<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนพ่ายโหวตงบ‘บิ๊กตู่’เกม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; จี้ 7 พรรคฝ่ายค้านบอกให้ชัดจะแก้รัฐธรรมนูญเรื่องใด ไม่ใช่ปล่อยคลุมเครือแล้วไปแตะเรื่องละเอียดอ่อน &amp;ldquo;วันนอร์&amp;rdquo; ยืดอกไม่ขอใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองที่ถูกฟ้องมาตรา 116 อนุสรณ์ร่าย 7 เหตุผลชำเรา รธน. &amp;ldquo;เนติบริกร&amp;rdquo; แจงยิบกฎหมายงบประมาณสำคัญ หากพ่ายโหวตมีแค่ 2 ทางเลือก ลาออกและยุบสภา กำชับคนนั่ง กมธ.งบฯ ไม่ใช่แค่โก้เก๋ต้องทำงานจริงใน 60 วัน &amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo; โยนเผือกวิปรัฐบาลแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคาร นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 7 พรรคฝ่ายค้านเดินสายรณรงค์เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามที่คนเขาจะแก้รัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้เป็นฝ่ายที่บอกว่าจะให้แก้ว่ามีเหตุผลอะไร มีเรื่องอะไร การที่เปิดประเด็นว่าจะแก้รัฐธรรมนูญยังคลุมเครือ ทางที่ดีควรทำให้ชัด เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าจะแก้ในเรื่องอะไร ซึ่งวันนี้ก็เห็นว่าเริ่มออกมาประเด็นสองประเด็นแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มาคลุมๆ เครือๆ จะแก้ไม่รู้จะแก้อะไร เลยหลุดออกมาว่าจะไปแก้มาตราที่เซนซิทีฟ ก็เลยเป็นเรื่อง ส่วนข้อเสนอที่ออกมาบ้างแล้วนั้นผมขอไม่ตอบ เพราะเป็นเรื่องของเขา เขาเป็นคนพูด รวมถึงข้อเสนอที่ให้ยุบ ส.ว. ผมก็ขอไม่ตอบด้วย&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า จุดยืนของพรรคเมื่อใช้รัฐธรรมนูญไประยะหนึ่งแล้วจะตั้งคณะขึ้นมาศึกษาข้อดี-ข้อเสีย ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องตั้งต้นที่สภา ซึ่งหลายพรรคต่างมีจุดยืนของตัวเอง ต้องหารือและรับฟัง โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งระบุว่าจะมีการตั้งคณะศึกษาเร่งด่วนใน 1 ปีก็ยังดำเนินการตามนั้น
ส่วน ?พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีมีการยื่นคำร้องยุบ 7 พรรคฝ่ายค้านกรณีขึ้นเวลาเสวนาแก้รัฐธรรมนูญที่เสนอแก้ไขมาตรา 1 ว่าต้องดูก่อนว่าคำร้องร้องว่าอย่างไร เพราะยังไม่เห็นคำร้อง และในฐานะนายทะเบียน หากเป็นเรื่องของการร้องยุบพรรคถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เราต้องแยกการพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นการกระทำของพรรค หรือการกระทำของตัวบุคคล มีการประชุมพรรคก่อนดำเนินการกระทำดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งการกระทำของตัวบุคคลไม่ใช่จะเอามาเกี่ยว เป็นการกระทำของพรรคโดยอัตโนมัติ ยังมีรายละเอียดอีกมาก และจากที่ดูข้อบังคับ และอุดมการณ์ของพรรคที่ยื่นจัดตั้งพรรคการเมืองต่อ กกต.ก็ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่มีนโยบายแบ่งแยกประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวว่า สิ่งที่ 7 พรรคฝ่ายค้านถูกกล่าวหาที่ สภ.เมืองปัตตานีก็ต้องรอตำรวจเรียกตัวไปชี้แจง ส่วนตนเองในฐานะที่เป็น ส.ส. ไม่ว่าจะเป็นในสมัยประชุมหรือนอกสมัยประชุม จะไม่ใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครองแน่นอน จะใช้ฐานะประชาชนคนหนึ่ง จะประกันตัวก็ต้องทำ เพราะถือว่าเรื่องนี้ต้องเป็นตัวอย่างกับประชาชน ว่าเรื่องนี้ประชาชนไม่ควรถูกกล่าวหาง่ายๆ โดยการใช้มาตรา 116 จะไม่ใช้เอกสิทธิ์ในการต่อสู้เรื่องนี้ เพื่อความเสมอภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่เราฟ้องร้องเอาผิดกับแม่ทัพภาค 4 และ พล.ต.บุรินทร์นั้นก็ต้องดำเนินการต่อไป ไม่ว่าเรื่องจะไปถึงไหน ทั้ง ป.ป.ช.หรือศาล เราต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด ไม่ใช่เพราะเราไม่พอใจ 2 ท่านนี้ แต่เราต้องการให้เป็นคดีตัวอย่าง ว่าคนมีอำนาจไม่ควรใช้อำนาจของตัวเองง่ายๆ ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบว่าประชาชนควรมีสิทธิ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอย่างไร&amp;rdquo; นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวและว่า การเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ลงสัตยาบันไปแล้ว ไม่อยากพูดซ้ำว่าเราจะไม่แตะต้องหมวดที่ 1 ที่เกี่ยวกับราชอาณาจักร และหมวดที่ 2 ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ซึ่ง 2 หมวดนี้เป็นสัตยาบันไปแล้ว ไม่ว่าเราจะพูดที่ไหนเราก็ยืนยันกับทุกคนว่า 2 หมวดนี้ดีอยู่แล้ว เราจะไม่แตะต้อง เราจะแก้ไขหมวดที่ว่าด้วยรัฐสภา ครม. องค์กรอิสระ สิทธิ เสรีภาพของประชาชน รวมถึงเรื่องวิธีการเลือกตั้ง และบทบาทของ ส.ส.และ ส.ว. แต่รายละเอียดนั้นเรายังไม่ก้าวไปถึง
ร่าย 7 เหตุผลรื้อรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่าขอยืนยันทำความเข้าใจในเจตนารมณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรค คือ 1.การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ดำเนินการได้ แม้แต่รัฐบาลก็ได้บรรจุในนโยบายเร่งด่วนข้อ 12 ของนโยบายรัฐบาล 2.จะแก้ไขรัฐธรรมนูญตามวิถีทางที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ไม่แก้โดยวิธีการอื่นที่กฎหมายไม่รองรับ ไม่แก้ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย 3.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ผู้ไม่ประสงค์ดี หรือมีเจตนาบิดเบือน ควรยุติการกระทำที่ทำให้เกิดความขัดแย้งได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.แนวทางที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอกับสังคม คือการมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากประชาชน จะเป็นผู้มากำหนดเนื้อหาในการแก้เพื่อให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง 5.ชนชั้นใดร่างรัฐธรรมนูญก็เพื่อชนชั้นนั้น การให้ประชาชนมาเป็นกำลังหลักในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงจะได้รัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง 6.จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นทางออกของประเทศ กระบวนการรับฟัง สะท้อนปัญหา สร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการ และ 7.พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เคยเสนอให้ทั้งประเทศ หยุดทุกอย่าง แล้วมาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว ทุกๆ ปัญหาสามารถแก้ไขควบคู่ไปได้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
วันเดียวกัน นายวิษณุกล่าวถึงกรณีที่ชี้แจงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่ารัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.สามารถลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ได้ ว่ามีการสงสัยกันในเรื่องดังกล่าว เพราะรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเขียนไว้ไม่เหมือนกัน แต่ได้ทำความเข้าใจแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันสามารถลงมติได้ แต่โดยมารยาทแล้วในการลงมติไม่ไว้วางใจตัวเอง ไม่ควรลงมติ ส่วนในเรื่องการเสนอกฎหมาย จะเป็นเรื่องงบประมาณหรือกฎหมายอะไรก็แล้วแต่ ไม่ใช่เรื่องมีส่วนได้เสียส่วนตัว เป็นส่วนได้เสียส่วนรวม ดังนั้นรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้าม และโดยสรุปมีรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.มีความสงสัยอยู่ 19 คน สามารถลงมติในเรื่องงบประมาณเช่นเดียวกับลงมติในเรื่องอื่นๆ ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายกฯ ได้กำชับรัฐมนตรีอย่างไรบ้าง นายวิษณุกล่าวว่า นายกฯ บอกให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ด้วยเหตุว่าในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี จะเป็น ส.ส.หรือไม่เป็น ส.ส.ก็ต้องเข้าประชุม เพราะเป็นเรื่องงบประมาณ หากมีการสอบถามเรื่องของกระทรวงใดก็สามารถช่วยอธิบายได้ โดยเฉพาะในวาระที่หนึ่ง ขณะเดียวกันนายกฯ ยังกำชับว่าจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเอาไว้พิจารณาในชั้นแปรญัตติ จึงขอให้ผู้แทนรัฐบาลที่มีอยู่ 15 คนที่จะไปเป็น กมธ. ควรเป็นคนที่มีเวลาว่างเป็นหลัก ไม่ใช่ไปเป็นโก้ๆ&amp;nbsp;
กมธ.ต้องทำงาน 60 วัน
&amp;ldquo;หลายคนคิดว่าการไปเป็น กมธ.งบประมาณฯ เป็นเกียรติยศ แต่ความจริงต้องนั่งประชุมตลอดเวลาถึง 60 วัน เพราะต้องพิจารณากฎหมายยาวนานที่สุด และแม้ไม่ได้ทำหน้าที่ประธานหรือรองประธาน ก็ถือเป็น กมธ. ซึ่งที่ประชุมต้องดูไปทีละมาตรา ส่วนรายชื่อรัฐมนตรีที่จะมาเป็น กมธ.ในส่วนรัฐบาล ยังได้รายชื่อไม่ครบ แต่ได้ 3 รายชื่อที่จะเป็นตัวแทนหลัก ได้แก่ รมว.การคลัง รมช.การคลัง และปลัดกระทรวงการคลัง ในส่วนที่เหลือจะให้แต่ละพรรคการเมืองไปหาและนำมาเสนอโดยไม่ต้องนำรายชื่อเข้า ครม.อีก แต่ให้แจ้งไปที่ รมว.การคลังและสำนักงบประมาณ เพื่อประสานกับวิปรัฐบาล โดยรายชื่อไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐมนตรี เพราะมีจุดอ่อนที่อาจไม่มีเวลาไปนั่งเป็น กมธ.&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณสภาได้แจ้งมาหรือไม่ว่าจะใช้เวลากี่วัน นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลเป็นฝ่ายเปิดประชุมสมัยวิสามัญในวันที่ 17 ต.ค. และปิดประชุมวิสามัญในวันใดวันหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะมีเวลารวมกันทั้งหมดประมาณ 3-4 วัน ซึ่งต้องไปแบ่งกันเอง ถ้า ส.ว.ไม่เอา ส.ส.ก็ได้ไปทั้งหมด แต่ถ้า ส.ว.เอาก็ต้องเหลือให้ ส.ว.สัก 1 วันหรือครึ่งวัน ขอให้วิปรัฐบาลไปตกลงกันเอง แต่ ส.ว.ขอเวลาไว้แล้ว เพราะเขามีเรื่องต้องทำเหมือนกันไม่มีปัญหาอะไร แต่อย่างน้อยเบื้องต้น 2 วันอยู่แล้ว ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ถ้าเลยจากนั้นจะเป็นเสาร์และอาทิตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณถ้าหากไม่ผ่านสภาจะมีผลอย่างไรกับความรับผิดชอบทางการเมืองและทางกฎหมาย นายวิษณุตอบว่า มีอยู่แล้วว่าอะไรก็ตามที่สภาเสียงข้างมากไม่ไว้วางใจรัฐบาล รัฐบาลนั้นก็ไม่พึงอยู่ต่อไป ซึ่งการไม่ไว้วางใจนั้นแสดงออกได้ 2 อย่างคือ 1.ไม่ไว้วางใจโดยเปิดเผย ตรงนี้ทำโดยการลงมติไม่ไว้วางใจ 2.ไม่ไว้วางใจโดยปริยาย จะแสดงออกจากการที่รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายสำคัญเข้าสภา แล้วสภาลงมติให้ไม่ผ่าน ซึ่งแปลว่าสภาไม่ยอมให้เครื่องมือรัฐบาลไปทำงาน รัฐบาลก็ไม่ควรต้องอยู่ แต่วิธีที่จะไม่อยู่นั้น สามารถทำได้ 2 อย่าง คือ 1.ทำโดยรัฐบาลลาออก หรือ 2.ทำโดยออกด้วยกันทั้งคู่ เพราะการที่สภาไม่เห็นชอบนั้นไม่รู้ว่าประชาชนเขาคิดอย่างไรจึงยุบสภาแล้วไปเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ดังนั้นทางออกสามารถทำได้ 2 อย่าง ซึ่งเป็นเรื่องทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแปลก และเราปฏิบัติอย่างนี้ตลอดมา โดยในอดีตเคยมีรัฐบาลที่ลาออก เพราะสภาลงมติไม่ผ่านกฎหมาย แต่ก็มีรัฐบาลที่ไม่ลาออกแม้สภาลงมติไม่ผ่านกฎหมายเช่นกัน เพราะถือว่าไม่ใช่กฎหมายสำคัญ แต่สำหรับกฎหมายงบประมาณนั้นเป็นกฎหมายสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า เชื่อว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย แม้จะมีความเป็นห่วงกันถึงเสียงของรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำ แต่นายวิษณุได้อธิบายถึงข้อกฎหมายแล้วว่ารัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ลงมติได้ ดังนั้นคิดว่าเสียงของรัฐบาลมีเพียงพอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อช่วงเที่ยงนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ได้ปรากฏตัวที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พร้อมนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีตหัวหน้าพรรคพลเมืองไทย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารองนายกฯ ซึ่งนายพิเชษฐระบุว่า มาพบทีมงานของ พล.อ.ประวิตรเท่านั้น ไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานแจ้งว่า การมาปรากฏตัวของนายพิเชษฐครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ที่มีกระแสข่าวดึงเสียง ส.ส.ฝ่ายค้านให้สนับสนุน เพื่อแก้ไขเรื่องเสียงปริ่มน้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พรรค พปชร.ได้มีการเรียกประชุม ส.ส.พรรคเพื่อเตรียมความพร้อมในการอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณ ซึ่งเบื้องต้นได้วางผู้อภิปรายไว้ประมาณ 20 คน โดยนายสนธิรัตน์กล่าวภายหลังการประชุม ส.ส. ว่าพรรคได้หารือถึงแนวทางการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดยได้นัดหมาย ส.ส.ให้มาหารือทำความเข้าใจกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า รวมถึงตัวบุคคลที่จะอภิปรายในสภาก็จะหารืออีกครั้งในสัปดาห์หน้าเช่นกัน ส่วนสถานการณ์เสียงปริ่มน้ำเป็นเรื่องที่วิปรัฐบาลต้องทำหน้าที่ต่อไป ตอนนี้ทุกคนทราบกันอยู่แล้วว่าต้องบริหารความเสี่ยงกันอย่างไร แต่เราเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะดำเนินการให้เป็นไปอย่างราบรื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า จากการศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเบื้องต้น พบว่าไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาด้านเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่ รวมถึงงบลงทุน โดยส่วนราชการที่ได้รับอนุมัติการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กลับไม่ได้เป็นกระทรวงที่แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เช่น สำนักนายกฯ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47637</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคฝ่ายค้าน, กฎหมายงบประมาณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำ, แก้รัฐธรรมนูญเรื่องใด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191008/image_big_5d9ca0f118993.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยนผู้ตรวจฯสางปมถวายสัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ลั่นไม่ไปตอบกระทู้สดในสภา &amp;nbsp;อ้างเข้าสู่กระบวนการผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว จะถูกหรือผิดไม่รู้ อย่าเอามาโจมตีกัน เดี๋ยวก็มีการตัดสิน ฝ่ายค้านเสียดายนายกฯ ไม่มาตอบ ข้องใจนายกฯ จัดทำคำถวายสัตย์ฯ มาเองผ่านแผ่นกระดาษ ยันจะยื่นอีกครั้งในฐานะ รมว.กลาโหม จ่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจศุกร์นี้ &amp;nbsp;&amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; เชื่อ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; นั่งประธานยุทธศาสตร์ พปชร.คุมสมาชิกแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำได้ &amp;quot;ส.ส.เต้&amp;quot; โชว์หล่อ ขอแบ่งเวลาอภิปรายให้ฝ่ายค้านอิสระด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 สิงหาคม ที่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ถนนราชวิถี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา นำคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา &amp;quot;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;quot; ช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา ซึ่งถือเป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และคู่สมรสคณะแรก ที่ได้ทำกิจกรรมจิตอาสากับผู้พิการทางสายตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทันทีที่มาถึง นักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ ของมูลนิธิฯ ได้เล่นอังกะลุงในเพลงใครหนอให้นายกฯ ฟัง โดยนายกฯ ได้ร่วมขับร้องเพลงไปด้วยอย่างอารมณ์ดี และกล่าวว่า ฟังเพลงนี้แล้วคิดถึงแม่น้ำตาจะไหล นอกจากนี้ นายกฯ ได้ขอเพลงค้างคาวกินกล้วย ขณะที่บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก จากนั้นนักเรียนได้ขับร้องเพลงประสานเสียงในบทเพลงพระราชนิพนธ์ &amp;quot;ยิ้มสู้&amp;quot; ซึ่งเป็นเพลงประจำโรงเรียนให้นายกฯ ฟัง พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า &amp;quot;ยิ้มหวานๆ ลูก ยิ้มเข้าไว้ ยิ้มสู้&amp;quot; ก่อนที่นายกฯ จะนำกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า ยินดีที่มาร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสา เพื่อถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติให้กับตนและ ครม. รัฐบาลนี้มุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาประเทศ การบริหารราชการแผ่นดินที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ยินดีที่มีผู้บริจาค และทราบว่าภรรยาก็เป็นผู้บริจาคด้วย ขอเชิญชวนให้บริจาคเพิ่มเติมกันเข้ามาเยอะๆ ตามมูลนิธิต่างๆ ขอบคุณรัฐมนตรีและคู่สมรสทุกท่าน ในวันนี้มีผู้แทนจิตอาสาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มาร่วมงานด้วย และมีคณะทำงานที่มาร่วมกิจกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระองค์ท่านทรงสนพระทัย เพราะพระองค์ท่านตรัสกับผมเสมอมาว่าให้รัฐบาลทำหน้าที่ของรัฐบาลให้ดีที่สุด เพื่อประเทศชาติและประชาชน อาณาประชาราษฎร์ เหมือนที่พระองค์ท่านรับสั่งในพระปฐมบรมราชโองการ นั่นคือสุดยอดที่สุดในสิ่งที่เราต้องนำมาปฏิบัติ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวด้วยว่า &amp;quot;หลังจากได้ฟังเพลงยิ้มสู้ ผมก็ยิ้มสู้ ยิ้มทุกวัน อะไรที่เป็นประโยชน์ผมมีความสุข ผมไม่เอาตรงนั้นไปพันตรงนี้อีกต่อไป เพราะมันทำร้ายตัวผมเองมากกว่า วันนี้รู้สึกมีกำลังใจที่ท่านได้อวยพร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ ยังได้มอบอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน สิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค เยี่ยมชมกิจกรรมในห้องเรียนต่างๆ หลังจากนั้นนายกฯ นำครม. อาทิ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมเล่นกีฬาแข่งขันฟุตบอลกับนักเรียนผู้พิการทางสายตา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างการแข่งขันนายกฯ ได้ล้มไป 2 รอบ และได้สิทธิ์เตะลูกโทษ ซึ่งเตะไปโดนนักเรียนกองหลัง นายกฯ จึงเข้าไปขอโทษและแสดงความห่วงใย ก่อนถึงช่วงเปลี่ยนตัวได้ขอเปลี่ยนให้ ครม.ท่านอื่นเล่นแทน ส่วนนายกฯ ได้ไปร่วมร้องเพลงกับนักเรียนในเพลง ขอใจเธอแลกเบอร์โทร เมื่อการแข่งขั้นเสร็จสิ้นปรากฏว่าทีม ครม.แพ้ไป 4 ประตูต่อ 0&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้นนายกฯ และ ครม.ได้เล่นกีฬาชักเย่อกับนักเรียน ซึ่งฝั่ง ครม.มีทั้งหมด 9 คน ฝั่งนักเรียนมีทั้งหมด 15 คน ซึ่งปรากฏว่าทีม ครม.ชนะ นายกฯ จึงได้เดินเข้าไปสวมกอดนักเรียนพร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ขณะที่ทีมภริยา ครม. นำโดยนางนราพร ได้แข่งขันกับทีมนักเรียนหญิงด้วย โดยมี พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาเชียร์ทีมภริยา แต่เชียร์ไปเชียร์มา นายกฯ ได้ไปยืนเชียร์ฝ่ายเด็กนักเรียนหญิงแทน สุดท้ายฝ่ายภริยาแพ้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้เลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียนผู้พิการทางสายตา เช่น ข้าวหมูอบ ไก่เคเอฟซี ไส้กรอก ซูชิ เกี๊ยวซ่า โดนัท ฯลฯ และร่วมรับประทานอาหารกลางวัน
ลั่นไม่ไปตอบกระทู้สด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านหยิบยกการไม่ไปตอบกระทู้สดเรื่องการถวายสัตย์ฯ เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า &amp;quot;จะยื่นก็ยื่นไปเถอะ ก็แล้วแต่ฝ่ายค้าน ผมไม่ได้วิตกกังวลอะไรทั้งสิ้น เพราะเชื่อมั่นว่าทำในสิ่งที่ดีงาม และผมให้เกียรติสภาอยู่แล้ว จะถามกระทู้หรือไม่กระทู้ ก็ต้องไปดูว่าผมมีสิทธิ์อะไรบ้าง ที่จะตอบหรือไม่ตอบได้บ้างหรือไม่ ที่สำคัญ ทุกอย่างผมยอมรับในกระบวนการ และเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการของผู้ตรวจการแผ่นดินไปแล้ว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่ผมจะไปตอบหรือพูด จะเกิดอะไรกับผมบ้างล่ะ ทุกคนต้องรอขั้นตอนของผู้ตรวจการแผ่นดิน กติกาเป็นแบบนี้ เมื่อเรื่องเข้ากระบวนการไปแล้ว ถ้าผมไปตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ เดี๋ยวเรื่องจะบานปลายไปอีก เราต้องปล่อยให้กระบวนการตัดสินเขาดำเนินการไป ทุกคนอย่าไปก้าวล่วง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการยื่นกระทู้ถามสดในสภาเป็นเรื่องปากท้อง ไม่เกี่ยวกับเรื่องถวายสัตย์ฯ จะไปตอบเองหรือมอบหมายให้คนอื่นไปตอบ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาอย่าลืมว่านายกฯ ได้ชี้แจงและตอบคำถามในเชิงนโยบาย คนที่ทำงานคือฝ่ายปฏิบัติ เป็นเรื่องของกระทรวงต่างๆ หรือส่วนราชการ ดังนั้นคนที่รู้เรื่องดีที่สุด ตนสามารถมอบหมายให้เขาไปตอบแทนได้ ไม่ใช่ต้องไปตอบแทนเองทุกเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ได้ตอบ ตนให้เกียรติรัฐสภาอยู่แล้ว แต่เข้าไปสู่กระบวนการของผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ขอให้เป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบดีกว่า ไปพูดอะไรก็ไม่เกิดประโยชน์ จะถูกหรือผิดก็ไม่รู้เหมือนกัน ดังนั้นอย่าเอามาโจมตีกันต่อไปเลย ตนก็ยอมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบแล้ว เมื่อเขาไปร้องกันมาเดี๋ยวก็มีการตัดสินนั่นแหละ ตนชี้แจงไปก็เหมือนเดิม ให้กระบวนการเป็นผู้ชี้แจง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่เหนื่อย ถือเป็นเรื่องธรรมดา เราต้องมาปรับแก้กันเองว่าใครควรแก้ตรงไหนบ้าง ผมก็ต้องแก้ของผม ท่านก็ต้องแก้ของท่าน ถ้าทุกคนกล่าวโทษกันไปมาก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ประเทศชาติเสียหาย และผมก็มีสิทธิ์ และมีการคุ้มครองว่าจะไปตอบหรือไม่ตอบ เรื่องนี้ผมได้ไปปรึกษาฝ่ายกฎหมายมาแล้วทั้งหมด&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว เมื่อถามว่ารู้สึกเหนื่อยหรือไม่ที่ยังไม่ทันทำอะไรก็ถูกตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อมีคนยื่นไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามขั้นตอนเรื่องจะจบที่ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้ ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจชี้ขาด
ตอนนี้เท่าที่รู้มีการยื่นไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน นอกนั้นก็พูดขู่อยู่ทุกวันว่าจะไปสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอัยการสูงสุด ซึ่งแล้วแต่แต่ละคนจะว่ากันไป อาจจะทำได้หรือไม่ได้ก็ได้ ไม่แน่ เพราะตนไม่ทราบว่าเขาจะยื่นอย่างไร ส่วนนายกฯ จะใช้วิธีเงียบไปอย่างนี้หรือไม่ ไม่ทราบ ดีหรือเปล่าไม่รู้ เพราะหลายคนอยากให้ท่านตอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลอยู่ในช่วงของการนำนโยบายที่แถลงต่อสภาไปปฏิบัติเพื่อสร้างความเจริญให้กับประเทศ รวมทั้งแก้ปัญหาในด้านต่างๆ ให้กับประชาชน อยากให้ฝ่ายค้านปฏิรูปการทำงานใหม่ด้วยการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น รวมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ ดีกว่าการตั้งเป้าโจมตีรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์เพียงอย่างเดียวโดยไม่เสนอแนวคิดอะไรเลย &amp;nbsp;
ข้องใจทำคำถวายสัตย์ฯ เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า หากวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เข้ามาตอบคำถามจริง ก็คิดว่าเป็นที่น่าเสียดาย ตนได้พยายามใช้กลไกของสภาในการหาทางออกให้กับนายกฯ ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะล้มนายกฯ แต่คิดว่าในเมื่อมีปัญหาเรื่องความชอบธรรมเกิดขึ้น ก็ควรหาวิธีการแก้ไข เมื่อถวายสัตย์ฯ ไม่ครบก็สามารถขอพระบรมราชานุญาตถวายสัตย์ปฏิญาณใหม่เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเศษกระดาษที่ใช้อ่านคำถวายสัตย์ฯ ของนายกฯ ถ้าย้อนกลับไปดูจะพบว่าเวลาที่นายกฯ ถวายสัตย์ฯ จะใช้สมุดปกแข็งหุ้มกำมะหยี่สีน้ำเงิน เรื่องนี้สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจะเป็นคนจัดเตรียมให้ ในหนังสือของนายวิษณุ เครืองาม ก็ระบุรายละเอียดไว้อย่างชัดเจน จึงสงสัยว่าครั้งที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์เขียนใส่กระดาษเองหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องรอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการเรื่องนี้ไปก่อน นายปิยบุตรกล่าวว่า หาก ครม.หันมาหาทางออกร่วมกันจะสามารถแก้ปัญหาได้ดีกว่าให้องค์กรอื่นวินิจฉัย หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่สมบูรณ์จะทำอย่างไร มติ ครม.ที่ออกมาจะแก้ไขอย่างไร หรือหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมบูรณ์ก็จะเกิดเป็นบรรทัดฐานใหม่ ว่าถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนก็ได้ หากกระทู้นี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มาตอบ เราก็เตรียมกระทู้อื่นมาแทน ก็จะถาม รมว.กลาโหม ซึ่งก็คือ พล.อ.ประยุทธ์อีกเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า น่าเสียดายที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มาตอบกระทู้ เมื่อท่านไม่มาเราก็จะดำเนินการตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญต่อไป คือการยื่นขอเปิดอภิปรายต่อไป แบบไม่ลงมติ ภายในวันศุกร์นี้ ก่อนการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ เพราะว่าเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งรัฐบาลจะต้องเคลียร์สถานภาพของตัวเองให้สมบูรณ์ก่อน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการอภิปราย ญัตติเรื่องนี้เป็นประเด็นที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ และส่งผลเสียหายต่อประเทศ มีความจำเป็นที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องการดำเนินการตามมาตรา 152 เราจะประมวลความไม่ธรรมให้หมด ทั้งความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล ความไม่ชอบธรรมของนายกฯ ซึ่งก็มีที่มาตั้งแต่การสรรหา ส.ว.ที่ไม่ชอบธรรมแล้ว&amp;rdquo; นายสุทิน กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ไม่มาตอบกระทู้ถามสดว่า เบื้องต้นยังไม่เห็นกระทู้สดที่เสนอมา ต้องตรวจสอบกับรองประธานสภาฯ ที่ดูแลเรื่องนี้ แต่ตามปกติแล้วนายกฯ จะต้องมาตอบ เว้นแต่ติดภารกิจไม่พร้อมมาตอบ ซึ่งต้องดูเหตุผล และไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระหารือที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่สอง เป็นประธานที่ประชุม โดยนายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย หารือถึงข้อกังวลใจของประชาชน ต่อกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนเฉพาะพระพักตร์พระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ก่อนหน้านั้น พล.อ.ประชาชนได้นำ ครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนมาแล้วถึง 5 ครั้ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุที่ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ผิดนั้น เพราะได้จัดทำคำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตนไว้เป็นเล่ม แต่ครั้งล่าสุดพบว่านายกฯ เหมือนจัดทำคำกล่าวมาเอง ผ่านแผ่นกระดาษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ประชาชนได้เรียกร้องให้นายกฯ รับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว เหมือนกรณีที่มีคดีบุคคลไม่ยืนตรงแสดงความเคารพเมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี และมีผู้ยื่นฟ้องต่อศาล ซึ่งคำพิพากษาของศาลวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่แสดงให้เห็นว่าไม่เคารพ และผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ดังนั้นขอให้นายกฯ รับผิดชอบ เหมือนกับกรณีที่นายกฯ เคยระบุว่า บุคคลที่จะได้รับการอภัยโทษ ต้องกลับมารับการลงโทษก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศุภชัยขอให้นายวิรัตน์ระวังคำพูด โดยเฉพาะการกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ หารือว่า ในข้อ 147 ของข้อบังคับการประชุมสภาปี 2551 ที่อนุโลมบังคับใช้ในขณะนี้ ได้กำหนดว่า นายกฯ ต้องมาตอบกระทู้ด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็น ซึ่งต้องแจ้งเหตุผลให้ชัดเจน พร้อมระบุว่าจะมาตอบกระทู้เมื่อใด ดังนั้นนายกฯ ต้องแจ้งเหตุผลต่อประธานสภาฯ และระบุด้วยว่าจะตอบกระทู้ถามสดได้เมื่อใด และกระทู้ถามสดที่ตนจะถามวันนี้ ก็ได้ขอถอนก่อน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ของฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมเข้าสู่วาระปกติโดยฝ่ายค้านยังไม่ยื่นกระทู้สดดังกล่าวเพื่อรอให้นายกฯ พร้อมที่จะมาตอบก่อน
&amp;quot;ป้อม&amp;quot;คุม พปชร.เอกภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงสถานการณ์รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำว่า ที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา มีความชัดเจนเรื่องการเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อประสาน ส.ส.และสมาชิกในพรรคทำงานร่วมกัน โดยพล.อ.ประวิตรตอบรับแล้ว หลังจากนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับรัฐบาล และพรรค พปชร.จะชัดเจนขึ้น เชื่อว่าถ้า พล.อ.ประวิตรเข้ามาดำเนินการเอง และเข้าใจประเด็นได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ จะสามารถนำพรรคเดินหน้าไปในแนวทางที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ เพราะ พล.อ.ประวิตรเคยทำงานใหญ่มากกว่านี้สำเร็จมาแล้ว ส่วนกรณีที่รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำมากๆ อาจทำให้รัฐบาลโหวตแพ้หรือกฎหมายที่เสนอไม่ผ่านสภานั้น ประธานยุทธศาสตร์พรรคก็ต้องรับประเด็นดังกล่าวเข้ามาหารือเพื่อหาทางออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีพรรค พปชร.ดึงอดีตผู้สมัคร ส.ส.สอบตกมาช่วยงานว่า &amp;nbsp;ต้องดูว่าคะแนนตอนเลือกตั้งแพ้แบบใกล้เคียงหรือไม่ ซึ่งตนเพิ่งรับหน้าที่ประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. เพิ่งมีคนมาบอกเมื่อเย็นวันที่ 13 ส.ค.ว่าพรรค พปชร.เสนอชื่อตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวทางที่จะพัฒนาพรรคพปชร.อย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องพัฒนา ก็อยากให้ ส.ส.มีความรักความสามัคคีกัน ทำงานร่วมกัน มีความคิดอันเดียวกัน ส่วนกระแสข่าวจะวางตัว น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พปชร. ตอบโต้ประเด็นที่ถูกโจมตีนั้น ตนยังไม่รู้เรื่องเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงกรณีประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระเพียงพรรคเดียวว่า การมาประชุมสภาฯ ตนก็ยังนั่งในห้องประชุมในกลุ่ม 10 พรรคเล็ก ยืนยันว่ายังเหมือนเดิมกับพรรคเล็ก ก่อนเข้าประชุมสภาตนจะเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการตั้งวิปฝ่ายค้านอิสระ รวมถึงประเด็นการหาเวลาเพื่อใช้ในการหารือในห้องประชุม และการตั้งกระทู้ถามสดในนามวิปฝ่ายค้านอิสระด้วย และจะไปพูดคุยกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล และนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อปรึกษาขอแบ่งเวลามาอภิปราย เชื่อว่าทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลก็น่าจะมีน้ำใจกันอยู่ เพราะตนถือเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ฝ่ายค้านอิสระยังไม่มีในข้อบังคับการประชุมสภา หากในอนาคตเพื่อน ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล รู้สึกไม่มีเอกสิทธิ์ ในการที่จะตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่จะต้องทำตามมติพรรคหรือมติของพรรค ตลอดจนรู้สึกว่าไม่มีเสรีภาพในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็สามารถมาร่วมกันเป็นฝ่ายค้านอิสระกับผมได้&amp;quot; นายมงคลกิตติ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ตั้งกระทู้ถามสด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เรื่องบทบาทของผู้บัญชาการเหล่าทัพในเรื่องข้าราชการกลาโหมกับการเมืองกรณีที่ให้ความเห็นทางการเมือง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กห. มาตอบกระทู้แทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ชัยชาญชี้แจงว่า จากการเปิดระเบียบการให้ข่าวฯ กำหนดให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสามารถให้ข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายและการปฏิบัติงานที่ตนเองรับผิดชอบได้ ฉะนั้นผู้บัญชาการเหล่าทัพ จึงยังดำเนินการอยู่ในกรอบของกระทรวงกลาโหม ให้ความเห็นสู่พี่น้องประชาชนได้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยมั่นคง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43479</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปมถวายสัตย์, ประธานยุทธศาสตร์, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, หนังสือพิมพ์, แก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d541ee75a70e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
