<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2018 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2018 18:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่วม!จ่อแจ้งเพิ่มอีก 5 ข้อหาแก๊งฆ่าหมีขอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.61 - ที่บริเวณหน้าสภ.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล รอง ผบช.ภาค 7 หัวหน้าทีมชุดสืบสวนสอบสวน พ.ต.อ.สมศักดิ์ สุวรรณฉิม ผกก.(สอบสวน)ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.ท.สนธยา ฉายเกียรติขจร สว.สส.สภ.ไทรโยค &amp;nbsp;พ.ต.ต.ศรายุทธ ศรีมัญจาบุรี สว.กก.5 บก.ปทส. ร.ต.อ.อภิชัย พุ่มชัย รอง สว.(สอบสวน) สภ.ไทรโยค ร้อยเวรเจ้าของคดี เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 7 ภ.จว.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมด้วย นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หน.อุทยานฯไทรโยค/รักษาการ หน.ชุดฉก.พญาเสือ &amp;nbsp;น.ส.เนตรนภา งามเนตร ผช.หน.อุทยานฯ/ผช.หน.ชุดฉก.พญาเสือ ทหารฉก.ลาดหญ้า ตชด.136 จนท.ปกครอง กว่า 40 นาย ซักซ้อมความเข้าใจในภารกิจ ก่อนจะออกเดินทางโดยรถกระบะขับเคลื่อน4ล้อ ไปยังป่าเขาพลูบริเวณสำนักสงฆ์เต่าดำ ม.8ต.วังกระแจะอ.ไทรโยค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเดินทางไปยังสำนักสงฆ์เต่าดำนี้ เส้นทางเป็นไปด้วยความยากลำบากมาก ขึ้นเขาลงห้วยเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดทาง โดยใช้เวลาในการเดินทาง แค่จากสวนป่าออป.2บ้านทุ่งมะเซอย่อ ม.8ต.วังกระแจะไปถึงที่เกิดเหตุระยะทางราว30กม.ใช้เวลาเดินทางนานถึง5ชั่วโมงไปกลับ10ชั่วโมง และเดินทางออกจากออป.ถึงสภ.ไทรโยคอีก1ชั่วโมง รวมแล้วไปกลับ12ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านภารกิจของคณะเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้นั้น จะเข้าตรวจสอบค้นหาพยานหลักฐาน เพิ่มเติมให้ได้มากที่สุด ทั้งบริเวณจุดที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯเข้าจับกุมกลุ่มอ๊อฟโรด จุดที่ยิงปืนแก้บน จุดที่นายตาต้า ผู้ต้องหาได้พาไปชี้ว่า เป็นจุดยิงหมีขอบนต้นไทร ด้วยอาวุธปืนลูกกรดขนาด.22 ซึ่งบริเวณดังกล่าว อยู่ห่างสำนักสงฆ์เต่าดำ ราว300 เมตร โดยจะเข้าตรวจหาคราบรอยเลือดของหมีขอ และหลักฐานอื่นๆ และห่างจากจุดที่ยิงหมีขอ 30 เมตร บริเวณที่ผู้ต้องหาบอกว่ายิง &amp;ldquo;อีเห็น&amp;rdquo; ผิด จะตรวจหาปลอกกระสุนปืน และพยานหลักฐานอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งบริเวณที่กลุ่มอ๊อฟโรด ตั้งแค๊มป์พักริมลำธาร มีการนำซากหมีเผาขนและชำแหละเนื้อ และโยนหัวหมีขอทิ้งลงในลำธาร เจ้าหน้าที่จะค้นหาหัวกะโหลกหมีขอ ในลำธารรวมทั้งพยานหลักฐานอื่นๆ เพื่อให้ได้ พยานหลักฐานมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพนัชกร โพธิบันฑิต หน.อุทยานฯไทรโยค/รรท.หน.ฉก.พญาเสือ เปิดเผยว่าวันนี้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ให้ได้มากที่สุดอีกครั้ง ในเรื่องซากหมี ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ จากสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์กรมอุทยานฯ ซึ่งใช้เวลาราว 1เดือน ก็จะทราบผล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในเรื่องการฟ้องร้องทางแพ่งนั้น ทางกรมอุทยานฯ เตรียมประเมินค่าเสียหาย ของหมีขอสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่ถูกผู้ต้องหายิงตาย รวมทั้งความเสียหาย ต่อระบบนิเวศของอุทยานฯ &amp;nbsp;เพื่อเตรียมดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย &amp;nbsp;เช่นเดียวกับคดียิงเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ส่วนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีกหรือไม่ ก็ต้องดูที่พยานหลักฐานในการกระทำผิด ว่าเข้าข่ายใดอีกหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.สำราญ กลั่นมา ผกก.ตม.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ทุกด้านแนวชายแดนไทย-เมียนมา และจุดตรวจต่างๆ ทั้งจุดตรวจร่วมไทรโยค อ.ไทรโยค จุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน อ.เมือง จุดผ่อนปรนทางการค้า บ้านพระเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี ตรวจสอบยานพาหนะต่างๆ บุคคลที่เดินทางผ่านไปมาเข้าออกอย่างละเอียดโดยนำภาพถ่าย นายเจนระ สัญชาติพม่า อายุ 29 ปี พร้อมภรรยา นส.คินหน่อยโซ อายุ31ปี ผู้ต้องหาร่วมกันชำแหละซากหมีขอ ซึ่งอยู่ในระหว่างหลบหนี ส่งไปตามจุดตรวจต่างๆ เพื่อตรวจสอบ หากนายจิระและเมีย ยังไม่ได้หลบหนีออกจากประเทศไทย เข้าไปในประเทศเมียนมา และหลบหนีผ่านตามเส้นทางแนวชายแดน เชื่อว่าเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านเจ้าหน้าที่ในทีมสอบสวนคดีนี้ท่านหนึ่งเปิดเผยว่า ขณะนี้ หลังจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ได้ตรวจอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ที่ยึดได้จากตัวผู้ต้องหา และที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ ทราบว่ามีผลตรงกัน ทั้ง 5 กระบอก คือ ปืนพกออโตเมติก ขนาด.45 ปืนพกขนาด .38 &amp;nbsp;ปืนลูกกรดยาว .22 ปืนกร๊อกขนาด 9 มม.ของนาย อนุสรณ์ เรือนงาม และอาวุธปืนซิกซาวเออร์ ขนาด 9 มม.ของนายวัชรชัย สมีรักษ์ หรือปลัดแมน อดีตปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย พบปลอกกระสุน ตรงกับอาวุธปืนทั้งหมด 20 ปลอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีนี้ เผยต่อว่าหลังทราบผลการตรวจสอบ อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน แน่ชัดแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี กับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 5 ข้อหา ประกอบด้วย 1.พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ 2.มีอาวุธและเครื่องกระสุน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย (ปืนยาวขนาด .22 ติดลำกล้อง และเครื่องเก็บเสียง) 3.มียุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต จากปลัดกระทรวงกลาโหม (อุปกรณ์เก็บเสียง) 4.มีเครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย (กระสุนปืนเอ็ม.16 จำนวน 20 นัด) 5.ยิงปืนในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน โดยไม่มีเหตุสมควร (โทษจำคุก 10 วัน ปรับ 5,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทีมชุดสอบสวนทำคดีนี้เชื่อว่า พยานหลักฐานที่มีอยู่ขณะนี้ ก็สามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้ทั้งหมดทุกคน เนื่องจากมีวัตถุพยานหลักฐานชัดเจน และจะสรุปสำนวน ส่งให้พนักงานอัยการสั่งฟ้องได้ ภายในผัดฟ้องที่ 4 คือวันที่ 25 พ.ย. นี้ และขณะนี้ยังไม่พบผู้กระทำความผิดเพิ่ม แต่หากการสืบสวนพบว่า มีบุคลใด ไปมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นอีก ก็จะต้องดำเนินคดีแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19843</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลัดอำเภอด่านด่านมะขามเตี้ย, ล่าสัตว์ป่า, หมีขอ, แก๊งออฟโรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181013/image_big_5bc1dbe553bc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่ออ่วม!แก๊งปลัดฆ่าหมีขอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก๊งออฟโรดล่าสัตว์อ่วม! ถูกแจ้งเพิ่มอีก 1 ข้อหา ตำรวจหิ้วฝากขังศาลจังหวัดกาญจนบุรี ก่อนได้รับอนุญาตให้ประกันตัว &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;rdquo; จี้ตำรวจเอาผิดอีกข้อหาแจ้งความเท็จ ขณะที่ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เชื่อมือ &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; &amp;nbsp;ทำคดี บอกเป็นคนตรงไปตรงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ในฐานะผู้เสียหาย พร้อมด้วย น.ส.เนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้า อช.ไทรโยค และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้นำวัตถุพยานที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุบริเวณป่าเขาพลู หมู่ 8 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค ในคดีที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคจับกุมนายวัชรชัย สมีรักษ์ หรือปลัดแมน ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี พร้อมพวกรวม 11 คน ขณะเข้าไปในป่าภายในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค พร้อมของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก รวมทั้งซากส่วนขาของหมีขอ มาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนัชกรกล่าวก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า ได้นำพยานวัตถุที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเศษขน เศษกราม ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นซากของหมีขอ ที่พบบริเวณที่คณะปลัดเข้าไปพักแรม มามอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อที่จะนำมาประกอบในสำนวนคดี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่มอบวัตถุพยานดังกล่าวให้กับพนักงานสอบสวนไปแล้วก็จะขอนำไปตรวจพิสูจน์ที่หน่วยนิติวิทยาศาสตร์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อหาความเชื่อมโยงคดี โดยจะทำการตรวจยืนยันว่าซากสัตว์ที่พบเป็นซากของหมีขอหรือไม่ และพิสูจน์ว่าเป็นตัวเดียวกันหรือไม่ แต่ในเบื้องต้นตนเชื่อว่าซากสัตว์ที่พบเป็นซากของหมีขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนัชกรกล่าวว่า ขณะที่จุดที่พบผู้ต้องหาเป็นจุดแรกระหว่างทางที่ผู้ต้องหากำลังเดินทางกลับออกมา และตรวจพบปลอกกระสุนปืน 9 มม. จำนวน 25 ปลอก และปลอกกระสุนปืน .45 มม. จำนวน 6 ปลอก รวม 31 ปลอก ซึ่งทั้งหมดเป็นปลอกกระสุนปืนที่ยิงแล้วนั้น จึงต้องแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเป็นข้อหาที่ 10 คือยิงปืนในเขตอุทยานฯ ความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ซึ่งคาดว่าผู้ต้องหาน่าจะโยนทิ้งทางฝั่งขวา บริเวณรถคันที่ 2-3 ห่างจากรถประมาณ 7 เมตร ซึ่งขณะนั้นนายวัชรชัย สมีรักษ์ หรือปลัดแมน โดยสารมาในรถคันที่ 4 ส่วนซากหมีขอ และอาวุธปืนอีกจำนวนหนึ่ง อยู่ในรถคันที่ 5 ที่มีนายอนุสรณ์ เรือนงาม เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอด่านมะขามเตี้ย เป็นคนขับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากหลักฐานที่พบขณะนี้สามารถยืนยันได้ว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการยิงปืนภายในเขตอุทยานฯ ส่วนปลอกกระสุนปืน จะเป็นของอาวุธปืนกระบอกไหน และใครเป็นคนยิง ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะต้องทำการตรวจสอบเพื่อหาความเชื่อมโยงอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ตนขอยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้อนุญาตให้กลุ่มผู้ต้องหาเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งเป็นเพียงการแอบอ้างของผู้ต้องหาเท่านั้น&amp;quot; นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค กล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่จะขอตัวไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังให้ปากคำอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรไทรโยคคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 11 คน รวมถึงนายวัชรชัย ไปขออำนาจศาลจังหวัดกาญจนบุรีฝากขังผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว เพราะเป็นคดีสำคัญ และเกรงว่าผู้ต้องหาจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ศาลจังหวัดกาญจนบุรีให้ประกันตัวผู้ต้องหา 11 คน คดีล่าหมีขอในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี ในวงเงินคนละ 200,000 บาท และให้ผู้ต้องหาทั้งหมดมารายงานตัวต่อศาลครั้งแรกในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนไม่เชื่อมั่นการทำงานของ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฝ่ายความมั่นคง หลังเข้ามารับผิดชอบทำคดีเจ้าหน้าที่จับกลุ่มรถออฟโรดพบของกลางเป็นซากหมีขอ โดยมีนายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี นำทีม ว่าเป็นหน้าที่ของเขา เพราะดูแลเรื่องความมั่นคง ทั้งนี้ ตนยืนยัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ เป็นคนตรงไปตรงมา รับรองไม่มีเรื่องของผลประโยชน์ เรื่องหมีขอจะมีผลประโยชน์อะไรต้องให้เขาทำเป็นหน้าที่เขา ก็เป็นเรื่องของความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า หลักฐานและวัตถุพยานดังกล่าวเป็นการยืนยันชัดเจนในข้อกล่าวหาทั้ง 9 ข้อของพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยชัดแจ้ง แต่การให้การปฏิเสธของปลัด อส.และผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดในชั้นสอบสวน จึงเชื่อว่ามีเจตนาที่จะแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนเพื่อให้ตนเองและพวกพ้นโทษ อันมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 172 ประกอบมาตรา 137 และมาตรา 59 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งบุคคลทั้งหมดที่เข้าร่วมทริปออฟโรดในครั้งนี้ทุกคนย่อมมีความผิดในฐานะตัวการและผู้สนับสนุนตาม ป.อาญา มาตรา 83 และมาตรา 86 ซึ่งจะต้องได้รับโทษเทียมเท่ากันนั่นเอง จะปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นย่อมฟังไม่ขึ้น ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค เพิ่มข้อกล่าวหาเป็นข้อที่ 10 แก่ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนในคณะออฟโรดตามหลักกฎหมายดังกล่าว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ถูกต้องต่อสังคมไทยโดยรวมต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19507</URL_LINK>
                <HASHTAG>พนัชกร โพธิบัณฑิต, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เนตรนภา งามเนตร, แก๊งออฟโรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbcc5dac2e00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
