<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิรูปตำรวจเข้ม!ออกกฏเหล็กกันเด็กนายข้ามรุ่น รับราชการชั้นสัญญาบัตร33ปีจึงจะนั่งแท่นแคนดิเดตผบ.ตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.61-นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการฯเมื่อวันที่ 7 พ.ค.เริ่มลงรายมาตราในหมวดการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งระดับต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการบัญญัติหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนไว้ในกฎหมายหลักระดับพ.ร.บ.เป็นครั้งแรก จากที่เคยบัญญัติอยู่ในกฎหมายลำดับรอง อาทิ กฎก.ตร. หรือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลสำคัญที่สุดก็คือ เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์เพื่อเอื้อประโยชน์แก่บางบุคคลเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนอื่น การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรแรกเข้า ที่ไม่ใช่ตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะ ให้ดำรงตำแหน่งในส่วนราชการใด ให้ดำเนินการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ถ้าผู้ที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ให้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยตลอดหลักสูตรสูงสุดมีสิทธิเลือกก่อนตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ถ้าผู้ที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นผู้สอบคัดเลือกหรือแข่งขันได้ ให้ผู้ที่สอบคัดเลือกหรือแข่งขันได้เป็นลำดับที่ 1 มีสิทธิเลือกก่อนเรียงตามลำดับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีกรณีอื่นนอกเหนือจากนี้ให้ดำเนินการตามวิธีการที่ก.ตร.กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรในระดับตำแหน่งต่าง ๆ ให้อยู่ภายใต้ 3 เกณฑ์ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ระยะเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- พื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- การประเมินรายบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มต้นจากเกณฑ์ระยะเวลา ได้กำหนดระยะเวลาขั้นต่ำที่ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรแต่ละคนจะต้องอยู่ตำแหน่งในแต่ละลำดับชั้นให้ครบก่อนจึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาให้เลื่อนขึ้นดำรงตำแหน่งในลำดับชั้นที่สูงขึ้น ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ตำแหน่งสารวัตร จะต้องดำรงตำแหน่งรองสารวัตรมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ตำแหน่งรองผู้กำกับการ จะต้องดำรงตำแหน่งสารวัตรมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ตำแหน่งผู้กำกับการ จะต้องดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ตำแหน่งรองผู้บังคับการ จะต้องดำรงตำแหน่งผู้กำกับการมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ตำแหน่งผู้บังคับการ จะต้องดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ตำแหน่งรองผู้บัญชาการ จะต้องดำรงตำแหน่งผู้บังคับการมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ตำแหน่งผู้บัญชาการ จะต้องดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะต้องดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะต้องดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นหมายความว่า ตามเกณฑ์ระยะเวลาทั่วไปนี้ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรจะต้องดำรงตำแหน่งระดับชั้นต่าง ๆ อย่างน้อย 33 ปีจึงจะมีโอกาสได้เป็นแคนดิเดทตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากข้าราชการตำรวจแรกบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งรองสารวัตรหลังจบปริญญาตรีมีอายุ 22 ปี ก็จะมาอยู่ในตำแหน่งแคนดิเดทผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขณะมีอายุอย่างน้อย 55 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอย้ำถึงเหตุผลสำคัญที่สุดในการกำหนดเกณระยะเวลาขั้นต่ำในการดำรงตำแหน่งแต่ละระดับชั้นไว้ในกฎหมายหลักระดับพ.ร.บ.ที่กล่าวไว้ข้างต้นอีกครั้งก็คือ เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์เพื่อเอื้อประโยชน์แก่บางบุคคล ซึ่งเคยเกิดข้อครหาวิพากษ์วิจารณ์มาแล้วในอดีตเมื่อมีการเปลี่ยนหรือพยามเปลี่ยนกฎก.ตร.ว่าด้วยการนี้ ในลักษณะเสมือนเป็นการลดระยะเวลาระดับบน เพิ่มระยะเวลาระดับล่าง จนเกิดเป็นศัพท์แสลงบางคำ อาทิ &amp;#39;ต่อยอดทอดสะพานสูง&amp;#39; หรือ &amp;#39;ชักบันไดหนี&amp;#39; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผ่านเกณฑ์เวลาแล้ว ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจยังจะต้องพิจารณาจากอีก 2 เกณฑ์ คือ เกณฑ์พื้นที่ และเกณฑ์การประเมินรายบุคคล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเกณฑ์พื้นที่นั้น จะได้พิจารณาว่าการแต่งตั้งในระดับสารวัตรขึ้นไปจนถึงระดับรองผู้บังคับการให้พิจารณาจากผู้มีคุณสมบัติที่รับราชการอยู่ในภายในภาคเดียวกันเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเกณฑ์การประเมินรายบุคคลนั้นจะได้กำหนดให้ข้าราชการตำรวจแต่ละคนมีคะแนนประจำตัวถ่วงน้ำหนักจาก 3 กรอบ คือ อาวุโส ผลงาน และความพึงพอใจของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งจะได้พิจารณารายละเอียดในการประชุมครั้งต่อ ๆ ไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10852</URL_LINK>
                <HASHTAG>33ปี, กก.ปฏิรูปตำรวจ, คำนูณ สิทธิสมาน, บรรจุแต่งตั้ง, แคนดิเดตผบ.ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1d9c5ef506.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิรูปตำรวจทำแท้งเด็กหิ้วกระเป๋าตามนาย ปั้นสายงานสอบสวนเป็นใหญ่แคนดิเดตผบ.ตร. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.61- &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน ในฐานะโฆษกคณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นี้ คณะกรรมการได้ลงรายละเอียดรายมาตราในประเด็นที่เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการปฏิรูปตำรวจ คือการทำหน้าที่ของเจ้าพนักงานสอบสวน อันเป็น 1 ใน 4 สายงานของการจัดส่วนราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) โดยร่างกฎหมายใหม่จะระบุถึงความหมายของสายงานสอบสวนไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายความว่า สายงานสอบสวน ได้แก่ งานเกี่ยวกับการสอบสวน และงานสืบสวนที่เกี่ยวเนื่องกับการสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายว่าด้วยการสอบสวน และกฎหมายอื่น หรือหมายความว่าในสายงานสอบสวน จะมีเจ้าพนักงานสืบสวนเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมพยานหลักฐานทำสำนวนคดีภายใต้บังคับบัญชาของสายงานตัวเอง แยกออกมาจากงานสืบสวนทั่วไปที่มีไว้เพื่อป้องกันอาชญากรรม ซึ่งอยู่ในสายงานป้องกันและปราบปราม ซึ่งจะทำให้มีหลักประกันในการทำงานภายในกรอบอำนาจหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดจากการแทรกแซง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวว่า ตำแหน่งของข้าราชการตำรวจทั้งหมดตามร่างกฎหมายดังกล่าวจะปรับแก้จากเดิม ดังนี้ 1.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 2.จเรตำรวจ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 3.ผู้ช่วยผบ.ตร. 4.ผู้บัญชาการ และผู้บัญชาการสอบสวน 5.รองผู้บัญชาการ และรองผู้บัญชาการสอบสวน 6.ผู้บังคับการ และผู้บังคับการสอบสวน 7.รองผู้บังคับการ และรองผู้บังคับการสอบสวน 8.ผู้กำกับการ และรองผู้กำกับการสอบสวน 9.รองผู้กำกับการ และรองผู้กำกับการสอบสวน 10.สารวัตร และสารวัตรสอบสวน 11.รองสารวัตร รองสารวัตรสอบสวน และพนักงานสืบสวนในการสอบสวน 12.ผู้บังคับหมู่ และผู้ช่วยพนักงานสอบสวน 13.รองผู้บังคับหมู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ปรับแก้ คือ ระบุชื่อตำแหน่งในสายงานสอบสวนไว้ในทุกระดับตั้งแต่เริ่มต้นที่ข้อ 12 ขึ้นไปจนถึงสูงสุดที่ข้อ 4 และเพิ่มตำแหน่งพนักงานสืบสวนในสายงานสอบสวนไว้ในชื่อพนักงานสืบสวนในการสอบสวน ไว้ที่ตำแหน่งระดับเทียบเท่ารองสารวัตรตามปรากฏในข้อ 11จะเห็นได้ว่าเมื่อเริ่มบรรจุเข้ารับราชการชั้นสัญญาบัตรในสายงานสอบสวนที่ตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวนตามข้อ 11 จะมีโอกาสเติบโตในสายงานขึ้นไปตามลำดับจนถึงระดับผู้บัญชาการตามข้อ 4 ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. และรองผบ.ตร. จะบัญญัติไว้ในมาตราต่อ ๆ ไปให้แต่งตั้งจากสายงานสอบสวน 2 คนและ 1 คนตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาบอกว่าา เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสายงานสอบสวน จะเป็นหนึ่งในแคนดิเดทที่จะได้รับการพิจารณาให้เป็นผบ.ตร. เพราะในมาตราต่อๆไปข้างหน้าจะกำหนดให้ผบ.ตร.มาจากผู้ดำรงตำแหน่งรองผบ.ตร. และจเรตำรวจเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวต่อว่า เพื่อความเป็นอิสระในการสอบสวนและการทำความเห็นทางคดี ร่างกฎหมายใหม่จึงกำหนดตำแหน่งของตำรวจไว้ให้มีผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสายงานสอบสวนโดยเฉพาะ ตั้งแต่ระดับหัวหน้าสถานีตำรวจหรือระดับกองกำกับการขึ้นไปจนถึงระดับกองบัญชาการควบคู่กันไปกับตำแหน่งผู้บังคับบัญชาทั่วไป ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาทั่วไปในแต่ละระดับยังคงมีหน้าที่และอำนาจสูงสุดในการบริหารหน่วยงานเหมือนเดิม ยกเว้นแต่อำนาจและหน้าที่ในการสอบสวนและการทำความเห็นทางคดี ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของผู้บังคับบัญชาสายงานสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแต่งตั้งโยกย้าย และการเลื่อนเงินเดือนประจำปี แม้จะเป็นหน้าที่และอำนาจของผู้บังคับบัญชาทั่วไปในระดับกองบัญชาการและกองบังคับการ แต่จะต้องดำเนินการตามข้อเสนอของผู้บังคับบัญชาสายงานสอบสวน เว้นแต่ในกรณีที่เห็นว่าข้อเสนอของผู้บังคับบัญชาสายงานสอบสวนมิได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามที่กฎหมายหรือกฎก.ตร.กำหนด ให้ผู้บังคับบัญชาทั่วไปมีอำนาจสั่งให้ผู้บังคับบัญชาสายงานสอบสวนทบทวนให้ถูกต้องตามที่กฎหมายหรือกฎก.ตร.กำหนดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากผู้บังคับบัญชาสายงานสอบสวนทบทวนแล้วยังยืนยันตามข้อเสนอเดิม แต่ผู้บังคับบัญชาทั่วไปเห็นว่าการดำเนินการนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือกฎก.ตร. ให้ผู้บังคับบัญชาทั่วไปมีอำนาจออกคำสั่งให้ถูกต้องตามกฎหมายหรือกฎก.ตร. แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าวที่จะร้องทุกข์ต่อก.พ.ค.ตร.หรือฟ้องศาลปกครองแล้วแต่กรณี&amp;rdquo; โฆษกคณะกรรมการฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสายงานสอบสวนที่ดำรงตำแหน่งตามข้อ8, 9, 10, 11 และ 12 เฉพาะที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ที่สถานีตำรวจ ได้รับเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษตามอัตราที่ก.ตร.กำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง โดยให้คำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานและการดำรงตนอยู่ในความยุติธรรมได้อย่างมีเกียรติโดยเทียบกับค่าตอบแทนที่รัฐจ่ายให้แก่ข้าราชการฝ่ายอื่นที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมประกอบด้วย ทั้งนี้ บทบัญญัตินี้มีอยู่แล้วในพ.ร.บ.ตำรวจฯฉบับปัจจุบัน แต่คณะกรรมการฯปรับแก้ให้เน้นเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ที่สถานีตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการฯยังได้ย้อนกลับไปเพิ่มเติมหน้าที่และอำนาจของ ก.ตร. ให้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่เกี่ยวกับกำลังพล อุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ของสถานีตำรวจและกองบังคับการ ซึ่งอย่างน้อยต้องกำหนดอัตรากำลังพลสายงานสอบสวนรวมทั้งสายงานป้องกันและปราบปรามให้เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ และให้ผบ.ตร.ดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานดังกล่าวของก.ตร. โดยเฉพาะกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดและสถานีตำรวจภูธร ทั้งนี้ เพื่อทำให้สถานีตำรวจมีความพร้อมในการรับใช้ประชาชนสูงสุดโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ต้องดิ้นรนหาเงินมาจ่ายเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10742</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, ปฏิรูปตำรวจ, สายงานสอบสวน, แคนดิเดตผบ.ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae8875facf04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
