<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปู&#039;ส่งตัวแทนมอบถุงน้ำใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม โทษรัฐประหารแผนจัดการน้ำถูกยับยั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ต.ค.64- น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งตัวแทนมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลบางกระบือ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี นำโดย ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หลานสาวและอดีตนายทะเบียนพรรคทษช. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตรองเลขาธิการพรรคทษช. และทีมเลขาน.ส.ยิ่งลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ฝากให้กำลังใจพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกๆครอบครัว เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปโดยเร็ว และอยากฝากถึงรัฐบาล เรื่องการเยียวยาหลังน้ำท่วมขอให้ทั่วถึงและเป็นธรรมต่อพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน โดยเฉพาะเกษตรกร ที่จะต้องขาดรายได้ไปตลอดทั้งปี เพราะพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสีย&amp;nbsp; สำหรับพี่น้องชาวจังหวัดสิงห์บุรี ท่านนายกฯฝากให้กำลังใจ ขอให้ทุกคนผ่านพ้นความลำบากนี้ไปให้ได้ ในช่วงปี 54 ท่านนายกฯได้เดินทางมีตรวจงานที่สิงห์บุรีบ่อยมากๆเนื่องจากมีเหตุที่ประตูระบายน้ำบางโฉมศรีแตก ที่อำเภออินทร์บุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิม กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้โทรมาสอบถามถึงสถานการณ์น้ำท่วม หลังจากมีข่าวว่าหลายจังหวัดถูกน้ำท่วมจนทำให้พี่น้องประชาชนต้องกลายเป็นผู้ประสบภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง ตลอดจนภาคอีสาน ที่ปีนี้ภาคอีสานกลายเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมมากที่สุด น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงคิดว่าเบื้องต้นเพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยก่อน โดยเฉพาะเรื่อง อาหาร น้ำดื่ม และยาสามัญประจำบ้าน ที่จำเป็นต้องใช้ ท่านจึงให้ทีมงานช่วยกันจัด &amp;rdquo;ถุงน้ำใจ จากยิ่งลักษณ์&amp;ldquo; เพื่อนำมามอบให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ที่หน่วยงานรัฐยังไม่เข้ามาช่วยเหลือ หรือบางพื้นที่ที่อาจถูกมองข้ามไป ซึ่งทางทีมงานก็ได้ประสานไปยังกลุ่มผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นอกจากจังหวัดสิงห์บุรี และพิจิตรที่ทีมงานดำเนินการในวันนี้แล้ว วันต่อไปๆก็จะนำถุงน้ำใจจากยิ่งลักษณ์ ไปมอบให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่อื่นๆต่อไป เช่น จังหวัดจันทบุรี และพื้นที่ในภาคอีสานที่ขณะนี้ยังมีฝนตกหนักและเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันอยู่ด้วย ทั้งนี้ เบื้องต้นคงไม่สามารถ นำไปมอบให้กับประชาชนได้ทุกครัวเรือน แต่ก็จะพยายามนำไปมอบให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิม กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมปีนี้คงไม่หนักเท่ากับปี 2554 ที่ประเทศไทยเจอมรสุมหลายลูกติดต่อกัน ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนมากกว่าปกติ และน้ำใต้เขื่อนก็มากจนล้นตลิ่ง เมื่อมีการระบายน้ำออกจากเขื่อน ก็ทำให้พื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ ไม่สามารถรับไหว ประกอบการระบายน้ำก็มีปัญหา ทั้งหน่วยงานและข้อกฏหมาย จึงกลายเป็นปัญหาใหญ่&amp;nbsp; แต่ก็เป็นที่น่าเสียดาย ที่ก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับรู้และมองเห็นปัญหาจากประสบการณ์จริงและได้จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ โดยแก้ทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง ซึ่งในแผนดังกล่าวมีทั้ง เส้นทางระบายน้ำ และการจัดทำแก้มลิงกักเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้ง ตามแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดจนกำแพงป้องกันน้ำท่วมในเขตเมือง ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ ลงมาถึงกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่โครงการดังกล่าวก็ถูกยั้บยั้งและรัฐบาลของนายกฯยิ่งลักษณ์ ถูกรัฐประหาร รัฐบาลใหม่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง จึงทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนซ้ำแล้วซ้ำอีก มาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ชาวบ้านบางกระบือ ระบุว่า ซอยของพวกตนเป็นซอยที่ถูกลืม จนวันนี้ยังไม่ได้รับของช่วยเหลือจากทางรัฐบาล แต่ไม่ว่าใครจะลืมพวกตน นายกฯยิ่งลักษณ์ ก็ไม่เคยลืม พวกตนขอขอบคุณน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ไม่เคยลืมพวกเรา และขอให้ท่านได้กลับมาประเทศไทยไวๆ พวกเราคิดถึงท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยัง บ้านน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เพื่อลงเรือเข้าไปมอบถุงน้ำใจและน้ำดื่ม พร้อมให้กำลังใจชาวบ้าน บ้านน้ำตาลที่ถูกน้ำท่วมบ้านเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119816</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยิกา วงศ์นภาจันทร์, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, นายวิม รุ่งวัฒนจินดา, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, แก้มลิง, แผนจัดการบริหารน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_616930d75c111.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 06:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 06:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ปลอดประสพ&#039;โวบอกความลับ&#039;ประวิตร-ประยุทธ์&#039;แก้ปัญหาน้ำท่วมรับรองว่าไม่ได้วางยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15ต.ค.64-นายปลอดประสพ สุรัสวดี&amp;nbsp; อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
ไปอีสานเที่ยวนี้จะหวานอะไรอีกรึเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองอาทิตย์ที่เเล้วนายกไปนครศรีธรรมราชพร้อมระเมียดคำพูด &amp;ldquo;รักจังหู้&amp;rdquo; เเถมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ (น่าหยิกเเก้มจังเลย) พรุ่งนี้จะไปอุบลก่อนน้ำจะหลากมาท่วม ก็ยังไม่รู้ว่าจะพูด &amp;ldquo;ข้อยมักเจ้าหลาย&amp;rdquo;หรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เเน่ๆคุณประวิตรไปขอนเเก่นเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ชอบกัน มาต้อนรับเห็นว่าชุลมุนตีกันกับตำรวจบาดเจ็บไประนาว(ไม่ดีเลย) พรุ่งนี้คุณประยุทธ์ก็เตรียมตัวเจอเพื่อนเก่าผม คือกลุ่มสมัชชาจนจนให้ดีก็เเล้วกัน&amp;nbsp; รู้ไหมย้อนไป 30 ปี ผมนี่เเหละเป็นคนเจรจากับคณะสมัชชาคนจนจนเปิดเขื่อนปากมูลใช้ประโยชน์มาถึงทุกวันนี้ เเถมขอเงินการไฟฟ้าฝ่ายผลิตประมาณ 250 ล้าน เป็นกองทุนช่วยฟื้นฟูชีวิตชาวบ้านปากมูลอีกด้วย พรุ่งนี้ที่ท่านไปจะเอาอะไรไปฝากเขาครับ เพราะที่ชาวบ้านเขารู้กันก็คือ พวกท่านกำลังจะใช้เงิน 200 ล้านจ้างน้องลิซ่าเเละคุณอังเครมาร้องเพลงเฉลิมฉลองการเปิดประเทศ ซึ่งก็ต้องนับว่ามีรสนิยมเป็นเลิศบนความยากจนของราษฎรจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผมขออนุญาตกระซิบคุณประยุทธ์เเละคุณประวิตรดังๆโดยสังเขป ดังนี้
(1) กรุณาไปหาอ่านโครงการโขง ชี้ มูลเสีย (2) ไปหาผลการศึกษาการสร้างเขื่อนบริเวณต้นน้ำชีที่จังหวัดชัยภูมิ (3) ไปดูความเป็นไปได้ในการสร้างฝายตามระดับชั้นบนลำน้ำมูลพร้อมระบบสูบน้ำไหลกลับ (4)ไปสำรวจพื้นที่โดยละเอียดของลำน้ำชีเพื่อขจัดจุดคดเคี้ยวที่สำคัญต่างๆ เเละ(5)การสร้างเเก้มลิงตามริมเเม่น้ำชีเเละลำน้ำมูลเช่นเดียวกับเเม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างท่านนายกอย่าไปมือเปล่า(เเละสมองเปล่า) นะครับ ต้องมีความรู้เเละนำความหวังไปบอกชาวบ้านเขา ท่านอยู่มาเจ็ดปีเเม่น้ำชีเเม่น้ำมูลท่วมเกือบทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอำเภอวารินชำราบนั้น เมื่อก่อนเป็นทุ่งน้ำขนาดใหญ่ไม่ใคร่มีคนอยู่ พอหน้าน้ำก็ท่วมทุกปีเเต่ไม่มีใครเดือดร้อน เเต่ตอนนี้ขยายเป็นเมือง เพราะตัวเมืองอุบลขยายไม่ออก จึงต้องมาโป่งตรงนี้ พอน้ำเอ่อท่วมก็ลำบากกันหมด ท่านรีบไปดูผังเมืองเเละจัดทำเรื่องการระบายน้ำเสียใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผม (แอบ) บอกความลับท่านไปเเยะเเล้วเเละขอรับรองว่าไม่ได้วางยา พวกผมเคยตั้งใจว่า เมื่อทำโครงการป้องกันน้ำท่วมลุ่มเจ้าพระยาเเล้วเสร็จ ก็จะหันมาดำเนินการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำชีมูล เเต่เสียดายที่ไม่ได้ทำเพราะถูกขัดขวางจากพวกเกเร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทางใต้พรรคเพื่อไทยสมัยท่านยิ่งลักษณ์เป็นนายกก็เคยมีเเผนเช่นกัน ทางใต้ฝนจะตกหนักมากในช่วงตุลาคม-พฤจิกายนเพราะร่องมรสุมเป็นธรรมชาติจะต้องพัดพาดภูมิประเทศที่เป็นเขาลาดชัน การท่วมจึงมีลักษณะเป็นกระเเสน้ำเเรง ( Flash Flood ) ซึ่งอันตรายมาก การเเก้ปัญหาจึงต้องเป็นอีกเเบบ (คราวนี้ไม่บอกเเล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายนี้ขออวยพรให้เปิดประเทศสำเร็จตามประกาศ&amp;nbsp; เเต่ก็หวาดเสียวจริงๆครับ คนยังติดเชื้ออยู่วันละหมื่นไม่เคยขาด (หมอบอกต้องไม่เกิน 5000) ยิ่งสี่จังหวัดภาคใต้มีเพิ่มทุกวัน ในขณะที่การเสียชีวิตก็ยังมีมากอยู่ ผมกำลังจะไปเที่ยวเชียงใหม่อยู่ทีเดียว เเต่พอได้ยินว่ามีคลัสเตอร์ขนาด 500 คน จากสองตลาดใหญ่ ก็เลยต้องหยุด ส่วนที่จังหวัดบอกไม่เป็นไรเพราะคนป่วยยังน้อยกว่าคนปกติอยู่นั้นน่ะถ้าเป็นสมัยผมอธิบายเเบบนี้ได้เก็บของเเน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119775</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปลอดประสพ สุรัสวดี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, แก้ปัญหาน้ำท่วม, แก้มลิง, โครงการผันน้ำโขงชีมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_6168c33f73b6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2021 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเดินหน้า &#039;โครงการแก้มลิง&#039; แก้วิกฤตน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค. 64 -&amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญในการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการโครงการแก้มลิงทั่วประเทศในพื้นที่ &amp;nbsp;65 จังหวัด รวม 914 รายการ ปริมาตรน้ำกักเก็บ 606.93 &amp;nbsp;ล้าน ลบ. ม. วงเงิน &amp;nbsp;23,060.7182 ล้านบาท &amp;nbsp;ด้วยการน้อมนำพระราโชบายพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการทรงงานเพื่อจะสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9 &amp;nbsp;โดย &amp;quot;โครงการแก้มลิง&amp;quot; หนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงมีพระราชดำริไว้ในการแก้ปัญหาอุทกภัย ปัญหาน้ำท่วมขังในประเทศไทย &amp;nbsp;รัฐบาลนำมาเป็นนโยบายการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำ 13 ทุ่ง ได้แก่ พื้นที่ 12 ทุ่ง ในภาคกลางตอนล่าง และ ทุ่งบางระกำ จ.พิษณุโลก &amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม/ชะลอน้ำหลาก ได้ถึง 1.41 ล้านไร่ และสามารถรองรับน้ำได้ถึง 1,704 ล้าน ลบ.ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า ล่าสุดการลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ของนายกรัฐมนตรี เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ยังได้ติดตามการเตรียมพื้นที่รับน้ำแก้มลิงบริเวณแม่น้ำยมฝั่งซ้าย เพื่อบรรเทาสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยด้วย โครงการแก้มลิงไม่เพียงแต่แก้ปัญหาน้ำท่วมขัง แต่ยังช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งได้ด้วย อีกทั้งสามารถปล่อยน้ำในการพลักดันไม่ให้น้ำเค็มจากทะเลไหลเข้าสู่แม่น้ำลำคลองและพื้นที่การเกษตร และนำ้จืดที่เก็บกักไว้ในแก้มลิง ประชาชนสามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภค ทำให้คนไทยมีน้ำกินน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119221</URL_LINK>
                <HASHTAG>แก้มลิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153efe5ed169.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิการบดีสจล.ยกโมเดล&#039;กรุงโตเกียว&#039;แก้น้ำท่วมกทม.เจอพายุใต้ฝุ่นยิ่งกว่าลอนดอน-นิวยอร์คแต่น้ำไม่ท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.64-ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้ำท่วม ทะลัก ลอนดอน นิวยอร์ก ทำไมโตเกียวรอด แล้วกรุงเทพ? มีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;
หน้าบ้านพี่เอ้ แถวลาดกระบัง น้ำท่วมรอระบาย น้ำรออยู่ไม่ไปไหนสองวัน และก็อยู่ที่เดิม... ก็เพราะลาดกระบัง เหมือนกับพื้นที่ส่วนใหญ่ของกทม. เป็นแอ่งกระทะ (คอนกรีต) มีระดับต่ำกว่าคลอง ต่ำกว่าแม่น้ำ (บางพื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลไปแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อฝนตก หากสูบน้ำไม่ทัน เครื่องสูบน้ำเสีย เครื่องไม่พอ กทม.จมน้ำ ยิ่งแถวบางปู นอกจากเป็นแอ่งกระทะ ยังเจอน้ำทะเลหนุนสูง พื้นที่รับน้ำ หรือแก้มลิงธรรมชาติ ก็ถูกพัฒนาเป็นเมือง เป็นโรงงานอุตสาหกรรม ฝนตกมา ก็จบกัน!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิสูจน์ ชัดยิ่งกว่าชัด หากเรายังคิดแบบเดิม ทำแบบเดิม แต่ปัญหาซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ตามเวลา ตามการเร่งของภัยธรรมชาติ หากยังเป็นแบบนี้ เราจะไม่มีทางจะแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพยังมีโอกาสเสี่ยง เผชิญภัยพิบัติ ดังเช่น มหานครนิวยอร์ก และกรุงลอนดอน ซึ่งทั้งสองเมืองนี้ได้เตรียมตัวป้องกันไว้อย่างดี (แต่ยังคงไม่ดีพอ) มีทั้งประตูกั้นน้ำที่ทันสมัย มีระบบสุดยอดคอมพิวเตอร์เพื่อรวมศูนย์ข้อมูลน้ำท่วม และพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ ยังไม่รอด น้ำทะลัก ท่วมจมเมืองทั้งเมือง ท่วมทะลักสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน จนมีพลเมืองเสียชีวิต!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นแล้ว เสียว กรุงเทพก็ไม่แน่ ยิ่งภัยธรรมชาติหนักขึ้นทุกวัน
แต่แปลกใจไหม กรุงโตเกียว ก็เจอพายุไต้ฝุ่นถล่มทุกปี บางปีเช่น 2019 เจอมหาพายุไต้ฝุ่นด้วยซ้ำ เจอหนักยิ่งกว่าลอนดอน นิวยอร์ค แต่ทำไมน้ำไม่ท่วมเมือง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงโตเกียว ที่คนไทยไปชอบเที่ยวมากที่สุด เขาแกัปัญหาน้ำท่วมได้เบ็ดเสร็จได้อย่างไร ลองไปดูด้วยกันครับ
1. กรุงโตเกียว แก้ปัญหาน้ำท่วมเบ็ดเสร็จด้วย &amp;quot;แก้มลิงใต้ดิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็เคยเจอพายุฝนถล่ม เจ็บมาก่อนเช่นกัน เพราะในยุค 1950-1960 หลังแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง โตเกียวเร่งพัฒนาอุตสาหกรรม สูบน้ำใต้ดินมาใช้มหาศาล จนเมืองทรุดต่ำกว่าอ่าวโตเกียว กลายเป็นแอ่งกระทะ (เหมือนกรุงเทพ) พื้นที่สีเขียว บึง คลอง รับน้ำก็หายไป เพราะทั้งเมือง ทั้งคน ก็ต้องการพื้นที่ใช้งาน พอฝนตกลงมา น้ำก็ไม่มีที่ระบาย ท่วม จมทั้งเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แรกๆก็แก้ปัญหาแบบบ้านเรา คือใช้เครื่องสูบน้ำเป็นหลัก เพื่อระบายน้ำ แต่ก็ไม่ได้ผล น้ำยังท่วมหนักเหมือนกรุงเทพ เพราะต้องสูบน้ำขึ้นจากล่างขึ้นบน จากซอยถนน ขึ้นคลอง ขึ้นแม่น้ำ สวนทิศทางธรรมชาติของน้ำที่ไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ...
หากเครื่องสูบน้ำเสีย ขัดข้อง ลืมกุญแจ โตเกียวทั้งเมือง จมน้ำ!!
และแล้วในช่วงปี 1990 กรุงโตเกียวตัดสินใจเด็ดขาด สร้างบ่อพักน้ำฝนใต้ดิน เปรียบดังแก้มลิงใต้ดิน เพราะพื้นที่บนดิน ต้องใช้พัฒนาทางเศรษฐกิจของเมือง และถูกใช้งานจนไม่มีเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการ คือ เมื่อฝนตก น้ำฝนจะไหลลงสู่ ท่อรวม และต่อลงสู่ บ่อใต้ดิน น้ำไหลจากสูง (พื้นดิน) ลงสู่ที่ต่ำกว่า (ใต้ดิน) ไม่ต้องพึ่งเครื่องสูบน้ำ พอฝนซา ก็ค่อยๆระบายน้ำสู่ทะเล แบบใจเย็น ไม่เดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ่อแก้มลิงใต้ดินโตเกียว มีสองแบบ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. แบบอุโมงค์ทรงกระบอก ปลายปิดสองข้าง ไว้เก็บน้ำรอระบาย ใต้ชินจูกุและพื้นที่ใจกลางโตเกียว รองรับน้ำฝนได้มากถึง ห้าแสนลูกบาศก์เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 2. แบบกล่องสี่เหลี่ยมยักษ์ ไว้เก็บน้ำรอระบายรอบเมืองโตเกียว รองรับน้ำฝนได้เกือบ สี่แสนลูกบาศ์กเมตร
ปลายปี 2019 กรุงโตเกียวก็เจออภิมหาไต้ฝุ่น มีแต่คนบอก เอาไม่อยู่แน่ จนมีแผนอพยพพลเมือง ฝนตกทั้งวันทั้งคืน แต่แล้วเมืองกลับแห้งสนิท เพราะน้ำฝนลงไปรอระบายในแก้มลิงใต้ดิน เต็มทุกบ่อ!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่กล้าจินตนาการ หากกรุงโตเกียวไม่ทำแก้มลิงใต้ดิน ยังมัวแต่พึ่งพาปั๊มสูบน้ำ สภาพจะเป็นเช่นไร (คงท่วมหนักยิ่งกว่าบางปูหลายเท่า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการนี้ก่อสร้างไม่ยาก สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินยากกว่าแพงกว่า หลายเท่านัก สิงคโปร์ก็ทำใต้ถนนออชาร์ด ฮ่องกงก็ทำใต้สนามแข่งม้า กรุงกัวลาลัมเปอร์ก็ทำอุโมงค์รับน้ำรอระบายใช้เป็นทางด่วนแก้ปัญหาจราจรเวลาปกติ แก้ปัญหาน้ำท่วม (จากต้นเหตุเพราะพื้นที่ต่ำ น้ำไปไหนไม่ได้) ได้เบ็ดเสร็จทุกๆเมือง ทั้งที่เคยเจอปัญหาหนักกว่ากรุงเทพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กรุงโตเกียว ใช้ &amp;quot;ระบบอัตโนมัติ&amp;quot; ในการควบคุมประตูน้ำ และเครื่องสูบน้ำ
เพราะฝนตกหนัก รอเจ้าหน้าที่ขี่มอเตอร์ไซด์ลุยน้ำ ไปเปิดเครื่องสูบน้ำ หรือไปเปิดประตูน้ำ คงสายไป...
เพราะเจ้าหน้าที่ ไม่มีวันเพียงพอ และการประสานงานกันระหว่างเครื่องสูบ และประตูน้ำ มีความซับซ้อน เพราะมีเป็นพันๆเครื่อง มีเป็นร้อยๆประตูน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงโตเกียว บริหารจัดการแบบอัตโนมัติ ด้วยเซ็นเซอร์ ตรวจวัดระดับน้ำ ทุกพื้นที่ ไม่ใช่แค่เฉพาะโตเกียว แต่ได้ทั้งประเทศญี่ปุ่น!!! ที่สำคัญระบบการป้องกันน้ำท่วมของเมืองหลวง เป็นความรับผิดชอบของหน่วยหลักของกรุงโตเกียว มิได้มีหน่วยงานอื่นทับซ้อน วุ่นวาย งง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุปกรณ์ wifi ขนาดเล็ก ประสิทธิภาพสูง (ราคาไม่ได้แพง) ติดตามความพร้อมของเครื่องสูบน้ำทุกเครื่องตลอด 24 ชม. ทำให้ทำงานประสานกัน รู้ล่วงหน้าว่า เครื่องใดดี เครื่องใดเสีย แก้ไขทัน ก่อนฝนตก ทำให้ระบบระบายน้ำ สมบูรณ์ทุกตรอก ซอก ซอย (โตเกียวก็มีซอยเยอะแยะ เหมือนกรุงเทพนะครับ)
แล้วกรุงเทพ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะว่ากันไปแล้ว พายุก็น้อยกว่าโตเกียวมากๆ ความหนาแน่นแออัดของคนและเมืองก็น้อยกว่ามากๆ แล้วทำไมน้ำยังท่วม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จริงหากเปรียบเทียบกับกรุงโตเกียวแล้ว แก้ปัญหาน้ำท่วมกทม.
#จะทำก็ทำได้ ลองคิดดูครับ
เป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ สู้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
⁠&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115463</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงโตเกียว, ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ, พายุใต้ฝุ่น, ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, แก้มลิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612de3f32f756.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พลเอก ประวิตร” ห่วงฝนตกหนักช่วง 3 เดือนนี้   สั่ง สทนช.ตรวจความพร้อมพื้นที่รับน้ำนองลุ่มน้ำภาคกลาง หนุนทุ่งท่าวุ้ง – ผักไห่ - เจ้าเจ็ด...โมเดลแก้มลิงตามระบบผังน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;ldquo;พลเอก ประวิตร&amp;rdquo; ห่วงฝนตกหนักช่วง 3 เดือนต่อจากนี้ สั่ง สทนช. เร่งติดตามมาตรการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำหลาก 1น ใน 10 มาตรการรับมือฤดูฝน หนุนพัฒนาระบบรับน้ำเข้าออกทุ่งท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ทุ่งผักไห่ และทุ่งเจ้าเจ็ด จ.พระนครศรีอยุธยา โมเดลเก็บน้ำช่วงฝนใช้ประโยชน์หน้าแล้ง ชี้เป็นพื้นที่แก้มลิงที่สอดล้องตามผลศึกษาจัดทำผังน้ำ ลุ่มน้ำสะแกกรัง ป่าสัก เจ้าพระยา ท่าจีน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ในโอกาสลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการเตรียมความพร้อมพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำนองในฤดูฝนปี 2564 และความก้าวหน้าผลการศึกษาโครงการจัดทำผังน้ำลุ่มน้ำสะแกกรัง ป่าสัก เจ้าพระยา ท่าจีน ในบริเวณพื้นที่รับน้ำนองท่าวุ้ง ต.บางลี่ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ทุ่งผักไห่ และทุ่งเจ้าเจ็ด ณ ประตูระบายน้ำเจ้าเจ็ด จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ หรือ กอนช. มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ฝนที่จะเริ่มตกเพิ่มขึ้นในช่วง 3 เดือนจากนี้ ดังนั้น จึงเรียกประชุม กอนช.เป็นการด่วนในวันพรุ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อติดตามประเมินผลความก้าวหน้าตาม 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปี&amp;rsquo;64 ตามที่ได้สั่งการและเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานภายใต้ กอนช.มีแผนปฏิบัติที่ชัดเจนรายพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและขาดแคลนน้ำได้ทั้งก่อนเกิดภัย และระหว่างเกิดภัยเพื่อแก้ไขสถานการณ์ได้ทันที ซึ่งรวมถึงความพร้อมของพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำจุดต่างๆ หรือแก้มลิงที่มีศักยภาพรองรับน้ำหลากได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มภาคกลาง ซึ่ง กอนช.มีการคาดการณ์ว่าในช่วงเดือน ส.ค.-พ.ย. จะมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในภาคกลาง รวม 368 ตำบล 56 อำเภอ ใน 9 จังหวัด ได้แก่ จ.ชัยนาท นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี และอ่างทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทุ่งท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ทุ่งผักไห่ และทุ่งเจ้าเจ็ด จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการเตรียมการรับน้ำหลากครั้งนี้ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำใน 12 ทุ่งที่กรมชลประทานได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเริ่มจัดสรรน้ำสนับสนุนภาคเกษตรช่วงต้นฤดูฝนตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค. 64 ปัจจุบันมีการเพาะปลูกในพื้นที่แล้วประมาณ 90 กว่า% และจะเริ่มเก็บน้ำเข้าทุ่งในช่วงปลายเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ ซึ่งทั้งสามทุ่งสามารถกักเก็บน้ำได้ราว 784 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เพื่อให้เกษตรกรนำน้ำไปเพาะปลูกหลังจากฤดูฝนสิ้นสุดลง และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ใกล้เคียง โดย สทนช. พร้อมสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่ทั้งสามทุ่งดังกล่าว โดยมีระบบบังคับน้ำเข้า-ออก เพื่อเพิ่มศักยภาพพื้นที่เก็บน้ำดังกล่าวให้มากขึ้นในอนาคตด้วย&amp;nbsp; เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำนองที่มีศักยภาพตามโครงการศึกษาจัดทำผังในพื้นที่ตอนกลาง 4 ลุ่มน้ำ ได้แก่ ลุ่มน้ำสะแกกรัง ป่าสัก เจ้าพระยา ท่าจีน โดยขณะนี้มีความก้าวหน้ากว่า 90% และจะศึกษาแล้วเสร็จในเดือน ก.ย.นี้ แล้วส่งต่อให้หน่วยงานปฏิบัติที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติ โดยเฉพาะการกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินและทางน้ำอย่างชัดเจน จะเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน ช่วยลดความเสียหายให้แก่ชุมชนเมือง รวมถึงพืชผลทางการเกษตรจากปริมาณน้ำที่ไหลหลากจากพื้นที่ตอนบนเข้ามารวมตัวในพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น บริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ขณะเดียวกัน ยังสามารถจัดระบบทางน้ำเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้งได้ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา สทนช.ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น และสร้างความเข้าใจทุกภาคส่วนในโครงการศึกษาจัดทำผังในพื้นที่ตอนกลางทั้ง 4 ลุ่มน้ำ อาทิ คณะกรรมการลุ่มน้ำ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสะท้อนปัญหาและความต้องการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ รวมถึงชี้แจงทำความเข้าใจในการกำหนดขอบเขต 4 พื้นที่หลัก ที่อาจจะมีผลกระทบกับประชาชนได้พื้นที่ ได้แก่ 1.พื้นที่ทางน้ำหลากริมแม่น้ำ 2) พื้นที่ทางน้ำหลากเพื่อระบายน้ำ 3) พื้นที่น้ำนอง และ 4) พื้นที่ลุ่มต่ำ ก่อนที่หน่วยงานจะนำผังน้ำไปใช้สนับสนุนแผนงานการป้องกันแก้ไขภัยแล้งและอุทกภัย โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระบบทางน้ำตามผังน้ำ ที่ไม่ส่งผลต่อการเบี่ยงเบนทางน้ำ กระแสน้ำ หรือกีดขวางการไหลของน้ำที่เป็นอุปสรรคในการป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมน้ำแล้งได้ในอนาคต &amp;rdquo;ดร.สมเกียรติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากการพัฒนาทุ่งท่าวุ้ง ทุ่งผักไห่ และทุ่งเจ้าเจ็ด ที่มีผลดำเนินการที่เห็นผลประโยชน์ได้อย่างชัดเจน คือ สามารถรองรับน้ำหลากเพิ่มขึ้น แก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งให้กับประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2564 เรื่องการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลากตั้งแต่ 1 เมษายน ถึง 15 สิงหาคม 2564 ตามนโยบายของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แล้ว สทนช.ยังติดตามความก้าวหน้าความพร้อมการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำนองอื่นๆ อาทิ พื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำ มีพื้นที่ 0.265 ล้านไร่ได้เริ่มเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 ปัจจุบันเพาะปลูกไปแล้ว 0.245 ล้านไร่ รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ได้ดำเนินการเตรียมแก้มลิงเพื่อรองรับน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมาตรรวม 13.04 ล้าน ลบ.ม.ที่จะต้องมีการติดตามผลการเตรียมการให้เป็นไปตามแผนสามารถรับน้ำหลากในช่วงฤดูฝนนี้ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113188</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, กอนช., ขาดแคลนน้ำ, จัดสรรน้ำสนับสนุนภาคเกษตร, ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์, พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พื้นที่ลุ่มต่ำ, พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย, มาตรการบริหารจัดการน้ำ, มาตรการรับมือฤดูฝน, สทนช., สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, แก้มลิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_61164dcc71253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พล.อ.ประวิตร  ลงพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม  น้อมนำทฤษฎีแก้มลิง&quot;ทุ่งหิน&quot;  นำทางแก้ภัยแล้ง/น้ำหลาก  ปรับปรุงภูมิทัศน์/แหล่งท่องเที่ยว   กระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิต  ปชช./เกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ 25 ก.ย.63&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรอง นรม. เปิดเผยว่า วันนี้เวลา09.30น.&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) พร้อมคณะ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการ เพื่อตรวจติดตาม โครงการแก้มลิงทุ่งหิน ต.ยี่สาร&amp;nbsp; อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยมีนายชรัส บุญณสะ ผวจ. สมุทรสงคราม ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร และคณะ ได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ และการเตรียมพื้นที่รองรับน้ำในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม จากเลขาธิการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)&amp;nbsp; ณ&amp;nbsp; ห้องประชุมแม่กลอง&amp;nbsp; ศาลากลาง จ.สมุทรสงครามโดยสรุป มีความคืบหน้าการดำเนินงานอย่างน่าพอใจมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สำคัญในความรับผิดชอบนำเสนอการจัดการและการดำเนินงาน การใช้ประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงทุ่งหินได้แก่ กรมชลประทาน ,กรมโยธาธิการและผังเมือง ,กรมทางหลวงชนบท และการประปาส่วนภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการแก้มลิงทุ่งหิน เป็นโครงการที่มีเนื้อที่แก้มลิงประมาณ 2,623ไร่ มีความจุน้ำได้ประมาณ 15 ล้าน ลบ.ม. ระยะเวลาโครงการตั้งแต่ปีงบประมาณ 64-66 ประกอบด้วย งานขุดดิน ,ขนย้าย และทำคันดิน รวมถึงการก่อสร้างอาคารชลประทาน มีจำนวน 6 แห่งได้แก่ โครงการท่อรับน้ำ1แห่ง ,โครงการท่อระบายน้ำ 2 แห่ง และโครงการประตูระบายน้ำ 3 แห่ง สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการ เมื่อก่อสร้างโครงการแก้มลิงทุ่งหินแล้วเสร็จ จะสามารถใช้เป็นพื้นที่เก็บกักน้ำต้นทุน เพื่อการอุปโภค-บริโภคของประชาชน จ.สมุทรสงครามได้ และสามารถแก้ปัญหาน้ำหลากในฤดูฝน กรณีเมื่อฝนตก และมีปริมาณน้ำมาก แต่ไม่สามารถระบายสู่ทะเลได้ทันที เนื่องจากเกิดสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ปริมาณน้ำส่วนเกินนี้จะสามารถกักเก็บเข้าพื้นที่แก้มลิงทุ่งหิน แล้วจะระบายออกเมื่อน้ำทะเล มีระดับลดลง นอกจากนั้น ยังสามารถพัฒนาพื้นที่แก้มลิง ให้เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวิทยา และพื้นที่เพาะพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp; ได้กล่าวขอบคุณจังหวัด ,ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนโครงการแก้มลิงทุ่งหิน ซึ่งเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ ของรัชกาลที่9 มีความคืบหน้าอย่างน่าพอใจ พร้อมทั้งกำชับให้ สทนช. กำกับ ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบ อย่างต่อเนื่อง และจะต้องคำนึงถึง ประสิทธิภาพ และวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน/เกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และปัญหาน้ำท่วมน้ำหลาก อย่างได้ผล ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78605</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการผู้ช่วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, กอนช, สมุทรสงคราม, แก้มลิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200925/image_big_5f6da193d4dce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้อมน้อมนำทฤษฎีแก้มลิง แก้น้ำแล้งนํ้าท่วมเพื่อปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; น้อมนำทฤษฎีแก้มลิงแก้ปัญหาน้ำ เติมน้ำใต้ดิน ป้องกันน้ำท่วม/น้ำแล้ง ช่วยเหลือ ปชช. รณรงค์ประหยัดน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ 2 ก.ค.63 พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 10.00 น.&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเติมน้ำใต้ดิน โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เข้าร่วมในพิธี ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรได้กล่าวเปิดการประชุมโครงการเติมน้ำใต้ดิน และการเตรียมขยายผลโครงการให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำทั่วประเทศ โดยการประชุมได้มีการนำเสนอแนวทางและให้ความรู้เพื่อนำไปดำเนินการในพื้นที่ต่างๆ พร้อมมอบคู่มือการเติมน้ำใต้ดินให้ มท. เพื่อนำไปถ่ายทอดผ่านผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ ให้มีความเข้าใจ และเกิดการเรียนรู้ การยอมรับ&amp;nbsp; เห็นคุณค่าการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ ได้แก่ น้ำท่วม น้ำหลาก และน้ำแล้ง ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ของตน และสามารถมีน้ำที่มีคุณภาพดีทั้งก่อนเก็บและหลังเก็บได้อย่างยั่งยืนตลอดไป ซึ่งจะเป็นการประหยัดงบประมาณการแก้ปัญหาน้ำได้เป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้ สทนช.และกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเป็นเจ้าภาพหลัก ในการศึกษาและกำหนดแนวทางการเติมน้ำใต้ดิน เพื่อนำน้ำที่เหลือใช้ในช่วงน้ำท่วม น้ำหลาก หรือจากน้ำฝนที่ตกลงมา เติมลงสู่ชั้นน้ำบาดาลด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ในช่วงเวลาที่ต้องการ และเป็นการฟื้นฟูชั้นน้ำบาดาล แก้ไขปัญหาการลดระดับลงของชั้นน้ำบาดาลให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และเพิ่มน้ำต้นทุนให้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้ ทส.และ มท.ช่วยกันขับเคลื่อนโครงการเติมน้ำใต้ดิน โดยน้อมนำศาสตร์พระราชา ทฤษฎีแก้มลิงมาประยุกต์ใช้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง พร้อมกำชับ ผวจ.ทุกจังหวัดให้กำกับดูแลและควบคุมท้องถิ่นที่ดำเนินการเติมน้ำใต้ดิน จะต้องทำอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำน้ำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เกษตรกร เมื่อจำเป็นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรยังได้เชิญชวนข้าราชการ ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ได้ให้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการและรณรงค์การประหยัดน้ำ รู้จักใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ทั้งการอุปโภคบริโภค การทำเกษตรปลูกพืชน้ำน้อย รวมถึงการมีแหล่งน้ำแบบพึ่งพาตนเองได้ ของทุกภาคส่วนในอนาคตข้างหน้า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70368</URL_LINK>
                <HASHTAG>รณรงค์ประหยัดน้ำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เติมน้ำใต้ดิน, แก้ปัญหาน้ำ, แก้มลิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efde3786ea17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
