<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดุลย์&#039;เตือนประเทศจะไม่เหมือนเดิมหากรัฐใช้ความรุนแรงกับม็อบ 7 สิงหาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ส.ค.64- นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชน พฤษภา&amp;rsquo; 35 และแกนนำกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย กล่าวเรียกร้องรัฐบาลไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งประกาศจัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 7 สิงหาคม นี้ รวมถึงจะต้องดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุมซึ่งล้วนเป็นลูกหลานและเยาวชนที่อยากเห็นอนาคตของชาติและได้รับผลกระทบจากความล้มเหลวในการบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยเฉพาะการไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์โควิด -19 ที่ส่งผลให้ตัวเลขคนตายและป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การถดถอยทางเศรษฐกิจที่จะขยายให้เห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำตามมา ซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะแสดงออกแม้จะมีความคิดที่แตกต่างกันทุกฝ่ายต้องดำเนินการตามวิถีทางประชาธิปไตยและมีวุฒิภาวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องและรับฟัง ความรุนแรงไม่เคยเกิดจากกลุ่มผู้ชุมนุม แต่มักจะเกิดจากฝ่ายรัฐบาลและมวลชนจัดตั้ง ตนไม่อยากเห็นเหตุการณ์นองเลือดใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์หรือหน้าวัดพระแก้วเหมือนในอดีต ไม่ว่าจะเป็นจากการกระทำของรัฐบาลหรือมวลชนจัดตั้งที่อ้างว่าจะออกมาปกป้องสถาบันและความมั่นคง ซึ่งเชื่อว่าหากเหตุการณ์ซ้ำรอยความวิปโยคเหมือนในอดีต ประเทศไทยจะไม่มีทางกลับมาเป็นสังคมที่สงบสันติได้อีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตัวเลขคนตายหลักหลายพันและกำลังเพิ่มสูงเข้าใกล้หลักหมื่น ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ชาติไทยว่า ผู้นำคนหนึ่งจะทำให้ประชาชนตายได้ขนาดนี้ นอกจากเผด็จการทรราชอย่างพล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; นายอดุลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยจะพลิกแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เพียงแค่ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก การแก้ปัญหาโควิดจะหยุดจำนวนคนป่วยและเสียชีวิตในประเทศได้ทันทีเหมือนประเทศสหรัฐอเมริกาที่สถานการณ์แก้ปัญหาโควิดดีขึ้นแทบจะทันทีเมื่อ โจ ไบเดน ขึ้นเป็นประธานาธิบดีแทน โดนัล ทรัมป์ นโยบายก็เปลี่ยน นอกจากนี้การฟื้นฟูประเทศก็จำเป็นที่จะต้องได้ผู้นำที่มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้และไม่ใช่คำตอบในสถานการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112381</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ม็อบ7สิงหา, แก้โควิดล้มเหลว, ไล่ประยุทธ์ลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8ebf1e8ec4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำท้องถิ่นโวยนายกฯรวมศูนย์อำนาจแก้โควิดไม่ได้ แนะแก้กฎระเบียบที่ติดขัดให้ท้องถิ่นช่วยกันทำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ก.ค.64-นายธนชาติ ไชยทองพันธ์ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร และอดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลสว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง&amp;nbsp; ก้าวข้ามกฎระเบียบฝ่าโควิดให้ท้องถิ่นร่วมจัดการปัญหา มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อรัฐเกาไม่ถูกที่คันการแก้ปัญหาโควิดจึงล้มเหลวและลุกลามใหญ่โตเกินกว่าจะแก้ได้ที่ผ่านมามีคนด่านายกมามากรวมทั้งที่ไล่ก็เยอะแนวรบทุกแนวทั้งศึกในศึกนอก แบบนี้เรียกว่าอาการไปไม่เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สำหรับผมเป็นคนคิดบวกเมื่อเกิดปัญหามันต้องมีทางออก ไหนๆก็เป็นวันเข้าพรรษาผมขอเอาสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้มาใช้หน่อย นั้นคืออริยสัจ 4 ท่านให้เราหาสาเหตุแห่งทุกข์ก่อน นั้นก็คือโควิดที่แก้ไม่ได้ทั้งปัญหาการฉีดวัคซีนถ้าไม่มีเส้นมีสังกัดก็ต้องรอก่อน ส่วนการตรวจเมื่อมีอาการก็หาที่ตรวจไม่ได้ ปัญหาการหาเตียงอันนี้ยิ่งหนักกว่ายากมากต้องใช้เส้นใช้สายอันนี้ไม่ได้พูดเกินเลยเพราะประสบพบเจอด้วยตัวเองรวมทั้งการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานหรือโรงพยาบาลที่จะรับรักษา ปัญหาคนป่วยอยากเดินทางกลับบ้านเพราะอยู่ในเมืองแบบไม่มีญาติพี่น้องทุกอย่างเป็นปัญหาไปหมดทั้งที่บางเรื่องแก้ง่ายมาก เช่น การเอาคนป่วยกลับบ้านท้องถิ่นบางจังหวัดอยากส่งรถไปรับก็ติดระเบียบการเบิกจ่ายไม่ได้จนมีนายก อบจ.หลายจังหวัดควักสตางค์เอง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุดปัญหาทุกอย่างมันเลยไปสุมรวมที่ศูนย์ที่นายกเป็นผู้สั่งการแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นผลของข้าพเจ้าขอรับผิดชอบเพียงผู้เลยตกกับนายกและถูกด่าจนเละอย่างที่เห็น นี่คือสาเหตุของการรวมศูนย์อำนาจดังนั้นเมื่อเราพบสาเหตุแล้วว่าการรวมศูนย์แก้ไม่ได้ก็ลองกลับหัวกลับหางดูบ้างโดยวิธีการกระจายอำนาจ ผมเองทำงานในท้องถิ่นมายาวนานในหลายสถานะทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร อยู่มาทั้ง อบต.เทศบาล . อบจ. ผมรู้ดีว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นทั้งหลายมีศักยภาพพอที่จะเป็นมือเป็นไม้และงบประมาณ รวมทั้งเป็นสมองในการแก้ไขสถานการณ์นี้ให้ผ่านพ้นไปได้เพียงขอแค่ท่านนายกทำใจยอมเปิดรับการทำงานให้แต่ละท้องถิ่นได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่เท่านั้น อะไรที่ติดปัญหากฎระเบียบท่านก็อำนวยความสะดวกแก้ไขวิธีไม่ยากครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเสนอรูปธรรมเลย โดยส่งการให้ท้องถิ่นจัดทำแผนปฎิบัติการรวมทั้งแผนงบประมาณและให้เสนอปัญหาและอุปสรรคที่ติดขัดเรื่องอะไรมาให้ดูแล้วก็ให้ รมต.มหาดไทย ในฐานะผู้กำกับดูแลอนุมัติให้ทำได้โดยให้ผู้ว่าและนายอำเภอเป็นผู้ประสานแผนและประสานในการปฎิบัติตามแผนถ้าติดขัดก็แก้ไขโดยใช้อำนาจผู้ว่าทันที แค่นี้ท่านก็จะได้ตัวช่วยแบ่งเบาภาระงานไปได้มาก แล้วปัญหาต่างๆจะค่อยผ่อนคลายไปเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องเชื่อในศักยภาพท้องถิ่นครับเรามีคนที่รู้ปัญหาทุกตารางนิ้วรู้จักคนทั้งหมู่บ้านตำบลไม่เชื่อผมทดลองก็ได้ครับให้ผู้ว่าทุกจังหวัดเชิญนายกท้องถิ่นมาช่วยคิดช่วยทำช่วยแก้ครับแต่อย่าเรียกมาสั่งนะครับเพราะการสั่งอาจจะสั่งถูกหรือสั่งผิดก็ได้แล้วการทำสงครามกับเชื้อโรคครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างมากครับที่ผ่านมาท่านสั่งมามากแล้วมันไม่ได้ผลให้เขาทำโดยไม่ต้องสั่งดูว่าผลจะบังเกิดเช่นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111043</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนชาติ ไชยทองพันธ์, ผู้บริหารท้องถิ่น, แก้โควิดล้มเหลว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fd10f58b983.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039; ขอให้ประชาชนส่งข้อมูลรัฐบาลแก้โควิดล้มเหลว ร่วมซักฟอกช่วงปลาย ส.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.64 - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า&amp;nbsp;สืบเนื่องจากมติพรรคร่วมฝ่ายค้านในการประชุมครั้งที่แล้ว เกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเดือนสิงหาคม การอภิปรายไม่ไว้วางใจ น่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ถึงต้นเดือนกันยายน ก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ&amp;nbsp;พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ จะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล โดยเห็นว่าประเด็นสำคัญจะเกี่ยวข้องกับความผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ความสามารถ ไร้ศักยภาพ รวมถึงการส่อไปทางทุจริตคอร์รัปชั่นบนชีวิตของประชาชน โดยจะมุ่งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ทำให้เกิดความสูญเสียของชีวิตประชาชน ประชาชนที่ติดเชื้อก็ตายเพราะโควิด-19 ประชาชนที่ไม่ติดเชื้อก็ตายเพราะอดอยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอภิปรายครั้งนี้จะเป็นการอภิปรายร่วมกันระหว่างพี่น้องประชาชน ข้าราชการ พรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อหยุดยั้งความล้มเหลว อันจะนำมาสู่ความล่มสลายของประเทศ จึงอยากเชิญชวนให้พี่น้องประชาชน ข้าราชการ ร่วมกันส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ผ่านทางสำนักงานหัวหน้าพรรคของทุกพรรคได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการหยุดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้งๆที่ปัจจุบันเป็นภาวะวิกฤตของประเทศ จำเป็นอย่างยิ่งที่ตัวแทนของประชาชนต้องร่วมกันหาทางออกที่เหมาะสมที่สุดให้กับประเทศร่วมกันต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110334</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ซักฟอก, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, พรรคเพื่อไทย, แก้โควิดล้มเหลว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed7f59555b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ล็อกเป้าถล่ม&#039;บิ๊กตู่-เสี่ยหนู&#039;แก้โควิดล้มเหลวมั่นใจหลังซักฟอกมีการเปลี่ยนแปลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ค.64 - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า วันที่ 19 ก.ค. นี้เวลา 10.00น. พรรคร่วมฝ่ายค้านได้นัดหารือกันเพื่อกำหนดรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายว่าเป็นใครบ้าง ประเด็นหลักที่วางไว้คือวิกฤติโควิดที่รัฐบาลแก้ไขไม่ได้ บริหารผิดพลาดและส่อว่าจะทุจริต ผู้ที่จะถูกอภิปรายแน่ๆคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ในฐานะรับผิดชอบโดยตรง และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข และถ้าประเด็นโควิดเกี่ยวโยงถึงใครก็จะนำมาอภิปราย เชื่อว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทางใดทางหนึ่งอย่างแน่นอน เพราะเราจะชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดในการบริหารที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง มีประชาชนต้องเสียชีวิตเพราะการบริหารงานที่ผิดพลาด เมื่อประชาชนได้ติดตามการอภิปรายก็จะเห็นความล้มเหลวของรัฐบาลแล้วเชื่อว่าประชาชนจะไม่ยอมให้รัฐบาลชุดนี้ได้อยู่บริหารประเทศต่อ ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯระบุการยุบสภาอย่างช้าเดือนก.พ. 65 นั้น มองว่าการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นเร็วกว่านั้นก็ได้เพราะประชาชนเหลือทนกับรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลช่วงเดือนส.ค.ว่า ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่จะทดสอบว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จะเดินต่อได้หรือไม่ ทุกวันนี้ในความคิดของพรรคร่วมฝ่ายค้านรัฐบาลควรจะออกไปได้แล้ว ด้วยการยุบสภาฯหรือการลาออกของนายกฯ ไม่ต้องรอไปถึงปีหน้า เพราะอย่างที่เห็นกันอยู่ วันนี้เดินไปทางไหนก็มีแต่คนด่ารัฐบาล การที่หลายคนคาดการณ์ว่าจะมีการยุบสภาฯช่วงเดือนก.พ. 65 ตนว่าช้าเกินไป ยิ่งอยู่นานไปประเทศยิ่งเสียหายเปลี่ยนตัวนายกฯเปลี่ยนผู้บริหารทุกอย่างอาจจะดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเนื้อหาที่จะให้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคเพื่อไทยจะเน้นไปที่อะไร นายสมคิดตอบว่า พรรคเพื่อไทยจะเน้นไปที่ความล้มเหลวในการบริหารวัคซีน ซึ่งต้องพูดกันให้ชัดเจนว่าใครผิดใครถูกอย่างไร ส่วนเรื่องอื่นยังอยู่ระหว่างการหารือ คนที่ต้องตอบคำถามเรื่องนี้ให้ชัดเจนคือ พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ที่เกี่ยวข้องโดยตรง พรรคร่วมรัฐบาลถ้ามีข้อมูลว่าใครทำให้ประชาชนเดือดร้อนสามารถส่งข้อมูลมาให้พรรคเพื่อไทยได้ ขอให้ทุกพรรคการเมืองมาช่วยกันสะสางปัญหาเรื่องวัคซีนให้โปร่งใสไม่เช่นนั้นพรรคของท่านก็จะถูกประชาชนปฏิเสธเมื่อมีการเลือกตั้งไปด้วย เพราะวันนี้ประชาชนเจ็บป่วยล้มตายเกินที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109931</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่วางใจ, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, แก้โควิดล้มเหลว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed7f59555b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นปปช.ฟันนายกฯแก้โควิดล้มเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พรรคร่วมฝ่ายค้านใช้เท้าราน้ำ&amp;nbsp; หอบหลักฐานยื่น ป.ป.ช. ไต่สวนเอาผิด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; อ้างแก้โควิดล้มเหลว ไม่ขวนขวายเร่งหาวัคซีน ปล่อยประชาชนเจ็บป่วย-นอนรอความตาย จงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทำให้ประชาชนต้องมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างทุกข์ทรมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.), นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ&amp;nbsp; พร้อมด้วยแกนนำและ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน เข้าชื่อร่วมกันยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนและมีความเห็นกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. มีพฤติการณ์ไม่สุจริตส่อไปในทางทุจริต ไม่ถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และรู้เห็นหรือยินยอมให้ข้าราชการในปกครองใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมระบุว่า ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 26, 47, 53, 55, 62, 164, 234 และมาตรา 235, พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558, พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542, พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520, พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 28 (1), (2) และฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนับตั้งแต่เกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19 รัฐบาลบริหารประเทศโดยไม่ยึดประโยชน์ของชาติ นายกรัฐมนตรีและประธาน ศบค. ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวล ไม่ยึดหลักนิติธรรม เห็นประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องสำคัญกว่าประโยชน์ของชาติและประชาชน ปล่อยให้ผู้ที่ตนเองแต่งตั้งและบุคคลใกล้ชิดมาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยยกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีการเกิดการกักตุนหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ และการส่งออกหน้ากากอนามัยไปต่างประเทศโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้หน้ากากอนามัยขาดตลาดและมีราคาแพง ซึ่งเมื่อเกิดเรื่องขึ้นแล้วนายกรัฐมนตรีกลับละเว้นไม่ตรวจสอบรัฐมนตรีและผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในการรับมือการระบาดของโรคทั้ง 3 รอบที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์จงใจไม่ดูแลให้ปฏิบัติตามกฎหมายและบังคับใช้กฎหมาย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนทำให้เกิดการระบาดของโรค ตั้งแต่การระบาดรอบแรก ซึ่งมีต้นเหตุมาจากการจัดแข่งขันชกมวยของกองทัพบกที่สนามมวยลุมพินี ฝ่าฝืนประกาศกระทรวงสาธารณสุขจนเกิดซูเปอร์สเปรดเดอร์ (Super Spreader) ในระบาดรอบสอง ได้เกิดกลุ่มก้อนใหญ่การแพร่ระบาด (Cluster) ที่ตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร เพราะรัฐบาลปล่อยปละละเลย ไม่ใส่ใจเข้มงวดกับปัญหาแรงงานต่างด้าวและการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการระบาดรอบสามซึ่งเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์อังกฤษจากแหล่งท่องเที่ยวย่านทองหล่อ ซึ่งประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยรัฐมนตรีและ ส.ส.พรรครัฐบาลได้ไปใช้บริการแล้วกลายเป็นผู้ติดเชื้อโควิดในเวลาต่อมา แต่ พล.อ.ประยุทธ์กลับจงใจไม่ดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายและบังคับใช้กฎหมาย ไม่ดำเนินคดีและไม่ลงโทษรัฐมนตรีที่ไปใช้บริการสถานบริการดังกล่าว ทั้งที่เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.โรคติดต่อ นอกจากนี้ยังกรณีที่รัฐมนตรีในรัฐบาลอีกคนหนึ่งจัดงานในช่วงสงกรานต์และมีผู้มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก จนเกิดการแพร่ระบาดของโรค มีผู้ติดเชื้อหลายรายและมีผู้เสียชีวิต ถือเป็นการจงใจไม่ดูแลให้ปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมาย ไม่ดำเนินคดีและไม่ลงโทษนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่เป็นรัฐมนตรีร่วมคณะ ที่กระทำผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมายสร้างความล้มเหลวระบบป้องกันโรคระบาด ล้มเหลวระบบให้การรักษาพยาบาล และล้มเหลวระบบช่วยเหลือการเยียวยา โดยไม่ได้ดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างครอบคลุมและทั่วถึง ไม่ดำเนินการให้มีการควบคุมโรค การป้องกันโรค การรักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสุขภาพ จงใจปฏิเสธความช่วยเหลือจากโครงการโคแวกซ์ (COVAX) ของหน่วยงานขององค์กรอนามัยโลกที่จัดวัคซีนให้ประเทศต่างๆ 180 ประเทศ รวมถึงปฏิเสธความช่วยเหลือจากภาคเอกชนในการนำเข้าวัคซีน กลับปล่อยให้ประชาชนจำนวนมากต้องเจ็บป่วย นอนรอความตาย เพราะขาดโอกาสในการเข้าถึงวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งในการจัดหาวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุขและ ศบค. ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ใช้อำนาจรักษาการตามกฎหมายของ รมว.สาธารณสุข ได้จงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ละเลยไม่ขวนขวายจัดหาวัคซีน ที่มีความสำคัญและจําเป็นอย่างรวดเร็ว หลากหลายและเพียงพอให้ประชาชนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตของประชาชน เศรษฐกิจ สังคมและทำให้ประชาชนต้องมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างทุกข์ทรมาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวยืนยันว่า ที่ผ่านมาทุกคนทำงานด้วยความทุ่มเท ไม่ย่อท้อ ไม่เหนื่อย เพราะต้องการให้ทุกคนปลอดภัย ดังนั้น มั่นใจว่าทุกสิ่งที่ทำเราทำเพื่อประชาชนมาโดยตลอด หากฝ่ายค้านจะให้ชี้แจงก็สามารถชี้แจงได้ เนื่องจากทำโดยสุจริต ไม่มีผลประโยชน์ใดแอบแฝง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102851</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ปปช., ปล่อยประชาชนเจ็บป่วย, ยื่นปปช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้โควิดล้มเหลว, โควิด, โควิด 19, โควิด-19, ไม่ขวนขวายเร่งหาวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609d370da2014.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซักฟอก‘บิ๊กตู่’แก้โควิดเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สงครามน้ำลายก่อนซักฟอก ขึ้นเขียงแน่ 11 ราย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; โดนข้อหาแก้โควิดล้มเหลว &amp;quot;พิธา&amp;quot; โวมีคู่เด็ดๆ ทุกวัน และมีภาคสองต่อจากภาคแรก ไม่ให้น่าเบื่อ รัฐมนตรีเรียงหน้าท้าชน &amp;quot;นิพนธ์&amp;quot; ไม่หนักใจ เชื่้อโดนเรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เพราะ &amp;quot;ทอน&amp;quot; ลงไปเก็บข้อมูลหลายรอบแล้ว &amp;quot;สุชาติ&amp;quot; ชิลๆ แต่ถ้าชกใต้เข็มขัดก็ตัวใครตัวมัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2564 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า จะให้ประธานวิปของทุกพรรคฝ่ายค้านเป็นผู้บริหาร โดยครั้งที่แล้วไปจำกัดเรื่องของนาที ทั้งนี้ ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้ไปพูดในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในปี 2563 ที่มีการอภิปรายนอกสภา ซึ่งในปีนี้ก็ขอให้ไม่มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น เพราะเหตุการณ์ในปีที่แล้วก็เกิดขึ้นเพิ่งสดๆ ร้อนๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บอกได้ว่ามีคู่เด็ดๆ ทุกวัน และมีภาคสองต่อจากภาคแรก ซึ่งจะไม่ให้น่าเบื่อ ไม่ให้น้ำท่วมทุ่ง เพราะถ้าหากใช้เวลานานก็จะไม่น่าสนใจ และจะพยายามจัดคู่เด็ดที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนเยอะๆ&amp;quot; นายพิธากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 11 คน ต่อประธานสภาฯ วันที่ 25 ม.ค. เบื้องต้นมี 11 รายชื่อ โดยจะยื่นอภิปรายประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในประเด็นการบริหารงานภาพรวมเกี่ยวกับการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ที่ล้มเหลว ปล่อยให้มีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาแพร่เชื้อรอบสอง รวมถึงการปล่อยให้มีบ่อนการพนันในหลายพื้นที่ และมาตรการเยียวยาที่ไม่มีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่รับผิดชอบดูแลกระทรวงแรงงาน จะถูกอภิปรายประเด็นแรงงานเถื่อนผิดกฎหมาย, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ จะถูกอภิปรายเกี่ยวกับการจัดหาหน้ากากและถุงมือยางแก้ไขปัญหาโควิดที่มีกระแสข่าวการทุจริตเกิดขึ้น, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข เกี่ยวกับมาตรการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เกี่ยวกับการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวและโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ที่ต่อเนื่องมาจากการอภิปรายครั้งที่แล้ว, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ประเด็นรถไฟฟ้า, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ประเด็นการปล่อยให้มีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาแพร่เชื้อโควิด 19 รอบที่ 2, นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ประเด็นเรื่องคุณสมบัติ เนื่องจากมีคดีค้างเก่ามาจากสมัยเป็นนายก อบจ. สงขลา และการพัฒนาพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ให้เป็นเมืองต้นแบบ
25 ม.ค.ยื่นซักฟอกแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาฯ ประเด็นการศึกษาออนไลน์, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประเด็นการให้ใช้พื้นที่ ส.ป.ก. และนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประเด็นเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาผลได้รับผลกระทบจากโควิด โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านจะรวมตัวไปยื่นญัตติต่อประธานสภาฯ ในวันที่ 25 ม.ค. เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า หากมีตนอยู่ในบัญชีรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายจริงตามที่หัวหน้าพรรคก้าวไกลให้สัมภาษณ์สื่อนั้น ไม่มีความหนักใจหรือวิตกกังวล พร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงทุกประเด็น โดยเฉพาะในประเด็นที่คนบางกลุ่มใช้ความพยายามบิดเบือนข้อมูล ออกมาโจมตีโดยผ่านสื่อเพื่อหวังผลทางการเมือง&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมจะได้ใช้เวทีของรัฐสภาชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชน จะได้รับรู้ข้อมูลครอบคลุมทุกมิติว่าข้อมูลฝ่ายใดเท็จ ข้อมูลฝ่ายใดจริง แล้วให้ประชาชนส่วนใหญ่ของสังคมเป็นผู้ตัดสิน แล้วทุกอย่างจบ เพื่อจะได้เอาเวลาไปทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติต่อ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์เปิดเผยว่า หากเอาเรื่องเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อ.จะนะ จ.สงขลามาอภิปราย เนื่องจากมีคนบางกลุ่มที่คัดค้านได้พยายามผูกตนโยงกับโครงการ ในฐานะตนในฐานะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะกรรมการบริหารเขตพื้นที่พัฒนาเฉพาะกิจเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อ.จะนะ &amp;ldquo;เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต&amp;rdquo; และเกิดใน อ.จะนะ และมีฝ่ายค้านบางคนลงมารับข้อมูลจากกลุ่มต้านโครงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาทราบว่านายธนาธรและ ส.ส.พรรคก้าวไกลหลายคนได้ลงพื้นที่มาเก็บข้อมูลในพื้นที่หลายครั้งหลายคนแล้ว&amp;quot; นายนิพนธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า การที่มีชื่อตน อาจเป็นเพราะว่าช่วงที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 2 พอดี ทำให้ฝ่ายค้านหยิบมาเล่น ซึ่งเป็นประเด็นเดียวที่ฝ่ายค้านจะหยิบมาเล่นรัฐบาลได้ แต่แท้จริงแล้วเป็นการระบาดไปทั่วโลก การที่ประเทศไหนมีการแพร่ระบาด ก็ต้องโดนฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ ใครเป็นรัฐบาลโดนกันหมด และถึงฝ่ายค้านจะมาเป็นรัฐบาลก็ไม่ได้ทำให้โรคระบาดหายได้ มันก็ต้องพูดด้วยหลักความจริง
เรื่องส่วนตัวตัวใครตัวมัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นเรื่องของปกติของฝ่ายค้านที่จะต้องกล่าวหามา เราเองก็ตอบในฐานะฝ่ายรัฐบาล ตอบในฐานะ รมว.แรงงาน ตอบคำถามบนพื้นฐานความเป็นจริง และมีเอกสารหลักฐานตอบได้ ฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ รัฐบาลก็ทำหน้าที่หักล้างข้อกล่าวหาครั้งนี้เป็นสิ่งที่ตอบได้หมดทุกประเด็น มาตรการช่วยเหลือเยียวยาต่างๆรัฐบาลออกมามากมาย ครอบคลุมทุกมิติ เราไม่รู้ว่าเขาจะถามอะไร แต่ถ้าเขาถามเรื่องพวกนี้เราก็พร้อมตอบ&amp;quot; นายสุชาติระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ต้องมาพูดคุยเตรียมความพร้อมด้วยหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ถ้าเป็นเรื่องของการทำงานตอบได้โดยบริบทตัวเองอยู่แล้ว ไม่จำเป็นถึงขนาดต้องระดมทีมอะไรมากมาย เพราะทำงานทุกวันอยู่แล้ว ต่างคนต่างโดนเรื่องต่างๆ นานากันไป ถ้าตนโดนเรื่องการทำงานเรื่องแรงงานก็ตอบได้ แต่ถ้าใครโดนเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับนโยบาย เราก็ตอบแทนเขาไม่ได้ ก็ต้องให้เขาตอบเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และได้มีการเตรียมทีมงานเพื่อรองรับ หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรค หรือมีการพาดพิง ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าฝ่ายค้านจะยื่นไม่ไว้วางใจ มีรัฐมนตรีคนใดบ้างที่อยู่ในโผของฝ่ายค้าน แต่ไม่ได้มีความกังวล เพราะเชื่อในการทำงานรัฐมนตรีของพรรค ที่ยึดมั่นความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง และที่สำคัญทุกคนมีผลงานประจักษ์ในการทำงานให้กับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องบ่อนการพนันที่จะเป็นหมัดเด็ดน็อก พล.อ.ประยุทธ์ ว่าปัญหาบ่อนการพนันอยู่คู่กับสังคมไทยมานาน ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย หรือจะเป็น ผบ.ตร.ท่านใดเข้ามาทำหน้าที่ ก็ยังไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ ซึ่งถ้าจะจัดการจะต้องปฏิรูปทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมการปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวีกล่าวต่อว่า การอภิปรายในเรื่องบ่อนการพนันนั้น ตนเชื่อว่ายังไม่สามารถเป็นหมัดเด็ดที่จะน็อกนายกรัฐมนตรีได้ โดยตนเห็นว่าฝ่ายค้านควรจะหาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศที่ผิดพลาด และมีส่วนได้ส่วนเสียที่เกิดขึ้นกับประชาชนมาอภิปรายจะน่าสนใจมากกว่า ประเด็นสร้างความแตกแยกทางการเมือง เพราะการมุ่งเน้นที่จะดิสเครดิต เล่นเกมกันในสภา จะทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่สมศักดิ์ศรี และดูน่าเบื่อ จืดชืดเหมือนกับครั้งที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การอภิปรายครั้งก่อน ในตอนแรกประชาชนก็อยากจะติดตามรับชมกันทั้งประเทศ เพราะฝ่ายค้านระบุว่ามีข้อมูลเด็ดๆ ที่จะมาล้มรัฐบาล แต่สุดท้ายกลายเป็น 3 วันที่เสียดายเวลา ไม่สมกับที่ฝ่ายค้านกล่าวอ้างเอาไว้ ในครั้งนี้ผมก็ขอให้ฝ่ายค้านขยันทำงานให้เต็มที่ เอาให้ดีกว่าครั้งก่อน จะได้ไม่เสียเวลาของประชาชนที่เขามานั่งดู&amp;rdquo; นพ.ระวีกล่าว
ฉากหลังกลับจับมือซูเอี๋ย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;#39;35 กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกในระบบรัฐสภาเพื่อการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจบริหารของรัฐบาล&amp;nbsp; ดังนั้นพรรคร่วมฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ต้องใช้กระบวนการนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ระบบการเมืองและประชาชน ไม่ใช่ใช้เป็นเพียงเครื่องต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ก็ต้องถือว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นหนึ่งในเงื่อนไขร่วมซ้ำเติมทำลายระบอบประชาธิปไตย ฉากหน้าวิจารณ์โจมตีรัฐบาลเป็นเผด็จการ บริหารประเทศล้มเหลว ทุจริตเพื่อประโยชน์พวกพ้อง แต่ฉากหลังกลับจับมือซูเอี๋ย แบ่งบทกันเล่น หรือโจมตีวิจารณ์เพื่อหวังตบทรัพย์ ผลประโยชน์ เป็นลิงหิวกล้วย เมื่อได้กล้วยแล้วก็เล่นลิเก ทำหน้าที่แบบไม่สมศักดิ์ศรี เป็นมวยล้มต้มคนดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวต่อว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เป็นรัฐบาลที่มีบาดแผลมากที่สุด ทั้งในแนวราบ ที่ข้าราชการ นักการเมือง ทุจริต คอร์รัปชัน เป็นต้นตอที่ปล่อยให้มีบ่อน การลักลอบนำเข้าแรงงานเถื่อนจนประเทศเกิดการระบาดโควิดรอบ 2 แม้กระทั่งงบพัฒนาไฟฟ้าของชาวเขา ของเด็กบนดอยก็ยังตามไปสูบเลือดเนื้อ เบียดบังงบประมาณของคนไทยที่ด้อยโอกาสและยากต่อการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนฯ กล่าวว่า ผลจากความล้มเหลวในการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ดังกล่าว ถึงเวลาแล้วที่พรรคฝ่ายค้านควรจะผนึกกำลังกันหาข้อมูลพยานหลักฐาน มากระชากหน้ากาก ตีแผ่ให้สังคมและประชาชนได้รับทราบ เพื่อที่จะช่วยกันยับยั้งไม่ให้ประเทศชาติเกิดความเสียหายมากไปกว่านี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมรู้สึกไม่สบายใจที่มีกระแสข่าว โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่ต่อรองกับผู้มีอำนาจ เพื่อจะอภิปรายหรือไม่อภิปรายรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง เช่น ข่าวการจะไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่สุดของรัฐบาล ผมขอวิงวอนพรรคฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ชาติ และที่สำคัญรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา&amp;rdquo; นายอดุลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในส่วนขององค์กรภาคประชาชน ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐไม่ชอบ รวมไปถึงการตรวจสอบการทุจริตในนามของสภาที่ 3 ก็จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องการทุจริตให้เข้มข้นมากขึ้นด้วยในปี 2564 ซึ่งในเร็วๆ นี้จะมีการตีแผ่ความไม่ชอบมาพากลในโครงการขนาดใหญ่ในหลายโครงการ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90784</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, แก้โควิดล้มเหลว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb3288071f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
