<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2018 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2018 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้นป่าเขาพลูไม่พบหัวหมีขอ  แก๊งค์ออฟโรดโดนหนักหลายข้อหา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่รอด..แก๊งค์ออฟโรดยิงหมีขอโดนหนัก แค่อุทยานฯ 12 ข้อหา ส่วนตำรวจจ่ออีก5ข้อหา ส่วนการค้นหาหัวหมีป่าเขาพลู 4 จุด ไม่พบหลักฐานเพิ่ม ตร.ยันหลักฐานที่มีก็พอดำเนินคดีได้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ยพร้อมพวกกลุ่มอ๊อฟโรด 12 คน ลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรีและถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯไทรโยคเข้าจับกุม พบทั้งซากหมีขอสัตว์ป่าคุ้มครองหายาก และอาวุธปืนทั้งไรเฟิลและปืนพกสั้น 5 กระบอก ต่อมาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยประกันตัวเป็นเงินสดคนละ2แสนบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม นายตาตา ชาวพม่า คนดูแลสำนักสงฆ์เต่าดำ &amp;nbsp;ซึ่งรับว่าเป็นคนยิงหมีขอ ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัว นายตาตา นายอนุสรณ์ หรือออย เรือนงาม อส.ด่านมะขามเตี้ย และ นายสกานต์ แก่งหลวง อส.ด่านมะขามเตี้ย 3ผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และนำตัวนายตาตาส่งศาล จ.กาญจนบุรีฝากขังครั้งที่ 1 ล่าสุดเจ้าหน้าที่เข้าที่เกิดเหตุอีกเป็นครั้งที่4ตรวจหาซากหัวหมีขอ และหลักฐานวัตถุพยานอื่นๆเพิ่ม ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้า เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 14 ต.ค.2561 นายพนัชกร โพธิบัณฑิต รักษาการ หน.ชุดฉก.พญาเสือ / หน.อุทยานฯไทรโยค อ.ไทรโยคจ.กาญจนบุรี &amp;nbsp;เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้(13ต.ค.) ได้ร่วมกับ พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล รอง ผบช.ภาค 7 หัวหน้าทีมชุดสืบสวนสอบสวนคดียิงหมีขอ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 7 ภ.จว.กาญจนบุรี ตำรวจ บก.ปทส. ตชด.136 ทหารฉก.ลาดหญ้า ปกครอง เดินทางไปยังพื้นที่เกิดเหตุ ป่าเขาพลู ม.8ต.วังกระแจะอ.ไทรโยค เพื่อตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณ ที่เข้าจับกุมกลุ่มอ๊อฟโรด แต่ไม่พบหลักฐานใดๆ จุดที่2 บริเวณศาลเจ้าพ่อเขาพลู ที่กลุ่มผู้ต้องหาให้การว่ายิงปืนแก้บน ก็ไม่พบหลักฐานเพิ่ม จุดที่ 3 บริเวณต้นไทร ที่ผู้ต้องหาให้การว่ายิงหมีขอ ก็ไม่ พบหลักฐานเพิ่ม จุดที่4 บริเวณที่ผู้ต้องหาบอกว่ายิงอีเห็นแต่ผิด ก็ไม่พบหลักฐานปลอกกระสุนปืนเข่นกัน ส่วนจุดที่5ตรงลำธารใกล้แค๊มป์พัก ที่นายตาตาบอกว่าโยนหัวหมีลงไป เจ้าหน้าที่ได้ลงไปในลำธารน้ำ และช่วยกันเดินตามลำห้วย แยกย้ายกันค้นหาเดินตรวจสอบ ไปตามกระแสน้ำ ไกลราว500เมตร ก็ไม่พบหัวหมีขอ เชื่อว่าระยะเวลาจากวันที่ทิ้งหัวหมีขอ &amp;nbsp; จนถึงวันนี้ เป็นเวลาหลายวัน กระแสน้ำคงพัดไปไกลมาก หรือสัตว์ป่าประเภทกินเนื้อ อาจจะคาบไปก็เป็นได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพนัชกรเผยต่อว่า ขณะนี้ในส่วนของอุทยานฯได้แจ้งความ ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง13คน รวมทั้งหมด 8 ข้อกล่าวหา และเพิ่มข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาที่มีอาวุธปืนอีก 4 ข้อหารวมทั้งหมด 12 ข้อหา
ประกอบด้วย 1.ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันเก็บหานำออกไป ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพ ซึ่งไม้ &amp;nbsp;ยางไม้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำมันยาง น้ำมันสน แร่ หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ&amp;rdquo; ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 16 (2) ประกอบมาตรา 24 / 2.ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันนำสัตว์ออกไป หรือทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์&amp;rdquo; ตาม พระราชบัญญัติ &amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 16 (3) ประกอบมาตรา 24 / 3. ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันนำยานพาหนะเข้าออก หรือขับขี่ยานพาหนะ ในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้นเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พระราชบัญญัติอุทยาน แห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 16 (9) ประกอบมาตรา 25 / &amp;nbsp;4. ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใด ๆ เข้าไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ และปฏิบัติตามเงื่อนไขซึ่ง พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้อนุญาตนั้นกำหนดไว้&amp;rdquo; ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 16 (15) ประกอบมาตรา 27&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 . ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันล่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่เป็นการกระทำโดยทางราชการที่ได้รับยกเว้น&amp;rdquo; ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาตรา 16 ประกอบมาตรา 47 / 6 . ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง โยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 &amp;nbsp;มาตรา 19 ประกอบมาตรา 47 / 7. ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับ ไว้โดยประการใดซึ่งสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่า อันได้มาโดยการกระทำความผิด&amp;rdquo; ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาตรา 55 / &amp;nbsp;8. ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันเก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการ ใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพ ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;rdquo; ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ประกอบมาตรา 31&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และแจ้งข้อหากับบุคคลที่ยิงปืน ล่าสัตว์ พาอาวุธปืนเพิ่ม อีก 4 ข้อหา คือ 9. ฐาน ครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนที่ใช้ในราชการสงคราม และขอให้พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง / 10. ฐาน &amp;ldquo;ยิงปืนในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;rdquo; ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 16 &amp;nbsp;และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 22 และมาตรา 51 / 12 . ฐาน &amp;ldquo;ล่าสัตว์ป่าคุ้มครองในบริเวณวัด&amp;rdquo; ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 41 และมาตรา 51 และหากตรวจสอบพบว่ามีหลักฐานพยานเพิ่มเติม ในการกระทำผิดใดอีก ก็จะแจ้งความดำเนินคดีอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล รอง ผบช.ภาค 7 หัวหน้าทีมชุดสืบสวนสอบสวนคดียิงหมีขอ เผยว่าเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบค้นหาพยานหลักฐาน ในแต่ละจุดทุกแห่งรวมทั้งในลำห้วยลำธาร แต่ก็ไม่พบหัวหมีขอ หรือพยานหลักฐานอื่นๆเพิ่มอีก แต่พยานหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ ก็เพียงพอต่อการดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้ง13 คน นอกจากจะถูกอุทยานฯดำเนินคดีถึง 12 ข้อหา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมดำเนินคดีเพิ่ม ในเรื่องเกี่ยวกับอาวุธปืนอีก 5 ข้อหา../&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19888</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถูกตั้งหลายข้อหา, ยิงหมีขอ, ลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค, แก๊งค์ออฟโรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181014/image_big_5bc31758e27b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
