ ประชาชนคนไทยคงทราบกันดีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....การที่นายทักษิณอ้างว่า จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศให้ได้ภาย 6 เดือน คงไม่ต่างจากที่เคยคุยว่าจะแก้ปัญหาจราจรให้สำเร็จได้ภายใน 6 เดือนนั่นแหละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....คือเก่งแต่พูดเท่านั้นเอง!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105120</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, ทักษิณ ชินวัตร, แก้ปัญหาเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b83bd0de729.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พปชร.&#039;ซัด&#039;พท.&#039;อยู่ในโลกความจริงหลังวิจารณ์ฝีมือแก้ศก.รัฐบาล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.64-น.ส.พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีนายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย โจมตีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน เพ้อฝันหลังออกมาระบุเศรษฐกิจปี 2563 ที่ติดลบถึง 6.1% ต่ำสุดในรอบ 22 ปี คือ ความสำเร็จ และปีนี้จะขยายตัว 4%ว่า เช้าๆ วันอาทิตย์แบบนี้ ตื่นมานั่งอ่านข่าว เห็นข่าวท่าน ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน ให้ความเห็นเกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์ของท่านรองนายก และรมว. พลังงานท่านสุพัฒนพงษ์ พันมีเชาว์ ว่า เศรษฐกิจปี 2563 ที่ติดลบที่ 6.1 % ต่ำสุดในรอบ 22 ปีคือความสำเร็จ และในปีนี้จะขยายตัว 4% นั้น เป็นเรื่อง &amp;quot;เพ้อฝัน&amp;quot; &amp;nbsp;เลยมานั่งวิเคราะห์ดูข่าวเก่าๆ ว่า &amp;nbsp;โควิด-19 เริ่มระบาดให้ช่วงไตรมาสแรกของปี 63 ซึ่งเป็นเหมือนกันทั่วโลก ของเราตอนนั้น ทั้งIMF ทั้งสำนักวิจัยต่างๆฟันธงว่า ปี 63 นี้ประเทศไทยสาหัส &amp;nbsp;ติดลบไม่ต่ำกว่า 10 % &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พิชชารัตน์ ระบุว่า แต่พอไตรมาส 2 เราก็เริ่มเป็นบวก และต่อเนื่องมาจนถึง ไตรมาส 3 และ 4 &amp;nbsp;ทำให้ทั้งปี เศรษฐกิจไทยบอบช้ำน้อยกว่าที่คาดกันไว้ &amp;nbsp;จบที่ติดลบ 6.1 % &amp;nbsp;จากที่คาดกันว่า จะติดลบ 7-8 % &amp;nbsp;ไม่ได้บอกว่า เศรษฐกิจไม่มีอะไรเสียหาย แต่อยากจะบอกว่า เสียหายน้อยกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ อย่าดูแค่ตัวเลขสุดท้ายว่า ติดลบ 6.1 &amp;nbsp; ต้องดูให้ต่อเนื่อง จะเห็นว่า มันดีขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp;และตัวเลขต่างๆที่เราดูกันอยู่ ทำให้มั่นใจว่า ปี 64 นี้จะดีขึ้น เพราะมาตราการต่างๆของรัฐบาล อย่างเช่น คนละครึ่ง &amp;nbsp;เราเที่ยวด้วยกัน ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระหว่างที่เรายังไม่กลับสู่ภาวะปกติ เพราะยังต้องสู้รบกับโควิด อยู่นั้น ยังทำอะไรไม่ได้เต็มที่ ในเรื่องการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การลงทุนจากต่างประเทศ หรือแม้แต่การท่องเที่ยวที่เราพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติมาโดยตลอด อยากให้ท่านส.ส. ได้ลงไปสัมผัสกับประชาชนดู ไปเดินตลาดดูบ้างว่า &amp;nbsp;คนเขาพูดถึงมาตรการ &amp;quot;คนละครึ่ง&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;quot;เราชนะ&amp;quot; ว่าดีอย่างไร &amp;nbsp;วันหยุดคนออกไปเที่ยวกันมากขนาดไหน &amp;nbsp; ดิชั้นเดินตลาด ไปต่างจังหวัด เห็นแต่ป้ายร้านค้าคนเข้าร่วมโครงการ หรือแม้แต่คนจะซื้อของยังถามเลยว่า &amp;quot;ร้านนี้รับ คนละครึ่งมั๊ยคะ&amp;quot; ดิชั้นไม่อยากจะโอ้อวดว่าโครงการเยียวยาต่างๆของรัฐบาลนี้ประสบความสำเร็จ แต่อยากให้ท่านลองฟังเสียงประชาชนดู หากพูดถึงราคาพืชผลการเกษตร ตอบได้อยากเดียวว่า เราไม่ได้เห็นข่าวการประท้วงของชาวสวนยาง ชาวสวนปาล์มเลยใช่ไหม &amp;nbsp;เพราะราคามันดีขึ้นยังไงละคะ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่างประเทศมองอย่างไร ล่าสุด บริษัท Rating and Investment Information &amp;nbsp;หรือ R&amp;amp;I &amp;nbsp;บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือของฯญี่ปุ่น คงอันดับเครดิตไทยไว้เท่าเดิมคือ A- &amp;nbsp;และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ &amp;nbsp;ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่นในแนวทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลและทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ทีมีแนวโน้มจะฟื้นตัวและเติบโต ตั้งแต่เกิดโควิดเมื่อปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ &amp;nbsp;ประเทศไทยไม่เคยถูกลดอันดับเครดิตเลย ทั้งจาก มูดี้ส &amp;nbsp;เอสแอนด์พี และฟิทช์ เรตติ้ง &amp;nbsp;ทุกสำนักคงอันดับเครดิตไว้เท่าเดิม &amp;nbsp;เพราะทุกรายดูตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงแล้ว เห็นว่า ประเทศไทยไม่ได้แย่ลงเลย เขาเชื่อในการบริหารจัดการของรัฐบาล ในขณะที่มีหลายๆประเทศ ถูกลดอันดับเครดิตลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;การทำงานในทุกองค์กร เราต้องตั้งเป้าหมายเสมอ เพื่อให้องค์คาพยพขององค์กร เดินหน้าไปเพื่อไปถึงเป้าหมายนั้น และดิชั้นเชื่อมั่นว่า รัฐบาล กำลังเดินหน้า ทุ่มเท วางแผนและคิดอย่างรอบคอบ เพื่อที่ดูแลประชาชน และทำเป้าหมายให้เป็นจริง อยากให้ท่านส.ส. พรรคฝ่ายค้าน อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง หากมัวเเต่พูดเรื่องความฝัน จะมองไม่เห็นความสำเร็จที่แท้จริง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96026</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, แก้ปัญหาเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604dc821a5b3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ชี้แก้เศรษฐกิจช่วงโควิดต้องช่วยกันเองภายในประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบการประชุมทางไกลระหว่างวันที่ 12 &amp;ndash; 15 พ.ย.ที่ผ่านมา​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม​ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ โดยกล่าวขอบคุณกับสื่อที่รอสัมภาษณ์เท่านั้น และจะใช้การสื่อสารผลประชุมผ่านทางพอดแคสต์ให้รับทราบเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเพจไทยคู่ฟ้า​ ได้เผยแพร่คำพูดพล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;ที่กล่าวผ่านทางพอดแคสต์​ นายกรัฐมนตรีเล่าเรื่อง​ โดย​ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้เราต้องต่อสู้กับสถานการณ์โควิด-19 เพราะมีผลกระทบตามมาทั้งเศรษฐกิจปากท้อง คนตกงาน รวมถึงเรื่องสุขภาพ แต่เราไม่ได้เผชิญเพียงลำพัง เราแก้ปัญหาคนเดียวไม่ได้ แต่ต้องแก้ปัญหาในลักษณะความร่วมมือกัน ทุกประเทศมีชะตากรรมร่วมกัน แต่ประเทศไทยถือว่ามีความโดดเด่น มีบทบาทสำคัญในเวทีโลก​ เพราะเขาสนใจว่าเรารับมือโควิด 19 ได้อย่างไร เราได้รับความชื่นชมคือ สิ่งที่ตนอยากให้ทุกคนภูมิใจ เพราะไทยเป็นแกนหลักสำคัญที่ถูกจับตามองในเวทีระหว่างประเทศ และวันนี้รัฐบาลพยายามอย่างยิ่งยวดในการแก้ปัญหาโควิด-19 ซึ่งในเรื่องของวัคซีนโควิด-19 โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ขณะนี้ของไทยกำลังทำวิจัย คาดว่าจะสามารถทดสอบในคนได้ในปีหน้า เราต้องระมัดระวังอย่างถึงที่สุด ต้องทดลองในคนจำนวนมากพอสมควร เราต้องทำให้มั่นใจว่าปลอดภัย อีกทั้งเรายังมีความร่วมมือกับอีกหลายประเทศเรื่องของการวิจัยหากสำเร็จขึ้นมาเราก็มีโอกาสร่วมใช้กับเขาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า​ เมื่อเราแก้สุขภาพแล้วเราต้องมาแก้เศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจของเราจะมีความแตกต่างจากประเทศอื่นบ้างพอสมควร เราพึ่งพาการส่งออกกับการท่องเที่ยว พอสองอย่างมีปัญหาก็ทำให้มีปัญหา เราก็แก้ปัญหาของเราว่าจะทำให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็งได้อย่างไร ช่วงนี้ต้องระวังเรื่องการลดการจ้างงาน ลดค่าจ้าง ค่าแรงพนักงาน เราต้องช่วยกันเองภายในประเทศ ผู้ประกอบการรายใหญ่ต้องช่วยรายกลางและรายเล็ก เพราะเป็นห่วงโซ่ด้วยกันทั้งสิ้น รัฐบาลพยายามหามาตรการช่วยเหลือตรงนี้ มีหลายโครงการด้วยกัน เป็น 5 โครงการหลัก อาทิเราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง &amp;nbsp;ช้อปดีมีคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จริงๆผมนึกถึงประชาชนทุกวันว่า ทุกคนลำบาก ทุกคนมีปัญหา เราต้องช่วยกันแล้ว เราต้องกลับมาคิดกันว่าเราต้องทำอย่างไรโดยทั้งรัฐและประชาชนไปด้วยกัน อย่างโครงการคนละครึ่งเราเอามาคิดดูว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเกษตร แล้วค่อยๆ ลดค่าใช่จ่ายที่รัฐจะต้องอุดหนุนลงไปมากๆ ให้ได้มากที่สุด ซึ่งตอนนี้เรายังต้องช่วยกันไปก่อน เพราะถ้าใช้งบประมาณมากเกินไปมันจะเป็นปัญหา ฝากให้ทุกคนช่วยกันคิด รัฐบาลต้องส่งเสริมให้ทุกคนเข้มแข็งด้วยตัวเอง ส่วนเรื่องอื่นๆก็ว่ากันไป ผมเป็นห่วงพี่น้องประชาชนเรื่องบ้านเมือง ความสงบสุข เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องของสุขภาพอันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ขอฝากทุกคนช่วยกันด้วย ขอให้ช่วยกันรักษาแกนหลักของชาติ ของประเทศของเรา คือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักเคารพยิ่งของพวกเรา สิ่งเหล่านี้จะนำพาให้ประเทศเราปลอดภัยพ้นวิกฤติต่างๆได้โดยเร็ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83910</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แก้ปัญหาเศรษฐกิจ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201115/image_big_5fb0fa2ed633f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039; ชี้นโยบายแก้เศรษฐกิจต้องเข้าถึงรากหญ้า แนะรัฐบาลคิดให้ดีใช้งบในช่วงโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.63 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวถึงการปรับครม.ซึ่งมีการตั้งนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาสำคัญ เพราะประเทศไทยเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจ ทีมเศรษฐกิจมีหน้าที่เร่งแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะปัญหาของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อยที่กำลังรอความช่วยเหลืออยู่ เพราะคนในประเทศไม่มีกำลังซื้อ นักท่องเที่ยวไม่มีใครเข้ามา โดยหวังว่าใครก็ตามที่เข้ามามีหน้าที่ดูแลปัญหาของเศรษฐกิจ จะมีนโยบายจอบโจทย์ ซึ่งตนขอให้กำลังใจ ส่วนเรื่องของตัวบุคคลตนไม่ขอให้ความเห็น เพราะตนไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการปรับครม.ในตอนนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า การปรับครม.เป็นเรื่องของรัฐบาล เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องพิจารณาตามความเหมาะสม จะอย่างไรก็ได้ขอให้ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน ยอมรับว่าประชาชนเดือดร้อนทั้งรากหญ้า และชนชั้นกลาง เพราะฉะนั้นนโยบายจะเร็วและแรงตรงต่อกลุ่มเป้าหมาย อะไรที่ดีเราก็ชม อะไรที่บกพร่องเราก็จะเสนอแนะวิธีการที่อาจจะดีกว่าในการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการยุบสภาแบบสิงคโปร์โมเดล จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นหรือไม่นั้น นายกรณ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจดีขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับการทำงาน และขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจที่ทำคัญคือต้องพึ่งคนที่รู้จริง ส่วนความเห็นของการต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องชี้แจงว่าทำไมถึงต้องอาศัยพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ประชาชนจะต้องใช้วิจารณญาณว่าการชี้แจงขอรัฐบาลเหมาะสมหรือไม่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ควรใช้ในกรณีที่ไม่จำเป็น ส่วนจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ หรือไม่นั้น ตนมองว่ามีปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโควิด-19 ที่ถือเป็นปัจจัยใหญ่ทำให้การค้าขายไม่คล่องตัว การท่องเที่ยวหยุดชะงัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรณ์ ยังกล่าวถึงการใช้งบประมาณที่ตอบโจทย์ต่อการแก้ไขปัญหาว่า ตอนนี้เรามีอยู่ 3 งบประมาณ งบประมาณ 2563 งบเงินกู้ และงบปี 2564 ทั้งหมดจะต้องใช้อย่างชาญฉลาดทันต่อเหตุการณ์ แต่เท่าที่เห็นเราพึ่งพาระบบราชการแบบเดิมๆมากเกินไป ซึ่งควรจะทำงานตอบโจทย์ของประชาชน เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งรัฐบาลยังมีเวลาคิดให้ดีว่าการใช้เงินในทุกนโยบายเป็นการใช้ที่ตอบโจทย์ปัญหาประชาชนมากที่สุดแล้วหรือไม่และควรตั้งคำถามว่ามีวิธีใช้เงินที่ดีกว่านี้แล้วหรือไม่และใช้เงินได้ตรงจุดกว่านี้หรือไม่ ทั้งนี้หวังว่ารัฐบาลจะรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อเรื่องการใช้เงินทั้งเงินงบประมาณและเงินกู้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70130</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ปรับครม., พรรคกล้า, แก้ปัญหาเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200630/image_big_5efad79e1fd6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตหัวหน้า ทษช. ชี้ประเทศเข้าสู่ภาวะวิกฤต คนไทยยากจน-ขาดโอกาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.62 -&amp;nbsp; รท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊คว่า 7 พฤศจิกายนปีที่แล้ว ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตทางการเมืองของผม คือการได้มีโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ เร็วนะครับ ครบ 1 ปี แล้ว ในช่วงเวลาที่ผ่านมาผมไม่ได้หายไปไหน ผมได้หันมาทบทวนตัวเองในทุกๆเรื่อง มีเวลาได้ดูแลสุขภาพ ดูแลลูกสาวฝาแฝดอายุ 6 ขวบมากขึ้น ได้ทุ่มเทให้การเรียนปริญญาเอกเต็มที่หลังจากค้างคามาหลายปีเพราะติดภารกิจงานการเมือง ซึ่งตอนนี้จบแล้วครับ&amp;nbsp;แม้วันนี้บทบาทของผมจะเปลี่ยนไป แต่ก็ยังคงมีความปรารถนาดี อยากเห็นประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่ดี คนไทยลืมตาอ้าปากได้ สามารถพัฒนาเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพ เพราะเราเคยเป็น 1 ใน 5 เสือของอาเซียน เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค เป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดและงดงามไม่แพ้ชาติใดในโลก มีศักยภาพเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลกได้เพราะมีสินค้าทางการเกษตรที่หลากหลาย มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมและฝีมือด้านหัตถกรรม (Handcraft) ที่มีความประณีต ลอกเลียนแบบได้ยาก แต่ในวันนี้ศักยภาพเหล่านี้กลับถูกละเลย ถูกมองข้ามไป และไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งที่เราสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศจากสิ่งเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างโอกาสในการทำมาหากินให้กับคนตัวเล็กๆที่มักถูกหลงลืมเหมือนไม่มีตัวตนในสังคม นับวันปัญหาความเหลื่อมล้ำก็จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากจน ไม่มีใครอยากแบมือขอรับความช่วยเหลือจากคนอื่นหากมีความพร้อมที่จะช่วยเหลือตนเองได้ ความจนไม่ได้เป็นเรื่องของโชคชะตา แต่เป็นเรื่องของการขาดโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งสำคัญคือความเข้าใจและเข้าถึงเทคโนโลยี รวมถึงการปรับตัวให้สามารถอยู่รอดได้ในยุคเศรษฐกิจสมัยใหม่ แม้ในห้วงที่ประเทศเข้าสู่ภาวะวิกฤต เรายิ่งต้องเปลี่ยน &amp;quot;วิกฤต&amp;quot; ให้เป็น &amp;quot;โอกาส&amp;quot; โดยเร็วที่สุดครับ&amp;nbsp;ผมเชื่อว่า &amp;quot;โอกาส&amp;quot; ในชีวิตของคนเรามีได้หลายครั้ง โอกาสมีอยู่ทุกที่ในประเทศไทยและมีอยู่ในทุกจังหวะของการพัฒนา และเป็นหนทางที่นำไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเสมอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49728</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความยากจน, ความเหลื่อมล้ำ, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ, แก้ปัญหาเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc371a0e3c9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊หน่อย&#039;เล่นบท&#039;ซาร์เศรษฐกิจ&#039;ประโคมปีหน้าเข้าสู้ภาวะเผาจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.62- &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า&amp;nbsp;
รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะค่าเงินบาท
ไม่ให้แข็งค่ามากเกินไป
ซึ่งควรจะมีการพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ในการประชุม
กนง.วันพรุ่ง รวมทั้งใช้มาตรการทางการคลังสร้างกำลังซื้ออย่างยังยืน
ไม่เช่นนั้นปีหน้าเศรษฐกิจไทยอาจจะเข้าสู้ภาวะ #เผาจริง อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้ฟังพลเอกประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย พูดว่าไทยถูกสหรัฐตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรหรือ GSP อาจเป็นเพราะ &amp;quot;เศรษฐกิจไทยโตเร็วเกินไป&amp;quot; แต่อีก2 วัน กลับมาพูดใหม่ว่า &amp;quot;เศรษฐกิจไทยโตช้า&amp;quot; จึงต้องตั้งคำถามว่า พลเอกประยุทธ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจประเทศไทย รู้และเข้าใจภาวะที่แท้จริงของเศรษฐกิจหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงคือ ขณะนี้เครื่องยนต์เศรษฐกิจดับทุกตัว ทั้งส่งออก ท่องเที่ยว การลงทุนภาคเอกชน และกำลังซื้อภายในประเทศหดหาย ทำให้เศรษฐกิจซบเซาอย่างหนัก ประชาชนส่วนใหญ่ลำบากยากแค้น รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข หัวหน้าทีมเศรษฐกิจต้องเร่งทำงานให้หนัก ระดมทีมงานมาคิดแก้ไขให้ไว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่แข็งค่ากว่าทุกสกุลในโลก แข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปีที่ 30.16 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นเฉพาะในปีนี้เกือบ 8% แต่หากเทียบอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยในปี 2557 เท่ากับ 32.915 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ซึ่งแข็งค่ามากกว่าเงินสกุลของคู่ค้าอื่นๆ จนถึงวันนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นถึงเกือบ 3 บาท แสดงให้เห็นว่านับแต่มีการยึดอำนาจการลงทุนภาคเอกชนก็หดหายไปตั้งแต่บัดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ เป็นปัญหาต่อการส่งออกและส่งผลต่อการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวในปีนี้อย่างเห็นได้ชัดเจน ทำให้ธุรกิจส่งออกสูญเสียความสามารถในการแข่งขันโดยสิ้นเชิง ถึงแม้จะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดีกว่าประเทศคู่แข่งแค่ไหนก็ตาม แต่ผู้ส่งออกต้องขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนอย่างน้อย 8 % ทันทีที่ขายของได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มากไปกว่านั้นปัจจุบันค่าเงินหยวนของจีนอ่อนค่าลง ยิ่งกระทบต่อธุรกิจที่ส่งออกและท่องเที่ยวของไทยมากขึ้นไปอีก แถมมาถูกซำ้เติมด้วยการถูกตัด GSP เข้าไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคการส่งออกอาจติดลบประมาณถึง 3 % ในปีนี้ ถ้าหากหักทองคำออกในบางเดือน เราจะติดลบสูงถึง 8% ซึ่งนับว่ามากทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจึงเห็นภาพว่าโรงงานต่างๆ ต้องลดกำลังการผลิต ลดเวลาจ้างแรงงาน หลายแห่งทะยอยปิดตัวลง เพราะส่งออกไม่ได้ ขายในประเทศก็ไม่ได้ เพราะกำลังซื้อภายในประเทศก็หดหายเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ปีหน้าเราต้องเผชิญกับภาวะคนตกงานสูงถึง 500,000 คน เด็กจบใหม่มีความเสี่ยงสูงที่จะหางานทำไม่ได้ ปัญหาสังคมจะตามมาอย่างมากมาย ทั้งยาเสพติดและการจี้ปล้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งค่าเงินบาทแข็ง เพราะเราเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงจากเงินทุนระยะสั้นไหลเข้าเก็งกำไร จึงเป็นการเกินดุล ที่ไม่เป็นประโยชน์ แถมยังทำให้เงินบาทแข็งกระทบภาคส่งออก รวมทั้งมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงหวังว่าที่ประชุม กนง. ในวันพรุ่งนี้ ( 6พย.) จะมีการพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอย่างน้อย0.25% เพื่อประคองไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากไปกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐบาลจึงต้องเร่งระดมสรรพกำลัง มาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งการดูแลค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยไม่ปล่อยเป็นภาระของธนาคารแห่งประเทศไทย เพียงหน่วยงานเดียว
เพราะเราสามารถใช้กลไกเครื่องมือทางเศรษฐกิจหลายๆตัว มาช่วยดูแลค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้อย่างมีธรรมาภิบาล นอกเหนือจากการบริหารอัตราดอกเบี้ย เช่นการเพิ่มการนำเข้าระยะสั้น ในสินค้าที่เราต้องนำเข้าเพื่อใช้อยู่แล้ว อย่างน้ำมัน หรือการคืนเงินกู้ต่างประเทศ เป็นต้น เพื่อลดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอันจะทำให้เงินบาทอ่อนตัวลงโดย ธปท. ไม่ต้องเข้าไป แทรกแซง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคือรัฐบาล ต้องใช้มาตรการทางการคลังสร้างกำลังซื้ออย่างยั่งยืน (ไม่ใช่การหว่านแจกเงิน ที่ไม่ได้ให้ผลในการสร้างกำลังซื้ออย่างยั่งยืน) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายในอันเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวเดียวที่ยังขับเคลื่อนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกำลังซื้อที่มีคุณภาพและยั่งยืนเกิดขึ้น จึงจะสามารถสร้างความเชื่อมั่น และความมั่นใจ (TRUST&amp;amp; CONFIDENCE) ให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมองเห็นอนาคต และกล้าที่จะตัดสินใจลงทุนในประเทศไทยเพื่อให้เกิดการสร้างงานและสร้างรายได้ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ต้องยอมรับความจริงว่า สภาวะเศรษฐกิจไทยย่ำแย่มากแล้ว ต้องการการ &amp;rdquo;ลงมือทำงาน&amp;rdquo; แก้ปัญหาทันที มิใช่การ&amp;rdquo;แก้ตัว&amp;rdquo; ด้วยคำพูดไปวันๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เช่นนั้น เศรษฐกิจไทยปีหน้าต้องเข้าสู่ภาวะ #เผาจริง อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49579</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, เผาจริง, แก้ปัญหาเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc12dac78dab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
