<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เด่นคุณ งามเนตร’ชวนเพื่อนทำอาหารช่วยแคมป์คนงาน-ผู้ประสบภัยโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระเอกหนุ่ม &amp;ldquo;เด่นคุณ งามเนตร&amp;rdquo; ชวนเพื่อนๆลงมือทำข้าวกล่องร่วมกว่า 200 กล่อง และแจกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือเพื่อความสะอาดปลอดภัย ลงพื้นที่แจกผู้ประสบภัยจากแคมป์คนงานที่ได้รับผลกระทบเรื่องความเป็นอยู่และต้องหยุดงานขาดรายได้จากสถานการณ์วิกฤต ลั่นวาจาจะขอทำจนกว่าจะทำไม่ไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด &amp;ldquo;เด่นคุณ งามเนตร&amp;rdquo; พระเอกช่อง 3 ตัดสินใจชวนเพื่อนๆ นำโดย &amp;ldquo;แกรนด์-กรณ์ภัสสร ด้วยเศียรเกล้า&amp;rdquo; &amp;ldquo;เปา-เปาวลี พรพิมล&amp;rdquo; รวมถึงเพื่อนๆอีกหลายคนและผู้จัดการส่วนตัว ร่วมกันสมทบทุนจัดทำข้าวกล่องมื่อแบ่งปันส่งมอบให้แคมป์คนงานก่อสร้างแถวซอยวัชรพล ที่อยู่ในช่วงถูกกักตัวเพื่อเฝ้าระวังและหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นานร่วม 1 เดือน กับจำนวนคนงานทั้งหมดมีเกือบ 200 ชีวิต ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ เพราะชีวิตไม่ได้มีอิสระมีงานทำเหมือนเวลาปกติ ด้วยความพร้อมที่พอจะสามารถทำให้ได้พระเอกใจดี จึงตัดสินใจลงมือทำอาหารกล่อง ทั้งผัดมักกะโรนี ผัดไก่กระเทียมพริกไทยและข้าวผัดพริกแกง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด่นคุณ เล่าว่า &amp;ldquo;ครั้งนี้ได้ทำมื้อแบ่งปันลงพื้นที่แจกเป็นข้าวกล่องครับ พร้อมกับแจกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ให้กับพี่ๆที่แคมป์คนงานก่อสร้าง คือผมได้ขับรถผ่านเพราะอยู่แถวบ้านที่ซอยวัชรพล เห็นแล้วก็สัมผัสได้ว่าพวกเขาคงจะลำบาก อย่างเรื่องอาหาการกินและยังมีเด็กๆอีกด้วย ถูกกักตัวอยู่เป็นเวลานานไปไหนไม่ได้เลย ผมเลยคิดทำอาหารไปให้ ตอนนี้ก็เหมือนเปลี่ยนตัวเองมาเป็นร้านอาหารตามสั่งชั่วคราว ลงมือปรุงรส ผัดอาหาร และทำการบรรจุลงกล่องส่งมอบถึงที่ ก็จะนำไปวางไว้ให้โดยเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัยทั้งคนให้คนรับ แล้วพี่ๆก็จะมาหยิบกันไปเอง ไม่ค่อยถนัดเพราะเป็นครั้งแรกที่ทำอาหารเอง แต่เพื่อให้หลายๆคนได้อิ่มทั้งเด็กๆและผู้ใหญ่ก็จะทำไปจนกว่าจะทำไม่ไหวครับ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยก่อนหน้านี้เด่นคุณ &amp;nbsp;ได้เคยบริจาคช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์, จัดทำตู้ปันสุขให้กับชุมชน, มอบชุดอุปกรณ์ป้องกันตัวในการรักษาผู้ป่วยอย่างหน้ากากอนามัยและชุด PPE ให้กับโรงพยาบาล งานนี้ก็ต้องขออนุโมทนากับความใจบุญในครั้งนี้ด้วยจริงๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112499</URL_LINK>
                <HASHTAG>เด่นคุณ งามเนตร, เปาวลี พรพิมล, แกรนด์-กรณ์ภัสสร ด้วยเศียรเกล้า, แคมป์คนงานก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610e27ad5c952.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; ร้อง ผอ.ศบค.ฟันเจ้าของแคมป์คนงานก่อสร้าง หละหลวมป้องกันแพร่เชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องถึงพล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เพื่อขอให้ออกข้อกำหนดหรือมาตรการที่เด็ดขาดและบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเอาผิดเจ้าของหรือผู้ประกอบการหรือเจ้าของแคมป์คนงานก่อสร้าง ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดคลัสเตอร์การติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เนื่องจากการพบคลัสเตอร์ใหม่ๆ ที่มาจากแคมป์ก่อสร้างและโรงงานต่างๆเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่น &amp;nbsp;แคมป์ก่อสร้างหัวหิน จ.ประจวบฯ แคมป์คนงานนิคมฯโคราช แคมป์ก่อสร้างเกาะจันทร์ จ.ชลบุรี แคมป์ก่อสร้างบ้านฉาง จ.ระยอง และคลัสเตอร์จากโรงงานต่างๆ อาทิ โรงงานชิ้นส่วนอิเล็คทอนิกส์ จ.ฉะเชิงเทรา โรงงานน้ำตาลศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ โรงงานแปรรูปไก่บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ โรงงานในจ.สมุทรสาคร ปทุมธานี รวมทั้งใน กทม.ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า คลัสเตอร์ที่เกิดขึ้นใหม่ๆดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความหละหลวมของผู้ประกอบการหรือนายจ้างกิจการนั้นๆโดยชัดแจ้ง จากการตรวจสอบในเชิงลึกพบว่า ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการเหล่านั้นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นจำนวนมาก เนื่องจากมีความพยายามที่จะปกปิดการติดเชื้อของพนักงาน ห้ามพนักงานแพร่งพรายการติดเชื้อไปให้บุคคลภายนอกทราบ หากใครฝ่าฝืนมีโทษถึงไล่ออกจากงาน และเมื่อพนักงานคนใดติดเชื้อกลับไม่มีมาตรการการจำกัดบริเวณหรือแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อส่งตัวไปรักษาแต่อย่างใด เพราะกลัวบุคคลภายนอกจะล่วงรู้ จะทำให้แคมป์หรือโรงงานถูกสั่งปิด ทำให้ธุรกิจเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า นายจ้างส่วนใหญ่หละหลวมต่อมาตรการที่เข้มงวดในแคมป์คนงานก่อสร้างและโรงงานส่วนใหญ่ที่เป็นแรงงานต่างด้าวและคนไทย เมื่อมีการติดเชื้อโควิดแล้ว มักไม่กล้าให้บอกนายจ้างหรือหัวหน้างาน เพราะเกรงว่าจะถูกสั่งพักงาน ถูกกักตัว 14 วัน ทำให้ขาดรายได้ ไม่มีค่าแรง ที่จะนำมาจุนเจือตนเองและครอบครัว ทำให้แคมป์คนงาน และโรงงานต่าง ๆ เป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรค และเป็นพาหะที่สำคัญในการนำไปแพร่กระจายยังบุคคลในครอบครัว และเพื่อพ้อง หรือบุคคลทั่วไปในชุมชนย่านตลาดร้านค้า เพราะปิดบังตนเองว่าเป็นผู้ติดเชื้อ หรือเมื่อบุคคลอื่นจะรู้ว่าติดเชื้อก็มักแสดงอาการที่หนัก จนยากที่จะรักษาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็น ผอ.ศบค. เพื่อขอให้ออกข้อกำหนดหรือมาตรการที่เด็ดขาดในการเอาผิดเจ้าของแคมป์คนงานก่อสร้างและเจ้าของหรือผู้ประกอบการโรงงานที่ปล่อยให้คนงานติดเชื้อโควิด โดยไม่มีมาตรการป้องกันการติดเชื้อใดๆภายในแคมป์หรือโรงงานเลย รวมทั้งต้องลงโทษการปกปิดข้อมูลการติดเชื้อโควิดของคนงานหรือพนักงาน และเอาผิดพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รู้เห็นเป็นใจเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการดังกล่าว ตามกฎหมายที่เคร่งครัดด้วย เพราะการสั่งปิดแคมป์หรือโรงงานเพียง 5-10 วันไม่ใช่ทางออกของปัญหา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111498</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์แคมป์คนงาน, ศบค., ศรีสุวรรณ จรรยา, ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์, แคมป์คนงานก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61022c9433f37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; สั่งเลขาสภาฯ รายงานข้อเท็จจริง หลัง &#039;สิระ&#039; โวยสภาฯฝ่าฝืนคำสั่ง ศบค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.64 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ สอบถามถึงการที่สภาฯยังให้แรงงานก่อสร้างทำงาน ทั้งที่ศบค.มีคำสั่งห้าม ว่า ได้มอบหมายให้เลขาธิการสภาฯตรวจสอบและรายงานมาว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะเราต้องพยายามปฏิบัติและยึดตามมาตรการที่รัฐบาลออกมา อะไรที่ไม่ถูกต้องก็ต้องจัดการแก้ไขให้ถูกต้องและว่าไปตามกฎหมาย ดังนั้นอย่าไปทำผิดระเบียบแบบแผนที่เขากำหนดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากเป็นแรงงานคนไทยที่ไม่ได้มาจากแคมป์คนงาน สามารถเข้ามาดำเนินการได้หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า รายละเอียดตนจะให้เลขาธิการสภาฯรายงานเข้ามาว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทั้งนี้ต้องขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันตรวจสอบและเป็นหูเป็นตา ตนยืนยันว่าอยากให้สภาฯเป็นแบบอย่างของกรรปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายบ้านเมือง นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันแบ่งเบาภาระของแพทย์และพยาบาลที่เรากำลเผชิญหน้า เพราะขณะนี้มีปัญหาเรื่องเตียงเต็มด้วยการสวมหน้ากากป้องกัน&amp;nbsp; และยืนยันว่าในสภาฯทุกคนยังคงเคารพกฎเกณฑ์นี้เป็นอย่างดี ส่วนที่พบแม่บ้านกับพ่อค้าแม่ค้าติดเชื้อนั้นส่วนใหญ่ก็ติดจากบุคคลภายนอก&amp;nbsp; ความเสี่ยงนั้นมีบ้างแต่ภาพรวมถือว่าน้อย ดังนั้นในสถานการณ์ที่มีผู้ติเขื้อเพิ่มขึ้น เราก็ต้องช่วยบ้านเมืองลดภาระด้วยการรณรงค์ให้คนปฏิบัติตามระเบียบและสวมหน้ากากไม่ว่าจะฉีดวัคซีนแล้วหรือยังไม่ได้ฉีด ตนแนะนำว่าขอให้ใช้หน้ากากผ้า แทนหน้ากากอนามัยเพื่อลดภาระเรื่องค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108257</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, รัฐสภา, ศบค., สิระ เจนจาคะ, แคมป์คนงานก่อสร้าง, แรงงานก่อสร้าง, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d0310785264.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาล ยันนายกฯรับฟังความเห็นทุกฝ่าย หลังถูกกระแสกดดันลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ทั้งนี้ภายหลังการประชุมนายกฯไม่ได้แถลงข่าวและงดตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งผ่านทีมงานล่วงหน้า โดยมอบหมาย นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา ตอบคำถามถึงมาตรการการปิดแคมป์คนงานทำให้มีแรงงานส่วนหนึ่งหนีกลับต่างจังหวัด ทำให้คนในพื้นที่กลัวจะมีการกระจายเชื้อ ว่า ได้รับคำชี้แจงจาก รมว.แรงงานในเบื้องต้น จากที่ได้มีการประชุมกับสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับการยืนยันว่ากระแสข่าวแรงงานออกจากแคมป์กลับภูมิลำเนาพบว่าเป็นจำนวนน้อยเท่านั้น และในช่วงนั้นแรงงานอาจจะยังไม่ทราบมาตรการรัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร บางแคมป์มีคนงาน 800-900 คน ได้มีการพูดถึงว่ามีแรงงานกลับจริง แต่มีไม่กี่สิบคนเท่านั้น ที่มีการใช้คำว่าผึ้งแตกรังบ้างอาจไม่ใช่ลักษณะนั้นทั้งหมด ขณะเดียวกันยังมีฝ่ายความมั่นคงเข้าไปดูแล มีเรื่องอาหาร ความเป็นอยู่ ตรวจทุกๆ5 วันเพื่อจ่ายเงินสดให้ทุกแคมป์ ส่วนในต่างจังหวัดก็ได้มีการประสานในพื้นที่เพื่อให้ความสำคัญกับผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง 10 จังหวัด ดังนั้นการเดินทางกลับจะมีการพิจารณาทั้งกระทรวงสาธารณสุข และมหาดไทย ที่ดูแลอยู่ รวมถึงในจังหวัดต่างๆจะมีมาตรการในพื้นที่กับคนที่กลับภูมิลำเนาด้วย และจนถึงวันนี้ก็ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในการคุมแคมป์คนงานเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายกฯเป็นห่วงหรือไม่ที่มีเอกชนหลายบริษัทเริ่มไม่ใช้มาตรการเวิร์คฟอร์มโฮม ซึ่งที่ทำงานถือว่ามีความเสี่ยง นายอนุชา กล่าวว่า นายกฯเป็นห่วงในกรณีนี้ อยากจะขอความร่วมมือภาคเอกชนพิจารณาให้พนักงานเวิร์คฟอร์มโฮมเช่นก่อนหน้านี้ ซึ่งในส่วนราชการเองนายกฯก็ได้มีการกำชับให้พิจารณาอย่างเข้มงวดเช่นเดียวกันจนกว่าการแพร่ระบาดจะอยู่ในระดับดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อแตะ 4,000-5,000 ราย สะท้อนหรือไม่ว่าไม่สามารถชะลอหรือยับยั้งการแพร่ระบาดได้ อยากให้นายกฯอธิบายมาตรการที่ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง นายอนุชา กล่าวว่า จากมาตรการที่รัฐบาลได้ออกประกาศ ทั้งมาตรการเร่งด่วนในพื้นที่ 10 จังหวัด การควบคุมแรงงาน มาตรการควบคุมการจำหน่ายอาหาร งดกิจกรรมต่างๆ ทั้งหมดนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดได้ จึงหวังว่าประชาชนจะเข้าใจในการดำเนินการลักษณะเช่นนี้เพื่อให้การควบคุมมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าร้านอาหารไม่ได้เป็นคลัสเตอร์ทำไมต้องปิดร้านอาหารด้วย นายอนุชา ตอบว่า ทางศบค.ก่อนหน้านี้ได้ผ่อนคลายให้นั่งทานในร้านได้ แต่จากการสอบสวนโรคที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อจากการรับประทานอาหารในร้านพอสมควร และนำเชื้อไปแพร่กับครอบครัวที่บ้าน จากสถิติตรงนี้ทางคณะที่ปรึกษาด้านสาธารณสุขจึงเสนอมาตรการที่เข้มงวดห้ามนั่งรับประทานใน 6 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มาตรการช่วยเหลือศิลปิน ฟรีแลนซ์ ลูกจ้าง พนักงาน ผู้ประกอบการสถานบันเทิง มีการช่วยเหลืออย่างไร และจะดำเนินการเยียวยาหรือไม่ เพราะถูกสั่งปิดมาก่อนหน้านี้หลายเดือนแล้ว โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯได้มีการพูดคุยกับทีมเศรษฐกิจ นอกเหลือจากเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากระเบียบล่าสุดที่ออกมาแล้ว ในส่วนผู้ประกอบการอื่นๆนายกฯได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการเยียวยาให้เร็วที่สุดด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหลายจังหวัดระงับการฉีดวัคซีนให้คนอายุ 60 ปี และผู้ที่มีโรคกลุ่มเสี่ยง 7 โรค โดยแจ้งว่าวัคซีนมีไม่เพียงพอ มีการตั้งคำถามหน่วงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า ขอยืนยันในส่วนที่มีการเจรจากับผู้ผลิต เช่น แอสตราเซเนกา ยังยืนยันส่งมอบวัคซีนในเป้าหมายเดิมที่เจรจาไว้ และในวัคซีนอื่นๆจะมีการเติมมาอย่างต่อเนื่อง และในที่ประชุมครม.ก็รับทราบว่าประเทศญี่ปุ่นจะส่งวัคซีนให้กับเรา 1,050,000 โดสภายในต้นเดือนก.ค.นี้ ส่วนการฉีดให้ผู้สูงอายุและ7โรคกลุ่มเสี่ยง นายกฯให้ความสำคัญจัดลำดับให้ผู้ที่ลงทะเบียนในหมอพร้อมได้รับการฉีดตามกำหนดการเดิมให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า วัคซีนซิโนแวคอาจป้องกันโควิดสายพันธุ์อื่นๆได้ไม่ดีพอ รัฐบาลจะทบทวนการนำเข้าซิโนแวคหรือไม่ และเป็นไปได้หรือไม่จะจัดหาวัคซีนตัวอื่นเข้ามา นายอนุชา กล่าวว่า นายกฯได้พูดคุยและหารือที่ปรึกษาด้านสาธารณสุขแล้ว การนำเข้าวัคซีนยี่ห้ออื่นๆนอกจากแอสตราเซเนกา และซิโนแวค เพื่อให้คนไทยมีภูมิคุ้มกัน นายกฯก็รับฟังเพื่อพิจารณาบริหารจัดการวัคซีนใหม่ๆออกมา เพื่อให้ทันท่วงทีกับสถานการณ์ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการพูดถึงวัคซีนนาโนแวคมีผลข้างเคียงน้อย มีประสิทธิภาพดี รัฐบาลจะเจรจาจัดหาวัคซีนชนิดนี้เพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากมีหลายประเทศเริ่มหันมาสนใจวัคซีนตัวนี้แล้ว นายอนุชา กล่าวว่า นายกฯระบุว่าทางคณะที่ปรึกษาทางด้านสาธารณสุขกำลังพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกระแสกดดันให้นายกฯลาออก เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาโควิดได้ จะส่งผลกระทบต่อรัฐบาลหรือไม่นายอนุชา กล่าวว่า เรื่องนี้นายกฯมีการพิจารณาข้อเสนอต่างๆจากทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มแพทย์ และผู้ประกอบการเอกชน ตอนนี้มีความคิดเห็นในเรื่องที่จะดำเนินการเกี่ยวกับการหยุดการแพร่ระบาดของโควิด และหยุดการมีผู้ป่วยมากขึ้น นายกฯรับฟังและพยายามประเมินสถานการณ์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข ความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งจะมีการพูดคุยกับทีมเศรษฐกิจเพื่อพิจารณาความเหมาะสม เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของโรคในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108059</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อนุชา บูรพชัยศรี, แคมป์คนงานก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae5d55112a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ใช้กำลัง 2 พันนาย ตั้งด่าน-ตรวจแคมป์ ไม่พบเคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติการควบคุมแคมป์คนงาน และการเคลื่อนย้ายแรงงาน ใน 10 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด- 19) ที่ 6/2564 ว่า หลังจากที่มีการตั้งด่านยังไม่พบว่ามีการเคลื่อนย้ายแรงงาน ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล มีเพียงด่านในพื้นที่ สน.พหลโยธิน ที่พบการเคลื่อนย้ายแรงงานไปรักษาตัวจำนวน 3 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบแคมป์คนงานส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ&amp;nbsp; และยังมีแรงงานอาศัยอยู่ภายในจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองได้มีการสนธิกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง สำหรับวัตถุประสงค์ในการกำกับดูแลแรงงงานครั้งนี้ เพื่อต้องการไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานในช่วง 30 วัน ตามประกาศ เพื่อป้องกันการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; แต่ทั้งนี้ยอมรับว่ามีแรงงานบางส่วนได้มีเดินทางกลับภูมิลำเนา ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีอำนาจจับกุมดำเนินคดี เพราะยังไม่มีการประกาศใช้คำสั่งดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้กำลังตำรวจกว่า 2 พันนาย สนธิกำลังกับเจ้าหน้าฝ่ายความมั่นคงและ ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp; ตั้งจุดตรวจจุดสกัด ในพื้นที่กรุงเทพฯ 6 จุด ภ.1 10 จุด ภ.7 8 จุด ภ.9 34 จุด และตรวจตราตามแคมป์คนงาน ซึ่งในกรุงเทพฯ มีจำนวน 298 แห่ง ปริมณฑล 5 จังหวัด มีจำนวน 805 แห่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108057</URL_LINK>
                <HASHTAG>แคมป์คนงาน, แคมป์คนงานก่อสร้าง, แรงงานต่างด้าว, ไซต์งานก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60daf27256b24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจคุมเข้ม 10 จังหวัด ตั้งด่านตรวจคัดกรองเดินทาง ตรึงแคมป์คนงานก่อสร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.64 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 25) ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2564 โดยกำหนดพื้นที่ 10 จังหวัด เป้าหมายเฉพาะในเขตพื้นที่สถานการณ์ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา เพื่อชะลอและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของ Covid-19 อย่างเร่งด่วน และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปม.ตร.) ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1,7 และ 9 และหน่วยปฏิบัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามมาตรการควบคุมแคมป์คนงานและพื้นที่ก่อสร้างในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดปริมณฑล และควบคุมการเคลื่อนย้ายของประชาชนในเขตพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับ บช.น. ตำรวจภูธรภาค 1-9 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยปฏิบัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้จัดกำลังชุดสายตรวจร่วม ชุดเคลื่อนที่เร็ว และชุดปฏิบัติการต่างๆ สนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติตามมาตรการเร่งด่วนตามข้อกำหนดฯ ฉบับที่ 25 เพื่อสกัดกั้นการระบาดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้าง การตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ หรือจุดสกัด เพื่อคัดกรองการเดินทาง มาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วนในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล รวมทั้งมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในเขตชุมชน โดยให้ประสานผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด คณะกรรมการ โรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ดำเนินการปราบปรามผู้กระทำผิดที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่โรค ตามข้อกำหนดฯ ฉบับที่ 25 ข้อ 8 ให้ทุกหน่วยเข้มงวดตรวจตราเพื่อสืบสวน ปราบปรามจับกุมผู้รวมกลุ่มมั่วสุมกระทำการที่ผิดกฎหมาย เช่น ลักลอบเล่นการพนัน เสพยาเสพติด มั่วสุมในลักษณะที่จะนำไปสู่การแข่งรถในทาง หรือ ฝ่าฝืนเปิดสถานบริการในพื้นที่ที่มีข้อกำหนดฯห้ามเปิด รวมทั้งให้กำชับเจ้าหน้าที่ของศูนย์รับแจ้งเหตุ ฉุกเฉิน 191 สายด่วน 1599 รับแจ้งเบาะแส เหตุฉุกเฉิน แล้วประสานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ หากพบว่าหน่วยใดปล่อยปละละเลย หรือย่อหย่อนในการปฏิบัติหน้าที่ให้พิจารณาข้อบกพร่องเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและผู้บังคับบัญชา ผู้มีหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแล ให้เหมาะสมแก่กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ให้ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนงดจัดกิจกรรมทางสังคมที่มีการรวมกลุ่มในลักษณะ การสังสรรค์ จัดเลี้ยง หรืองานรื่นเริงในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เว้นแต่เป็นการจัดพิธี ตามประเพณีนิยม ที่ได้กำหนดเตรียมการไว้แล้ว โดยขอให้เป็นไปเพื่อความเหมาะสมและมีมาตรการป้องกัน โรคตามที่ทางราชการกำหนด

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังแสดงความห่วงใยกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง การออกตรวจแคมป์คนงาน และการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จึงกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ดูแลเรื่องอุปกรณ์ป้องกันตัวจากเชื้อไวรัสโควิด-19 และให้หน่วยสนับสนุนเร่งจัดหาอุปกรณ์ป้องกันตัวให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเร่งด่วนและครบถ้วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107908</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, แคมป์คนงานก่อสร้าง, แรงงานต่างด้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d96d22a9161.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารสนธิกำลังทุกหน่วยกว่า1หมื่นนายคุมเข้ม575แคมป์ก่อสร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.64-พล.ต.ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ผบ.ทสส./หน.ศปม.) ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงตำรวจ, กองบัญชาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงเหล่าทัพ จัดกำลังพลร่วมสนธิและวางกำลังในการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับกรุงเทพมหานครและกระทรวงสาธารณสุข โดยมีเจ้าหน้าที่รวมจำนวน 10,000 นายเศษ เข้าปฏิบัติหน้าที่ในการกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วในพื้นที่ 50 เขต ของกรุงเทพมหานคร จำนวน 575 แคมป์งานก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกำลังพลที่เข้าปฏิบัติหน้าที่แต่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนนั้น จะดำเนินการฉีดวัคซีนให้โดยเร็ว โดยระหว่างนี้ กำลังพลทุกนายจะปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด เช่น การสวมหน้ากากอนามัยขณะปฎิบัติภารกิจตลอดเวลา การสวมใส่เฟสชิลด์ และพกสเปรย์แอลกอฮอล์ รวมทั้งการรักษาสุขอนามัยในขณะปฏิบัติหน้าที่ และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ กำลังพลจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการตรวจคัดกรองโรค และกักตนเองแยกจากครอบครัวเป็นเวลา 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กองบัญชาการกองทัพไทย ขอแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจแก่กำลังพลทุกนาย ซึ่งเป็นผู้มีความทุ่มเท เสียสละ อุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยมิเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว แม้จะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้า แต่ยังคงมีความมุ่งมั่น ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอุตสาหะเพื่อเป็นป้อมปราการหลักที่สำคัญในการดูแลพี่น้องประชาชนภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พร้อมทั้งขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการปฏิบัติตนตามมาตรการของภาครัฐอย่างเคร่งครัด และร่วมส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนายในการปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มขีดความสามารถเพื่อดูแลประชาชนในช่วงเวลาของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107785</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหาร, แคมป์คนงานก่อสร้าง, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d81d0bac939.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
