<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 23:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 23:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แคนาดาพบหลุมศพอีก182หลุม ที่โรงเรียนประจำเด็กพื้นเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แคนาดาตรวจพบหลุมศพที่คาดว่าฝังเด็กพื้นเมืองอีก 182 หลุม ที่โรงเรียนเก่าซึ่งเคยเป็นโรงเรียนกินนอนของนักเรียนชนพื้นเมืองแห่งที่ 3 ขณะโบสถ์คาทอลิกโดนวางเพลิงเพิ่มอีก 2 แห่งเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเท้าเด็กและตุ๊กตาถูกนำมาวางไว้ที่อนุสรณ์ชั่วคราวในชุมชนชาวพื้นเมืองของแคนาดาที่รัฐบริติชโคลัมเบีย ภายหลังการพบศพ 182 ศพฝังในหลุมที่ไม่ระบุเครื่องหมายใกล้โรงเรียนประจำเก่าของคริสตจักรคาทอลิก เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 (Photo by Dave Chidley/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี อ้างคำกล่าวของกลุ่มชนพื้นเมืองโลเวอร์ คูเตเนย์ แบนด์ ที่ระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญใช้เรดาร์ส่องทะลุหลุมศพนิรนามเหล่านี้และพบสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นศพของนักเรียนอายุระหว่าง 7 ขวบถึง 15 ปี ในพื้นที่ที่เคยเป็นโรงเรียนประจำเซนต์ยูจีนส์มิสชัน ใกล้กับเมืองแครนบรูก ในรัฐบริติชโคลัมเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลุมศพบางหลุมตื้นเพียง 3-4 ฟุต ศพเหล่านี้น่าจะเป็นสมาชิกของกลุ่มชนพื้นเมืองคตูนาซา ซึ่งรวมถึงชนพื้นเมืองคูเตเนย์และชุมชนชนพื้นเมืองอื่นๆ ที่อยู่ในย่านนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสนจักรคาทอลิกเป็นผู้ดำเนินการโรงเรียนแห่งนี้ในนามของรัฐบาลกลางแคนาดา เช่นเดียวกับหลุมศพของโรงเรียนประจำเก่าที่พบ 2 แห่งก่อนหน้านี้ โรงเรียนแห่งนี้เปิดเมื่อปี 2455 และปิดกิจการลงในช่วงต้นทศวรรษ 1970&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ แคนาดาพบหลุมศพนิรนามของเด็ก 215 หลุมที่โรงเรียนประจำคัมลูปส์อินเดียน ในรัฐบริติชโคลัมเบีย เมื่อเดือนพฤษภาคม และพบหลุมศพนิรนามถึง 751 หลุมที่โรงเรียนในหมู่บ้านมารีวาล รัฐซัสแคตเชวัน เมื่อสัปดาห์ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านตำรวจแคนาดาเผยเมื่อเช้ามืดวันพุธว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้โบสถ์คาทอลิก 2 แห่ง คาดว่าน่าจะเกิดจากการวางเพลิงจากความโกรธแค้นที่พบหลุมศพเด็กพื้นเมืองจำนวนมาก โบสถ์ที่ไฟไหม้คือโบสถ์โมรินวิลล์ ตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองเอ็ดมันตัน รัฐแอลเบอร์ตา และไฟไหม้โบสถ์อีกแห่งในเขตอาศัยของชนพื้นเมืองใกล้กับเมืองแฮลิแฟกซ์ รัฐโนวาสโกเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเพลิงไหม้ล่าสุดทำให้มีโบสถ์ทั่วแคนาดาโดนทำลายหรือได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ที่สงสัยว่าเป็นการวางเพลิง รวมเป็น 8 แห่งแล้วในช่วงไม่กี่วันมานี้ ส่วนใหญ่เป็นโบสถ์ในพื้นที่ชุมชนชาวพื้นเมือง นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแห่งที่โดนทำลายทรัพย์สิน รวมถึงการละเลงด้วยสีแดง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108351</URL_LINK>
                <HASHTAG>พบหลุมศพ, แคนาดา, โรงเรียนประจำเด็กพื้นเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60ddeee427944.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แวนคูเวอร์ร้อนทุบสถิติ49.5องศา สังเวยแล้วร่วมร้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คลื่นความร้อนที่ปกคลุมฝั่งตะวันตกของแคนาดาทำให้อุณหภูมิสูงทำลายสถิติ 3 วันต่อเนื่อง วันอังคารปรอทพุ่งถึง 49.5 องศาเซลเซียส นครแวนคูเวอร์รายงานมีคนเสียชีวิตอย่างกะทันหันอย่างน้อย 134 คน คาดส่วนใหญ่เกิดจากสภาพอากาศร้อนจัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เด็กๆ เล่นน้ำพุคลายร้อนที่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน ของสหรัฐ ที่เผชิญโดมคลื่นความร้อนที่ทำให้อุณหภูมิสูงเป็นสถิติเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (Photo by Nathan Howard/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 30 มิถุนายน 2564 อ้างข้อมูลตัวเลขจากกรมตำรวจแวนคูเวอร์และสำนักงานตำรวจแห่งชาติของแคนาดาว่า นับตั้งแต่วันศุกร์เป็นต้นมา มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างกะทันหันไม่ต่ำกว่า 134 คนในพื้นที่ของแวนคูเวอร์ เฉพาะข้อมูลจากกรมตำรวจแวนคูเวอร์แห่งนี้กล่าวว่า ได้รับแจ้งการตายกะทันหันมากกว่า 65 ราย ส่วนใหญ่ &amp;quot;เกี่ยวข้องกับความร้อน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ เอนไวรอนเมนต์แคนาดา รายงานว่า เมื่อวันอังคาร แคนาดามีอุณหภูมิสูงสุดถึง 49.5 องศาเซลเซียส (121 องศาฟาห์เรนไฮ) ที่หมู่บ้านลิตตัน รัฐบริติชโคลัมเบีย ซึ่งอยู่ห่างจากนครแวนคูเวอร์ทางตะวันออก 250 กิโลเมตร เป็นสถิติสูงสุดของประเทศตลอดกาลสถิติใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ทำลายสถิติเดิม 47.9 องศาเมื่อวันจันทร์ และ 46.6 องศาเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพรัฐบริติชโคลัมเบีย ซึ่งครอบคลุมแวนคูเวอร์ด้วย กล่าวว่า ได้รับรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญซึ่งสงสัยว่าสภาพอากาศร้อนจัดเป็นสาเหตุ โดยมีรายงานผู้เสียชีวิต 233 คนระหว่างวันศุกร์ถึงวันจันทร์ เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยซึ่งอยู่ที่ 130 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีกล่าวว่า แคนาดาไม่เคยมีอุณหภูมิสูงเกิน 45 องศาเซลเซียสเลยจนกระทั่งสัปดาห์ที่แล้ว ที่เกิดคลื่นความร้อนเนื่องจากโดมความกดอากาศสูงแผ่ปกคลุมทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐและแคนาดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิบเอกสตีฟ แอดดิสัน กล่าวว่า แวนคูเวอร์ไม่เคยพบพานกับอากาศร้อนแบบนี้มาก่อน และน่าเศร้าที่ผู้คนหลายสิบคนเสียชีวิตเพราะเหตุนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมชนท้องถิ่นแห่งอื่นๆ กล่าวว่าได้รับโทรศัพท์แจ้งว่ามีคนเสียชีวิตกะทันหันจำนวนมากเช่นกัน แต่พวกเขายังไม่เปิดเผยจำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงแคนาดา ภาคตะวันตกเฉียงเหนือฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของสหรัฐก็กำลังเผชิญสภาพอากาศร้อนจัด เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน และเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน มีอุณหภูมิสูงถึงระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติในทศวรรษ 1940 เมืองพอร์ตแลนด์มีอุณหภูมิสูงสุด 46.1 องศาเซลเซียสในวันจันทร์ ส่วนซีแอตเทิลอุณหภูมิสูงสุด 42.2 องศา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอนไวรอนเมนต์แคนาดาออกคำเตือนสำหรับรัฐบริติชโคลัมเบีย, แอลเบอร์ตา และบางพื้นที่ของรัฐซัสแคตเชวัน, แมนิโทบา, ดินแดนยูคอน และนอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์ ว่าคลื่นความร้อนที่ยืดเยื้อ อันตรายและเป็นประวัติศาสตร์จะคงอยู่ตลอดสัปดาห์นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108197</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นความร้อน, สังเวยคลื่นความร้อน, อุณหภูมิสูงเป็นสถิติ, แคนาดา, แวนคูเวอร์, โดมความร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc53015bbc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 20:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลื่นความร้อนกระหน่ำแคนาดา-สหรัฐ อุณหภูมิสูงสุดจ่อ48องศา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฝั่งตะวันตกของแคนาดาและสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรง ทำให้หลายเมืองมีอุณหภูมิสูงทำลายสถิติ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในแคนาดาอุณหภูมิสูงสุดถึง 47.9 องศาเซลเซียสเมื่อวันจันทร์ ทุบสถิติเดิม 46.6 องศาของวันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนหลบร้อนภายในศูนย์การประชุมออริกอน เมืองพอร์ตแลนด์ของสหรัฐเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ระหว่างที่คลื่นความร้อนเข้าปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในฝั่งตะวันตกของสหรัฐและแคนาดา (Photo by KATHRYN ELSESSER/AFP via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารว่า หมู่บ้านลิตตันในรัฐบริติชโคลัมเบียทางตะวันตกของแคนาดา ทำสถิติเป็นจุดที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดของประเทศเมื่อวันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน โดยอุณหภูมิสูงถึง 47.9 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมของอุณหภูมิที่วัดได้ที่หมู่บ้านนี้เช่นกันเมื่อวันอาทิตย์ ที่มีอุณหภูมิ 46.6 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อากาศร้อนแบบที่ชาวแคนาดาไม่คุ้นชินทำให้เครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนที่และพัดลมก็ขายหมดเกลี้ยงในหลายร้าน เมืองต่างๆ เปิดศูนย์ฉุกเฉินติดเครื่องปรับอากาศให้ประชาชนมาหลบร้อน เจ้าหน้าที่ออกแจกจ่ายน้ำดื่มบรรจุขวดและหมวก ขณะที่ชุมชนท้องถิ่นมากกว่า 160 แห่งมีอุณหภูมิสูงเป็นสถิติใหม่ รวมถึงเมืองวิสต์เลอร์ที่เป็นเมืองสกีรีสอร์ต คลินิกฉีดวัคซีนหลายแห่งต้องยกเลิกด้วย และโรงเรียนประกาศปิดเพราะอากาศร้อนจัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักบริการสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐแถลงในวันเดียวกันว่า ที่เมืองชายฝั่งแปซิฟิกทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐ เช่น เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน และเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน อุณหภูมิสูงทำลายสถิติตั้งแต่มีการจดบันทึกในช่วงทศวรรษ 1940 ที่สนามบินเมืองพอร์ตแลนด์ อุณหภูมิสูงถึง 46.11 องศาเซลเซียส ส่วนที่เมืองซีแอตเทิล อุณหภูมิสูงสุดที่วัดได้คือ 42.22 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานว่า ที่เมืองเซเลม เมืองเอกของรัฐออริกอน อุณหภูมิเมื่อวันจันทร์สูงถึง 47.2 องศาเซลเซียส เป็นอุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่จดบันทึกในช่วงทศวรรษ 1890&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดวิด ฟิลิปส์ นักอุตุนิยมวิทยาเพื่อสิ่งแวดล้อมอาวุโสของแคนาดา เผยกับเอเอฟพีว่า ความร้อนที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นความร้อนแบบทะเลทรายที่อากาศแห้งและร้อนมาก แคนาดาเป็นประเทศหนาวที่สุดอันดับ 2 ของโลกและมีหิมะตกมากที่สุด เราคุ้นชินกับความหนาวยะเยือกและพายุหิมะ ไม่บ่อยนักที่เรามาพูดคุยเกี่ยวกับอากาศร้อนเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อากาศที่ร้อนจัดและความแห้งแล้ง ทำให้เกิดไฟไหม้ป่าหลายจุดบริเวณเขตแดนของรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐออริกอน ไฟป่าเผาไหม้พื้นที่ไปราว 3,750 ไร่เมื่อเช้าวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาพอากาศร้อนจัดทำให้เมื่อวันจันทร์ สำนักงานใหญ่ของบริษัทแอมะซอนในเมืองซีแอตเทิล เปิดให้ประชาชนเข้ามาหลบร้อนในอาคารที่จุดคนได้ราว 1,000 คน เนื่องจากบ้านเรือนประชาชนส่วนใหญ่ในเมืองซีแอตเทิลไม่ได้ติดเครื่องปรับอากาศ เพราะเป็นเมืองที่อากาศหนาวและชื้น ส่วนเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเมืองพอร์ตแลนด์เปิดศูนย์บรรเทาความร้อนให้กับชาวเมืองหลายแห่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108077</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นความร้อน, สหรัฐ, อุณหภูมิสูงเป็นสถิติ, แคนาดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60db1c011696b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 00:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 00:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช็อก แคนาดาพบหลุมศพนิรนามอีก751หลุมใกล้โรงเรียนชนพื้นเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยิ่งขุดยิ่งเจอ แคนาดาพบหลุมศพไม่มีป้ายชื่อมากกว่า 750 หลุมใกล้กับโรงเรียนประจำเก่าของคริสตจักรคาทอลิกสำหรับเด็กชนพื้นเมืองในรัฐซัสแคตเชวันทางภาคตะวันตกของแคนาดา เป็นการค้นพบที่สร้างความตกตะลึงครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชาวแคนาดาจัดวางรองเท้าเด็ก 215 คู่เป็นอนุสรณ์ด้านนอกหอศิลป์แวนคูเวอร์ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2564 ภายหลังการค้นพบศพเด็ก 215 ศพถูกฝังที่โรงเรียนประจำคัมลูปส์ (Mert Alper Dervis/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน อ้างการเปิดเผยของแคดมุส เดลอร์มี ผู้นำของกลุ่มชนพื้นเมืองคาวเวสเซสส์เฟิร์สต์เนชันว่า จนถึงวันพุธที่ผ่านมา การขุดค้นพบหลุมศพไม่มีป้ายชื่อแล้ว 751 หลุม ใกล้กับโรงเรียนประจำเก่าชื่อมารีวาลในรัฐซัสแคตเชวัน สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สุสานหมู่ แต่เป็นหลุมฝังศพที่ไม่มีเครื่องหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า หลุมศพเหล่านี้อาจเคยมีป้ายบอกชื่อ แต่พวกตัวแทนของคริสตจักรคาทอลิกรื้อแผ่นจารึกเหนือหลุมศพออก ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมในแคนาดา และพวกตนถือว่าหลุมฝังศพเหล่านี้เป็นสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การค้นพบครั้งล่าสุดตอกย้ำประวัติศาสตร์ดำมืดของแคนาดาอีกครั้ง และกระตุ้นเสียงเรียกร้องให้สมเด็จพระสันตะปาปาและคริสตจักรคาทอลิกขอโทษต่อการล่วงละเมิดและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนกินนอนเหล่านี้ ที่พวกเด็กๆ ชนพื้นเมืองถูกบังคับให้หลอมรวมเข้ากับวัฒนธรรมที่ครอบครองประเทศในขณะนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขุดค้นที่โรงเรียนมารีวาลแห่งนี้ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองริไจนา เมืองเอกของรัฐซัสแคตเชวัน ทางตะวันออกราว 150 กิโลเมตร เริ่มต้นเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ภายหลังการค้นพบโครงกระดูกเด็กนักเรียน 215 โครง ถูกฝังอยู่ที่โรงเรียนประจำสำหรับเด็กชนพื้นเมือง คัมลูปส์ ในรัฐบริติชโคลัมเบีย ที่นำไปสู่การขุดค้นใกล้กับโรงเรียนเก่าของชนพื้นเมืองทั่วแคนาดา โดยหน่วยงานของรัฐบาลให้ความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า มีเด็กๆ ชนพื้นเมืองอเมริกัน, เมทิส และอินูอิต ประมาณ 150,000 คนถูกเกณฑ์มาเข้าโรงเรียนประจำลักษณะนี้ 139 แห่งทั่วแคนาดาจนถึงยุคทศวรรษ 1990 ที่นั่นเด็กๆ ถูกบังคับให้พรากจากครอบครัว, ละทิ้งภาษาและวัฒนธรรมของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กหลายคนโดนล่วงละเมิดทางเพศและทำร้าย มากกว่า 4,000 คนเสียชีวิตในโรงเรียนเหล่านี้ ตามข้อมูลจากการไต่สวนของคณะกรรมการชุดหนึ่งที่สรุปว่า แคนาดาได้กระทำการ &amp;quot;ล้างเผ่าพันธุ์ทางวัฒนธรรม&amp;quot; กับชุมชนชาวพื้นเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107555</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริสตจักรคาทอลิก, รัฐซัสแคตเชวัน, ล้างเผ่าพันธุ์ทางวัฒนธรรม, เด็กพื้นเมืองแคนาดา, แคนาดา, โรงเรียนชนพื้นเมือง, โรงเรียนประจำคาทอลิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d4ba4ab949a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 23:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 23:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช็อก แคนาดาพบหลุมศพนิรนามอีก751หลุมใกล้โรงเรียนชนพื้นเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยิ่งขุดยิ่งเจอ แคนาดาพบหลุมศพไม่มีป้ายชื่อมากกว่า 750 หลุมใกล้กับโรงเรียนประจำเก่าของคริสตจักรคาทอลิกสำหรับเด็กชนพื้นเมืองในรัฐซัสแคตเชวันทางภาคตะวันตกของแคนาดา เป็นการค้นพบที่สร้างความตกตะลึงครั้งที่ 2 ในเวลา 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชาวแคนาดาจัดวางรองเท้าเด็ก 215 คู่เป็นอนุสรณ์ชั่วคราวด้านนอกหอศิลป์แวนคูเวอร์ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2564 ภายหลังการค้นพบศพเด็ก 215 ศพถูกฝังที่โรงเรียนประจำคัมลูปส์ (Mert Alper Dervis/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน อ้างการเปิดเผยของแคดมุส เดลอร์มี ผู้นำของกลุ่มชนพื้นเมืองคาวเวสเซสส์เฟิร์สต์เนชันว่า จนถึงวันพุธที่ผ่านมา การขุดค้นพบหลุมศพไม่มีป้ายชื่อแล้ว 751 หลุม ใกล้กับโรงเรียนประจำเก่าชื่อมารีวาลในรัฐซัสแคตเชวัน สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สุสานหมู่ แต่เป็นหลุมฝังศพที่ไม่มีเครื่องหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า หลุมศพเหล่านี้อาจเคยมีป้ายบอกชื่อ แต่พวกตัวแทนของคริสตจักรคาทอลิกรื้อแผ่นจารึกเหนือหลุมศพออก ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมในแคนาดา และพวกตนถือว่าหลุมฝังศพเหล่านี้เป็นสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การค้นพบครั้งล่าสุดตอกย้ำประวัติศาสตร์ดำมืดของแคนาดาอีกครั้ง และกระตุ้นเสียงเรียกร้องให้สมเด็จพระสันตะปาปาและคริสตจักรคาทอลิกขอโทษต่อการล่วงละเมิดและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนกินนอนเหล่านี้ ที่พวกเด็กๆ ชนพื้นเมืองถูกบังคับให้หลอมรวมเข้ากับวัฒนธรรมที่ครอบครองประเทศในขณะนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขุดค้นที่โรงเรียนมารีวาลแห่งนี้ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองริไจนา เมืองเอกของรัฐซัสแคตเชวัน ทางตะวันออกราว 150 กิโลเมตร เริ่มต้นเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ภายหลังการค้นพบโครงกระดูกเด็กนักเรียน 215 โครง ถูกฝังอยู่ที่โรงเรียนประจำสำหรับเด็กชนพื้นเมือง คัมลูปส์ ในรัฐบริติชโคลัมเบีย ที่นำไปสู่การขุดค้นใกล้กับโรงเรียนเก่าของชนพื้นเมืองทั่วแคนาดา โดยหน่วยงานของรัฐบาลให้ความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า มีเด็กๆ ชนพื้นเมืองอเมริกัน, เมทิส และอินูอิต ประมาณ 150,000 คนถูกเกณฑ์มาเข้าโรงเรียนประจำลักษณะนี้ 139 แห่งทั่วแคนาดาจนถึงยุคทศวรรษ 1990 ที่นั่นเด็กๆ ถูกบังคับให้พรากจากครอบครัว, ละทิ้งภาษาและวัฒนธรรมของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กหลายคนโดนล่วงละเมิดทางเพศและทำร้าย มากกว่า 4,000 คนเสียชีวิตในโรงเรียนเหล่านี้ ตามข้อมูลจากการไต่สวนของคณะกรรมการชุดหนึ่งที่สรุปว่า แคนาดาได้กระทำการ &amp;quot;ล้างเผ่าพันธุ์ทางวัฒนธรรม&amp;quot; กับชุมชนชาวพื้นเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107554</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาทอลิกแคนาดา, ชนพื้นเมืองแคนาดา, พบศพเด็กพื้นเมือง, รัฐซัสแคตเชวัน, ล้างเผ่าพันธุ์ทางวัฒนธรรม, หลุมศพหมู่, แคนาดา, โรงเรียนชนพื้นเมือง, โรงเรียนประจำสำหรับเด็กพื้นเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d4ba4ab949a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มแคนาดาเกลียดมุสลิมขับรถพุ่งชนทั้งครอบครัวดับ4ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อาชญากรรมจากความเกลียดชัง ตำรวจแคนาดาระบุเหตุการณ์ที่ชายวัย 20 ปีขับรถกระบะพุ่งชนครอบครัวมุสลิมเสียชีวิต 4 รายที่รัฐออนแทรีโอเมื่อวันอาทิตย์นั้น เป็นการฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อนที่มีแรงจูงใจจากความเกลียดมุสลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาธาเนียล เวลต์แมน ชาวเมืองลอนดอน รัฐออนแทรีโอ วัย 20 ปี ขับรถกระบะสีดำพุ่งชนครอบครัวชาวมุสลิม 5 คนที่กำลังยืนรอข้ามถนนที่สี่แยกในเมืองลอนดอน เมื่อเวลาราว 20.40 น.วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ได้แก่ หญิงอายุ 74 ปี, ชายอายุ 46 ปี, หญิงวัย 44 ปี และเด็กหญิงวัย 15 ปี ผู้รอดชีวิตคนเดียวคือเด็กชายวัย 9 ขวบได้รับบาดเจ็บสาหัส เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลและอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุสภาพอากาศดีและทัศนวิสัยชัดเจน ชายคนนี้สวมเสื้อกั๊กที่คล้ายเสื้อกันกระสุน หลังจากขับรถชนครอบครัวนี้ เขาขับรถหนีไป ตำรวจจับเขาได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุ 7 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอล เวตส์ ผู้กำกับการตำรวจสอบสวนของแคนาดา แถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 7 มิถุนายนว่า จากหลักฐานแสดงให้เห็นว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้วางแผนและฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยมีแรงจูงใจจากการความเกลียดชัง เชื่อว่าครอบครัวนี้ตกเป็นเป้าหมายเพราะพวกเขาเป็นมุสลิม ผู้ต้องสงสัยกับเหยื่อไม่รู้จักกันมาก่อน และผู้ต้องสงสัยไม่เคยมีประวัติต้องโทษ ตำรวจกำลังสืบสวนว่าเขาเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่สร้างความเกลียดชังกลุ่มใดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัยรายนี้ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 4 กระทง และพยายามฆ่าอีก 1 กระทง เวตส์เผยว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังประสานงานกับตำรวจรัฐบาลกลางและอัยการสูงสุดว่าอาจจะเพิ่มข้อหาก่อการร้ายกับผู้ต้องสงสัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคนาดาเคยเกิดเหตุฆาตกรรมหมู่ชาวมุสลิมเมื่อเดือนมกราคม 2560 มือปืนชาวแคนาดาเข้าไปกราดยิงในมัสยิดที่ศูนย์วัฒนธรรมอิสลามควิเบก มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บ 5 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105699</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถพุ่งชนมุสลิม, ฆ่าคนโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, อาชญากรรมจากความเกลียดชัง, เกลียดมุสลิม, แคนาดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd301e689e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 07:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 07:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วโลกติดโควิด-19เกิน132ล้านคนผงะ!23ประเทศป่วยเกินล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.2564 &amp;ndash; สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง โดยล่าสุดในเวลา 07.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อแล้ว 132,990,695 ราย เพิ่มขึ้น 555,927 รายเสียชีวิต 2,884,855 ราย เพิ่มขึ้น 11,355 ราย และรักษาหายแล้ว 107,236,100 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดยังคงเป็นประเทศสหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อ 31,558,986 ราย เพิ่มขึ้น 60,861 ราย และรักษาหายแล้ว 570,239 ราย เพิ่มขึ้น 885 ราย ตามมาด้วย บราซิลมีผู้ติดเชื้อ 13,106,058 ราย เพิ่มขึ้น 82,869 ราย และเสียชีวิต 337,364 ราย เพิ่มขึ้น 4,211 ราย และอันดับที่ 3 คือ อินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 12,799,746 ราย เพิ่มขึ้น 115,269 ราย และเสียชีวิต 166,208 ราย เพิ่มขึ้น 631 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือใน 219 ประเทศและดินแดนที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 นั้น ล่าสุดมีถึง 23 ประเทศแล้วที่มีผู้ติดเชื้อเกิน 1 ล้านคน โดยประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา, บราซิล, อินเดีย, ฝรั่งเศส, รัสเซีย, สหราชอาณาจักร, อิตาลี, ตุรกี, สเปน, เยอรมนี, โคลอมเบีย, โปแลนด์, อาร์เจนตินา, เม็กซิโก, อิหร่าน, ยูเครน, เปรู, เชชเนีย, แอฟริกาใต้, อินโดนีเซีย, เนเธอร์แลนด์, ชิลี และแคนาดา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98579</URL_LINK>
                <HASHTAG>23 ประเทศ, ติดเชื้อ, บราซิล, สหรัฐอเมริกา, อินเดีย, แคนาดา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606cf4ac77293.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
