<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบชาวไนจีเรียตั้งแก๊ง &#039;หลอกรักออนไลน์&#039; กบดานพื้นที่ จ.กระบี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.62 - พ.ต.อ.ธนศ สุขชัย ผกก.ตม.จ.กระบี่ แถลงข่าวรวบชาวไนจีเรียตั้งขบวนการ &amp;quot;โรแมนซ์สแกม&amp;quot; กบดานในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกระบี่ อ.เมือง จ.กระบี่ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวประมาณ 50 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ธนศ สุขชัย ผกก.ตม.จ.กระบี่ กล่าวว่า ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการคบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอยู่ในประทศไทย,กระทำผิดกฎหมาย,ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ นั้น ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกระบี่ โดยพ.ต.อ.ธนศ สุขชัย ผกก.ตม.จว.กระบี่ และ กก.สส.ภ.จว.กระบี่ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนกวาดล้างจับกุมเครือข่ายอาญากรรมช้ามชาติซึ่งหลอกลวงเหยื่อคนไทยที่มีความสนใจในการหาคู่รักชาวต่างชาติ หรือที่เรียกว่า Romance Scams ซึ่งเข้ามาแฝงตัวในพื้นที่จังหวัดกระบี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวนหาข่าวและการได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนที่ช่วยแจ้งเบาะแส นำไปสู่การจับกุม เมื่อวันที่ 16 ก.ค.62 เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันจับกุมนายอีเลเล่ เอนวาบูเซ (MRELELE NWA BUEZE) สัญชาติไนจีเรีย ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเข้าพักอยู่ที่ไรวินท์รีสอร์ท ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 15 ก.ย.62 และจับกุมนายเอดวิร์ด อูเชชุดว เอโกนู (MR.EDWARD UCHECHUKWU EGENU) อายุ 26 ปี นายเอเคเน่ ทิโมธี ไอชันวา (MR.EKENE TIMOTHY IZUNWA) อายุ 24 ปี ทั้งสองคนมีสัญชาติไนจีเรีย จัถูกบกุมข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 3.น.ส.สกุลตราธาตุวิสัย อายุ 27 ปี สัญชาติไทยจับกุมข้อหาให้เข้าพักอาศัยซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือฯเพื่อให้คนต่างด้าวพ้นการจับกุมที่ธัญญะเพลส ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ เมื่อวันที่ 24 ก.ย.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งจับกุมนายเดลิชิ&amp;nbsp;คิงส์เลย์ โอบี (MRKELECHI KINGSLEY OB) อายุ 23 ปี สัญชาติไนจีเรีย ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และจับกุม น.ส.น้ำเพชร รูปพรม อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นภรรยาในข้อหาให้เข้าพักอาศัยซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือฯเพื่อให้คนต่างด้าวพ้นการจับกุมที่บ้านเลขที่ 293/41 หมู่ 1ต.เหนือคลอง อ.เมืองกระบี่ จากการตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุทั้งสามคดี พบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คและโทรศัพท์มือถือ รวมถึงพยานหลักฐานต่างๆที่เชื่อมโยงกลุ่มผู้ต้องหากับเครือข่ายอาชญากรรมหลอกรักออนไลน์ หรือ romance scam และพบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกันในรูปแบบขบวนการ ซึ่งจะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีนโยบายในการบ้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในทุกรูปแบบความผิดอย่างจริงจังและฝากประชาสัมพันธ์ไปยังจ้าของสถานที่พักอาศัยหรือประชาชนทั่วไป หากพบบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในลักษณะต่างๆหรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโทร.118 หรือที่ www.immigration .go.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47129</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ตำรวจตม.กระบี่, หลอกรักออนไลน์, แก๊งโรแมนซ์สแกม, ไนจีเรีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d943e5202c62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 21:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ไทย-มาเลย์บุกทลายแก๊งโรแมนซ์สแกมตุ๋นเหยื่อชาวไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.62 - ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.รองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศปอส.ตร.)&amp;nbsp;นายกิตติพงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมหลอกลวงคนไทยผ่านสื่อออนไลน์ แก๊งโรแมนซ์สแกม ชาวไนจีเรีย&amp;nbsp;และชาวไทย ที่ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่าง ๆ&amp;nbsp;ได้ผู้ต้องหาเป็นชาวไทย 4 คน ชาวไนจีเรีย 10 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้ในสำนักงานแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพฤติกรรมของผู้ต้องหาแก๊งนี้ จะใช้วิธีการสร้างตัวตนปลอมขึ้นมาในเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;และหลอกเหยื่อซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทย ให้หลงรักและโอนเงินให้ หรือการสุ่มโทรเข้ามาหาเหยื่อที่หามาตามเฟซ&amp;nbsp;โดยหลอกว่าจะมีเงินสดหรือทรัพย์สินของมีค่าถูกส่งเข้ามาในประเทศไทย แต่ติดตรงที่ว่าตนเองไม่สามารถไปรับสินค้าหรือรับโอนทรัพย์สินเหล่านั้นได้เพราะต้องใช้เงินไทยไปจ่ายค่าภาษีนำเข้าเป็นหลักหมื่นหรือหลักแสน หลังเหยื่อหลงเชื่อก็จะให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหาชาวไทย และนัดหมายเจอกันเพื่อรับสินค้าที่สนามบินต่าง ๆ โดยเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เมื่อเหยื่อมาถึงกลับไม่พบคนที่นัดหมายไว้และติดต่อกลับก็ไม่ได้ โดยเหยื่อรายล่าสุดถูกหลอกให้โอนเงินไปให้แก๊งคนร้ายเหล่านี้กว่า 29 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอีกคดีหนึ่งเป็นการแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาชาวอินเดียใช้หนังสือเดินทางปลอมหนีคดีเข้ามากบดานในประเทศไทย ชื่อนายสุขเชียน ซิงห์&amp;nbsp;&amp;nbsp;อายุ 29 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;สัญชาติอินเดีย ผู้ต้องหาที่หลบหนีการประกันตัวในคดีฆาตกรรม ในประเทศอินเดีย และใช้หนังสือเดินทางปลอมที่ระบุชื่อเป็นนายเลิฟ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มันนี่ อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย เดินทางมาจากกรุงเดลี ประเทศอินเดีย เข้ามาในประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสนามบินสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ พบความผิดปกติของหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าว จึงได้ทำการตรวจสอบโดยละเอียดและพบว่าเป็นหนังสือเดินทางปลอม จึงได้ควบคุมตัวนายสุขเชียน ซิงห์ มาทำการสอบสวน โดยให้การรับสารภาพว่า ได้ว่าจ้างให้เพื่อนที่ชื่อ จาทินดาร์ ซิงห์ เป็นผู้จัดหาหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวให้ เสียค่าใช้จ่ายไปประมาณ 800,000 รูปี หรือประมาณ 4 แสนบาทไทย และจากการตรวจสอบประวัติของนายสุขเชียน ซิงห์ พบว่าเป็นผู้ต้องหาหลบหนีประกันในคดีฆาตกรรม ในประเทศอินเดีย เพื่อเข้ามากบดานในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายสุขเชียน ซิงห์ ว่าปลอมและใช้หรือมีไว้ใช้หนังสือเดินทางปลอม ในการเดินทางระหว่างประเทศ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานสถานทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย มาตรวจสอบและอายัดตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศอินเดีย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27453</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กโจ๊ก, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, แก๊งโรแมนซ์สแกม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49d02757160.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบยกแก๊ง &#039;โรแมนซ์สแกม&#039; แชทจีบหญิงไทยก่อนตุ๋นเงินสูญนับร้อยล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.61 - เมื่อเวลา 11.00 น. &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 แถลงผลการทลายแก๊งโรแมนซ์สแกม (Romance scams) แสร้งรักออนไลน์ชาวไนจีเรีย ซึ่งเป็นเครือข่ายใหญ่ ได้ผู้ต้องหาทั้งสิ้นจำนวน 8 ราย พร้อมของกลางเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และบัตรเอทีเอ็มจำนวนมาก มีผู้เสียหายหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากมีผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้โทรศัพท์มาแจ้งสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ว่าถูกคนร้ายสร้างเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมา ส่งข้อความหลอกลวงสร้างสถานการณ์ พูดจาอ่อนหวาน หว่านล้อม เชิงชู้สาว หลังจากนั้นก็หลอกว่าส่งสินค้าจากต่างประเทศและติดค้างที่สนามบิน ต้องโอนเงินมายังศุลกากรหรือเจ้าหน้าที่ขนส่ง เพื่อนำสินค้าออกมา ขณะเดียวกันก็มีคนไทยเข้าร่วมขบวนการ โดยทำหน้าที่เป็นคอลเซ็นเตอร์พูดคุยผ่านทางโทรศัพท์สร้างสถานการณ์หลอกเหยื่อว่ามีสินค้าหรือพัสดุส่งมาจากต่างประเทศจริง ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินเข้ามายังบัญชีที่คนร้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผบช.ทท. กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่าผู้เสียหายโอนเงินเข้าไปบัญชีคนร้าย และพบว่าหลังจากนั้นเงินถูกกดออกจากบัญชีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยคนที่มากดเงินเป็นหญิงคนไทยและชายต่างชาติผิวสี ตำรวจจึงได้ออกสืบสวนติดตามจนทราบว่าคนร้ายมาหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลกะทู้ อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต ต่อมาวันที่ 30 พ.ค.2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปแสดงตัวและตรวจสอบพบชายผิวสีจำนวน 6 คน แบ่งเป็นสัญชาติไนจีเรีย 4 ราย สัญชาติอูกันดา 1 คน และสัญชาติกินิ-บิสเซา 1 คน และจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางของชายชาวต่างชาติทั้งหมดพบว่าเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมายและอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตหรือโอเวอร์สเตย์ จึงจับกุมดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กของชายชาวต่างชาติทั้งหมดพบว่ามีพฤติกรรมสร้างเฟซบุ๊กปลอมและส่งข้อความไปหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อในหลายรูปแบบและโอนเงินให้ ซึ่งเป็นพฤติกรรมลักษณะนี้คือแก๊งโรแมนซ์สแกม โดยมีข้อความการสนทนาหลอกลวงหลายรายการ และพบผู้เสียหายเพิ่มเติมอีกหนึ่งรายซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ถูกหลอกลวงในลักษณะเดียวกัน&amp;rdquo; รองผบช.ทท. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า คดีนี้มีผู้เสียหายถูกหลอกโอนเงินในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 28,000 บาท และที่จังหวัดบุรีรัมย์ 20,000 บาท พร้อมกันนี้ฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโอนเงินให้ชาวต่างชาติผ่านโซเชี่ยลมีเดีย และหากไม่แน่ใจสามารถขอคำแนะนำผ่านสายด่วนตำรวจท่องเที่ยวได้ อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนจับกุมแก๊งโรแมนซ์สแกรมทั้งหมดมีความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โดยมีพฤติการณ์คล้ายกันคือหลอกให้เหยื่อไว้ใจและโอนเงินให้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ต้องหาประกอบด้วย 1. Mr. Eriri Franklin อายุ 23 ปี สัญชาติไนจีเรีย, 2. Mr. Pedro Da Silva อายุ 28 ปี สัญชาติ กินี-บิสเซา, 3. Mr. Marcelinus Chijioke Mbakwe อายุ 32 ปี สัญชาติไนจีเรีย, 4. Mr. Ogochukwu John Obioha อายุ 30 ปี สัญชาติไนจีเรีย, 5. Mr. Nnamdi Barnabas Agubosim อายุ 32 ปี สัญชาติไนจีเรีย และ 6. Mr.Emmanuel Kasujja อายุ 37 ปี สัญชาติอูกันดา โดยศาลได้อนุมัติหมายจับ Mr.Eriri Franklin, Mr.Emmanuel Kasujja ซึ่งเป็น 2 ใน 6 ผู้ต้องหาชาวต่างชาติ นอกจากนี้ศาลยังได้อนุมัติหมายจับคนไทยอีก 2 คน คือ น.ส.จิราภรณ์ พันนารัตน์ อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นแฟนของ Mr.Emmanuel Kasujja ซึ่งทำหน้าที่กดเงิน และ น.ส.วิจิตตรา อัมศึก อายุ 25 ปี ชาวจังหนองคาย เจ้าของบัญชีรับโอนเงิน ในฐานความผิด &amp;ldquo;ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น&amp;rdquo; จึงได้จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 รายไปดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10533</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155, หลอกหญิงไทย, แก๊งโรแมนซ์สแกม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b122ff687dda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2018 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2018 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โผล่อีก!เหยื่อโรแมนซ์สแกม ตร.โยงก๊วนขโมยบัตร&#039;ณิชา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.61- &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงคืนความเป็นธรรมให้ น.ส.พิริยา สมมูล อายุ 25 ปี โดยขโมยข้อมูลบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร รับโอนเงินจากผู้เสียหาย ซึ่งถูกกลุ่มโรแมนซ์สแกมหลอกหลวง ความเสียหาย 2,330,600 ล้านบาท ทำให้ถูกเนินคดีใน 8 ท้องที่มานานกว่า 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ น.ส.พิริยา ได้เข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ถูกคนร้ายแอบนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชี เจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบว่า น.ส.พิริยา ถูกคนร้ายขโมยบัตรประชาชน ไปจริงเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2559 บริเวณถนนว็อทกิ้งสตรีท พัทยา จ.ชลบุรี และนำบัตรไปเปิดบัญชีธนาคารต่างๆ จำนวน 5 บัญชี กระทั่งรวบรวมหลักฐานพบว่าคนร้ายที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ มี 4 ราย คือ น.ส.ปวีณา สิงหวิบูลย์, น.ส.เจรติ สายสิน, Mr.Simon Eko Ayuk และ &amp;nbsp;Mr.Rasheed Olalekan Yusuf ชาวไนจีเรีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พนักงานสอบสวนออกหมายจับข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง และยังพบว่าผู้ต้องหา 3 ใน 4 คน เป็นกลุ่มคนร้ายชุดเดียวกับคดีของ น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ซึ่งได้ถูกจับกุมและคุมขังอยู่ในเรือนจำ ส่วนผู้ต้องหารายที่ 4 อยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งจะได้ดำเนินการสืบสวนจับกุมเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตำรวจจะเยียวยาช่วยเหลือ น.ส.พิริยา ในเรื่องคดีความทางอาญา ที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด ให้ได้รับความเป็นธรรมโดยเร็วที่สุด ส่วนการฟ้องร้องทางแพ่งขึ้นอยู่กับน.ส.พิริยา ในการพิจารณาดำเนินการกับสถาบันการเงินอีกครั้ง อีกทั้งเห็นว่าธนาคารต่างๆต้องเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยมากขึ้น และควรมีการตรวจสอบข้อมูลผู้นำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคารอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังแถลงผลการจับกุมนายซีวานยานา เฮเนรี สัญชาติอูกันดา และน.ส.ชัญญาพิชญ์ วิศรี อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มหลอกลวงผู้เสียหายผ่านแอพพลิเคชั่นเฟสบุ๊ค โดยการแชทข้อความแสดงตนเป็นบุคคลอื่นจนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ก่อนตระเวนกดเงินจากตู้เอทีเอ็มต่างๆ โดยจะมีการขยายผลต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3914</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณิชา, ตำรวจ, แก๊งโรแมนซ์สแกม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a93b1c2c959e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
