<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทบ. กำชับคุมแคมป์คนงาน 10 จังหวัด ให้หน่วยทหารอุดหนุนผู้ประกอบการร้านค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64 - พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่ ศบค. ได้ออกประกาศข้อกำหนดฉบับที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เกี่ยวกับมาตรการเร่งด่วนเพื่อสกัดกั้นการระบาดในพื้นที่เป้าหมายเฉพาะ ควบคุมที่พักแรงงานและเขตก่อสร้างที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;ใน กทม.&amp;nbsp;ปริมณฑล และ จชต. รวม&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัด มีผลตั้งแต่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;และศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคงกองทัพบก ได้รับมอบภารกิจให้เข้าควบคุมดูแลพื้นที่แคมป์คนงานตามมาตรการดังกล่าวนั้น&amp;nbsp;พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ได้กำชับให้ทุกกองทัพภาคบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบและสนับสนุนในมาตรการดังกล่าวอย่างเต็มขีดความสามารถเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการควบคุมพื้นที่ให้มีความปลอดภัยในการป้องกันเชื้อ ทั้งกับคนงานและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ที่ต้องดำรงมาตรการพิทักษ์พลอย่างเคร่งครัด เพื่อร่างกายแข็งแรงพร้อมปฏิบัติภารกิจ ควบคู่ไปกับการขอความร่วมมือให้ทุกส่วนในพื้นที่เสี่ยงปฏิบัติตามมาตรการเร่งด่วนของ ศบค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในพื้นที่ กทม. ซึ่งกองทัพบกได้รับมอบหมายให้ดูแลใน&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เขตนั้น กองทัพบกโดยกองทัพภาคที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ได้จัดกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเทศกิจเข้าดูแลควบคุมแคมป์ที่เกิดการแพร่ระบาดตามที่ กทม. กำหนดแล้ว&amp;nbsp;45&amp;nbsp;แห่ง สำหรับในเขตปริมณฑลและ จชต. กองทัพภาคที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ก็ได้ดำเนินการร่วมกับทางจังหวัดตรวจสอบพื้นที่เพื่อควบคุมแคมป์คนงานที่เกิดคลัสเตอร์ในรูปแบบเดียวกัน รวมทั้งการจัดตั้งจุดตรวจร่วมควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามพื้นที่ในช่วง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วันจากนี้ โดยรัฐบาลได้ให้ความเร่งด่วนในการฉีดวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการบรรเทาและช่วยเหลือประชาชน ผู้บัญชาการทหารบกยังได้กำชับให้หน่วยทหารเข้าช่วยอุดหนุนผู้ประกอบการร้านค้าที่ได้รับผลกระทบในช่วงมาตรการเฉพาะด้วย พร้อมมองว่าในสถานการณ์&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ในปัจจุบันทุกภาคส่วนต้องร่วมกันจำกัดการแพร่ระบาดและปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ลดจำนวนผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษา รวมทั้งผู้เสียชีวิต ซึ่งในห้วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือนที่ผ่านมาในพื้นที่ กทม. กองทัพบกได้อนุเคราะห์ฌาปนสถาน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง เพื่อจัดพิธีเผาศพให้กับผู้เสียชีวิตจาก&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;แล้วถึง&amp;nbsp;232&amp;nbsp;ราย ล่าสุด กองทัพบกจะได้ประสานกับวัดต่าง ๆ ในพื้นที่ กทม. เพื่อร่วมเป็นสถานที่จัดพิธีเผาศพผู้เสียชีวิตจาก&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;โดยจะสนับสนุนเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ น้ำยาฆ่าเชื้อ ให้กับทางวัด เพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับญาติผู้เสียชีวิตและเป็นทางเลือกในการจัดพิธีศพต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการที่กองทัพบกจะดำเนินการรับทหารใหม่ ผลัด&amp;nbsp;1/64&amp;nbsp;ซึ่งหน่วยฝึก&amp;nbsp;ทหารใหม่ทั่วประเทศได้มีการเตรียมมาตรการป้องกัน&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การรายงานตัว การเดินทาง พิธีแรกรับเข้าสู่หน่วยทหาร ที่สำคัญจะมีการตรวจคัดกรองและเตรียมการด้านการแพทย์รองรับผู้ที่มารายงานตัวเข้าประจำการแล้วตรวจพบว่ามีการติดเชื้อ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;รวมถึงการฉีดวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและทหารใหม่ โดยกองทัพบกเตรียมแผนฉีดวัคซีนให้กับทหารใหม่ทุกนายในสัปดาห์แรกที่เข้าประจำการ อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญกับการดูแลทหารกองประจำการให้เป็นไปแบบวิถีใหม่อย่างเคร่งครัด นอกเหนือจากการบ่มเพาะให้มีวินัยด้านการทหาร โดยมอบให้หน่วยทหารพิจารณาปรับรูปแบบการฝึกและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ภายในหน่วยทหารในทุกกิจการกิจกรรม รวมถึงการฝึกทหารกองประจำการทุกนายให้เกิดทักษะในเรื่องการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ ในการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108060</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, แคมป์ก่อสร้าง, แคมป์คนงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60daf7c954362.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 22:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ขยับคลายล็อกเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ยอดผู้ติดเชื้อใหม่ 3,000 ราย เสียชีวิต 19 ราย หายป่วยเกือบ 5 พันคน &amp;quot;กทม.&amp;quot; พบคลัสเตอร์ใหม่ 1 แห่ง แคมป์ก่อสร้างคอนโดย่านบางกอกน้อย &amp;quot;ตจว.&amp;quot; โผล่อีก 5 แห่ง &amp;quot;เลขาฯ สมช.&amp;quot; ยัน ศบค.ทำงานยึดบูรณาการฟัง สธ.เสนอไม่ได้ชี้นิ้วสั่ง เผย 18 มิ.ย.ชุดใหญ่นัดถกคลายล็อก &amp;quot;คณบดีแพทยศาสตร์ศิริราชฯ&amp;quot; จับตาโควิด 4 สายกลายพันธุ์ เตือนเปิด ปท.เร็วเสี่ยง &amp;quot;ปากน้ำ&amp;quot; ป่วยโควิดพุ่ง เหตุต่างด้าวกลุ่มเสี่ยงไม่กักตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. พญ.อภิ?สมัย? ศรี?รังสรรค์? รองโฆษก??ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์?การ?แพร่ระบาด?ของ?โรค?โค?วิด-?19 ?ว่า พบผู้?ติดเชื้อ?ราย?ใหม่? 3,000 ราย แบ่งเป็นติดเชื้อในประเทศ 2,355 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 5 ราย และติดเชื้อจากเรือนจำ 640 ราย ทำให้ไทยมีผู้?ติดเชื้อ?ยืนยัน?สะสม? 202,264 ราย หายป่วยเพิ่ม 4,774 ราย หายป่วยสะสม 135,292 ราย กำลังรักษาอยู่ 38,061 ราย โดยมีผู้ป่วยอาการหนัก 1,249 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 365 ราย เสียชีวิต? 19 ราย เสียชีวิตสะสม 1,391 ราย โดยผู้เสียชีวิตเป็นเพศชาย 11 ราย และเพศหญิง? 8 ราย ช่วงอายุค่ากลางอยู่ที่ 77 ปี อายุน้อยสุด 34 ปี และมากสุด 92 ปี จากกรุงเทพ?ฯ 11 ราย สมุทรปราการ? 3 ราย สระบุรี? 2 ราย นครศรีธรรมราช? ปราจีนบุรี? และยะลา จังหวัด?ละ 1 ราย การนอนเตียงนานที่สุดอยู่ที่ 42 วันก่อนที่จะเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัย?กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันนี้กรุงเทพ?ฯ ยังคงเป็นอันดับ 1 พบผู้ติดเชื้อ 872 ราย ซึ่งมีคลัสเตอร์?ที่ต้องเฝ้าระวังจำนวน 85 คลัสเตอร์? กระจาย 6 กลุ่มเขต โดยกลุ่มเขตที่พบใหม่คือ กลุ่มเขตกรุงธนเหนือในเขตบางกอกน้อย เป็นแคมป์?ก่อสร้าง?คอนโดศุภาลัยปาร์คแยกไฟฉายพบติดเชื้อ 96 ราย จากจำนวนคนงาน 363 ราย คิดเป็น 26.45% ทำให้มีการปิดแคมป์และระดมคัดกรองเชิงรุกทั้งในแคมป์?และชุมชนใกล้เคียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคลัสเตอร์ในต่างจังหวัดนั้น จ.สมุทรปราการพบคลัสเตอร์ใหม่ 2 แห่ง ในอำเภอบางเสาธง พบผู้ป่วยรายใหม่ 63 ราย อยู่ในบริษัทผลิตขนมปังกรอบ และอำเภอพระประแดง พบผู้ป่วยรายใหม่ 10 ราย ในคอนโดมิเดียม จ.ฉะเชิงเทรา คลัสเตอร์ใหม่ 2 แห่งคือ อำเภอพนมสารคาม 13 ราย เป็นบริษัทคัดแยกและรีไซเคิล? และอำเภอบ้านโพธิ์? 17 ราย ในบริษัท?ชิ้นส่วนและอะไหล่?รถยนต์? จ.สมุทรสาคร คลัสเตอร์ใหม่ในอำเภอเมือง จ.สมุทรสาคร ผู้ติดเชื้อแล้ว 10 ราย เป็นโรงงานกล่องกระดาษ จ.นครปฐม คลัสเตอร์ใหม่ในอำเภอสามพรานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 16 ราย เป็นบริษัทเอกชน จ.ปราจีนบุรี คลัสเตอร์ใหม่ใน อ.กบินทร์บุรี พบติดเชื้อรายใหม่ 4 ราย บริษัทอุปกรณ์ระบบส่งน้ำ ส่วนที่ จ.สระบุรี ไม่ได้เป็นคลัสเตอร์ใหม่ เป็นโรงงานแปรรูปไก่ มีคนงานเป็นชาวไทยและกัมพูชา ล่าสุดมีการกระจายการติดเชื้อไปถึง 5 จังหวัด คือ สระบุรี ลพบุรี อยุธยา นครราชสีมา เป็นต้น และมีผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 685 รายแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้พูดถึงสถานการณ์โควิด โดยแจ้งถึงการเตรียมพร้อมที่จะปลดล็อกมาตรการผ่อนคลายให้มากยิ่งขึ้น เพื่อลดปัญหาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (ผอ.ศปก.ศบค.) กล่าวถึงการพิจารณามาตรการคลายล็อกให้กิจกรรมและกิจการว่า ต้องรอฟังความเห็นจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอมาตรการเข้ามา ยืนยันที่ผ่านมาการทำงานของ ศบค.ไม่ใช่เป็นการสั่งการ แต่บูรณาการขับเคลื่อนทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยในวันศุกร์ที่ 18 มิ.ย.จะมีการเสนอมาตรการให้ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่พิจารณา แต่ทุกครั้งหากมีมาตรการอะไรออกมาจะต้องเริ่มต้นจาก สธ. เราทำงานร่วมกันทั้งหมด ไม่ใช่ ศบค.คิดสั่งการเองทุกอย่าง&amp;quot; เลขาฯ สมช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมราชทัณฑ์ นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า แนวโน้มของสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น วันนี้มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 640 ราย รักษาหาย 1,431 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 7,047 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงถึงสถานการณ์โควิดว่า สายพันธุ์กลายพันธุ์ของโควิด-19 ที่ต้องติดตามอย่างเข้มงวด มี 4 สายพันธุ์ ได้แก่ 1.สายพันธุ์อัลฟา หรือ B.1.1.7 แพร่ระบาดเร็ว จากจุดกลายพันธุ์ตำแหน่ง N501Y ซึ่งขณะนี้กระจายกว่า 50 ประเทศทั่วโลก 2.สายพันธุ์เบต้า มีจุดกลายพันธุ์ที่ N501Y เช่นเดียวกับสายพันธุ์อัลฟา กระจาย 20 ประเทศทั่วโลก 3.สายพันธุ์เดลตา แพร่ระบาดเร็วกว่าสายพันธุ์อัลฟา เพราะมีจุดการกลายพันธุ์ตำแหน่ง L452R และกำลังแพร่กระจายอย่างเร็วในอังกฤษ และ 4.สายพันธุ์แกมมา มีจุดกลายพันธุ์ตำแหน่ง N501Y เหมือนกับ 2 สายพันธุ์แรก เป็นเหตุผลที่แพร่ระบาดเร็ว กว่า 10 ประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเทศที่เปิดประเทศตัวเองเร็ว ปล่อยให้คนเข้าเร็ว ต้องระวัง เพราะบางทีการเข้ามาซึ่งสายกลายพันธุ์ อาจดื้อกับวัคซีน ก็จะเป็นเรื่องใหญ่ ต้องติดตามธรรมชาติของไวรัส เพราะบางตัวแพร่เร็ว บางตัวดื้อต่อวัคซีน และต่อไปอาจมีบางตัวที่รุนแรงขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าสายกลายพันธุ์ต่างๆ มีความรุนแรงของโรคที่มากขึ้น ซึ่งต้องติดตามใกล้ชิด&amp;quot; ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯ กล่าวว่า ต้องมองถึงจำนวนวัคซีนที่ฉีดคู่ขนานด้วย ในเชิงยุทธศาสตร์หากที่ใดมีอัตราติดเชื้อมากไม่ควรผ่อน เพราะจะเป็นการเปิดศึกใหม่เข้ามา หากย้อนหลังไป 2-3 อาทิตย์ไม่มีการติดเชื้อใหม่เลย และพื้นที่ตรงนั้นมีมาตรการเข้มในการดูแลอยู่ ก็อาจจะผ่อนคลายได้บ้าง แต่ต้องเป็นการผ่อนคลายและติดตาม หากพบติดเชื้อต้องรีบหยุดล็อกพื้นที่ตรงนั้นทันที สิ่งที่ตนห่วงคือ กระบวนผ่อนคลายยังไม่น่ากลัวเท่าการเดินทางผ่านเส้นทางธรรมชาติเข้ามา ซึ่งแต่ละคนที่เข้ามาบ่อยครั้งอาจเจอสายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์ ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนตัวยังย้ำสุขภาพต้องมาก่อน เศรษฐกิจต้องพิจารณาแน่นอน แต่เมื่อไหร่สุขภาพเอาไม่อยู่เกิดการติดเชื้อมากมายก็อาจจะแย่ลง อย่างการเปิดภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ส่วนตัวเห็นว่ายังเร็วไป แต่คนที่มีอำนาจในการตัดสินใจก็คงพิจารณาในส่วนตรงนั้น ตอนนี้มีการเตรียมการเพื่อเปิดภูเก็ตเพื่อดึงเศรษฐกิจกลับมา โดยมีการนำวัคซีนเข้าไปฉีดให้เยอะเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันและเปิดให้ต่างประเทศเข้ามา เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ที่ห่วงไม่ได้เฉพาะคนที่ฉีดวัคซีน แต่ความพร้อมของจังหวัดในการรองรับระบบต่างๆ โดยเฉพาะหากมีคนนอกพื้นที่เข้ามาและมีสายพันธุ์ใหม่ๆ เข้ามาหากเกิดการระบาดใหม่ในภูเก็ตอีกจะเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจในภูเก็ต&amp;quot; คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ นายแพทย์พรณรงค์ &amp;nbsp;ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่จำนวน 336 ราย เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งสาเหตุที่ผู้ป่วยติดเชื้อโควิดไม่ลดลงอาจจะเกิดจากที่แรงงานต่างด้าวกลุ่มเสี่ยงไม่ได้กักตัว ยังคงไปทำงานตามโรงงานตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สงขลา คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา ประกาศล็อกดาวน์ชุมชนบาลาเซาะ เก้าเส้ง เป็นเวลา 14 วันตั้งแต่วันที่ 15-28 มิ.ย.นี้ เพื่อตรวจคัดกรองเชิงรุกประชาชนในกลุ่มเสี่ยงเพิ่มอีก 300 คน หลังพบผู้ติดโควิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปัตตานี หลังจากมีคลัสเตอร์ใหม่หลายจุด ล่าสุดเป็นคลัสเตอร์ใหม่ โรงงานผลิตอาหารปลากระป๋อง รอยัลฟู้ด ที่อยู่ ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี ทำให้วันนี้พบผู้ป่วยจำนวน 45 คน ยอดสะสม 641 คน รักษาหายแล้ว 346 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106511</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์ใหม่, ยอดผู้ติดเชื้อใหม่, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แคมป์ก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8b08f04c56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แคมป์ก่อสร้างคอนโดแยกไฟฉาย บางกอกน้อย พบผู้ติดเชื้อพุ่ง 96 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.64 - เวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิ​สมัย​ ศรี​รังสรรค์​ รองโฆษก​​ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์​การ​แพร่ระบาด​ของ​โรค​โค​วิด-​19​ ว่า&amp;nbsp;รายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันนี้ กรุงเทพ​ฯยังคงเป็นอันดับหนึ่งพบผู้ติดเชื้อ 872 ราย ซึ่งมีคลัสเตอร์​ที่ต้องเฝ้าระวังจำนวน 85 คลัสเตอร์​ กระจาย 6 กลุ่มเขต โดยกลุ่มเขตที่พบใหม่คือ กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ ในเขตบางกอกน้อย เป็นแคมป์​ก่อสร้าง​คอนโดศุภาลัยปาร์ค​ แยกไฟฉาย โดยพบผู้ติดเชื้อ 96 ราย จากจำนวนคนงาน 363 ราย คิดเป็น 26.45% ทำให้มีการปิดแคมป์​ และระดมคัดกรองเชิงรุกทั้งในแคมป์​ และชุมชนใกล้เคียง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106452</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้าง, บางกอกน้อย, แคมป์ก่อสร้าง, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c30ea1df9a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.เจออีก4คลัสเตอร์ใหม่แคมป์ก่อสร้าง4เขตพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.64-ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,804 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,334 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,567 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 767 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 409 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 61 ราย เป็นผู้เดินทางโดยช่องทางธรรมชาติจากกัมพูชา 10 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 195,909 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 4,143 ราย ยอดรวมหายป่วยสะสม​ 154,414 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 40,046 ราย อาการหนัก 1,215 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 351 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 18 ราย เป็นชาย 7 ราย หญิง 11 ราย อยู่ในกทม. 12 ราย ชลบุรี 2 ราย ปทุมธานี สงขลา สพรรณบุรี และภูเก็ต จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 1,449 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 12 มิ.ย. 108,204โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 66,037 ราย เข็มที่สอง 42,167 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 6,081,242 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 176,400,316 ราย เสียชีวิตสะสม 3,810,514 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 5 จังหวัด ที่มีผู้ป่วยมากที่สุดในวันที่​ 12​ มิ.ย.ได้แก่ กทม. 924 ราย สมุทรปราการ 217 ราย พระนครศรีอยุทธยา 206 สมุทรสาคร 139 ราย และนนทบุรี 122 ราย สำหรับ กทม.มีทั้งสิ้น 84 คลัสเตอร์ เป็นคลัสเตอร์ใหม่ 4 คลัสเตอร์ ประกอบด้วย คลัสเตอร์ บริษัท เอเอจี อินเทลลิเจนท์ จำกัด เขต จตุจักร คลัสเตอร์ แคมป์ก่อสร้าง Syntec ถ.กำแพงเพชร 7 เขตห้วยขวาง คลัสเตอร์แคมป์คนงาน บ.ชิโนทัย เขตคันนายาวและ แคมป์ก่อสร้าง บริษัทจอมธกล เขตบางนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106207</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., คลัสเตอร์ใหม่, ศบค., แคมป์ก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c5a257e1ca2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.พบ 3 คลัสเตอร์ใหม่ในกทม.ตั้งเป้า14 มิ.ย.ตรวจตลาดครบทั่วกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,290 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,966 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,334 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 632 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 294 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 30 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 189,828 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 5,711 ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 144,998 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 43,428 ราย อาการหนัก 1,287ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 352 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 27 ราย เป็นชาย 15ราย หญิง 12 ราย อยู่ในกทม. 17 ราย ปทุมธานี สมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย สมุทรปราการ กาญจนบุรี กำแพงเพชร ชัยนาท ราชบุรี สระบุรี จังหวัดละ 1 ราย อายุน้อยที่สุด 48 ปี ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 1,402 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 10 มิ.ย.มี 223,315 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 177,353 ราย เข็มที่สอง 45,962 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 5,667,058 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 175,616,534 ราย เสียชีวิตสะสม 3,788,650 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับ 5 จังหวัดแรกที่มีผู้ป่วยมากที่สุดในวันนี้ คือกทม. 942 ราย สมุทรปราการ 173 ราย นนทบุรี 102 ราย สมุทรสาคร 98 ราย นครปฐม 83 ราย โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ในหลายจังหวัดคือ บริษัทส่งออกเสื้อถักไหมพรม อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ มีผู้ป่วย 67 ราย โรงงานชำแหละไก่ อ.สามพราน จ.นครปฐม มีผู้ป่วย 63 ราย ตลาดวชิรา อ.เมือง จ.สงขลา มีผู้ป่วย 7 ราย โรงงานถุงมือยาง อ.สะเดา จ.สงขลา มีผู้ป่วย 19 ราย โรงงานเฟอร์นิเจอร์ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี มีผู้ป่วย 27 ราย ตลาดไทย-กัมพูชา และในชุมชน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี มีผู้ป่วย 13 ราย ขณะที่ในกทม.มีการระบาดที่เป็นคลัสเตอร์รวมทั้งสิ้น 78 แห่ง มีคลัสเตอร์ใหม่ 3 แห่ง คือ แคมป์ก่อสร้างวรสิษฐ์ เขตหลักสี่ พบผู้ป่วย 59 ราย ตลาดซอยละลายทรัพย์ เขตบางรัก 20 ราย โรงงานเย็บผ้า CPG Garment เขตภาษีเจริญ 37 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า กทม.ยังได้รายงานการตรวจสอบตลาดทั้งหมด 486 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. -10 มิ.ย. ว่าตรวจไปแล้ว 406 ตลาด ผ่านเกณฑ์ 324 แห่ง ไม่ผ่านเกณ์ 82 แห่ง ซึ่งสาเหตุไม่ผ่านเกณฑ์ส่วนใหญ่เป็นการเว้นระยะห่างที่ยังแออัดอยู่ โดยกทม.ตั้งเป้าว่าวันจันทร์ที่ 14 มิ.ย.จะตรวจตลาดให้ได้ทั้งหมด 486 แห่ง อย่างไรก็ตาม หากประชาชนเจอตลาดที่ไม่สะอาดขอให้แจ้งเบาะแสเข้ามา เพราะก่อนหน้านี้อาจเป็นวิถีชีวิตที่รับกันได้ แต่ตอนนี้เป็นวิถีนิวนอร์มอลต้องพัฒนาให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น และในที่ประชุมวันนี้ ทางกรมควบคุมโรคยังได้เสนอมาตรการบับเบิ้ลแอนด์ซีลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติ เนื่องจากก่อนหน้านี้อาจมีบางแคมป์ปฏิบัติไม่ตรงกัน โดยแคมป์คนงานที่อยู่สถานที่เดียวกับที่ก่อสร้างเราจะใช้มาตรการซีล โดยจะให้มีการจัดหาที่พักให้แก่พนักงาน มีอาหารให้ 3 มื้อ จัดทำทะเบียนสถานที่พัก แต่งตั้งผู้ควบคุมแต่ละหอ โดยมีการลงทะเบียนเข้า-ออกหอพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานที่พักที่อยู่คนละจุดกับที่ทำงานนั้นจะมีการตั้งแถว มีผู้ควบคุมกลุ่มที่เดินกลับที่พัก จัดหารถรับ-ส่งพนักงาน และมีระบบติดตามการเดินทางระหว่างที่พักกับจุดทำงาน โดยมาตรการเหล่านี้จะจัดไว้กับกลุ่มที่มีร่างกายแข็งแรง จะกันผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวออกไป เพื่อจะไม่ต้องปิดแคมป์หรือโรงงาน เนื่องจากหากปิดไปก็ไม่ตอบโจทย์ เพราะคนงานเหล่านี้อาจไปสมัครงานที่อื่นได้ โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขเสนอว่าให้ใช้มาตรการเช่นนี้ไป 28 วัน ระหว่างนั้นจะมีการสุ่มตรวจ ครบ 28 วัน แล้วจะมีแผนการเปิดจุดต่างๆ โดยจะมีรายละเอียดแถลงออกมา และจะนำมาตรการนี้ไปใช้กับทุกจังหวัดเพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมศบค.ชุดเล็ก ยังฝากไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ทำทุกอย่างไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากผู้ว่าฯมีส่วนสำคัญในการควบคุมโรคให้มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106033</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, คลัสเตอร์กทม., พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, แคมป์ก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c30ea1df9a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยสกัด409แคมป์กทม. ห่วงปากนํ้าลามทั้งจว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พบผู้ป่วยโควิดใหม่อีก 2,680 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 35 ราย &amp;quot;ศบค.&amp;quot; ห่วง &amp;quot;สมุทรปราการ&amp;quot; แพร่ระบาดทั่วทั้งจังหวัด ติดเชื้อพุ่งอีก 491 &amp;quot;กทม.&amp;quot; ไม่น้อยหน้ามีคลัสเตอร์กว่า 70 แห่งใน 35 เขต&amp;nbsp; เตรียมปูพรมตรวจแคมป์ก่อสร้าง 10 มิ.ย. &amp;quot;เรือนจำ&amp;quot; ดีขึ้นยอดโควิดใหม่ 280 ราย &amp;quot;เลขาฯ สมช.&amp;rdquo; ไม่ห้าม &amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; จัดประชุมใหญ่ จ.ขอนแก่น ย้ำต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ สธ. &amp;quot;ตลาดปลาแม่กลอง&amp;quot; ปิด 3 วันทำความสะอาด &amp;quot;เชียงใหม่&amp;quot; เฮ! ปิดรพ.สนามแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,680 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,389 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,457 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 932 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 280 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย โดยจำนวนนี้เป็นผู้เดินทางช่องทางธรรมชาติจากมาเลเซีย 2 ราย จากกัมพูชา 1 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 185,228 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 4,253 ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 136,252 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 47,644 ราย อาการหนัก 1,286&amp;nbsp; ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 355 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 35 ราย เป็นชาย 24 ราย หญิง 14 ราย อายุน้อยที่สุด 42 ปี โดยจำนวนนี้อยู่ใน กทม. 26 ราย, นนทบุรี เพชรบุรี สมุทรปราการ จังหวัดละ 2 ราย,&amp;nbsp; ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี อำนาจเจริญ จังหวัดละ 1 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 174,738,762 ราย เสียชีวิตสะสม 3,762,625 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับ 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากที่สุด ประกอบด้วย กทม. 1,069 ราย,&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมุทรปราการ 491 ราย, นนทบุรี 132 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 91 ราย, ปทุมธานี 61 ราย และมี 24 จังหวัดไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเติม ทั้งนี้ ที่ ศบค.ชุดเล็กได้พูดคุยกัน ที่น่าเป็นห่วงคือสมุทรปราการ ซึ่งคลัสเตอร์ที่เคยรายงานไปก่อนหน้ายังมีรายงานเพิ่มเติม โดยรวมๆสมุทรปราการมีการแพร่ระบาดทุกๆอำเภอทั่วทั้งจังหวัด คงต้องเน้นย้ำไปที่ประชาชนทั้งที่สมุทรปราการและจังหวัดใกล้เคียงด้วย เพราะมีการเคลื่อนย้ายของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใน กทม.ตอนนี้มีการระบาดเป็นคลัสเตอร์ทั้งสิ้น 70 คลัสเตอร์ 35 เขต โดยคลัสเตอร์ใหม่วันนี้ในเขตดินแดง บริษัท ประยุกต์สปอร์ต ซัพพลาย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 54 ราย ซึ่งกรมควบคุมโรคได้ลงไปตรวจสอบแล้วและสั่งปิดโรงงานวันที่ 4-18 มิ.ย. และในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ กทม.จะเพิ่มมาตรการป้องกันแคมป์คนงานก่อสร้างที่มีอยู่ทั้งหมด 409 แห่ง ตามที่ก่อนหน้านี้ทางเขตได้เข้าไปทำความเข้าใจมาตรการต่างๆ แล้ว เช่น การบับเบิลแอนด์ซีล แต่บางแคมป์อาจเข้าใจไม่ตรงกันให้คนงานยังออกไปในชุมชนข้างเคียงอยู่ โดยวันที่ 10 มิ.ย. กทม.จะลงตรวจในทุกแคมป์ทุกพื้นที่ เน้นไปที่แคมป์คนงานมีแรงงานเกิน 100 คน และจะทำการสุ่มตรวจหาเชื้อแห่งละ 75 คน โดยมาตรการดังกล่าวนี้จะเป็นการลงรายละเอียดเพิ่มเติมจากของเดิมที่มีอยู่และจะสอบทานผู้ดูแลแคมป์ให้เกิดความเข้าใจเพื่อเป็นการเฝ้าระวังสูงสุด เชื่อว่าหากเราควบคุมตรงนี้ได้ตัวเลขยอดรวมน่าจะลดลงได้&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กยังมีการพูดถึงแรงงานต่างด้าวที่ทำงานผิดกฎหมายในประเทศที่มีอยู่ประมาณ 200,000 ราย โดยอยู่ในกทม.ประมาณ 70,000 ราย ว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติขยายเวลาให้คนกลุ่มนี้ลงทะเบียนเข้าระบบไปถึงเดือนก.ย. ดังนั้นจึงขอให้นายจ้างนำแรงงานไปเข้าระบบให้ถูกต้อง เพื่อจะได้เข้าสู่มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโรคต่างๆ เพราะแม้ว่าเร็วๆ นี้โควิดอาจหมดไป แต่ยังต้องเฝ้าระวังโรคอื่นๆ ต่อไปด้วย เพราะหากมีโรคอยู่ในแรงงานที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ จะถือเป็นภัยของประเทศ จึงขอให้นายจ้างนำแรงงานเหล่านี้เข้าระบบ
ห่วงสมุทรปราการติดเชื้อพุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงสถานการณ์โควิดในเรือนจำและทัณฑสถานประจำวันว่า มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่จำนวน 280 ราย รักษาหายเพิ่ม 1,572 ราย เสียชีวิต 4 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 12,031 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำและทัณฑสถาน พบมีเรือนจำและทัณฑสถานที่ไม่พบการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 127 แห่ง โดยเริ่มพบแนวโน้มของผู้ต้องขังที่หายป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะนี้มียอดผู้ที่หายป่วย 17,833 ราย หรือกว่า 60% จากยอดผู้ป่วยสะสม 30,037 ราย ส่วนการฉีดวัคซีนได้ฉีดให้ผู้ต้องขังไปแล้ว 20,336 ราย ในเรือนจำและทัณฑสถาน จำนวน 11 แห่ง อยู่ระหว่างดำเนินการ 12 แห่ง&amp;quot; อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค. กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)? จะจัดประชุมใหญ่ของพรรคที่ จ.ขอนแก่นในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ ว่าการจะประชุมได้หรือไม่นั้น ทางจังหวัดทราบดีอยู่แล้วถึงวิธีปฏิบัติ รวมถึงเงื่อนไขต่างๆ และ จ.ขอนแก่นก็ไม่ได้เป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่สีแดงด้วย ก็สามารถดำเนินการได้ ในทางความมั่นคงไม่ได้มีปัญหาอะไร ที่ผ่านมาเราจะห่วงเฉพาะในพื้นที่สีแดงหรือแดงเข้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าหากพรรค พปชร.ประชุมได้ก็อาจจะทำให้เป็นตัวอย่างให้พรรคการเมืองอื่นๆ สามารถประชุมในจังหวัดต่างๆได้ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ก็ทำได้ถ้าดำเนินการถูกต้องตามข้อจำกัดของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน จ.สมุทรปราการ นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อโควิดใน จ.สมุทรปราการ จำนวน 491 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 459 ราย&amp;nbsp; อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน 133&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราย, อำเภอพระประแดง จำนวน 17 ราย,&amp;nbsp; อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จำนวน 31 ราย,&amp;nbsp; อำเภอบางพลี จำนวน 210 ราย, อำเภอบางบ่อ จำนวน 10 ราย, อำเภอบางเสาธง จำนวน 58 ราย, โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการจำนวน 32 ราย&amp;nbsp; เสียชีวิต 2 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 72 ปี และหญิงอายุ 78 ปี ทำให้เสียชีวิตสะสมรวม 102 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สมุทรสงคราม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตลาดปลาแม่กลอง ที่เป็นตลาดปลาขนาดใหญ่รองจากตลาดปลาสมุทรสาคร มีคนงานไทยและต่างด้าวรวมกว่า 1,000 คนที่เข้า-ออกสะพานปลาแม่กลองแห่งนี้ เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นอีกกว่า 40 ราย และต้องตรวจสอบต่อไปจนครบ พร้อมมีคำสั่งปิดตลาดปลาแม่กลอง 3 วัน หากยังตรวจสอบไม่เสร็จและยังพบผู้ติดเชื้อมากขึ้น ก็ต้องสั่งปิดต่อไปจนกว่าจะปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ยะลา นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง ประชุมร่วมกับ นพ.สวรรค์ กาญจะนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเบตง หามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่อำเภอเบตง หลังวันนี้พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มรายใหม่ 14 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 44 ราย เสียชีวิตสะสม 1 ราย รักษาหายแล้ว 16 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่พบอยู่ในหมู่บ้านกำปงบารู หมู่ที่ 2 บ้าน กม.32 ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง โดยผู้ป่วยรายใหม่เชื่อมโยงกับบุคคลในครอบครัวและเพื่อนบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งทางศูนย์ปฏิบัติการอำเภอเบตงได้ดำเนินการสอบสวนโรคโดยแยกเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง จำนวน 11 ราย และกลุ่มเสี่ยงต่ำ จำนวน 80 ราย ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มได้ดำเนินการทำสวอบหาเชื้อทั้งหมดแล้วจนทราบผลในวันนี้เพิ่มอีก 3 ราย ที่ติดเชื้อภายในหมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอเบตงได้ออกคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคห้ามบุคคลเดินทางเข้า-ออกในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ซึ่งหมู่บ้านกำปงบารู หมู่ที่ 2 บ้าน กม.32 ตำบลอัยเยอร์เวง ซึ่งมีอยู่จำนวน 20 หลังคาเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรค จ.พระนครศรีอยุธยา มีมติให้ควบคุมการแพร่ระบาดในแคมป์คนงานก่อสร้างห้างสรรพสินค้า 28 วัน ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.-6 ก.ค.2564 โดยประเมินว่าทุกคนที่อยู่ในแคมป์คนงานแห่งนี้เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และให้ทางบริษัทจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อที่จะใช้ที่พักเป็นที่ดูแลผู้ติดเชื้อ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง รวมทั้งให้คณะกรรมการควบคุมโรคจัดระบบบัญชาการพื้นที่ นอกจากนี้ ในการควบคุมพื้นที่และดูแลความปลอดภัย มอบให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและฝ่ายป้องกัน โดยทำการซีลปิดกั้นห้ามเข้า-ออกสถานที่แคมป์คนงาน 28 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการตรวจคัดกรองกลุ่มผู้ค้าหาบเร่บริเวณดังกล่าว พบว่ามีการติดเชื้อแล้ว&amp;nbsp; ทางพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ดำเนินการติดตามผู้ค้ารถเร่ทั้งหมดมาเข้าระบบการกักตัว สั่งปิดตลาดนัดที่อยู่บริเวณโดยรอบพร้อมกัน ยังพบว่ามีอีก 9 บริษัทที่มาร่วมก่อสร้างห้างสรรพสินค้า โดยได้ดำเนินการตรวจเชิงรุกกว่า 1,500 คนแล้ว&amp;quot; ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่ นพ.อำพร เอี่ยมศรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่วาง ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามเชียงใหม่ กล่าวว่า การระบาดเชื้อไวรัสโควิดในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จนต้องเปิดโรงพยาบาลสนามเชียงใหม่ เพื่อรับผู้ติดเชื้อเข้าพักรักษาตัวมาตั้งแต่วันที่ 9&amp;nbsp; เม.ย.2564 โดยได้รักษาผู้ป่วยกว่า 2,500 ราย ต่อเนื่องมาตามลำดับ ซึ่งในวันนี้ทางโรงพยาบาลสนามเชียงใหม่ได้ส่งออกผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วกลับบ้านจำนวน 2 รายสุดท้าย?เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าในวันที่ 15 มิ.ย.จะมีการถอนอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานออกจากพื้นที่ได้ทั้งหมด เพื่อกลับไปให้บริการตามโรงพยาบาลที่สังกัดตามเดิม แต่ทั้งนี้จะยังคงสภาพโรงพยาบาลสนามไว้ทั้งหมด จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. เนื่องจากในช่วงนี้ยังเป็นช่วงที่ยังคงเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จากนั้นจะได้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ เก็บอุปกรณ์ทั้งหมด และส่งคืนพื้นที่ให้แก่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ เพื่อใช้งานตามปกติต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105862</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ติดเชื้อใหม่, ปูพรมตรวจแคมป์ก่อสร้าง, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แคมป์ก่อสร้าง, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0d129ac064.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
