<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; เคาะแล้ว 17-18 มี.ค.เปิดวิสามัญโหวตแก้รธน.วาระ 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.64- &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ในวาระสาม &amp;nbsp;ว่า ตนได้โทรศัพท์ไปเรียนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้ทราบแล้วว่า ความเห็นของที่ประชุมร่วม 3 ฝ่ายเมื่อวันที่ 8 มี.ค.เห็นตรงกันว่าจะเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ เพราะมีกฎหมายอื่นๆด้วย ไม่ได้มีแค่การลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 อย่างเดียว จึงไม่ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) สามารถนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯได้ทันที เพราะเราต้องส่งเอกสารให้สมาชิกรัฐสภาภายใน 3 วัน อย่างช้าวันที่ 13 มี.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหากในวันที่ 11 มี.ค. ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาทางใดทางหนึ่ง ขั้นตอนหลังจากนั้นในการพิจารณาร่างแก้ไรัฐธรรมนูญ จะดำเนินการอย่างไร นายชวน กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปสมมติเลย เพราะตนมองในทางบวกว่ากระบวนการทางรัฐสภาก็ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์เพราะเป็นเช่นนี้แล้ว และเหลืออีกไม่กี่วันที่ศาลจะวินิจฉัยก็อย่าเพิ่งไปสมมติ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กรแต่ถึงอย่างไรการประชุมสภาสมัยวิสามัญต้องมีอยู่แล้วเพราะไม่ได้มีเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแก้ไขรายมาตราที่เกิดขึ้นในอนาคตสามารถทำได้หรือไม่นั้น ประธานสภาผู้แทนฯตอบว่า รอให้โหวตวาระ 3 ผ่านไปก่อนแล้วค่อยคุยเรื่องนั้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95480</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, เปิดสภาสมัยวิสามัญ, แก้ไขรธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_6046fa0fcfc31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิกร&#039;ไม่เห็นด้วย​ยื่นศาลตีความร่างแก้ไขรธน.​ ชี้​อาจทำให้ถูกมองเป็นการถ่วงเวลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย.63- &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ พรรคชาติไทยพัฒนา​ (ชทพ.)​ ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาเสนอความเห็นในประเด็นข้อกฏหมายในคณะกรรมการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ก่อนรับหลักการ​ เปิดเผยว่า​ไม่เห็นด้วยต่อการขอเสนอญัตติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับการการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม​ (ฉบับที่...) พ.ศ.... ฉบับที่ 1​ และฉบับที่ 2 เพราะไม่ได้เป็นการขัดหรือหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่18-22/2555 แต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาบอกว่าได้ให้เหตุผลบันทึกไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการที่จะเสนอต่อสภาในวันที่​ 17พ.ย.​ &amp;nbsp;แล้ว ดังนั้น​ จะไม่เห็นชอบกับญัตตินี้ด้วยเห็นว่าการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวสมาชิกรัฐสภาสามารถดำเนินการได้ตามอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งตนเองก็ได้ลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวไปเองแล้ว จะมาแย้งการกระทำของตนเองได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเสนอในขณะนี้อาจทำให้สมาชิกรัฐสภาไขว้เขว ในการลงมติรับหลักการและทำให้ร่างแก้ไขนั้นตกลงไปได้ ทั้งอาจทำให้ประชาชนเห็นว่าเป็นการถ่วงเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องกระทำในเวลานี้ อันถือเป็นทางออกสำคัญสายเดียวที่เป็นการคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นอย่างหนักในขณะนี้ จึงไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง โดยจะเดินหน้าเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญที่ผมได้ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขไว้ และตนจะไม่เห็นชอบด้วยกับญัตติเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยดังกล่าว&amp;quot;นายนิกร​ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83342</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิกร จำนง, แก้ไขรธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa4ecd8c3a46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 07:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039;กังขาฝ่ายค้านเรียกร้องแก้ไขรธน.ยุติความขัดแย้งแต่ชักชวนคนเดินลงถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย.63 - นายนันทธิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง&amp;nbsp; บทบาท​ ฝ่ายค้าน​ ? มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สส. พรรคฝ่ายค้าน​ 6&amp;nbsp; พรรคแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลยอมตามข้อเรียกร้องของกลุ่มปลดแอก​ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​&amp;nbsp; เรียกร้องให้วุฒิสมาชิกร่วมมือแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประเทศชาติอยู่รอด​ เพื่อยุติความขัดแย้งในประเทศ
นี่มันอะไรกัน​ ร่างญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ของ สส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน​ ถึงมือประธานรัฐสภากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มนับหนึ่งแล้ว
แต่​ สส.และพรรคการเมืองฝ่ายค้านกลับชักชวนให้คนเดินลงถนน​&amp;nbsp; ให้ฟังเสียงม๊อบ​ แทนที่จะเอาความขัดแย้งเข้าสู่สภา​ ไปตกลงกันในสภา
แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ จะแก้รายมาตรา​ หรือยกร่างใหม่ทั้งฉบับ จะมี​ สสร.หรือไม่มี​ สสร.เป็นเรื่องสมาชิกรัฐสภาต้องหารือกัน​ ไม่ใช่หนุนม๊อบให้มากดดันรัฐสภา​
ถ้าจะให้ฟังเสียงม๊อบ​ เดี๋ยวฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยและคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ ระดมคนกันมาบ้าง​ ประเทศจะไม่วุ่นวายกันไปใหญ่หรือ
เชื่อเถอะ​&amp;nbsp; การพัฒนาการเมืองไม่ใช่ดีดนิ้วมือทีเดียว​ หรือจ่ายเงินแล้วได้หมดทุกอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77798</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งสสร., นันทิวัฒน์ สามารถ, บทบาทฝ่ายค้าน, แก้ไขรธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20200814/image_mid_5f35e35ad8c49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2020 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.วันชัย&#039; ยกธงขาว! หนุนแก้รธน. ตัดทิ้งอำนาจส.ว.โหวตเลือกนายกฯ -ผบ.เหล่าทัพนั่งวุฒิสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 63 - นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า เป็นที่แน่ชัดว่าทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน มีแนวทางตรงกันว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ เพียงแต่ละฝ่ายจะมีเงื่อนไขบางเรื่องบางประเด็นและระยะเวลาเท่านั้น นั่นก็หมายความว่าเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญคงไม่ใช่เงื่อนไขที่จะเป็นปัญหาอีกต่อไป สถานการณ์ตอนนี้ ทั้งภัยธรรมชาติเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ทั้งภายในและภายนอก เราหมดเวลาที่จะทะเลาะกัน แบ่งแยกแตกสามัคคี ประเทศเราหายนะมามาก เสียเวลามามาก เลิกทะเลาะเบาะแว้งขัดแย้งกันได้แล้ว ถ้าทุกฝ่ายลด ละ ความเห็นแก่อำนาจและผลประโยชน์ของตน เอาประเทศและประชาชนเป็นตัวตั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เดินไปได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นกันอยู่หลัดๆ แค่โควิดมา ประเทศหยุด ทั้งโลกหยุด ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างกระทันหัน ถ้าเรายังทะเลาะกัน แย่งอำนาจกัน ไม่ต้องรอโควิครอบ 2 หรอก ประเทศก็จะหยุดไปและล้าหลังเหมือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรายังมีเรื่องอื่นอีกเยอะที่ยังเห็นไม่ตรงกัน แต่เรื่องรัฐธรรมนูญทุกฝ่ายมีเป้าหมายตรงกันว่าจะต้องแก้ ก็รีบเดินหน้าไปเลยเพื่อจะได้ลดความขัดแย้งลงไปเปราะหนึ่ง อย่างที่ผมว่ามาแล้วไม่ต้องแก้ทั้งฉบับหรอก รัฐบาล ฝ่ายค้านและส.ว.รวมทั้งฝ่ายอื่นๆ มีประเด็นมีปัญหาอะไรต้องการแก้ตรงไหนว่ากันมาเลย เอากันให้ชัดๆตรงๆไม่ต้องอ้อมค้อม เมื่อเห็นตรงกันก็เดินไปเลยจะได้เร็ว จะได้เห็นผลทันต่อสถานการณ์ ไม่ใช่ปล่อยไว้ให้เป็นระเบิดเวลา เพราะตอนนี้ดูๆแล้วสถานการณ์กำลังแรงขึ้น ขืนชักช้าอาจไม่ทันแก้ก็ได้ ดังนั้นอะไรทำได้รีบทำเสียก่อนที่จะสายเกินแก้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนถามผมมาเยอะว่าที่เป็นส.ว.มา เห็นประเด็นปัญหาอะไรในรัฐธรรมนูญ ถ้าจะแก้จะเสนอในส่วนใด ก็ขอบอกเลยในฐานะส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับคนอื่นคือเรื่องโหวตนายกฯ ในสถานการณ์ตอนนั้นเราคิดว่าน่าจะใช่ เพื่อเอารัฐสภามาร่วมด้วยช่วยกันในระยะเปลี่ยนผ่าน แต่ ณ วันนี้และความเป็นจริงเห็นแล้วว่าการที่ส.ว.จะโหวตให้ใครเป็นนายกฯ เขาก็ต้องมีเสียงในสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่ากึ่งหนึ่ง เราจึงโหวตให้ ถ้ามีเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งขืนโหวตให้ ส.ว.ก็คงเสียผู้เสียคน และการดำรงอยู่ของรัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ได้ก็อยู่ที่เสียงของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้เกี่ยวกับเสียงของส.ว.เลย อย่างที่เห็นอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้นี่แหละ ใครจะเป็นรัฐบาลก็ต้องมีเสียงเกินกว่า 250 เสียง ส.ว.ไม่ได้ไปกำหนดอะไรได้เลย เมื่อสถานการณ์และความจริงเป็นเช่นนี้ ทั้งเรามีเป้าหมายตรงกันเพื่อความเป็นประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ถ้าจะแก้ในส่วนนี้ ผมเห็นด้วยและไม่ขัดข้องด้วยข้อเท็จจริงและบริบทที่เปลี่ยนไป และลดปัญหาดับไฟแห่งความขัดแย้งของประเทศ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องหวงอำนาจหรือผลประโยชน์อื่นใด อย่างที่ว่าเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้แต่เรื่องผบ.เหล่าทัพเป็นส.ว.โดยตําแหน่ง 6 คน เท่าที่ใช้รัฐธรรมนูญมาปีเศษ ผมว่าสร้างภาระและสร้างปัญหาให้กับท่านไปเปล่า เพราะคนเหล่านั้นมีตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบมากมายเกินกว่าที่จะมาร่วมประชุมได้ 2-3 วันหรือหามรุ่งหามค่ำเหมือนส.ส. ส.ว. ให้ท่านกลับไปทำหน้าที่ของท่านอย่างเต็มที่ดีกว่าไหมครับ ท่านจะได้ไม่ถูกข้อครหา และอีกเรื่องหนึ่งคือองค์กรอิสระ ทั้งคุณสมบัติและกระบวนการสรรหาก็น่าจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพราะบางองค์กรกว่าจะหาได้ก็ยากลำบาก หาคนมาสมัครยาก หรือยังหาไม่ได้จนกระทั่งทุกวันนี้ ไปๆมาๆก็จำต้องเลือกเพราะหาตัวเลือกไม่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัยระบุด้วยว่า คนอื่นอาจจะเห็นประเด็นเห็นปัญหามากกว่านี้ก็ได้ ก็อย่างที่ว่านั่นแหละคนร่างไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ร่าง และเมื่อใช้มาแล้วเห็นปัญหาและเป็นประเด็นของความขัดแย้งก็จัดการแก้ไขมันซะ ไม่เห็นจะเสียหายอะไร และไม่มีใครได้หน้าเสียหน้า มีแต่ความสงบเรียบร้อยและความรักความสามัคคีของประชาชนในประเทศ ถือว่าดับไฟแห่งความขัดแย้งไปได้กองหนึ่ง ดีกว่าที่จะปล่อยให้มันลุกลามเป็นเรื่องราวใหญ่โต ไหม้ประเทศ ไหม้ประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73800</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, วันชัย สอนศิริ, วุฒิสภา, เลือกนายกฯ, แก้ไขรธน., แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe6af2b137d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กป้อม&#039;แจงฝ่ายกฎหมายเอาผิด7พรรคฝ่ายค้านเหตุไม่ทัดทานนักวิชาการเสนอแก้มาตรา1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4ต.ค.62-ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4) แจ้งจับ 7 พรรคฝ่ายค้าน และนักวิชาการ เพื่อเอาผิดตามมาตรา 116 เนื่องจากจัดเวทีเสวนา &amp;ldquo;พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ในพื้นที่ จ.ปัตตานี โดยมีเนื้อหายุยง ปลุกปั่น ว่า เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายของ กอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งคงได้พิจารณาอยู่แล้ว แต่ตนยังไม่ได้เห็นเรื่องทั้งหมด จึงไม่สามารถพูดได้ว่ารัฐบาลจะทำอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะบานปลายไปเป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็แล้วเขาทำผิดหรือเปล่า ก็ต้องไปดูข้อกฎหมาย กอ.รมน.ภาค 4 เขาก็ดูข้อกฎหมาย และต้องดูที่คำพูดของเขา ส่วนจะเดินทางไปไหนก็ไป ไปพูดที่ไหนก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ต้องดูที่คำพูด เพราะเขาพูดว่าจะแก้รัฐธรรมนูญอะไรนั่น&amp;rdquo; เมื่อถามว่า มองว่าจะกลายเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีหรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แต่ในเวทีเสวนาดังกล่าว ข้อเสนอเรื่องแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 1 เป็นเพียงความเห็นเดียวของนักวิชาการ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็ในเมื่อนั่งอยู่ด้วยกัน ก็ต้องคัดค้านกันสิ&amp;rdquo; เมื่อถามย้ำว่า เป็นการสมรู้ร่วมคิดกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องถามนักกฎหมายดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า แสดงว่ากอ.รมน.ภาค 4 พิจารณาจากภาพรวมเวทีวันดังกล่าวใช่หรือไม่ ถึงไปแจ้งความ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ตนยังไม่ทราบรายละเอียด เพราะทาง กอ.รมน.ภาค 4 ยังไม่ได้รายงานมา แต่ก็ดูแล้วว่าผิด แต่ยังไม่ทราบว่าผิดข้อหาอะไร แต่เขาแจ้งความตามมาตรา 116 ยุยง ปลุกปั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าจะต้องย้อนไปดูการจัดเวทีเสวนาของ 7 พรรคฝ่ายค้าน ในจังหวัดอื่นๆ ที่ผ่านมาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายจะดูว่าอะไรผิด อะไรไม่ผิด ฝ่ายกฎหมายเขาต้องดู ซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4 ก็คงดูว่าผิดกฎหมายอะไร อย่างไรก็ตาม ตนคงไม่กำชับอะไร เพราะเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47295</URL_LINK>
                <HASHTAG>7พรรคฝ่ายค้าน, พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ, แก้ไขมาตรา1, แก้ไขรธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d96bd8740641.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2019 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หญิงหน่อยโวยรบ.มีเส้น ทำอะไรก็ไม่ผิด ชี้รธน.ส่งเสริมการโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 9.30 วันที่ 15 ก.ย. ที่ตลาดเกษตรมหาสารคาม อ.เมือง จ.มหาสารคาม&amp;nbsp; วิทยาลัยการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อประชาชน จัดเสวนา &amp;lsquo;รัฐธรรมนูญนี้เพื่อใคร? รัฐธรรมนูญใหม่เพื่อคนไทยทุกคน ท่ามกลางประชาชนร่วมรับฟังแน่นขนัด โดยมีตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านร่วมเสวนา อาทิ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย นพ.ประสงค์ บูรณพงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย นายนิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เปิดงานเสวนาว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญต้องการสืบทอดอำนาจของรัฐประหาร แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะเลือกพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยและเลือกบางพรรคที่ไม่เอาเผด็จการที่ไปร่วมรัฐบาล แต่รัฐธรรมนูญกล้บทำให้คนที่ประชาชนไม่ได้เลือกได้เป็นนายกฯ เกิดความไม่เป็นประชาธิปไตย การทำให้บ้านเมืองสันติสุข 1.ต้องทำให้ประชาชนของประเทศเป็นประชาชนที่ดีมีปัจจัยสี่ ได้รับการดูแลเศรษฐกิจ มีสิทธิเสรีภาพ 2.ต้องมีรัฐธรรมนูญที่ดี&amp;nbsp; ภัยของรัฐธรมนูญ 2560 ไม่สามารถทำให้ประชาชนเห็นอนาคตได้

เมื่อรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของประชาชนเราต้องมาร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญคืนสิทธิคืนอำนาจให้ประชาชน แม้แต่รัฐธรรมนูญที่เผด็จการร่างนั้น เราอาจแก้บทเฉพาะกาลให้อำนาจมาสู่ประชาชน เพราะบทเฉพาะกาลอำนาจอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ที่คนกลุ่มหนึ่งและนายทุน เมื่อร่างเสร็จปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ที่ดินทำกิน ไม่เคยถูกหยิบมาร่างในรัฐธรรมนูญ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ปาฐกถาพิเศษว่า วันนี้เศรษฐกิจกับกฎเกณฑ์มีความเกี่ยวกัน เศรษฐกิจจะดีได้ต้องมีความมั่นใจถึงจะกล้าใช้เงิน ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ทำให้กระเป๋าแฟ่บ แต่รัฐธรรมนูญนี้ทำลายความเชื่อมั่นและนักลงทุนทั้งหมด ทำไมต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการให้เศรษฐกิจกลับมาแข็งแกร่ง รัฐธรรมนูญนี้ทำลายเชื่อมั่น ความหวังของคนไทยและนานาชาติ เริ่มตั้งแต่การเลือกตั้ง ทั่วโลกยอมรับ มีสูตรคำนวณ ส.ส.พิสดารที่สุด มีการคำนวณให้พรรคปัดเศษเล็กได้มากันเต็ม พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.มากที่สุดแต่ไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นกติกาที่แปลกและขัดหลักการประชาธิปไตยทั่วโลก และมี ส.ว. 250 คน เลือกเสร็จแล้วก็เลือกนายกฯ แทนชาวบ้าน

&amp;ldquo;ใครเลือกนายกฯ คนนี้บ้างคนยกมือขึ้น แต่มี ส.ว. 250 คนเลือกแทน เมื่อขัดหลักการพื้นฐานประชาธิปไตยทั่วโลกก็ไม่ยอมรับ เมื่อเขียนรัฐธรรมนูญบิดเบี้ยว มีการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ พรรครัฐบาลมีเกือบ 20 พรรค จึงไร้เอกภาพ จึงเห็นการต่อรองตั้งแต่ยังไม่ตั้งรัฐบาล เพราะพรรคนี้ต้องการกระทรวงนี้ วันนี้มีใครต่อรองให้พี่น้องบ้าง ไม่มี ทำให้ได้รัฐบาลที่จ้องขโมยงูเห่าทุกสัปดาห์ที่โหวต ทำให้ได้รัฐบาลเลี้ยงลิง หากล้วยมาป้อนลิงให้ลิงอิ่ม ไม่ได้หาอะไรให้ประชาชนอิ่มท้อง รัฐบาลไร้เสถียรภาพ&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับปากท้องโดยตรง 5 ปีราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ได้นายกฯ คนเดิมราคาก็ตกเหมือนเดิม กำลังซื้อในประเทศตก ค่าเงินแข็ง ส่งออกตายสนิท ถ้าเรายังไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความหวัง อย่างสหรัฐฯและจีนทำสงครามการค้า ประเทศไทยเตรียมซื้อรถถังและเรือดำน้ำอีกแล้ว สวนกับความเป็นจริง รัฐธรรมนูญไม่ให้สิทธิประชาชนไปตรวจสอบ ยิ่งเอาคนไม่เก่งมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และรัฐบาลไม่น่าเชื่อถือก็ยิ่งแก้ไขไม่ได้ รัฐธรรมนูญปี 2560 ยังขัดขวางอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ใช้มาตรา 44 ยกเว้นการไม่ทำตามรัฐธรรมนูญร่วม 10 ครั้ง เขียนเองยังไม่ทำตามเลย รัฐบาลทำผิดเรื่องถวายสัตย์ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่ไม่ได้บอกที่มาของเงิน ในวันที่ 18 ก.ย. พรรคฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายทั่วไป พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งกระทำการขัดรัฐธรรมนูญทั้งสองอย่าง รัฐธรรมนูญนี้จึงขัดขวางการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง ถ้าเราเป็นรัฐบาลคงโดนฟ้อง เพราะเราไม่มีเส้น ของเขาทำผิดแค่ไหน ศาลก็ไม่รับพิจารณา แต่ถ้าเป็นเราคุกโลด อย่างนี้ต้องแก้หรือไม่

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญนี้ไม่ตรงปก เพราะเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง และเมื่อใช้ก็ปราบได้ไม่จริง ต้องใช้คำว่ารัฐธรรมนูญส่งเสริมการโกง โกงตั้งแต่การเลือกตั้ง ตรวจสอบลงโทษฝั่งตัวเองไม่ได้เลย แต่ฝั่งตัวเองไม่ได้เลย นาฬิกาหลายเรือน หลายล้าน ไม่ผิด ลืมได้ กำลังสร้างมาตรฐานให้เกิดการโกง อีกหน่อยนักการเมืองยื่นทรัพย์สินไม่ครบก็บอกยืมเพื่อนมา

ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ตรงปกต้องฟ้องสคบ. และต้องถูกแก้ไข ส่วนตัวดีใจที่สภาฯ จะศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ส่งเสียงถึงทุกพรรคการเมืองในสภา อย่าหลอกประชาชนอีก อย่าสร้างรัฐธรรมนูญของพรรคใดพรรคหนึ่ง ที่มีการบอกว่ารัฐธรรมนูญดีไซน์เพื่อพวกเรา แต่ต้องเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน อีกทั้ง รัฐธรรมนูญต้องเร่งแก้ไข แต่ไม่แตะต้องหมวด 1 รูปแบบของรัฐ หมวด 2 พระมหากษัตริย์ และต้องแก้ไขบางหมวดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้ประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45793</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, ทวี สอดส่อง, แก้ไขรธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190915/image_big_5d7dd5dd7921f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติเอกฉันท์รื้อรธน. ตั้ง‘กมธ.’สมัยประชุมหน้าซักผลกระทบ!ถวายสัตย์ฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เพื่อไทยแบไต๋ซักฟอกปมถวายสัตย์ฯ &amp;nbsp;เฉพาะผลกระทบ ปชช. สภามีมติเอกฉันท์ 436 ต่อ 0 ไฟเขียวญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไข รธน. &amp;quot;ชวน&amp;quot; จ่อนำญัตติรวมเป็นเรื่องเดียวกัน ถกวาระแรกสมัยประชุมหน้า ฝ่ายค้านตีปี๊บเป็นนิมิตหมายที่ดีแก้ รธน.ขจัดอุปสรรคพัฒนาประเทศ &amp;quot;เทพไท&amp;quot; ยินดีกับ ปชช.ล่วงหน้าที่จะได้ รธน.ที่เป็น ปชต. &amp;quot;กำนันสุเทพ&amp;quot; พบ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ครั้งแรกหลังรัฐประหารที่เกาะสมุยอย่างชื่นมื่น เชียร์ให้นำพาประเทศฝ่าวิกฤติไปให้ได้ มั่นใจเสียงปริ่มน้ำไม่น่าห่วง นายกฯ โวหลังเลือกตั้งต่างชาติมาหาหัวกระไดไม่แห้ง อย่าไปฟังใครบิดเบือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงญัตติการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมตินายกรัฐมนตรี ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ ว่าแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับพิจารณาประเด็นถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ แต่ฝ่ายค้านยังมีเรื่องจะอภิปรายอีกมาก เช่น สิ่งที่เป็นผลพวงและผลกระทบต่อการใช้อำนาจรัฐ โดยไม่มีการแตะต้องสถาบันฯ และไม่ถามว่าทำไมจึงถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ เพราะชัดเจนอยู่แล้ว แต่จะอภิปรายถึงผลจากการถวายสัตย์ฯ ครั้งนี้ หากตีความหมายของรัฐธรรมนูญจะเห็นว่าไม่ได้ห้ามการใช้กลไกของสภาตรวจสอบ เพราะเห็นว่าการถวายสัตย์ฯ เป็นประเด็นการเมือง ซึ่งสอดคล้องกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 ที่ระบุว่า ถ้าเป็นการกระทำของรัฐบาลต้องไม่กระทบสิทธิ์ของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันกษัตริย์ ซึ่งประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิ์ฟ้องละเมิดได้ เพราะระบุว่าต้องเป็นหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานที่ใช้อำนาจรัฐเท่านั้นถึงจะฟ้องได้ ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้อง เรามีประเด็นที่สังเกตว่าการกระทำของรัฐบาลที่มีความสำคัญกับสถาบันกษัตริย์ไม่มีองค์กรใดตรวจสอบได้ แต่ถ้าเกี่ยวกับการใช้อำนาจแล้วกระทบประชาชน เช่น เรื่องนี้ สภาสามารถใช้อำนาจตรวจสอบได้ เพราะถือเป็นประเด็นการเมือง เราจะไม่มีการพูดเรื่องสถาบันฯ แต่สิ่งที่จะถามคือผลพวงของการกระทำที่ส่งผลกระทบกับประชาชนและความเชื่อมั่น&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากยังอภิปรายเรื่องนี้อยู่ จะมีความสุ่มเสี่ยง นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราไม่กลัว เพราะเรามีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นกำแพงพิงหลังให้กับฝ่ายนิติบัญญัติ จึงไม่มีโอกาสที่จะสุ่มเสี่ยงถูกฟ้องร้อง และไม่ได้คาดหวังว่านายกฯ จะตอบตรงหรือไม่ตรง เป็นหน้าที่ของท่านที่จะมาตอบคำถามเรา ส่วนหากมีเหตุประท้วงก็เป็นสิทธิ์ของสมาชิก แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภา เราจึงต้องตระหนักว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เขาประท้วง มิเช่นนั้นจะเป็นเกมในสภา ไม่มีใครได้ประโยชน์ สภาก็จะเสียหายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เกียกกาย นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นำรายชื่อ 50 ส.ส.พลังประชารัฐ ยื่นญัตติด่วนเพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องหลักเกณฑ์ และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมกระบวนการรับฟังคิดเห็นของประชาชนที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร 2560 ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;
สภาไฟเขียวญัตติแก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวิเชียรกล่าวว่า เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นนโยบายเร่งด่วนข้อที่ 12 พรรคพลังประชารัฐสนับสนุนให้มีการศึกษาเรื่องดังกล่าว เพราะถือเป็นเรื่องเกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน &amp;nbsp;ส่วนแนวทางศึกษาทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเน้นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยเชื่อว่าการตั้ง กมธ.วิสามัญที่มีสมาชิกทั้งจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน จะไม่มีความขัดแย้งในระหว่างการพิจารณา ส่วนการเชิญบุคคลภายนอกให้มาร่วมเป็น กมธ.วิสามัญฯ นั้น ต้องให้ที่ประชุมเป็นผู้พิจารณา จะถึงขั้นเชิญนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มาชี้แจงหรือให้คำปรึกษาหรือไม่นั้น ต้องพิจารณากันอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม นายชวนชี้แจงเหตุผลการประชุมสภานัดพิเศษว่า เนื่องจากขณะนี้มีญัตติเร่งด่วนและญัตติตกค้างในสภามากถึง 117 เรื่อง จึงจำเป็นต้องเปิดประชุมสภานัดพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องตกค้างต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้ขอใช้สิทธิเสนอให้เลื่อนญัตติการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 ที่อยู่ในวาระท้ายๆ ขึ้นมาพิจารณาต่อท้ายเรื่องเร่งด่วนลำดับที่ 6 เรื่อง ขอตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของ คสช.และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ คัดค้านขอให้ดำเนินการพิจารณาไปตามวาระปกติ ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายเสริมว่า สิ่งที่นายสมพงษ์เสนอได้พูดคุยระหว่างวิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้านเรียบร้อยแล้ว โดยญัตติการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ฝ่ายค้านเสนอนั้น ขอให้มาต่อท้ายเรื่องด่วนที่ 6 เพื่อให้เป็นวาระแรกในการประชุมสภาสมัยหน้า ไม่ได้ต้องการให้พิจารณาตั้ง กมธ.ทันที เพราะดูจากวาระแล้ว คงพิจารณาไม่ทันในวันที่ 13 ก.ย.นี้ ที่จะปิดประชุมในเวลา 18.00 น. ในที่สุดนายวีระกรจึงยินยอมไม่ทักท้วงต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายชวนได้ขอให้ที่ประชุมลงมติจะให้เลื่อนญัตติการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 ขึ้นมาหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมลงมติเห็นด้วยให้เลื่อนขึ้นมาด้วยคะแนน 436 ต่อ 0 ตามที่นายสมพงษ์เสนอมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยนายชวนแจ้งด้วยว่า ส่วนญัตติเกี่ยวกับการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคการเมืองอื่นๆ เสนอมาทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังประชารัฐ จะให้นำมาพิจารณารวมเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อเปิดสมัยประชุมสภาอีกครั้งในเดือน พ.ย.
ฝ่ายค้านฟุ้งปักธงในสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายค้านไม่ได้มีเจตนาในการขอเลื่อนญัตติเพื่อให้สภาพิจารณาในทันที เพราะตระหนักดีว่ายังมีญัตติด่วนสำคัญอื่นๆ รออยู่ โดยเฉพาะญัตติเรื่องน้ำท่วม เพียงแต่ต้องการขอเลื่อนญัตติการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มารอในลำดับต้นๆ เพื่อให้สามารถพิจารณาญัตตินี้ได้ทันทีในเดือน พ.ย. เมื่อเปิดประชุมสมัยหน้า ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับทุกพรรคการเมืองที่จะเสนอญัตติเข้ามาเพิ่มเติม เพราะหลังจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เชื่อว่าหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่ากติกาของประเทศที่นำมาบังคับใช้กลับกลายเป็นอุปสรรคกับการพัฒนาประเทศ การแก้ไขปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำในอนาคตสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่เป็นอุปสรรคกับการบริหารประเทศให้ลุล่วงไปได้ ย่อมเป็นเรื่องที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนเป็นอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า วันนี้ผลคะแนนการลงมติของสภาพบว่า สมาชิกเห็นด้วยกับการเลื่อนญัตติขึ้นมาทั้งหมดเป็นเอกฉันท์ 425 ต่อ 0 ซึ่งผลโหวตนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับการศึกษาในครั้งนี้ แม้จะยังไม่ใช่ข้อยุติว่าทุกฝ่ายเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่ตนต้องขอขอบคุณและขอแสดงความชื่นชมกับ ส.ส.ทุกพรรคที่โหวตเห็นชอบให้กับการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ทวีตข้อความ ระบุว่า...ประชุมสภาวันนี้เข้มข้น มีโหวตสำคัญคือการเลื่อนวาระการพิจารณาการตั้งกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาลงมติ 425-0 เห็นด้วยให้เลื่อนวาระนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน วันนี้เราปักธงแรกในสภาสำเร็จมติเอกฉันท์เป็นสัญญาณว่าทุกพรรคเห็นความสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้ว่าการอภิปรายและลงมติในญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ทันได้อภิปรายในสมัยประชุมนี้ แต่การลงมติเลื่อนการพิจารณาเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน ก็เป็นการแสดงเจตจำนงร่วมกันของสภาว่าวาระแก้รัฐธรรมนูญ เป็นงานสำคัญที่สภาได้รับไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงขอบคุณที่สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกทุกคนให้ความสำคัญและมีมติเลื่อนวาระการพิจารณาการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นญัตติแรกๆ ในสมัยประชุมหน้า ซึ่งจะทำให้สมาชิกมีเวลาในการเตรียมตัวหาข้อมูล เพื่อนำมาสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าจะทำให้การพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการมีความรอบคอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยินดีกับประชาชนที่จะได้รัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง &amp;nbsp;โดยเฉพาะในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่กำหนดให้เป็นเงื่อนไขสำคัญของการร่วมรัฐบาล ตลอดจนมีการระบุไว้ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลต่อการจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้&amp;rdquo; นายเทพไทกล่าว&amp;nbsp;
&amp;quot;กำนันเทพ&amp;quot;พบ&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;ครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารวิทยาลัย เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยของสถานที่ที่ใช้ต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ ที่จะเดินทางลงพื้นที่ช่วงบ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองมาโดยตลอด และจากสถานการณ์ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในขณะนี้ หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ รัฐบาลผสมไม่ใช่ของใหม่ สิ่งสำคัญคือ ครม.ต้องระมัดระวังในการทำงานร่วมกันเป็นพิเศษ ที่ผ่านมาที่อยู่ไม่ได้ เพราะทะเลาะกันเอง ตีกันเอง พรรคนั้นทะเลาะกับพรรคนี้ คนเป็นนายกฯ จะลำบาก เพราะเรามีภาระหน้าที่ที่ต้องพาประเทศชาติฝ่าฟันวิกฤติไปให้ได้ ทั้งเศรษฐกิจและการเมือง ดังนั้นเสียงปริ่มน้ำไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าทุกคนที่เป็น ส.ส.มีความรับผิดชอบ ไปประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงก็จะอยู่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ค่อยกังวลใจเท่าไหร่ เพราะผมเชื่อว่าวันนี้คนไทยทุกคนไม่ว่านักการเมือง สื่อมวลชน พ่อค้าและนักธุรกิจ ล้วนผ่านประสบการณ์ทางการเมืองมาด้วยกันอย่างโชกโชน ทุกคนต้องมองเห็นแล้วว่าเราต่างมีภาระหน้าที่ ต้องช่วยประคับประคองบ้านเมือง&amp;quot; นายสุเทพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพกล่าวด้วยว่า ส่วนการทำงานของฝ่ายค้านนั้น เราจะไปโกรธเขาไม่ได้ เพราะเขาเป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่เป็นกระจก เราก็คอยชำเลืองมองดูจะได้เห็น เขาจะใช้วิธีอะไรก็ไม่เป็นปัญหา สุดท้ายก็จะได้รับการสั่งสอนจากประชาชนเองว่าคุณจะต้องอยู่ในศีลธรรมเหมือนกัน ไม่ใช่ไปสร้างเรื่องมากล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีเขา อย่างนั้นคนจะไม่ยอม ซึ่งคิดว่าคงอีกสักพักหนึ่ง ตอนนี้เพิ่งเลือกตั้งมาใหม่ๆ ก็จะร้อนวิชากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วันนี้ถือเป็นการเจอกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่างผมกับ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งแต่เขาทำรัฐประหารมา ก็ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับเขา โดยก่อนหน้านี้ก็ได้เจอกันบ้างประปรายตามงานศพหรืองานแต่งงาน แต่ผมเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์มาโดยตลอด เพราะเห็นว่าเขาเป็นคนที่เราพอจะพึ่งพิงได้ ประคับประคองประเทศได้ ส่วนเรื่องจะอยู่ถึง 8 ปีนั้น เป็นเรื่องที่คนก็พูดไป แต่ตอนนี้ขอเชียร์ให้นำพาประเทศไปให้รอดแล้วกัน&amp;quot; นายสุเทพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา14.35 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะ เดินทางมาถึง โดยมีนายสุเทพ, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์, นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก พรรคประชาธิปัตย์, นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นอดีตแกนนำการชุมนุมกลุ่ม กปปส. ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ทักทายนายสุเทพกับคณะอย่างเป็นกันเอง พร้อมสอบถามอดีตแกนนำ กปปส. ว่าเป็นอาจารย์ทั้งหมดเลยหรือ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้รับคำตอบว่า อดีตแกนนำ กปปส.เป็นผู้บริหารวิทยาลัย ก่อนเดินไปทักทายอาจารย์ชาวต่างชาติและเด็กนักเรียน โดยนายกฯ ถามเด็กนักเรียนถึงการวิปัสสนามีหลักการอย่างไร ซึ่งเด็กนักเรียนแนะนำว่าให้นั่งสมาธิ นายกฯ จึงถามกลับทันทีว่า &amp;ldquo;ก็นั่นน่ะสิ นั่งยังไงล่ะ ลุงนั่ง เขาให้นับ 1 ถึง 10 ลุงนับแค่ 3 ลุงก็ไปแล้ว วันนี้พยายามนับ 1 ถึง 10&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เยี่ยมชมห้องเรียนภาษาจีน โดยเด็กนักเรียนได้มอบเชือกข้อมือถักซึ่งเป็นของขลังป้องกันสิ่งชั่วร้ายเข้าตัว โดยนายกฯ กล่าวว่า ไม่มีใครทำอะไรฉันได้ จากนั้นนายกฯ ได้เขียนชื่อตัวเองเป็นภาษาจีนพร้อมลายเซ็นให้เป็นที่ระลึก ทั้งนี้ ก่อนที่นายกฯ จะเดินออกจากห้อง เด็กนักเรียนได้พร้อมใจกันพูดขึ้นเป็นภาษาจีนแปลว่า &amp;ldquo;ขอให้เป็นนายกฯ ไปนานๆ&amp;rdquo;
ฟุ้งต่างชาติมาหาทุกวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้มาเยี่ยมชมห้องประกอบอาหาร ขณะที่เชฟประจำวิทยาลัยได้นำผ้ากันเปื้อนปักข้อความว่า &amp;ldquo;เชฟตู่&amp;rdquo; ก่อน พล.อ.ประยุทธ์จะลงมือทำเมนูใบเหลียงผัดไข่ ซึ่งเป็นเมนูที่นายกฯ ระบุว่าชื่นชอบ กินเป็นประจำ ซึ่งยังระบุถึงส่วนผสมสำคัญคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และระบุอีกว่า &amp;ldquo;ปกติสมัยเป็นทหาร ได้ทำอาหารกินเองกับพี่ป๊อก (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย) ต้ม แกง ผัดทำได้หมด โดยเฉพาะตอนตังค์หมดก็จะทำกินกันเอง&amp;rdquo; นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้เยี่ยมชมแปลงเกษตร และเยี่ยมชมหอพักนักเรียน มีนายสุเทพเดินเคียงข้างโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ที่หอประชุมขวัญข้าว พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;กล่าวระหว่างพบปะนักศึกษา คณาจารย์ ผู้บริหารและประชาชนชาวสมุย ตอนหนึ่งว่า วันนี้เรามารวมตัวกันเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างเรา คือคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นมาได้โดยรุ่นใดรุ่นหนึ่งแต่เพียงผู้เดียว เราต้องทำความเข้าใจกันบนพื้นฐานของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นี่คือหลักชัยของประเทศเรา วันนี้บ้านเรามีปัญหาหลากหลายมิติ ทั้งเสถียรภาพความมั่นคง การเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เราต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ประเทศไทยมีศักยภาพพอสมควร แต่ปัญหาที่ไม่สามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้ เพราะเรายังรักกันไม่พอ ทุกคนรักประเทศ แผ่นดินนี้เป็นของพระมหากษัตริย์ไทยที่รักษาไว้ให้คนไทย และเป็นจุดยุทธศาสตร์ของอาเซียน ซึ่งยึดโยงเศรษฐกิจโลกไว้หมด เราจึงต้องพัฒนาคนของเราด้วยการศึกษา รัฐบาลต้องบริหารงานแบบคิดใหม่ คือต้องสร้างคนให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกวันนี้ต่างประเทศมาเยี่ยมมาหาผมทุกวัน อยากจะร่วมมือกับไทยตรงนั้นตรงนี้ ยิ่งหลังเลือกตั้งที่ผ่านมา มากันจนหัวกระไดไม่แห้ง อย่าไปรับฟังใครที่บอกว่าเขาไม่คบเรา มีแต่คนอยากจะคบ และเราก็ต้องปรับตัวให้สอดคล้อง นอกจากนี้ อยากให้คนไทยมีความคิดที่เป็นกระบวนการมีหลักคิด ยิ่งวันนี้มีเฟกนิวส์ มีโลกโซเชียล แก้กันไม่ไหวไม่ทัน พอมันออกไปแล้วก็เชื่อกัน จึงต้องมีภูมิต้านทาน คือความรู้กับคุณธรรม อะไรที่เป็นไปไม่ได้ อย่าไปเชื่ออย่าไปอ่าน เสียเวลาผมก็ต้องเลิกอ่านเหมือนกัน เพราะทำให้เครียด อ่านแล้วทำให้หงุดหงิดโมโห อย่าไปอ่านดีกว่า มันไม่ใช่ สื่อสารที่ดีต้องเสนอให้คนมีแนวคิดได้ 2 ทาง คือใช่หรือไม่ใช่ ดีหรือไม่ดี สอนให้ด่าหรือชมเพียงอย่างเดียวมันไม่ใช่&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีคนเข้ามาท่องเที่ยวกว่า 30 ล้านคน และคาดว่าปีนี้จะถึง 40 ล้านคน แต่เรายังขัดแย้งกันเองภายใน มันใช่หรือไม่ใช่ในเวลานี้ รัฐบาลก็ต้องสร้างการลงทุนให้เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ต้องไปพร้อมกันในชาติ ใครที่ทำให้ทุกอย่างเสียหาย ก็ฝากให้เราไปพิจารณาว่ามันควรหรือไม่ควร สิ่งสำคัญนอกจากชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์แล้ว คือความกตัญญูกตเวทีพ่อแม่และครูบาอาจารย์ จริงๆอยากพูดมากกว่านี้ ถึงยิ่งพูดจะยิ่งโดน แต่รู้ว่ามาพูดกับพวกเรา ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เพราะมีจิตมุ่งมั่นที่จะทำให้พวกเราทุกคน ไม่ได้มุ่งหวังอะไรอย่างอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้าย นายกฯ ได้เปิดเพลง &amp;quot;อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี&amp;quot; จากโทรศัพท์มือถือส่วนตัว โดยก่อนเปิดเพลงได้กล่าวว่า ลองฟังดู แต่ไม่รู้ว่าจะซาบซึ้งเหมือนที่ตนซาบซึ้งหรือไม่ แต่ตนซาบซึ้งเพราะเป็นทหารเก่า อยู่กับสิ่งเหล่านี้มาตลอดชีวิต จากนั้นเมื่อจบเพลง นายกฯ กล่าวอีกว่า ทุกคนต้องมีเพลงนี้ เพราะเราคือคนไทย แผ่นดินไทย เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย แผ่นดินนี้มีให้เราเหยียบให้เราตาย นั่นคือสิ่งที่คนไทยต้องสำนึก นอกจากนั้น นายกฯ ยังกล่าวกับนักศึกษาว่า &amp;quot;ขอให้รักลุงสุเทพให้มากๆ เพราะเขาดูแลเรา&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ได้มีประชาชนบางส่วน สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว ที่มีรูปการ์ตูน พล.อ.ประยุทธ์พร้อมรูปหัวใจสีแดงหลายๆ ดวงรวมกันเป็นหัวใจดวงใหญ่ และมีข้อความว่า #ลุงตู่fc กองหนุนลุงตู่ มาให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ในครั้งนี้ด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45695</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปมถวายสัตย์, มติเอกฉันท์, รื้อรธน., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ไขรธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7ba7f92b4ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
