<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 20:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 20:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แคร์รี แลม&#039; ใจชื้น ผู้นำจีนยืนยันยังหนุนหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนยังเชื่อมั่นในตัวแคร์รี แลม ผู้บริหารหญิงของฮ่องกง ที่เดินทางมาพบที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ ประกาศชัดรัฐบาลปักกิ่งยังสนับสนุนอย่างแน่วแน่ให้แลมบริหารฮ่องกงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคร์รี แลม พบกับนายกฯ หลี่ เค่อเฉียง ที่มหาศาลาประชาชนเมื่อวันจันทร์&amp;nbsp; / Hong Kong Government / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตปกครองพิเศษฮ่องกงเผชิญกับวิกฤติทางการเมืองมายาวนาน 6 เดือน จากการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่เกิดการปะทะรุนแรงหลายครั้ง เดือนที่ผ่านมาฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลยังพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นอย่างราบคาบ และต้นเดือนนี้ ชาวฮ่องกงมากกว่า 800,000 คนออกมาเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาชนจำนวนมากยังสนับสนุนความเคลื่อนไหวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีนที่ตกเป็นเป้าหมายประท้วงขับไล่ด้วย ได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกฯ หลี่ เค่อเฉียง โดยผู้นำทั้งสองยังคงยืนยันให้การหนุนหลังเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีสีกล่าวกับแลมระหว่างการพบกันที่มหาศาลาประชาชนว่า รัฐบาลกลางยอมรับถึงความกล้าหาญและความรับผิดชอบที่แลมได้แสดงให้เห็นในช่วงเวลาพิเศษเช่นนี้ในฮ่องกง &amp;quot;เราจะยังคงให้การสนับสนุนอย่างแน่วแน่ต่อท่าน ในการนำรัฐบาลเอสเออาร์ (เขตปกครองพิเศษ) บริหารต่อไปตามกฎหมาย&amp;quot; สีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแลมขอบคุณสีที่แสดงความห่วงใยสถานการณ์ของฮ่องกง และขอบคุณที่สีชี้แนะแนวทาง และเชื่อมั่นและสนับสนุนรัฐบาลฮ่องกงและตัวเธอในการรับมือกับวิกฤติครั้งใหญ่เช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าพบสี แลมได้พบกับนายกฯ หลี่ ซึ่งยอมรับว่ารัฐบาลของแลมพยายามอย่างเต็มความสามารถแล้ว เพื่อรักษาเสถียรภาพในสังคม ท่ามกลางสถานการณ์ที่ซับซ้อนและรุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ขณะเดียวกัน หลี่ก็เรียกร้องให้รัฐบาลของแลมเร่งทำการศึกษาความขัดแย้งที่ฝังรากลึกและปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของฮ่องกง เพื่อฟื้นฟูความสงบในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฮ่องกงยังไม่หลุดพ้นสถานการณ์เลวร้าย รัฐบาลเอสเออาร์ต้องทำงานหนักต่อไป ยุติความรุนแรงและเอาชนะความโกลาหลวุ่นวายด้วยกฎหมาย และพื้นฟูความสงบเรียบร้อย&amp;quot; หลี่กล่าวกับแลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แลมแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งหลังจากนั้นว่า สถานการณ์ในฮ่องกงปีนี้ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้เธอต้องใช้เวลาชี้แจงต่อผู้นำปักกิ่งมากขึ้น แต่เธอรู้สึกได้รับกำลังใจจากการที่ประธานาธิบดีสีเข้าใจถึงแรงกดดันที่เธอได้รับในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และการยอมรับถึงความรับผิดชอบและความกล้าหาญที่เธอแสดงให้เห็น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52615</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ประธานาธิบดีจีน, ผู้บริหารฮ่องกง, สี จิ้นผิง, หลี่ เค่อเฉียง, ฮ่องกง, แคร์รี แลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df78b1b71546.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2019 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2019 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮ่องกงเกือบล้านชุมนุมวันครบรอบครึ่งปีการประท้วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวฮ่องกงราว 800,000 คน เดินขบวนประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งตรงกับครบรอบครึ่งปีการประท้วง ผู้จัดการชุมนุมประกาศเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายของ &amp;quot;แคร์รี แลม&amp;quot; เพื่อยุติวิกฤติการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวฮ่องกงโบกธงที่มีข้อความว่า &amp;quot;ปลดปล่อยฮ่องกง ปฏิวัติในยุคของเรา&amp;quot; เมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2562 จัดโดยกลุ่มแนวร่วมสิทธิมนุษยชนพลเมือง (ซีเอชอาร์เอฟ) ซึ่งเคยเป็นแกนนำจัดการชุมนุมที่มีชาวฮ่องกงเข้าร่วมกว่า 1 ล้านคนเมื่อเดือนมิถุนายน โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกนับแต่วันที่ 18 สิงหาคมที่ตำรวจฮ่องกงอนุญาตให้จัดการชุมนุมประท้วงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ชุมนุม ซึ่งจำนวนมากสวมชุดดำ พากันร้องตะโกนว่า &amp;quot;สู้เพื่อเสรีภาพ ยืนหยัดข้างฮ่องกง&amp;quot; ระหว่างขบวนของนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล, คนหนุ่มสาวไปจนถึงคนสูงอายุ เคลื่อนผ่านเขตคอสเวย์เบย์ที่เป็นย่านชอปปิ้ง ไปยังถนนเชเทอร์ใกล้กับย่านการเงินของฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การชุมนุมของเราวันนี้ก็เพื่อรวบรวมทุกคนในฮ่องกงมาปกป้องเมืองของเรา&amp;quot; ซีเอชอาร์เอฟกล่าวไว้ในแถลงการณ์ โดยในช่วงค่ำ เอริค ไล ตัวแทนซีเอชอาร์เอฟเผยว่า มีประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมราว 800,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น จิมมี ชาม ผู้นำของกลุ่มกล่าวว่า การเดินขบวนครั้งเป็น &amp;quot;โอกาสครั้งสุดท้าย&amp;quot; ของแลมที่จะรับฟังเสียงของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียงร้องตะโกนว่า &amp;quot;5 ข้อเรียกร้อง น้อยกว่านี้ไม่ยอม&amp;quot; ดังกึกก้องบนถนนที่ผู้ชุมนุมเคลื่อนผ่าน ข้อเรียกร้อง 5 ข้อที่ว่านี้รวมถึงสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งทั่วไปเพื่อเลือกผู้บริหารเขตปกครองพิเศษแห่งนี้ด้วยตนเอง และการขอให้เปิดสอบสวนพฤติกรรมโหดร้ายของตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนั้น ตำรวจแถลงว่า ได้จับกุมผู้ต้องสงสัย 11 ราย อายุระหว่าง 20-63 ปี พร้อมกับยึดอาวุธได้หลายชนิด อาทิ มีดทหาร, ปะทัด, กระสุน 105 นัด และปืนพกกึ่งอัตโนมัติ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ตำรวจยึดปืนได้นับแต่มีการประท้วงยาวนาน 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงที่ขยายความรุนแรงขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน มีชนวนเหตุจากร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งจะทำให้ฮ่องกงสามารถส่งผู้ต้องสงสัยไปดำเนินคดีในศาลของจีนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคคอมมิวนิสต์ ร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกเพิกถอนไปแล้ว แต่ชาวฮ่องกงยังชุมนุมต่อเพื่อปกป้องเสรีภาพที่พวกเขามองว่ากำลังถดถอยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นของฮ่องกง ผู้สมัครจากฝ่ายประชาธิปไตยสามารถกวาดที่นั่งได้เกือบ 90% ของสมาชิกสภาเขตทั้งหมด 452 ที่นั่ง โดยชาวฮ่องกงออกมาใช้สิทธิมากเป็นประวัติการณ์ กลบข้ออ้างของแลม ที่ว่าเสียงส่วนใหญ่ที่เป็นเสียงเงียบยังสนับสนุนรัฐบาลของเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ รัฐบาลของแลมออกแถลงการณ์ก่อนการชุมนุม เรียกร้องให้เป็นไปอย่างสงบ และว่ารัฐบาลได้เรียนรู้บทเรียนแล้ว และจะน้อมรับฟังและยอมรับคำวิจารณ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52048</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครบรอบครึ่งปี, ซีเอชอาร์เอฟ, ประท้วง, ฮ่องกง, แคร์รี แลม, แนวร่วมสิทธิมนุษยชนพลเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191208/image_big_5decfde084d37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 21:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 21:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮ่องกงหวนชุมนุมใหญ่กดดัน &#039;แคร์รี แลม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจฮ่องกงยิงแก๊สน้ำตาและฉีดสเปรย์พริกไทยขับไล่ผู้ประท้วงที่ฝ่าฝืนคำสั่ง ระหว่างการเดินขบวนของประชาชนนับแสนคนเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อกดดันแคร์รี แลม ผู้บริหารหญิงที่ยังดื้อดึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวฮ่องกงเดินขบวนที่จิมซาจุ่ยเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวฮ่องกงกลับมาเดินขบวนประท้วงกันอีกครั้งช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากว่างเว้นการชุมนุมใหญ่ในช่วงเลือกตั้งสภาเขตเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน ซึ่งผู้แทนฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยกวาดที่นั่งถล่มทลาย การชุมนุมตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์เตือนว่าชาวฮ่องกงยังโกรธเคืองรัฐบาลของแคร์รี แลม ทั้งที่เสียงส่วนใหญ่ที่เป็นเสียงเงียบได้แสดงจุดยืนให้เห็นแล้วในการเลือกตั้งครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า การเดินขบวนเมื่อวันอาทิตย์นั้นรวมถึงผู้ชุมนุมกลุ่มที่เล็กกว่าที่เดินขบวนอย่างสงบไปยังสถานกงสุลสหรัฐ เพื่อแสดงความขอบคุณรัฐสภาสหรัฐและรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ผ่านกฎหมายหนุนหลังผู้ประท้วงในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันเดียวกัน ผู้ประท้วงนับพันคน ซึ่งรวมถึงหลายครอบครัวที่มาพร้อมกับเด็กเล็ก เดินขบวนประท้วงที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตากับผู้ประท้วงที่รวมถึงเด็กๆ ด้วย พวกเขาพากันถือลูกโป่งสีเหลืองและชูป้ายข้อความว่า &amp;quot;ไม่เอาแก๊สน้ำตา ปกป้องลูกหลานของเรา&amp;quot; ขบวนเคลื่อนผ่านเขตธุรกิจใจกลางฮ่องกงไปยังศูนย์บัญชาการของรัฐบาลบนเกาะฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขบวนหลักที่มีผู้เข้าร่วมนับแสนคนเคลื่อนขบวนผ่านย่านจิมซาจุ่ย ผู้ที่เข้าร่วมซึ่งสวมชุดดำคลุมหน้าต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลของแลมปฏิบัติตามข้อเรียกร้องหลักๆ ของผู้ประท้วง รายหนึ่งเป็นนักศึกษาวัย 20 ปีเผยชื่อเพียงแค่แซ่เฉิน บอกว่ารัฐบาลยังคงไม่ฟังเสียงพวกตน ฉะนั้นการประท้วงจะเดินหน้าต่อไปไม่หยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินขบวนเริ่มต้นอย่างสันติ ผู้คนหลั่งไหลมาจากพื้นที่ต่างๆ ทั้งโดยเรือและรถไฟ แต่ผู้ชุมนุมบางส่วนเผชิญหน้ากับแถวของตำรวจซึ่งเตือนผู้ประท้วงว่ากำลังออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาตและขอให้ล่าถอยไป การเผชิญหน้าในหลายพื้นที่ทำให้ตำรวจใช้สเปรย์พริกไทยผลักดันผู้ประท้วงแล้วจากนั้นก็ใช้แก๊สน้ำตา ผู้ชุมนุมในขบวนหลักนี้สลายตัวในช่วงค่ำ แต่ผู้ประท้วงบางส่วนเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่อื่นๆ ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าอาจมีการปะทะขึ้นอีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51544</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิมซาจุ่ย, ประท้วง, ฮ่องกง, แก๊สน้ำตา, แคร์รี แลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191201/image_big_5de3d4268b49e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทย-ฮ่องกงปลื้ม เซ็น&#039;MOU&#039;6ฉบับ ตั้งเป้าการค้าพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แคร์รี แลม&amp;quot; พบ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; จูบปากชื่นมื่น! ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากมิตรแท้ ไทย-ฮ่องกง ลงนาม MOU 6 ฉบับ เสริมสร้างความร่วมมือและเชื่อมโยงอย่างรอบด้าน &amp;quot;สมคิด&amp;quot; ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับ และดีใจที่ได้มีโอกาสพบผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกงอีกครั้ง รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในฮ่องกงอย่างใกล้ชิด และขอให้กำลังใจกับทุกฝ่ายให้แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างสันติวิธี ทั้งนี้ เชื่อมั่นในภาวะผู้นำของผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งจะแก้ไขปัญหาโดยยึดมั่นถึงประโยชน์และอนาคตของชาวฮ่องกง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอชื่นชมผลการประชุมระดับสูงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างไทย-เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งที่ 1 วันที่ 29 พ.ย. ที่ประสบความสำเร็จด้วยดี และขอบคุณที่รัฐมนตรีการค้าและพัฒนาเศรษฐกิจฮ่องกง ที่ได้นำคณะนักธุรกิจฮ่องกงกว่า 50 คน มาร่วมงานเมื่อวันที่ 28 พ.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางแคร์รี แลม กล่าวว่า ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากมิตรแท้ และเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ในฮ่องกงจะคลี่คลายไปในทางที่ดีในเร็ววันนี้ และความสำเร็จจากการประชุมระดับสูงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างไทย-เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งที่ 1 จะส่งผลให้เกิดความร่วมมือสำคัญระหว่างไทย-ฮ่องกงในอนาคต&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเช้า นางแคร์รี แลม ได้เข้าหารือกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย โดยนายสมคิดให้สัมภาษณ์หลังการหารือว่า ได้ลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-ฮ่องกง และเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงต่างๆ จำนวน 6 ฉบับ ได้แก่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ด้านการค้าและการลงทุน โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าจะร่วมกันผลักดันให้มูลค่าการค้าไทยและฮ่องกงบรรลุเป้าหมายที่ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2563 ตามที่ได้ตั้งเป้าไว้เมื่อปี 2560 พร้อมทั้งเริ่มหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย-ฮ่องกง และการปรับปรุงความตกลงว่าด้วยการคุ้มครองการลงทุนของภาคเอกชนให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ด้านการลงทุนและการโยกย้ายฐานการผลิต โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนในการสร้างเครือข่าย การแลกเปลี่ยนการเยือนและการร่วมกิจกรรมระหว่างกัน โดยยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการทั้งสองฝ่าย รวมถึงส่งเสริมการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมการผลิตและการโยกย้ายฐานการผลิตของวิสาหกิจฮ่องกงมายังไทย ซึ่งเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ได้พบกับคณะนักลงทุนของฮ่องกง ที่นายเอ็ดเวิร์ด เยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจฮ่องกงเป็นผู้นำมา ซึ่งหลายบริษัทได้แสดงคืนความจำนงที่จะมาลงทุนในไทยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ด้านการเงิน โดยสองฝ่ายจะร่วมกันขับเคลื่อนการเชื่อมโยงตลาดหลักทรัพย์และตลาดทุนของกันและกัน ผ่านผลิตภัณฑ์การลงทุนชนิดใหม่ๆ เช่น การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศผ่านระบบตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ (ดีอาร์) การจดทะเบียนหลักทรัพย์ข้ามตลาดระหว่างกันในหลักทรัพย์ตัวสำคัญ ตลอดจนการทำกองทุนรวม และการส่งเสริมให้มีการลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยที่คนไทยและฮ่องกงต่างมีความสร้างสรรค์อย่างมาก อาทิ ในด้านภาพยนตร์ ละคร โฆษณา การออกแบบ ซึ่งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาและส่งเสริมให้มีการใช้ความสร้างสรรค์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ โดยจะมีมาตรการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือของผู้ประกอบการ รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสนับสนุนให้ต่างฝ่ายต่างเข้าร่วมกิจกรรมของกันและกัน ซึ่งจะมีการจัดทำแผนงานร่วมกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ด้านการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น (สตาร์ทอัพ) ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี โดยทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญในการสร้างระบบนิเวศของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และได้รับทราบถึงพัฒนาการที่เป็นรูปธรรมระหว่างฮ่องกง ไซเบอร์พอร์ต และบริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด และมีความพร้อมที่จะส่งเสริมความร่วมมือในลักษณะดังกล่าวให้มีมากขึ้น โดยจะร่วมกันสนับสนุนการดำเนินการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ การทำวิจัยร่วมการบ่มเพาะสตาร์ทอัพ ที่มีศักยภาพและการมีมาตรการ เพื่อส่งเสริมให้สตาร์ทอัพเข้าสู่ตลาดโลกได้ง่ายขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ความร่วมมือดังกล่าว จะไม่ประสบผลสำเร็จ หากขาดความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคล จึงเห็นพ้องให้ร่วมกันผลักดันความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้วย โดยเฉพาะด้านอาชีวศึกษาและการยกระดับทักษะแรงงานในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงอุตสาหกรรมการเกษตร และด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรม และคณิตศาสตร์ และเพื่อส่งเสริมการไปมาหาสู่และการแลกเปลี่ยนระหว่างกันในระดับประชาชนทั้งสองฝ่าย ยังได้ร่วมกันตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยว 3 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2564.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51426</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แคร์รี แลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de120a9f02b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 20:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แคร์รี แลม&#039; รู้แล้ว คนฮ่องกงไม่พอใจรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เพิ่งรู้ว่าประชาชนไม่พอใจ &amp;quot;แคร์รี แลม&amp;quot; ยอมรับผลการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ชาวฮ่องกงออกมาใช้สิทธิ์มากเป็นประวัติการณ์เทคะแนนให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะอย่างถล่มทลายนั้น สะท้อนให้เห็นความไม่พอใจรัฐบาล แต่เธอยังคงไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ขณะการตรวจ ม.โพลีเทคนิคเจอผู้ประท้วงเหลืออยู่แค่คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง แถลงข่าวเมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน กล่าวว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต 18 เขตของฮ่องกงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถูกมองว่าเป็นประชามติของชาวฮ่องกงต่อการชุมนุมประท้วงและการรับมือของรัฐบาลภายใต้การนำของแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดที่ได้รับการคัดเลือกจากปักกิ่ง ผลคะแนนที่ออกมาปรากฏว่าผู้แทนจากฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยกวาดที่นั่งได้เกือบ 90% ของสมาชิกสภาเขต 452 ที่นั่ง โดยชาวฮ่องกงออกมาใช้สิทธิ์เกินกว่า 70%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลปักกิ่งยังไม่แสดงทัศนะโดยตรงเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง สื่อของทางการจีนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการเปิดเผยรายละเอียดของผลคะแนน บางแห่งพยายามดิสเครดิตหรือไม่แยแสผลเลือกตั้ง เช่น หนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลีกล่าวว่า ความไม่สงบทางสังคมกระทบกระบวนการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างรุนแรง ส่วนไชน่าเดลีกล่าวว่า การเลือกตั้งถูกเบี่ยงเบนโดยการข่มขู่และเล่ห์กลสกปรกที่ส่งผลร้ายต่อผู้สมัครที่นิยมจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแลมแถลงข่าวประจำสัปดาห์เมื่อวันอังคารยอมรับว่า ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งในฮ่องกงต้องการแสดงทัศนะของพวกเขาต่อประเด็นปัญหามากมายผ่านการลงคะแนนครั้งนี้ ซึ่งรวมถึง &amp;quot;ความขาดตกบกพร่องในการบริหาร&amp;quot; และความไม่พอใจเรื่องการใช้เวลาเนิ่นนานในการรับมือกับความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารหญิงของฮ่องกงได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่ลงคะแนนอย่างสันติ และหวังว่าความสงบช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะไม่ได้เกิดแค่ช่วงเลือกตั้งเท่านั้น แต่เป็นสัญญาณว่าประชาชนต้องการให้ความไม่สงบที่ยาวนาน 6 เดือนนี้ยุติลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงครั้งนี้ แลมกลับไม่ได้กล่าวถึงข้อเรียกร้องของฝ่ายประชาธิปไตยที่ต้องการให้เธอทำตามความต้องการหลัก 5 ข้อของผู้ชุมนุม เช่น การเลือกตั้งผู้บริหารและสภานิติบัญญัติโดยตรง และการสอบสวนความโหดร้ายของตำรวจ โดยเธอยังคงประณามการใช้ความรุนแรง และวิงวอนซ้ำอีกครั้งให้ชาวฮ่องกงช่วยกันรักษาความสงบสันติไว้เช่นนี้ต่อไป ทั้งยังประกาศจะเดินหน้าการสานเสวนาร่วมกันทุกฝ่ายเพื่อแก้รากเหง้าของปัญหา ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ฝ่ายประชาธิปไตยไม่ยอมรับโดยเห็นว่าไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในฮ่องกงค่อนข้างสงบมาร่วม 1 สัปดาห์ หลังจากความรุนแรงถูกยกระดับขึ้นและลามเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย แลมกล่าวเรียกร้องให้ผู้ประท้วงที่ยังปักหลักภายในมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค (โพลียู) ออกจากที่นั่นโดยดุษณีอย่างเร็วที่สุดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของโพลียูได้เข้าตรวจค้นภายในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ซึ่งเป็นสมรภูมิการปะทะดุเดือดเมื่อกว่า 1 สัปดาห์ก่อน เพื่อค้นหาผู้ประท้วงที่ยังหลงเหลือ แต่พบผู้ประท้วงที่เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว เพิ่มความหวังว่าการคุมเชิงระหว่างตำรวจกับผู้ประท้วงที่นี่ใกล้จะยุติลงแล้ว กระนั้นเจ้าหน้าที่โพลียูกล่าวว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่คนอื่นอาจซ่อนตัวอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการฮ่องกงประกาศด้วยว่า อุโมงค์ข้ามอ่าววิกตอเรียที่เชื่อมเกาะฮ่องกงกับเกาลูน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโพลียูและถูกปิดด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน จะกลับมาเปิดใช้งานได้เป็นครั้งแรกในวันพุธ หลังจากเจ้าหน้าที่รัฐและผู้รับเหมาใช้เวลาทำความสะอาดหลายวัน โดยเจ้าหน้าที่กล่าวกันว่าสภาพที่นั่นเหมือนสมรภูมิ หัวดับเพลิงและตู้เก็บเงินถูกผู้ประท้วงทำลายทิ้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51186</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค, ฮ่องกง, เลือกตั้ง, แคร์รี แลม, ไม่พอใจรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd2cd0c5c13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 21:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮ่องกงโหวตหนุนฝ่ายประชาธิปไตยโกยที่นั่งสภาท้องถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวฮ่องกงออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นมากเป็นประวัติการณ์เกิน 70% เลือกผู้แทนฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยเข้าสภาเขตเกิน 3 ใน 4 ของ 452 ที่นั่ง ตบหน้ารัฐบาลนิยมปักกิ่ง ขณะ &amp;quot;แคร์รี แลม&amp;quot; ประกาศน้อมรับฟังเสียงของชาวฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยเปิดแชมเปญฉลองผลการเลือกตั้งในเขตถุนเหมิน ที่จูเนียส โฮ ผู้สมัครนิยมจีน พ่ายแพ้ เมื่อคืนวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต 18 เขตของฮ่องกงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ถูกตีความว่าเป็นการลงประชามติต่อรัฐบาลของแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของเขตปกครองพิเศษของจีนแห่งนี้ โดยชาวฮ่องกงออกมาใช้สิทธิลงคะแนนกันอย่างกระตือรือร้นผิดจากการเลือกตั้งครั้งผ่านๆ มา โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งเปิดเผยว่ามีประชาชนออกมาใช้สิทธิมากสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 71% หรือ 4.13 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างสื่อฮ่องกงว่า ผลการนับคะแนนที่ประกาศเมื่อวันจันทร์ ปรากฏว่าผู้สมัครจากฝ่ายประชาธิปไตยกวาดที่นั่งถึง 388 ที่นั่ง จากสภา 452 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นถึง 263 ที่นั่งจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ขณะที่ผู้แทนฝ่ายนิยมจีนได้เพียง 59 ที่นั่ง ที่เหลืออีก 5 ที่นั่งเป็นผู้สมัครอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลที่ออกมาถือเป็นการฉีกหน้ารัฐบาลปักกิ่ง และผู้บริหารหญิงของฮ่องกงที่ปฏิเสธปฏิรูปการเมืองตามเสียงเรียกร้องของผู้ประท้วงที่ชุมนุมต่อเนื่องยาวนานเกือบ 6 เดือน และยังอ้างว่าชาวฮ่องกงส่วนใหญ่ที่เป็นเสียงเงียบ ยังคงสนับสนุนรัฐบาลของเธอและไม่เห็นด้วยกับการประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แลมออกแถลงการณ์ภายหลังรู้ผลเมื่อวันจันทร์ ประกาศว่า รัฐบาลของเธอจะรับฟังทัศนะของประชาชนด้วยความถ่อมตนและจะไตร่ตรองอย่างจริงจัง &amp;quot;มีการวิเคราะห์และตีความหลากหลายในประชาคมเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง และมีทัศนะส่วนหนึ่งที่ระบุว่าผลลัพธ์นี้สะท้อนความไม่พึงพอใจของประชาชนต่อสถานการณ์ในปัจจุบันและปัญหาที่ฝังลึกในสังคม&amp;quot; เธอกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารหญิง ซึ่งปลุกกระแสประท้วงต่อต้านจากการเสนอร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้จีนเมื่อเดือนมิถุนายน ไม่ได้ระบุว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป แต่ฝ่ายค้านพากันเรียกร้องให้เธอปฏิบัติตามความต้องการ 5 ข้อหลักของผู้ประท้วง อันรวมถึงการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติและผู้บริหารฮ่องกงโดยตรง และการสอบสวนการกระทำโหดร้ายของตำรวจต่อผู้ประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวู ชีไหว ประธานพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่สุดของพรรคต่อต้านกลุ่มอำนาจเก่านิยมปักกิ่งในฮ่องกง กล่าวว่า ผู้ลงคะแนนใช้หนทางสันติที่สุดเพื่อบอกกับรัฐบาลนี้ว่าพวกเขาไม่ยอมให้ฮ่องกงกลายเป็นรัฐตำรวจและระบอบอำนาจนิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคแรงงานซึ่งเป็นพรรคฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยอีกพรรคหนึ่ง อุทิศผลการเลือกตั้งครั้งนี้แด่หยาดเหงื่อ, โลหิตและน้ำตาของผู้ประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลจีน โดยหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวระหว่างเยือนญี่ปุ่นเมื่อวันจันทร์ว่า ไม่ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร แต่ฮ่องกงยังคงเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน ความพยายามใดๆ ที่จะสร้างความยุ่งเหยิงแก่ฮ่องกง หรือแม้แต่ทำลายความเจริญและเสถียรภาพของฮ่องกง จะไม่มีวันสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคการเมืองหนุนหลังจีนพรรคใหญ่ที่สุดของฮ่องกงประสบความพ่ายแพ้หนักสุด โดยสูญเสียที่นั่งเดิมไม่ต่ำกว่า 155 ที่นั่งจากของเดิม 182 ที่นั่ง ผู้สมัครคนสำคัญที่สอบตก ได้แก่ จูเนียส โฮ นักการเมืองนิยมจีนผู้เป็นที่เกลียดชังของฝ่ายประชาธิปไตย เขาโดนผู้ประท้วงแทงบาดเจ็บระหว่างหาเสียงในเดือนนี้ โฮโพสต์เฟซบุ๊กหลังพ่ายแพ้ว่า โลกกลับตาลปัตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาเขตของฮ่องกงมีอำนาจทางการเมืองน้อยมาก แต่สมาชิก 117 คนจะได้เข้าร่วมในคณะกรรมการ 1,200 คนที่ทำหน้าที่เลือกผู้บริหารฮ่องกง ซึ่งฝ่ายนิยมจีนกุมเสียงส่วนใหญ่ ชัยชนะครั้งนี้หมายถึงตัวแทน 117 คนน่าจะตกเป็นของฝ่ายประชาธิปไตยทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51090</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวาดที่นั่ง, ชนะถล่มทลาย, ฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตย, สมาชิกสภาเขต, ฮ่องกง, เลือกตั้ง, แคร์รี แลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddbddc74f37c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2019 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2019 20:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวฮ่องกงแห่ใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นส่งสัญญาณกดดัน &#039;แลม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวฮ่องกงหลั่งไหลออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาเขตมากเป็นประวัติการณ์เมื่อวันอาทิตย์ ฝ่ายประชาธิปไตยระบุเป็นการลงประชามติกดดัน &amp;quot;แคร์รี แลม&amp;quot; ผู้บริหารฮ่องกงที่มาจากการคัดเลือกโดยปักกิ่งให้ทำตามข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงที่ชุมนุมมานานร่วม 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตยซึ่งถูกตัดสิทธิ์ห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ เดินทางมาใช้สิทธิที่เขตเซาท์ฮอไรเซินส์ เมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2562 ว่าชาวฮ่องกงต่อแถวกันยาวเหยียดตามคูหาเลือกตั้งต่างๆ ทั่วเขตปกครองพิเศษแห่งนี้ เพื่อใช้สิทธิเลือกสมาชิกสภาเขต 18 เขต รวม 452 ที่นั่ง โดยหน่วยเลือกตั้งเปิดให้ลงคะแนนเวลา 07.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น และคาดว่าน่าจะรู้ผลก่อนเที่ยงคืนวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่านพ้นไปแค่ครึ่งวันจำนวนผู้ใช้สิทธิก็สูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นนี้แล้ว ถึงเวลา 17.30 น. ข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้งฮ่องกงกล่าวว่า มีชาวฮ่องกงใช้สิทธิแล้วมากกว่า 2.3 ล้านคน หรือ 56.42% ของ 4.1 ล้านคนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ เปรียบเทียบกับจำนวนผู้ใช้สิทธิ 954,814 คน หรือ 30.59% ภายในช่วงเวลาเดียวกันของการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อปี 2558 โดยคราวนั้นมีผู้ใช้สิทธิรวมทั้งหมด 1.467 ล้านคน จากผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิแค่ 3.1 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครรับเลือกตั้งมากที่สุดเช่นกัน ที่ 1,104 คน เพื่อชิงเก้าอี้ 452 ที่นั่งของสภาท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมงบประมาณและตัดสินใจเกี่ยวกับกิจการระดับชุมชน เช่น การเก็บขยะและเส้นทางเดินรถประจำทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นของฮ่องกงไม่ค่อยมีเรื่องน่าตื่นเต้นนัก แต่การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดในช่วงยามที่ฮ่องกงเกิดความวุ่นวายทางการเมืองนานหลายเดือน แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมา สถานการณ์ค่อนข้างสงบลง ภายหลังฝ่ายประชาธิปไตยเรียกร้องชาวฮ่องกงระงับการประท้วงก่อความวุ่นวายเพื่อไม่ให้รัฐบาลนิยมปักกิ่งของแลมใช้เป็นข้ออ้างเลื่อนหรือระงับการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจวางกำลังตามหน่วยเลือกตั้งบางแห่งและบนถนนหลายสาย แต่ไม่ได้มีการรักษาการณ์แน่นหนามากเป็นพิเศษ และไม่มีรายงานเกิดเหตุการณ์รุนแรงหรือการก่อกวนอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แลมกล่าวภายหลังใช้สิทธิว่า เธอหวังว่าความสงบเรียบร้อยเช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อวันเลือกตั้งวันนี้เท่านั้น แต่ยังแสดงให้ทุกคนเห็นว่าชาวฮ่องกงไม่ต้องการให้ฮ่องกงตกสู่สถานการณ์โกลาหลวุ่นวายอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความวุ่นวายทางการเมืองของฮ่องกงเริ่มต้นขึ้นเมื่อแลมพยายามผลักดันร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งจะทำให้ฮ่องกงสามารถส่งผู้ต้องสงสัยไปดำเนินคดีที่จีนซึ่งระบบยุติธรรมคลุมเครือและอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคคอมมิวนิสต์ การชุมนุมประท้วงของคนนับล้านเมื่อเดือนมิถุนายนและเกิดขึ้นต่อเนื่องมาทุกสุดสัปดาห์ ไม่นับการก่อเหตุรุนแรง ทำให้แลมเพิกถอนร่างกฎหมายอื้อฉาวนี้ แต่การประท้วงขยายวงเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้านการใช้ความรุนแรงของตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาสมาชิกสภาเขตส่วนใหญ่คือพวกนิยมปักกิ่ง แต่ครั้งนี้ฝ่ายประชาธิปไตยหวังช่วงชิงจังหวะผลักดันการเปลี่ยนแปลง โดยระบุว่าการลงคะแนนครั้งนี้คือการลงประชามติต่อตัวแลมและรัฐบาลของเธอ ที่ยืนกรานไม่ทำตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จิมมี แชม ผู้สมัครฝ่ายประชาธิปไตยจากกลุ่มแนวร่วมสิทธิมนุษยชนพลเมือง ที่เคยระดมคนกว่าล้านมาร่วมชุมนุมประท้วง และโดนชายกลุ่มหนึ่งใช้ค้อนรุมทำร้ายร่างกายเมื่อเดือนตุลาคม กล่าวว่า การใช้สิทธิเลือกตั้งวันนี้ชาวฮ่องกงได้แสดงให้เห็นถึงความโหยหาโอกาสเพื่อแสดงจุดยืนของพวกเขา ตนยังไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร ฝ่ายประชาธิปไตยจะได้ที่นั่งข้างมากหรือไม่ แต่ตนหวังว่าพลเมืองฮ่องกงจะสามารถลงคะแนนเพื่ออนาคตของฮ่องกง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51008</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฮ่องกง, เลือกตั้งท้องถิ่น, แคร์รี แลม, แห่ใช้สิทธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dda8a5548dc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
