<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วิรัช’เชื่อแก้รธน.มาถูกทาง จ่อปรับปรุงบางมาตราแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิรัช&amp;quot; ลั่นแก้ รธน.มาถูกทางแล้ว อ้างถ้าไม่ส่งตีความอำนาจสภา เกรงเสียงสนับสนุนในวาระ 3 จะไม่พอ เผยหากศาลวินิจฉัยว่าไม่สามารถตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้ ก็หยุดทันที หันไปแก้บางประเด็นแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่า การแก้รัฐธรรมนูญยังมีวิธีการอีกหลายวิธี จนถึงวันนี้ถือว่ามาถูกช่องถูกทางแล้ว แต่หากไม่ส่งให้ศาลตีความอำนาจรัฐสภา เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าในช่วงเข้าสู่วาระที่สามในเดือน มี.ค.นั้นจะได้เสียงสนับสนุนที่เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชกล่าวอีกว่า ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ ได้ติดตามมาตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นที่มีการยื่นแก้ไขในช่วงเดือน ต.ค.63 และยอมเสียเวลาตั้งคณะ กมธ.ก่อนรับหลักการอีก&amp;nbsp; 1 เดือน เพื่อให้ส.ว.ได้มีโอกาสเข้าใจว่าสิ่งที่ ส.ส.คิดเป็นไปในลักษณะใด เมื่อผ่านวาระที่หนึ่งก็ถือว่าผ่านโดยสมบูรณ์ และวาระที่สองก็ผ่านการพิจารณาเสร็จสิ้นเป็นรูปเล่มเรียบร้อย เตรียมเข้าอภิปรายในวาระ 2/2 ในวันที่ 24-25 ก.พ.นี้ จึงขอให้ทุกฝ่ายทำทุกอย่างให้เสร็จ เพื่อเตรียมการรอเข้าในสมัยวิสามัญ หากบอกว่าไม่เสร็จเราก็ต้องเปิดสมัยวิสามัญมาพิจารณาในส่วนของรัฐธรรมนูญต่ออีก ซึ่งจะทำให้เสียเวลา เราก็อยากจะรู้เช่นกันว่าใครจะทำให้เสียเวลาช่วงนั้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในนามประธาน ถ้าถามว่าหนักไหม ก็หนักถ้าเทียบกับกรรมาธิการหลายคณะที่เคยเป็นมา เพราะมีเรื่องความขัดแย้งมากที่สุดกว่าทุกคณะที่ผ่านมา ฉะนั้นยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้สั่งการอะไร มีแต่เพียงว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ รูปแบบจะเป็นอย่างไร ทุกอย่างเป็นไปตามข้อคิดเห็นตามที่ กมธ.พิจารณา&amp;quot; นายวิรัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การออกมาระบุก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยถือเป็นการชี้นำหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า วันนี้มีอยู่ 2 ข้อคือ 1.หากศาลระบุว่าสิ่งที่เราพิจารณาไปแล้วเป็นสิ่งที่ถูกต้องเราก็เดินต่อ 2.หากศาลวินิจฉัยว่าไม่สามารถตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้ เราก็หยุด และมาคิดแก้ในบางประเด็นก็ได้ ไม่ได้หมายความว่าแก้ไม่ได้ก็แก้ไม่ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวาระที่ 2 พรรคพร้อมสนับสนุนเต็มที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนก็ได้มีการเตรียมข้อมูลที่จะอภิปราย ในประเด็นที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ทำการแก้ไขแตกต่างไปจากร่างเดิมในวาระรับหลักการ และมีคนที่แปรญัตติไว้ก็จะมีการอภิปราย แต่สาระสำคัญพรรคจะผลักดันให้ผ่านวาระ 2 เพื่อไปสู่วาระที่ 3 และเพื่อเห็นชอบให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ให้เป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ง่ายขึ้น ไม่มี ส.ว.มาเป็นเงื่อนไขอีกต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญก็จะมีการแก้ให้มีหมวดว่าด้วยสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือที่เรียกว่า ส.ส.ร. ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ต้องจับตาดูว่าการลงมติของแต่ละพรรคและ ส.ว.จะเป็นอย่างไร แต่ทั้งหมดก็ต้องฟังศาลรัฐธรรมนูญว่าจะมีคำวินิจฉัยไปในทิศทางใด&amp;quot; นายราเมศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เคยแถลงต่อรัฐสภาเมื่อเดือน ธ.ค.2563 ว่าจะผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นภายในเดือน ม.ค.2564 ว่าล่วงเลยมาจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2564 แต่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังไม่ได้ทำในสิ่งที่รับปากกับประชาชนไว้ ปล่อยให้เป็นเพียงแค่คำสัญญาปากเปล่าโดยไม่มีการลงมือทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนรัฐประหารปี 2557 บอกว่าเราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน ผ่านมา 6 ปี ไม่เห็นทำตามที่สัญญา เห็นแต่ความพยายามจะยื้อ ถ่วงเวลากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ปลดอำนาจ ส.ว.แต่งตั้ง เลือกนายกฯ ให้อำนาจประชาชนตัดสินอนาคตของประเทศด้วยตัวเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์กำลังทำให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญไทยฉีกง่ายกว่าการแก้ไข ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญส่วนใหญ่มาจากการรัฐประหาร เป็นการส่งสัญญาณไปสู่ประชาคมโลกว่า หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องมาจากการรัฐประหาร เป็นวงจรอุบาทว์เท่านั้น ฉีกรัฐธรรมนูญร่างขึ้นมาใหม่ มีที่มาจากการรัฐประหาร รัฐบาลขาดความจริงใจที่แท้จริง ที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองที่เคยประกาศเป็นสัญญาประชาคมต่อสังคมและประชาชนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากรัฐบาลส่งสัญญาณยื้อการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปเรื่อยๆ พรรคการเมืองที่มีจุดยืนแก้ไขรัฐธรรมนูญยังจะร่วมรัฐบาล พายเรือให้ระบอบประยุทธ์นั่งต่อไปอีกนานแค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมียนมาและไทยรู้ดีว่าควรให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยหรือ เผด็จการทหาร ไม่เช่นนั้นชาวเมียนมาหลากหลายอาชีพคงไม่ออกมาต่อสู้ ประท้วง ขับไล่ทหาร หาก พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้หันไปดูเมียนมาโมเดล เตือนตัวเอง สักวันจะลามมาถึงประเทศไทย&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92934</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้ง ส.ส.ร., ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้ไข รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb3288071f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นศาลสกัดตั้งสสร. พปชร.-สว.ตีความแก้รธน.พท.โวยจ้องล้มทั้งกระดาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พปชร.ไม่ง้อพรรคร่วมรัฐบาล สั่ง ส.ส.ร่วมลงมติกับ 250 ส.ว.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความแก้ไข รธน.เพื่อตั้ง ส.ส.ร.ไม่ชอบด้วย รธน. &amp;quot;วิรัช&amp;quot; เปรียบเหมือนคนป่วยต้องเอกซเรย์ก่อน เชื่อไม่กระทบกระบวนการแก้ รธน. &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot;&amp;nbsp; โวยเตะถ่วง ชี้แนวปฏิบัติที่ผ่านมาการยื่นศาลหลังผ่านกระบวนการรัฐสภาแล้ว จึงถือว่าผู้มีอำนาจหวังล้มกระดานแก้ รธน. เตือนจะเกิดปฏิกิริยาทางสังคม สร้างความแตกแยกประชาชนลุกฮือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 9 ก.พ. ซึ่งมีวาระพิจารณาในญัตติด่วนเพื่อขอมติจากรัฐสภาให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ซึ่งนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. และนายสมชาย แสวงการ ส.ว. พร้อมคณะเป็นผู้เสนอว่า มี ส.ส.และ ส.ว.ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับญัตติดังกล่าว ซึ่งในวิปรัฐบาลวันนี้จะหารือกันอีกครั้งว่าจะสนับสนุนญัตติดังกล่าวหรือไม่ รวมถึงพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียด้วย เบื้องต้นตนมองว่าหากเกิดกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาล เช่นพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไม่เห็นด้วย อาจจะให้ฟรีโหวต ทั้งนี้ในส่วนของ ส.ส.พรรค พปชร.นั้น ทราบว่า ส.ส.ของพรรคทั้งหมดจะลงมติให้ส่งตีความไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตัดสินและชี้ขาดต่อเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากมติรัฐสภาส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะไม่เสียหายต่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของกรรมาธิการ&amp;nbsp; รัฐสภาเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเร่งพิจารณาโดยเร็ว เพราะวันที่ 24-25 ก.พ.นี้ รัฐสภาจะพิจารณาในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสอง และหลังจากนั้นอีก 15 วัน หรือช่วงกลางเดือนมีนาคม จะเข้าสู่วาระสาม ดังนั้นมีระยะเวลาประมาณ 1&amp;nbsp; เดือน หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าทำได้ก็เดินหน้า แต่หากให้หยุดก็ต้องหยุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเป็นการยื้อหรือไม่&amp;nbsp; นายวิรัชกล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการยื้อแต่อย่างใด แต่เราต้องตรวจสอบ เหมือนกับเราป่วยแล้วไปหาหมอแต่ไม่ยอมเอกซเรย์ ถามว่าจะรักษาหายได้อย่างไร เพราะวันนี้ถามผู้รู้ตามกฎหมาย บางคนบอกแก้ไขได้ บางคนบอกแก้ไขไม่ได้ แต่คนที่บอกถูกต้องและผูกพันทุกองค์กรคือศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; ถึงวันนี้ไม่ถาม ก็มีญัตติของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.และคนอื่นๆ ที่ส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญยังค้างอยู่ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วศาลรัฐธรรมนูญก็ให้นายเรืองไกรยื่นเอกสารเพิ่มเติม ฉะนั้นเราจะทำหรือไม่ทำ ศาลก็ต้องพิจารณาในส่วนนี้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเวลา 15.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรค พปชร. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติให้ ส.ส.ของพรรค พปชร.ลงมติเห็นชอบญัตติที่เสนอโดยนายไพบูลย์และนายสมชาย&amp;nbsp; แสวงการ ส.ว.ที่ขอให้รัฐสภามีมติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) กรณีเห็นว่ารัฐสภาไม่มีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตั้ง ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลมีมติให้ฟรีโหวต เนื่องจากแต่ละพรรคมีจุดยืนในเรื่องราวแตกต่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจาก พปชร.แจ้งว่า เชื่อว่าญัตติดังกล่าวจะถูกส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน เพราะใช้เสียงของพรรค พปชร. 121 เสียง และเสียง ส.ว. 250 เสียง รวม 371&amp;nbsp; เสียง จากเสียงทั้งหมด 728 เสียง ซึ่งถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา โดยไม่จำเป็นต้องใช้เสียงของพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนสาเหตุที่ ส.ว.จะลงมติเห็นด้วย เพราะต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความให้เกิดความมั่นใจว่า ส.ส.ร.จะสามารถยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ เพราะหากไม่มีการยื่นตีความก่อน การโหวตในวาระ 3 ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ได้รับเสียง ส.ว.โหวตเห็นชอบจำนวน 1 ใน 3 อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา&amp;nbsp; กล่าวว่า? มติของ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนาทั้ง 12 คน จะลงมติไม่เห็นชอบต่อญัตติด่วนเพื่อขอมติจากรัฐสภาให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2)&amp;nbsp; ซึ่งนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และนายสมชาย แสวงการ ส.ว. พร้อมคณะเสนอ ส่วนตนนั้นเตรียมการอภิปรายเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการเสนอญัตติด้วย เพื่อยืนยันในความเห็นต่อการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย อาทิ ส่วนของ ส.ว.&amp;nbsp; และเห็นคัดค้าน อาทิ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านและ ส.ส.ร่วมรัฐบาล ในส่วนของการทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.)&amp;nbsp; กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 9 ก.พ. พรรคพลังประชารัฐและ ส.ว.ได้เสนอญัตติด่วนเพื่อให้มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา&amp;nbsp; ถือเป็นการถ่วงเวลาซ้ำซากฝืนความต้องการของประชาชน&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมฝ่ายค้าน และภาคประชาชนเกือบแสนรายชื่อโดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน&amp;nbsp; (ไอลอว์)&amp;nbsp; ยังคงยึดมั่นในจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา&amp;nbsp; 256 ที่มาของ ส.ส.ร.ที่ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนทั้งหมด จะเป็นจุดเริ่มต้นในการทวงคืนอำนาจประชาชนผ่านระบบรัฐสภาอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมารัฐบาลมีความพยายามถ่วงเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ผ่านวิธีการต่างๆ มาโดยตลอดรวม 3 ครั้ง&amp;nbsp; ตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลอยู่ได้เพราะเสียงของ ส.ว.ที่ตนเองแต่งตั้ง อย่าให้ประชาชนหมดศรัทธา ระวังอย่าราดน้ำมันเข้ากองไฟ หรือต้องให้ไทยเลียนแบบเมียนมาไล่เผด็จการ&amp;quot; น.ส.อรุณีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมฯ กล่าวเช่นกันว่า ถือเป็นความพยายามที่จะขัดขวางไม่ให้มีการแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาล ที่ผ่านมารัฐบาลมีความพยายามที่จะยื้อเวลาในการแก้รัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ล่าสุด กมธ.มีมติให้ ส.ส.ร. 200 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการที่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างโดยประชาชน และเห็นชอบโดยประชาชน เพื่อเป็นทางออกให้ประเทศ แต่สุดท้ายก็มีความพยายามของฝ่ายรัฐบาลที่อาศัยระเบียบข้อบังคับการประชุมรัฐสภา เสนอญัตติด่วนเพื่อให้รัฐสภาโหวตส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสนอญัตติด่วนเพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในช่วงเวลาที่รัฐสภาพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งที่แนวปฏิบัติที่ผ่านมาการยื่นให้ศาล รธน.ตีความ จะเกิดขึ้นภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการของรัฐสภาแล้ว&amp;nbsp; อาจถือเป็นความพยายามของฝ่ายผู้มีอำนาจที่จะล้มกระดานการแก้รัฐธรรมนูญ ขอให้ประชาชนจับตาความเคลื่อนไหวของฝ่ายรัฐบาลในการประชุมร่วมรัฐสภา 9 ก.พ.นี้ ว่ามีความจริงใจที่จะแก้รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ หรือเพียงจะซื้อเวลาและหาทางสกัดไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;quot; นางสาวจิราพร กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะชี้แจงเหตุผลเต็มที่ เพื่อคัดค้านการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะไม่เห็นด้วยกับการส่งตีความ โดยหลักสามัญสำนึกและหลักประชาธิปไตยนั้น รัฐสภามีสิทธิ์แก้รัฐธรรมนูญ โดยไม่ได้แก้แบบหลักลอย แต่เป็นการแก้ที่ยึดโยงกับประชาชน ดังนั้นการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจึงเป็นการขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องน่ากังวล ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสะดุด ยิ่งถ้าศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้ ทุกอย่างจะมีความเสี่ยงมากขึ้น จะทำให้การแก้ไขกติกาประเทศเกิดความไม่แน่นอน และจะเกิดปฏิกิริยาในสังคมที่น่าวิตก มีความแตกแยกตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การแก้ไขมาตรา&amp;nbsp; 256 ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เป็นระเบิดเวลาสำคัญ เพราะผู้ได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ยังไม่รู้จักคำว่าพอ&amp;nbsp; พฤติกรรมเช่นนี้จะจุดชนวนให้ประชาชนลุกฮือขึ้นมา เนื่องจากพฤติการณ์ของผู้ขวางการแก้รัฐธรรมนูญนั้นยังเป็นกลุ่มเดิม คืออดีตกลุ่ม ส.ว. 40 เริ่มสำแดงฤทธิ์ต้องการให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะชะงักงัน เจตนาของคนอดีตกลุ่ม ส.ว. 40 ต้องการจะมีเรื่องมากกว่า เพราะคิดว่าได้เปรียบ ถ้าต้องการท้าทายในเรื่องแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ก็ต้องเจอกันในสนามของประชาชน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92418</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการแก้ รธน., พปชร., ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้ไข รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210208/image_big_60214be0d926f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย-ก้าวไกล&#039; จวกรายงาน กมธ.ไร้ประโยชน์ เตะถ่วงแก้ รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย.63 - เวลา&amp;nbsp;11.10&amp;nbsp;น. ที่ประชุมรัฐสภา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงรายงานของคณะกมธ. ว่าไม่มีสาระสำคัญเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาตัดสินใจ เป็นเพียงการรวบรวมความคิดเห็นจากแต่ละคนเท่านั้น ไม่มีแม้แต่ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ จึงเป็นรายงานที่ไม่ได้มีการศึกษาเพิ่มเติม เป็นเพียงความเห็นที่เคยอภิปรายกันไปแล้ว จึงเสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน เสียความรู้สึก เพราะประชาชนมองว่าเป็นการซื้อเวลา รายงานฉบับนี้จึงแสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ เตะถ่วงให้รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ยากยิ่งขึ้นโดยการกระทำการย้อนแย้ง แม้ฝ่ายรัฐบาลจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่มี ส.ส.พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลถึง&amp;nbsp;25&amp;nbsp;คน ไปร่วมเข้าชื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ตอกย้ำความจริงว่าเขาอยากอยู่ยาว รัฐบาลจึงไม่อยากแก้ไข เพราะได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เป็นไปตามคาดไว้ว่าจะไม่ได้คำตอบหรืออะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันอยู่แล้ว อย่างประเด็นการแก้ไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา&amp;nbsp;256&amp;nbsp;ซึ่งสามารถไปถามนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) หรือคณะผู้ร่างคนอื่นๆ ก็ได้ แต่กลับไม่มีการถามหรือบันทึกความเห็นไว้ในรายงาน จึงชัดเจนว่าการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้มีเจตนาประวิงเวลาไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วยังเอาข้อมูลไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อถ่วงเวลาอีกต่อหนึ่งอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย อภิปรายว่า เรื่องนี้อยู่ที่หัวใจ หากรัฐบาลและ ส.ว.ไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะเป็นเรื่องง่ายทันที และรัฐธรรมนูญรวมถึงกฎหมายอื่นๆ ก็ไม่เคยห้ามไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพียงแต่กำหนดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่ขัดต่อมาตรา&amp;nbsp;255&amp;nbsp;เท่านั้น หากใจจริงไม่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญก็บอกมาตรงๆ ก็ได้ รวมถึงการทำประชามติ ก็กำหนดไว้ว่าให้ดำเนินการก่อนการนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมเท่านั้น แต่กลับมาอ้างว่าต้องออกเสียงประชามติก่อน&lt;/p&gt;


	เพื่อไทยผวา!&amp;#39;ไอลอว์&amp;#39;พาไปตาย จ่อเทร่างแก้รธน.ในสภา&amp;nbsp;
	&amp;#39;ไพศาล&amp;#39;ลากไส้3นิ้วหลอกเด็กไปหา&amp;#39;หนวดเต่า-เขากระต่าย&amp;#39;
	งานเข้า!&amp;#39;สุกัญญา มิเกล&amp;#39;ถูกยกเลิก ห้ามร้องเพลง&amp;#39;ดีดีกันไว้&amp;#39;
	&amp;#39;หมอวรงค์&amp;#39;ลั่น!คัดค้านร่างแก้รธน. โดยเฉพาะของ&amp;#39;ไอลอว์&amp;#39;กฎหมายขี้ข้าต่างชาติ
	เริ่มแล้ว!ประชุมสภาฯชำเรารธน. ก้าวไกลเปิดฉากเอาใจ3นิ้ว
	ไทยภักดีมีฉุน &amp;#39;การุณ-สส.เพื่อไทย&amp;#39; ปูดม็อบต้านแก้รธน.จ้างมาหัวละ 500 บาท
	&amp;#39;สามสี&amp;#39; ชู 5 ข้อไม่จำเป็นต้องแก้รธน. สถาบันฯก็พัฒนาไปสู่การปฏิรูปอยู่แล้ว
	3 นิ้วสูงวัย ด่าลั่น&amp;nbsp;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84096</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรัจชัย พันธุมาศ, ประชุมรัฐสภา, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, พรรคก้าวไกล, พรรคเพื่อไทย, แก้รัฐธรรมนูญ, แก้ไข รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200925/image_big_5f6db3fb4263f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; แจงยิบตั้งกมธ.ศึกษาญัตติ 30 วันไม่ใช่เตะถ่วง เผยนายกฯย้ำครม.หนุนแก้ รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีวุฒิสมาชิกเห็นควรให้มีการพูดคุยในกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ฉบับ ก่อนรับหลักการ โดยไม่เห็นด้วยกับการที่นายกรัฐมนตรีจะมาส่งสัญญาณให้รับญัตติของพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงหากจะตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ต้องมีการทำประชามติเสียก่อนว่า เป็นความเห็นของส.ว. แต่ถึงอย่างไรทุกอย่างจะต้องไปพูดคุยกันในกรรมาธิการฯ ซึ่งตั้งขึ้นตามข้อบังคับเพื่อพิจารณาก่อนรับหลักการ รัฐบาลหรือตนคงออกความเห็นอะไรไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยร่างนั้นเป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ร่าง และเป็นร่างของพรรคฝ่ายค้าน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ร่าง ซึ่งหลักการคล้ายคลึงกัน แต่เป็นการแก้ไขรายมาตราอีก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ร่าง ร่างของไอลอว์อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ร่าง ซึ่งของไอลอว์นั้นประธานกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งหมดจะเข้าไปสู่การพิจารณาของกรรมาธิการฯ และได้ยินว่าเขาจะนำบทสรุปหรือข้อสังเกตของกรรมาธิการชุดของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่าเป็นการดี เพราะตอนที่ชุดของนายพีระพันธุ์ เสนอนั้น ยังไม่มีร่างใดเลยแม้แต่ร่างเดียว ดังนั้นจึงต้องนำมาเทียบกันทั้งหมด จะต้องใช้เวลาไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วันนี้ ให้เป็นประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า ซึ่งที่เป็นข่าวและวิจารณ์กันว่ารัฐบาลส่งสัญญาณอะไรนั้น เมื่อวันอังคารที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.ย.ที่ผ่านมา ตนก็นั่งอยู่ในที่เกิดเหตุนั้นด้วย แต่ไม่เห็นว่าเป็นการส่งซิกใดๆทั้งนั้น เป็นเพียงมีการพูดคุยกันหลายเรื่อง เป็นธรรมดาของทุกวันอังคารก่อนการประชุมครม.ที่รัฐมนตรีคนไหน หรือหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลคนไหนมีข้อหารือหรือเล่าให้นายกรัฐมนตรีฟัง ก็มาพูดคุยเป็นธรรมดา ไม่ใช่เป็นการประชุมอะไรด้วยซ้ำไป เนื่องจากมีคนอื่นๆ อยู่ด้วยหลายคน เช่น ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งส่วนใหญ่พูดคุยกันเรื่องวัคซีนว่าจะทำอย่างไร ที่จะเอาเข้ามาได้โดยเร็ว พูดกันถึงเรื่องแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และอีกหลายเรื่องที่สภาพัฒน์ฯ ต้องจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีการพูดถึงเรื่องปัญหารัฐธรรมนูญ ซึ่งนายกฯปรารภขึ้นมาว่า ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลได้ลงชื่อกันไปจำนวนมากกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คน เพราะฉะนั้นก็เป็นธรรมดาที่พรรคร่วมรัฐบาลเมื่อเสนอแล้ว ก็ต้องเข็นต่อไป จะไปกลับลำได้อย่างไร ซึ่งนี่คือสิ่งที่นายกฯพูด ซึ่งทุกพรรคก็เห็นด้วย ทั้งท่านอนุทิน ท่านจุรินทร์ ท่านวราวุธ ต่างก็เห็นด้วยว่าถูกต้อง นายกฯก็บอกว่าอันนี้คือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ส่วนการที่จะทำความเข้าใจอย่างไรต่อไปกับคนอื่น ซึ่งในที่นี้หมายถึงสมาชิกรัฐสภา ทั้งผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และประชาชน ก็รอฟังกรรมาธิการว่าเขาว่ากันอย่างไร เพราะถ้าออกมาตรงกันก็จะได้ไม่ต้องเหนื่อยอธิบาย แต่ถ้าไม่ตรงกันก็ต้องช่วยกันอธิบาย พูดกันแค่นี้ ไม่ได้ส่งซิกส่งอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวุฒิฯท่านจะพูดกันอย่างไรก็ถูก เพราะถือเป็นผู้มีสิทธิเสียบบัตร หรือผู้มีสิทธิออกเสียง หรือขานชื่อ ท่านจะเอาอย่างไรก็ต้องแล้วแต่ท่าน แต่ทั้งหมดนี้ คงต้องคุยกันในกรรมาธิการฯก่อน ไม่อย่างนั้นจะตั้งขึ้นมาหาอะไร และตอนที่นายกฯพูดคือวันอังคาร คณะกรรมาธิการฯยังไม่ได้ประชุมกัน ซึ่งเขาเพิ่งประชุมกันนัดแรกในวันพุธ&amp;rdquo;นายวิษณุระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงอย่างไรเสียงของส.ว.ก็มีส่วนสำคัญในการที่จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะส.ว.มีตั้ง&amp;nbsp;250&amp;nbsp;เสียง ต้องขอรอฟังการพูดคุยของกรรมาธิการฯกันเสียก่อนเพื่อให้เกิดตกผลึก&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตนได้พูดประโยคสำคัญ พวกคุณสังเกตหรือไม่ เพราะถ้าสังเกตให้ดีจะมีอะไรซ่อนอยู่ ผมบอกว่าทั้งหมดอยู่ที่คณะกรรมาธิการฯ ถ้ากรรมาธิการฯออกมาตรงกับแนวของเรา มันก็ได้ แต่ถ้าไม่ตรงกัน ก็ต้องไปช่วยกันทำความเข้าใจกับส.ส. ส.ว.และประชาชน&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่ามีส.ว.บางคนเรียกร้องให้ทำประชามติก่อนจะตั้งส.ส.ร. นายวิษณุ กล่าวว่า มีบางคนพูดเท่านั้น ซึ่งตนได้ยินมานานแล้ว ก็ไม่เป็นไร ทั้งนายสมชาย แสวงการ&amp;nbsp;,นายไพบูลย์ นิติตะวัน ก็พูด ก็ไม่เป็นไร ก็ถือเป็นข้อเสนอและเป็นข้อสังเกตที่ดี และนั่นคือสิ่งที่พูดกันมาก่อนจะมาตั้งกรรมาธิการ เพราะการพูดอย่างนั้นจึงเป็นที่มาของการตั้งกรรมาธิการตามข้อบังคับ&amp;nbsp;121&amp;nbsp;วรรค3&amp;nbsp;เพราะเกิดตกใจขึ้นมาว่า ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่&amp;nbsp;18-22/2555&amp;nbsp;ที่เคยมีมานั้นตรงกับกรณีที่เกิดขึ้นในเวลานี้หรือไม่ เพราะในวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวได้บอกไว้จริงๆว่า อำนาจมาจากประชาชน เมื่อมาจากประชาชนก็ต้องกลับไปถามประชาชน แล้วหลักดังกล่าวจะนำมาใช้กับครั้งนี้ได้หรือไม่ อันนี้ก็สุดแท้แต่ ซึ่งตนเองมีความเห็นแต่ไม่อยากพูด ดังนั้นควรไปพูดคุยกันในกรรมาธิการ ในเมื่อมีเวลาแล้วก็พูดกันใน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วันนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;30&amp;nbsp;วันนี้ไม่ได้มีขึ้นเพื่อจะถ่วงเวลาใดๆทั้งสิ้น เพราะได้อธิบายแล้วว่า ถึงจะรับหลักการในวาระที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แล้ว สมมติว่าไม่ได้ตั้งกรรมาธิการ ก็ยังเดินหน้าต่อไม่ได้ และอย่างมากก็ตั้งกรรมาธิการพิจารณาในวาระ2,3&amp;nbsp;จนกระทั่งเปิดสภาฯ มาพิจารณาวาระ 2&amp;nbsp;รายมาตรา จนกระทั่งพิจารณาเสร็จแล้วทิ้งไว้&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน เพื่อพิจารณาวาระ3&amp;nbsp;เสร็จแล้วก็ต้องทิ้งไว้อีกเป็นเดือนๆ เพราะว่ายังไปทำประชามติไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมทำปฏิทินไว้ในใจว่ากว่ากฎหมายประชามติจะผ่าน ก็ไปถึงก.พ.-มี.ค.64 เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญที่ทำเสร็จในเดือนธ.ค.ก็ต้องทิ้งเอาไว้อยู่ดี เพราะต้องรอ ไม่เช่นนั้น ไม่รู้จะไปลงประชามติกันอย่างไร ฉะนั้นก็ต้องใช้เวลา ซึ่งก็รอบคอบ ดังนั้นใครที่นั่งฟังอยู่ บางคนก็บอกว่ากลัวอย่างนั้น บางคนก็บอกว่ากลัวอย่างนี้ บางสิ่งที่กลัวบ้างก็ไม่มีเหตุผล บางสิ่งก็อาจจะมีเหตุผล ก็ควรนำมาถกกันเสียในช่วงที่สภาฯปิด 30 วันนี้ เพราะถ้าสภาฯไม่ปิด การตั้งกรรมาธิการฯ เป็นการถ่วงเวลาจริงๆ แต่เมื่อสภาฯปิดสมัยประชุม 30&amp;nbsp;วัน ทำอะไรก็ไม่ได้ในสภาฯ จึงใช้เวลานี้ให้เป็นประโยชน์ ถ้าทำเสร็จเร็วไม่ถึง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน ก็ยิ่งดี และถึงอย่างไรก็ต้องรอเปิดประชุมสภาฯวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พ.ย.อยู่ดี&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯ กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การจะเปิดสภาสมัยประชุมวิสามัญฯนั้นยุ่งยากพอสมควร เพราะต้องมีพระราชกฤษฎีกาเปิดสภาฯ แล้วยังต้องมีพระราชกฤษฎีกาอีกฉบับหนึ่งเพื่อปิดสภาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าไม่ต้องเปิดสมัยประชุมวิสามัญฯใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่แน่ อาจจะเปิดก็ได้ เพราะการเปิดสภาฯ สมาชิกก็เข้าชื่อกันขอเปิดได้ เพราะการเปิดสภาฯวิสามัญนั้นทำได้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แบบ โดยครม.ขอเปิด และสมาชิกสภาฯเข้าชื่อกันขอเปิด แต่ในเมื่อจะเปิดสภาฯอยู่แล้วในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พ.ย. ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ ดังนั้นก็ต้องเปิดวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พ.ย. ก็สามารถประชุมร่วมกันได้เลย ก็ไม่ได้เสียเวลาแต่อย่างใด ส่วนความมั่นใจก็รอฟังทางกรรมาธิการฯ ส่วนตนเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลที่เข้าชื่อกันเสนอนั้น เขาก็มีความมั่นใจของเขาแล้ว เชื่อว่าในกรรมาธิการฯพูดกันเดี๋ยวเดียวก็เข้าใจ ในเมื่อแต่ละคนมีเหตุผลทั้งนั้นก็ให้นำมาพูดกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากรับหลักการในวาระ 1&amp;nbsp;แล้วตั้งกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;คน ซึ่งคนนอกเป็นกรรมาธิการฯไม่ได้ เพื่อให้มาตรวจแก้ร่างฯ ซึ่งครั้งนี้ยังไม่ได้เป็นการร่างส.ส.ร. แต่เป็นเพียงการเปิดทางให้มีส.ส.ร. ซึ่งกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;คนนั้น ต้องมาจากสมาชิกรัฐสภา ครม.ส่งคนไปไม่ได้ คนนอกเป็นไม่ได้ แม้แต่ร่างไอลอว์ของประชาชน ถ้าเข้าไปได้แล้วรับหลักการให้วาระ 1&amp;nbsp;ไอลอว์ก็เป็นกรรมาธิการฯไม่ได้ แต่ไปชี้แจงได้&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79195</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิษณุ เครืองาม, แก้ไข รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f74646258fd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุทิน&#039; หวั่น 6 ญัตติแก้ รธน.ส่อคว่ำ ประเมินท่าที ส.ว.ไม่เอาด้วย ชี้จุดเปลี่ยนอยู่ที่รัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - เวลา 09.45 น. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณี ท่าทีของส.ว ว่าไม่เห็นด้วยกับ 6 ญัตติ​แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ​ว่า เท่าที่ฟังเมื่อวาน (23 ก.ย.)​ก็เป็นเช่นนั้น ประเมินดูแล้วในส่วนของส.ส. ทั้งฝ่ายรัฐบาล​และฝ่ายค้าน​เห็นสอดคล้องต้องการเป็นส่วนใหญ่ มีเพียงซีก ส.ว.ที่มีความเห็นต่าง จากการประเมินการอภิปรายเมื่อวาน เป็นที่น่าวิตก 6 ญัตติ​อาจจะสุ่มเสี่ยงที่จะไม่ผ่าน เว้นแต่ว่าวันนี้ ส.ว.จะมีการเปลี่ยนท่าที และวิธีคิดอาจจะพอมีหวังขึ้นมาบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าภายในคืนเดียวทำให้เปลี่ยนวิธีคิดได้เลยหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า เรามองในแง่บวก การเปลี่ยนวิธีคิด มีหลายวิธี คือเหตุผล​ที่จะพูดในวันนี้ ซึ่งตนได้ให้แนวทางกับเพื่อนส.ส. พยายามตั้งสติด้วยอารมณ์ที่นิ่ง และรวบรวมประเด็นหลักฐานข้อที่ทางส.ว.ติดใจ ให้ชี้แจงให้กระจ่าง ตนก็จะชี้แจงจนสุดความสามารถ เพราะเชื่อว่าถ้าคิดด้วยเหตุผล ข้อคำถามที่ส.ว.ติดใจเราตอบได้ทุกข้อ ก็น่าจะทำให้เขาเปลี่ยนใจได้ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา ​เท่านั้นที่จะเปลี่ยนได้ วันนี้จะผ่านหรือไม่ผ่านคิดว่าเหตุผลก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ใจรัฐบาลจะเอาอย่างไรเท่านั้น อยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์​จะบอกให้ผ่านหรือจะให้แก้ เชื่อว่าเปลี่ยนได้ ถ้าบอกไม่แก้รัฐบา​ลไม่เอาก็ไม่มีทางจะผ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่าประเมินหรือไม่ว่าร่างของพรรคร่วมรัฐบาลจะผ่านเพียงร่างเดียว นายสุทิน กล่าวว่า จากความหวัง​ที่เริ่มต้นเรามีโอกาสที่ผ่านญัตติ แต่เมื่อวานทำให้ลดลงมาเหลือที่ญัตติเดียวคือร่างของพรรค​ร่วมรัฐบาล แต่เมื่อคุยกับส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ก็มีความไม่มั่นใจเหมือนกัน ฉะนั้นวันนี้แม้แต่ร่างของพรรคร่วมรัฐบาล ร่างเดียวเราก็ไม่มั่นใจว่าผ่านหรือไม่ ทั้งนี้จากการประเมินนายกรัฐมนตรีในวันนี้ต้องดูว่าท่านจะเล่นสองหน้าหรือไม่ คือไฟเขียวให้พรรคร่วมได้ยื่น แต่ที่ดูท่าทีของส.ว.เมื่อวานเชื่อว่าทุกคนพูดอย่างตรงๆไม่อ้อมค้อม ทั้งส.ว.และส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ก็มีศูนย์กลางอยู่ที่คนๆเดียวคือนายกรัฐมนตรี เกิดไฟเขียวให้รัฐบาลยื่นเป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาล แล้วส.ว.ไม่รับ คิดอย่างไรก็คิดได้ว่า นายคนเดียวกัน แต่สั่งซีกหนึ่งทำอีกอย่าง สั่งอีกซีกหนึ่งทำอีกอย่างแต่ถ้าวันนี้ร่างผ่าน เราก็จะประเมินนายกฯได้อีกแบบหนึ่ง ถ้าไม่ผ่านก็ประเมินได้อีกอย่างหนึ่ง วันนี้ไม่ได้เป็นการกล่าวหา ตนยังให้เกียรติ​กันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามเพิ่มเติมว่า &amp;nbsp;ประเมินสถานการณ์​การเมืองอย่างไรหาก 6 ญัตติร่างแก้รัฐธรรมนูญไม่ผ่าน นายสุทิน กล่าวว่า น่าเป็นห่วงเพราะเรารู้กันว่า การเรียกร้องของภาคประชาชนก็ชัดเจน คือ การแก้มาตรา 256 และการจัดตั้งส.ส.ร. ซึ่งทั้งกลุ่มของ I Law ประชาชน และรัฐบาล โดยแต่ละกลุ่มก็ต้องการแก้ไขมาตราดังกล่าว แต่ถ้าไม่ผ่านก็จะเป็นการปฏิเสธความต้องการที่มาจากหลายภาคส่วน ความไม่พอใจมันก็ต้องมี แต่จะถึงขั้นไหนยังไม่อยากประเมิน แต่เราก็ไม่อยากให้เกิด เพราะความผิดหวังทำให้คนเกิดอารมณ์ ซึ่งเราก็จะพยายามอธิบาย ส่วนรัฐบาลบริหารสถานการณ์ให้ได้ก็แล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าท้ายที่สุดถ้า 6 ญัตติไม่ผ่าน ฝ่ายค้านจะดำเนินการอย่างไร จะยื่นเสนอใหม่หรือไม่ น​ายสุทิน กล่าวว่า หากไม่ผ่านเราก็จะถามประชาชน ฟังประชาชนดู ภาคส่วนต่างๆและเครือข่าย ถ้ายังอยากให้แก้และยังสู้เราก็ต้องยื่นใหม่ในสมัยประชุมหน้า อาจจะมองในแง่ดีว่า เวลาการศึกษาเรียนรู้จะน้อยไปหรือไม่ ถ้าน้อยไปก็มาเรียนรู้กันอีกสัก 2-3 เดือน แล้วมายื่นใหม่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน ถ้าประชาชนบอกว่าพอแล้ว ยอมแพ้แล้วเราเป็นฝ่ายการเมืองก็ต้องยอมไปกับประชาชน ส่วนร่างของ I Law ที่มีการยื่นมาก่อนหน้านี้ ตนก็มีความหนักใจ ถ้าทางสภาวินิจฉัย​ว่า เป็นร่างเดียวกัน หลักการเดียวกัน เมื่อพิจารณาตกไปแล้วก็อาจจะยื่นซ้ำต่อไปอีกไม่ได้ ถ้าวินิจฉัยแบบนัันก็น่าเสียดาย แต่ตนเชื่อว่า​เป็นคนละสมัยการประชุม แม้ร่างของ I Law ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลมีหลักการเดียวกัน ก็น่าจะยื่นได้ที่นี้เราก็ต้องไปมีความหวังกับร่างของ I Law และคงจะมีการพูดคุยเพื่อจะช่วยดันร่างของ I Law แล้วเราอาจจะยื่นประกบอีกครั้งก็ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78454</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมรัฐสภา, ส.ว., สุทิน คลังแสง, แก้รัฐธรรมนูญ, แก้ไข รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c15928cc8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองปธ.วุฒิสภา ชี้ 6 ญัตติยังไม่ชัด หากถูกตีตกก็เสนอใหม่ได้ เมินม็อบบุกกดดันเพราะไม่ได้อยู่ใต้อำนาจมืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - เวลา 08.55 น.ที่รัฐสภา พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กล่าวถึงการพิจารณาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง 6 ญัตติ ของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา หากไม่ผ่าน จะทำอย่างไรได้บ้างว่า หากญัตติไม่ผ่านมีโอกาสยื่นได้ใหม่โดยจะต้องชี้แจงถึงเหตุผลในการแก้ไขให้ชัดเจน ซึ่งการชี้แจงในที่ประชุมเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมายังไม่ชัดเจน ส่วนกรณีที่จะมีกลุ่มผู้ชุมนุมมากดดันหน้ารัฐสภา ก็เป็นสิทธิและหน้าที่ ถ้าไม่นำความเดือดร้อนหรือละเมิดสิทธิผู้อื่น หรือกระทำผิดกฎหมายก็ไม่มีอะไรที่น่ากลัว ส่วนรัฐสภาก็ทำหน้าที่พิจารณาไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ส.ว.อาจถูกกดดันจากกลุ่มผู้ชุมนุม พ.อ.สิงห์ศึก กล่าวว่า หากมีการนำมวลชนมากดดันเพื่อเรียกร้องในสิ่งที่ต้องการเท่ากับว่าตกอยู่ใต้อิทธิพลอำนาจมืด ทั้งที่ไทยมีวัฒนธรรมจารีตประเพณีมากว่า 800 ปีที่สำคัญรัฐธรรมนูญเป็นจิตวิญญาณของประเทศไม่สามารถพูดกันโดยไม่มีเหตุและผลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สังคมจะผิดหวังหรือไม่ หากรัฐสภาตีตกทั้ง 6 ญัตติ พล.อ.สิงห์ศึก กล่าวว่า ไม่รู้ แต่เห็นว่าความเห็นจากการอภิปรายมี 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายยื่นเสนอ และอีกฝ่ายคัดค้าน ยังไงดูว่าจะเอาอย่างไรแต่พอมาพูดเหตุผลฟังในเหตุผลแล้วส.ส.ก็ต้องให้เหตุผลที่ดี แต่ส.ส.ยังไม่ชัดเจน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78453</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ประชุมรัฐสภา, พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร, แก้ไข รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c13dce84ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือด! ประชุมแก้ รธน. &#039;ก้าวไกล&#039; รุมซักฟอก ส.ว. &#039;ชวน&#039; กรีดไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - เมื่อเวลา 22.10 น. วันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ที่รัฐสภา นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นอภิปรายแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;โดยเนื้อหาหลายช่วงหลายตอนไม่ได้พูดเฉพาะประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ แต่ได้พาดพิงสมาชิกวุฒิสภาบ่อยครั้ง มีการใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม อาทิ ใช้คำว่า เป็นผู้รับใช้ พล.อ.ประยุทธ์ กบฎคสช. นั่งร้านคสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. จึงลุกขึ้นประท้วง ขอให้ถอนคำพูด คำว่า ผู้รับใช้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคำที่ไม่เหมาะสม ถ้าหากผมจะพูดว่า พรรคก้าวไกล เป็นผู้รับใช้ธนาธร ได้หรือไม่ ทำให้นายชวน ห้ามปราม และขออย่าพาดพิงคนภายนอกสภาฯ เพราะขณะนี้กำลังอภิปรายแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสรี กล่าวขึ้นมาว่า แต่ละคำที่พูด ไม่อยู่ในเนื้อหาพิจารณา เป็นการกระทบกระเทียบเปรียบเปรย ทำให้วุฒิสภาเสียหาย ท่านกำลังสร้างวิธีการขัดแย้งกับ ส.ว. เพื่อไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็โยนความผิดมายัง ส.ว. และที่บอกว่า สมัยหน้าจะให้เลือกพล.อ.ประยุทธ์กลับมาหรือไม่ ผมก็จะเลือก ถ้าแข่งกับธนาธร ก็จะเลือกพล.อ.ประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายชวน จึงตัดบท เพื่อให้นส.ญาณธิชา อภิปรายต่อ แต่ก็ยังมีถ้อยคำที่พาดพิง เสียดสี ส.ว. ทำให้นายเสรีลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งว่า เป็นส.ส.ที่พูดไม่รู้เรื่องที่สุด เท่าที่เคยได้ยินมา ขณะที่ น.ส.ญาณธิชา สวนกลับมาทันทีว่า ขอบคุณค่ะ ทำให้ที่ประชุมต่างหัวเราะพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงช่วงนี้ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประท้วงขึ้นมาว่า เป็น ส.ว.ที่พูดไม่รู้ฟังเหมือนกัน แก่ปูนนี้แล้ว ทำให้นายเสรี สวนกลับมาทันที บิดา ท่านก็พอๆกับผมหล่ะครับ นายวิโรจน์ โต้กลับทันควันว่า อ่อ บิดาผมตายไปแล้วครับ จะตายตามบิดาผม ไปหรือเปล่า ทำให้นายชวน หัวเราะขึ้นมา แต่นายวิโรจน์ยังบอกอีกว่า ขอประท้วง เพราะท่านพูดไม่รู้ความ พูดไม่รู้ฟัง ประท้วงซ้ำซาก ผมอายุน้อยกว่าท่านเกือบ 20ปี อย่ามาให้สอนท่านเลย จากนั้นนายชวน ได้ให้ส.ส.จันทบุรี อภิปรายต่อจนจบ แล้วจะให้นายเสรี ชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อน.ส.ญาณธิชา พูดจบ นายชวนก็ให้นายเสรีใช้สิทธิที่ถูกพาดพิง แต่ส.ว.ผู้นี้กล่าวมาว่า ไม่มีอะไรแล้วครับ ผมก็อาวุโส ก็เสียใจที่บิดา เขาเสียชีวิต ทำให้นายชวน ถึงกับยิ้มพร้อมกล่าวว่า อ้าว ไปกันใหญ่ ขณะที่นายวิโรจน์ กล่าวมาทันที แม้ว่า บิดาจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่บิดาก็ยังรอรับท่านอยู่เหมือนกัน เมื่อถึงช่วงนี้ ทำให้ที่ประชุมถึงกับหัวเราะออกมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทั้งคู่ ต่างจะใช้สิทธิ์ ขอประท้วง ขอพาดพิงอีก ทำให้นายชวน ตัดบทขึ้นมาว่า อย่างไร ทั้งคู่ก็ต้องไปที่นั่นเหมือนกัน รวมถึงผมด้วยครับในวันข้างหน้า ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมถึงกับหัวเราะครืน ก่อนที่ประธานสภาฯจะบอกอีกครั้งว่า ประชาชนมองเราอยู่ ต้องเก็บสติกันไว้ จากนั้นก็เข้าสู่บรรยากาศอภิปรายของผู้อภิปรายคนอื่นต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78441</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ญาณธิชา บัวเผื่อน, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, อภิปรายแก้รัฐธรรมนูญ, เสรี สุวรรณภานนท์, แก้ไข รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6bf3f0b3cf5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
