<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 21:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แคนเบอร์รา&#039;ประกาศภาวะฉุกเฉินไฟป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลท้องถิ่นกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลียประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ หวั่นไฟป่าที่กำลังลุกลามเข้าใกล้เมืองหลวงจะเพิ่มความรุนแรงจนควบคุมไม่ได้เมื่อคาดว่าอุณหภูมิจะร้อนกว่า 40 องศาเซลเซียสช่วงสุดสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไฟป่าเผาไหม้พื้นที่ทางใต้ของกรุงแคนเบอร์ราเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนดรูว์ บาร์ มุขมนตรีเขตออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี (เอซีที) แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2563 ว่าการตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินครั้งแรกนับแต่ปี 2546 บ่งชี้ถึงอันตรายจากไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นกับเมืองหลวงแห่งนี้ในช่วงสุดสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไฟป่าอาจทำนายไม่ได้และอาจควบคุมไม่ได้ การรวมกันทั้งความร้อนรุนแรง, ลม และภูมิทัศน์แห้งแล้ง จะทำให้ชานกรุงทางใต้ของแคนเบอร์รามีความเสี่ยง&amp;quot; บาร์เตือน &amp;quot;ภาวะฉุกเฉินเป็นสัญญาณรุนแรงที่สุดที่เราสามารถส่งถึงประชาคมเอซีทีว่า พวกเขาต้องเตรียมตนเองและครอบครัวให้พร้อมรับมือ&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า ภาวะฉุกเฉินนี้เริ่มมีผลทันทีและจะคงอยู่เช่นนี้ต่อไปตราบใดที่กรุงแคนเบอร์รายังเผชิญความเสี่ยงจากไฟป่า เพื่อเพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ในการสั่งอพยพ, ปิดถนน และเข้าควบคุมที่ดินของเอกชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า ไฟป่าที่ยังควบคุมไม่ได้ทางใต้ของเอซีที ซึ่งเป็นปากประตูสู่แคนเบอร์รานั้นลุกลามกินพื้นที่ 185 ตารางกิโลเมตรแล้ว หรือเกือบ 8% ของผืนดินในเขตเอซีที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงแคนเบอร์ราเป็นที่ตั้งของที่ทำการรัฐบาล รัฐสภา และสถาบันอิสระหลายแห่ง ปี 2546 เมืองหลวงแห่งนี้เคยประกาศภาวะฉุกเฉินหลังจากไฟป่าเผาทำลายบ้านเรือนเกือบ 500 หลัง และมีคนเสียชีวิต 4 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศทำนายว่าจะเกิดสภาพอากาศร้อนในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า และไฟป่าอาจลามถึงชานกรุงทางใต้ของแคนเบอร์ราที่มีประชากรราว 400,000 คน เจ้าหน้าที่เตือนด้วยว่าลมแรงอาจพัดพาเถ้าถ่านที่ยังคุอยู่ลอยมาก่อน ไฟป่าหลักที่คุกคามมากที่สุดคือไฟป่าออร์โรรัลวัลเลย์ ซึ่งเผาพื้นที่แล้ว 112,500 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี อุณหภูมิในรัฐเซาท์ออสเตรเลียพุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส เจ้าหน้าที่ต้องออกคำเตือนอันตรายจากสภาพอากาศที่เอื้อต่อไฟป่าในหลายพื้นที่ที่มักเกิดไฟป่า คาดว่าคลื่นความร้อนจะแผ่ถึงนครเมลเบิร์นและกรุงแคนเบอร์ราต่อไปในวันศุกร์ และช่วงสุดสัปดาห์นครซิดนีย์อาจมีอุณหภูมิสูงถึง 45 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวด้วยว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นบวกกับลมแล้งจะเอื้อต่อสภาพการเกิดไฟป่ารุนแรงขึ้นอีกหลายพื้นที่ของรัฐนิวเซาท์เวลส์และวิกตกเรีย ซึ่งยังมีไฟป่าลุกไหม้รวมกันมากกว่า 80 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายสัปดาห์มานี้ ออสเตรเลียเผชิญสภาพอากาศรุนแรงทั้งพายุฝนฟ้าคะนอง ลูกเห็บตก น้ำท่วมและดินถล่ม ซ้ำเติมวิกฤติไฟป่าที่เกิดมาตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว คร่าชีวิตคนแล้ว 33 ราย เผาทำลายบ้านราว 2,500 หลัง มีสัตว์ป่าพื้นถิ่นตายราว 1,000 ล้านตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55983</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศภาวะฉุกเฉิน, ออสเตรเลีย, แคนเบอร์รา, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e3432ae227a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
