<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียแขวนคอ 4 ทรชน รุมข่มขืนนศ.บนรถบัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินเดียจัดการแขวนคอประหารชีวิต 4 ทรชนรุมโทรมนักศึกษาหญิงบนรถบัสในกรุงนิวเดลีเมื่อปี 2555 แล้วเมื่อเช้ามืดวันศุกร์ที่ผ่านมา นายกฯ นเรนทรา โมดี ระบุความยุติธรรมมีชัยชนะ นักสิทธิสตรีชี้อินเดียส่งสัญญาณว่าก่ออาชญากรรมแบบนี้ต้องโดนแขวนคอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ของนักศึกษาหญิง (กลาง) แสดงความยินดีที่คนร้ายโดนประหารชีวิตเมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2563 อ้างคำกล่าวของสันทีป โกเอล ผู้บังคับการเรือนจำติหารในกรุงนิวเดลีว่า นักโทษทั้ง 4 โดนประหารชีวิตด้วยการแขวนคอเมื่อเวลา 05.30 น.ของวันเดียวกันนี้ ซึ่งเป็นการประหารชีวิตนักโทษครั้งแรกของอินเดียนับแต่ปี 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรชนทั้ง 4 ก่อคดีโหดเหี้ยมสะเทือนขวัญร่วมกับพวกอีก 2 คน เป็นข่าวครึกโครมทั่วอินเดียและทั่วโลก เหยื่อของพวกเขาเป็นนักศึกษาวิชากายภาพบำบัดวัย 23 ปี เธอออกมาดูภาพยนตร์และกำลังเดินทางกลับบ้านพร้อมกับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งเมื่อค่ำวันที่ 16 ธันวาคม 2555 ทั้งคู่ขึ้นรถบัสโดยสารประจำทางกรุงเดลีคันนี้เพื่อกลับบ้าน แต่คนร้ายที่ประกอบด้วยชาย 5 คน และเยาวชนวัย 17 ปีอีกคน กลับประกอบกรรมชั่ว พวกนี้ทำร้ายผู้ชายจนหมดสติแล้วลากนักศึกษาสาวไปรุมโทรมหลังรถบัสที่ยังคงวิ่งตะบึงไปทั่วกรุงนิวเดลี พวกนี้ผลัดกันข่มขืนเธอและใช้ท่อนเหล็กทารุณกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นทั้งคู่ถูกจับโยนลงข้างทาง หญิงสาวซึ่งได้รับบาดเจ็บภายในสาหัส เสียชีวิตในอีก 13 วันต่อมา ขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาลในสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในคนร้ายเคยกล่าวไว้ในสารคดีของบีบีซีที่ถูกห้ามฉายในอินเดียว่า ผู้หญิงดีๆ ไม่ออกมาตะลอนในเวลา 3 ทุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้สะท้อนอาชญากรรมรุนแรงทางเพศต่อสตรีในอินเดียที่มีผู้หญิงตกเป็นเหยื่อข่มขืนวันละ 95 ราย ผู้คนจำนวนมากออกมาชุมนุมประท้วงและเรียกร้องให้อินเดียเพิ่มบทลงโทษผู้ร้ายคดีข่มขืนให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น รวมถึงการประหารชีวิตนักโทษที่ก่อเหตุซ้ำซาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงสาวซึ่งสื่อตั้งฉายาให้ว่า &amp;quot;นิรภายา&amp;quot; ที่แปลว่ากล้าหาญ มีชีวิตอยู่ได้นานพอที่จะระบุตัวคนที่ทำร้ายเธอได้ จำเลยทั้ง 6 ถูกจับกุม โดย 4 รายนี้ถูกพิพากษาในกระบวนการพิจารณาคดีที่เร่งรัดเมื่อปี 2556 จำเลยรายที่ 5 ที่เป็นหัวโจกของกลุ่มนี้ฆ่าตัวตายในห้องขังเมื่อเดือนมีนาคม 2556 ส่วนรายที่เป็นเยาวชนซึ่งก่อเหตุขณะอายุ 17 ปี ถูกส่งตัวเขาสถานดัดสันดานนาน 3 ปีตามโทษสูงสุดของเยาวชน เขาได้รับอิสรภาพเมื่อปี 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี 2560 ศาลสูงสุดของอินเดียพิพากษายืนโทษประหารชีวิตของจำเลยทั้ง 4 โดยคณะผู้พิพากษาระบุว่าอาชญากรรมนี้เข้าหลักเกณฑ์ที่พบได้ยากยิ่งสำหรับการลงโทษประหารชีวิตในอินเดีย ต่อมาประธานาธิบดีก็ปฏิเสธคำขอลดหย่อนโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประหารชีวิตนักโทษกลุ่มนี้ทำให้เกิดการเฉลิมฉลองทั้งที่ด้านนอกเรือนจำและในหมู่บ้านของนักศึกษาสาวในรัฐอุตตรประเทศ แม่ของเธอกล่าวกับนักข่าวด้านนอกเรือนจำว่า พวกตนพอใจที่ในที่สุดลูกสาวก็ได้รับความยุติธรรมหลังผ่านมา 7 ปี เดรัจฉานถูกแขวนคอแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวาติ มาลิวัล ประธานคณะกรรมการเดลีเพื่อสตรี ทวีตว่า อินเดียได้ส่งสารที่หนักแน่นถึงพวกผู้ร้ายข่มขืนว่า หากพวกเขาก่ออาชญากรรมแบบนี้ก็จะโดนแขวนคอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ นเรนทรา โมดี ทวีตเกี่ยวกับการประหารชีวิตว่า &amp;quot;ความยุติธรรมมีชัยชนะ&amp;quot; และว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้ความมั่นใจในศักดิ์ศรีและความปลอดภัยของสตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลของโมดีก็แสดงความยินดีกับการประหารชีวิตครั้งนี้ แต่คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนด้านสิทธิ ประณามการลงโทษประหาร ที่พวกเขาเรียกว่าเป็นมหรสพสาธารณะที่เสี่ยงต่อการเฉลิมฉลองและทำให้ความรุนแรงเป็นเรื่องถาวรโดยใช้หลักนิติธรรมเป็นข้ออ้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60397</URL_LINK>
                <HASHTAG>อินเดียประหารชีวิต, แก๊งรุมโทรม, แขวนคอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e74cef061765.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2019 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2019 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นแขวนคอประหารชาวจีน ฆาตกรฆ่ายกครัว 4 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ญี่ปุ่นประหารชีวิตนักโทษชาวจีนด้วยการแขวนคอเมื่อวันพฤหัสบดี เป็นการประหารนักโทษต่างชาติครั้งแรกในรอบ 10 ปี จากคดีปล้นและฆาตกรรมยกครัว 4 ศพที่เมืองฟุกุโอกะในปี 2546&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาซาโกะ โมริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น แถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาซาโกะ โมริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคมว่า หลังพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ศาลมีคำสั่งให้ประหารชีวิตเว่ย เว่ย นักโทษชาวจีน ผู้กระทำความผิดฐานปล้นและฆ่าหลายศพ โดยเขาก่อเหตุกับเพื่อนนักศึกษาอีก 2 คนในปี 2546 ถือเป็นคดีเหี้ยมโหดที่ผู้ต้องหากระทำต่อสมาชิกครอบครัวที่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ผู้เสียชีวิตรวมถึงเด็กวัย 8 ขวบและ 11 ขวบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว่ย เว่ย ปัจจุบันอายุ 40 ปี ขณะก่อเหตุเขาเป็นนักศึกษาด้านภาษาที่ญี่ปุ่น ศาลตัดสินว่าเขากระทำความผิดฆ่าคนตาย 4 กระทง โดยร่วมกับเพื่อนชาวจีน 2 คน ปล้นบ้านของชินจิโระ มัตสึโมโตะ นักธุรกิจวัย 41 ปีที่เมืองฟุกุโอกะเมื่อเดือนมิถุนายน 2546 มัตสึโมโตะโดนฆ่ารัดคอด้วยเนคไท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชิกะ ภรรยาวัย 40 ปีของมัตสึโมโตะ ถูกพบจมน้ำเสียชีวิตในอ่างอาบน้ำ และลูก 2 คนของพวกเขาโดนฆ่าด้วยการรัดคอและอุดจมูก หลังจากนั้นคนร้ายนำศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดไปทิ้งที่อ่าวฮากาตะในเมืองฟุกุโอกะ ในสภาพศพถูกใส่กุญแจมือและโดนถ่วงน้ำหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวจิจิเพรสรายงานว่า หลังก่อเหตุ ผู้ต้องสงสัย 2 คนหนีไปจีนและถูกจับ ในปี 2548 คนร้ายรายหนึ่งโดนประหารชีวิต ส่วนอีกคนรับโทษจำคุกตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุนรายงานว่า การประหารครั้งนี้เป็นการประหารนักโทษชาวต่างชาติรายแรกในญี่ปุ่นในรอบ 10 ปี เมื่อปี 2552 ญี่ปุ่นแขวนคอประหารชีวิตนักโทษชาวจีนคนหนึ่งที่ก่อเหตุฆ่าชาวจีน 3 คนที่อาศัยอยู่ใกล้กรุงโตเกียว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกรฆ่ายกครัว, ญี่ปุ่น, นักโทษจีน, ประหารชีวิต, แขวนคอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e04b78c3196a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 21:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ต้องสงสัยเป็นสายลับยูเออีผูกคอตายในคุกตุรกี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมและสื่อของตุรกีเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ผู้ต้องสงสัยสปายให้กับยูเออี 1 ใน 2 คนที่โดนควบคุมตัวไว้ ผูกคอตายในเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงสวมหน้ากากมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียมือปื้นสีเลือด ประท้วงหน้าสถานทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 เรียกร้องความยุติธรรมให้จามัล คาช็อกกี / AFP&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อาวุโสของตุรกีเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 29 เมษายนว่า ในช่วงที่ควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัย 2 คน ซึ่งโดนจับเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา สารภาพว่าพวกเขาเข้ามาจารกรรมให้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ตุรกีกำลังสอบสวนว่า การเดินทางเข้ามาในตุรกีของหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องหรือไม่กับการสังหารจามัล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวชาวซาอุดีอาระเบียและคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ที่โดนสังหารและหั่นศพที่นครอิสตันบุล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอนาโดลูของทางการตุรกีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 29 เมษายน ว่า 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัยสปายที่โดนจับ เสียชีวิตแล้วที่เรือนจำซีลิฟรี ชานนครอิสตันบุล และแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมตุรกียืนยันรายงานดังกล่าว ต่อมาสำนักอัยการตุรกีแถลงว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้แขวนคอตายในเรือนจำเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตุรกีเคยกล่าวไว้ระหว่างการควบคุมตัวสปายทั้ง 2 คน ว่า 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัยที่โดนจับเดินทางถึงตุรกีเมื่อเดือนตุลาคม 2561 ไม่กี่วันหลังคาช็อกกีถูกสังหารในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบุล เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ขณะที่เขาเข้ามาขอเอกสารเพื่อนำไปแต่งงาน ส่วนผู้ต้องสงสัยอีกคนเดินทางมาสมทบในเวลาต่อมา เพื่อช่วยเพื่อนร่วมงานปฏิบัติภารกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอนาโดลูรายงานว่า ชายทั้ง 2 คนโดนตั้งข้อหากระทำจารกรรมระหว่างประเทศ และจารกรรมทางการเมืองและทหาร และถูกส่งตัวไปขังที่เรือนจำซีลิฟรีทางตะวันตกของนครอิสตันบูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุรกีมีความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนกับทั้งซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็น 2 ชาติอาหรับที่ดำเนินมาตรการปิดล้อมกาตาร์ ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรที่ใกล้ชิดของตุรกี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34737</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, ตุรกี, ผูกคอตาย, สปาย, สายลับยูเออี, เรือนจำตุรกี, แขวนคอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc707309e32b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 22:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด ดีไซเนอร์ดัง &#039;เคต สเปด&#039; ผูกคอฆ่าตัวตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โลกแฟชั่นเศร้า &amp;quot;เคต สเปด&amp;quot; นักออกแบบผู้สร้างแบรนด์ชื่อเดียวกันจนโด่งดังไปทั่วโลก ถูกพบเป็นศพในอพาร์ตเมนต์ที่นิวยอร์กเมื่อเช้าวันอังคาร คาดเป็นการผูกคอฆ่าตัวตาย โดยพบว่าเขียนข้อความลาตายทิ้งไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เคต สเปด ขณะมาร่วมงาน &amp;quot;2004 CFDA Fashion Awards&amp;quot; ที่นิวยอร์กซิตี เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2547 / AFP &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของนิวยอร์กเดลีนิวส์อ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่เปิดเผยนามว่า สเปด หรือชื่อเดิมว่า แคเธอรีน โนเอล บรอสนาแฮน นักออกแบบแฟชั่นและกระเป๋าแบรนด์ &amp;quot;เคต สเปด&amp;quot; ผูกคอตายภายในบ้านของเธอที่ย่านอัปเปอร์อีสต์ไซด์ในเมืองแมนฮัตตันของนิวยอร์ก โดยแม่บ้านพบศพของเธอเมื่อวันอังคารที่ 5 มิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจสหรัฐกล่าวว่า ตำรวจกำลังสอบสวนการเสียชีวิตของเธอ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย เอเอฟพีรายงานอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการสอบสวนด้วยว่า เธอได้ทิ้งข้อความลาตายไว้ในอพาร์ตเมนต์ของเธอที่พาร์คอเวนิวแห่งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวของเธอออกแถลงการณ์ว่าพวกเขาเศร้าโศกกับความสูญเสียในครั้งนี้และต้องการความเป็นส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปดวัย 55 ปี เคยเป็นบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่น &amp;quot;Mademoiselle&amp;quot; ที่ปิดตัวไปแล้ว ก่อนที่เธอกับแอนดี้ สเปด จะร่วมกันก่อตั้งบริษัทออกแบบในชื่อ เคต สเปด นิวยอร์ก เมื่อปี 2536 ทั้งคู่แต่งงานกันในปีถัดมา และมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทของพวกเขาเริ่มขายกระเป๋าถือของสุภาพสตรี แล้วขยับขยายมาผลิตเสื้อผ้า, เครื่องประดับ, น้ำหอม และอื่นๆ แบรนด์ของพวกเขาได้รับความนิยมในฐานะแบรนด์หรูที่คนทั่วไปโดยเฉพาะหญิงสาววัยทำงานสามารถซื้อหาได้ อีกทั้งการออกแบบที่เรียบง่ายแต่แหวกแนวโลกแฟชั่นในยุคนั้น ซึ่งกระเป๋าหรูหรามีราคาสูงจนผู้บริโภคส่วนใหญ่เอื้อมไม่ถึง และอุตสาหกรรมแฟชั่นและกระเป๋ายังถูกครองโดยแบรนด์ชั้นนำจากยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายร่างของเคต สเปด ออกจากอาคารที่พักของเธอที่พาร์คอเวนิว นิวยอร์ก เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อสามีภรรยาสเปดขายหุ้นของพวกเขาในบริษัทนี้จนหมดในปี 2549 เพื่อทุ่มเทเวลากับการดูแลฟรานเซส เบียทริกซ์ สเปด ลูกสาวของทั้งคู่ จนกระทั่งในปี 2559 พวกเขาจึงได้เริ่มออกแบบรองเท้าและเครื่องประดับขายใหม่ภายใต้แบรนด์ฟรานเซส วาเลนไทน์ ที่ตั้งชื่อตามชื่อของลูกสาวของพวกเขา ซึ่งตอนนี้อายุ 13 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบริษัท เคต สเปด โดนบริษัท ทาเพสตรี ผู้ผลิตกระเป๋าหรูแบรนด์ &amp;quot;โคช&amp;quot; ซื้อไปในท้ายที่สุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 หุ้นของทาเพสตรีในตลาดนิวยอร์กร่วงลง 1% เหลือ 44.68 ดอลลาร์ภายหลังข่าวการเสียชีวิตของเคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10845</URL_LINK>
                <HASHTAG>Kate Spade, ฆ่าตัวตาย, ดีไซเนอร์ดัง, ผูกคอ, เคต สเปด, แขวนคอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17f3ef61a2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
