<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; เผยถกโครงการใหญ่เรื่องน้ำ ฝนตกช่วยสถานการณ์ภัยแล้งดีขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ครั้งที่ 1/2563 ว่า จะมีการประชุมกันเรื่องน้ำ โดยเราพยายามกระจายน้ำให้ทั่วถึงทุกจังหวัด เพื่อไม่ให้ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค แต่มีฝนตกลงมาบ้างแล้ว ถือว่าสถานการณ์ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมี 22 จังหวัดที่ยังประสบภัยแล้งอยู่ ซึ่งเราได้กระจายน้ำให้ทั่วถึงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องมีมาตรการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี เพราะเขามีการขุดบ่อน้ำแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่ตอบคำถามที่ว่า ได้มีการเคลียร์ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แล้วหรือยัง โดยระบุเพียงว่า ไม่มีอะไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59539</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบภัยแล้ง, ทำเนียบรัฐบาล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สถานการณ์ภัยแล้ง, แก้ภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69b2c63f22f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลอดแผนเร่งด่วน2ระยะ รับมือสถานการณ์ภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ ห่วงภัยแล้ง คลอดมาตรการเร่งด่วน 2 ระยะรับมือ มั่นใจน้ำกิน-น้ำใช้เพียงพอถึง มิ.ย. สั่งแจงให้ประชาชนรับรู้ มท.บี้ทุกจังหวัดเร่งขุดดินแลกน้ำแก้ปัญหา &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; ทุ่ม 3.1 พันล้านจ้างงานเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการแก้ปัญหาภัยแล้งว่า หลายคนอาจจะเข้าใจว่าการแก้ปัญหาภัยแล้งแก้ที่ปลายเหตุ ขอย้อนให้กลับไปดูว่าที่ต้นเหตุหรือการแก้ปัญหาแบบยั่งยืนในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่ง 5 ปีที่ผ่านมาทำไปมากมายมหาศาล แต่ยังไม่ครบหรอก ตราบใดก็ตามถ้ายังไม่สมบูรณ์ทั้งระบบ จึงต้องมีแผนบริหารจัดการน้ำ 20 ปี ตอนนี้แผนมีหมดแล้ว เพียงแต่ว่าจะทำได้หรือไม่ได้ ปัญหาสำคัญคือการทำประชาพิจารณ์ แม้จะมีการเวนคืนที่ดินมาแล้วยังมีปัญหาเรื่องการเยียวยามาอีก ตอนนี้มีหลายโครงการที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องของถนนที่มีปัญหา ที่ทำช้าเพราะเรื่องการเยียวยาต้องพิจารณาในมาตรการที่เหมาะสมในการดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.รัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดย ครม.รับทราบสถานการณ์น้ำแล้งช่วงระหว่างวันที่&amp;nbsp;7-13&amp;nbsp;ม.ค.นี้&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;อีสาน และกลาง&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการดูแลประชาชนในช่วงภัยแล้ง&amp;nbsp;รัฐบาลมีแผนเฉพาะหน้าแบ่งเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ช่วงภัยแล้งเร่งด่วนเดือน ม.ค.-เม.ย.&amp;nbsp;เป็นช่วงที่แล้งมาก&amp;nbsp;จากนั้นเข้าสู่ช่วงฤดูฝนเดือน พ.ค.-ก.ค. ฉะนั้นรูปแบบการทำงานจะต้องตอบสนองการทำงาน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ช่วงเวลา สนับสนุนมาตรการควบคุมการใช้น้ำเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;ขอความร่วมมือจากเกษตรกรไม่ให้ปิดกั้นลำน้ำหรือสูบน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบการขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;โดยมีการประสานกรมฝนหลวง&amp;nbsp;เพื่อให้ทำฝนหลวงตามสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การรับมือภัยแล้งปี 2563&amp;nbsp;แบ่งเป็นการดำเนินการบูรณาการหลายกระทรวง และในส่วนที่แต่ละกระทรวงรับผิดชอบ&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย 3,378 โครงการ&amp;nbsp;มีการขุดเจาะบ่อบาดาล&amp;nbsp;1,053&amp;nbsp;แห่ง การจัดหาแหล่งน้ำผิวดิน&amp;nbsp;การซ่อมแซมระบบประปา&amp;nbsp;ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งดำเนินการเรื่องการฟื้นฟูแหล่งน้ำ&amp;nbsp;ทั้งเล็ก&amp;nbsp;กลางใหญ่&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;1.2&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;421&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;เพิ่มปริมาณน้ำได้&amp;nbsp;942&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;รวมถึงการเตรียมพร้อมปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ลุ่มน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ย้ำว่าอยากให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลดูแลอย่างเต็มที่&amp;nbsp;พร้อมกำชับให้เกษตรกรติดตามสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;เพื่อเป็นประโยชน์ในการวางแผนการทำการเกษตร&amp;rdquo;&amp;nbsp;น.ส.รัชดาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบถึงสถานการณ์ภัยแล้ง ภายใต้การดำเนินงานของสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลบูรณาการข้อมูลการบริหารจัดการน้ำ โดยนำโครงการของแต่ละหน่วยงานมาบูรณาการ มีทั้งแผนระยะกลางและระยะยาว 57 โครงการ ซึ่งมีการอนุมัติให้ดำเนินการไปแล้วในปี 2561-2562 จำนวน 18 โครงการ และอยู่ระหว่างดำเนินการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2565-2566&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกฯ สั่งการในที่ประชุมให้มีการบูรณาการงานต่างๆ และแถลงข่าวสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน รวมถึงให้ดูแลเป็นภารกิจหลักสำหรับปัญหาสถานการณ์น้ำเค็มที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาเริ่มดีขึ้น ขอให้ความมั่นใจว่าน้ำอุปโภคและบริโภคจะมีเพียงพอไปถึงเดือน มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีการปลูกพืชช่วงภัยแล้งว่า ในส่วนของพืชที่ใช้น้ำน้อยยังสามารถปลูกได้ และในหลายพื้นที่ยังไม่มีปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำ เช่น ในลุ่มน้ำภาคตะวันตก ลุ่มน้ำแม่กลอง หรือภาคใต้ พืชที่ไม่สามารถปลูกได้คือพืชที่ใช้น้ำมาก เช่น ข้าว ในส่วนนี้เราจะขอความร่วมมือ ทั้งนี้ เรามีมาตรการคือ 1.ส่งเสริมให้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย และอายุสั้น และ 2.การจ้างงาน โดยกรมชลประทานวางแผนจ้างงานเกษตรกร ที่ไม่สามารถทำการเกษตร ซึ่งใช้งบประมาณ 3,100 ล้านบาท ซึ่งต้องทำงานบูรณาการในหลายภาคส่วนเพื่อแก้ปัญหา คิดว่าตอนนี้เป็นวิกฤติของประเทศ ทุกภาคส่วนต้องทำงานร่วมกัน อย่าคิดว่าเป็นปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง วันนี้ต้องช่วยกันคิดว่าจะผ่านปัญหาไปได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายกฯ ได้ให้แนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะเร่งด่วน ด้วยการขุดดินแลกน้ำ โดยใช้วัสดุมูลดินที่ได้จากการขุดลอกแหล่งน้ำธรรมชาติหรือแหล่งอื่นๆ ที่เหมาะสมเพื่อเป็นการบริหารจัดการวัสดุมูลดินให้เกิดประโยชน์ และเป็นการขุดบ่อเพื่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ ทั้งนี้ รมว.มหาดไทยได้มอบหมายให้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่พิจารณาดำเนินการขุดดินแลกน้ำตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่และสอดคล้องกับสถานการณ์ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้ง&amp;nbsp;สามารถแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หรือติดต่อสายด่วนสาธารณภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครพนม สถานการณ์แม่น้ำโขงในพื้นที่ยังวิกฤติ ส่งผลให้ระดับน้ำโขงลดลงรวดเร็วกว่าทุกปี ล่าสุดอยู่ที่ระดับประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมตร กระทบต่อลำน้ำสาขาสายหลัก ทั้งนี้ นายเกียรติศักดิ์ ผัดวัง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำเเละบำรุงรักษาน้ำก่ำ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ทะเลสาบหนองหารได้ระบายน้ำออกเพื่อทำโครงการพัฒนา ตั้งเป้าที่ประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้ได้ทยอยระบายน้ำลงมาสู่ลำน้ำก่ำ ซึ่งโครงการชลประทานน้ำก่ำได้วางแผนรับมือ เร่งกักน้ำที่หนองหารมีการระบายลงมาสู่น้ำโขงให้มากที่สุด คาดว่าจะเพียงพอในการระบายสู่ระบบชลประทาน ช่วยพื้นที่นาปรังไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;5,000-6,000&amp;nbsp;ไร่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดดินแลกน้ำแก้ปัญหา, ภัยแล้ง, ม 3.1 พันล้านจ้างงานเกษตรกร, มาตรการเร่งด่วน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1dcbf11ad97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาผลกระทบโครงการฝายราษีไศล จ่ายค่าชดเชยเป็นธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.62 -&amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวความคืบหน้าการแก้ปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแล ซึ่งรองนายกฯเปิดเผยเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ว่าได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาโดยเฉพาะ โดยเชิญตัวแทนผู้เดือดร้อนมาแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็น ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการเร่งรัดกระบวนการพิจารณาจ่ายค่าชดเชยเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฯ เร่งสร้างคันกั้นน้ำเพิ่มเติม ความยาวประมาณ 15 กิโลเมตร ตามแนวทางแก้ไขปัญหากรณีน้ำท่วมนอกคันกั้นน้ำแม่น้ำมูล ดำเนินการศึกษาผลกระทบที่เกิดกับเกษตรกรที่มีพื้นที่ติดกับแนวคันกั้นน้ำ เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือและส่งเสริมอาชีพต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า มากไปกว่านั้น ยังกำหนดแผนระยะยาวเพื่อป้องกันภัยแล้งด้วยการจัดสรรงบประมาณเพื่อขุดลอกและจัดทำแก้มลิงบริเวณสถานีสูบน้ำบ้านดงแดง และที่สำคัญ กระทรวงเกษตรฯได้ประสานงานกับประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพให้กับผู้ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม แนวทางที่กระทรวงเกษตรฯได้ดำเนินการอยู่นี้ น่าจะทำให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบสบายใจและการแก้ปัญหาจะไม่ยืดเยื้อ เพราะเป็นการทำงานอย่างมีส่วนร่วมและมุ่งสร้างความยั่งยืนทางอาชีพแก่ประชาชนผู้เดือดร้อน ซึ่งนายจุรินทร์จะรายงานความคืบหน้าดังกล่าวให้แก่นายกรัฐมนตรีทราบในการประชุมครม.ครั้งหน้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51306</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายค่าชดเชยฝายราษีไศล, รัชดา ธนาดิเรก, แก้ภัยแล้ง, โครงการฝายราษีไศล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88cb5654b83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งเทงบแก้ภัยแล้งจ่อฟื้น‘โขง ชี มูล’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; หอบ ครม.เยี่ยมคนสุรินทร์-บุรีรัมย์ เว้าอีสานอ้อน &amp;quot;ฮักคักๆ ฮักแท้ๆ&amp;quot; สั่งผู้ว่าฯ 20 จังหวัดเร่งแก้ภัยแล้ง เยียวยาชาวบ้านทันทีไม่ต้องรอสั่ง ลั่นเทงบประมาณสนับสนุน เตรียมผลักดันศึกษาโครงการ &amp;quot;โขง ชี มูล&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม เวลา 07.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม &amp;nbsp;พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กทม. ไปยังท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ต.ร่อนทอง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เพื่อตรวจราชการ จ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ ติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ โดยนายกฯ และคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานบุรีรัมย์ในเวลา 08.20 น. และรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์การขาดแคลนน้ำในพื้นที่รวมถึงแนวทางแก้ไขจากผู้ราชการจังหวัดและผู้ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;จากนั้นขึ้นเฮลิคอปเตอร์มายังท่าอากาศยานสุรินทร์ แล้วนั่งรถโตโยต้า เวลไฟร์ สีขาว 3 กณ &amp;nbsp;1689 เพื่อไปตรวจเยี่ยมอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงโครงการชลประทานสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.30 น. นายกฯ และคณะเดินทางถึงอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงโครงการชลประทานสุรินทร์ &amp;nbsp;มีประชาชนนำผ้าขาวม้ามาผูกเอวให้นายกฯ และคณะ โดย พล.อ.ประยุทธ์แวะเยี่ยมชมกลุ่มผู้เลี้ยงโคสุรินทร์วากิว พร้อมกับชิมสเต๊กเนื้อวากิว ท่ามกลาง ส.ส.ในพื้นที่ที่มารอต้อนรับประกอบด้วยนายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ พรรคพลังประชารัฐ นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย รวมถึงนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล, นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ก็มาต้อนรับด้วย&amp;nbsp;โดยนายตี๋ใหญ่กล่าวว่า &amp;nbsp;ส.ส.พรรคเพื่อไทยมาต้อนรับนายกฯ ซึ่งนายกฯ ตอบกลับว่า &amp;quot;ผมไม่มีพรรค ต้องช่วยกัน ทุกอย่างจะเดินไปได้ จะทะเลาะกันทำไม ผมไม่อยากจะสู้กับใคร&amp;quot; ทำให้บรรดา ส.ส.ที่มาต้อนรับหัวเราะชอบใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ กล่าวทักทายประชาชนบนเวทีเป็นภาษาอีสานว่า ฮักคักๆ ฮักแท้ๆ ลูกหลานอีสานเก่าเหมือนกัน วันนี้มาดูแลชาวอีสาน เพราะเห็นถึงความเดือดร้อนหลายอย่าง ที่ติดตามมาตลอด และจะหาวิธีการบริหารให้ได้โดยเร็ว จากนั้นนายกฯ ได้แนะนำ ครม.และคณะทั้งหมดที่เดินทางมาด้วยให้ยืนขึ้น โดยระบุอย่างอารมณ์ดีว่า พวกนี้ที่ต้องให้ยืนเพราะเป็นจำเลยร่วม รับผิดชอบดูแลพี่น้องประชาชน วันนี้ดีใจที่ได้มาพบพวกเราที่เมืองช้างสุรินทร์ รับทราบสถานการณ์ภัยแล้ง ตนดูทุกวัน มีการรายงานทุกวันในโทรศัพท์ของตนถึงปัญหาสถานการณ์น้ำที่ต้องแก้ไข ซึ่งการจะแก้ทั้งหมดต้องมีแผนงานในการดำเนินงาน ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในการจัดการ ในการขุดห้วยเสนง และทหารจัดเรื่องประปา บ่อบาดาล ทั้งนี้พร้อมจัดงบประมาณให้ในส่วนที่ยังสามารถใช้ได้อยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ มาต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่ วันนี้ที่มาเพราะเราต้องรับผิดชอบคนทั้งประเทศ จะเห็นได้ว่าไม่ว่าใครก็ตาม จะรัฐมนตรีหรือใครคือรัฐบาลของคนทั้งประเทศ ของคนทุกจังหวัด ไม่ใช่จังหวัดไหนไม่ดีกับผมแล้วผมไม่มา ยิ่งต้องมาใหญ่เลย วันนี้ร่วมมือกันทำงานทุกคน วันนี้เป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ ทุกจังหวัด ไม่ใช่จังหวัดไหนไม่ดีผมจะไม่มา ให้เกียรติผมบ้าง วันนี้ทุกคนต้องช่วยกัน อยากเห็นผมพูดเรื่องที่มีประโยชน์ใช่ไหม เรื่องอะไรที่ขัดแย้งเดี๋ยวค่อยว่ากัน ผมไม่ไปขัดแย้งกับพวกท่าน ผมเป็นสุภาพบุรุษพอ เป็นลูกผู้ชาย&amp;quot;&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำประปา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สถานการณ์ฝนตกต่ำกว่าปริมาณสถิติที่เคยผ่านมา โลกกำลังเปลี่ยนแปลงจากความกดดันเอลนีโญ สำหรับคนสุรินทร์ทุกคนคือคนไทย รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย อย่าให้ใครมาแบ่งแยก แบ่งไม่ได้อีกแล้ว วันนี้เราต้องช่วยกันทั้งหมด อ่างเก็บน้ำใหญ่ปริมาณน้ำเหลือ 49 เปอร์เซ็นต์ บางอันเหลือ 10-15 เปอร์เซ็นต์ ของเราเร่งด่วนคือเรื่องประปาใช่หรือไม่ ในเขตเมืองเปิดมามีแต่ลม จึงตัดสินใจว่าเดือนนี้ไม่ต้องให้จ่ายค่าน้ำประปา ไม่ใช่ประชานิยมนะ แต่ประชาชนเดือดร้อน น้ำใช้ไม่ได้ เคยเจอปัญหานี้มาก่อน และสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดต้องแก้ปัญหาด่วน นอกจากนี้เรื่องการทำฝนหลวง สั่งให้มีการสแตนด์บายอยู่ที่นี่หลายลำ รวมทั่วประเทศกว่า 4 พันเที่ยวบิน วันนี้ทำทุกอย่าง อะไรที่ต้องใช้จ่ายพิเศษตนจะดูแลให้ ทำเรื่องเร่งด่วนก่อน ทั่วประเทศ 21 จังหวัด ตนเป็นห่วงเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค ไม่มีน้ำกินน้ำใช้ลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายกฯ ได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.ในพื้นที่ได้เสนอโครงการและพูดถึงปัญหาในพื้นที่ อย่างนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เสนอให้พักหนี้เกษตรกรประมาณหนึ่ง และขอให้ยกจังหวัดสุรินทร์เป็นโมเดลในการแก้ปัญหาภัยแล้งประเทศไทย และฝากทางจังหวัดเมื่อคิดแผนงานขอให้เชิญ ส.ส.เข้าร่วมด้วย ขณะที่นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า หวังว่าที่นายกฯ มาวันนี้จะไม่เป็นไฟไหม้ฟาง ถ้ามีอะไรตนก็จะกราบเรียนนายกฯ ผ่านสภา และตนของบประมาณสร้างอ่างเก็บน้ำ 1,000 ล้านบาท โดยนายกฯ ได้กล่าวว่ารับในหลักการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้บีบแตรปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้านการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;และเดินทางมายังการประปาส่วนภูมิภาคเพื่อดูการผลิตน้ำปะปา พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา?เวลา&amp;nbsp;11.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ นายกฯ เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20&amp;nbsp;จังหวัด เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์ การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20&amp;nbsp;จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์มอบนโยบายเน้นย้ำให้ผู้ว่าฯ และหัวหน้าส่วนราชการเร่งดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบทันที อย่ารอให้นายกฯ สั่งการหรือให้นายกฯ ลงพื้นที่ก่อนค่อยลงมือทำ &amp;nbsp;โดยรัฐบาลจะใช้งบประมาณเท่าที่จำเป็นให้เกิดประโยชน์ที่สุด ขอให้ปรับแผนงบประมาณที่ยังไม่ได้ใช้ มาแบ่งทำโครงการเร่งด่วนก่อน ส่วนการจัดทำแผนของบประมาณปี&amp;nbsp;63&amp;nbsp;นั้น ขอให้ส่วนราชการจัดทำแผนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในเดือนนี้
เทงบแก้ภัยแล้งอีสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้นายกฯ ยังได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดจัดหาแหล่งพักน้ำ โดยได้เสนอโครงการขุดบ่อแลกดินเพื่อเก็บน้ำไว้ในบ่อของชาวนา แก้ไขปัญหาการขาดน้ำช่วงฤดูแล้ง ในส่วนงบประมาณที่ผู้ว่าฯ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จังหวัดเสนอเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งนั้น ตนเห็นชอบรับหลักการเพื่อนำไปหารือกับ ครม.ในการพิจารณางบกลาง สนับสนุนงบประมาณให้จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา&amp;nbsp;13.35&amp;nbsp;น.ที่ท่าอากาศยานสุรินทร์ภักดี พล.อ.ประยุทธ์และคณะไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ปฏิบัติของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.สุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ของเหล่าทัพที่สนับสนุนปฏิบัติการฝนหลวง โดยนายกฯ กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ เป็นไปตามแนวทางในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;วันนี้ถือว่าทำงานสืบสานต่อยอดมาสู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ขอให้ทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการทำฝนหลวงเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศด้วย รัฐบาลพร้อมสนับสนุน ขอบคุณอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงฯ ประชาชนในพื้นที่ด้วย ขอให้ทุกคนร่วมมือกันแก้ปัญหาต่อไป ด้วยความเข้าใจความไว้ใจซึ่งกันและกัน จะทำให้ทุกปัญหาแก้ไขได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;น. นายกฯ และคณะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;แล้วเดินทางต่อด้วยรถยนต์ไปตรวจเยี่ยมอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก โครงการชลประทานบุรีรัมย์ อ.เมืองบุรีรัมย์ โดยทันทีที่มาถึงนายกฯ ได้โบกมือทักทายและทำมือสัญลักษณ์ &amp;quot;ไอเลิฟยู&amp;quot; ให้ประชาชนที่มารอต้อนรับกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พันคน พร้อมเยี่ยมชมบูธผลิตภัณฑ์บ้านสวายสอข้าวอินทรีย์ และได้ขึ้นบนหอดูนกส่องกล้องเทเลสโคปเพื่อดูนกกระเรียนพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นสัตว์คุ้มครองและหาดูได้ยาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ ได้ถ่ายภาพร่วมกับกลุ่มประชาชนที่อนุญาตให้ทางการเข้าไปในที่ดินเพื่อทำระบบผันน้ำ ลำปะเทีย-อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง จำนวน&amp;nbsp;118 คน หลังมอบประกาศนียบัตรแล้วได้กล่าวกับประชาชนว่า ไม่เคยผิดหวังมาบุรีรัมย์ วันนี้ดีใจที่ได้มาอีกครั้ง มาพบพวกเรา เห็นจากการจัดแข่งกีฬา แข่งรถ เพราะบุรีรัมย์มีศักยภาพหลายอย่าง แผนงานที่เสนอมาจะจัดลำดับความเร่งด่วนก่อนหลัง แต่สิ่งที่อยากขอบคุณทุกคนที่เสียสละที่ดินเพื่อประโยชน์ของประเทศ &amp;nbsp;เหมือนดังคำขวัญของทหารที่ว่า &amp;quot;น้ำใจและไมตรีต่อชีวีเมื่อยังคง มีค่ากว่าไตรรงค์ใช้คลุมองค์เมื่อยามตาย&amp;quot;&amp;nbsp;ฉะนั้นต้องทำความดีเมื่อมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าใครจะเชื้อชาติไหน ไทย ลาว เขมร มีเชื้อชาติไทยทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สวดมนต์ภาวนาอยากให้ฝนตกจริงๆ ที่ดันไปตกที่น้ำท่วม แผนงานโครงการเสนอมาจะไปพิจารณาในสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน โครงการโขง ชี มูล ตนคิดมาหลายปีแล้ว แต่อยู่ในขั้นตอนการศึกษา ต้องมีเจรจาระหว่างประเทศ ที่จะมีการผันน้ำประตูน้ำ การเพิ่มความจุของอ่าง ต้องศึกษา เมื่อเช้าคุยกันทำอย่างไรจะมีการขุดลอกแลกกับดินได้ไหม เนื่องจากต้องใช้งบมหาศาล รวมถึงต้องไปดูกฎหมายทำได้หรือไม่อย่างไร เช็กแล้วว่าทำได้ &amp;nbsp;อยู่ที่การออกแบบของกรมชลประทาน หากใครสนใจเอาเครื่องไม้เครื่องมือมาขุดดินไปขายต้องเท่าเทียมและคุ้มค่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43814</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์-สุรินทร์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุรินทร์-บุรีรัมย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาชาวบ้าน, เร่งแก้ภัยแล้ง, แก้ภัยแล้ง, โขง ชี มูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5aad047e82b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 08:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 08:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ยกคณะลงพื้นที่ติดตามแก้วิกฤติภัยแล้ง&#039;สุรินทร์-บุรีรัมย์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.62- เมื่อเวลา 07.00 น.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;และพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กทม.ไปยังท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ต.ร่อนทอง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เพื่อตรวจราชการจ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ ติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ เพื่อบูรณาการบริหารจัดการน้ำอุปโภคบริโภคให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่จ.สุรินทร์และจ.บุรีรัมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยช่วงเช้าที่จ.สุรินทร์ นายกฯจะนำคณะสังเกตการณ์ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงโครงการชลประทานสุรินทร์ &amp;nbsp;ฟังบรรยายสรุปภาพรวมการบริหารจัดการน้ำและแนวทางการให้ความช่วยเหลือและปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้านการอุปโภคบริโภค ณ บริเวณที่ทำการโครงการชลประทานสุรินทร์ &amp;nbsp;พร้อมเป็นประธานประชุมการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ร่วมกับ 20 ผู้ว่าราชการจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ ต.ในเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ จากนั้น นายกฯตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจ.สุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ของเหล่าทัพที่สนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวง ณ ท่าอากาศยานสุรินทร์ภักดี ต.นอกเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงบ่ายนายกฯจะตรวจเยี่ยมอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มากโครงการชลประทานบุรีรัมย์และฟังบรรยายสรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำและแนวทางการแก้ไขปัญหาและสถานการณ์น้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่จ.บุรีรัมย์ ตรวจเยี่ยมอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มากโครงการชลประทานบุรีรัมย์ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ พบกลุ่มประชาชนที่อนุญาตให้ทางการเข้าไปในที่ดินเพื่อทำระบบผันน้ำ ลำปะเทีย-อ่างเก็บน้ำห้วยตลาดในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง จำนวน 118 คน ก่อนเดินทางกลับกทม.ในวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ก่อนขึ้นเครื่องเดินทาง นายกฯได้หันมาพยักหน้าตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆๆถึงการจะลงพื้นที่บ่อยขึ้นใช่หรือไม่ว่า &amp;ldquo;จ๊ะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43720</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจราชการ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุรินทร์-บุรีรัมย์, แก้ภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d59f5171db8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ลงพื้นที่ฝ่าวิกฤตภัยแล้งสุรินทร์-บุรีรัมย์พรุ่งนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค. 2562 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งล่าสุดที่ จ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาในวันพรุ่งนี้ (19 ส.ค.62) โดยอ่างเก็บน้ำสำคัญของ จ.สุรินทร์ คือ &amp;ldquo;อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;อ่างเก็บน้ำอำปึล&amp;rdquo; ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำดิบผลิตประปา มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ทำให้สถานการณ์คลี่คลาย แต่ยังคงต้องเฝ้าระวัง โดยอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง มีปริมาณน้ำ 9.86% ของความจุ และอ่างเก็บน้ำอำปึล มีปริมาณน้ำ 1.09% ของความจุ บางพื้นที่ยังมีปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค รวมพื้นที่ประสบภัย 2 อำเภอ คือ อ.เมืองสุรินทร์ และ อ.สำโรงทาบ 31 ตำบล 308 หมู่บ้าน 150,995 ไร่ ส่วนที่จ.บุรีรัมย์ มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญ คือ &amp;quot;อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก&amp;rdquo; รวม 1.438 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาในระยะต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ รมช.เกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปแก้ไขปัญหาเร่งด่วน โดยเฉพาะการขุดร่องชักน้ำเข้าสู่หัวสูบประปา และสูบน้ำบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำให้สามารถผลิตน้ำประปาได้ ขุดเจาะบ่อบาดาลเพิ่มปริมาณน้ำ เร่งปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในอ่าง ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะไปตรวจติดตามปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน โดยกำชับเรื่องแผนระยะกลางและระยะยาวเพื่อความยั่งยืน เช่น การเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำทุกแห่ง โครงการผันน้ำจากแหล่งที่มีศักยภาพสูงกว่า การตั้งสถานีผลิตน้ำประปาในจุดที่มีแหล่งน้ำเพียงพอเพื่อเสริมความมั่นคงด้านน้ำประปา เป็นต้น พร้อมทั้งได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะเกษตรกรให้ดีที่สุดด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43674</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, จ.สุรินทร์, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แก้ภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d52798ce41bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทกระจาดแก้แล้งทั้ง‘พักหนี้-สินเชื่อ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ นำ ครม.ชุดเล็กไปตรวจภัยแล้งที่สุรินทร์-บุรีรัมย์ วันจันทร์นี้ พร้อมเรียกประชุมผู้ว่าฯอีสาน 20 จังหวัด ก่อนเดินทางกลับในเย็นวันเดียวกัน ครม.เศรษฐกิจอนุมัติแผนช่วยเหลือ ให้ ธ.ก.ส.พักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย 1 ปีเกษตรกร 13 จังหวัด สนับสนุนสินเชื่อวงเงิน 5 หมื่นล้าน ให้กู้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท ดอกเบี้ย 0% ปีแรก ทั้งยังมีสินเชื่อฟื้นฟูการผลิต พร้อมอุ้มชาวนาอีก 3 ล้านราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เตรียมนำคณะลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ ในวันจันทร์ที่ 19 สิงหาคมนี้ โดยช่วงเช้า นายกฯ นำคณะสังเกตการณ์ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง โครงการชลประทานสุรินทร์ ฟังบรรยายสรุปภาพรวมการบริหารจัดการน้ำและแนวทางการให้ความช่วยเหลือ พร้อมปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้านการอุปโภคบริโภค ณ บริเวณที่ทำการโครงการชลประทานสุรินทร์ และเป็นประธานการประชุมแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ณ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ เนื้อหาคือบูรณาการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในช่วงช่าย นายกรัฐมนตรีจะตรวจเยี่ยมอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก โครงการชลประทานบุรีรัมย์ ฟังบรรยายสรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาและสถานการณ์น้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเย็นวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพด้านการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ โดยจะนำรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ในช่วงบ่ายถึงปัญหาภัยแล้งว่า ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ จากกว่า 20 จังหวัดเหลือ 10 จังหวัด เพราะฝนตกมากขึ้น แต่การตกครั้งนี้ต่างจากปีก่อนที่ตกทั่วถึง แต่ตอนนี้ตกรอบนอกก่อน ส่วนพื้นที่เพาะปลูกอยู่ตอนในคือพื้นที่ภาคกลางยังมีปัญหา ดังนั้นวันนี้ต้องหามาตรการเร่งด่วนในเรื่องของการเยียวยาต่อไปอีก ซึ่งต้องใช้งบประมาณส่วนหนึ่ง โดยต้องใช้อย่างประหยัด ระมัดระวังที่สุด เป็นไปตามสัดส่วนของงบประมาณที่มีอยู่ในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ชี้แจงเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ เพื่อไปดูสถานการณ์ปัญหาน้ำแล้งและดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากการทำงานในบางครั้งไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้าในช่วงที่ฝนไม่ตก เพราะถ้าเราไม่มีน้ำจะส่งผลกระทบกันไปหมด จึงต้องมาดูมาตรการว่าอะไรดีที่สุด ไม่ใช่มัวแต่ไปทำโครงการ เพราะกว่าจะเสร็จใช้เวลา 1-2 เดือนน้ำก็ท่วมอีก ฉะนั้นเราจะต้องดูว่าอะไรที่เหมาะสม ในส่วนของตนถ้าเกิดอะไรฉุกเฉินจะลงไปเลย ถือเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่ทำเนียบรัฐบาล มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เลขานุการคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของปัญหาภัยแล้ง ดำเนินการโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งใน 13 จังหวัด คิดเป็น 9.9 แสนราย โดยการพักชำระหนี้และลดอัตราดอกเบี้ยเป็นเวลา 1 ปี และการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ย 0% ปีแรก ให้กู้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท พร้อมสินเชื่อฟื้นฟูการผลิต ซ่อมแซมความเสียหาย วงเงิน 5 พันล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ให้กู้รายละไม่เกิน 5 แสนบาท และสินเชื่อเพื่อลดต้นทุนการผลิตสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ฤดูกาลผลิต 2562/63 จำนวน 3 ล้านราย โดยมาตรการผ่าน ธ.ก.ส. จะใช้เงินของ ธ.ก.ส.ดำเนินการไปก่อนทั้งหมด และรัฐจะตั้งงบประมาณอุดหนุนชดเชยภายหลัง เป็นงบผูกพันหลายปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้มีอากาศยานมาเสริมอีก 6 ลำ ของกองทัพอากาศ 5 ลำ และกองทัพบก 1 ลำ พร้อมกำลังพล 88 นาย ได้เข้าปฏิบัติการที่หน่วยฝนหลวง จ.เชียงใหม่ 1 ลำ, นครราชสีมา 4 ลำ และลพบุรี 1 ลำ ซึ่งประชาชนอาจสงสัยว่าทำไมอากาศยานมาสนับสนุนไม่มาก เป็นเพราะต้องมีการดัดแปลงเจาะท้องเครื่องบินติดกรวยโปรยสาร และ ทอ.เคยร่วมปฏิบัติการกับกรมฝนหลวงฯ ส่วนเครื่องบินอื่นๆ ยังไม่มีการดัดแปลง จึงมาร่วมไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการทำฝนหลวง เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา สามารถทำให้ฝนตก 23 จังหวัด ถือว่าประสบผลสำเร็จ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากพื้นที่การเกษตรประสบภัยแล้ง โดยหลายพื้นที่มีฝนตกเฉลี่ย 5-20 มิลลิเมตร และภารกิจเติมน้ำเขื่อน ส่งผลให้เขื่อนขนาดกลางมีน้ำเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีน้ำใช้การต่ำกว่า 30% จำนวน 170 แห่ง ลดเหลือ 167 แห่ง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43594</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ชุดเล็ก, ตรวจภัยแล้ง, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุรินทร์-บุรีรัมย์, หนังสือพิมพ์, เทกระจาดแก้ภัยแล้ง, แก้ภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d56a8f5d2e8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
