<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 18:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไพบูลย์’ แย้มร่างกม.ลูกเลือกตั้ง แก้4ประเด็น ลอก โมเดลสมัยอภิสิทธิ์ ไม่มีสส.ปัดเศษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค. 2564 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในประเด็นร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูก ทั้งตัวพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และพรรคการเมือง ว่า ร่างเสร็จแล้วรอนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรครัฐบาล (วิปรัฐบาล) หารือกับวิป 3 ฝ่ายก่อน เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการพิจารณาในการประชุมร่วมรัฐสภา ในการเสนอแก้ไขกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับนั้นอย่างไร ซึ่งในชั้นนี้ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการภายในครบ ต้องรอให้นายวิรัชไปคุยกับวิปทั้ง 3 ฝ่ายก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการแก้ประเด็นใดบ้าง นายไพบูลย์ กล่าวว่า มีเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 บัตร จะแก้ไปตามรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา91วิธีคำนวนส.ส.บัญชี รายชื่อก็ใช้ ถ้อยคำมาจากรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมปี 2554 สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ &amp;nbsp;ก็แก้ไข โดยใช้ถ้อยคำ คือ ใช้คะแนนรวมให้เป็นสัดส่วนสัมพันธ์โดยตรงกับคะแนนของทั้งประเทศ ซึ่งเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 98 ของรัฐธรรมนูญปี 2554 และในกฎหมายลูกก็เขียนตามรัฐธรรมนูญ ในการนับคะแนนก็นับโดยที่นับคะแนนรวมทั้งประเทศเมื่อเสร็จก็นำมาหารด้วยจำนวนส.ส. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในปี 2564 การแก้ไขมาตรา83 มีส.ส.100 คนจะนำ ส.ส.100คนมาหารจากคะแนนรวมทั้งประเทศ และจะได้คะแนนที่ส.ส.พึงมีต่อ1คน สมมุติ หารคะแนนที่ประชาชน มาออกเสียง32ล้านใบก็จะนำมาหาร100 จะเท่ากับ 320,000 คน และนำคะแนนนี้ไปหารคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้ ถ้าหารแล้วได้คะแนนออกมาจะดูให้ได้จำนวนเต็ม คือ 1 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป พรรคใดที่ได้ตั้งแต่ 320,000ขึ้น ไป จะได้ส.ส.ตามจำนวนเต็มก่อน ส่วนเศษยังไม่พูดถึง เมื่อแบ่งช่วงแรกไปแล้วพรรคการเมืองต่างๆได้รับการจัดสรรส.ส.พึงมีไปแล้วเหลือส.ส.ที่อาจจะไม่ครบ100 อย่างแบ่งไปแล้วได้ 97 คน ถือว่าเหลือส.ส.3 คน จะมาดูว่าพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเต็มหรือได้1เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป มีพรรคการเมืองใดได้เศษมากที่สุด พรรคการเมืองนั้นก็จะได้ส.ส.เพิ่มอีกคน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นี่เป็นแนวของพ.บ.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ปี 2554 ซึ่งในร่างของพรรคพปชร.ก็ร่างมาในแนวนี้ ดังนั้น จะไม่มีส.ส.ที่พรรคได้คะแนนไม่ถึง320,000 คน การได้ส.ส. จะต้องได้คะแนนเต็มและพรรคที่ได้คะแนนเต็มเท่านั้น ถึงจะได้เศษ จะไม่มีส.ส.พรรคปัดเศษ เพราะจะต้องได้คะแนนเต็มก่อนเศษที่เหลือถึงค่อยมาแบ่งกัน เนื่องจากรัฐธรรมนูญเขียนอย่างนี้ กฎหมายเลือกตั้งปี2554 เขียนอย่างนี้ ดังนั้นรัฐธรรมนูญ2564 จะเขียนแบบเดียวกัน แก้ไข คงเหมือนกัน ต้องไปแนวทางแบบนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ กล่าวว่า ส่วนที่บอกว่าจะเสนอมาให้แก้แบบสัดส่วนอะไรต่างๆเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะถ้าทำไปจะขัดรัฐธรรมนูญ ดังนั้น กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะมาในแนวนี้คือ แก้ไข 4 เรื่อง 1.จำนวนส.ส.เขต 350 คนให้เป็น 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อจาก 150 คนเป็น 100 คน 2.การแก้ไขให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ บัตรใบหนึ่งคือการเลือกส.ส.เขต ส่วนอีกใบเป็นการเลือกส.ส.บัญชีรายชื่อ 3.แก้ไขวิธีการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อเนื่องจากเป็นบัตร 2 ใบ คะแนนบัญชีรายชื่อต้องเป็นสัดส่วนโดยตรงกับคะแนนรวมของทั้งประเทศดังนั้น จะไปทำเป็นอย่างอื่นไม่ได้ จึงต้องมาแนวนี้ดังที่กล่าวไป ข้างต้น และ4.ในการเลือกตั้งส.ส.เขตกับบัญชีรายชื่อจะแก้ไขให้ใช้เบอร์เดียวกันทั้งหมดโดยใช้เบอร์ของบัญชีรายชื่อเป็นเบอร์พรรค ซึ่งจะเหมือนกับปี2554 ที่ใช้เบอร์เดียวทั้งประเทศ ทั้งนี้การแก้ไขนั้นเตรียมไว้หมดแล้ว พร้อมที่จะยื่นให้กับประธานรัฐสภา แต่ต้องรอรัฐธรรมนูญโปรดเกล้าก่อน เมื่อโปรดเกล้าแล้วไม่เกิน 2-3 วันก็จะยื่น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119327</URL_LINK>
                <HASHTAG>แก้กฎหมายเลือกตั้ง, แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b6dd676129.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลักไก่แก้รัฐธรรมนูญ &#039;วรงค์&#039; จะร้องศาล รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#รัฐธรรมนูญลักไก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไม่มีท่าทีใดๆจากท่านนายก และนักการเมืองทั้ง ส.ส. ส.ว.ก็ไม่ยอมร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ต่อปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเชิญชวนพี่น้องสื่อมวลชน ร่วมฟังการแถลงข่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การร้องศาลรัฐธรรมนูญของประชาชน กรณีลักไก่แก้ไขรัฐธรรมนูญจากบัตรหนึ่งใบไปเป็นบัตรสองใบ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันศุกร์ที่ 24 กันยายนนี้ เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานไทยภักดี ชั้น2 อาคารสถาบันทิศทางไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นพ.วรงค์ โพสต์ข้อความว่า เตือนลุงตู่ครั้งสุดท้ายกรณีรัฐธรรมนูญลักไก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ลุงตู่ จะตัดสินใจนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถึงความความถูกต้อง ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 148(2) กรณีการลักไก่แก้รัฐธรรมนูญ จะเหลือแค่วันเดียวเท่านั้น เพราะวันศุกร์ที่ 24 ก.ย.นี้ เป็นวันหยุดกรณีพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเตือนท่านด้วยความห่วงใย อย่าไปฟังที่ปรึกษากฎหมายที่ฉ้อฉล แม้แต่นักการเมืองที่เห็นแก่ผลประโยชน์ อยากให้ท่านดูดี มีภาวะผู้นำในการตัดสินใจ ที่สำคัญขอแง้มให้ท่านทราบด้วยว่า ไม่อยากให้ท่านต้องเสียหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาผมทำหนังสือถึงท่าน ไม่มีอะไรที่ทำให้ท่านต้องเสีย มีแต่ได้รับการยอมรับจากประชาชน ผมหงายหน้าไพ่ให้ท่านขนาดนี้ ถ้าท่านนิ่งเฉย ตีโจทย์ไม่แตก ช่วยไม่ได้นะครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117610</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ไทยภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6122154a5a219.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2021 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2021 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคลียร์ให้จบ! &#039;วรงค์&#039; ตามเปิดศึก &#039;ไพบูลย์&#039; ปมแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อวามในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#เพื่อความถูกต้องของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีข้อกังขาของประชาชน ต่อความถูกต้อง ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาคุณไพบูลย์ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการยกร่างการแก้ไขรธน.กับผม มีการตอบโต้กันผ่านสื่อ ซึ่งดูแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงขอท้าคุณไพบูลย์ &amp;nbsp;มาดีเบทกับผม เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน และบรรทัดฐานที่ดีของประเทศในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงื่อนไขง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ต้องถ่ายทอดสด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พิธีกรใครก็ได้ เพียงแต่ควรทำการบ้าน เพื่อซักทุกแง่ทุกมุม และให้คิดว่าเป็นการหาคำตอบ เพื่ออนาคตของชาติ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.วัน เวลา สถานที่ไม่เกี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ถ้าทุกอย่างเคลียร์ก็จบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่าคุณไพบูย์คงจะกล้ารับคำท้า สำหรับผมพร้อมเสมอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117078</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139730a2ce21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาติไทยพัฒนาปล่อยฟรีโหวตร่างรธน.วาระ3 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - ​ นายนิกร​ จำนง​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ พรรคชาติไทยพัฒนา​ (ชทพ.)​ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม​ ส.ส.ของ​พรรค ถึงทิศทางการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ​วาระ​ 3​ ในวันที่​ 10​ ก.ย.ว่า​ ที่ประชุมเห็นพ้องให้ฟรีโหวต ให้เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. แต่ส่วนตัวจะให้ความเห็นชอบเรื่องบัตร 2 ใบ เพราะเห็นว่าจากรัฐธรรมนูญปี 2540 เราสามารถนำมาปรับปรุงใช้ในคราวนี้ได้ และหลักการนับคะแนนสามารถนำมาปรับปรุงให้ดีกว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 ได้​ และยังสามารถแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งให้ดีกว่าเดิมได้ เป็นเหตุผลที่เห็นว่าควรสนับสนุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะโหวตคว่ำรัฐธรรมนูญนั้น ในขณะที่แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญกันนั้น ส.ว.เองมีความกังวลในประเด็นเรื่องบัตร 2 ใบ แต่กรรมาธิการได้ถอดมาตราที่กังวลว่าจะมีปัญหาออกหมดแล้ว เหลือเพียงมาตรา 86 มาตราเดียวที่จำเป็นต้องแก้ เนื่องจากจะต้องแก้ไขไปตามคำแปรญัตติ เพราะมีความเกี่ยวข้องอย่างสำคัญ จึงไม่ได้มีปัญหา อีกทั้งที่ประชุมรัฐสภาได้ยืนยันแล้วว่า สามารถทำได้ มีมติยืนยันชัดเจน ดังนั้น​ กรณีที่สงสัยกันว่าผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทำได้หรือไม่ ตามข้อบังคับทุกอย่างเคลียร์หมดแล้ว ชัดเจนว่าไม่น่าจะมีประเด็นที่จะเป็นเหตุให้ ทาง ส.ว.จะโหวตคว่ำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116024</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิกร​ จำนง, พรรคชาติไทยพัฒนา, วาระ 3, แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ​ ชทพ., ​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601cdd6a336a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คำนูณ&#039; ตั้งข้อสังเกต 13 ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้งส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว Kamnoon Sidhisamarn ระบุว่า 13 ข้อสังเกตเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้งส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา 24-25 สิงหาคม 2564 นี้มีระเบียบวาระสำคัญเป็นการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมชั้นวาระ 2 พิจารณารายมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อสังเกต 13 ประการมาเล่าสู่กันฟังโดยสังเขปครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับของพรรคประชาธิปัตย์ที่รัฐสภามีมติรับหลักการในวาระ 1 มาเพียงร่างเดียว ไม่ได้เขียนเรื่องหรือประเด็นไว้ใน &amp;lsquo;หลักการ&amp;rsquo; เหมือนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือร่างพระราชบัญญัติอื่น ๆ ส่วนใหญ่ โดยเขียนแต่เพียงว่า &amp;ldquo;แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91&amp;rdquo; แต่เมื่ออ่าน &amp;lsquo;เหตุผล&amp;rsquo; และเนื้อหาในทั้ง 2 มาตราที่ขอแก้ไขรวมทั้งการนำเสนอในรัฐสภาชั้นวาระ 1 ประกอบแล้วสามารถเข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องหรือประเด็นการขอแก้ไขระบบเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากระบบจัดสรรปันส่วนผสม (MMA : Mixed member apportionment)-บัตรใบเดียว 350 : 150 ไปเป็นระบบคู่ขนาน (MMM : Mixed member majoritarian)-บัตร 2 ใบ 400 : 100 ที่เคยใช้ในรัฐธรรมนูญ 2540&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ร่างตาม 1 เสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 เพียง 2 มาตราเท่านั้น คือ มาตรา 83 และ 91&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ทำให้เกิดประเด็นขึ้นตั้งแต่ต้นว่าหากคณะกรรมาธิการที่รัฐสภาตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาในวาระ 2 ดำเนินการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมได้เพียง 2 มาตราที่เสนอมาเท่านั้น ไม่แตะต้องรัฐธรรมนูญมาตราอื่นเลย จะเกิดปัญหาในการบังคับใช้หรือไม่ เพราะมีรัฐธรรมนูญอีกหลายมาตราที่สมควรแก้ไขให้สอดคล้องกัน อย่างน้อยที่สุดก็มาตรา 86 ที่ยังคงบัญญัติให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรระบบเขต 350 คนอยู่ สมควรแก้ไขให้เป็น 400 คน เพื่อมิให้การบังคับใช้รัฐธรรมนูญเกิดปัญหาขัดแย้งกัน คำถามคือคณะกรรมาธิการมีหน้าที่และอำนาจกระทำได้หรือไม่ โดยอาศัยข้อบังคับใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. คณะกรรมาธิการมีความเห็นต่างกันเป็นอย่างน้อย 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าแก้ไขขัดแย้งหรือเกินกว่าหลักการที่เสนอมาและรัฐสภามีมติรับหลักการวาระ 1 ไม่ได้ เมื่อหลักการเขียนเพียงว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และ 91 ก็ต้องพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมได้เพียง 2 มาตราแค่นั้น อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 124 วรรคสามอนุญาตให้ทำได้หากรัฐธรรมนูญมาตราอื่นที่จะแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นประเด็นที่ &amp;lsquo;เกี่ยวเนื่องกับหลักการ&amp;rsquo; ความเห็นฝ่ายหลังเป็นเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. เฉพาะในความเห็นของฝ่ายที่เป็นเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการตาม 4 ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอีกในประเด็น &amp;lsquo;มาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการ&amp;rsquo; ตามข้อบังคับข้อ 124 วรรคสาม คือจะแก้ไขเพิ่มเติมขัดแย้งหรือเกินกว่าหลักการได้แค่ไหน เพียงใด มีกรอบใดเป็นหลักในการพิจารณา การลงมติในแต่ละมาตราที่แก้ไขขัดแย้งหรือเกินกว่าหลักการรวม 7 จุดจึงแตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. สรุปแล้ว คณะกรรมาธิการใช้ข้อบังคับข้อ 124 วรรคสาม แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 นอกเหนือจากมาตรา 83 และ 91 รวมแล้วอีก 5 มาตรา คือ มาตรา 85, 86, 92, 94, 105 และเพิ่มบทเฉพาะกาลอีก 2 มาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. บทเฉพาะกาลที่สำคัญอยู่ที่มาตรา 4/5 ที่กำหนดให้รัฐสภาดำเนินการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันนับแต่วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับใหม่ ในกรณีที่ยังไม่เสร็จ หากมีความจำเป็นต้องเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อใช้กับการเลือกตั้งทั่วไปนั้นไปพลางก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. นั่นหมายความว่าหากรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ผ่านวาระ 2 และ 3 และประกาศให้มีผลบังคับใช้ได้เมื่อใด โดยมีบทเฉพาะกาลตาม 7 หากมีความจำเป็นต้องมีการเลือกตั้งทั่วไป ก็สามารถทำได้แม้การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะยังไม่แล้วเสร็จ เพราะให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ความเห็นส่วนตัวของผมในฐานะกรรมาธิการ เห็นว่าข้อบังคับข้อ 124 วรรคสามเป็นข้อยกเว้น ไม่ใช่หลัก จึงต้องตีความอย่างเคร่งครัดและอย่างแคบ &amp;ldquo;แม้คณะกรรมาธิการจะสามารถแก้ไขขัดแย้งหรือเกินกว่าหลักการได้ แต่จะต้องดำเนินการเฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น โดยเฉพาะในประเด็นที่จะขัดหรือแย้งกัน หรือไม่สอดคล้องกัน ซึ่งหากไม่ดำเนินการแก้ไขไปพร้อมกัน จะส่งผลกระทบกับการใช้บังคับรัฐธรรมนูญขึ้นได้ในภายหลัง&amp;rdquo; ผมจึงลงมติเห็นด้วยกับการแก้ไขขัดแย้งหรือเกินกว่าหลักการเฉพาะในมาตรา 86 แก้ไขตัวเลขจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรระบบเขต 350 คนเป็น 400 คนเท่านั้น มาตราอื่นยกเว้นบทเฉพาะกาลที่จำเป็นต้องเพิ่มเข้ามาผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากมีทั้งที่เห็นด้วยและเห็นต่าง มาตราใดที่ผมแพ้มติ ก็ได้สงวนความเห็นไว้เกือบทุกมาตราตามสิทธิเพื่อมาอภิปรายชี้แจงเหตุผลในรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภาลงมติตัดสินในวาระ 2 ชั้นพิจารณารายมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ได้ขอแก้ไขมาตรา 83 และมาตรา 91 ให้เป็นระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม (MMP : Mixed member proportional)-บัตร 2 ใบ 350 : 150 ที่สารัตถะเคยปรากฎอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับท่านอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณเมื่อปี 2558 แต่กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่เห็นด้วย พรรคก้าวไกลจึงสงวนความเห็นและสงวนคำแปรญัตติไว้ต่อสู้ในรัฐสภาวาระ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. นอกจากนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกลยังได้ยื่นญัตติด่วนในรัฐสภาพิจารณาตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อ 124 วรรคสาม และข้อ 114 วรรคสอง เนื่องจากเห็นว่าการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการไม่อาจแก้ไขขัดแย้งกับหลักการหรือเกินหลักการได้ จนถึงนาทีนี้เชื่อว่าจะมีผู้เสนอเลื่อนระเบียบวาระญัตติด่วนนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อนระเบียบวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 2 และเชื่อว่าจะใช้เวลาพิจารณากันนานพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12. ในการพิจารณาชั้นกรรมาธิการสังเกตุได้ว่าในส่วนของกรรมาธิการจากสภาผู้แทนราษฏร ไม่ได้แบ่งฟากความคิดเห็นเป็นฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน หากเป็นไปในลักษณะที่ &amp;nbsp;3 พรรคใหญ่ คือ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ในอีกฟากหนึ่งมี 2 พรรคคือพรรคก้าวไกล และพรรคภูมิใจไทยมีความเห็นค่อนไปในทิศทางเดียวกัน และมีแนวโน้มในช่วงหลังว่าพรรคชาติไทยพัฒนาเริ่มเห็นด้วยกับฟากฝั่งหลังนี้ในบางประเด็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13. ไม่ว่าผลการพิจารณาญัตติด่วนตาม 11 และการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระ 2 จะมีผลอย่างไร และสมมติว่าถ้าผ่านวาระ 2 ภายในสัปดาห์หน้าและมีการลงมติเห็นชอบในวาระ 3 ที่วางตารางเวลาไว้ภายในสมัยประชุมนี้คือก่อนวันที่ 18 กันยายน คาดหมายกันว่าการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมแก้ไขระบบเลือกตั้งก็อาจจะยืดเยื้อออกไป เพราะคาดว่าอาจจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่งใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 (7) ประกอบมาตรา 81 มาตรา 145 และมาตรา 148 (1) ให้วินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญหรือกระบวนการตราไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่กล่าวมาตาม 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นหลัก ๆ โดยสังเขปมีเพียงนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออภัยที่อาจถ่ายทอดได้ไม่ดีเท่าใจนึก เพราะเป็นเรื่องเชิงเทคนิคและประเพณีปฏิบัติในการพิจารณาร่างกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะขอใช้สิทธิอภิปรายในรัฐสภาตามสมควรทั้งในวาระญัตติด่วนตีความข้อบังคับ และวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในมาตราที่สงวนความเห็นไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบพระคุณครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำนูณ สิทธิสมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกวุฒิสภา
22 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114126</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, เลือกตั้ง ส.ส., แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d238c4bd25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป. นัดประชุม ส.ส. ถกแก้รัฐธรรมนูญ &#039;องอาจ&#039;มั่นใจผ่านแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมร่วมกันของรัฐสภาที่จะมีขึ้นในวันอังคารที่ 24 และวันพุธที่ 25 ส.ค.นี้ว่า ตนได้นัด ส.ส. ของพรรคประชุมในวันจันทร์ที่ 23 ส.ค. เวลา 16.00 น. เพื่อเตรียมความพร้อมในการพิจารณากฎหมายที่สำคัญหลายเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เรื่องสำคัญที่จะพิจารณาคือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอและคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งมีประเด็นที่จะต้องถกแถลงกันพอสมควร โดยเฉพาะประเด็นที่มีบางส่วนท้วงติงว่าการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเป็นการแก้ไขเกินหลักการจากที่ผ่านการรับหลักการจากที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นว่าสามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในส่วนของประชาธิปัตย์เรามีความเชื่อมั่น ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านรัฐสภาวาระแรกมีความสมบูรณ์ และการพิจารณาของคณะกรรมาธิการก็ไม่ได้ขัดหลักการแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนที่มีการพรรคการเมืองบางพรรคเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำขัดหลักการ จะยื่นให้มีการตีความก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่เพราะมีพรรคการเมืองบางพรรคไม่เห็นด้วยนั้น นายองอาจกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเห็นพ้องต้องการของฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา เพราะรัฐธรรมนูญได้บัญญัติถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้ต้องมี ส.ส. จากฝ่ายค้านเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน และมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นนี้จะผ่านความเห็นชอบของสมาชิกรัฐสภาเพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในการใช้สิทธิเลือก ส.ส. และพรรคการเมืองที่เห็นว่าเหมาะสมด้วยบัตร 2 ใบ ซึ่งทำให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเสรีภาพเป็นไปตามเจตนารมณ์ของตนอย่างแท้จริง อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการมีส่วนร่วมของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114118</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมพรรคประชาธิปัตย์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f531be4daf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาตามนัด‘ป๊อก-ไอติม’หอบ1.5 แสนชื่อยื่นแก้รธน. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 &amp;nbsp;มิ.ย.2564 - &amp;nbsp;กลุ่ม Re-solution นำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า พร้อมคณะ เข้ายื่นรายชื่อประชาชน จำนวน 150,921 คน ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่มีช่วงเวลาใดที่จะชัดเจนกว่านี้ว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะมีผลต่อชีวิตประชาชนเท่านี้ การยื่นรายชื่อครั้งนี้จะเป็นการเปิดประตูแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อยกเลิกอำนาจของวุฒิสภาในการโหวตเลือกนายกฯ ปฏิรูปที่มาของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ยกเลิก ส.ว. 250 คน และยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งถ้าแก้ไขได้ก็จะส่งผลที่ดีขึ้นต่อชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายปิยบุตร กล่าวว่า การเปิดครั้งนี้เป็นการรวบรวมรายชื่อผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก สะท้อนความต้องการของประชาชนในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ตอนนี้เราต้องปิดรับรายชื่อ เพราะต้องนำรายชื่อมาตรวจสอบ หากเรายังเปิดอยู่คงจะมีประชาชนอีกมากมาร่วมลงชื่อในครั้งนี้ด้วย หวังว่าครั้งนี้จะเป็นตัวกระตุ้นเตือนจิตสำนึกของ ส.ส.และ ส.ว.ให้นำร่างแก้ไขของภาคประชาชนสู่การพิจารณา ไม่ใช่คว่ำเหมือนครั้งที่ผ่านมา ครั้งนี้จึงขอให้ประชาชนติดตามว่าวุฒิสภาจะดำเนินการอย่างไรกับร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเกรงว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะถูก ส.ว.คว่ำเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า เราทราบดีการแก้รัฐธรรมนูญ ในมาตรา 256 เป็นเรื่องยาก เพราะมีอุปสรรคสำคัญคือ ส.ว. ซึ่งจะหาเสียง 1ใน 3 ของส.ว.ได้อย่างไร ที่ผ่านมา ส.ว.ใช้อำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาธิปไตยในการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ แสดงว่าถ้าร่างนี้ถูกคว่ำอีก ก็ใกล้ถึงเวลาสุดท้ายของ ส.ว.แล้ว ถ้าไม่รับร่างนี้อีก ส.ว.ต้องตอบคำถามว่ามีเหตุผลอะไรถึงขัดขวางเจตจำนงของประชาชน &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยืนยันว่าหากร่างรัฐธรรมนุญฉบับนี้ถูกคว่ำอีก พวกเราจะรณรงค์ต่ออย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า ส.ว.อ้างว่ามีที่มาจากการทำประชามติของประชาชน นายปิยบุตร กล่าวว่า การทำประชามติครั้งล่าสุดเป็นการทำประชามติที่มีปัญหา คำถามพ่วงมีความกำกวมทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และผู้รณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในขณะนั้นนก็ถู่กจับกุมคุมขัง ดำเนินการคดีติดคุก ดังนั้น จึงอย่าปล่อยให้ ส.ว.ยึดกุมวาระสำคัญของประเทศชาติในการแก้รัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมบูรณ์ กล่าวว่า จะได้นำรายชื่อทั้งหมดตรวจสอบตามกระบวนการกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108144</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม Re-solution, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ, ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbfd2576044.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
