<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก้หนี้นอกระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แม้จะไม่มีตำแหน่งทางการเมือง แต่ &amp;quot;อ้น&amp;quot; ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็ยังมุ่งมั่นทำงานในพื้นที่เสมือนกับเป็น ส.ส. ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือชาวบ้านในทุกมิติ ยิ่งโดยเฉพาะช่วงวิกฤติโควิด เรียกว่าทำงานแบบไม่มีวันหยุดเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากงานรูทีนในพื้นที่แล้ว ยังทำหน้าที่สอดส่องและร่วมแก้ปัญหาในภาพรวม อย่างเช่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาหนี้นอกระบบ หลัง &amp;quot;อ้น&amp;quot; ออกมาเปิดเผยข้อมูลถึงขบวนการแอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบที่อาศัยวิกฤติโควิดซ้ำเติมชาวบ้าน หักค่าธรรมเนียมเงินกู้ถึง 42% และมีคนตกเป็นเหยื่อจำนวน 7 หมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. บุกทลายแก๊งปล่อยเงินกู้นอกระบบผ่านแอปพลิเคชันเงินกู้ดอกเบี้ยโหดดังกล่าวเป็นผลสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ทิพานัน&amp;quot; กล่าวว่า การแก้ปัญหาของ สตม.ยังสอดคล้องกับนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มภายใน 6 เดือน รวมทั้งแก้ปัญหาเงินกู้นอกระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนี้จะเดินหน้าให้ข้อมูลและความรู้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตจอมทอง-ธนบุรี เกี่ยวกับการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบและกระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้สินของพี่น้องประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และเพื่อให้ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนดีขึ้นเป็นลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;อ้น&amp;quot; ฝากทิ้งท้าย สำหรับประชาชนสามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบที่ผิดกฎหมายได้โดยตรงที่ สายด่วน สตช. โทร. 1599 ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สตช. โทร. 0-2255-1898 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์การกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรมของ สตช. สายด่วน 1155 ศูนย์ดำรงธรรม 1567 ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สายด่วน 1359 ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม โทร. 0-2575-3344 หรือสามารถร้องเรียนมาที่เพจของ Onn-Tipanan Sirichana. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;ช่างสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107117</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ช่างสงสัย, แก้หนี้นอกระบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg   </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ประวิตร’ตีมึน โฉนดแหกตา! ศรีฟ้องผู้ตรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; ตีมึนไม่รู้ปัญหาคืนโฉนดแล้วถูกยึดคืน เชื่อมีแค่ส่วนน้อย เพราะแจกไปกว่า 2 หมื่นฉบับ &amp;ldquo;ศรีสุวรรณ&amp;rdquo; จัดหนักทันที ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินขุดคุ้ยโฉนดแหกตา ไม่มีกฎหมายรองรับพ่วงอ้างเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;นิพิฏฐ์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีชาวบ้านจากจังหวัดต่างๆ กว่า 30 ราย เดินทางมาร้องทุกข์ที่จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ระบุถึงการแก้หนี้นอกระบบของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปฉช.ตร.) ซึ่งได้นำโฉนดที่ดินมาคืนให้กับประชาชนที่เป็นหนี้จริง แต่ภายหลังกลับถูกริบโฉนดที่ดินคืน ว่าได้สั่งให้ตำรวจไปตรวจสอบดูแล้ว คงต้องรอ
เมื่อสอบถามว่า เรื่องดังกล่าวเกิดจากปัญหาอะไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี เราแจกโฉนดไปกว่า 2 หมื่นฉบับ อาจมีบ้างที่ผิดพลาด และไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีปัญหานี้ ไม่ได้ถาม เพราะชาวบ้านเขาเพิ่งมาเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.
ถามต่อว่า แสดงว่าประชาชนที่มาร้องเรียนถือเป็นส่วนน้อยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นิดหน่อย และไม่ต้องมีการตรวจสอบโฉนดเก่าๆ ที่เราเคยแจกไป เขารับไปถูกต้องหมดแล้ว
เมื่อถามอีกว่า ได้กำชับในเรื่องนี้เป็นพิเศษหรือไม่ว่าต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาต้องดู และเขาก็มีคณะกรรมการตรวจสอบอยู่ 6 คณะ และมีอัยการคุ้มครองสิทธิ์เป็นประธานดูแลอยู่
เมื่อถามว่า โครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ยังเดินหน้าต่อไปหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องดูรัฐบาลชุดหน้าว่าจะให้ใครทำต่อ เมื่อถามย้ำว่า หากกลับมาเป็นรองนายกฯ ต่อ จะเดินหน้าเรื่องดังกล่าวต่อหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ยังไม่รู้ ให้ใครทำยังไม่รู้เลย อย่าไปถามข้างหน้า เพราะตอบไม่ถูก
ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เข้ายื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี พล.อ.ประวิตรร่วมกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เปิด ศปฉช.ตร.และร่วมกันนำโฉนดที่ดินมาคืนให้กับประชาชนที่เป็นหนี้ โดยแลกเปลี่ยนกับการไม่ดำเนินคดีกับเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบว่า เป็นการกระทำที่ไม่มีบทบัญญัติในกฎหมายใดรองรับ และที่ผ่านมานายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ตั้งข้อสังเกตว่ามีการจัดฉากเพื่อแหกตาประชาชน แจกโฉนดแล้วเรียกคืนในภายหลัง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;กรณีนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไป จึงยื่นเรื่องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ใช้อำนาจแสวงหาข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำที่นอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ หากพบความผิด ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปยังศาลปกครองให้พิจารณาวินิจฉัยโดยเร็ว&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณระบุ
ทั้งนี้ นายนิพิฏฐ์ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.โดยระบุว่า มีหน่วยงานหนึ่งแก้ปัญหากู้ยืมเงินผิดกฎหมายด้วยการคิดดอกเบี้ยสูงและยึดโฉนดไว้เป็นประกัน มีการไล่จับนายทุนเงินกู้และสร้างภาพว่ายึดโฉนดได้คราวละมากๆ และสร้างภาพให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลเป็นประธานมอบโฉนดคืนให้ชาวบ้าน โดยมีหลายกรณีเป็นการสร้างภาพหลอกผู้ใหญ่ในรัฐบาล เพื่อสร้างภาพว่าเป็นการกู้ยืมจำนวนมาก และยึดโฉนดไว้มาก จากนั้นสร้างภาพด้วยการเชิญนายมาเป็นประธานมอบโฉนดคืนให้ชาวบ้าน บางครั้งคนระดับรองนายกฯ ได้รับเชิญไปเป็นประธานบ่อยๆ รองนายกฯ ก็โดนแหกตาไปด้วย นายตำรวจที่ทำเรื่องนี้ก็โตเอาๆ
ด้านนายวทัญญู ทิพยมณฑา รองเลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าคำร้องของนายศรีสุวรรณขอให้ผู้ตรวจการแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งอยู่ในอำนาจที่จะรับเรื่องไว้ โดยผู้ตรวจฯ จะแสวงหาข้อเท็จจริงด้วยความรอบคอบและถูกต้องเป็นหลัก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39718</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน, ศรีสุวรรณ จรรยา, ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน, หนังสือพิมพ์, แก้หนี้นอกระบบ, โฉนดแหกตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d162d25a66e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านเฮ! &#039;บิ๊กป้อม&#039; คืนโฉนดที่ดินกว่า 2 พันฉบับ ช่วยปลดทุกข์หนี้นอกระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ. 62 - พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;พร้อมคณะได้เดินทางไปราชการพื้นที่ภาคอีสาน ณ มหาวิทยาลัยสารคาม จ.มหาสารคาม เพื่อร่วมกับส่วนราชการต่างๆ มอบทรัพย์สินส่งคืนให้ประชาชน จากมาตรการบังคับใช้กฎหมายขับเคลื่อนแก้ปัญหาหนี้นอกระบบพร้อมกันทั่วประเทศ เป็นครั้งที่ 8 จำนวน 2,470 ราย เป็นโฉนดที่ดิน 2,304 ฉบับ เนื้อที่รวมกว่า 5,707 ไร่ รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ มูลค่าทั้งสิ้น 1,334 ล้านบาท ท่ามกลางรอยยิ้มแห่งความสุขและความหวังโดยทั่วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร กล่าวขอบคุณทุกส่วนราชการที่พยายามขับเคลื่อนแก้ปัญหา ทั้งการเจรจาไกล่เกลี่ย และการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชนของตำรวจ ซึ่งบังคับใช้กฎหมาย สามารถไกล่เกลี่ย ส่งคืนทรัพย์สินให้กับประชาชนพร้อมกันทั่วประเทศแล้ว จำนวน 8 ครั้ง เกือบ 20,000 ราย มูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า &amp;nbsp;20,500 ล้านบาท เป็นโฉนดที่ดิน 16,004 ฉบับ พื้นที่เกือบ &amp;nbsp;48,000 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.กห. กล่าวว่า หนี้นอกระบบเป็นกับดักความยากจนของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก หลายครอบครัวต้องใช้ชีวิตทนทุกข์ จมกองหนี้มานาน ไม่เหลือแม้บ้านพักอาศัย ทรัพย์สินและที่ดินทำกิน ความพยายามแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล ต้องการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะกลุ่มชาวบ้านผู้มีรายได้น้อยและขาดโอกาส ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าหนี้นอกระบบที่มีอิทธิพลท้องถิ่นมานาน พร้อมย้ำว่า เราจะไม่ทิ้งกันและจะต่อสู้กับความไม่ถูกต้องไปด้วยกัน โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งลงพื้นที่ คลี่คลายความเดือดร้อนของประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังรอการช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30147</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหม, คืนโฉนดที่ดิน, บิ๊กป้อม, แก้หนี้นอกระบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190228/image_big_5c775fefcdffb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ภาค 5 มอบโฉนดที่ดินให้ปชช.ภาคเหนือ346ราย คืนทรัพย์สินรวม454ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.61 -ที่ลานอินทนนท์ ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ. 5 พร้อมด้วย นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และผู้แทนจังหวัดภาคเหนือตอนบน ตลอดจนตัวแทนหน่วยงาน ทหาร ฝ่ายปกครอง ที่ดินจังหวัด และผู้เกี่ยวข้องร่วมทำพิธีส่งมอบคืนโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนในเขตรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 5 ตามนโยบายของรัฐบาลโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบเป็นปัญหาหลักของประเทศและถือเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว และตามสั่งการ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ดำเนินการสืบสวน รวบรวมหลักฐานเพื่อทราบพฤติกรรมนายทุนและดำเนินการตามกฏหมาย โดยมีศูนย์ปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน เพื่อให้คำแนะนำช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย พร้อมประสานหน่วยงานอื่น ช่วยไกล่เกลี่ยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าหนี้และลูกหนี้ภายใต้ยุทธการ &amp;quot;ขุดรากถอนโคน ทำบ้านเมืองน่าอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาได้ส่งมอบคืนโฉนดและทรัพย์สินที่ยึดคืนมอบแก่ประชาชนไปครั้งแรกและครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2/2561 ส่งมอบโฉนดที่ดินคืนประชาชน เพื่อเป็นการคืนความสุขให้แก่ประชาชน คืนที่ดินทำกินคืนที่พักอาศัยให้กับประชาชน บรรเทาความเดือดร้อนลงได้ และแก้ไขปัญหาเอารัดเอาเปรียบ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งผลการดำเนินการของศูนย์สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยคืนโฉนดที่ดินครั้งนี้ได้จำนวน 346 ราย คืนโฉนดที่ดินให้ลูกหนี้จำนวน 327 ฉบับ รวมเนื้อที่ 431 ไร่ 2 งาน 92 ตารางวา และทรัพย์สินอื่นๆทั้งรถยนต์ 11 คัน จักรยานยนต์ 19 คันและทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่าประมาณ 454,915,275.00 บาท
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18031</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนโฉนดที่ดิน, จ.เชียงใหม่, ช่วยลูกหนี้เชียงใหม่, นายทุนเงินกู้นอกระบบ, ปราบปรามฉ้อโกงทรัพย์สิน, แก้หนี้นอกระบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba337df92478.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง! ชัยนาทมีคนจนลงทะเบียนเป็นหนี้นอกระบบ458ล้านบาท เฉลี่ย7.1หมื่นต่อคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;เจ้าหนี้และลูกหนี้นอกระบบในจังหวัดชัยนาทจำนวนกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ราย เดินทางไปเข้าร่วมเวทีไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบ ที่ทางคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยและประนอมหนี้นอกระบบประจำจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ร่วมกับทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อให้เจ้าหนี้และลูกหนี้ได้พูดคุยเจรจาปัญหาหนี้สิน โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด สำหรับจัดการปัญหาหนี้สินนอกระบบให้มีประสิทธิภาพ เหมาะสมและเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนตรี สิงหะ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดชัยนาท ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยและประนอมหนี้นอกระบบประจำจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;การดำเนินการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบ ระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้เป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนการเจรจานั้น ผู้ไกล่เกลี่ยจะสอบถามคู่กรณีถึงยอดเงินที่ลูกหนี้กู้ยืมเจ้าหนี้ ว่ามีจำนวนเท่าไร คิดดอกเบี้ยและผ่อนชำระอย่างไร รวมทั้งปัญหาที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้&amp;nbsp;จากนั้นจะให้คู่กรณีตกลงว่าจะมีการลดเงินต้น หรือลดดอกเบี้ยลงอย่างไร รวมถึงเกณฑ์การชำระหนี้&amp;nbsp;หากตกลงกันได้ ก็จะทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามข้อตกลงกับคณะกรรมการไกล่เกลี่ยฯ นอกจากนี้ หากลูกหนี้รายใดมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ในการขอสินเชื่อกับธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ก็สามารถยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร เพื่อนำไปชำระหนี้นอกระบบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จังหวัดชัยนาทมีผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้นอกระบบ ลงทะเบียนไว้มีจำนวน&amp;nbsp;6,422&amp;nbsp;ราย มูลหนี้ทั้งสิ้น&amp;nbsp;458.27&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หรือเฉลี่ย&amp;nbsp;71,358.72&amp;nbsp;บาทต่อราย&amp;nbsp; โดยมีผู้สมัครใจเข้าร่วมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้แล้วจำนวนกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ราย สามารถจัดการมูลหนี้นอกระบบได้กว่า&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18017</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, นายมนตรี สิงหะ, อัยการจังหวัดชัยนาท, แก้หนี้นอกระบบ, ไกล่เกลี่ยประนอมหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba30bcfa2d0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; กำชับนโยบายแก้หนี้นอกระบบอย่าโดดเดี่ยวชาวบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.61 เวลา 10.00 น. พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กห.และคณะ&amp;nbsp;ได้เดินทางไปมอบนโยบายและติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนแก้ปัญหาหนี้นอกระบบในพื้นที่ภาคอีสานที่จ.อุดรธานี โดยภาพรวมจากการสำรวจและรับแจ้งจากประชาชน&amp;nbsp;พบข้อมูลประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานมีสถานะเป็นลูกหนี้นอกระบบจำนวน 5.6 แสนคน หรือ กว่าครึ่งหนึ่งของผู้เป็นหนี้นอกระบบทั้งประเทศจำนวนกว่า&amp;nbsp;9 แสนราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นประชาชนและเกษตรกรที่มีรายได้น้อยไม่เพียงพอ ต้องการกู้เงิน เพื่อความจำเป็นในการใช้จ่ายลงทุนประกอบอาชีพ หรือกู้ฉุกเฉิน เพื่อการศึกษาและรักษาพยาบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ จึงกู้หรือหยิบยืมผ่านนายทุนนอกระบบ ที่ทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบ ไม่เป็นธรรม จนเกิดภาระทางกฎหมายและสูญเสียทรัพย์สิน โดยเฉพาะที่ดินทำกิน บ้านพักอาศัย หรือเครื่องมือทำการเกษตร และยังเกิดภาระทางการเงินที่ต้องผ่อนชำระหนี้เกินกำลัง พร้อมกับต้องพบกับการติดตามทวงหนี้ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการข่มขู่ การใช้ความรุนแรงหรือทำให้อับอาย ซึ่งส่งผลต่อสภาวะจิตใจและคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากรายงานความคืบหน้าในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบทั้งประเทศปัจจุบัน&amp;nbsp;สามารถร่วมเจรจาไกล่เกลี่ย ทำข้อตกลงประนอมและปรับโครงสร้างหนี้กับทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้แล้ว รวม 209,538 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันได้ร่วมกันใช้มาตรการทางกฎหมายกับเจ้าหนี้นอกระบบ ผ่าน &amp;ldquo;ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน&amp;rdquo; ที่จัดตั้งขึ้น ณ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยปัจจุบัน ได้ร่วมกันดำเนินการและสามารถนำกลับมาซึ่งทรัพย์สินของประชาชน จากสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เป็นโฉนดที่ดินกว่า 7,000 ไร่ และรถยนต์จำนวนมาก มูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กห. กล่าวย้ำว่า รัฐบาลปัจจุบันมิได้ละเลยต่อปัญหาดังกล่าว โดยกำลังเข้าไปแก้ไขปัญหาฐานรากและถือเป็นวาระสำคัญในยุทธศาสตร์ชาติ &amp;ldquo;ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&amp;rdquo; ที่ต้องขับเคลื่อนแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางสังคมอย่างจริงจังและต่อเนื่องกันไปเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและให้ทุกคนสามารถลุกขึ้นยืนและเดินหน้าเข้มแข็งไปด้วยกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกฯได้มอบหมายให้หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายเศรษฐกิจและฝ่ายกฎหมาย ได้ร่วมกันแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากหนี้นอกระบบ ซึ่งกำลังดำเนินการร่วมกัน ทั้งมาตรการเจรจาไกล่เลี่ย และมาตรการทางกฎหมายควบคู่กันไปอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ได้กล่าวชื่มชมและเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่พยายามทำงานหนักร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;โดยกำชับว่า อย่าโดดเดี่ยวประชาชน ให้ทุกฝ่ายใช้กลไกระดับภาคและจังหวัด สำรวจและรับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากหนี้นอกระบบที่ทะยอยแจ้งเพิ่มเติม พร้อมทั้งให้ขับเคลื่อนแก้ปัญหาร่วมกันอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;โดยประสานข้อมูลและทำงานร่วมกันให้เป็นผลอย่างจริงจังต่อเนื่องกันไป ทั้งการไกล่เกลี่ยและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ให้ทะยอยส่งคืนทรัพย์สิน โดยเฉพาะที่ดินทำกินให้กับประชาชนทั่วประเทศเป็นระยะๆเพื่อให้ประชาชนกลับมามีที่ดินทำกินของตนเองได้ดังเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้น รองนรม.และรมว.กห.ได้ร่วมพิธีส่งมอบโฉนดที่ดิน กลับคืนให้กับประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบในพื้นที่ภาคอีสาน จำนวน 1,778 คน เป็นโฉนดที่ดิน จำนวน 1,523 ฉบับ รวม 6,309 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งในวันเดียวกันนี้ ในทุกจังหวัด ได้กระทำพิธีมอบทรัพย์สินคืนให้กับประชาชน 2,287 คนพร้อมๆกันทั่วประเทศในภาพรวม เป็นโฉนดที่ดินกว่า 7,000 ไร่ และรถยนต์จำนวนมาก มูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15527</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนโฉนดที่ดิน, ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์การกู้ยืมเงิน โดยสัญญาไม่เป็นธรรม, อุดรธานี, แก้หนี้นอกระบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b75135a43547.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เปิดประชุมประเทศลุ่มน้ำโขง ขอเอกชน-นักวิชาการหยุดขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.61 - ที่โรงแรมเซนทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นประธานเปิดการประชุม &amp;ldquo;CLMVT FORUM 2018&amp;rdquo; พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;การทะยานสู่อนาคตของภูมิภาค CLMVT ด้วยเทคโนโลยี (Taking-Off Through Technology)&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลไทยมีความยินดีที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม CLMVT Forum 2018 เพื่อขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเพื่อสร้างเครือข่ายของผู้นำทางธุรกิจ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ และเยาวชนคนรุ่นใหม่ในภูมิภาค CLMVT ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนโลก เพื่อส่งเสริมความเจริญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประเทศไทยยึดมั่นในหลักการ stronger together โดยการเคารพและเกื้อกูลกัน รวมถึงการกระจายโอกาสให้ทั่วถึง ดังนั้น CLMVT ควรมีเวทีหารือทิศทางอนาคตร่วมกัน และประสานเสียงกันเพื่อร่วมมือกับนานาประเทศโดยรอบ ซึ่งเวที CLMVT Forum จะเป็นการหารือความร่วมมือในการขับเคลื่อนการส่งเสริมความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อภายใน CLMVT ด้วยการนำของภาคเอกชนและวิชาการเป็นหลัก เพื่อปรับตัวรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีมีผลกระทบเป็นอย่างมากต่อการผลิตสินค้า โดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถช่วยทำให้ธุรกิจสร้างสรรค์สินค้า และบริการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าเฉพาะรายได้มากขึ้น และรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน และในบริบทของ CLMVT เทคโนโลยีสามารถถูกนำมายกระดับภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปตลอดห่วงโซ่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของเกษตรกร พร้อมควรส่งเสริมการค้ารูปแบบใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันกลุ่มประเทศ CLMVT ควรสร้างเครือข่าย และพัฒนาผู้ประกอบการ ในเรื่องทักษะทางการค้าในยุคดิจิทัลร่วมกัน พร้อมทั้งมีการส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมด้านการค้าแบบดิจิทัลร่วมกันทั้งภูมิภาค ซึ่งรวมถึงการมีแพล็ตฟอร์ม e-commerce ของภูมิภาค การมีระบบขนส่งโลจิสติกส์ การชำระเงินข้ามพรมแดน และความสอดคล้องของมาตรฐานและระบบปฏิบัติการระหว่างประเทศ ซึ่งระบบที่มีประสิทธิภาพนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากจะเพิ่มบทบาทแพล็ตฟอร์ม e-commerce ของภูมิภาคแล้ว ยังสามารถเชื่อมโยงและขยายตลาดออนไลน์ให้สินค้าและบริการของ CLMVT กับ Global E-Marketplace ของต่างประเทศด้วย นอกจากการสร้างความเข้มแข็งไปด้วยกันภายในภูมิภาค CLMVT ในเรื่องเศรษฐกิจใหม่ และ Digital Economy เราต้องไม่ลืมที่จะแสวงหาและพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ กับประเทศที่มีศักยภาพนอกกลุ่ม เช่น จีน ญี่ปุ่น อเมริกา ยุโรป ฯลฯ ซึ่งมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ก้าวหน้ากว่k&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคเอกชนและนักวิชาการ ซึ่งปัญหาความขัดแย้งต่างๆ รวมถึงความไม่เข้าใจขอให้เคลียร์กันให้ได้ เพราะหากมีความไม่เข้าใจก็จะไปกันไม่ได้และขัดแย้งกันตลอด ขณะเดียวกันต้องทำความเข้าใจในเรื่องของกฎหมายว่าออกมาเพื่อใคร ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ผู้ที่มีรายได้มากหรือคนรวย ขณะเดียวกันรัฐบาลพยายามหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบของเกษตรกร ทั้งนี้อยากให้ประเทศ CLMVT ช่วยกันหาทางออกในเรื่องผลผลิตทางการเกษตรชนิดเดียวกัน ที่ออกมาพร้อมๆกัน ว่าจะทำอย่างไรให้ราคาสินค้าดีขึ้น นอกจากนี้เราจะต้องมองถึงอนาคตว่าจะทำอย่างไรใน 20 ปีข้างหน้าเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มีงานทำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15520</URL_LINK>
                <HASHTAG>CLMVT Forum 2018, กล่าวปาฐกถา, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แก้หนี้นอกระบบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b74fe298c710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
