<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบแก๊งอินเดียลักบัตรสาวไทยจดทะเบียน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จับแก๊งอินเดียขโมยบัตรประชาชนหญิงไทยไปจดทะเบียนสมรสเพื่อใช้สิทธิอยู่ในประเทศ คาดมีผู้ตกเป็นเหยื่อถึง 300 ราย ช่วยได้แล้ว 13 ราย เผยตรวจพบข้าราชการกังฉินให้การช่วยเหลือ ถูกไล่ออกแล้ว 3 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 23 พฤษภาคมนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายปราบาห์การ์ ซิงห์, นายริเตซ กูมาร์, นายแมนจี๊ต มาลลาห์ และเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร จำนวน 5 ราย มีนายสุรัช ปรากาศ ซิงห์, นายราจู ชาร์มา, นายไชเรซ กูมาร์ ทริปาตี, นายวิเจนดรา นิชาร์ด, นายบาจัน นิชาร์ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท.และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น &amp;nbsp;ผบช.สตม. ดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่กระทำความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม ก่อให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข หรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ประกอบกับได้รับการร้องเรียนจากหญิงไทยหลายราย ที่พบว่าตนเองมีรายชื่อจดทะเบียนสมรสกับชาวอินเดีย โดยที่ตนไม่เคยจดทะเบียนสมรสมาก่อน และไม่รู้จักชาวอินเดียที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนสมรสแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวน บช.ทท.และชุดสืบสวน สตม. ประสานกับ อ.วังม่วง จ.สระบุรี ทำการตรวจสอบ และพบว่ามีรายชื่อหญิงไทยจำนวน 300 ราย ที่อาจจดทะเบียนสมรสกับชาวอินเดียโดยมิชอบหรือโดยอำพราง และต่อมามีชาวอินเดียบางรายนำทะเบียนสมรสที่ได้ออกโดยส่วนราชการโดยมิชอบด้วยกฎหมายนั้น ไปใช้ในการยื่นขออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว โดยอ้างเหตุในการขออยู่ต่อเพื่ออุปการะภรรยา หรือเยี่ยมคู่สมรสชาวไทย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ต้องเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร จากปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมชาวอินเดียซึ่งเคยใช้ทะเบียนสมรสที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือพาผู้หญิงไทยซึ่งมีรายชื่อเป็นคู่สมรสของชาวอินเดียไปทำการเพิกถอนการจดทะเบียนสมรสที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวแล้ว จำนวน 13 ราย และอยู่ในระหว่างการประสานติดตามผู้ที่มีรายชื่อตกเป็นคู่สมรสโดยที่ตนเองไม่ทราบเรื่องดังกล่าว มาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อ.วังม่วง จ.สระบุรี เพื่อดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนสมรสที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ตำรวจท่องเที่ยวยังมีการขยายผลตรวจสอบรายชื่อบัตรประชาชนหญิงไทยมากกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่ถูกปลัด&amp;nbsp;อ.วังม่วง&amp;nbsp;จ.สระบุรี และเจ้าหน้าที่ธุรการ รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ร่วมกันทุจริตนำรายชื่อ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สำเนาการกู้ยืมเงิน&amp;nbsp;หรือรายชื่อที่ถูกคนใกล้ชิดนำไปส่งต่อ&amp;nbsp;จดทะเบียนสมรสโดยมิชอบ&amp;nbsp;ก่อนส่งกลับไปให้เพื่อรับเงินค่านายหน้ารายชื่อละ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ผู้กระทำผิดทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ถูกไล่ออกจากราชการตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2558.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9830</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม, พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร, พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก๊งอินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b0567d1825aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2018 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2018 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจบุกรวบแก๊งอินเดียเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ(คลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค.61 - เวลาประมาณ 05.30 น. &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย &amp;nbsp;พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมแผนปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/4 ณ ห้องประชุม ศปก.บช.ปส. จากนั้นได้เดินทางไปตรวจค้น ห้องพักของนายฮาร์ปรีท ซิงห์ เชื้อชาติอินเดีย ที่อพาทเม้น retro 39 เลขที่ 1/10 ซอยสุขุมวิท 39 ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจากการขยายผลกรณีจับกุมยาไอซ์ 400 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 28 ก.ค.60 โดยการตรวจค้นวันนี้เพื่อเข้าจับกุมผู้ต้องหา ตรวจยึด/อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีเมื่อวันที่ 28 ก.ค.60 บก.ปส.2 ได้จับกุมนายโกศล ศรีมงคล ผู้ต้องหา(ไอซ์)ข้ามชาติ กับพวก รวม 5 ราย พร้อมของกลางไอซ์ 400 กก. ที่ จว.ขอนแก่น ได้ทำการสืบสวนขยายผลไปยังกลุ่มผู้รับยาเสพติดทางภาคใต้จำนวน 3 คน จับกุมผู้สั่งการที่ จว.หนองคาย 2 คน และจว.ระยองอีก 2 คน รวมผู้ต้องหาที่ถูกจับทั้งสิ้น 12 คน โดยลักลอบลำเลียงยาเสพติด(ไอซ์) ดังกล่าวจากประเทศเพื่อนบ้าน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อส่งออกไปยังประเทศที่สามที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น บก.ปส.2 ได้ร่วมกับ บก.ขส. สืบสวนขยายผลไปยังกลุ่มนายทุน จนสืบทราบพบว่ามี นายฮาร์ปรีท ซิงห์ ชาวไทย(สัญชาติเดิม อินเดีย) ทำหน้าที่โอนเงินให้กับบุคคลในเครือข่าย ประมาณ 3 ล้านบาท จึงขออนุมัติออกหมายจับ ในการกำหนดเป้าหมายปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายนี้ จานวน 6 เป้าหมาย เพื่อทาการจับกุมและยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตราการฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปฏิบัติการครั้งนี้ บก.ปส.2 ได้กำหนดเป้าหมายปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อีกจำนวน 3 เครือข่าย ดังนี้ 1. เครือข่ายยาบ้า 200,000 เม็ด ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 5 พ.ย.60&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เครือข่ายยาบ้า 280,000 เม็ด ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 17 ม.ค.61 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เครือข่ายกัญชา 510 กก. ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 18 ม.ค.61 จำนวน 6 เป้าหมาย จำนวน 13 เป้าหมาย จำนวน 5 เป้าหมาย นำไปสู่การปิดล้อมตรวจค้นจำนวน 30 เป้าหมาย เพื่อติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับ พร้อมกับยึด/อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 160 ล้านบาท.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4385</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ายาเสพติดข้ามชาติ, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาเสพติด, อาชญากรรมข้ามชาติแ, ฮาร์ปรีท ซิงห์, แก๊งอินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e21b3df217.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
