<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 20:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังคลอดมาตรการบรรเทาภาระหนี้สินประชาชนฝ่าวิกฤติโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย. 2564 นางสาวกุลยา&amp;nbsp; ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp; ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังคงมีความไม่แน่นอนและต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง การระบาดระลอกใหม่ส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ทำให้รายได้ของประชาชนปรับลดลง ในขณะที่ภาระหนี้ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม ดังนั้น เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นและป้องกันการผิดนัดชำระหนี้ในวงกว้าง ภาครัฐจึงได้ดำเนินมาตรการบรรเทาภาระหนี้สินมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. งานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานศาลยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ร่วมกันจัดขึ้นพร้อมกับผู้ให้บริการทางการเงินหลายแห่ง เพื่อเป็นช่องทางช่วยให้ลูกหนี้ได้รับข้อเสนอที่ผ่อนปรนและตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น ลูกหนี้ทุกสถานะ รวมถึงลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loans: NPLs) ที่ได้เริ่มบังคับหลักประกันแล้ว สามารถเข้าร่วมไกล่เกลี่ยปัญหาที่มีกับเจ้าหนี้ได้ ทั้งนี้ งานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ในครั้งนี้ครอบคลุมหนี้ 3 ประเภท ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน มีผู้ให้บริการทางการเงินเข้าร่วมแล้วถึง 26 แห่ง โดยลูกหนี้สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 30 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) หนี้ที่ไม่มีหลักประกันที่ถูกโอนขายไปบริษัทบริหารสินทรัพย์ (บบส.) โดยมี บบส. เข้าร่วมแล้ว 4 แห่ง และลูกหนี้สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 31 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) หนี้เช่าซื้อรถยนต์ มีผู้ให้บริการทางการเงินเข้าร่วมแล้วถึง 12 แห่ง โดยลูกหนี้สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 31 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ผ่านเว็บไซต์ของ ธปท. (www.bot.or.th หรือ www.1213.or.th) ผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าร่วมบริการ หรือติดต่อศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินเพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือในการกรอกข้อมูล โทร. 1213 ในวันเวลาราชการ หรือส่งอีเมลมาที่ Debtfair@bot.or.th เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 โดย ธปท.ร่วมกับผู้ให้บริการทางการเงิน ยกระดับมาตรการเดิมให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น มุ่งเน้นช่วยลดภาระหนี้ในระยะยาว มีทางเลือก มีความยืดหยุ่น และมีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน ซึ่งจะครอบคลุมสินเชื่อ 4 ประเภท ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เน้นการบรรเทาภาระหนี้โดยขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ยาวขึ้น กรณีเกินกว่า 48 งวด ให้ทบทวนอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำกว่าอัตราเพดาน (บัตรเครดิต ร้อยละ 12 และสินเชื่อส่วนบุคคล ร้อยละ 22) ตั้งแต่งวดแรก ลดค่างวด และรวมหนี้กับสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มีทางเลือกในการลดค่างวด หรือพักชำระค่างวด หรือรวมหนี้กับสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น โดยลูกหนี้จำนำทะเบียนรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงให้มีทางเลือกในการคืนรถ และหากมีภาระหนี้คงเหลือจากการขายประมูล ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มีทางเลือกในการลดค่างวดหรือขยายระยะเวลาชำระหนี้ โดยลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ให้มีทางเลือกในการพักชำระค่างวดหรือการคืนรถ รวมถึงให้คุมอัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา (Effective Interest Rate: EIR) ไม่ให้สูงขึ้นกว่าอัตราดอกเบี้ยเดิม นอกจากนี้ ให้รวมหนี้กับสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น และหากลูกหนี้สามารถชำระค่าเช่าซื้อคืนทั้งหมด ให้ลดดอกเบี้ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 50&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน เพิ่มทางเลือกด้วยการพักเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน และให้ลูกหนี้สามารถทยอยชำระคืนเป็นขั้นบันได (Step Up) ตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์รับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2564 ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของผู้ให้บริการทางการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีนโยบายและโครงการอื่น ๆ ที่เป็นช่องทางในการช่วยบรรเทาภาระหนี้สินให้แก่ประชาชน เช่น โครงการหมอหนี้เพื่อประชาชน ให้ข้อมูลและข้อแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขหนี้รายย่อยและธุรกิจ ทางด่วนแก้หนี้ ช่องทางเสริมสำหรับให้ประชาชนแจ้งขอความช่วยเหลือด้านการผ่อนชำระหนี้ โดย ธปท. จะส่งข้อมูลที่ได้รับไปยังผู้ให้บริการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง คลินิกแก้หนี้ ช่องทางช่วยเหลือลูกหนี้ NPLs บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน เป็นต้น รวมถึงนโยบายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจขยายการพักชำระเงินต้นให้แก่ลูกหนี้ตามความสมัครใจออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 และนโยบายขยายมาตรการชะลอการชำระหนี้ออกไปจนถึงสิ้นปี 2564 สำหรับลูกหนี้ที่เข้าเงื่อนไข ทั้งนี้ ลูกหนี้สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือกับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ได้โดยตรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106843</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรการบรรเทาภาระหนี้, แก้ไขหนี้สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d55f9ce86b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อผ่อนไม่ไหวทำอย่างไร นี่คือ เทคนิคการบริหารจัดการหนี้  ที่ควรรู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยจากการระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 &amp;nbsp;ระลอกที่ 3 &amp;nbsp;ส่งผลให้หลายคนประสบปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง หนี้สินเริ่มกลายเป็นภาระที่จัดการไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นใครที่กำลังประสบปัญหาการจัดการหนี้ &amp;nbsp;นี่คือ เคล็ดลับเบื้องต้นในการจัดการหนี้ และอย่าปล่อยให้เป็นปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนี่คือ เทคนิคการบริหารจัดการหนี้ จากกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทคนิคการบริหารจัดการหนี้หลายก้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จัดการรวมหนี้ทั้งหมดให้เป็นก้อนเดียว
เพื่อหลีกเลี่ยงการที่มีใบเรียกเก็บยอดเล็กๆ น้อยๆ หลายๆ ใบ ในแต่ละเดือน ทำให้เราต้องเสียค่าธรรมเนียมการชำระเงินตามแต่ละช่องทางจำนวนหลายครั้ง ซึ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นอีก ทั้งรวมหนี้ทั้งหมดให้เป็นก้อนเดียวจะช่วยให้เราบริหารจัดการหนี้ได้ง่ายกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ชำระหนี้ก้อนที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน
การชำระหนี้ก้อนที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน จะทำให้หลุดพ้นการเป็นหนี้ได้เร็วขึ้น เพราะเมื่อเงินต้นเหล่านี้ลดลงดอกเบี้ยที่จ่ายก็ลดลงและถ้าหากมีหนี้นอกระบบร่วมด้วย ต้องรีบพยายามหาวิธีปิดหนี้นอกระบบนั้นให้หมดโดยเร็วเป็นอันดับแรกเพราะดอกเบี้ยสูงกว่าหนี้ประเภทอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ชำระหนี้ให้ตรงเวลา
ควรชำระหนี้ให้ตรงตามกำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการติดตามทวงถาม หากลืมชำระ หรือชำระล่าช้า ซึ่งจะเกิดค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น นอกเหนือจากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมของยอดหนี้ที่จะต้องถูกเรียกเก็บอยู่แล้ว นอกจากนี้ ถ้าจ่ายตรงตามกำหนด มีประวัติการจ่ายชำระดีอาจจะได้รับการพิจารณาปรับลดดอกเบี้ย หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ จากเจ้าหนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ชำระหนี้ให้มันมากกว่ายอดเรียกเก็บเงินขั้นต่ำ
ในแต่ละเดือนจะมีการเรียกเก็บเงินจากเจ้าหนี้ด่างๆ ซึ่งเราจะต้องชำระหนี้อย่างน้อยที่สุดตามยอดเรียกเก็บขั้นต่ำ หากคำนวณแล้วพบว่าสามารถชำระหนี้ขั้นต่ำได้ครบทุกใบ และยังพอมีเงินเหลือควรนำเงินส่วนนั้นไปจ่ายชำระหนี้ให้มากกว่ายอดเรียกเก็บขั้นต่ำ เพราะเงินที่จ่ายชำระส่วนเพิ่มขึ้นนั้น จะทำให้ยอดเงินต้นลดลงดอกเบี้ยน้อยลงและหมดหนี้ไวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. รู้จักประหยัด และลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
การรู้จักประหยัดและเลือกใช้จ่ายเฉพาะที่จำเป็น จะทำให้เรามีเงินเหลือเพิ่มในกระเป๋าได้ และควรจะเลิกหรือลดการใช้จ่ายมีฟุ่มเฟือย เช่น การซื้อเสื้อผ้าแพงๆ การกิน ดื่ม เที่ยว เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. อย่าสร้างหนี้ก้อนใหม่ขึ้นมาอีก
ถ้าหากหนี้ก้อนเดิมยังชำระไม่หมด และยังเป็นภาระอยู่ก็อย่าสร้างหนี้ก้อนใหม่เพิ่มเติม นอกเสียจากว่าจะนำหนี้ก้อนใหม่มาจ่ายหนี้ก้อนเก่าให้หมด โดยหนี้ก้อนใหม่จะต้องมีดอกเบี้ยที่ถูกกว่าเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ถ้าชำระหนี้หมดแล้ว &amp;nbsp;ให้เปลี่ยนมาเก็บเงิน
ถ้าหากว่าเราใช้หนี้หมดแล้ว ควรจะนำเงินส่วนที่เราเคยกันเอาไว้ชำระหนี้ มาเปลี่ยนเป็นเงินเก็บแทนเพื่อเพิ่มความพร้อมทางการเงิน เผื่อในอนาคตจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน จะได้ไม่ต้องกลับไปสู่วังวนของการเป็นหนี้อีก
ส่วนกรณีที่ไม่สามารถที่จะจัดการหนี้ที่มีอยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกแนวทางหนึ่ง ก็คือ การเข้าไปเจรจากับเจ้าหนี้ สถาบันการเงินโดยตรง ซึ่งในขณะนี้ทาง ธปท. ก็ยัง เปิดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน เปิดให้ลงทะเบียน 14 กุมภาพันธ์ ถึง 30 มิถุนายน 2564 (คลิก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลักการของมหกรรมนี้ คือ การไกล่เกลี่ยให้ลูกหนี้สามารถ เดินหน้าในการใช้ชีวิตต่อ และสามารถจัดการหนี้ที่ตัวเองมีอยู่ ซึ่งข้อเสนอ คือ พักดอกเบี้ย และจ่ายเฉพาะเงินต้น หรือยอดระยะเวลาการผ่อนออกไป&amp;nbsp; อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในกลุ่มสินเชื่อเช่าชื่อรถยนต์ ธปท. ก็มีการเปิดให้ลงทะเบียน &amp;nbsp;มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้เช่าซื้อ เปิดให้ลงทะเบียน 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2564 (คลิก) สามารถกดอ่านเงื่อนไขเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105535</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนี้บัตรเครดิต, หนี้สินเชื่อบุคคล, หนี้สินเชื่อเช่าซื้อ, เทคนิคจัดการหนี้สิน, แก้ไขหนี้สิน, ไกลเกลี่ยหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae4b9a408c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 22:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรุงเทพธนาคม&#039;ถก &#039;บีทีเอส&#039; ยื่น3ข้อเสนอแก้ปัญหาหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 2564 นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พร้อมทีมผู้บริหาร ได้ เข้ารับฟัง และร่วมหารือกับ ผู้บริหารกรุงเทพธนาคม (เคที) นำโดยนายปิยะ พูดคล่อง ประธานกรรมการบริษัท &amp;nbsp;นายเกรียงพล พัฒนรัฐ กรรมการผู้อำนวยการ และคณะกรรมการบริหาร &amp;nbsp; &amp;ldquo; เรื่องแนวทางแก้ไขภาระหนี้ การเดินรถ และซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ช่วง แบริ่ง-สมุทรปราการ และ หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อหาทางออกกับปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ทางเคทีและทางบีทีเอส ได้นัดหารือ เรื่องของปัญหาหนี้สิน ที่ทางบีทีเอสได้ดำเนินการเดินรถไฟฟ้าในส่วนต่อขยาย (สำโรง-เคหะฯ) รวมระยะเวลาทั้งหมด 4 ปี ซึ่งทางบริษัทฯ ยังไม่ได้ค่าจ้างเดินรถ ได้ทวงถามจำนวนหนี้กว่า 30,000 หมื่นล้านบาท จากการหารือ คณะกรรมการบริหารของเคที ไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามติดตามทวงถาม ซึ่งเบื้องต้น ทางสภากรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ฝ่ายบริหารกทม. พล.ต.ต. อัศวิน ขวัญเมือง &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ส่งหนังสือไปทางรัฐบาลแล้วทั้ง 2 &amp;nbsp;ฝ่าย ก็อยากให้ทางรัฐบาลช่วยในเรื่องนี้ &amp;nbsp;ตามแนวทาง &amp;nbsp;3 &amp;nbsp;ข้อ ดังนี้1.ขอเงินอุดหนุนจากรัฐบาล 2. วิธีร่วมลงทุนตามคำสั่ง คสช. (ปี 2562) &amp;nbsp;3. ให้กทม. โอนกลับไปให้ รฟม.บริหารงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; บีทีเอสไม่ได้เป็นห่วงเรื่องสัมปทาน แต่เราห่วงเรื่องของหนี้สิ้นที่เกิดขึ้นซึ่งมียอดที่สูงมาก เนื่องจากบริษัทบีทีเอส กรุ๊ปฯ เป็นบริษัทมหาชน เราต้องมีคำตอบให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งขณะนี้มีประชาชนถือหุ้นอยู่ แสนกว่าราย &amp;nbsp;ตัวบีทีเอส กรุ๊ปฯ &amp;nbsp;เคที และกทม. แน่นอนอยากจะให้การเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่มีอุปสรรค ไม่อยากให้ประชาชนเดือนร้อน ตอนนี้ก็มีการคุยกันว่าทำอย่างไร ระหว่างที่ยังไม่ได้ข้อยุติ เราต้องเดินรถต่อไปให้ได้&amp;rdquo; นายสุรพงษ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า การที่เราไม่ได้รับค่าจ้าง มันก็มีค่าใช้จ่าย เกิดขึ้นทุกวัน วันนี้ยังไม่ได้ขอยุติ เพียงแต่หารือกัน ว่ามีแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายหรือไม่ ประกอบด้วยขณะนี้อยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวไรโคโรนา2019 (COVID-19) &amp;nbsp;และผู้โดยสารของรถไฟฟ้าลดจำนวนไปค่อนข้างมาก จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะลดเที่ยววิ่งลง เพื่อให้ค่าใช้จ่ายน้อยลง อีกแนวทางหนึ่งคือ กทม.หรือเคที จะเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ซึ่งนับตั้งแต่สถานีสำโรง สถานีแรกที่เปิดให้บริการ จนถึงขณะนี้เป็นเวลา 4 &amp;nbsp;ปี แล้ว ที่ทางบริษัทฯ ยังไม่ได้เก็บค่าโดยสารเลย &amp;nbsp;เบื้องต้นทั้งหมดก็ยังเป็นเพียงข้อเสนอของทั้ง 2 ฝ่าย &amp;nbsp;ทางบีทีเอส และทางกรุงเทพธนาคม จะกลับไปคุยในรายละเอียดทั้ง เรื่องข้อดี ข้อเสีย &amp;nbsp;และจะกลับมาคุยกันใหม่ อีกครั้ง ในอีก &amp;nbsp;2 สัปดาห์ ข้างหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เรายังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน แต่เราจะพยายามอย่างดีที่สุด ทำทุกวิถีทางให้ไม่กระทบต่อผู้โดยสารมากที่สุด และจะไม่หยุดการเดินรถอย่างแน่นอน เราขอเรียนว่า ที่เราทำทั้งหมด เราไม่ได้ต้องการสัมปทาน เราอยากให้ทุกคนทราบว่า ที่เราให้บริการเดินรถรับจ้างแล้วเราไม่ได้รับความยุติธรรม ส่วนเรื่องสัมปทานเป็นเรื่องการเจราของทางรัฐบาล และกทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104050</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), รถไฟฟ้าสายสีเขียว, สุรพงษ์  เลาหะอัญญา, แก้ไขหนี้สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abccc329735.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
