<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ฮ่องกงจับเด็กมัธยม 6 คนร่วมแก๊งทำระเบิดเตรียมก่อการร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจฮ่องกงจับกุมผู้ต้องสงสัย 9 คน ในจำนวนนี้ 6 คนเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ฐานต้องสงสัยว่าดำเนินกิจกรรมก่อการร้าย พบวัตถุระเบิดและแผนการเตรียมโจมตีอุโมงค์ลอดท่าเรือและศาล &amp;quot;แคร์รี หล่ำ&amp;quot; เตือนอุดมการณ์คุกคามความมั่นคง เรียกร้องพ่อแม่ครูอาจารย์สังเกตพฤติกรรมเด็กวัยรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สตีฟ หลี่ กุ้ยหัว ผู้กำกับการอาวุโสสำนักความมั่นคงแห่งชาติสังกัดกองกำลังตำรวจฮ่องกง (Photo by Billy H.C. Kwok/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอังคารที่ 6 กรกฎาคม เปิดเผยว่า ตำรวจฮ่องกงแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัย 9 คน ที่ประกอบด้วยชาย 5 คน หญิง 4 คน อายุระหว่าง 15-39 ปี ได้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยทั้งหมดต้องสงสัยว่า &amp;quot;สมรู้ร่วมคิดที่จะใช้วัตถุระเบิดเพื่อทำกิจกรรมก่อการร้าย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่ถูกจับกุม 6 คนเป็นวัยรุ่นที่ยังเรียนในระดับมัธยมศึกษา ที่เหลืออีก 3 คน ประกอบด้วย ลูกจ้างระดับการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง, อาจารย์โรงเรียนมัธยมศึกษา, และคนว่างงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวด้วยว่า พวกเขายึดสิ่งของหลายอย่างได้จากห้องเช่าของโฮสเตล ที่คนกลุ่มนี้ใช้เป็นห้องแล็บผลิตระเบิดเพื่อใช้วางโจมตีอุโมงค์ลอดท่าเรือ, รถไฟ, ห้องพิจารณาคดี และวางไว้ในถังขยะ วัตถุที่ยึดได้รวมถึงระเบิดปริมาณเล็กน้อย, วัตถุดิบที่ใช้ผลิตไตรอะซิโตน ไตรเปอร์ออกไซด์ (ทีเอทีพี) ซึ่งเป็นระเบิดอานุภาพร้ายแรงที่ผู้ก่อการร้ายใช้โจมตีในอิสราเอลและกรุงลอนดอน, ปืนลม, โทรศัพท์มือถือ, ซิมการ์ด และคู่มือการวางระเบิด และแผนหลบหนีออกจากฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขายังพบเงินสดประมาณ 90,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 372,328 บาท) ที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการใช้ทำกิจกรรมต้องสงสัยก่อการร้ายนี้ และยังอายัดเงินในบัญชีที่เกี่ยวข้องอีกราว 600,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 2.48 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า คนกลุ่มนี้ซึ่งมีชื่อกลุ่มว่า &amp;quot;Returning Valiant&amp;quot; เช่าห้องพักในโฮสเตลแห่งหนึ่งย่านชอปปิ้ง จิมซาจุ่ย ที่ผู้คนพลุกพล่านมานานประมาณ 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตีฟ หลี่ ผู้กำกับการอาวุโสสำนักความมั่นคงแห่งชาติสังกัดกองกำลังตำรวจฮ่องกง แถลงว่า คนกลุ่มนี้แบ่งงานกันอย่างดี บางคนมีหน้าที่จัดหาเงิน บางคนเป็นนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งรวมถึงพวกที่ผลิตระเบิดทีเอทีพีที่พบในห้องเช่า คนหนึ่งมีหน้าที่จัดหาสารเคมีและวัสดุอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับแผนการนี้ ขณะที่คนกลุ่มเล็กๆ อีกกลุ่มทำหน้าที่ผลิตระเบิดโดยใช้อุปกรณ์เคมี และยังมีทีมสำรวจและทีมปฏิบัติการ ซึ่งรับผิดชอบในการวางระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลี่กล่าวอีกว่า สมาชิกในกลุ่มนี้จงใจกะเกณฑ์นักเรียนระดับมัธยมศึกษาที่วางแผนจะหนีออกจากฮ่องกงอย่างถาวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตำรวจฮ่องกงจับกุมผู้ต้องสงสัยวางแผนระเบิดหลายราย แต่ยังไม่มีแผนการโจมตีใดประสบความสำเร็จ เมื่อเดือนเมษายน ชายวัย 29 ปีโดนจำคุก 12 ปีฐานผลิตระเบิดทีเอทีพีน้ำหนัก 1 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่มาบังคับใช้กับฮ่องกงเมื่อกลางปีที่แล้ว ซึ่งห้ามพฤติกรรมการบ่อนทำลาย, แยกเอกราช, ก่อการร้าย และสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ โดยมีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศข่าวการจับกุมครั้งนี้มีออกมาไม่กี่วันหลังจากชายวัย 50 ปีคนหนึ่งก่อเหตุแทงตำรวจในวันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม ที่ตรงกับวันรำลึกที่อังกฤษมอบฮ่องกงกลับคืนสู่การปกครองของจีน ชายคนนี้แทงตนเองเสียชีวิต ตำรวจระบุว่าเขาเป็นผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุโดยลำพัง ในวันศุกร์สถานที่ที่ชายคนนี้ก่อเหตุแทงตำรวจ มีชาวฮ่องกงจำนวนหนึ่งนำดอกไม้มาวางไว้อาลัยเขา และทำให้ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐฮ่องกงประณาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงประจำสัปดาห์เมื่อวันอังคาร แคร์รี หล่ำ หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง แสดงความไม่พอใจต่อการไว้อาลัยผู้ก่อเหตุแทงตำรวจ และกล่าวเตือนด้วยว่า &amp;quot;อุดมการณ์&amp;quot; ก็เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ต่างจากพฤติกรรมที่รบกวนความสงบเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นเวลาเนิ่นนานที่พลเมืองรับเอาความคิดผิดๆ เช่น การทวงความยุติธรรมผ่านวิธีการที่ผิดกฎหมาย&amp;quot; หล่ำกล่าวกับนักข่าว และว่า หน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลไม่ควรอนุญาตให้ความคิดที่ผิดกฎหมายถ่ายทอดสู่สาธารณะ ผ่านการศึกษา, การกระจายเสียงและภาพ, ศิลปะและวัฒนธรรม, การเสริมแต่งความรุนแรง และการทำให้มโนธรรมของสาธารณชนขุ่นมัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารหญิงรายนี้ยังเรียกร้องต่อพ่อแม่ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ หรือแม้แต่บาทหลวง ให้ช่วยกันสอดส่องพฤติกรรมของวัยรุ่น และพบว่าคนใดมีการกระทำที่ผิดกฎหมายก็ต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความมั่นคงแห่งชาติฮ่องกง, จับนักเรียนมัธยม, วางแผนระเบิด, ฮ่องกง, แคร์รี หล่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e40e513fe3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 23:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 22:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แคร์รี หล่ำ&#039;อ้างจีนเปลี่ยนระบบ ฮ่องกงอาจเลื่อนเลือกตั้งอีกรอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้บริหารหญิงของฮ่องกง แคร์รี หล่ำ อ้าง แผนการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งฮ่องกงของรัฐบาลจีนอาจทำให้การเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติของฮ่องกงต้องเลื่อนออกไปอีก ซึ่งยังไม่แน่นอนว่าเป็นเมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ แคร์รี หล่ำ หัวหน้าคณะผู้บริหารฮองกง (Photo by Billy H.C. Kwok/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนเสนอร่างกฎหมายแก้ไขระบบการเลือกตั้งของฮ่องกงเข้าที่ประชุมประจำปีสภาผู้แทนประชาชนจีน (เอ็นพีซี) ที่เริ่มเปิดการประชุมเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยคาดว่าที่ประชุมจะลงมติอนุมัติในวันพฤหัสบดีนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้จะลดจำนวนผู้แทนตามระบอบประชาธิปไตยในสถาบันต่างๆ ของฮ่องกง และจะตรวจคัดกรองหาผู้สมัครจาก &amp;quot;ความรักชาติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายนี้จะจะปรับขนาดและองค์ประกอบของสภานิติบัญญัติฮ่องกงและคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะเลือกหัวหน้าคณะผู้บริหารที่เอื้อกับผู้ที่นิยมปักกิ่งมากยิ่งขึ้น คณะกรรมการการเลือกตั้งยังจะได้อำนาจในการเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติจำนวนมากด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวครั้งแรกนับแต่กลับจากร่วมประชุมเอ็นพีซีเมื่อวันจันทร์ หล่ำกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ตามหลักเหตุผลจึงหมายความว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติของฮ่องกงจำเป็นต้องจัดภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้กำหนดไว้ในเดือนธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หล่ำกล่าวกับนักข่าวว่า เวลานี้เธอยังไม่อยู่ในฐานะที่จะบอกได้ว่าฮ่องกงจะสามารถทำตามกำหนดการเลือกตั้งเดิมในวันที่ 5 กันยายน 2564 ได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมวันเลือกตั้งทั่วไปของฮ่องกงต้องจัดในเดือนกันยายนปีที่แล้ว แต่รัฐบาลเลื่อนออกไปอย่างน้อย 1 ปี โดยอ้างการแพร่ระบาดของโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95449</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระบบการเลือกตั้งฮ่องกง, สภานิติบัญญัติฮ่องกง, สภาผู้แทนประชาชนจีน, ฮ่องกง, เลื่อนเลือกตั้ง, แคร์รี หล่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_60464886ddd69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 19:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แคร์รี หล่ำ&#039;นำทีมรมต.ฮ่องกงฉีดวัคซีนของซิโนแวค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สร้างความมั่นใจ แคร์รี หล่ำ ผู้นำหญิงของฮ่องกง นำขบวนรัฐมนตรีฉีดวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค เป็นการประเดิมก่อนที่จะเริ่มฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน โดยชาวฮ่องกงมีโอกาสเลือกว่าจะรับวัคซีนของจีนหรือของโลกตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคร์รี หล่ำ รับวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวคเป็นคนแรกของฮ่องกง เมื่อวันจันทร์ (Photo by Anthony Kwan/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานว่า แคร์รี หล่ำ หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของซิโนแวค เป็นคนแรกของฮ่องกงเมื่อวันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ ตามด้วยบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮ่องกง ซึ่งรวมถึงโซเฟีย ชาน รัฐมนตรีสาธารณสุข และแมทธิว ชุง หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หล่ำกล่าวภายหลังรับการฉีดวัคซีนว่า ขอความร่วมมือกับชาวฮ่องกงให้เข้ารับการฉีดวัคซีน เพื่อสังคมฮ่องกงจะได้ฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนของซิโนแวคจากจีนจำนวน 1 ล้านโดสขนส่งมาถึงฮ่องกงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่วนวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์/ไบออนเทคจะส่งมาถึงฮ่องกงภายในสิ้นเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลฮ่องกงเผยว่า ประชากรฮ่องกงเลือกได้ว่าต้องการฉีดวัคซีนของบริษัทใด โดยเปิดให้ลงทะเบียนออนไลน์เพื่อรับการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ แต่จากการสำรวจของมหาวิทยาลัยฮ่องกงเมื่อเดือนมกราคม พบว่าชาวฮ่องกงน้อยกว่า 30% มีความประสงค์ที่จะฉีดวัคซีนของซิโนแวค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮ่องกงสั่งซื้อวัคซีนรวม 25 ล้านโดส ทั้งจากไฟเซอร์, ซิโนแวค และแอสตร้าเซนเนก้า นับจากเดือนมกราคมปีที่แล้วจนถึงขณะนี้ฮ่องกงมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดประมาณ 10,800 คน เสียชีวิต 197 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93891</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนโควิด-19๙, ซิโนแวค, ฮ่องกง, แคร์รี หล่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033a4ddccbf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 23:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 23:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐแซงก์ชัน&#039;แคร์รี หล่ำ&#039; ฐานบั่นทอนการปกครองตนเองของฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐแซงก์ชันแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีก 10 ราย ตอบโต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของจีนที่บั่นทอนความเป็นอิสระของเขตกึ่งปกครองตนเองแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการลงโทษที่กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม เป็นการตอบโต้ที่มีนัยสำคัญที่สุดของสหรัฐ นับแต่จีนออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ใช้กับฮ่องกง มาตรการนี้จะปิดกั้นทรัพย์สินใดๆ ที่หล่ำและเจ้าหน้าที่เหล่านี้มีอยู่ในสหรัฐ และยังห้ามการทำธุรกรรมทางการเงินกับบุคคลเหล่านี้ในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีคลัง กล่าวในแถลงการณ์ว่า สหรัฐยืนหยัดเคียงข้างชาวฮ่องกง และจะใช้เครื่องไม้เครื่องมือและอำนาจที่มีเล็งเป้าหมายพวกที่บั่นทอนการปกครองตนเองของชาวฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่า สหรัฐดำเนินการเพราะรัฐบาลจีนละเมิดคำมั่นสัญญาเรื่องการปกครองตนเองที่เคยรับปากไว้กับฮ่องกงก่อนที่อังกฤษจะคืนดินแดนนี้ให้จีนเมื่อปี 2540 การดำเนินการของสหรัฐในวันนี้ส่งสารชัดเจนว่า การกระทำของทางการฮ่องกงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และขัดแย้งกับพันธสัญญาของจีนภายใต้หลักการ &amp;quot;หนึ่งประเทศ สองระบบ&amp;quot; และปฏิญญาร่วมจีนกับอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการคลังกล่าวว่า หล่ำ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง มีความรับผิดชอบโดยตรงต่อการบังคับใช้นโยบายกดขี่เสรีภาพและกระบวนการประชาธิปไตยของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคคลอื่นที่โดนแซงก์ชันพร้อมกับหล่ำยังรวมถึง คริส ถัง ผู้บัญชาการตำรวจฮ่องกง และโล่ว ฮุ่ยหนิง ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานของจีนประจำฮ่องกง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73768</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ, สหรัฐแซงก์ชัน, ฮ่องกง, แคร์รี หล่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f242f48dc134.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 21:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้างโรคระบาด ฮ่องกงเลื่อนเลือกตั้งสภาออกไป1ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลฮ่องกงเลื่อนเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติออกไป 1 ปี จากกำหนดเดิมที่จะมีการเลือกตั้งในเดือนกันยายน โดยอ้างการระบาดของไวรัสโคโรนา ฝ่ายค้านประณามเล่นสกปรกสกัดฝ่ายประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดเขตปกครองพิเศษฮ่องกง แถลงเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม ว่าจำเป็นต้องเลื่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายนปีนี้ออกไป 1 ปี โดยใช้อำนาจตามมาตรการฉุกเฉินควบคุมโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารหญิงของฮ่องกงกล่าวว่า การเลื่อนเลือกตั้งเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดในรอบ 7 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หล่ำปฏิเสธว่าการเลื่อนเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องทางการเมือง เพื่อขัดขวางไม่ให้ฝ่ายคัดค้านรัฐบาลชนะเลือกตั้ง แต่ทำเพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4.4 ล้านคน เนื่องจากเกิดสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในฮ่องกงขณะนี้ หากมีการเลือกตั้งจะทำให้มีคนมารวมตัวกันจำนวนมาก และเสี่ยงที่จะทำให้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาครั้งมโหฬาร นอกจากนี้ มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมยังเป็นอุปสรรคต่อผู้สมัครที่จะออกไปพบปะประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนแถลงยินดีที่ฮ่องกงเลื่อนการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติ เนื่องจากมีความจำเป็น, มีเหตุผลและชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลอเดีย เหมา ส.ส.ฝ่ายค้าน บอกว่า การเลื่อนการเลือกตั้งเป็นการเล่นการเมืองที่สกปรกและน่ารังเกียจ ที่ช่วยขัดขวางไม่ให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะการเลือกตั้ง แบบที่เคยชนะการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติมาแล้วในการเลือกตั้งคราวก่อน การเลื่อนเลือกตั้งจะสร้างความโกรธเคืองในหมู่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจชัว หว่อง หนึ่งในสิบสองผู้สมัครฝ่ายประชาธิปไตยที่โดนตัดสิทธิ์ลงเลือกตั้งสภานิติบัญญัติเมื่อวันพฤหัสบดี โพสต์ทางทวิตเตอร์ว่า รัฐบาลฮ่องกงใช้การระบาดของโรคโควิด-19 มาเป็นข้ออ้างเลื่อนการเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73075</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฮ่องกง, เลื่อนเลือกตั้ง, แคร์รี หล่ำ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f242f48dc134.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 22:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 21:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำฮ่องกงยอมรับคุมโควิดไม่อยู่ หลังผู้ติดเชื้อรายวันทุบสถิติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ยอมรับว่าไวรัสโคโรนากำลังแพร่ระบาดอย่างควบคุมไม่ได้ในฮ่องกง หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 100 คนเป็นสถิติสูงสุดรายวัน รัฐบาลประกาศเพิ่มมาตรการเว้นระยะห่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง (กลาง) และเจ้าหน้าที่รัฐบาลฮ่องกง นั่งแถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮ่องกงมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม มีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 108 ราย เป็นสถิติสูงสุดรายวันนับแต่โควิด-19 ระบาดถึงฮ่องกงเมื่อปลายเดือนมกราคม โดยยอดติดเชื้อสะสมในเขตปกครองพิเศษของจีนแห่งนี้เพิ่มเป็น 1,886 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตคงเดิมที่ 12 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง กล่าวระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันอาทิตย์ ยอมรับว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดขณะนี้ร้ายแรงมากและไม่มีสัญญาณว่าจะควบคุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของเธอประกาศใช้มาตรการเพิ่มเติม เช่น ขยายการปิดสวนสนุก, โรงยิม และสถานที่อีก 10 ประเภท ต่อไปอีก 7 วัน และบังคับให้สวมหน้ากากอนามัยภายในอาคารสาธารณะ ส่วนข้าราชการพลเรือนในภาคที่ไม่จำเป็นให้ทำงานจากที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอาทิตย์ยังเป็นวันครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์แก๊งอันธพาลมากกว่า 100 คน โจมตีผู้ชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยและผู้โดยสารที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ที่สถานีรถไฟในเขตหยวนหลง ทำให้มีคนบาดเจ็บ 45 คน นักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยวางแผนจัดกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์นี้ แต่โดนตำรวจปราบจลาจลขัดขวางโดยอ้างว่าขัดต่อมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่ห้ามการชุมนุมเกิน 4 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71938</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฮ่องกง, แคร์รี หล่ำ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f145f864cd62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; คุย &#039;แคร์รี หล่ำ&#039; เร่งรัดการเชื่อมโยงระหว่างนโยบายสองประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย. 62 - เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับ และดีใจที่ได้มีโอกาสพบผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงอีกครั้ง รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในฮ่องกงอย่างใกล้ชิด และขอให้กำลังใจกับทุกฝ่ายให้แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างสันติวิธี ทั้งนี้ เชื่อมั่นในภาวะผู้นำของผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงซึ่งจะแก้ไขปัญหาโดยยึดมั่นถึงประโยชน์และอนาคตของชาวฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมผลการประชุมระดับสูงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างไทย-เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งที่ 1 วันที่ 29 พ.ย. ที่ประสบความสำเร็จด้วยดี และขอบคุณที่รัฐมนตรีการค้าและพัฒนาเศรษฐกิจฮ่องกง ที่ได้นำคณะนักธุรกิจฮ่องกงกว่า 50 คน มาร่วมงานเมื่อวันที่ 28 พ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางแคร์รี หล่ำ กล่าวว่า ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้โอกาสในการเข้าเยี่ยมคารวะครั้งนี้ ยินดีที่ได้เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากมิตรแท้ และเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ในฮ่องกงจะคลี่คลายไปในทางที่ดีในเร็ววันนี้ และความสำเร็จจากการประชุมระดับสูงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างไทย-เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งที่ 1 จะส่งผลให้เกิดความร่วมมือสำคัญระหว่างไทย-ฮ่องกงในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง มีความเห็นร่วมกันถึงโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย จึงพร้อมร่วมมือกันเร่งรัดการเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรม อาทิ การเชื่อมโยงระหว่างนโยบายการพัฒนาของไทย เช่น ประเทศไทย 4.0 EEC และ &amp;ldquo;Connecting the Connectivities&amp;rdquo; กับข้อริเริ่ม &amp;ldquo;หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง&amp;rdquo; (Belt and Road Initiative: BRI) ของจีน ซึ่งฮ่องกงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน Greater Bay Area ตลอดจน การส่งเสริมความร่วมมือเศรษฐกิจใหม่ SMEs Start-ups การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการวิจัยและการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์กับไทย ในฐานะที่ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงนับถือศาสนาคริสต์ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิสได้เสด็จเยือนไทย จึงขอส่งผ่านพระพรจากพระองค์แด่ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51397</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แคร์รี หล่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de0d3cf32023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
