<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดนีเซียวิตก ออสซี่ต่อเรือดำน้ำนิวเคลียร์ปลุกแข่งขันด้านอาวุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียยืนกรานไม่นำพาปฏิกิริยาโกรธเกรี้ยวของจีนต่อข้อตกลง AUKUS ที่จะทำให้ออสเตรเลียมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ลั่นต้องปกป้องหลักกฎหมายในน่านฟ้าและน่านน้ำสากล ด้านอินโดนีเซียหวั่นยืนอยู่กลางเขาควาย ชี้ข้อตกลงเรือดำน้ำก่อความวิตกด้านการแข่งขันอาวุธในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ประกาศความริเริ่มด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐกับออสเตรเลียและอังกฤษ ที่สหรัฐและอังกฤษจะช่วยออสเตรเลียต่อเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อตกลงความเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงระหว่างออสเตรเลีย, สหรัฐ และอังกฤษ หรือ AUKUS ซึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐประกาศเมื่อวันพุธที่่ผ่านมา รวมถึงความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ที่จะทำให้สหรัฐและอังกฤษถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์แก่ออสเตรเลีย, ความร่วมมือด้านการป้องกันทางไซเบอร์, ปัญหาประดิษฐ์, เทคโนโลยีควอนตัม และขีดความสามารถใต้น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี รัฐบาลจีนแสดงความไม่พอใจต่อการทำความตกลงฉบับนี้ โดยเฉพาะแผนการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ 8 ลำของออสเตรเลีย ว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของภูมิภาคแบบ &amp;quot;ขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่ง&amp;quot; พร้อมกับตั้งคำถามถึงพันธสัญญาของออสเตรเลียต่อการไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ และเตือนพันธมิตรจากโลกตะวันตกทั้งสองว่าเสี่ยงที่จะ &amp;quot;ยิงเท้าตนเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 17 กันยายนว่า นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุ 2GB ในวันเดียวกันว่า จีนเองก็มีโครงการสร้างเรือดำน้ำนิวเคลียร์ที่สำคัญมาก &amp;quot;พวกเขามีสิทธิทุกอย่างที่จะตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ของชาติในการจัดการด้านการป้องกันประเทศของพวกเขา และแน่นอนว่า ออสเตรเลียและทุกประเทศก็มีสิทธิเช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันยังให้สัมภาษณ์กับสื่ออีกหลายสำนักในวันเดียวกัน ยืนกรานว่ารัฐบาลของเขากำลังตอบสนองต่อพลวัตที่กำลังเปลี่ยนไปในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่มีข้อขัดแย้งและการแข่งขันด้านดินแดนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวกับสถานีเซเวนว่า ออสเตรเลียตระหนักดีถึงขีดความสามารถด้านเรือดำน้ำนิวเคลียร์ของจีนและการลงทุนทางทหารที่เพิ่มขึ้น และออสเตรเลียสนใจจะทำให้แน่ใจว่า น่านน้ำสากลจะเป็นน่านน้ำสากลเสมอ และน่านฟ้าสากลก็ยังเป็นน่านฟ้าสากลต่อไป และหลักนิติธรรมจะถูกนำมาใช้อย่างเท่าเทียมในทุกหนแห่ง ออสเตรเลียต้องการให้แน่ใจว่าจะไม่มี &amp;quot;เขตห้ามเข้า&amp;quot; ในพื้นที่ที่กฎหมายระหว่างประเทศบังคับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากจีนที่ไม่พอใจอย่างยิ่งแล้ว ข้อตกลงเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์กับสหรัฐและอังกฤษ ก็ทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสโกรธแค้นที่โดนออสเตรเลียฉีกสัญญาเรือดำน้ำมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียที่ลงนามกันไว้เมื่อปี 2559 ฌ็อง-อีฟส์ เลอ ดริยอง รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสถึงกับเรียกว่าเป็นการแทงข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันอ้างว่า ข้อตกลง AUKUS ที่ใช้เวลาหารือ 18 เดือน ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้นำญี่ปุ่น, อินเดีย, สิงคโปร์, นิวซีแลนด์, ฟิจิ และปาปัวนิวกินี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซียกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า อินโดนีเซียคำนึงถึงการตัดสินใจเรื่องเรือดำน้ำของออสเตรเลียด้วยความระมัดระวัง แต่อินโดนีเซียมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับการแข่งขันด้านอาวุธอย่างต่อเนื่องและการแสดงอำนาจอิทธิพลในภูมิภาคนี้ พร้อมกับเรียกร้องออสเตรเลียยึดมั่นต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้และเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำให้สัมภาษณ์กับวิทยุเอบีซีเมื่อวันศุกร์ มอร์ริสันกล่าวว่า รัฐมนตรีกลาโหมและต่างประเทศของอินโดนีเซียได้รับแจ้งเกี่ยวกับแผนของออสเตรเลียแล้ว และเขาตั้งใจจะพูดคุยกับประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ในไม่ช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงไม่นานมานี้มีความตึงเครียดมากขึ้นในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนอ้างสิทธิครอบครองเกือบทั้งหมดโดยอ้างแผนที่เส้นประ 9 เส้นที่นานาชาติไม่ยอมรับ และจีนยังได้วางกำลังทางทหาร รวมถึงมิสไซล์ต่อต้านเรือและมิสไซล์ชนิดยิงจากพื้นสู่อากาศบนเกาะเทียมที่สร้างขึ้นในพื้นที่พิพาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี กองทัพเรืออินโดนีเซียกล่าวว่า ได้เพิ่มการลาดตระเวนในน่านน้ำรอบหมู่เกาะนาทูนาสัปดาห์นี้ หลังจากตรวจพบเรือของจีนและสหรัฐในน่านน้ำของอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮนดรี ประธานสหพันธ์ประมงนาทูนา เผยว่า ชาวประมงพบเห็นเรือจีน 6 ลำ รวมถึงเรือรบหลายลำ ในน่านน้ำนาทูนาสัปดาห์นี้ และยังเห็นเรือของสหรัฐเป็นประจำด้วย &amp;quot;เรากังวลว่าจะตกอยู่กลางสงคราม และทำให้ไม่ปลอดภัยที่พวกเราจะออกหาปลา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนไม่ได้อ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะนาทูนา แต่อ้างว่าจีนมีสิทธิทำประมงในน่านน้ำของจีนที่อยู่ภายใต้แผนที่เส้นประ 9 เส้น โดยไม่นำพาคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการถาวรเมื่อปี 2559 ที่ปฏิเสธการอ้างสิทธิของจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117039</URL_LINK>
                <HASHTAG>AUKUS, สกอตต์ มอร์ริสัน, ออสเตรเลียสร้างเรือดำน้ำนิวเคลียร์, อินโดนีเซียวิตก, แข่งขันด้านอาวุธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_614486f79f1f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุโรปวิตก หวั่นสหรัฐล้มสนธิสัญญามิสไซล์รัสเซีย ปลุกแข่งขันอาวุธครั้งใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หลายชาติยุโรปแสดงความวิตก หากสหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ตามเส้นตายวันเสาร์นี้จะจุดชนวนการแข่งขันด้านอาวุธครั้งใหม่ เยอรมนีชี้รัสเซียละเมิดสัญญาก่อนทำให้ข้อตกลงนี้เป็นโมฆะอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซียนำมิสไซล์ครูซ 9เอ็ม729 แสดงต่อนายทหารและสื่อต่างชาติ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐขีดเส้นตายวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 ให้รัสเซียปฏิบัติตามสนธิสัญญาที่ทำไว้ในสมัยสงครามเย็นฉบับนี้ แต่ข่าวเอเอฟพีในวันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ อ้างว่ามีรายงานว่า ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ จะประกาศถอนตัวจากไอเอ็นเอฟตั้งแต่วันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาติยุโรปตะวันตกกล่าวกันว่า ระบบมิสไซล์พิสัยกลางของรัสเซียระบบใหม่นั้นละเมิดบทบัญญัติของสนธิสัญญาปี 2530 ฉบับนี้ และทำให้เมืองในยุโรปตกอยู่ในความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ไฮโค มาส รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี ซึ่งวิ่งรอกระหว่างกรุงมอสโกและกรุงวอชิงตันในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อพยายามรักษาสนธิสัญญานี้ กล่าวว่า รัสเซียเป็นฝ่ายละเมิดไอเอ็นเอฟ และยังคงละเมิดอยู่จนถึงขณะนี้ คำร้องขอให้รัสเซียแสดงความโปร่งใสมากขึ้นและขอให้เปิดเผยข้อมูลมากขึ้นในช่วง 60 วันที่ผ่านมานั้นเปล่าประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สนธิสัญญาที่สองประเทศทำสัญญากันไว้ และฝ่ายหนึ่งละเมิดสัญญา ถือว่าสนธิสัญญาฉบับนี้เป็นโมโมฆะ&amp;quot; รัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวขณะเดินทางมาพบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ที่กรุงบูคาเรสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิทัวเนียและลัตเวีย สองประเทศในกลุ่มรัฐบอลติกที่ตระหนักดีถึงภัยคุกคามจากรัสเซีย ต่างสนับสนุนให้สหรัฐถอนตัวจากไอเอ็นเอฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลินัส ลิงเควิเชียส รัฐมนตรีต่างประเทศของลิทัวเนีย กล่าวว่า สนธิสัญญาใดๆ มีความสำคัญต่อเมื่อประเทศภาคีปฏิบัติตาม แต่หากมีการละเมิด คุณค่าของสนธิสัญญานี้ก็เป็นปัญหา และมี &amp;quot;หลักฐานชัดเจน&amp;quot; ว่ารัสเซียละเมิดสนธิสัญญาฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กลาโหมของรัสเซียยืนกรานว่า ระบบมิสไซล์ของตนเป็นไปตามสนธิสัญญาฉบับนี้ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอเอ็นเอฟลงนามไว้โดยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐ และประธานาธิบดีมิฮาอิล กอร์บาชอฟ ของสหภาพโซเวียตขณะนั้น เป็นข้อตกลงที่ห้ามมิสไซล์ภาคพื้นดินที่มีพิสัยระหว่าง 500-5,000 กิโลเมตร ที่ช่วยคลี่คลายภัยคุกคามจากหัวรบนิวเคลียร์ที่มีต่อชาติยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เคยกล่าวเตือนไว้ว่า หากสนธิสัญญาฉบับนี้ถูกล้มเลิก จะกระตุ้นให้มีการแข่งขันด้านอาวุธครั้งใหม่ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่หลายประเทศยุโรปกำลังตื่นตัว รัสเซียคาดว่าพวกเขาจะได้รับการแจ้งอย่างเป็นทางการจากสหรัฐภายในวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียเสียใจกับแผนการถอนตัวของสหรัฐ ซึ่งได้ตัดสินใจไว้ล่วงหน้ามานานมากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเคยประกาศไว้เมื่อเดือนธันวาคมว่า สหรัฐจะเริ่มกระบวนการ 6 เดือนในการถอนตัวจากไอเอ็นเอฟ หากรัสเซียไม่ถอนระบบมิสไซล์ 9เอ็ม729 ภายในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้สมาชิกในกลุ่มนาโตทั้ง 29 ประเทศจะสนับสนุนคำกล่าวของสหรัฐที่ว่ารัสเซียละเมิดข้อตกลงนี้ แต่มุมมองในการโต้ตอบนั้นไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิดิเยร์ เรย์นเดอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศของเบลเยียม กล่าวว่า การถอนตัวจากสนธิสัญญาไม่ใช่การโต้ตอบที่ถูกต้อง การถอนตัวไม่อาจช่วยเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคาริน คไนส์เซิล รัฐมนตรีต่างประเทศของออสเตรีย ซึ่งมีความใกล้ชิดกับปูติน ตอบคำถามว่าควรโทษรัสเซียว่าทำให้สนธิสัญญาฉบับนี้เสี่ยงต่อการพังครืนหรือไม่ โดยบ่ายเบี่ยงว่าเรื่องนี้มีความซับซ้อนกว่านี้ เธออ้างว่ารัสเซียกังวลเกี่ยวกับจีน ซึ่งไม่ได้อยู่ในสนธิสัญญานี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต กล่าวว่า พวกผู้บัญชาการทหารจะเริ่มเตรียมการเพื่อรับมือ &amp;quot;โลกที่ปราศจากสนธิสัญญาไอเอ็นเอฟ&amp;quot; แต่เขายืนกรานว่ากลุ่มนาโตยังยึดมั่นต่อการลดอาวุธ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28101</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุโรปกังวล, รัสเซีย, สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง, สหรัฐ, แข่งขันด้านอาวุธ, ไอเอ็นเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c54541e2a6d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2018 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2018 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐโวย &#039;ปูติน&#039; โอ่อาวุธเจเนอเรชั่นใหม่ไร้คู่ต่อกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐกล่าวหารัสเซียว่าละเมิดสนธิสัญญาที่ทำไว้สมัยสงครามเย็น ด้วยการพัฒนาอาวุธไฮเปอร์โซนิกรุ่นใหม่ ที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน คุยอย่างภาคภูมิใจว่าไร้เทียมทาน แต่รัสเซียยันไม่สนใจแข่งขันด้านอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ยืนบนเวทีระหว่างแถลงนโยบายต่อรัฐสภาสหพันธรัฐ ที่ศูนย์แสดงนิทรรศการมาเนซ ในกรุงมอสโก เมื่อวันพฤหัสบดี ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2561 ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียแถลงนโยบายต่อสมาชิกรัฐสภาเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งนอกจากแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายภายในประเทศเพื่อรับศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 18 มีนาคมนี้แล้ว เขายังสร้างความวิตกกังวลในหมู่ประเทศตะวันตกเมื่อเปิดตัวระบบอาวุธเจเนอเรชั่นใหม่ของรัสเซียที่เขาคุยว่าไม่มีประเทศไหนสามารถต่อกรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำวัย 65 ปีอ้างคำพูดของเขาเองที่กล่าวไว้เมื่อปี 2547 ให้คำมั่นว่ารัสเซียจะพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์เจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งเขาคุยว่าเขาบรรลุความสำเร็จตามที่ได้ประกาศไว้แล้ว เขาบอกด้วยว่า โดยทั่วไปไม่มีใครอยากจะพูดคุยกับรัสเซียจริงๆ ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครฟังรัสเซีย แต่ตอนนี้พวกเขาต้องฟังแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคำกล่าวสุนทรพจน์นานร่วม 2 ชั่วโมงที่ศูนย์แสดงนิทรรศการใกล้ทำเนียบเคลมลินในกรุงมอสโก ปูตินได้ฉายภาพของระบบขีปนาวุธรุ่นใหม่ที่เขาคุยว่าสามารถเดินทางด้วยความเร็วเหนือความเร็วเสียง 20 เท่า และไม่มีประเทศไหนที่มีอาวุธแบบนี้ด้วย เขาเรียกอาวุธชนิดนี้ว่าเป็นอาวุธในอุดมคติ ที่ระบบป้องกันมิสไซล์และระบบป้องกันภัยทางอากาศหน้าไหนก็ไม่สามารถทำลายได้ รัสเซียยังพัฒนายานใต้น้ำไร้คนขับที่สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วกว่าเรือดำน้ำและตอร์ปิโดมาก และยังสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างการแถลงนั้น ปูตินยังฉายภาพวิดีโอกราฟฟิกที่หัวรบนิวเคลียร์รัสเซียร่อนข้ามภูเขา มหาสมุทรแอตแลนติก มุ่งหน้าสู่เมืองชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ภาพจากวิดีโอที่ประธานาธิบดีปูตินคุยว่าเป็นขีปนาวุธข้ามทวีปครูซติดหัวรบนิวเคลียร์ของรัสเซีย ภาพ RU-RTR Russian Television&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำกล่าวของผู้นำรัสเซียเป็นการตอบโต้คำประกาศของสหรัฐเมื่อเดือนก่อน ที่เปิดเผยแผนการยกเครื่องคลังแสงนิวเคลียร์ของสหรัฐ และพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อำนาจทำลายล้างต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการนำเสนอของผู้นำรัสเซีย และภาพวิดีโอที่หัวรบนิวเคลียร์พุ่งเป้าโจมตีสหรัฐ เฮทเธอร์ นาเวิร์ต โฆษกกระทรวงกล่าวว่า การนำเสนอของปูตินเป็นพฤติกรรมที่ไม่รับผิดชอบ และเขาได้ยืนยันสิ่งที่สหรัฐกล่าวหาเขามานานกว่าทศวรรษเกี่ยวกับโครงการอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอกล่าวด้วยว่า รัสเซียได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาละเมิดสนธิสัญญากำลังรบนิวเคลียร์พิสัยปานกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ที่ทำไว้ยุคสงครามเย็นปี 2530 ผ่านการพัฒนามิสไซล์ครูซชนิดยิงจากภาคพื้นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านรัฐบาลเครมลินตอบโต้คำกล่าวหาของสหรัฐเมื่อวันศุกร์ โดยยืนยันว่ารัสเซียไม่ได้ละเมิดข้อตกลงว่าด้วยการควบคุมอาวุธฉบับใดเลย และรัสเซียไม่ได้ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันด้านอาวุธด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ปูตินเคยกล่าวไว้ในการให้สัมภาษณ์กับเอ็นบีซีเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การแข่งขันด้านอาวุธจะเริ่มต้นอีกครั้งเมื่อสหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาต่อต้านขีปนาวุธยุคสหภาพโซเวียตที่ทำไว้ในสมัยของประธานาธิบดีจอร์จ บุช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน อนาโตลอฟ อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ ได้กล่าวถึงการที่สหรัฐถอนตัวจากการเจรจาด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ที่นครเจนีวาอย่างปุบปับเมื่อเดือนที่แล้ว เป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นมิตร และทำให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีเสื่อมถอยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเอฟพีรายงานด้วยว่า รัฐบาลรัสเซียได้ตอกย้ำความตึงเครียดที่ทวีขึ้น โดยตอบโต้ด้วยการประกาศยกเลิกการเจรจาทางยุทธศาสตร์กับสหรัฐประจำเดือนมีนาคมนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4186</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัสเซีย, วลาดิมีร์ ปูติน, สหรัฐ, อาวุธไฮเปอร์โซนิก, แข่งขันด้านอาวุธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180302/image_big_5a99568f18ca6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
