<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชิงเสนอแก้รายมาตรา พปชร.ชงรื้อรธน.5ประเด็นโละบัตรเลือกตั้งไม่แตะสว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; ชงเองกินเอง เตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 ประเด็น 13 มาตราของพรรคเข้าสภา 7 เม.ย.นี้&amp;nbsp; &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; แย้มรื้อระบบเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวเป็นบัตร 2 ใบ ไม่แตะอำนาจ ส.ว. เพราะกลัวมีปัญหา เชื่อผ่านฉลุยไม่ต้องทำประชามติได้ใน ก.ค.นี้ ส่วน &amp;quot;ปชป.&amp;quot; เผยร่างพรรคเสร็จแล้ว ยันแก้มาตรา 256-ตัดอำนาจโหวตนายกฯ กมธ.ประชามติย้ำผ่านแน่ หลังทุกฝ่ายประนีประนอม ให้ประชาชน 1 หมื่นชื่อชงประเด็น แต่สุดท้ายต้องให้ ครม.ตัดสินใจทำหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะโฆษกพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคได้ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช.... ฉบับสมบูรณ์แล้ว โดยเตรียมยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราต่อรัฐสภา ในวันที่ 7 เม.ย.นี้
&amp;ldquo;พรรคในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อกระบวนการที่ผ่านมาไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะอาจขัดรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้พรรคก็พร้อมหาทางออกประเทศ ด้วยการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราในทางที่ไม่ขัดกับกฎหมาย และสอดรับกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ&amp;rdquo; น.ส.พัชรรินทร์กล่าว
ด้านนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. ยืนยันว่า พรรคจะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยจะยื่นต่อประธานสภาฯ ในวันที่ 7 เม.ย. ตามที่โฆษกพรรคระบุไว้ ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคอยู่ระหว่างหารือกับประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ส่วนจะเสนอแก้ไขกี่มาตรานั้น ยังไม่ได้ลงรายละเอียดถึงขั้นนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า? จะยื่นร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอยื่นแก้รายมาตราด้วยหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า คงต้องพูดคุยกันบ้าง? ซึ่งพรรคยืนยันและจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ? ไม่มีประเด็นแอบแฝง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมก็สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ไม่มีเรื่องอื่นที่เป็นข้อขัดแย้งหรือความคิดที่ไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพียงแต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงเนื้อหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่จะยื่นในวันที่ 7&amp;nbsp; เม.ย.ว่า ร่างแก้ไขเป็นของ พปชร.พรรคเดียว โดยจะใช้เสียง ส.ส. 100 คนยื่นแก้ไขทั้งหมด 5 ประเด็น 13 มาตรา ซึ่งคาดว่ารัฐสภาจะพิจารณา และเห็นชอบในวาระ 3 ในช่วงปลายเดือน ก.ค.นี้ได้โดยไม่ต้องทำประชามติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวถึงประเด็นที่แก้ไข มีอาทิ ระบบเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวจะแก้ไขเป็นบัตร 2 ใบคือ ประกอบด้วย ส.ส.เขต 400&amp;nbsp; คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน, มาตรา 29 เพิ่มสิทธิเสรีภาพในกระบวนการยุติธรรมให้แก่ประชาชน และสิทธิชุมชนจะให้รัฐจัดให้มีทนายความในการต่อสู้คดีกับภาครัฐ, มาตรา 144 ปรับปรุงเกี่ยวกับการเข้าไปใช้งบประมาณของประเทศให้ยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น โดยกลับไปใช้เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ 2550, มาตรา 185 ผ่อนคลายให้ ส.ส.เข้าไปติดตามข้าราชการ และช่วยเหลือความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเพิ่มขึ้น และมาตรา 270 ในบทเฉพาะกาล แก้ไขให้รัฐสภา โดย ส.ส. ส.ว.เข้าไปติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดการปฏิรูปประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ จากเดิมที่ให้ ส.ว.ดำเนินการเพียงลำพัง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคจะตอบโจทย์ของปัญหาของประเทศร่วมกัน และแก้ไขให้ประชาชนได้จริง ใช้เวลาสั้น ไม่ต้องเสียงบประมาณทำประชามติ ส่วนประเด็นเรื่องการตัดอำนาจ ส.ว. อาทิ ยกเลิก ส.ว.สรรหาหรืออำนาจการเลือกนายกฯ พปชร.ยังไม่แก้ไข เพราะหากไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ทำให้เกิดความขัดแย้ง และไม่สามารถแก้ไขได้สำเร็จ&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญว่า ทีมกฎหมายพรรคได้ยกร่างแก้ไขเสร็จแล้ว โดยมีทั้งประเด็นแก้ไขมาตรา 256 รวมไปถึงในเรื่องอำนาจการโหวตเลือกนายกฯ ของ ส.ว. และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยในช่วงเปิดสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 7-8 เม.ย.นี้ จะนำไปขอเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลในเบื้องต้นต่อไป
วันเดียวกัน มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.... โดยนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ในฐานะโฆษก กมธ. แถลงผลประชุมว่า กมธ.ทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยเข้าใจอย่างดีต่อเป้าหมายที่ต้องการให้กฎหมายประชามติผ่านไปได้ สามารถใช้บังคับได้ ทุกคนพยายามหาทางออกร่วมกัน ลดประเด็นที่เป็นปัญหาให้มากที่สุด ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่าข้อที่เสนอแก้ไขเข้ามาใหม่ในมาตรา 9-11 ยอมรับได้ ส่วนข้อวิตกจะก้าวก่ายอำนาจฝ่ายบริหารหรือไม่นั้น ข้อที่แก้ไขมาลดปัญหาดังกล่าวได้ มีเพียงประเด็นภาคประชาชนเท่านั้นที่กำลังถกแถลงกันอยู่ ภาพรวมน่าจะเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย ดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหา ทั้งเรื่องข้อวิตกกังวลว่ากฎหมายจะตกในวาระ 3 รวมถึงไม่มีประเด็นใดที่มีปัญหาขัดรัฐธรรมนูญส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เป้าหมายของ กมธ. ทั้ง ส.ส.-ส.ว.ทุกคนเห็นตรงกันคือต้องการให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน โดยแก้ไขให้ดีที่สุด ให้กฎหมายนี้ใช้ได้อย่างดีที่สุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เนื้อหาที่กฤษฎีกาปรับปรุงแก้ไขใหม่ ที่ระบุให้รัฐสภาและภาคประชาชนมีส่วนร่วมเสนอการจัดทำประชามติ แต่สุดท้ายแล้วอำนาจชี้ขาดในการให้ทำประชามติยังเป็นดุลยพินิจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช่หรือไม่ นายวันชัยตอบว่า การแก้ไขของกฤษฎีกายังยึดมาตรา 166 คือการจัดทำประชามติให้เป็นอำนาจของ ครม.พิจารณาเห็นสมควรให้ทำหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ประชุมรัฐสภามีมติส่งมาหรือภาคประชาชนเข้าชื่อ หรือกรณีตามที่กฎหมายกำหนดให้ออกเสียงประชามติ ประเด็นเหล่านี้ต้องให้ ครม.ใช้ดุลยพินิจอีกครั้ง โดยเป็นมติ ครม.เห็นชอบจะปฏิบัติตามหรือไม่ อาจไม่จำเป็นต้องทำตามที่เสนอมาก็ได้ ซึ่งเนื้อหาที่ปรับปรุงแก้ไขนี้ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.วิสามัญฯ ซึ่งเป็นผู้เสนอให้แก้ไขมาตรา 9 ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเห็นว่าเนื้อหาที่แก้ไขควรให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธาน กมธ. กล่าวว่า แม้อำนาจชี้ขาดการทำประชามติขึ้นอยู่กับ ครม.เหมือนเดิม แต่การแก้ไขมาตรา 9 ครั้งนี้ อย่างน้อยก็เปิดทางให้รัฐสภาและประชาชนเป็นผู้เสนอเรื่องทำประชามติได้ ซึ่งต่างจากของเดิมที่ให้อำนาจเฉพาะ ครม.เป็นผู้ริเริ่มเท่านั้น ส่วนถ้า ครม.ไม่ทำประชามติตามที่ประชาชนเข้าชื่อ ครม.ก็ต้องมีเหตุผลว่าทำไมถึงไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงจำนวนประชาชนที่จะเช้าชื่อ ซึ่งมีการเสนอตั้งแต่ 1 หมื่นคน 5 หมื่นคน และไม่จำกัดจำนวน ซึ่งที่สุดแล้วที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้เข้าชื่อ 1 หมื่นคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ตอบข้อถามกรณี พล.อ.ประยุทธ์กำชับเรื่องกฎหมายสำคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.ประชามติได้กำชับ ส.ส.พรรคหรือไม่ ว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ ส.ส.อยู่แล้วที่ต้องเข้าประชุมรัฐสภาและลงมติ จึงไม่ต้องกำชับอะไร เพราะถ้าเป็นเรื่องของรัฐบาล และรัฐบาลเห็นพ้องต้องกันก็ต้องให้ความมั่นใจว่า ส.ส.จะสนับสนุน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เชื่อมั่นว่าการโหวตจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไปพูดคำนี้คงไม่ได้ เพราะ ส.ส.ทุกคนมีเอกสิทธิ์ แต่ต้องใช้ดุลพินิจอย่างละเอียด และลงมติในสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง จะไปบังคับคงไม่ได้ ถ้าทำได้คงไม่มีการงดออกเสียง ย้ำว่าเคารพในเอกสิทธิ์ และทำอะไรไปแล้วต้องอธิบายได้ เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียว ส.ส.อยู่ในพรรค และพรรคอยู่ร่วมรัฐบาล อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองต้องทำ ดังนั้น ในส่วนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ถ้าเป็นแนวทางของรัฐบาล พรรคต้องสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ร่าง พ.ร.บ.ประชามติจะถูกคว่ำไม่ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นกฎหมายที่รัฐบาลเสนอ ดังนั้น ในนัยต้องสนับสนุน เพราะได้ผ่าน ครม.ไปแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะเลขาธิการพรรค กล่าวในประเด็นนี้ว่า กฎหมายนี้เป็นกฎหมายสำคัญที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอ มีความเกี่ยวโยงกับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเป็นทางออกให้กับประเทศ ดังนั้นจึงเป็นกฎหมายที่รัฐบาลจะปล่อยให้ตกไปไม่ได้ จึงอยากเรียกร้องว่ารัฐบาลอย่าสร้างเงื่อนไขให้ พ.ร.บ.นี้ต้องตกไป หากเป็นเช่นนั้น รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ที่สำคัญเมื่อประชาชนผิดหวังกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแล้ว หากกฎหมายนี้มีปัญหาอีก จะยิ่งตอกย้ำว่ารัฐบาลไม่จริงใจรับฟังเสียงเรียกร้องประชาชน และตั้งใจสืบทอดอำนาจของตัวเองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรค พท. ระบุเช่นกันว่า กฎหมายประชามติเป็นกฎหมายที่สะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีการแอบอ้างความต้องการของประชาชนจากหลายฝ่ายมาโดยตลอด จึงสำคัญอย่างยิ่งในการค้นหาความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เพื่อนำประเทศออกจากความขัดแย้ง จะได้ไม่ต้องมีใครมาแอบอ้างความต้องการแทนประชาชนอีก
&amp;ldquo;ฝ่ายบริหารเป็นผู้เสนอกฎหมายนี้ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งจะไม่มีใครมาขัดขวาง และคงไม่มีใครมายื้อเวลาเอาไปตีความให้ประชาชนต้องรอกันอีก และถ้าสุดท้ายเรื่องนี้เกิดสะดุดขึ้นมาจนประชาชนผิดหวังอีก รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบ เพราะประเทศที่เจริญแล้วหากกฎหมายสำคัญที่เสนอไปไม่ผ่าน เขาลาออกกันทั้งนั้น&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98057</URL_LINK>
                <HASHTAG>พปชร., ระบบเลือกตั้ง, รื้อระบบเลือกตั้ง, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสนอแก้รายมาตรา, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ, แก้รายมาตรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065da9baa2db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปชป.’ยํ้าหนุนแก้มาตรา256</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นิด้าโพลเผย ปชช.ร้อยละ 58 อยากให้มี รธน.ฉบับใหม่หรือแก้ไขทั้งฉบับโดยมี ส.ส.ร.เป็นผู้ยกร่าง &amp;quot;ส.ว.วันชัย&amp;quot; ย้อนกลับ ส.ส.ที่เห็นแก่อำนาจและตำแหน่ง รมต.มากกว่า ทำให้ร่างรธน.ล้มคว่ำแล้วโยนขี้ให้ ส.ว.และนายกฯ จวกยับตีสองหน้า เป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปีตัวจริง ท้า ภท.-ปชป.ถอนตัวรัฐบาลก็ล้มคลืน &amp;quot;ปชป.&amp;quot; โต้ ส.ว. สังคมรู้กันหมดใครจริงใจ ยันหนุนแก้ ม.256 สะเดาะกลอนให้รื้อ รธน.ง่ายขึ้น &amp;quot;พท.&amp;quot; แนะทุกฝ่ายจับเข่าคุยแก้รายมาตราถึงจะสำเร็จ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; นัดยื่น ป.ป.ช.เอาผิดสมาชิกรัฐสภาโหวตวาระ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 17-18 มีนาคม 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษาและอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,313 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 58.49 ระบุว่าประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งฉบับ) รองลงมา ร้อยละ 25.13 ระบุว่าไม่ประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (จะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งฉบับ), ร้อยละ 6.48 ระบุว่าไม่ไปลงประชามติ, ร้อยละ 5.94 ระบุว่าไปลงประชามติ ไม่เลือกข้อใด (Vote NO) และร้อยละ 3.96 ระบุว่าไม่แน่ใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงบุคคลที่ควรเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ หากมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 59.86 ระบุว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งทั่วประเทศ รองลงมา ร้อยละ 21.86 ระบุว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.), ร้อยละ 17.75 ระบุว่า ส.ส.ร.ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการสรรหาจากมหาวิทยาลัย, ร้อยละ 11.88 ระบุว่าสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.), ร้อยละ 10.97 ระบุว่า ส.ส.ร.ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการสรรหาจากรัฐบาล, ร้อยละ 9.75 ระบุว่า ส.ส.ร.ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการสรรหาจากรัฐสภา และร้อยละ 8.38 ระบุว่าไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่ตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กว่า หลังรัฐธรรมนูญถูกคว่ำไป ทั้ง ส.ส. นักการเมือง นักวิชาการ ใครต่อใครก็รุมด่านายกรัฐมนตรี ส.ว. ว่าเป็นคนขัดขวาง ไม่จริงใจต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บ้างก็ว่า ส.ว.เป็นพวกไดโนเสาร์รอวันสูญพันธุ์ และก็มีการเคลื่อนไหววางแผนล้ม ส.ว.หรือตัดแขนตัดขาตัดอำนาจ ส.ว. ผมว่าผิดเป้าผิดประเด็น แท้ที่จริงแล้วควรจะกล่าวหาด่าว่า ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนด้วยกันเองที่ไม่มีความจริงใจ ไม่ยืนหยัดแข็งขันต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยอมสยบกับอำนาจและเกาะกับอำนาจหวังจะมีอำนาจต่อไป แล้วก็โยนความผิดให้กับ ส.ว.และนายกฯ ประเภทเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น อีกทั้งยังเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปี เกาะอยู่กับอำนาจ แท้ที่จริงคนพวกนี้ต่างหากเล่าที่ไม่ยอมออกจากอำนาจ แค่ไดโนเสาร์เต่าล้านปี ขยับนิดเดียวอำนาจก็เปลี่ยน การเมืองก็เปลี่ยน รัฐธรรมนูญก็แก้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้า ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน ซึ่งอ้างว่าเป็นนักประชาธิปไตย ทุกคนทุกพรรคยืนหยัดอยู่กับประชาชนอย่างแท้จริงรวมตัวกันให้ได้ ยังไงๆ พลเอกประยุทธ์ก็ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แม้จะมีเสียง ส.ว. 250 ก็ไม่ได้มีความหมาย นั่นหมายความว่า ส.ส.และพรรคการเมืองบางพรรค บางคน บางพวก อยากมีอำนาจ อยากได้อำนาจ และอยากเกาะอยู่กับอำนาจ แล้วก็ไปโทษ ส.ว. และการดำรงอยู่ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ก็อยู่ด้วย ส.ส.และพรรคการเมือง ไม่เกี่ยวกับ ส.ว.เลย แค่พรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งถอนตัว รัฐบาลก็ล้มครืน แต่ไม่กล้า ไม่แสดงออก ไม่แข็งขัน เพราะกลัวหลุดจากอำนาจ เพราะกลัวไม่ได้เป็นรัฐมนตรี แล้วก็โยนขี้ให้ ส.ว. ร่วมกล่าวหาโจมตีผสมไปกับทั้งในสภาและนอกสภาว่า ส.ว.เป็นตัวขัดขวาง&amp;quot;
ท้า ภท.-ปชป.ถอนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัยระบุอีกว่า การแก้รัฐธรรมนูญที่ไม่สำเร็จและล้มคว่ำมาโดยตลอดนั้น มาจากพรรคการเมืองและนักการเมืองที่เห็นแก่อำนาจ เห็นแก่ตำแหน่งรัฐมนตรี มากกว่าเห็นแก่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำทีว่าอยากแก้ อยากมีรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ใจหนึ่งก็อยากอยู่กับอำนาจ และเกาะอยู่กับผู้มีอำนาจนานๆ ใจลึกๆ ที่แท้จริงของพรรคการเมืองและนักการเมืองเหล่านี้อยากอยู่ในอำนาจมากกว่าอยากแก้รัฐธรรมนูญ เป็นพวกตีสองหน้า แล้วโยนความผิดให้กับ ส.ว. ต่อแต่นี้ควรเลิกด่า ส.ว.ได้แล้ว เพราะ ส.ว.ไม่มีอำนาจไปกดดันใดๆ ที่จะให้รัฐบาลอยู่หรือไป หรือให้รัฐบาลทำอะไรได้ คนที่จะกดดันได้อย่างแท้จริงก็คือพรรคการเมืองอย่างภูมิใจไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์นั่นแหละ เพราะเป็นไดโนเสาร์ที่เกาะอยู่กับอำนาจอย่างแท้จริง ซึ่งกำลังจะกลายพันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราว่า หลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับร่างแก้ไขเพิ่มเติมเพิ่งตกไป&amp;nbsp; ได้มีการคุยกันในพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไม่เป็นทางการว่า เมื่อยังมีนโยบายในการแก้ไข รธน. ควรจะหารือถึงการแก้ไขรายมาตราต่อไป ขณะนี้เข้าใจว่าในแต่ละพรรคได้มีการศึกษาเบื้องต้นกันแล้ว แต่ยังต้องฟังจากภาคีเครือข่ายอื่นๆ ด้วยว่าจะมีการหาทางออกอย่างไร ในส่วนของพรรค ปชป. ยังยึดหลักการสำคัญในการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญเป็นประเด็นหลัก เพื่อให้เป็นฉบับที่ประชาชนมีส่วนร่วม จะได้ไม่ไปสู่ความขัดแย้ง เห็นว่าควรจะมีการหารือกันโดยเร็วในการแสวงหาความเห็นพ้องกันในการแก้รายมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์กล่าวว่า พรรค ปชป.เห็นว่าควรแก้มาตรา 256 เพื่อสะเดาะกลอนให้แก้ง่ายก่อน โดยตัดหมวด 15/1 ออกไป จะไม่มีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา และการแก้ไขในส่วนอื่นจะตามมา รวมทั้งมาตรา 272 ที่ให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ ด้วย เมื่อเสนอแก้เป็นรายมาตราแล้ว ใครเห็นด้วยกับมาตราไหนก็สามารถแก้ไขได้&amp;nbsp; ใครไม่เห็นด้วยกับมาตราไหนต้องว่ากันไป แต่ควรรับฟังความเห็นก่อน ไม่เช่นนั้นจะเกิดความขัดแย้ง เพราะยังมีคำวินิฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอยู่ และในวันที่ 23 มีนาคมช่วงบ่าย จะไปร่วมเสวนาโต๊ะกลมของภาคีเครือข่ายรัฐธรรมนูญด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ควรจะเริ่มต้นจากวิปรัฐบาลหารือกันก่อน จากนั้นก็เป็นวิปสามฝ่ายคือ รัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ส.ว. มาหารือกัน เพราะวันนี้ทุกคนตระหนักว่าการเมืองยังมีความขัดแย้ง มีการชุมนุมอยู่ คนที่มีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ควรที่จะมาร่วมกันคิดในเรื่องนี้&amp;rdquo; นายชินวรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ ส.ว.ระบุว่าเป็น ส.ส.ที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญต้องตก ไปไม่ใช่ ส.ว.เป็นคนทำ นายชินวรณ์กล่าวว่า ไม่อยากตอบโต้ ส.ว. แต่สังคมรับรู้อยู่ว่าใครมีความจริงใจในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ถอนฟืนออกจากกองไฟ ใครลงมติอย่างไรก็ทราบกันอยู่แลว ก็ต้องรับผิดชอบเอง
เตือน&amp;quot;ป๊อก-ทอน&amp;quot;ไม่มีแผ่นดินอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวไกล ไปบรรยายพิเศษให้นักศึกษา ม.ขอนแก่นฟัง ในหัวข้อ &amp;ldquo;การแก้ไขรัฐธรรมนูญไทยสู่ประชาธิปไตย หรือเสริมแกร่งเผด็จการ&amp;rdquo; ว่า เห็นนายปิยบุตรเดินสายปลุกปั่นไปทั่วประเทศ สร้างความเชื่อแบบผิด ๆ หวังที่จะให้เกิดสงครามกลางเมือง หมกมุ่นอยู่แค่การปฏิวัติฝรั่งเศส เพียงเพราะต้องการให้คนไทยฆ่ากันตายเหมือนที่ปฏิวัติฝรั่งเศส แบบที่ตอนนี้ยุยงกลุ่ม redem ให้ก่อนจลาจลผ่านสื่อโซเชียล ตนเชื่อว่าจิตใจของนายปิยบุตรมีแต่ความอำมหิต เหี้ยมโหด แบบที่ไม่เหมาะสมที่จะใช้คำนำหน้าว่าอาจารย์ เยาวชนที่เชื่อการปลุกปั่นทุกวันนี้มีสภาพเป็นอย่างไร นายปิยบุตรเคยเหลียวแลพวกเขาหรือไม่ นี่หรือคือจิตใจของครูบาอาจารย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกวันนี้นายปิยบุตรเห็นค่าของเด็กๆ ที่หลงผิดเชื่อการปลุกปั่นเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมือง และนายปิยบุตรกำลังรอศพแรกที่จะเกิดขึ้น หากเกิดความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิต นำไปเป็นบันไดเหยียบขึ้นไปสู่อำนาจที่ตัวเองต้องการ ผมอยากถามนายปิยบุตรว่า ถ้าคิดว่าประเทศฝรั่งเศสมีการปกครองที่ดีกว่าแผ่นดินไทย เหตุใดถึงไม่ย้ายไปอยู่ที่นั่นกับภรรยา ในเมื่อตัวเองก็มีภรรยาเป็นชาวฝรั่งเศสอยู่แล้ว จะมาทนอยู่ในประเทศที่ไม่มีความศิวิไลซ์ทำไม&amp;rdquo;นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวต่อว่า เชื่อว่าคนไทย 99% ไม่ได้เดือดร้อนกับระบอบการปกครองของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พวกเราใช้ชีวิตกันอย่างร่มเย็นและสงบสุข จนกระทั่งคนไทยเริ่มรู้จักคนชื่อธนาธรและปิยบุตร คนไทยก็ไม่เคยมีความสุขอีกเลย แนะนำให้หันกลับไปมองตัวเองและพวกพ้องว่าจริงๆ แล้วคนที่เป็นตัวปัญหาของประเทศในขณะนี้คือใคร นายปิยบุตรต้องหยุดมโนว่าคนไทยเขาเห็นด้วยกับตัวเองทั้งหมด เพราะพวกโง่ๆ ที่เชื่อฟังยังมีไม่ถึง 1% ของคนทั้งชาติเลย และคนไทยส่วนใหญ่เขารู้ทันว่าเป้าหมายของนายปิยบุตรและธนาธรคืออะไร แต่มั่นใจว่า กว่าจะถึงเป้าหมาย แผ่นดินไทยคงไม่มีชื่อคน 2 คนนี้เหยียบให้หนักแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญที่หลายฝ่ายออกมาพูดตรงกันว่าต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญปัจจุบันถูกออกแบบมาให้แก้ไขได้ยาก การแก้ไขรายมาตราจึงเป็นทางออกที่สามารถดำเนินการได้ทันที แต่ประเด็นสำคัญของการแก้ไขรายมาตรานั้น หากจะผลักดันให้เกิดขึ้นจริงได้ ทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ส.ว. ต้องหันหน้าเข้าหากัน และพูดคุยจนตกผลึกว่าจะปรับปรุงรัฐธรรมนูญในมาตราใดก่อน ประเด็นใดที่ยังไม่เห็นตรงกันก็เอาไว้ทีหลัง เพราะถ้ายังไม่เห็นตรงกันแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ วันนี้ทุกคนเห็นแล้วว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันมีส่วนที่เป็นปัญหา จึงถึงเวลาแล้วที่จะหันหน้าพูดคุยกัน ยึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลักตั้งต้นที่ประโยชน์ของประชาชน แล้วดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นทางออกของประเทศ ไม่เช่นนั้นเราจะยังคงวนอยู่กับความขัดแย้งเดิมๆ ต่อไป
พท.หนุนแก้รายมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายแก้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ใจจริงอยากให้แก้ทั้งฉบับ เพราะรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่มีการวางกับดักไว้ทุกจุด แต่เมื่อรัฐสภาตีตกไปเราก็ยอมรับ แต่ยืนยันมีนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ ส่วนที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอแก้รายมาตรานั้น ก็ต้องมาดูกันว่าจะแก้อะไรบ้าง ในส่วนของพรรค พท. มองว่ามีหลายประเด็นที่ต้องแก้ไข อะไรที่ตรงกันก็ร่วมกันแก้ แต่ถ้าประเด็นไหนไม่ตรงพรรค พท.ก็จะเสนอของเราในหลายประเด็น อาทิ ที่มาองค์กรอิสระ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ควรดำรงต่อหรือไม่ ที่สำคัญประเด็นที่มา ส.ว.ต้องแก้ไข และ ส.ว.ต้องไม่มีส่วนในการเลือกนายกฯ ขอว่าพรรครัฐบาลอย่าแก้เฉพาะที่ตัวเองได้ประโยชน์เท่านั้น ให้แก้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า คนไทยยังไม่สิ้นหวังกับการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ เชื่อว่าความเชื่อมั่นในประเทศที่ง่ายและลงทุนน้อยที่สุด และคนไทยทุกคนจะได้ประโยชน์ คือการมีกติกาที่เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย และทำให้การเลือกตั้งสามารถสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งสามารถเริ่มต้นจากการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราใน 2 ประเด็นคือ 1) แก้เพื่อให้สภาผู้แทนฯ เป็นผู้ให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ และ 2) แก้ไขระบบเลือกตั้งให้เป็นธรรมและไม่ซับซ้อน กลับไปใช้ระบบสัดส่วนและบัตร 2 ใบที่เคยใช้มาก่อน ซึ่งถ้าสามารถแก้ไขใน 2 ประเด็นนี้สำเร็จ จะทำให้กติกาเป็นธรรมขึ้น มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และจะทำให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้งานข้างหน้ายังยาก แต่การทำเพื่อบ้านเมืองและคนไทยทุกคนแม้จะยากแต่ก็ต้องเดินหน้า และเหลือเวลาประมาณไม่เกินสองปีก็ต้องมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป ดังนั้นใครเขียนนโยบายเร่งด่วนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วได้ผลักดันให้สำเร็จหรือไม่ เชื่อว่าพฤติกรรมและความจริงใจของแต่ละพรรคการเมืองจะเป็นปัจจัยในการตัดสินใจในวันเลือกตั้ง ใครพูดและทำอะไรไว้ประชาชนคงจำได้&amp;quot; นายนพดลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกลุ่มสร้างไทย กล่าวถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอเดินหน้าแก้ไขรายมาตราว่า ยอมรับว่าเสียดายที่มีการล้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้ประชาชนแก้ไข ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจได้ยาก ไม่เข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร เรื่องของแนวทางนั้น ส่วนตัวยังคิดไม่ออกว่าจะเดินหน้าอย่างไร เพราะกระบวนการต่างๆ ที่เดินกันมาจนถึงวาระ 3 จะต้องกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะสิ่งสำคัญที่ต้องคิดกันคือการยอมรับของประชาชน ส่วนกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ระบุเตรียมพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยและ ส.ว.เพื่อเดินหน้ายกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น อย่าไปหวังกับคนชื่อไพบูลย์ เพราะเขาทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจให้กับผู้สืบทอดอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แสดงความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการทำประชามติว่า ตนเคยบอกคุณหญิงสุดารัตน์หลายครั้งแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์มีความจริงใจและสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ส่วนกรณีที่รัฐสภาคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนั้น ก็เพราะสมาชิกส่วนใหญ่มองว่ากระบวนการต่างๆ ควรเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล เข้าใจว่าช่วงนี้คุณหญิงสุดารัตน์กำลังทำพรรคการเมืองใหม่ จำเป็นจะต้องยึดพื้นที่สื่อเอาไว้เพื่อให้มีกระแส แต่อยากให้ดูข้อเท็จจริงบ้าง ไม่เช่นนั้นประชาชนอาจจะไม่สนับสนุน อยากให้คุณหญิงสุดารัตน์คิดบวกบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 22 มี.ค.64 เวลา 10.00 น. สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี เพื่อสอบเอาผิดสมาชิกรัฐสภาที่ให้ความเห็นชอบ (ร่าง) รธน.วาระ 3 โดยไม่มีการให้ประชาชนทำประชามติเสียก่อน ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตาม รธน.ม.234 (1) และ ม.235 ประกอบ พ.ร.ป.ป.ป.ช.2561.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96826</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำนาจและตำแหน่ง, แก้ รธน., แก้รัฐธรรมนูญ, แก้รายมาตรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_60575e9ce0d24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอลุ้นแก้รายมาตรา ‘ชวน’ฟันธงรธน.จบแล้ว-สว.เตือนโหวตสวนศาลจ่อรับกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; บอกแก้ไขรัฐธรรมนูญจบแล้ว ไปลุ้นแก้รายมาตราสมัยประชุมหน้า &amp;ldquo;สภาสูง&amp;rdquo; เตือนผู้โหวตสวนศาลเตรียมรับบ่วงกรรม &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ยันไม่ใช่เรื่องหักหลัง แค่ปล่อยฟรีโหวต โวพร้อมแก้ไข รธน. แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ ลั่นไม่เกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล &amp;ldquo;อนุทิน-จุรินทร์&amp;rdquo; ประสานเสียงเมินถอนยวง บอกคนละส่วนกัน &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; ลั่นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่ศาลไคฟง ต้องปฏิบัติตาม รับต้องอดทนเดี๋ยวไดโนเสาร์ก็ไป ร่อนแถลงการณ์ขอโทษประชาชนไม่ทันเกมปลิ้นปล้อน ฝ่ายค้านได้ทีกระทุ้ง 2 พรรคถอนยวง &amp;ldquo;ทอน&amp;rdquo; ฟุ้งเดินสายปลุกแก้ รธน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม ยังคงมีความต่อเนื่องจากการลงมติในวาระ 3 การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาวาระด่วนร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช.... ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ที่มีเสียงเห็นชอบ 208 เสียง ไม่เห็นชอบ 4 เสียง งดออกเสียง 94 เสียง และไม่ประสงค์ลงคะแนน 136 เสียง ซึ่งเสียงเห็นชอบไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งสองสภา หรือ 369 เสียง ทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวตกไป
โดยจากการตรวจสอบการลงมติพบว่า คะแนนเห็นชอบ 208 เสียงเป็นของ ส.ส. 206 คน ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ส่วนอีก 2 เสียงเป็นของ ส.ว. ส่วนเสียงไม่เห็นชอบ 4 เสียงนั้น เป็นของ ส.ว.ทั้งหมด ขณะที่การงดออกเสียง 94 เสียง เป็น ส.ส. 10 เสียง และ ส.ว. 84 เสียง โดย ส.ส.ที่งดออกเสียงส่วนใหญ่เป็นของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขณะที่ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 136 เสียงนั้น เป็นของ ส.ส. 9 เสียง และ ส.ว. 127 เสียง &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นอกจาก ส.ส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ที่วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมไม่ร่วมลงมติวาระ 3 แล้ว ยังพบว่ามี ส.ส.อีกกว่า 200 คน และ ส.ว.อีก 33 คน ที่ไม่ขานมติลงประชุมใดๆ เลย โดยในส่วน ส.ส.นั้นก็มีทั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ถึง 26 คน 3 ส.ส.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ซึ่งเป็น ส.ส.งูเห่าในพรรค และ ส.ส.พรรค ปชป. ในขณะที่ ส.ว.นั้นพบว่า 5 ส.ว.โดยตำแหน่งก็ไม่มีการลงมติใดๆ เลย
นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ประธานว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ถือว่าเป็นเหตุการณ์พิเศษที่นานๆ จะปรากฏสักครั้ง อยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้ เดินหน้าก็ไม่ได้ แล้วจะให้ทำอย่างไร เราก็รู้ว่าคำวินิจฉัยมีผลผูกพันกับรัฐสภา ถ้ามีการกระทำขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยก็มีความผิด
&amp;ldquo;ผมขอถามว่าจะมีผู้นำองค์กรที่ไหนพาลูกน้องไปตาย ประธานชวนก็เปิดกว้างรับฟังทุกญัตติเกือบ 40 คนที่ได้แสดงความคิดเห็น ส่วนใครจะเจ็บหรือต้องเจออะไรบ้างนั้น คือทางออกที่ท่านเลือกกันเอง และประชาชนจะได้เห็นว่า ส.ส.ที่ท่านเลือกมาเป็นอย่างไร แต่ยืนยันสิ่งที่ประธานชวนทำคือทางเลือกที่ดีสุด และเป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้องที่สุด&amp;rdquo; นพ.สุกิจกล่าว
แก้รายมาตราสมัยหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า ถือว่าเรื่องนี้จบไปแล้ว ส่วนการเสนอแก้รายมาตรานั้นคงต้องเสนอในสมัยประชุมหน้า ซึ่งต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญเขียนเพื่อไม่ให้แก้ไข หลักๆ คือเขียนเพื่อให้แก้ยากที่สุด ฉะนั้นไม่ง่ายตั้งแต่ต้น ก็เห็นใจคนที่คิดจะแก้ไข เพราะเราจะเห็นว่าการแก้มันยากมาก เงื่อนไขต่างๆ เช่น การลงคะแนนเสียงของสมาชิกต้องไม่น้อยกว่าเท่าไหร่ เสียงของวุฒิสภาต้องไม่น้อยกว่าเท่าไหร่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่ด้วยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญคือไม่ต้องการให้แก้ แต่ก็ไม่ถึงกับขั้นแก้ไม่ได้เลย หากมีการแก้รายมาตราอาจง่ายกว่า แต่กรณีนี้ผู้ที่เสนอญัตติก็คิดว่าการแก้รายมาตรา แต่ศาลรัฐธรรมนูญไปตีความว่าการแก้จะมีผลกระทบต่อรัฐธรรมนูญ 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการลงมติในวาระ 3 ว่าสมาชิกคนใดที่ลงมติเห็นด้วยก็ต้องรับผิดชอบ หากมีคนฟ้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.จะพิจารณา จะเห็นได้ว่าสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ลงมติไม่ประสงค์ขอลงคะแนน เพราะไม่อยากยุ่ง เนื่องจากรู้ว่าผิดและขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้แต่สมาชิกที่งดออกเสียงอาจไม่ผิด แต่หากมีการยื่นร้อง ป.ป.ช. สามารถเรียกสมาชิกที่งดออกเสียงไปเป็นพยานก็ได้
&amp;ldquo;รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ทุกเวลาโดยรัฐสภา คือแก้ไขเป็นรายมาตรา ตรงไหนสถานการณ์ไม่เหมาะสมอยากเสนอแก้ไขก็เสนอมาได้ตลอดเวลา แต่ถ้าจะรื้อรัฐธรรมนูญใหม่ทำไม่ได้ และหากเสนอเป็นรายมาตราเข้ามา ถ้าจะแก้ได้ทันทีทันใด วันนี้หรือพรุ่งนี้ ส.ว.ก็พร้อมสนับสนุน&amp;rdquo; พล.อ.สิงห์ศึกระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี? ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงการโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะกระทบการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ว่า ไม่รู้ ส่วนต้องคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น เชื่อว่าไม่มีอะไร ไม่มีผลกับการร่วมรัฐบาล? เพราะเราปล่อยให้ฟรีโหวต
&amp;ldquo;ไม่รู้? ไม่เกี่ยว? เราปล่อยฟรีโหวต ยืนยันเราตั้งใจจะแก้? เราแก้อยู่แล้ว แต่จะแก้อย่างไร? ต้องแก้ให้ถูกระเบียบตามที่มีอำนาจ&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตรกล่าวย้ำเมื่อถามว่าเรื่องนี้ไม่กระทบการทำงานพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เมื่อเป็นเช่นนี้จะดำเนินการอย่างไรต่อ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้? เรายังไม่รู้? ยังไม่มีประชุม ส่วนจะประชุมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้? จะไปรู้ได้อย่างไร เดี๋ยวสื่อจะมาบอกว่าไม่รู้ๆ ก็ไม่รู้จริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย ระบุพรรค พปชร.หักหลัง พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า หักหลังเรื่องอะไร? ก็บอกว่าฟรีโหวต จะไปหักหลังอย่างไร คงเห็นว่าดึกแล้วก็เลยเสนอให้ลงมติ? แต่ยืนยันว่าเราปล่อยฟรีโหวตอยู่แล้ว ยืนยันไม่มีหักหลัง? ไม่มีหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการวอล์กเอาต์ของพรรคภูมิใจไทย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไร? ก็ต้องไปถามเขาเอง ส่วนที่หลายคนมองว่าเรื่องนี้จะเป็นรอยร้าวระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ไม่มี ไม่มีหรอก เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าพรรค ปชป.และ ภท.จะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไร? สื่อก็ไปถามเขาดู ตอนนี้ก็เห็นยังดีกับตนอยู่
ถามถึงความจริงใจของรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตรตอบว่า &amp;ldquo;ต้องแก้ไข ผมพูดตั้งหลายทีแล้ว ส่วนจะเริ่มได้เมื่อไหร่ยังไม่รู้ ถามซ้ำไปซ้ำมาอยู่นี่&amp;rdquo; ส่วนจะได้แก้เมื่อไหร่ จะไปรู้ได้อย่างไร เดี๋ยวรอประชุมก่อน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ว่าได้เตรียมการเรื่องนี้ไว้แล้วตั้งแต่ตอนที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 โดยจะนำร่างแก้ไขรายมาตราเสนอต่อพรรค พปชร. พิจารณาเห็นชอบต่อไป โดยคาดว่าจะเสนอได้ในสมัยการประชุมหน้า
ร่วมรัฐบาลคนละเรื่อง
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล กรณี ส.ส.พรรควอล์กเอาต์ในการโหวตวาระ 3 ว่าไม่เกี่ยวอะไรกัน นี่เป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกคนต้องมีเอกสิทธิ์ มีความเชื่อในมิติของตัวเอง ส่วนกรณีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงนั้น นายชาดาคงมีอารมณ์ เพราะผ่านมา 2 วาระแล้ว ทำไมจึงไม่ดันไปให้ครบถ้วน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ต้องพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากเป็นเรื่องรัฐสภา และในส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร เป็นเรื่องของการบริหารงาน เป็นคนละหมวดกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินยืนยันว่า พรรคต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตลอด เมื่อวันที่ 17 มี.ค. พรรคพยายามจะรักษารัฐธรรมนูญเอาไว้ แต่ต้องไม่ทำผิดคำวินิจฉัยของศาล ฉะนั้นจะให้พรรคไปโหวตก็ไม่ได้ เพราะวันนี้ก็มีคนไปร้องต่อศาลแล้ว เราต้องการความชัดเจน ถ้าตีความกันเองแล้วตีความผิดจะวุ่นวาย หลายคนอาจบอกว่าไม่ผิด แต่คนที่บอกเป็นนักกฎหมาย ไม่ใช่ศาล เราจึงต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาลที่ออกมาชัดเจน เพราะคำวินิจฉัยของศาลผูกพันทุกองค์กร พรรคพูดมาตั้งแต่ตอนหาเสียงว่าจะเคารพกฎหมายและอยู่ในกติกา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าการวอล์กเอาต์เป็นการเลี่ยงเพื่อไม่ให้ถูกร้องศาลใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ใช่วอล์กเอาต์ เพราะนายชาดาลุกขึ้นแสดงความเห็นแล้วเดินออก ซึ่งนายชาดาเป็นรองหัวหน้าพรรค เมื่อเดินออก พรรคที่มีวินัยดีอยู่แล้วจึงเดินตาม เมื่อถามย้ำว่าการวอล์กเอาต์เป็นการเซฟตัวเองไว้ก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรามีเจตนารมณ์ชัดเจนแล้วว่าจะไม่ลงมติ เพราะขัดคำวินิจฉัยของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะนำไปสู่การยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่หรือไม่ นายอนุทินได้ชี้นิ้วไปที่ตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมระบุว่า ต้องไปถามคนบนตึกไทยฯ ถามตรงนี้ได้อย่างไร ยุบได้หรือไม่ ถามต่อว่าถ้าถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล จะทำให้มีการยุบสภาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีถ้า อยู่ เพราะคนละเรื่องกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญคือเรื่องของสภา แต่นี่คือเรื่องของรัฐบาล เรื่องการบริหารประเทศ มันไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
เมื่อถามว่า หากยุบสภาจริงพร้อมเลือกตั้งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้ายุบสภาก็ต้องเลือกตั้ง พรรคการเมืองต้องพร้อม เจอยุบสภามา 4-5 ครั้งแล้ว ยุบก็ยุบ เราเป็นของประชาชนอยู่แล้ว ให้ประชาชนตัดสิน ชีวิต ส.ส.มันแค่นี้
เมื่อถามว่า ขั้นตอนหลังจากนี้พรรคจะสนับสนุนให้แก้รายมาตราหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญบอกแล้วว่าต้องทำประชามติ จนกว่ามีอะไรมาเปลี่ยนแปลงตรงนั้น เราต้องเดินตามขั้นตอน ในเรื่องที่จะร่างใหม่ทั้งฉบับหรือแก้เป็นรายมาตรา ก็ต้องถามประชาชน อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รับเสียงประชามติมาเท่าไหร่ ถ้าจะมีการปรับปรุงแก้ไขอะไรจะต้องกลับไปถามเจ้าของประเทศ มันก็แฟร์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะอธิบายให้ประชาชนอย่างไรว่าพรรคไม่ได้หลอก นายอนุทินกล่าวว่า หลอกตรงไหน ไม่มี เราต้องรักษาระบบ ไม่ให้มีความวุ่นวาย รัฐธรรมนูญถ้าจะมีการแก้ไขเรายินดีให้ไปตามกระบวนการ คือให้ประชาชนเป็นคนกำหนด
&amp;ldquo;ศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ไม่ใช่ศาลไคฟง ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าถ้าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ไปทำประชามติ พรรคภูมิใจไทยทำตามนั้น ยังไม่ชัดอีกหรือ ใครไม่ชัดไม่เป็นไร แต่พรรคฟังแล้วชัด พรรคทำตามนั้นทุกอย่าง แล้วตรงไหนที่หลอกประชาชน ไม่มี ทำตามระเบียบตามกฎ ไม่ทำตามใจ ต้องเคารพคำสั่งศาล ประเทศต้องไปอย่างนี้&amp;rdquo; นายอนุทินย้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากเลือกตั้งคราวหน้าจะชูเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แก้เป็นบางส่วนที่พรรคเห็นว่าสมควรแก้ แต่เรื่องหมวดพระมหากษัตริย์ไม่ต้องพูด ส่วนเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันเราเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีบทบัญญัติที่รุนแรง นอกจากไม่แก้แล้วควรทำให้แน่นยิ่งกว่าเดิมด้วย แต่เรื่องอื่นที่ไม่ค่อยเป็นประชาธิปไตยเท่าไหร่ เช่นที่มา ส.ว. ไม่เห็นด้วย แต่ก็ทนเอา อย่างมากก็ 5 ปี เมื่อบทเฉพาะกาลหมดก็หมด มันไม่ใช่เป็นปัญหา แล้วเราจะชักใบให้เรือเสียทำไม ไดโนเสาร์มันก็ไปเอง ไม่มีใครไปทำลายเขาได้
ภท.รับเสียใจไม่ทันเกม
เมื่อถามย้ำว่าใครคือไดโนเสาร์ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่รู้ และเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายอนุทินได้ออกแถลงการณ์ของพรรค ภท. โดยได้แสดงความเสียใจที่ทำให้ร่าง รธน.ตกไป พร้อมระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับในเบื้องต้นก่อนเปิดประชุมรัฐสภา พอประเมินได้ว่าหากมีการลงมติวาระ 3 ร่างที่ผ่านมา 2 วาระต้องตกแน่ พรรคจึงเลือกแนวทางรักษาร่างรัฐธรรมนูญไว้ก่อน ด้วยการชะลอเวลา แล้วไปสอบถามศาลรัฐธรรมนูญ แต่เราทำไม่สำเร็จ และสุดท้ายก็มีการลงมติวาระ 3 ซึ่งผลก็เป็นไปตามที่ได้ประเมินไว้ คือร่างรัฐธรรมนูญที่ทำกันไว้ตก การไม่ลงมติคือการแสดงออกให้เห็นว่าพรรคไม่ขอร่วมกระทำการที่เรียกได้ว่าไม่จริงใจต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างตรงไปตรงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ทุกประการ เพราะเราพลาดจริงๆ ที่ตามเกมการเมืองของผู้ที่จ้องจะล้มกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ทัน เนื่องจากเราคิดไม่ถึงว่าจะมีการพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงกันตลอดทั้งวัน เป็นการเล่นเกมเอาชนะกันโดยไม่สนใจความรู้สึกประชาชนที่จับตาดูการประชุม และเฝ้ารอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคต้องขอโทษที่ไม่สามารถรักษาร่างรัฐธรรมนูญให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญไว้ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า พรรคได้ทำหน้าที่สุดทาง สุดความสามารถแล้วในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยืนยันว่าพรรคจะยืนอยู่จุดเดิมต้องการให้รัฐธรรมนูญและประเทศเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นกว่าเดิม ขณะนี้ที่คิดได้แบบเร็วๆ อย่างน้อยเราต้องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ซึ่งการยื่นแก้ไขมาตราดังกล่าวก็ต้องหารืออีกครั้งในที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ต่อไป เพราะ ปชป.พรรคเดียวเสียงไม่เพียงพอที่จะยื่นแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการทบทวนท่าทีของพรรคในการร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์กล่าวว่า ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่เปลี่ยนนโยบายที่แถลงต่อสภา ปชป.ก็ต้องร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคฝ่ายค้าน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรค พท. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ร่วมประชุมหารือ และให้สัมภาษณ์ว่า เราเสียใจและผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น จากนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านจะดำเนินการอย่างจริงจังสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ร่างประชามติให้ลุล่วงไปด้วยดี
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรค พท. ในฐานะเลขาธิการพรรค กล่าวว่า ผิดหวังผลการลงมติ จึงขอให้พรรคร่วมรัฐบาลและรัฐสภาอย่าเล่นเกมการเมือง และรักษาอำนาจด้วยการหลอกลวงประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ผิดหวังที่พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรควอล์กเอาต์ และให้ความเห็นกล่าวหาพรรคฝ่ายค้านว่าเดินหน้าโหวตวาระ 3 ไม่จริงใจให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะถูกคว่ำโดย ส.ว. ยืนยันว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันจุดยืนนี้มาตลอด และแสดงความมุ่งมั่น ที่เคยสัญญาไว้กับประชาชนในการผลักดันให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนที่รัฐธรรมนูญฉบับ คสช. เรื่องนี้เป็นที่ชัดเจนว่าฝ่ายที่ต้องการล้มกระบวนการจัดตั้ง ส.ส.ร.คือ ส.ส.รัฐบาล โดยเฉพาะพรรค พปชร.ร่วมมือกับ ส.ว.ไม่จริงใจให้มี ส.ส.ร.เป็นการเล่นเกม ยื้อเวลาหลอกลวงประชาชน วันนี้ชัดเจน ต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญให้ดำเนินการพิจารณาวาระ 3 ต่อ ส.ว.และ ส.ส.พรรค พปชร.ก็คว่ำร่างรัฐธรรมนูญอยู่ดี ทุกฝ่ายต้องหยุดเล่นละครหลอกลวงประชาชนได้แล้ว
จี้ &amp;ldquo;ภท.-ปชป.&amp;rdquo; ถอนยวง
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า มีการกล่าวหาว่าการเดินหน้าโหวตของพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่จริงใจ ถามว่าถ้าไม่มีทางนี้จะเป็นทางใด การเดินหน้าโหวตวาระ 3 เท่านั้นที่เป็นความหวัง และวันหน้าค่อยทำใหม่ ไม่คิดว่าวันนี้มันจะตก แต่คิดเพียงแค่ว่าจะผ่านได้ยาก หวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะโหวต แต่ก็ผิดหวัง และยืนยันว่าเรื่องนี้เราเดินตามแนวทางรัฐธรรมนูญ ขอความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร เพราะร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกคว่ำไปจาก ส.ส.รัฐบาลและ ส.ว.
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดประตูบานแรกของการพัฒนาประเทศ ซึ่งประชาชนต้องถือโอกาสนี้ถามไปยังพรรคภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ว่า ในเมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกอ้างว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล ถึงกับบรรจุเป็นนโยบายเร่งด่วน นี่ก็ย่อมถึงเวลาแล้วที่พรรคภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ต้องตอบประชาชนว่ายังคงจะร่วมรัฐบาลต่อไปอีกหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวว่า ขอเสนอทางออกว่ารัฐสภาควรแก้ไขรายมาตราเฉพาะประเด็นที่ทำให้รัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย คือแก้ไขบทเฉพาะกาลมาตรา 272 ไม่ให้ ส.ว.ที่ คสช.แต่งตั้งร่วมลงมติเลือกนายกฯ ซึ่งการแก้ไขมาตรานี้ไม่ต้องเปลืองงบ เปลืองเวลา เพราะไม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติตาม และน่าจะได้เสียงตอบรับจากทั้ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือแม้แต่ ส.ว.หลายคน
ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กว่า การคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของสมาชิกรัฐสภา แสดงให้เห็นแล้วว่าชนชั้นนำ, กองทัพ, รัฐบาล, พรรคการเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน, ศาลรัฐธรรมนูญ และสมาชิกวุฒิสภา ไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พวกเขาต้องการยึดอำนาจไว้กับพวกพ้อง โดยไม่สนใจอนาคตของประเทศ ซึ่งเมื่อแก้ทั้งฉบับทำไม่ได้ เราจะรณรงค์เพื่อให้เกิดการแก้ไขรายมาตราเร็วๆ นี้ ปลดเสาค้ำยันอำนาจของกลุ่มอภิสิทธิ์ชนด้วยการยกเลิก ส.ว., คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ, ปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงแก้ไขที่มาของกรรมการองค์กรอิสระ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96532</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, ปล่อยฟรีโหวต, สภาสูง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ, แก้รายมาตรา, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_605369271a1b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96446</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองปธ.วุฒิสภา เผย ส.ว.ส่วนใหญ่ไม่ลงคะแนนวาระ 3 เพราะเข้าใจคำวินิจฉัยศาลรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.64 - เวลา 08.00 น.ที่รัฐสภา พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ3 ที่รัฐสภามีมติไม่เห็นชอบ ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นเด็ดขาดผูกพันทุกองค์กร และการดำเนินการหมวด 15/1 ถือเป็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะต้องไปทำประชามติ ถามประชาชนแต่ขณะนี้ทุกอย่างผ่านขั้นตอนไปหมดแล้ว เดินหน้าต่อก็ไม่ได้ ดังนั้นญัตติของนายสมชาย แสวงการ และนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ที่ขอให้ไม่ลงมติวาระ3 ถูกต้องแล้ว เพื่อป้องกันความผิดพลาด ส่วนญัตติของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง ก็เป็นความคิดของนายจุรินทร์ แต่เห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณามาแล้ว หากส่งจะเป็นการวินิจฉัยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนญัตติของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ให้เดินหน้าโหวตวาระ 3 ก็เป็นไปตามระเบียบวาระอยู่แล้ว ดังนั้นนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เห็นว่าเมื่อมีปัญหามากก็ขอให้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา จึงได้เสนอญัตติให้กลับไปดำเนินการตามระเบียบวาระโหวตวาระ 3 และเมื่อโหวตแล้ว นายไพบูลย์ชนะ 3 ญัตติก่อนหน้านี้ก็ต้องตกไปตามข้อบังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อโหวตวาระ 3 แล้ว สมาชิกคนใดที่ลงมติเห็นด้วยก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง หากมีคนฟ้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดังนั้นจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.จะพิจารณา จะเห็นได้ว่าสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ลงมติไม่ประสงค์ขอลงคะแนน เพราะไม่อยากยุ่ง เนื่องจากรู้ว่าผิดและขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้แต่สมาชิกที่งดออกเสียง อาจจะไม่ผิด แต่หากมีการยื่นร้อง ป.ป.ช. สามารถเรียกสมาชิกที่งดออกเสียงไปเป็นพยานก็ได้&amp;quot;พล.อ.สิงห์ศึก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การที่ส.ว. ไม่กล้าโหวตวาระ 3 เพราะเกรงขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ พล.อ.สิงห์ศึก กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่กล้า แต่ ส.ว.ส่วนใหญ่เข้าใจในคำวินิจฉัย อย่าลืมว่า ส.ว. มีความเป็นกลางทางการเมือง ต้องยึดผลประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนและคิดถึงว่าอะไรคือความถูกต้อง โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญที่เป็นแม่บทของกฎหมายและนิติบัญญัติ ซึ่งจะไปเดินหน้าต่อได้อย่างไร ส่วนใหญ่เขารู้ว่ามันไม่ถูกเพราะศาลวินิจฉัยแล้วว่าไม่ถูกต้อง เมื่อรู้ว่าไม่ถูกตัองก็ต้องหยุดเดิน หรือไม่ทำก็เท่านั้นเอง ไม่ได้มีอย่างอื่นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงทางออกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังจากนี้จะเดินหน้าอย่างไร พล.อ.สิงห์ศึก กล่าวว่า รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ทุกเวลาโดยรัฐสภา คือแก้ไขเป็นรายมาตรา ตรงไหนสถานการณ์ไม่เหมาะสมอยากเสนอแก้ไขก็เสนอมาได้ตลอดเวลา แต่ถ้าจะรื้อรัฐธรรมนูญใหม่ทำไม่ได้ และหากเสนอเป็นรายมาตราเข้ามา ถ้าจะแก้ได้ทันทีทันใด วันนี้หรือพรุ่งนี้ ส.ว. ก็พร้อมสนับสนุน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96446</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร, วุฒิสภา, แก้รายมาตรา, โหวตวาระ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052c59f57fb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นพิพากษาปมแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ลุ้น! ศาล รธน.ไฟเขียวหรือล้มกระดานแก้รัฐธรรมนูญตั้ง ส.ส.ร. ออกเอกสารข่าวแจกสื่อไม่นั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย ฝ่ายค้านตั้งวอร์รูมติดตาม รับทางเดินเริ่มแคบ ไม่ฟันธงผลเป็นลบปรับแผนสองขอแก้รายมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 มีนาคม นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีศาลนัดวินิจฉัยกรณีที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในวันที่ 11 มี.ค.ว่า คงดูยากว่าผลคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร ข้อกังวลบางฝ่ายที่กลัวว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้นคงไม่ใช่ เพราะเรายืนยันแล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเว้นหมวด 1 และ 2 ความคิดเห็นส่วนตัวไม่ค่อยสบายใจนักและน่ากังวล ที่ศาลรัฐธรรมนูญขอฟังความเห็นจากบุคคลที่มีแนวคิดที่ไม่ค่อยอยากให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ แม้พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอให้ฟังความเห็นบุคคลอื่นๆ อย่างรอบด้าน แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคิดเห็นของ ส.ว.บางคน ที่กังวลจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราอื่นอีก 38 มาตรา ทำให้กระทบเรื่องพระราชอำนาจนั้น ข้อคิดเห็นนี้สภาได้เคยลงมติไปแล้ว แม้ฝั่งเขาจะมีเสียงมากกว่า กลับโหวตแพ้ ดังนั้นข้อคิดเห็นนี้จึงไม่มีเหตุผลเพียงพอ ฟังไม่ขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากผลคำวินิจฉัยออกมาทางลบจริงๆ เพื่อไทยเตรียมแนวทางที่จะไปแก้ไขเป็นรายมาตราหรือไม่ ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะสู้ต่อ แต่จะสู้อย่างไรคงต้องนำไปปรึกษากับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ภาคประชาชนว่าจะเอาอย่างไร ในเมื่อทางที่เราจะเดินนั้นแคบลง ส่วนจะแก้รายมาตราหรือไม่นั้น คงต้องไปดูกันอีกครั้งหนึ่ง หากสมมุติเราอยากจะแก้ไขมาตรานี้ แต่เขาไม่ยอมให้แก้ไข คงแก้ไขไม่ได้อยู่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 11 มี.ค. เวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทยมีการประชุมหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อกำหนดท่าทีและการดำเนินการหลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาสามารถแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ทำความเห็นไปในนามฝ่ายค้านทั้งหมด 7 ข้อ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญได้รับฟังข้อมูลได้รอบด้าน ต่อไปคงต้องรอติดตามผลการวินิจฉัย แต่ยังมั่นใจว่าอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของรัฐสภา แต่ทั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านเราได้ตั้งวอร์รูมเวลา 14.00 น. ของวันที่ 11 มี.ค. เพื่อติดตามคำวินิจฉัยของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านมีการพูดคุยเรื่องแผนสำรองหรือไม่ หากตั้ง ส.ส.ร.ไม่ได้ นายประเสริฐกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกันอย่างเป็นทางการ ต้องรอดูทิศทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน แล้วค่อยมาแสดงความคิดเห็นร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ถนนแจ้งวัฒนะ ก่อนวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม 2564 เวลา 09.30 น. เพื่อพิจารณาคำร้องที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 (1) นั้น ซึ่งการพิจารณาคำร้องดังกล่าวจะไม่มีการออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย เป็นเพียงการประชุมภายในเท่านั้น และหลังจากได้ผลการพิจารณาแล้ว ทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะส่งรายละเอียดของการพิจารณาและมติเป็นเอกสารข่าว (press release) ให้กับสื่อมวลชนได้รับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไม่ได้มีการจัดเตรียมสถานที่เหมือนวันที่องค์คณะตุลาการจะออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัย และโดยรอบอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการติดตั้งแผงรั้วเหล็ก หรือเตรียมกำลังเสริมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพิเศษแต่อย่างใด มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามปกติเท่านั้น นอกจากนี้ยังไม่มีรายงานว่าจะมีกลุ่มการเมืองใดๆ มาเคลื่อนไหว ในบริเวณศาลรัฐธรรมนูญด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ รัฐสภาได้ลงมติให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;ในวาระแรกและวาระสอง พิจารณาเรียงรายมาตรามาแล้ว และกำลังจะมีการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ.... ในวาระสาม ในสัปดาห์หน้าคือวันที่&amp;nbsp;17-18&amp;nbsp;มี.ค. ดังนั้น ผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลต่อการประชุมร่วมรัฐสภาสัปดาห์หน้าทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พบว่าในช่วงที่ผ่านมา มีนักกฎหมายมหาชน รวมถึงนักการเมือง นักวิชาการ วิเคราะห์ทิศทางผลคำวินิจฉัยคดีนี้ออกมาว่า ศาลรัฐธรรมนูญอาจจะมีคำวินิจฉัยออกมาสองแนวทางหลักๆ ดังนี้ 1.ศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียวให้รัฐสภาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยวินิจฉัยว่า รัฐสภามีอำนาจในการดำเนินการได้ ไม่ได้เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อลงมติเห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;ในวาระสามเดินหน้าต่อไปได้ รวมถึงร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า รัฐสภาไม่มีอำนาจในการดำเนินการได้ เพราะมาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;ไม่เปิดช่องให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับแต่อย่างใด เพราะทำได้เพียงแค่การแก้ไขรายมาตราเท่านั้น หรือที่แวดวงการเมืองเรียกกันว่า &amp;ldquo;ล้มกระดานแก้รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ศาลอาจมีความเห็นประกอบเพิ่มเติมเข้ามาด้วยว่า เมื่อประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันผ่านการทำประชามติ&amp;nbsp;ดังนั้นหากจะแก้มาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;เพื่อเป็นประตูสู่การยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงต้องให้ประชาชนได้ลงประชามติเสียก่อนว่าสมควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95676</URL_LINK>
                <HASHTAG>ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ, แก้รายมาตรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210310/image_big_6048d5f381f11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุนแก้รธน.รายมาตรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ญาติวีรชนพฤษภา 35 จวก &amp;quot;รัฐบาล-ส.ว.&amp;quot; สมคบคิดหักหลัง ปชช. คว่ำร่างแก้ไข รธน. หวั่นนองเลือดซ้ำรอยพฤษภา 35 จี้ &amp;quot;ภท. -ปชป.&amp;quot; ถอนตัวรัฐบาลถอดชนวนรุนแรงเลือกนายกฯ ใหม่ปลุก ปชช.หนุนม็อบไล่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แต่ห้ามจาบจ้วงสถาบัน &amp;quot;รังสิมันต์&amp;quot; ชี้ถ้าไม่มีเสียง ส.ว.เกมเตะถ่วงแก้ รธน.จะล้มเหลว พปชร.ยันตั้งกมธ.ศึกษาทางออกที่เหมาะสม ต้องฟัง ปชช.ทุกกลุ่ม ตร.รวบรวมหลักฐานก่อนเช็กบิล 3 กลุ่มชุมนุม โพลตอกย้ำถึงเวลาหาทางออกจากความขัดแย้ง รัฐบาลต้องรับฟังอย่างจริงใจ หนุนแก้ รธน.รายมาตรา ห้ามแตะหมวด 1-2 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;rsquo;35 กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในเวลานี้ว่า กรณีที่ประชุมรัฐสภาโหวตเห็นชอบตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 30 วัน โดยไม่เอาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับ เป็นการสมคบคิดกันล่วงหน้าของรัฐบาลกับสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) นอกจากจะแสดงถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นข้อพิสูจน์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำผิดสัญญาหักหลังประชาชนครั้งแล้วครั้งเล่า ตั้งแต่เก็บรายงานการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไว้ในลิ้นชัก ซื้อเวลาปฏิรูปประเทศถึง 20 ปี โดยเฉพาะการปฏิรูปตำรวจ ตั้งกรรมการมาหลายชุด สุดท้ายเชื่อว่าไม่ต้องการปฏิรูปอย่างแน่นอน และเมื่อเห็นการคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับอย่างคาดไม่ถึง ก็ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่สนใจเสียงเรียกร้องของประชาชนทุกภาคส่วนที่เสนอแนะทางออกจากความขัดแย้งและวิกฤติทางการเมืองด้วยความหวังดีมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจอย่างหนักหนาสาหัส พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีเครดิตหลงเหลืออยู่เลย จึงไม่มีใครอยากร่วมทีมเศรษฐกิจด้วย ดังนั้นทุกอย่างจะต้องจบลงโดยเร็วเพราะยิ่งยืดเยื้อประเทศชาติจะเสียหาย ประชาชนจะยิ่งลำบาก จากปัญหาปากท้อง พล.อ.ประยุทธ์ยังล้มเหลวในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นที่เคารพของราษฎร ใช้กฎหมายเล่นงานคนเห็นต่าง ทำให้คนรุ่นใหม่ลืมพระเมตตาของในหลวง ถือเป็นความผิดที่ไม่สามารถอภัยให้ได้ ในเมื่อไม่แคร์ต่อเสียงเรียกร้องของประชาชน ก็ป่วยการที่จะเสนอแนะอะไรอีก จึงมีความจำเป็นที่คนรุ่นใหม่ที่ไม่เห็นแสงสว่างและอนาคตข้างหน้าจะต้องรวมตัวออกมาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงโดยไว และขอเรียกร้อง ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกับกลุ่มนักศึกษาประชาชนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมต้องไม่จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเด็ดขาด เพราะนอกจากจะเสียแนวร่วมแล้ว ยังจะทำให้เกิดการเผชิญหน้านำไปสู่ความขัดแย้งที่ไม่มีที่สิ้นสุด และขอให้เคลื่อนไหวด้วยสติปัญญา ยึดแนวทางสันติวิธีอย่างแท้จริง แล้วจะทำให้มีพลังเอาชนะเผด็จการได้&amp;quot; นายอดุลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่พรรคพลังประชารัฐไม่โหวตญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการหักหลังพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันอย่างไร้มารยาท โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย ที่มีจุดยืนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน จึงเกรงว่าจะซ้ำรอยเหตุการณ์พฤษภา 35 ที่พรรคร่วมรัฐบาลหักหลังประชาชนไม่เอานายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งจนเป็นชนวนเหตุนำไปสู่ความไม่พอใจของประชาชน และเกิดการนองเลือดในที่สุด ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทยถอดชนวนความรุนแรงทางการเมือง ด้วยการถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล แล้วร่วมกันผลักดันให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ 272 ปิดทาง ส.ว.เลือกนายกฯ แล้วเลือกนายกฯ ที่เหลืออยู่ตามรัฐธรรมนูญ ก่อนจะตั้งสภาร่างรัฐ ธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เสร็จแล้วก็ยุบสภาให้มีการเลือกตั้งมีรัฐบาลใหม่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เชื่อว่าแนวทางนี้จะนำพาประเทศชาติออกจากวิกฤติประเทศในทุกด้านได้
ซัด ส.ว.เตะถ่วงแก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ควันหลงประชุมสภา การเตะถ่วงแก้รัฐธรรมนูญจะไม่สำเร็จถ้าไม่มี ส.ว.คอยโหวตให้ ผมมีข้อสังเกตอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการประชุมสภาพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้มาเล่าให้ฟังครับ อย่างที่ทุกท่านทราบแล้ว มีการลงมติตั้งคณะกรรมาธิการชุดหนึ่งขึ้นมาเพื่อ &amp;quot;ศึกษาญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ&amp;quot; ซึ่งเสนอโดย ส.ส.จากฝ่ายรัฐบาล เพื่อใช้เป็นเกมถ่วงเวลาการแก้รัฐธรรมนูญนั่นเอง โดยผลการลงมติคือ เห็นด้วย 431 เสียง ไม่เห็นด้วย 255 เสียง จึงสามารถตั้งคณะกรรมาธิการ (เตะถ่วง) ได้สำเร็จ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งใน 431 เสียงที่เห็นด้วยนั้น เป็นเสียงของ ส.ว.ถึง 228 เสียง&amp;nbsp; นั่นหมายความว่าหากตัดเสียง ส.ว.ออกไป จะมีเสียงเห็นด้วยเพียง 203 เสียงเท่านั้น จริงอยู่มี ส.ว.ที่โหวตไม่เห็นด้วย แต่ก็เพียง 3 คนเท่านั้น เสียงไม่เห็นด้วยจาก ส.ส.ยังมีถึง 252 เสียง กล่าวโดยสรุปคือ ถ้าไม่มี ส.ว. เกมเตะถ่วงการแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาลก็จะประสบความล้มเหลว ก็คงได้เห็นกันแล้วนะครับว่า ส.ว.ที่ คสช. เลือกมาส่งผลต่อความพยายามหาทางออกให้กับประเทศนี้อย่างไร&amp;quot; นายรังสิมันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีเจตนาเตะถ่วง แต่เนื่องจากที่มาของรัฐธรรมนูญนั้นมาจากประชามติของประชาชน 16.8 ล้านเสียง เป็นสิ่งที่รัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐต้องระมัดระวังในการดำเนินการด้วย ไม่ใช่มีแต่ประชาชนที่สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีผู้ที่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย เพื่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ จึงต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ แต่ไม่ละเลยเสียงส่วนน้อย ต้องหาจุดที่สมดุล สามารถยอมรับกันได้ ดังนั้นการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาจึงเป็นทางออกที่เหมาะสมในช่วงเวลานี้ ต้องฟังเสียงประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ใช่จะเอาเฉพาะที่ถูกใจนักการเมือง หากเป็นอย่างนั้นก็จะเกิดความวุ่นวายขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรองโฆษกพรรค พปชร.กล่าวถึงกรณีที่เพจคณะก้าวหน้ารณรงค์ปิดสวิตช์ ส.ว. โดยระบุว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมในระบอบประชาธิปไตยที่กวนใจประชาชนว่า เท่าที่ตนสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา มองเห็นสิ่งแปลกปลอมในระบอบประชาธิปไตยก็คือ ปรากฏการณ์ของการรณรงค์โจมตีกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมือง ทั้งที่สังคมประชาธิปไตยนั้นควรยอมรับความเห็นที่แตกต่าง และฟังความเห็นที่แตกต่างกัน อยู่ร่วมกันได้ ถกเถียงกันด้วยเหตุผล ไม่ใช่การยกพวกไปรุมประชาทัณฑ์ทางโซเชียล แบนสินค้าและบริการของคนที่แสดง ความเห็นนั้นๆ ถือว่าเป็นการตื่นตัวทางการเมืองในลักษณะถดถอย ที่ผ่านมาไม่เคยแม้สักครั้งที่จะเห็นคณะก้าวหน้า แกนนำอย่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล หรือ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ออกมาเตือนหรือห้ามปรามผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้เข้าใจว่าเห็นดีเห็นงามด้วยกับพฤติกรรมเช่นนี้ ดีแต่เสี้ยมให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกในประเทศ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
จ่อฟันแกนนำม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 17.30 น. ที่บริเวณสวนสาธารณะประตูเมือง (สวนเรืองแสง) ริมถนนมิตรภาพ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น กลุ่มดาวดินสามัญชน ร่วมกับกลุ่มขอนแก่นพอกันที นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ได้กำหนดจัดกิจกรรม &amp;quot;ตามหา How To สู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน&amp;rdquo; โดยมีประชาชนและนักเรียนนักศึกษาเดินทางมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยนายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง หรือเซฟ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที กล่าวปราศรัยว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นที่จังหวัดขอนแก่นครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรก และจะมีครั้งต่อๆ ไป โดยจะมีนักเคลื่อนไหวที่เคยพูดตามข้างถนนหรือเวทีทั่วไป มาขึ้นเวทีวิชาการที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งจะเป็นเวทีชุมนุมปราศรัยกึ่งวิชาการ เพราะต้องการให้ประชาชนได้ความรู้ ไม่น่าเบื่อเหมือนเวทีชุมนุมที่ผ่านๆ มา ขณะนี้ยังเป็นข้อเรียกร้องเดิม ซึ่งเป็นความต้องการของประชาชนชาวอีสานกว่า 50% ต้องการปิดสวิตช์ ส.ว.ออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน กล่าวว่า ช่วงที่จะเดินทางออกจากบ้านดาวดินไปจัดกิจกรรมที่สวนเรืองแสง ประตูเมือง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบของ สภ.เมืองขอนแก่น กว่า 20 นาย ได้เดินทางมาที่บ้านดาวดิน โดยมาพูดคุยและขอความร่วมมือในเรื่องของการห้ามนำป้ายหรือสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาภายในงาน การจัดกิจกรรมที่สวนเรืองแสง ซึ่งตัวเองและเพื่อนๆ ไม่ได้คิดที่จะนำไป แต่การที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาที่บ้านดาวดินเพื่อห้ามนั้น มองว่าเป็นการคุกคาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน มีรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) เปิดเผยถึงการรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกลุ่มผู้ชุมนุม ตั้งแต่การชุมนุมที่สนามหลวงของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. กิจกรรมเรียก ส.ว.ลงหม้อ ซึ่งมีการเคลื่อนขบวนปราศรัยไปตามสถานที่ต่างๆ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. และการชุมนุมหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยทั้ง 3 กิจกรรมอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ว่าการกระทำทั้งหมดเข้าข่ายความผิดใด ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เนื่องจากมีทั้งผู้มาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนและที่ตำรวจทำคดีเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมชุมนุมที่สนามหลวง ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือออกหมายจับแกนนำคนใด และจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเข้าข่ายความผิดยุยงปลุกปั่นตามมาตรา 116 เท่านั้น ส่วนการชุมนุมที่รัฐสภา ยังไม่มี ส.ว. หรือ ส.ส. เป็นผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ แต่กรณีที่ผู้ชุมนุมลงไปบนพื้นผิวการจราจร และปิดเส้นทางเดินรถ เรื่องการรักษาความสะอาด และการใช้เครื่องขยายเสียง ก็จะต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เซ็นตั้งคณะทำงานคดีการชุมนุม มอบหมายให้ พล.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ควบคุมสำนวนการสืบสวนสอบสวนทั้งหมด และจะมีการนัดสรุปถอดบทเรียนในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจฟอร์ด เส้นทางสีแดง ของนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า มีคำถามว่าคนเสื้อแดงควรจะต่อสู้ร่วมกับนักศึกษาอย่างไรในอนาคต คำถามนี้เป็นคำถามที่ดีมาก คนเสื้อแดงได้ร่วมชุมนุมทางการเมือง กับนักศึกษามาหลายครั้ง แต่ที่ออกหน้าชัดเจนมากที่สุดคือวันที่ 19 กันยา.ที่ท้องสนามหลวง แต่อะไรเล่าคือข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดง ในอดีตคนเสื้อแดงได้ชื่อว่าต่อสู้เพื่อทักษิณ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ นักศึกษาได้ชูข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ซึ่งเป็นหัวใจของการแก้ปัญหาการเมืองไทยในระยะยาว ผมขอเรียกร้องให้คนเสื้อแดงให้ก้าวข้ามคุณทักษิณออกมายืนเคียงข้างนักศึกษา ชูกำปั้นขึ้นมาเปล่งเสียงคำว่า &amp;quot;#ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์&amp;quot; และ&amp;nbsp; &amp;quot;#เลิกหมอบกราบมนุษย์เราต้องเท่ากัน&amp;quot; เพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมืองที่มีมานานหลายปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง &amp;quot;ระดมสมองหาทางออกความขัดแย้ง&amp;quot; จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,263 คน ระหว่างวันที่ 23-25 กันยายน 2563 พบว่า 91.87% เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องช่วยกันหาทางออกของความขัดแย้ง โดยรัฐบาลต้องรับฟังอย่างจริงใจ 88.44%, ไม่ใช้ความรุนแรง 87.57%, ไม่สองมาตรฐาน&amp;nbsp; 82.03%, จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นทั่วประเทศ 74.19% และถอยคนละก้าว 69.36%
หนุนแก้ รธน.รายมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคน/กลุ่มที่ควรเป็นผู้นำในการหาทางออกคือ แกนนำ ตัวแทนกลุ่มต่างๆ 27.40%, นายกฯ 26.77%, ประชาชน 24.37%,&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาครัฐ 12.81%, นักเรียน นักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ 8.65% &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคาดหวังของประชาชน เห็นว่าการหาทางออกน่าจะสำเร็จ 75.12%, น่าจะไม่สำเร็จ 24.88
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง มหามิตรต่างชาติกับการแทรกแซงชาติไทย&amp;nbsp; กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,069 ตัวอย่าง&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 21-26 กันยายน 2563&amp;nbsp; พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.5 ระบุไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญของประชาชนปี 2540 เลย ในขณะที่ร้อยละ 2.5 เคยอ่านบางมาตรา และร้อยละ 16.0 เคยอ่านทั้งฉบับ, ร้อยละ 71.7 ระบุไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญของประชาชนปี 2560 เลย ในขณะที่ร้อยละ 2.1 เคยอ่านบางมาตรา และร้อยละ 26.2 เคยอ่านทั้งฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.3 ระบุจะแก้รัฐธรรมนูญเพราะฟังคนอื่นเขาว่ามาเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้อ่านด้วยตนเอง ในขณะที่ร้อยละ 14.7 ระบุอ่านด้วยตนเองอย่างละเอียด ครบถ้วน ทุกมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.6 ระบุถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญแก้ได้บางมาตรา แต่ห้ามแตะต้องล่วงละเมิดหมวด 1 และ 2 เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ เพียงร้อยละ 4.4 ระบุว่าแก้ไขได้ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 75.1 ระบุว่ามีต่างชาติแทรกแซงการเมืองภายในของประเทศไทย เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การชุมนุมม็อบต่างๆ ในขณะที่ร้อยละ 24.9 ระบุไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึงประเทศที่เป็นมหามิตรต่างชาติกับประเทศไทย ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ที่เข้าถึง เข้าใจ วัฒนธรรมไทย จิตใจของคนไทยแท้จริง พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 54.2 ระบุทั้งสองประเทศเป็นมหามิตรต่างชาติของไทย ในขณะที่ร้อยละ 22.5 ระบุประเทศจีน, ร้อยละ 15.6 ระบุสหรัฐอเมริกา และร้อยละ 7.7 ระบุไม่ใช่ทั้งสอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.5 ระบุทั้งสองประเทศเป็นมหามิตรต่างชาติของไทย ในขณะที่ร้อยละ&amp;nbsp; 23.2 ระบุประเทศจีน และร้อยละ 18.3 ระบุสหรัฐอเมริกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงประเทศที่เป็นมหามิตรต่างชาติกับ ประเทศไทย ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ที่ควรเข้ามาทำโครงการสนับสนุนส่งเสริมความจงรักภักดีของคนไทยทั้งประเทศต่อสถาบันหลักของชาติ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 52.8 ระบุทั้งสองประเทศควรเข้ามา ในขณะที่ร้อยละ 17.7 ระบุว่าสหรัฐอเมริกาควรเข้ามาทำโครงการสนับสนุน ส่งเสริมความจงรักภักดีของคนไทยทั้งประเทศต่อ สถาบันหลักของชาติ,&amp;nbsp; ร้อยละ 16.3&amp;nbsp; ระบุเป็นประเทศจีน และร้อยละ 13.2 ระบุไม่ใช่ทั้งสองประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78813</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญาติวีรชนพฤษภา 35, พปชร., พฤษภา 35, รัฐบาล-ส.ว., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้รัฐธรรมนูญ, แก้รายมาตรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f70991e91f2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไพบูลย์จ่อยื่นชวน! สกัดญัตติฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แนวรบแก้ รธน.ระอุ &amp;quot;พลังประชารัฐ&amp;quot; ขวางญัตติแก้ไขรธน.ฝ่ายค้านที่ยื่นแก้รายมาตรา 4 ฉบับ &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; นำทีมยื่นประธานรัฐสภา อ้างพบมีรายชื่อ ส.ส.เซ็นซ้ำกับร่างแก้ 256 พิงคำตัดสินศาล รธน.หวังเตะสกัด สภาสูงได้แนวร่วมแล้ว นิด้าโพลเผย คนเห็นด้วย ส.ว.โหวตปิดสวิตช์ตัวเองเลือกนายกฯ แต่หนุนให้สภาสูงแก้รายมาตรามากกว่าตั้ง ส.ส.ร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวก่อนถึงวันประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วง 23-24 กันยายนที่จะถึงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 13 ก.ย. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า วันที่ 14 ก.ย. เวลา 10.30 น. จะยื่นเรื่องคัดค้านการบรรจุญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา 4 ฉบับของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ยื่นเมื่อวันที่ 10 ก.ย. เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เนื่องจากตรวจสอบพบว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมดังกล่าวมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เหตุเพราะมีการลงลายมือชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 4 ฉบับซ้ำกันกับฉบับเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 1 ฉบับ ซึ่งประธานรัฐสภาได้สั่งบรรจุร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภาแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวว่า เรื่องนี้มีลักษณะเป็นอย่างเดียวกันกับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ในคำสั่งที่ 5/2563 เกี่ยวกับการลงลายมือชื่อซ้ำของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้เสนอคำร้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ และเห็นว่าหากมีการบรรจุร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 4 ฉบับเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภา ทั้งที่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญดังกล่าวข้างต้น จะเกิดปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง โดยรายละเอียดต่างๆ จะแถลงในวันที่ยื่นเรื่อง
&amp;quot;สมเจตน์&amp;quot;สวนกลับสภาทาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า คิดว่าไม่ต้องปิดสวิตช์ ส.ว. เพราะการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นเรื่องของพรรคการเมือง ส.ว.เสนอชื่อไม่ได้ ถ้าพรรคการเมืองไหนไม่ต้องการให้ใครเป็นนายกฯ ก็อย่าเสนอชื่อเขาเข้าไป พรรคไหนไม่อยากได้ใครเป็นนายกฯ ก็อย่าไปร่วมกับเขาจัดตั้งรัฐบาล แค่นี้ก็จบแล้ว ส.ว.ไม่มีน้ำยาหรอก อย่าเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง อย่างไรก็ตาม กรณีเผด็จการรัฐสภาหรือสภาทาส ในปี 2556 พรรคร่วมรัฐบาลสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ในมาตรา 111 เรื่องที่มาของ ส.ว. ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาในครั้งนั้น พรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.บางส่วนใช้มติเสียงข้างมากปิดปากไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปราย รัฐสภาถูกกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา และฝ่ายค้านคือ ส.ส.ประชาธิปัตย์วางพวงหรีดประณามรัฐสภาว่าเป็นสภาทาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ดังนั้นรัฐธรรมนูญ 2560 จึงบัญญัติให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เสียงเห็นชอบกึ่งหนึ่งของรัฐสภา ในจำนวนเสียงเห็นชอบนี้ ต้องมีเสียง 1 ใน 3 ของ ส.ว. และ ส.ส.ฝ่ายค้านร้อยละ 20 เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน เป็นการแก้ปัญหาเผด็จการรัฐสภาและสภาทาส วันนี้ลืมกันแล้วหรือ จึงจะแก้ไขตัดเสียงเห็นชอบของ ส.ว. และ ส.ส.ฝ่ายค้านออกกลับไปให้เป็นสภาทาสเหมือนเดิม&amp;quot; พล
.อ.สมเจตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า แก้รัฐธรรมนูญตั้ง ส.ส.ร. คำตอบอยู่ที่ประชาชน 51.2 ล้านคน! ไม่ใช่แค่ ส.ส./ส.ว. 750 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเห็นดังกล่าวมีรายละเอียดว่า &amp;ldquo;ถามประชาชน 16.8 ล้านคนหรือยัง&amp;rdquo; ช่วงนี้จะได้ยินได้เห็นประโยคทำนองนี้บ่อยหน่อย นี่เป็นการแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่มาจากผลการลงประชามติ 7 สิงหาคม 2559 ด้วยเสียง 16.8 ล้านเสียง โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมให้มี ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ เรื่องนี้ต้องไปถามประชาชนผ่านการออกเสียงประชามติอยู่แล้ว และเพราะเหตุนี้แหละผมจึงตัดสินใจได้ไม่ยากนักว่าจะโหวตในวันที่ 24 กันยายนเห็นชอบกับญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้มีการตั้ง ส.ส.ร. ขออนุญาตย้ำข้อมูล ณ ที่นี้อีกครั้งว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 256 ให้ตั้งส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ไม่ได้จบลงที่ผลโหวตในรัฐสภา แต่มีกระบวนการบังคับที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงเป็นอื่นได้ ต้องนำไปถามให้ประชาชนตัดสินใจตอบโดยตรงผ่านการออกเสียงประชามติก่อนว่าจะเห็นชอบด้วยหรือไม่ ถ้าคำตอบออกมาเป็นว่าเห็นชอบด้วย การแก้รัฐธรรมนูญให้ตั้ง ส.ส.ร.จึงจะมีผล ถ้าคำตอบออกมาเป็นว่าไม่เห็นชอบด้วย ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะตกไป ไม่มี ส.ส.ร. ไม่มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ&amp;quot; นายคำนูณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภาผู้นี้ให้ความเห็นอีกว่า ประชาชนที่จะตอบคำถามนี้ก็ไม่ใช่แค่ 16.8 ล้านคนที่ลงมติเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อ 4 ปีก่อนเท่านั้น แต่เป็นการถามประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมดราว 51.2 ล้านคน (ตัวเลขโดยสังเขปจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด 24 มีนาคม 2562) นี่แหละคือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ผมตัดสินใจว่าจะโหวตเห็นชอบกับญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้มีการตั้ง ส.ส.ร.เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ทั้งที่ก็เห็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน แต่ไม่อาจหาเหตุผลใดมาตอบคำถามได้จริงๆ ว่าเหตุใดจึงจะต้องไปโหวตคัดค้านตั้งแต่ต้นในรัฐสภา ทั้งๆ ที่คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ประชาชนทั้งประเทศ ในเมื่อผมยอมรับผลการประชามติ 7 สิงหาคม 2559 เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 ด้วยเสียง 16.8 ล้านเสียง และนำไปกล่าวอ้างเสมอมาว่าเป็นการตัดสินใจโดยตรงจากประชาชน เป็นความถูกต้องชอบธรรมที่จะล้มล้างกันง่ายๆ ไม่ได้...ผมจะเป็นคนกลับกลอกสองมาตรฐานทันทีเลยละ ถ้าไม่ยอมรับผลการตัดสินใจโดยตรงจากประชาชนหลังจากรัฐสภาเห็นชอบแล้ว โดยถ้าผมโหวตไม่เห็นชอบหรืองดออกเสียง เป็นเหตุให้เสียงเห็นชอบของส.ว.มีไม่ถึง 84 เสียง ทำให้ญัตติตกไปตั้งแต่ชั้นรัฐสภา ไม่ต้องไปถามประชาชน ก็จะมีค่าเท่ากับไปขวางทางการตัดสินใจโดยตรงของประชาชนทั้งประเทศ เป็นประชาชนทั้งประเทศอายุ 18 ปีขึ้นไปผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนเฉพาะกลุ่มที่ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านการเรียกร้องการชุมนุมไม่ว่าสนับสนุนหรือต่อต้านเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเป็นใคร? ผมจะถือสิทธิอะไรไปขวางทางการตัดสินใจโดยตรงของประชาชน 51.2 ล้านคน? ไม่เพียงแต่เท่านั้น ญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการตั้ง ส.ส.ร. หากผ่านประชามติจากประชาชนแล้ว ยังจะต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.โดยตรงทั่วประเทศอีก 150- 200 คน และหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้วยังอาจจะต้องไปทำประชามติอีกครั้งหนึ่ง สรุปรวมความได้ว่า แม้รัฐสภาจะลงมติเห็นชอบกับญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้ตั้ง ส.ส.ร. แต่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ต้องผ่านกระบวนการให้ประชาชน 51.2 ล้านคนมาลงคะแนนลับหย่อนลงหีบบัตรเลือกตั้งอีก รวมแล้ว 2-3 ครั้ง ไม่ได้จบที่ผลโหวตในรัฐสภาโดย ส.ส./ส.ว. 750 คนเท่านั้น ประชาชน 16.8 ล้านคนที่ลงมติเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 เมื่อ 4 ปีก่อนได้สิทธิตอบแน่นอน&amp;quot; นายคำนูณย้ำไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้ต้องมี 3 เงื่อนไขประกอบกัน นั่นคือ 1.ต้องใช้เวทีสภาแสวงหาความเห็นร่วมกันให้ได้ เพราะถ้าขาดเสียงฝ่ายค้าน 20% หรือขาดเสียงวุฒิ 1 ใน 3 การแก้ รธน.ก็สำเร็จตามมาตรา 256 ไม่ได้ จึงเสนอว่าให้วิปของพรรคประชาธิปัตย์ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เร่งไปหารือกับวิปรัฐบาล เพื่อประสานงานกับวิปฝ่ายค้านและวิปวุฒิสภา เพื่อหาความสอดคล้องต้องกันว่ามีประเด็นใดที่เห็นตรงกันบ้าง อะไรที่เห็นต่าง อะไรที่จะปรับหันหน้าเข้าหากันได้ เพื่อหาทางให้แก้รัฐธรรมนูญเดินหน้าต่อไปได้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง เพราะความเห็นพ้องในรัฐสภาเป็นเรื่องจำเป็น ไม่เช่นนั้นก็แก้ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอีกว่า 2.การแก้รัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้ประชาชนต้องเห็นพ้องด้วย เพราะเขาเป็นเจ้าของประเทศและเมื่อผ่านรัฐสภาแล้วต้องเอาไปทำประชามติถามประชาชน ถ้าประชามติไม่ผ่านก็แก้ไม่ได้ และ 3.ทุกฝ่ายต้องจริงใจ ต้องตั้งเป้าหมายร่วมกันว่าประเด็นการแก้ไขธรรมนูญ ต้องไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง แต่เป็นประเด็นที่ต้องจับมือร่วมใจกัน หวังให้เกิดการแก้ไขได้จริงเท่านั้น ถ้าไม่ครบสามเงื่อนไขนี้ ก็ยากที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้ สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ต้องการเห็นการแก้ รธน.บังเกิดผลสำเร็จได้จริง โดยจะใช้กลไกวิปของพรรคและวิปรัฐบาลในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเป็นตัวขับเคลื่อน
โพลหนุนให้สว.แก้รายมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียกวันนี้ ศูนย์สํารวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสํารวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;จะมี ส.ว.ต่อไปดีไหม?&amp;rdquo; ทําการสํารวจระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จํานวน 1,317 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เพื่อยกเลิกอํานาจสมาชิกวุฒิสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสํารวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เพื่อยกเลิกอํานาจของ ส.ว. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พบว่า ร้อยละ 61.27 ระบุว่าเห็นด้วยมาก, ร้อยละ 16.48 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 8.96 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย, ร้อยละ 13.21 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย และร้อยละ 0.08 ระบุว่าเฉยๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นของผู้ที่ตอบเห็นด้วยมากและค่อนข้างเห็นด้วยต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงแค่มาตรา 272 เพื่อยกเลิกอํานาจ ส.ว. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และหลังจากนั้นให้มีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ พบว่า ร้อยละ 69.27 ระบุว่าเห็นด้วยมาก, ร้อยละ 15.90 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 6.24 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย, ร้อยละ 7.22 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย และร้อยละ 1.37 ระบุว่าเฉยๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สําหรับสิ่งที่ ส.ว.ควรดําเนินการเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 54.75 ระบุว่าควรสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา รองลงมา ร้อยละ 30.37 ระบุว่าควรสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ด้วยการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.), ร้อยละ 10.70 ระบุว่าไม่ควรสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกรูปแบบ และร้อยละ 4.18 ระบุว่าเฉยๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความจําเป็นต้องมี ส.ว.ในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาของประเทศไทย พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 38.27 ระบุว่าจําเป็นต้องมี ส.ว. เพราะเพื่อเป็นการถ่วงดุลทางการเมือง ควบคุม/ตรวจสอบการทํางานของ ส.ส. กลั่นกรองกฎหมายสําคัญต่างๆ และการได้มาของ ส.ว. ต้องเป็นการเลือกตั้งจากประชาชนเพื่อเข้ามาเป็ น ส.ว. เท่านั้น ขณะที่ร้อยละ 31.66 ระบุว่าไม่จําเป็นต้องมี ส.ว. เพราะไม่มีผลงานที่เด่นชัด ไม่มีบทบาทการทํางานที่ชัดเจน สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน และมี ส.ส.ก็เพียงพอกับประชาชนแล้วจึงไม่จําเป็นต้องมี ส.ว. และร้อยละ 30.07 ระบุว่ามีหรือไม่มี ส.ว.ก็ได้ เพราะประชาชนยังไม่เห็นการทําหน้าที่และผลงานของ ส.ว.ที่ชัดเจน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77335</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลังประชารัฐ, รัฐสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้รัฐธรรมนูญ, แก้รายมาตรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200913/image_big_5f5e2e8278be8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
