<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2019 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2019 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤติผ่อนคลาย ปากีสถานเปิดน่านฟ้าแบบจำกัด 4 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ปากีสถานเริ่มเปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์แบบจำกัดใน 4 เมืองใหญ่ตั้งแต่เย็นวันศุกร์ ก่อนจะเปิดตามปรกติในวันจันทร์ หลังจากความตึงเครียดกับอินเดียเริ่มผ่อนคลายโดยปากีสถานเตรียมปล่อยตัวนักบินอินเดียที่โดนจับภายหลังเครื่องโดนยิงตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนับสนุนพรรคจามาอัตอีอิสลามี (เจไอ) ของปากีสถานโบกธงชาติใกล้กับมิสไซล์จำลองระหว่างชุมนุมประท้วงอินเดียที่นครการาจีเมื่อวันพฤหัสบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 1 มีนาคม 2562 อ้างคำกล่าวของอามีร์ มะห์บูบ โฆษกการบินพลเรือนปากีสถาน (ซีเอเอ) ว่า ปากีสถานจะเปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินขาเข้าและขาออกที่สนามบินใน 4 แห่ง ตั้งแต่เวลา 18.00 น.วันเดียวกันนี้ (ตรงกับ 20.00 น.ของไทย) ประกอบด้วยที่เมือง อิสลามาบัด, เปชาวาร์, การาจี และเกตตา ส่วนสนามบินอื่นๆ นั้นจะทยอยเปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีเอเอทวีตแนะนำผู้โดยสารให้ตรวจสอบข้อมูลจากสายการบินต่างๆ เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรอยเตอร์รายงานอ้างคำกล่าวของโฆษกหญิงซีเอเอรายหนึ่งว่า สนามบินอื่นๆ นอกเหนือจากสนามบินใน 4 เมืองนี้ จะเปิดรองรับเที่ยวบินพาณิชย์ทั้งหมดตั้งแต่เวลา 13.00 น.วันจันทร์ที่ 4 มีนาคมเป็นต้นไป (15.00 น.วันจันทร์ของไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปากีสถานตัดสินใจปิดน่านฟ้าของตนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ภายหลังกองทัพอากาศปากีสถานและอินเดียประลองกันบนท้องฟ้าเหนือภูมิภาคแคชเมียร์ ที่ปลุกความหวาดกลัวว่าความขัดแย้งระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่ต่างมีอาวุธนิวเคลียร์จะบานปลายเป็นสงคราม และทำให้ชาติมหาอำนาจพากันเรียกร้องให้สองฝ่ายใช้ความอดกลั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งอินเดียและปากีสถานต่างอ้างว่าตนยิงเครื่องบินรบของอีกฝ่ายหนึ่งตก โดยปากีสถานสามารถจับกุมนักบินอินเดียไว้ได้ และเตรียมส่งตัวเขากลับอินเดียในวันศุกร์ เพื่อแสดงท่าทีสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งครั้งล่าสุดนี้มีชนวนเริ่มต้นจากกองกำลังติดอาวุธที่มีฐานอยู่ในเขตแคชเมียร์ของปากีสถาน เข้ามาโจมตีด้วยระเบิดรถยนต์ฆ่าตัวตายในแคว้นแคชเมียร์ของอินเดีย สังหารทหารอินเดียถึง 40 นายเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้อินเดียส่งเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศค่ายฝึกของนักรบกลุ่มนี้ภายในปากีสถานเมื่อวันอังคาร แล้วปากีสถานเอาคืนด้วยการส่งเครื่องบินรบมาโจมตีสถานที่ตั้งทางทหารของอินเดียในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปิดน่านฟ้าของปากีสถานกระทบต่อเส้นทางบินหลักระหว่างยุโรปและเอเชียใต้ ทำให้ผู้โดยสารตกค้างตามสนามบินทั่วโลกจำนวนมาก รวมถึงผู้โดยสารของการบินไทยที่ต้องยกเลิกเกือบ 30 เที่ยวบิน ส่วนสิงคโปร์แอร์ไลน์, เอมิเรตส์, กาตาร์แอร์เวย์, ซาอุดีแอร์ไลน์ และแอร์แคนาดา ต้องยกเลิกหรือเปลี่ยนเส้นทางบิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30260</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปากีสถาน, อินเดีย, เปิดน่านฟ้า, แคชเมียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20190301/image_mid_5c79397e4224e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปากีสถานสอยเครื่องบินรบอินเดีย 2 ลำ เอาคืนถล่มข้ามแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ปากีสถานตอบโต้การโจมตีทางอากาศของอินเดียเมื่อวันอังคาร&amp;nbsp; ด้วยการส่งเครื่องบินรบโจมตีสถานที่ตั้งทางทหารของอินเดียในแคว้นแคชเมียร์เมื่อเช้าวันพุธ&amp;nbsp; อินเดียส่งเครื่องบินรบขับไล่แต่โดนสอยร่วง 2 ลำ นักบินโดนจับ 2 นาย ขณะอินเดียก็อ้างว่ายิงเครื่องบินรบปากีสถานตก 1 ลำ หลายชาติวอนอดกลั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารปากีสถานยืนใกล้ซากเครื่องบินรบอินเดียที่โดนยิงตกในเขตแคชเมียร์ของปากีสถานเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถานที่เป็นผลต่อเนื่องจากเหตุการณ์กองกำลังติดอาวุธจาอิช-อี-โมฮัมหมัด (เจอีเอ็ม) ในปากีสถานก่อเหตุคาร์บอมบ์สังหารทหารอินเดีย 40 นายในแคว้นแคชเมียร์เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ได้ลุกลามเป็นการเผชิญหน้าที่อันตรายระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองและเคยทำสงครามกันมาแล้ว 3 ครั้งนับแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 2490&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ว่าปากีสถานประกาศว่าเครื่องบินรบของตนสามารถยิงเครื่องบินรบของอินเดีย 2 ลำภายในน่านฟ้าของปากีสถาน โดยลำหนึ่งตกภายในเขตแคชเมียร์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของปากีสถาน นักบิน 2 นายโดนจับกุมตัวไว้โดยรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล อีกลำตกในดินแดนของอินเดีย อย่างไรก็ดี พลตรีอาซิฟ กาฟูร์ ของกองทัพปากีสถานยืนยันว่า ปากีสถานไม่ต้องการทำสงครามกับอินเดียและเรียกร้องให้สองฝ่ายเปิดเจรจากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินเดียยืนยันว่าสูญเสียเครื่องบินรบ 1 ลำ แต่ก็คุยว่ายิงเครื่องบินรบปากีสถานตก 1 ลำเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเกิดเหตุการณ์ที่ส่อเค้าบานปลายเป็นวิกฤติ ปากีสถานได้สั่งปิดน่านฟ้าของตนอย่างไม่มีกำหนด ส่วนอินเดียประกาศปิดสนามบินอย่างน้อย 6 แห่ง และปิดน่านฟ้าเป็นบริเวณกว้างทางเหนือของกรุงนิวเดลีไม่ให้เที่ยวบินพลเรือนผ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาฟูร์กล่าวว่า เครื่องบินอินเดีย 2 ลำนี้โดนยิงตก หลังจากเครื่องบินของปากีสถานหลายลำบินข้ามเส้นแบ่งเขตควบคุม (แอลโอซี) ที่เสมือนเส้นแบ่งเขตแดนในแคชเมียร์ เข้าไปในดินแดนของอินเดียเพื่อแสดงแสนยานุภาพ และโจมตีเป้าหมายที่ไม่ใช่ทางทหารหลายแห่ง รวมถึงคลังส่งกำลังบำรุง แล้วจากนั้นเครื่องบินอินเดีย 2 ลำนี้ได้บินข้ามแอลโอซีเข้ามาในน่านฟ้าของปากีสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กองทัพอากาศปากีสถานอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม และยิงเครื่องบิน 2 ลำนี้ มีการปะทะกัน ผลจากการปะทะเครื่องบินอินเดีย 2 ลำโดนยิงตก ซากเครื่องบินลำหนึ่งตกในฝั่งของเรา ส่วนซากเครื่องบินอีกลำตกในฝั่งของพวกเขา&amp;quot; โฆษกกองทัพปากีสถานกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาปฏิเสธรายงานก่อนหน้าที่บอกว่าเครื่องบินเอฟ-16 ของปากีสถานลำหนึ่งโดนยิงตก โดยชี้แจงว่าไม่มีเครื่องบินเอฟ-16 ออกปฏิบัติการครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านราชิศ กุมาร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอินเดียประกาศว่า เครื่องบินปากีสถานลำหนึ่งโดนยิงระหว่างปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายสถานที่ตั้งทางทหารในฝั่งอินเดีย เครื่องบินลำนี้ร่วงจากท้องฟ้าไปตกในฝั่งปากีสถาน แต่จากการปะทะในครั้งนี้โชคร้ายที่อินเดียสูญเสียมิก-21 ไป 1 ลำ และนักบินสูญหายในภารกิจ ปากีสถานอ้างว่าจับกุมตัวเขาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การส่งเครื่องบินรุกล้ำน่านฟ้าปากีสถาน โดยอินเดียอ้างว่าเป็นการชิงโจมตีก่อนเพื่อทำลายค่ายฝึกของเจอีเอ็ม ถือเป็นการโจมตีทางอากาศในดินแดนของปากีสถานครั้งแรกนับแต่ปี 2514 แต่ปากีสถานปฏิเสธคำกล่าวอ้างของอินเดียที่ว่ามีนักรบตายเป็นเบือ พร้อมกับเตือนว่าปากีสถานจะตอบโต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศุษมา สวราช รัฐมนตรีต่างประเทศของอินเดียซึ่งอยู่ระหว่างประชุมกับรัฐมนตรีจีนและรัสเซีย พยายามผ่อนคลายความตึงเครียดเมื่อวันพุธ โดยย้ำว่าอินเดียไม่อยากเห็นสถานการณ์บานปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนได้เรียกร้องอีกครั้งในวันพุธให้สองฝ่ายใช้ความอดกลั้นและเจรจากัน สหรัฐและสหภาพยุโรปก็เรียกร้องเช่นกันให้อินเดียและปากีสถานใช้ความอดกลั้นและหลีกเลี่ยงการทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30105</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปากีสถาน, ยิงเครื่องบินรบ, อืนเดีย, แคชเมียร์, โจมตีทางอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c76952c26863.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 21:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2019 21:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียขู่เอาคืนหนัก กองกำลังจากปากีฯ บึ้มฆ่าตำรวจ 46 ศพที่แคชเมียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินเดียพิโรธ กลุ่มอิสลามิสต์จากปากีสถานระเบิดคาร์บอมบ์ฆ่าตัวตายโจมตีขบวนรถกำลังตำรวจสำรองที่แคชเมียร์ เสียชีวิตอย่างน้อย 46 นายเมื่อวันพฤหัสบดี นายกฯ นเรนทรา โมดี กล่าวโทษปากีสถานหนุนหลัง ขู่จะตอบโต้ขั้นรุนแรง รัฐมนตรีต่างประเทศลั่นจะทำให้นานาชาติโดดเดี่ยวปากีสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองกำลังความมั่นคงของอินเดียตรวจสอบซากรถบัสภายหลังเหตุระเบิดที่เมืองอาวันติปูร์ทางใต้ของเมืองศรีนคร เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เหตุการณ์โจมตีนองเลือดที่สุดครั้งหนึ่งในรอบ 3 ทศวรรษ ในแคว้นแคชเมียร์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของอินเดีย เป็นฝีมือของกลุ่มอิสลามิสต์ จาอิชอีโมฮัมเหม็ด ซึ่งมีฐานอยู่ในดินแดนฝั่งปากีสถาน คนร้ายซึ่งรายงานระบุว่าชื่ออาดิล ดาร์ ขับรถแวนบรรทุกระเบิดพุ่งเข้าชนขบวนรถบัส 78 คัน ที่ขนกองกำลังตำรวจสำรองกลาง 2,500 นาย วิ่งไปบนทางหลวงสายศรีนคร-ชัมมู ห่างจากเมืองศรีนคร เมืองหลวงของแคว้นนี้ราว 20 กิโลเมตร รายงานบีบีซีในวันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์กล่าวว่า มีตำรวจเสียชีวิตอย่างน้อย 46 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดินแดนแคชเมียร์นั้นถูกแบ่งระหว่างอินเดียกับปากีสถานภายหลังได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 2490 กลุ่มจาอิชอีโมฮัมเหม็ดที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในกองกำลังจากปากีสถานที่ก่อความไม่สงบบ่อยครั้งที่สุดในแคชเมียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศอินเดียกล่าวว่า ปากีสถานปล่อยให้มาซุด อัซฮาร์ ผู้นำกลุ่มนี้ มีอิสระอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติการและขยายโครงสร้างสำหรับการก่อการร้ายที่อยู่ในดินแดนภายใต้การปกครองของปากีสถาน และเพื่อก่อเหตุโจมตีภายในอินเดียและที่อื่นๆ โดยไม่ถูกลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถยนต์โดนจุดไฟเผาระหว่างการประท้วงที่เมืองชัมมูเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระเบิดวินาศสันตะโรครั้งนี้เสียงดังกึกก้องได้ยินไกลหลายกิโลเมตร ทำลายรถบัส 2 คันในขบวนกลายเป็นเพียงเศษซากโลหะไหม้เกรียม หลังเหตุระเบิด กองกำลังความมั่นคงนับพันนายปิดล้อมหมู่บ้าน 15 แห่งในอำเภอบ้านเกิดของมือระเบิดแล้วตรวจค้นบ้านทุกหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ นเรนทรา โมดี เรียกประชุมฉุกเฉินคณะรัฐมนตรีเมื่อวันศุกร์ แล้วประกาศว่า เขาต้องการบอกกับกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้และนายใหญ่ของพวกนั้นว่ากำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่ และจะต้องจ่ายค่าตอบแทนราคาแพง &amp;quot;กองกำลังความมั่นคงสามารถจัดการกับผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่&amp;quot; โมดีกล่าว &amp;quot;ประชาชนกำลังเลือดเดือด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อรุณ เชตลีย์ รัฐมนตรีคลังของอินเดีย ปฏิญาณด้วยว่า อินเดียจะดำเนินมาตรการทางการทูตทุกทางที่ทำได้เพื่อโดดเดี่ยวปากีสถานจากประชาคมนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลปากีสถานยืนกรานปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ รัฐบาลอินเดียและสื่ออินเดียกล่าวหาปากีสถานโดยไม่ทันได้มีการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐแถลงว่า ขอประณามการโจมตีครั้งนี้ด้วยถ้อยคำรุนแรงที่สุด และเรียกร้องทุกประเทศอย่าได้ให้ที่พักพิงหรือสนับสนุนผู้ก่อการร้าย ส่วนจีนขอให้ประเทศในภูมิภาคนี้ร่วมมือกันเพื่อสันติภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29226</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังตำรวจสำรอง, คาร์บอมบ์, จาอิชอีโมฮัมเหม็ด, ปากีสถาน, อินเดีย, แคชเมียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190215/image_big_5c66d18a78a7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 22:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กหญิงอินเดียวัย 9 ขวบโดนรุมโทรมแล้วฆ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สังคมอันตราย เด็กหญิงชาวอินเดียวัย 9 ขวบโดนแม่เลี้ยงล่อลวงไปให้ลูกชายและพวกรุมโทรมแล้วฆ่าอำพรางศพ ตำรวจจับกุมได้ยกแก๊งรวม 5 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อ 12 เม.ย. 2561 นักเคลื่อนไหวและนักศึกษาอินเดียเดินขบวนประท้วงพวกนักการเมืองที่นิ่งดูดายกับคดีข่มขืนเด็กที่เกิดขึ้นหลายคดี /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 5 กันยายน 2561 อ้างคำแถลงของตำรวจแคว้นแคชเมียร์ของอินเดียว่า พบศพของเด็กหญิงคนนี้ที่ร่างเริ่มเน่าเปื่อยแล้วเมื่อวันอังคารที่ 4 กันยายน โดยศพถูกซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ห่างจากบ้านของเธอในเขตบารามูลลา แคว้นแคชเมียร์ราว 1 กิโลเมตร พ่อของเด็กหญิงวัย 9 ขวบเข้าแจ้งความลูกหายเมื่อ 12 วันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเผยว่า แม่เลี้ยงวัย 36 ปีอิจฉาเด็กหญิงคนนี้และแม่ของเด็กที่เป็นภรรยาน้อย เมื่อวันที่ 24&amp;nbsp; สิงหาคม เธอจึงนำตัวเด็กหญิงคนนี้เข้าป่า เพื่อให้ลูกชายของเธอวัย 14 ปี และเพื่อนวัยรุ่นของเขาอายุ&amp;nbsp; 14 ปี และ 19 ปีผลัดกันข่มขืน จากนั้นแม่เลี้ยงได้บีบคอเด็กหญิง แล้วลูกชายใช้ขวานจามศีรษะของเธอ ส่วนเพื่อนวัยรุ่นของลูกชายนำน้ำกรดแบตเตอรี่รถยนต์มาราดร่างของเด็กหญิง ส่วนอีกคนควักลูกตาเธอ แล้วเอาศพไปทิ้งไว้หลังพุ่มไม้ ในคดีนี้ตำรวจจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยชายวัย 28 ปีได้เพิ่มอีกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิมติยาซ ฮุสเซน ตำรวจอาวุโสท้องถิ่นเผยกับเอเอฟพีว่า จากการแยกสอบปากคำผู้ต้องสงสัยวัยรุ่นทั้งหมด ต่างรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริงและช่วยยืนยันความจริงของคดีนี้ จากนี้ตำรวจจะส่งผู้ต้องสงสัยวัยรุ่นไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเยาวชน ซึ่งพวกเขาจะได้รับโทษตามกฎหมายเด็กและเยาวชนของรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16931</URL_LINK>
                <HASHTAG>9 ขวบ, ข่มขืน, รุมโทรม, อินเดีย, เด็กอินเดีย, แคชเมียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8ff08574db6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
