<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดอิสระเสนอบริหารจัดการ ร.ร.ขนาดเล็กเป็นกรณีพิเศษ  ดึง มหา&#039;ลัยในพื้นที่ยกระดับ ม.วิชาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ได้พิจารณาเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อมทั้งได้รวมข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาเพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณา คาดว่าจะเสนอภายใน 2 สัปดาห์นี้ ที่ผ่านมาโรงเรียนขนาดเล็กมีเป้าหมายคือการให้โอกาสเด็กได้เรียน แต่ปัจจุบันเป้าหมายเปลี่ยนเด็กทุกคนจะต้องได้โอกาสในการรับการศึกษาที่ดี ที่มีคุณภาพ เมื่อเป็นเช่นนี้ต้องมีการปรับปรุงหลายเรื่อง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงเรื่องโครงการสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปและคงต้องมีการพิจารณากันต่อ แต่โดยหลักแล้วคณะกรรมการอิสระฯ เห็นสภาพปัญหาที่ค่อนข้างชัด ทั้งเรื่องความเป็นเอกภาพทางการศึกษา การประสานงานของแท่งต่างๆ ใน ศธ.ที่จะต้องทำให้เป็นเอกภาพ ทั้งระดับกระทรวงและระดับพื้นที่&amp;nbsp;และอื่นๆ ซึ่งโครงสร้างของ ศธ.มีการเสนอมาหลายรูปแบบ แต่หัวใจสำคัญ คือ หน่วยต่างๆ ของ ศธ.จะต้องประสานเป็นหนึ่งเดียว

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (รองเลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระฯ ในประเด็นแรก คือ ควรมีการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเป็นกรณีพิเศษ และจะต้องมีผู้ที่ทำหน้าที่รับผิดชอบกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กโดยเฉพาะ เนื่องจากโรงเรียนกลุ่มมีสภาพปัญหาหลายด้าน เช่น การขาดแคลนครูผู้สอน การขาดแคลนอุปกรณ์ในการจัดการเรียนการสอน เป็นต้น และเรื่องสำคัญที่สุด คือ หลักสูตรที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนขนาดใหญ่ ใช้หลักสูตรเดียวกันขณะที่บริบทของโรงเรียนแตกต่างกัน ดังนั้น โรงเรียนขนาดเล็กจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานหรือกลุ่มบุคคลเข้ามาดูแล แต่ไม่ใช่การตั้งหน่วยงานใหม่ แต่ให้ใช้หน่วยงานที่มีอยู่แล้วเข้ามาร่วมบูรณาการช่วยเหลือกัน เช่น การเปิดให้มหาวิทยาลัยผลิตครูในพื้นที่เข้ามายกระดับมาตรฐานด้านวิชาการของโรงเรียน ประเด็นที่สอง การทำฐานข้อมูลกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กที่แสดงถึงภาพรวมทั้งหมดของแต่ละโรงเรียน&amp;nbsp;ข้อมูลในส่วนนี้จะส่งผลต่อการบริหารงาน การจัดการและการสนับสนุนด้วย ประเด็นที่สาม การออกกฎหมาย หรือระเบียบต่างๆ ที่จะใช้กับกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กโดยเฉพาะ เพื่อทำให้โรงเรียนขนาดเล็กสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นางวัฒนาพร กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สี่ การสร้างกลไกส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็ก เช่น กลไกสิทธิประโยชน์ทางภาษี เป็นต้น จะต้องมีการวางให้เป็นระบบ ประเด็นที่ห้า การปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนขนาดเล็ก อาทิ&amp;nbsp;เงินอุดหนุนรายหัว ระบบการจัดสรรงบประมาณ ประเด็นที่หก การดูแลเรื่องจำนวนนักเรียนของโรงเรียนทุกขนาด เนื่องจากปัจจุบันมีบางโรงเรียนที่นักเรียนเกินจำนวนที่กำหนดไว้มาก ในขณะที่โรงเรียนขนาดเล็กจำนวนเด็กลดลงต่อเนื่อง เพราะอัตราการเกิดที่น้อยลง ดังนั้นจึงต้องมีการมองภาพรวมของทั้งประเทศเกี่ยวกับการกำหนดจำนวนนักเรียนบองโรงเรียนในแต่ละประเภท เพื่อการดูแลเด็กได้อย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระฯ สามารถนำไปใช้กับโรงเรียนขนาดเล็กในทุกสังกัด เพื่อที่จะยกระดับการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนขนาดเล็ก และการทำข้อเสนอดังกล่าวมีการศึกษาความเป็นมาของโรงเรียนขนาดเล็ก และจะต้องมีการมาทบทวนเรื่องของเป้าหมายใหม่ ว่า โอกาสในการเข้าถึงหารศึกษาต้องมาพร้อมกับคุณภาพ อีกทั้งต้องมีการวางแผนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ทั้งเรื่องอัตราการเกิดที่ลดลง ต้องวางแผนทางภูมิศาสตร์ ว่า แต่ละพื้นที่ควรจะมีโรงเรียนตรงไหน ขนาดใดบ้าง และการจัดสรรทรัพยากรจะเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32298</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., นพ.จรัส สุวรรณเวลา, บอร์ดอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา, วัฒนาพร ระงับทุกข์, สกศ., แก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c99f74a4a452.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 20:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดอิสระฯจี้สพฐ.แก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กให้เป็นรูปธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6พ.ย.61-นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก เนื่องจากเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ทุกฝ่ายอยากให้มีการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยขณะนี้ภาพรวมของโรงเรียนขนาดเล็กในปี 2561 มีอยู่ทั้งสิ้น 15,089 แห่ง ซึ่งปัญหาของโรงเรียนขนาดเล็กมีความซับซ้อน เช่น ปัญหาทางเศรษฐกิจ เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ และการที่อัตราการเกิดลดลง แต่โรงเรียนยังคงต้องมีอยู่พร้อมกับการแบกรับค่าใช้จ่าย รวมถึงปัญหางบประมาณ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายรถรับส่งที่ต้องนำเด็กไปเรียนร่วมกับโรงเรียนในเมือง ซึ่งประเด็นนี้บางครั้งอาจทำให้ผู้ปกครองมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจนบางครั้งก็ไม่อยากส่งลูกหลานตัวเองไปเรียน ซึ่งก็ก่อให้เกิดปัญหาเด็กไม่ไปโรงเรียน และเป็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จรัส กล่าวต่อว่า ทั้งนี้สิ่งหนึ่งที่คณะกรรมการอิสระฯ มองว่าน่าจะเป็นไปได้แม้โรงเรียนขนาดเล็กจะมีครูน้อย แต่อาจทำให้ครูได้ใกล้ชิดเด็กทำให้คุณภาพการเรียนการสอนทั่วถึง โดยที่เราไม่ต้องมุ่งเน้นการสอนที่เป็นเนื้อหาสาระแต่เน้นการสอนการสร้างสมรรถนะการเรียนรู้ให้แก่เด็ก ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติไปศึกษาข้อมูลการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มเติม เนื่องจากปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กมีความหลากหลาย โดยอาจจัดเป็นกลุ่มโรงเรียนในการแก้ปัญหา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รับที่จะไปวิเคราะห์ข้อมูลปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ขณะเดียวกันจะมีการจัดทำประชาพิจาณณ์รับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาสังคมถึงเรื่องนี้ด้วย เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (รองเลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า สำหรับกระบวนการการแก้ไขปัญหาต้นสังกัด สพฐ.รับจะไปดำเนินการในการหารูปแบบวิธีการการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งธนาคารโลกก็ได้พยายามช่วยหาวิธีการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กร่วมด้วย ทั้งนี้ความความยั่งยืนของการแก้ไขก็คือจะทำอย่างไรให้โรงเรียนขนาดเล็กมีคุณภาพ รวมถึงการสร้างระบบบริหารจัดการที่สนองตอบบริบทของโรงเรียน รวมถึงการจัดกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กแบบดูตามบริบท เพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมจะเปลี่ยนแปลงโรงเรียนขนาดเล็กได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21473</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., นพ.จรัส สุวรรณเวลา, บอร์ดอิสระปฎิรูปการศึกษา, แก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be19563efe33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
