<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.เพื่อไทยเชื่อทุกพรรคเอาด้วยแก้รัฐธรรมนูญอัด&#039;พรเพชร&#039;ขวางตั้งสสร.แค่หวงอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ส.ค.63-นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีที่นายพรเพชร วิชิตชลชัยประธานวุฒิสภา(ส.ว.) ไม่เห็นด้วยหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.)ขึ้นมาว่า ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเพราะที่มาของสสร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ต่างจากส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของคนเพียงไม่กี่คนที่เลือกกันมานั่งในตำแหน่งส.ว.เพื่อเป็นนั่งร้านในการเข้าสู่อำนาจของผู้นำทหาร ดังนั้นการพูดเช่นนี้ของนายพรเพชรจึงเป็นการดูถูกประชาชน ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่แสดงออกชัดเจนว่า ไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกลัวสูญเสียอำนาจ รวมไปถึงบรรดาส.ว. กลัวไม่มีโอกาสในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี การออกมาตีรวนของส.ว.ก็มาจากความต้องการซื้อเวลาในการอยู่ในอำนาจเท่านั้น การกระทำดังกล่าวเป็นการสวนกระแสและไม่ทำตามความต้องการของประชาชน
&amp;nbsp;
&amp;quot;รัฐบาลควรที่จะรวบรวมญัตติทั้งหมดที่มีการเสนอมาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นำเข้าสู่การหารือในที่ประชุมสภา เพื่อตอบสังคมว่ารัฐบาลพร้อมที่จะดำเนินการ อย่าใช้การซื้อเวลาให้เนิ่นนานออกไปเพราะไม่มีประโยชน์อะไร เพราะกลุ่มที่ต้องการโดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาที่ปัจจุบันรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของรัฐบาลแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีการนำเข้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญสู่ที่ประชุมสภา จะมีการแก้ในมาตราใด เป็นเรื่องที่สังคมจะจับตามองถึงการทำหน้าที่ของส.ว.ว่ามีเหตุผลใดที่จะไม่ยอมให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เป็นห่วงคือความจริงใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองเห็นพ้องต้องกันที่จะต้องแก้ไข&amp;nbsp; เพื่อลดความขัดแย้งของสังคม ไม่ควรที่จะมีการขัดขวางกันไม่ว่าฝ่ายใด เพราะการแก้ครั้งนี้เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73700</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายพรเพชร วิชิตชลชัย, นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์, แก้มาตรา256</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecf546c10223.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสียงแตก!ไพบูลย์เผยกมธ.ศึกษาแก้รธน.มีทั้งหนุน-ค้านแก้รธน.ม.256  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7ก.พ.63-ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาวิเคราะห์บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่น ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้มีการพิจารณาบทบัญญัติเกี่ยวกับมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่สามารถพิจารณาได้แล้วเสร็จ เนื่องจากมีความเห็นออกเป็นสองทาง ได้แก่ 1.ฝ่ายที่สนับสนุนให้แก้ไขมาตรา 256 ที่ได้ยกเหตุผลว่าสมควรให้มีการแก้ไขได้ง่ายขึ้นกว่าบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในปัจจุบัน และ2.ฝ่ายที่คัดค้านการแก้ไขมาตรา 256 เพราะเห็นว่าเมื่อมีการแก้ไขจะต้องมีการทำประชามติ อันเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณถึงประมาณ 3 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 256 แม้ในที่ประชุมจะมีกรรมาธิการวิสามัญเสนอว่าจำเป็นที่ต้องแก้ไขให้เป็นสากล แต่จากการสืบค้นข้อมูลทางวิชาการพบว่าในหลายประเทศก็ได้กำหนดขั้นตอนของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญยากกว่ากรณีของประเทศไทย เช่น ประเทศญี่ปุ่นที่กำหนดให้เสียงข้างมาก 2ใน3 หรือบางประเทศต้องผ่านการลงมติให้ความเห็นชอบจากทีละสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่สำคัญมาตรา 256 มีเจตนารมณ์ต้องการแก้ไขปัญหาเสียงข้างมากลากไปที่เกิดขึ้นกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 จนถึงขั้นมีการเสนอเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งบุคคลที่ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเวลานั้น ปัจจุบันกำลังดำรงตำแหน่งส.ว.ตามบทเฉพาะกาลในปัจจุบัน จึงมีความเป็นไปได้ที่ส.ว.ย่อมจะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 256&amp;quot; นายไพบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ทำให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯในมาตรา 256 จำเป็นต้องชะลอการพิจารณาไปก่อน เพื่อให้คณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้เดินหน้าพิจารณาเรื่องอื่นๆต่อไป โดยในวันนี้จะเป็นการพิจารณารายงานเกี่ยวกับการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดสิทธิเสรีภาพ ซึ่งมีจำนวน 7-8 มาตรา โดยคิดว่ากลุ่มมาตราเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ จะสามารถนำไปสู่การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคตได้ตามกลไกมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และมั่นใจรัฐสภาจะให้ความเห็นชอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้แบ่งกลุ่มการพิจารณาออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มมาตราที่น่าจะสามารถแก้ไขได้ทันที โดยไม่ต้องแก้ไขมาตรา 256 โดยเชื่อว่าหลังจากที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯมีข้อเสนอออกมาแล้วจะสามารถนำไปสู่การแก้ไขได้ 2.กลุ่มมาตราที่อาจต้องใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1 -2 ปี เพื่อรอให้ส.ว.ชุดใหม่ เช่น ระบบการเลือกตั้งส.ส.และประเด็นที่เป็นความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ซึ่งไม่สามารถหาความเห็นร่วมกันในช่วงเวลาการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ และ กลุ่มที่ 3 เป็นเรื่องที่ไม่สามารถกระทำได้ เพราะจะไม่ได้รับความเห็นชอบจากส.ว.ตามบทเฉพาะกาล เช่น มาตรา 256 ซึ่งเชื่อว่าวุฒิสภาจะไม่เห็นด้วย รวมไปถึงการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญและการแก้ไขบทเฉพาะกาล โดยคิดว่าอาจต้องรอให้พ้นระยะเวลา 5 ปีเพื่อให้ส.ว.ชุดใหม่ที่มาจากการเลือกกันเองของกลุ่มวิชาชีพมาดำเนินการแทน&amp;quot; นายไพบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56538</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, แก้มาตรา256, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3cf011d53e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
