<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯภูเก็ตลงนามสั่งคุมเข้มแคมป์คนงาน โรงงาน  ลุย ATK หวั่นโควิดลามไม่หยุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64- &amp;nbsp;นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งมีลักษณะเป็นกลุ่มก้อนที่เชื่อมโยงกับผู้ใช้แรงงานและแรงงานต่างด้าวที่พักอาศัยในแคมป์ที่พัก โรงงาน หรือสถานประกอบการ &amp;nbsp;โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 48/2564 เมื่อวันที่14 สิงหาคม 2564 จึงลงนามคำสั่งที่ 4652/2564 ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2564 &amp;nbsp;กำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)ในแคมป์ที่พัก โรงงาน หรือสถานประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาระสำคัญ &amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำหนดให้แคมป์ที่พัก โรงงาน สถานประกอบการ ที่มีแรงงานไทยและต่างด้าวพักอาศัยหรืออยู่ในความดูแล ให้ทำงานประจำในสถานที่ทำงานที่ใดที่หนึ่ง หลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายแรงงานไปทำงานหลายที่ในคราวเดียวกัน โดยยังสามารถดำเนินกิจการได้ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ให้แคมป์ที่พักโรงงาน สถานประกอบการทำการสุ่มตรวจแรงงานโดยวิธี ATK (Antigen Test Kit)ตามแนวทาง Bubble &amp;amp; Seal เพื่อป้องกันและควบคุม COVID - 19 ในสถานประกอบกิจการแนบท้ายคำสั่งนี้ &amp;nbsp;กรณีพบผู้มีผลบวกน้อยกว่าร้อยละ 10 ให้แยกแรงงานที่ผลเป็นบวกออกมาพักกักตัวในสถานที่ที่เตรียมไว้ &amp;nbsp;สำหรับแรงงานที่ผลการตรวจเป็นลบ ให้สามารถทำงานต่อได้ และให้มีการสุ่มตรวจทุกหนึ่งสัปดาห์ โดยผู้ที่มีอาการ ให้ปรึกษาแพทย์/เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เพื่อพิจารณาให้การรักษาหรือรับการรักษาตัว
ที่โรงพยาบาลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้แคมป์ที่พัก โรงงาน สถานประกอบการ ต้องมีการเตรียมสถานที่พักกักตัวแรงงาน กรณีพบผู้มีผล ATK positive (ผลการตรวจด้วย Antigen Test Kit เป็นบวก) ในสถานประกอบการ มากกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนแรงงานในสถานประกอบการนั้น โดยจะจัดที่พักกักตัวในลักษณะห้องแยกหรือห้องรวมก็ได้ตามบริบทของพื้นที่ โดยให้มีการพักกักตัวของแรงงานทุกคนเป็นระยะเวลา 14 วันนับตั้งแต่วันที่ตรวจพบเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ให้แคมป์ที่พัก โรงงาน สถานประกอบการ ที่สามารถจัดหาที่พักในสถานที่ทำงานได้ให้แยกตัวผู้ที่ตรวจพบเชื้อโควิด - 19 เข้าอยู่ในที่พักนั้น กรณีที่ไม่สามารถจัดหาที่พักในสถานที่ทำงานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้จัดพาหนะรับ - ส่ง ระหว่างสถานที่ทำงานกับที่พักในลักษณะของ Seal Route คือ เดินทางระหว่างสถานที่ทำงานกับที่พักโดยห้ามมีให้ออกนอกเส้นทางหรือแวะระหว่างทางโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ให้แคมป์ที่พัก โรงงาน สถานประกอบการ ดูแลแรงงานที่ถูกกักตัวในพื้นที่จัดเตรียมไว้โดยให้ดูแลเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกให้เรียบร้อย โดยปฏิบัติตามคำสั่งหรือประสาน
การปฏิบัติกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ ส่วนเรื่องยาและเวชภัณฑ์เบื้องต้น ให้ประสานไปทางโรงพยาบาลภาครัฐในพื้นที่ที่รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. กลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในลักษณะแคมป์ที่พัก โรงงาน หรือสถานประกอบการที่มีนายจ้างดูแลโดยตรง หากตรวจ ATK (Antigen Test Kit) พบผลบวก ให้ประสานศูนย์ CI (Community Isolation) แต่ละพื้นที่ หรือศูนย์ CI &amp;nbsp;ระดับจังหวัด หมายเลขโทรศัพท์ 09 9314 &amp;nbsp;4838 เพื่อนำตัวมาแยกพักดูแลรักษาในศูนย์ดูแลผู้ป่วยโควิด - 19 ชุมชน CCC (COVID - 19 Care Center) ตามพื้นที่นั้น ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จัดเตรียมศูนย์ดูแลผู้ป่วยโควิด - 19 ชุมชน CI(Community Isolation) ทุกตำบล โดยอำเภอร่วมวางแผนและกำกับดูแล และประสานกับโรงพยาบาลภาครัฐในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. การควบคุมกำกับดูแลแรงงานคนไทยหรือแรงงานต่างด้าวในแคมป์ที่พัก โรงงานสถานประกอบการ ห้ามมิให้รวมกลุ่มมั่วสุมดื่มสุราหรือรับประทานอาหารร่วมกัน ที่ไม่เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด และให้ปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T-A โดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา51 &amp;nbsp;ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือมาตรา52 &amp;nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113551</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ วุ่นซิ้ว, ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, แคมป์คนงาน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b00b18ed8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกหนึ่งพลังคนบันเทิง&#039;แซมมี่&#039;ปันน้ำใจช่วยพี่น้องแคมป์คนงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนางเอกสาวใจบุญ แซมมี่ เคาวเวลล์ ขอเป็นอีกเป็นอีกหนึ่งกำลังใจเล็ก ๆ ในการช่วยเหลือพี่ ๆ น้อง ๆ ในยามวิกฤต ส่งมอบกุนเชียงอบกรอบฝีมือ คุณแม่น้อย ให้แก่ แคมป์คนงานก่อสร้างสุขุมวิท 13 (JWS) และแคมป์คนงานพระรามเก้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย แซมมี่ ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่านอินสตาแกรม พร้อมส่งกำลังใจให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าทุกคน ว่า &amp;ldquo;มี่และคุณแม่ ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังในการช่วยเหลือโดยส่งกุนเชียงอบกรอบ @maenoi_kitchen ไปให้พี่ ๆ น้อง ๆ ที่แคมป์คนงานสุขุมวิท 13 (JWS) และแคมป์คนงานพระรามเก้า ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตอนนี้ และมี่ขอเป็นหนึ่งกำลังใจเล็กๆ ให้เจ้าหน้าที่ด่านหน้าทุกท่าน รวมถึงผู้ประสบภัย โควิด-19 ทุกท่านเข้มแข็ง และมีกำลังใจผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกันนะคะ ขอบคุณพี่ @rinsarinya มากๆเลยค่าา นำทัพเป็นธุระจัดการในการแจกจ่ายครั้งนี้ด้วยนะคะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109843</URL_LINK>
                <HASHTAG>ส่งมอบกุนเชียง, แคมป์คนงาน, แซมมี่ เคาวเวลล์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60f017624d8f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนธิกำลังทหาร ตร. เทศกิจ ตั้งชุดปฏิบัติการคุมแคมป์คนงาน-ด่านตรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64 - พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ได้มีการจัดกำลังพลสนับสนุนการจัดตั้งจุดตรวจ/ด่านตรวจร่วม เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายแรงงานในพื้นที่เสี่ยงของกรุงเทพมหานครโดยแต่ละแคมป์ในพื้นที่ทั้ง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เขตกรุงเทพฯ สนธิกำลัง ดังนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย เจ้าหน้าที่ทหาร 2 นาย เจ้าหน้าที่เทศกิจ 2 นาย เจ้าหน้าที่ของบริษัท และเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง ดูแล575แคมป์งานที่ได้รับมอบหมาย โดยแบ่งเขตความรับผิดชอบ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองบัญชาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp;(บก.ศปม.) ดูแลรับผิดชอบ จำนวน 72 แคมป์ ใน 6 เขต ของพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพบก (ศปม.ทบ.) ดูแลรับผิดชอบ จำนวน 322 แคมป์ ใน 27 เขต ของพื้นที่เขตกรุงเทพฯ กลาง,&amp;nbsp;กรุงเทพฯ ตะวันออก,&amp;nbsp;กรุงเทพฯ เหนือ,&amp;nbsp;กรุงเทพฯ ใต้ และกรุงธนฯ เหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพเรือ (ศปม.ทร.) ดูแลรับผิดชอบ จำนวน 106 แคมป์ ใน 11 เขต ของพื้นที่เขตกรุงธนฯเหนือ และกรุงธนฯ ใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพอากาศ (ศปม.ทอ.) ดูแลรับผิดชอบ จำนวน 75 แคมป์ ใน 6 เขต ของพื้นที่เขตกรุงเทพฯ ตะวันออก และกรุงเทพฯ เหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงตำรวจ (ศปม.ตร.) ดูแลรับผิดชอบ จำนวน 309 แคมป์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในกรณีความห่วงใยของสังคมต่อการดูแลแรงงานภายในแคมป์ก่อสร้างในพื้นที่ต่าง ๆ นั้น ปัจจุบันศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp;(บก.ศปม.) ได้ดูแลรับผิดชอบในเรื่องการป้องกันการเคลื่อนย้ายแรงงาน พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่แคมป์ก่อสร้างในพื้นที่ต่าง ๆ ในส่วนของกระทรวงแรงงาน รับผิดชอบในเรื่องการดูแลความเป็นอยู่ของแรงงานในภาพรวม และกระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบในด้านการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค และการดูแลรักษาผู้ป่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งนับจากวันที่ได้มีการประกาศมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด 19 นั้น พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ผบ.ทสส./หน.ศปม.) ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญในการดูแลด้านชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มแรงงานที่อาศัยในแคมป์ เพื่อให้แรงงานที่กักตัวในแคมป์สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่เดือดร้อนไปจนกว่าจะครบกำหนดประกาศผ่อนคลายมาตรการในระยะต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่ากองทัพจะปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มขีดความสามารถ และพร้อมเคียงข้างดูแลประชาชนไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108066</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการกองทัพไทย, ศปม., แคมป์คนงาน, แรงงาน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dafa8306fa8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทบ. กำชับคุมแคมป์คนงาน 10 จังหวัด ให้หน่วยทหารอุดหนุนผู้ประกอบการร้านค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64 - พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่ ศบค. ได้ออกประกาศข้อกำหนดฉบับที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เกี่ยวกับมาตรการเร่งด่วนเพื่อสกัดกั้นการระบาดในพื้นที่เป้าหมายเฉพาะ ควบคุมที่พักแรงงานและเขตก่อสร้างที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;ใน กทม.&amp;nbsp;ปริมณฑล และ จชต. รวม&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัด มีผลตั้งแต่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;64&amp;nbsp;และศูนย์ปฏิบัติการด้านความมั่นคงกองทัพบก ได้รับมอบภารกิจให้เข้าควบคุมดูแลพื้นที่แคมป์คนงานตามมาตรการดังกล่าวนั้น&amp;nbsp;พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ได้กำชับให้ทุกกองทัพภาคบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบและสนับสนุนในมาตรการดังกล่าวอย่างเต็มขีดความสามารถเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการควบคุมพื้นที่ให้มีความปลอดภัยในการป้องกันเชื้อ ทั้งกับคนงานและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ที่ต้องดำรงมาตรการพิทักษ์พลอย่างเคร่งครัด เพื่อร่างกายแข็งแรงพร้อมปฏิบัติภารกิจ ควบคู่ไปกับการขอความร่วมมือให้ทุกส่วนในพื้นที่เสี่ยงปฏิบัติตามมาตรการเร่งด่วนของ ศบค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในพื้นที่ กทม. ซึ่งกองทัพบกได้รับมอบหมายให้ดูแลใน&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เขตนั้น กองทัพบกโดยกองทัพภาคที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ได้จัดกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเทศกิจเข้าดูแลควบคุมแคมป์ที่เกิดการแพร่ระบาดตามที่ กทม. กำหนดแล้ว&amp;nbsp;45&amp;nbsp;แห่ง สำหรับในเขตปริมณฑลและ จชต. กองทัพภาคที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ก็ได้ดำเนินการร่วมกับทางจังหวัดตรวจสอบพื้นที่เพื่อควบคุมแคมป์คนงานที่เกิดคลัสเตอร์ในรูปแบบเดียวกัน รวมทั้งการจัดตั้งจุดตรวจร่วมควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามพื้นที่ในช่วง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วันจากนี้ โดยรัฐบาลได้ให้ความเร่งด่วนในการฉีดวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการบรรเทาและช่วยเหลือประชาชน ผู้บัญชาการทหารบกยังได้กำชับให้หน่วยทหารเข้าช่วยอุดหนุนผู้ประกอบการร้านค้าที่ได้รับผลกระทบในช่วงมาตรการเฉพาะด้วย พร้อมมองว่าในสถานการณ์&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;ในปัจจุบันทุกภาคส่วนต้องร่วมกันจำกัดการแพร่ระบาดและปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ลดจำนวนผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษา รวมทั้งผู้เสียชีวิต ซึ่งในห้วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือนที่ผ่านมาในพื้นที่ กทม. กองทัพบกได้อนุเคราะห์ฌาปนสถาน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง เพื่อจัดพิธีเผาศพให้กับผู้เสียชีวิตจาก&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;แล้วถึง&amp;nbsp;232&amp;nbsp;ราย ล่าสุด กองทัพบกจะได้ประสานกับวัดต่าง ๆ ในพื้นที่ กทม. เพื่อร่วมเป็นสถานที่จัดพิธีเผาศพผู้เสียชีวิตจาก&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;โดยจะสนับสนุนเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ น้ำยาฆ่าเชื้อ ให้กับทางวัด เพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับญาติผู้เสียชีวิตและเป็นทางเลือกในการจัดพิธีศพต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการที่กองทัพบกจะดำเนินการรับทหารใหม่ ผลัด&amp;nbsp;1/64&amp;nbsp;ซึ่งหน่วยฝึก&amp;nbsp;ทหารใหม่ทั่วประเทศได้มีการเตรียมมาตรการป้องกัน&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การรายงานตัว การเดินทาง พิธีแรกรับเข้าสู่หน่วยทหาร ที่สำคัญจะมีการตรวจคัดกรองและเตรียมการด้านการแพทย์รองรับผู้ที่มารายงานตัวเข้าประจำการแล้วตรวจพบว่ามีการติดเชื้อ&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;รวมถึงการฉีดวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและทหารใหม่ โดยกองทัพบกเตรียมแผนฉีดวัคซีนให้กับทหารใหม่ทุกนายในสัปดาห์แรกที่เข้าประจำการ อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญกับการดูแลทหารกองประจำการให้เป็นไปแบบวิถีใหม่อย่างเคร่งครัด นอกเหนือจากการบ่มเพาะให้มีวินัยด้านการทหาร โดยมอบให้หน่วยทหารพิจารณาปรับรูปแบบการฝึกและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ภายในหน่วยทหารในทุกกิจการกิจกรรม รวมถึงการฝึกทหารกองประจำการทุกนายให้เกิดทักษะในเรื่องการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ ในการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108060</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, แคมป์ก่อสร้าง, แคมป์คนงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60daf7c954362.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ใช้กำลัง 2 พันนาย ตั้งด่าน-ตรวจแคมป์ ไม่พบเคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติการควบคุมแคมป์คนงาน และการเคลื่อนย้ายแรงงาน ใน 10 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด- 19) ที่ 6/2564 ว่า หลังจากที่มีการตั้งด่านยังไม่พบว่ามีการเคลื่อนย้ายแรงงาน ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล มีเพียงด่านในพื้นที่ สน.พหลโยธิน ที่พบการเคลื่อนย้ายแรงงานไปรักษาตัวจำนวน 3 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบแคมป์คนงานส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ&amp;nbsp; และยังมีแรงงานอาศัยอยู่ภายในจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองได้มีการสนธิกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง สำหรับวัตถุประสงค์ในการกำกับดูแลแรงงงานครั้งนี้ เพื่อต้องการไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานในช่วง 30 วัน ตามประกาศ เพื่อป้องกันการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; แต่ทั้งนี้ยอมรับว่ามีแรงงานบางส่วนได้มีเดินทางกลับภูมิลำเนา ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีอำนาจจับกุมดำเนินคดี เพราะยังไม่มีการประกาศใช้คำสั่งดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้กำลังตำรวจกว่า 2 พันนาย สนธิกำลังกับเจ้าหน้าฝ่ายความมั่นคงและ ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp; ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ในพื้นที่กรุงเทพฯ 6 จุด ภ.1 10 จุด ภ.7 8 จุด ภ.9 34 จุด และตรวจตราตามแคมป์คนงาน ซึ่งในกรุงเทพฯ มีจำนวน 298 แห่ง ปริมณฑล 5 จังหวัด มีจำนวน 805 แห่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108057</URL_LINK>
                <HASHTAG>แคมป์คนงาน, แคมป์คนงานก่อสร้าง, แรงงานต่างด้าว, ไซต์งานก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60daf27256b24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะมาตรการพิเศษเยียวยา 6 จังหวัดภายใน 1 เดือน วงเงิน 7.5 พันล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากโควิด-19 (ศบศ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมว่า ในการประชุมหารือกันในครั้งนี้เพื่อพิจารณาถึงการลดผลกระทบจากข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถารการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่25) ที่ประชุมฯได้พิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากประกาศฯฉบับที่ 25 ซึ่งโดยหลักได้แก่ผู้ประกอบการในธุรกิจก่อสร้าง และธุรกิจในร้านอาหารในพื้นที่ที่มีการออกมาตรการควบคุมสูงสุด 6 จังหวัดที่ออกมาตรการห้ามนั่งในร้านอาหาร ได้แก่ กทม.และปริมณฑลได้แก่ นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดนุชา กล่าวว่า โดยมาตรการที่ออกมาเป็นมาตรการพิเศษที่ออกมาในช่วงเวลา 1 เดือนในการดูแลทั้งแรงงาน ลูกจ้าง และนายจ้างทั้งในระบบและนอกระบบ โดยใช้วงเงินประมาณ 7.5 พันล้านบาท แบ่งเป็นเงินจากกองทุนประกันสังคม 3.5 พันล้านบาท และเงินกู้ตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูผลกระทบจากโควิด-19 วงเงิน 1 ล้านล้านบาทที่ยังมีวงเงินเหลืออยู่มาใช้จ่ายในส่วนนี้ ได้แก่ 1.มาตรการที่ช่วยเหลือลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมจะได้รับการจ่ายเงินค่าจ้างให้ในสัดส่วน 50% ของค่าจ้างแต่ไม่เกิน 7,500 บาทต่อคนต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.มาตรการในการช่วยเหลือลูกจ้างในระบบประกันสังคม ได้รับเงินช่วยเหลือพิเศษอีก 2,000 บาท เนื่องจากลูกจ้างบางส่วนได้รับผลกระทบจากการหยุดงาน หรือบางธุรกิจอาจไม่จ่ายเงินเดือนให้ในช่วงนี้รัฐจึงให้เงินเป็นกรณีพิเศษเพื่อช่วยเหลือในช่วงเวลานี้ 3.มาตรการในการช่วยเหลือนายจ้าง โดยนายจ้างจะได้รับเงินช่วยเหลือคนละ 3,000 บาทโดยเป็นการจ่ายรายหัวให้กับลูกจ้างที่อยู่ในสถานประกอบการจริงแต่ไม่เกิน 200 คน กำหนดระยะเวลา 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 4.ส่วนแรงงานที่อยู่นอกระบบประกันสังคม ซึ่งรัฐบาลมีฐานข้อมูลจากแอพพลิเคชั่นถุงเงิน ในกรณีที่ผู้ประกอบการและแรงงานที่ไม่อยู่ในระบบก็ให้เข้ามาอยู่ในระบบเพื่อรับสิทธิโยชน์ในส่วนนี้ โดยในระยะเวลา 1 เดือน กระทรวงแรงงานจะอำนวยความสะดวกให้มีการลงทะเบียนโดยนายจ้างพาลูกจ้างไปลงทะเบียนก็จะได้เงิน 3,000 บาท และลูกจ้างก็จะได้เงิน 2,000 บาทเช่นเดียวกัน แต่จะไม่ได้ให้ค่าชดเชยการว่างงานฉุกเฉินในสัดส่วน 50% และในจำนวนนี้แรงงานจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือการว่างงานสุดวิสัยเนื่องจากยังจ่ายสมทบประกันสังคมไม่ถึง 6 เดือนตามกฎหมายประกันสังคม โดยในส่วนที่ไม่มีลูกจ้างก็ได้รับเงินเฉพาะ 3,000 บาทโดยลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นถุงเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ประชุมฯยังได้มีการหารือกันถึงเรื่องการขอความร่วมมือจากสมาคมก่อสร้างให้ประสานกับสมาคมภัตราคารและร้านอาหารต่างๆเพื่อให้ซื้ออาหารจากผู้ประกอบการเหล่านี้ไปให้กับคนงานที่อยู่ในแคมป์ก่อสร้างเพื่อช่วยเหลือกลุ่มร้านอาหารด้วย&amp;rdquo;นายดนุชา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ สศช.ยังกล่าวด้วยว่ารัฐบาลจะไม่มีการเลื่อนโครงการคนละครึ่ง เพื่อรักษาระดับการบริโภคของประชาชนหลังจากที่มีกาารออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่าแรงงานในระบบที่ได้รับผลกระทบจากประกาศฉบับที่ 25 ใน 6 จังหวัดมีประมาณ 6.9 แสนคน ส่วนแรงงานต่างด้าวประมาณ 9 หมื่นคน ส่วนแรงงานนอกระบบนั้นต้องดูเรื่องการมาลงทะเบียนที่จะเปิดแต่คิดว่าไม่มากนัก ที่จะมากอาจเป็นร้านอาหารที่ไม่เคยขึ้นทะเบียนเลยก้ต้องรีบมาลงทะเบียน โดยในส่วนที่จะเริ่มจ่ายเงินให้กับคนงานคาดว่าจะเริ่มได้ในวันที่ 6 ก.ค.นี้ แรงงานนอกระบบที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมไม่ได้มีการสมทบเงินไว้ จึงไม่ได้ส่วนที่จ่ายชดเชยการว่างงาน แต่การมาลงทะเบียนของแรงงาน และร้านค้าที่ยังไม่เคยอยู่ในระบบรัฐบาลก็จะช่วยเหลือ โดยแรงงานได้ 2,000 บาท และร้านค้าให้ได้ 3,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยส่วนนี้แรงงานที่เป็นต่างด้าวจะไม่ได้เงินช่วยเหลือเนื่องจากเงินส่วนนี้ใช้จากเงินกู้ฯมีเงื่อนไขว่าต้องไปช่วยเหลือคนไทย ส่วนที่จำกัดการจ่ายเงินให้ผู้ประกอบการแต่ละสถานประกอบการไม่เกิน 200 คนนั้นเนื่องจากใช้เกณฑ์การช่วยเหลือเอสเอ็มอีเป็นหลัก แม้จะเป็นสถานประกอบการขนาดใหญ่รัฐบาลก็จะช่วยเหลือไม่เกิน 200 คน เพราะขณะนี้ธุรกิจขนาดใหญ่เช่นธุรกิจรถยนต์นั้นมีผลประกอบการที่ดีไม่ได้รับผลกระทบมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวว่า สำหรับกรณีปิดแคมป์คนงานต่างชาติที่ประกาศว่าเป็นระยะเวลา 1 เดือนระหว่างนี้จะมีการเร่งการฉีดวัคซีน และการตรวจเชิงรุกโดยระยะต่อไปเมื่อมีการฉีดวัคซีนและตรวจได้มากๆแล้วสามารถพิจารณาปลดล็อกให้เป็นแคมป์ๆไปได้ แต่ต้องเอาเข้าสู่การพิจารณาของศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบค.)ก่อนจะอนุญาตให้เปิดก่อนกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ามาตรการดังกล่าวจะเข้าสู่การประชุมของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 29 มิ.ย. เพื่อให้ครม.เห็นชอบในหลักการ และในสัปดาห์ต่อไปจะเข้าสู่ที่ประชุมของ ครม.อีกครั้งเพื่ออนุมัติวงเงิน ซึ่งในส่วนของวงเงินที่รัฐบาลจะใช้ 4,000 ล้านบาทจากเงินกู้ฯนั้นจะผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ฯก่อนจะมาเข้าครม.ตามขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวว่า มาตรการที่ออกมาเป็นมาตรการพิเศษให้กับ 6 จังหวัด ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการในครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงแรงงาน กทม. จะร่วมกันทำงานเชิงรุกในช่วงระยะเวลา 1 เดือนนี้ ทั้งการป้องกันการแพร่ระบาด การตรวจเชิงรุก และการเร่งรัดการฉีดวัคซีน เพื่อคุมการระบาดให้ได้ใน 1 เดือน โดยมีเป้าหมายว่าจะทำให้การแพร่ระบาดใน 10 จังหวัดลดลงให้ได้ภายในระยะเวลา 1 เดือน โดยมีเป้าหมายทำให้ผู้ระบาดรายใหม่ลดน้อยลงเหลือต่ำกว่า 10 คนต่อวันให้ได้เหมือนใน 50 จังหวัดที่การแพร่ระบาดเหลือน้อยมาก ที่ประชาชนจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็ว ส่วนที่ต้องให้การช่วยเหลือก็จะมีมาตรการโดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการที่ออกมาในครั้งนี้ต้องการดูแลทั้งลูกจ้าง นายจ้าง ในระบบ และนอกระบบ เพื่อให้ได้รับการดูแลในช่วงที่มีสถาการณ์และมีมาตรการในส่วนนี้ออกมา ส่วนมาตรการอะไรที่เป็นมาตรการในภาพใหญ่ทั้งประเทศก็จะเดินหน้าต่อ คือมาตรการคนละครึ่ง มาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้อันนี้ยังเป็นไปตามกำหนด ตามกติกาเดิมที่ได้ประกาศไว้ไม่ได้เลื่อน&amp;rdquo;นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107948</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร้านอาหาร, เยียวยาโควิด, แคมป์คนงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9c1162af26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มท.1&#039; กำชับผู้นำท้องถิ่น อสม. เข้มงวดแรงงานกักตัวที่บ้าน คาดเชื้อไม่แพร่กระจาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;(มท.)&amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลแรงงานที่ข่าวว่ามีการเคลื่อนย้ายออกต่างจังหวัดไปจำนวนมาก&amp;nbsp;ว่าอันดับแรกเรามีนโยบายให้แรงงานอยู่ในแคมป์&amp;nbsp;ไม่ให้เคลื่อนย้าย&amp;nbsp;ส่วนการเยียวยาก็จะให้เฉพาะคนที่อยู่ในแคมป์&amp;nbsp;กรณีมีการเคลื่อนย้ายไปต่างจังหวัด&amp;nbsp;เฉพาะแรงงานไทยที่จะต้องถูกกักตัวที่บ้าน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ไม่ให้ออกไปไหน&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของเชื้ออีก&amp;nbsp;ซึ่งทุกพื้นที่จะเป็นอย่างนี้หมดไม่มีใครยอม&amp;nbsp;โดยกระทรวงมหาดไทยจะกำชับไปในพื้นที่ทั้งกำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน&amp;nbsp;(อสม.)&amp;nbsp;จะต้องเข้มงวด&amp;nbsp;ฉะนั้น&amp;nbsp;ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดการแพร่เชื้อ&amp;nbsp;จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการรายงานถึงผลเสียอะไรออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ส่วนที่มีสื่อไปเผยแพร่ว่ามีแรงงานออกมาซื้อข้าวของ&amp;nbsp;ส่วนนี้ถือเป็นความยากลำบาก&amp;nbsp;เพราะระบบยังไม่มีความพร้อม&amp;nbsp;เนื่องจากเพิ่งจะมีคำสั่งออกมาโดยการดูแลเรื่องการกินอยู่ของแรงงานนั้น&amp;nbsp;วันนี้ได้หารือกัน&amp;nbsp;โดยที่ประชุมศบศ.&amp;nbsp;ได้ให้ทำงานบูรณาการกันระหว่าง&amp;nbsp;สมาคมทางด้านอาหาร&amp;nbsp;และผู้ประกอบการก่อสร้าง&amp;nbsp;ให้ร้านอาหารต่างๆ&amp;nbsp;ทำอาหารไปแจกจ่ายตามแคมป์ก่อสร้างเพื่อแก้ปัญหาทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ก็มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมได้ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;จากสถานการณ์ปัจจุบันต้องยอมรับว่า&amp;nbsp;ที่มีปัญหาคือแคมป์ก่อสร้าง&amp;nbsp;ทั้งในต่างจังหวัด&amp;nbsp;และปริมณฑลมีหลายร้อยแคมป์&amp;nbsp;ฉะนั้นจะต้องควบคุมให้ได้&amp;nbsp;หากยังปล่อยให้เกิดการเคลื่อนย้ายก็จะคุมไม่อยู่และจะทำให้มีปัญหาเรื่องเตียงไม่เพียงพออีก ฉะนั้นจึงต้องหยุดการเคลื่อนที่ทั้งหมด&amp;nbsp;โดยไม่ให้เคลื่อนย้ายไปต่างจังหวัด&amp;nbsp;แต่จะให้อยู่ในแคมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า&amp;nbsp;จะต้องควบคุมแคมป์คนงานในต่างจังหวัดด้วยหรือไม่&amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เราจะคุมทั้งหมดในพื้นที่สีแดง&amp;nbsp;และทุกพื้นที่จะต้องเข้มงวดไม่ให้มีแรงงานออกจากแคมป์&amp;nbsp;ถ้าพบว่าออกไป&amp;nbsp;ก็จะต้องถูกกักตัว&amp;nbsp;ตนเชื่อมั่นว่า&amp;nbsp;ต่างจังหวัดจะมีความเข้มงวดไม่ให้แรงงานเหล่านี้เข้าไปอยู่พื้นที่ทั้งสิ้น&amp;nbsp;ยืนยันว่า&amp;nbsp;จะไม่มีการไปแพร่เชื้อในต่างจังหวัด สิ่งที่อยากเน้นคือ&amp;nbsp;เมื่อเขาออกไปจากพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดอยู่&amp;nbsp;ถ้าเขามีเชื้อ&amp;nbsp;และถูกกักตัว&amp;nbsp;เชื้อก็จะไม่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สื่ออย่าไปลงว่า&amp;nbsp;เมื่อแรงงานที่อาจจะมีเชื้อไปต่างจังหวัด&amp;nbsp;แล้วจะทำให้แดงไปทุกจังหวัด&amp;nbsp;มันไม่ใช่&amp;nbsp;เพราะต้องดูให้ละเอียด&amp;nbsp;เพราะเราคุ้นเคยกับโควิด&amp;nbsp;มาตั้งแต่ระลอกแรก&amp;nbsp;พอปิดกทม.&amp;nbsp;หมด&amp;nbsp;ประชาชนก็หนีออกไปต่างจังหวัด&amp;nbsp;ยอดผู้ติดเชื้อก็จะขึ้น&amp;nbsp;แต่ไม่มีการแพร่ระบาดในจังหวัดนั้นๆ&amp;nbsp;นี่คือจุดที่เราเห็นว่าเราน่าจะคุมได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;นโยบายขณะนี้ไม่อยากให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน&amp;nbsp;แรงงานต่างด้าวเราคงจะคุมได้&amp;nbsp;แต่แรงงานของไทยมีทั้งนอนในแคมป์&amp;nbsp;และนอนที่บ้าน&amp;nbsp;ถ้าปิดแคมป์&amp;nbsp;เขาก็อยากกลับบ้าน&amp;nbsp;ซึ่งกลับไปก็ต้องโดนกักตัว&amp;nbsp;ที่ไม่ใช่ลักษณะของ&amp;nbsp;quarantine&amp;nbsp;แต่เป็นลักษณะการกักตัวที่บ้าน&amp;nbsp;เป็นการคุมไว้สำหรับสังเกตอาการ&amp;nbsp;ไปไหนไม่ได้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามกรณีการป้องกันแรงงานในบริเวณชายแดนได้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราป้องกัน&amp;nbsp;หากมีการลักลอบเข้ามาก็จับ&amp;nbsp;ทั้งนี้ในการประชุมกระทรวงแรงงานได้เสนอว่า ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้แรงงานจะให้เข้ามาให้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;แต่เราก็ต้องคุยกับ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเทศนั้นด้วย&amp;nbsp;แล้วเมื่อเข้ามาต้องมีมาตรการกักตัว&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการลักลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมายและจะช่วยในการจัดการการแพร่เชื้อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า&amp;nbsp;มท.&amp;nbsp;จะต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่พิเศษ&amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตอนนี้ที่ทำงานต้องระดมหมดเลย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เรื่องแคมป์คนงานต้องทหาร&amp;nbsp;ตำรวจและมท.&amp;nbsp;เพราะ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัดก็หลายร้อยแคมป์&amp;nbsp;ซึ่งต้องช่วยกันหมดทุกหน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ถึงความคืบหน้าของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วหรือไม่พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp;แต่จะฉีดได้มากน้อยเพียงใดก็เหมือนกับกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง&amp;nbsp;และกลุ่มผู้สูงอายุ&amp;nbsp;แล้วยอมรับว่ายังฉีดไม่ได้หมด&amp;nbsp;เพราะการจะฉีดมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับวัคซีนที่มีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทำงานกันเต็มกำลังแล้วใช่หรือไม่&amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;กล่าวว่าคิดว่าตรึง&amp;nbsp;ก็คือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและแพทย์&amp;nbsp;โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ในพื้นที่สีแดงจะตรึงเพราะการสร้างโรงพยาบาลสนามไม่ใช่มีแต่การสร้างเตียง&amp;nbsp;แต่มีบุคลากรสธ.เข้ามาทำงานด้วย&amp;nbsp;ขณะเดียวกันบุคลากรสธ.ต้องป้องกันตัวเองด้วย&amp;nbsp;ส่วนเจ้าหน้าที่ในส่วนอื่นเชื่อว่าระดมได้&amp;nbsp;แล้วช่วงนี้ให้ทหารมาคุมหน้าแคมป์คนงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าขณะนี้ประชาชนไม่เข้าใจการทำงานของรัฐบาลจำนวนมาก&amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า&amp;nbsp;ก็ต้องค่อยๆสื่อสาร&amp;nbsp;เพราะโควิดเป็นเรื่องซับซ้อน บางทีสื่อถามตน ยังไม่แน่ใจว่าสื่อเข้าใจหมดหรือไม่&amp;nbsp;เพราะเป็นเรื่องยาก&amp;nbsp;และยิ่งมีการตั้งคำถามว่ากลัวจะเป็นอย่างนี้กลัวจะเป็นอย่างนั้นยิ่งทำให้ยุ่งกันไปใหญ่&amp;nbsp;และเมื่อรัฐบาลทำมาตรการอะไรไปก็จะมีคำถามตามมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ารัฐบาลจะจำเป็นต้องสื่อสารให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด&amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ยืนยันรัฐบาลสื่อสารชัดเจนไม่มีปัญหา&amp;nbsp;เพราะที่ผ่านมาก็แก้ตามสถานการณ์&amp;nbsp;แต่ตอนนี้ปัญหาเกิดจากแคมป์ก่อสร้างติดเชื้อมาก&amp;nbsp;มากเสียจนระบบสาธารณสุขจะรับไม่ได้&amp;nbsp;ยกตัวอย่างกทม.ป่วยเป็นพันๆคน&amp;nbsp;และคนที่ป่วยทุกคนก็อยากอยู่โรงพยาบาลทั้งนั้น&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเขียว&amp;nbsp;เหลือง แดง เขาอยากอยู่ทั้งนั้น&amp;nbsp;พอเราจัดไม่ทันต้องรอก็เริ่มมีปัญหาแล้ว&amp;nbsp;ดังนั้นจึงต้องหาวิธีหยุดให้ได้&amp;nbsp;เพราะถ้ายังเพิ่มวันละพัน&amp;nbsp;แม้จะทำโรงพยาบาลสนามได้ แต่บุคลากรทางการแพทย์ก็มีจำนวนไม่เพียงพอ&amp;nbsp;ดังนั้นแคมป์คนงานจำเป็นจะต้องหยุดก่อนร่วมทั้งชุมชน&amp;nbsp;จะต้องเข้มงวดด้วยและต้องตรวจเชิงรุก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า&amp;nbsp;กังวลถึงการสื่อสารที่ไม่เข้าใจ&amp;nbsp;ทำให้เกิดการเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก&amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เรามีหน้าที่สร้างความเข้าใจและอย่านึกว่าเรื่องโควิดเป็นเรื่องที่แก้กันง่ายๆ&amp;nbsp;ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่แก้ง่ายมันยากมันซับซ้อน&amp;nbsp;เพราะฉะนั้นทุกคนต้องเข้าใจ ตนคงไม่ต้องยกตัวอย่างของหลายประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งเขามีปัญหาทั้งนั้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;วัคซีน&amp;nbsp;การรักษาอาการก็มีปัญหา&amp;nbsp;ประเทศชั้นนำก็ทราบดีว่ามีปัญหา&amp;nbsp;ซึ่งเราก็ต้องแก้ไขปัญหาไป&amp;nbsp;และเราก็อยากให้ทุกคนได้รับความดูแลและอยากให้ทุกคนร่วมมือการป้องกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107917</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, แคมป์คนงาน, แรงงานต่างด้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9887742d37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
