<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวงโชว์ออกแบบขยายทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทราชูแก้รถติดพร้อมรับ EEC</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
31 ก.ค.63-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)เปิดเผยว่ากรมฯ ได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทราแล้วเสร็จ เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดเนื่องจากจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประตูทางผ่านในการเดินทางจากกรุงเทพมหานครฯ ไปสู่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีทางหลวงสายสำคัญที่ตัดผ่านตัวเมืองฉะเชิงเทรา รวมทั้งผลจากการเป็นเมืองที่เชื่อมโยงกับกรุงเทพมหานครตามแนวถนนสุวินทวงศ์ (ทางหลวงหมายเลข 304) จนถึงตัวเมืองฉะเชิงเทรา และการพัฒนาของพื้นที่โดยรอบเป็นย่านอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ทำให้ยานพาหนะขนาดใหญ่ที่เดินทางระหว่างจังหวัดหรือภูมิภาคใช้เส้นทางเหล่านี้ผ่านตัวเมืองฉะเชิงเทรา ทำให้เกิดปัญหาความแออัดขึ้นในการสัญจรในย่านเขตเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลกรมทางหลวงจึงได้มีการออกแบบขยายทางหลวงหมายเลข 365 ทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทราด้านใต้ ระยะทางรวมประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นรูปแบบ 6 ช่องจราจรหรือมากกว่า โดยมีจุดเริ่มต้นที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข 304 และทางหลวงหมายเลข 315 บริเวณจุดตัดทางแยกคอมเพล็กซ์ กม. ที่ 0 ถึงบริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 314 บริเวณจุดตัดทางแยกบางพระ ที่ กม. 4&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับลักษณะการก่อสร้างเป็นการก่อสร้างพร้อมปรับปรุงผิวจราจรเดิมให้เป็นผิวคอนกรีต จากเดิม 4 ช่องจราจร ให้เป็น 6 ช่องจราจรหรือมากกว่า โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ หลักวิศวกรรม และความปลอดภัยเป็นหลัก &amp;nbsp;บริเวณจุดตัด ทล. 365 และ 314 ออกแบบเป็นทางแยกต่างระดับสำหรับเลี้ยวขวาขนาด 2 ช่องจราจร จำนวน 2 ทิศทาง มีความสูงช่องลอดไม่ต่ำกว่า 5.5 เมตร ทั้งสองทิศทาง โดยปิดการใช้งานแยกสัญญาณไฟจราจรระดับดินเดิม &amp;nbsp;ออกแบบจุดกลับรถใต้สะพานที่มีความสูงช่องลอดแตกต่างกันจำนวน 5 แห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดกระแสจราจรสายทางหลัก ทำให้เกิดผลกระทบต่อการจราจรน้อยกว่ารูปแบบจุดกลับรถระดับดินและทำให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ใช้ทาง โครงการฯ ดำเนินการก่อสร้างเป็นจุดกลับรถลอดใต้โครงสร้างสะพานจำนวน 2 แห่ง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในปี 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับโครงการดังกล่าวเมื่อแล้วเสร็จ จะเป็นการเสริมโครงข่ายการคมนาคมขนส่งทางถนนของจังหวัดฉะเชิงเทรา เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจร ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมของจังหวัดฉะเชิงเทรา &amp;nbsp;ลดปัญหาการจราจรติดขัดในปัจจุบัน เพื่อรองรับการขนส่งและโลจิสติกส์และรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสอดคล้องกับโครงการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor; EEC)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73001</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทรา, นายสราวุธ ทรงศิวิไล, แก้รถติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f238daf320a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 08:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตร.&#039;ขานรับนโยบาย&#039;บิ๊กตู่&#039;นำเทคโนโลยีใช้แก้รถติด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.61-พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ &amp;nbsp;รักษาราชการแทนผู้ช่วย ผบ.ตร. ดูแลด้านการจราจร กล่าวถึงการแก้ปัญหาการจราจรว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอรับนโยบายของนายกรัฐมนตรี มาปรับปรุงแก้ไขปัญหาการจราจร โดยจะนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการด้านการจราจร &amp;nbsp;ซึ่งในปัจจุบันนี้มีการนำเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหาการจราจร ได้แก่ ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) มีกล้อง CCTV ดูสภาพการจราจรแบบเวลาปัจจุบัน (Real time) และสามารถสั่งการแก้ไขปัญหาการจราจรทันที เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพจราจรในภาพรวมของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกเช้า และมีการประชุมติดตามสถานการณ์จราจรทุกเช้า เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้เจ้าหน้าที่จราจรในทุกพื้นที่ระบายรถ เพื่อบรรเทาการจราจรติดขัดให้กับประชาชนได้มากที่สุด โดยในปัจจุบันได้จัดให้มีการติดตั้งกล้อง CCTV เพื่อดูท้ายแถวการจราจรในป้อมจราจรแยกสำคัญ &amp;nbsp;แต่ยังไม่ครบทุกป้อมตำรวจและจะพยายามดำเนินการให้มีการติดตั้งกล้องให้ครบทุกทางแยก &amp;nbsp; เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ในด้านการบริหารจัดการจราจรของบก.02 ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้มีการทดลองใช้เทคโนโลยี Google Traffic เพื่อตรวจสอบ สั่งการ และบริหารจัดการจราจรในภาพรวมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครได้ดียิ่งขึ้น โดยจะมีแผนที่จราจร Traffic map ที่สามารถมองเห็นความหนาแน่นของถนน ทั้ง 21 สายหลัก และถนนสายรองต่างๆในกรุงเทพมหานคร ได้ทั้งหมดเป็นสีเขียว เหลือง แดง &amp;nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่ บก.02 และผู้บังคับบัญชาของสายงานจราจรสามารถโฟกัสจุดที่การจราจรติดขัด ทำให้ลงไปแก้ปัญหา แต่ล่ะจุดได้&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ได้สั่งการให้กองบังคับการตำรวจจราจร เพิ่มช่องทางรับข้อมูลจากประชาชน โดยใช้โซเชียลมีเดีย และสายด่วนจราจร โทร.1197 เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและการร้องเรียนจากประชาชน เช่น รถเสีย อุบัติเหตุ สอบถามข้อมูลการจราจร และแจ้งจุดที่มีการฝ่าฝืนกฎหมายบ่อยครั้ง ให้ดำเนินการแก้ปัญหาในเบื้องต้นให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน &amp;nbsp;และมีการรวบรวมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือข้อร้องเรียน เสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทุก 2 สัปดาห์ เพื่อนำมาปรับแผนการทำงานให้เหมาะสม และมีการประสานกับสื่อมวลชน จส.100 &amp;nbsp;สวพ.91 อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21471</URL_LINK>
                <HASHTAG>จราจร, ตำรวจ, นายกรัฐมนตรี, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, สตช., แก้รถติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be18a2bda66c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2018 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนกรุงเฮ! บิ๊กตู่เปิดใช้อุโมงค์ลอดแยกรัชโยธินแก้รถติดแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย. 61 - เมื่อเวลา 08.30 น. ที่บริเวณแยกรัชโยธิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธินอย่างเป็นทางการ โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรที่หนาแน่นในแนวถนนพหลโยธิน และถนนรัชดาภิเษก โดยสามารถรองรับปริมาณรถยนต์เฉลี่ยกว่า 200,000 คันต่อวัน และยังช่วยบรรเทาการจราจรของถนนโดยรอบที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าในสายต่างๆพื้นที่กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาเปิดการใช้อุโมงค์ในวันนี้ ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ โดยทั้งหมดอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มีเป้าหมายหลักในการพัฒนาประเทศในระยะยาวทุกมิติ ซึ่งทุกคนล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น จึงต้องมีความเข้าใจ ส่วนในด้านคมนาคมและขนส่งก็เป็นสิ่งสำคัญ และคนไทยต้องรู้ว่าในอนาคต 10 ปีข้างหน้าบ้านเมืองและการแก้ไขปัญหาการจราจรแต่ละปีจะเป็นอย่างไร และใช้งบประมาณเท่าไหร่ โดยโครงการนี้โชคดีที่สามารถเร่งรัดให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 3 เดือน จึงขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาจราจร ขณะเดียวกันตนได้สั่งการรัฐมนตรีให้แก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาเราหยุดการแก้ไขแบบยั่งยืนมานานพอสมควร เพราะโครงการเกี่ยวข้องกับที่ดินและประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแยกที่ต้องดำเนินการต่อ จึงขอให้เห็นใจรัฐบาลด้วย ที่ต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างกว่า 1-2 พันล้านบาท จึงต้องบรรจุในแผนการก่อสร้างระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวของแผนการใช้จ่ายงบประมาณ หากทุกคนเข้าใจและร่วมมือกัน เราก็จะมีความหวังและมีอนาคต แต่หากไม่เข้าใจก็จบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวด้วยว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ใต้) ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ จะเปิดให้บริการในเดือนธันวาคมนี้ เดิมจะให้บริการฟรี 3 เดือน แต่จะเพิ่มให้อีก 1 เดือน ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็ระบุเช่นเดียวกัน รวมเป็นให้บริการฟรี 4 เดือน รวม 16 สถานี บริการให้กับประชาชนโดยในการก่อสร้างไม่ได้มุ่งหวังให้ประชาชนเดือดร้อน และเป็นที่น่ายินดีว่าความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งนี้ต้องอธิบายให้คนเข้าใจว่า ถนนที่เดิมมี 6 เลน มาทำให้มี 8 เลน ข้างล่างอีก 4 เลน ซ้ายขวาอีกด้านละ 2 เลน ทำให้เห็นว่าเพิ่มมาอย่างไร ที่อดทนรอมา 20 กว่าเดือนได้อะไรขึ้นมาบ้าง ซึ่งจะเกิดอย่างนี้อีกต่อไป ถ้าเกิดความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาชน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21362</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., คนกรุงเฮ, บิ๊กตู่, รถไฟฟ้าสายสีเขียว, เปิดอุโมงค์ลอดแยกรัชโยธิน, แก้รถติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5bdfb9ab9e80d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
